1975 เกิดใหม่มาเป็นมารดาปากร้าย พร้อมระบบราชินีบัญชาสรรพสัตว

1975 เกิดใหม่มาเป็นมารดาปากร้าย พร้อมระบบราชินีบัญชาสรรพสัตว

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-11-04
โดย:  หวงตี้nyอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel12goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
80บท
2.0Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

จุดจบของคนปากเปราะก็คือความตาย แม่ค้าเขียงหมูอย่างฟางจิ่วหลินตายแล้วฟื้นขึ้นมาในร่างของมารดาลูกสามที่อ่อนแอเหมือนพลับนิ่ม เมื่อเห็นว่าเด็กแฝดกำลังถูกลากตัวไปขาย ไฟของนักสู้ในตัวเธอก็ลุกโชนขึ้นมาทันที!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

แนะนำเรื่อง

คำโปรย

จุดจบของคนปากเปราะก็คือความตาย แม่ค้าเขียงหมูอย่างฟางจิ่วหลินตายแล้วฟื้นขึ้นมาในร่างของมารดาลูกสามที่อ่อนแอเหมือนพลับนิ่ม เมื่อเห็นว่าเด็กแฝดกำลังถูกลากตัวไปขาย ไฟของนักสู้ในตัวเธอก็ลุกโชนขึ้นมาทันที!

-------------

แนะนำเรื่อง

เพราะเผลอไปพูดถึงเรื่องส่วนตัวของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แม่ค้าเขียงหมูอย่างฟางจิ่วหลินถึงต้องมีจุดจบที่น่าอนาถ

แต่ทว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบที่แท้จริงของเธอ เพราะหลังจากที่เธอสิ้นใจตายลงแล้ว สวรรค์ก็เหวี่ยงให้เธอมาอยู่ในยุค 70 หนำซ้ำยังต้องมาอยู่ในร่างของมารดาลูกสามที่อ่อนแอปวกเปียกสู้ใครก็ไม่ได้

ลูกสาวฝาแฝดทั้งสามกำลังถูกชายฉกรรจ์ลากตัวออกไปจากบริเวณบ้านเพื่อนำไปขายให้พวกแก๊งค้ามนุษย์ ประจวบเหมาะกับที่มารดาคนนี้ฟื้นขึ้นมาพอดี ดังนั้นคิดจะพรากลูกน้อยไปจากอกแม่ ก็ข้ามศพหญิงแกร่งจากต่างโลกคนนี้ไปก่อนเถอะ!

ส่วนมนุษย์ป้าลิ้นสองแฉกคนนั้นก็อย่าหวังว่าเธอจะญาติดีด้วย หน้าตาไม่ได้เหมือนแม่ของเธอซะหน่อย เรื่องอะไรที่เธอต้องเกรงใจและต้องให้ค่า

งูพิษร้ายหากไม่ตีให้ตาย สักวันมันก็ต้องหันมาแว้งกัด!

ส่วนสามีเฮงซวยคนนั้น มันจะหนีไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ก็ช่างหัวมันปะไร ลูกแฝดแค่สามคน ทำไมเธอจะเลี้ยงดูเองไม่ได้!

หากเตือนแล้วไม่ฟัง แม่จะกระโดดถีบสองขาให้ดูเป็นขวัญตา!

-------------

ข้อมูลเรื่อง

เรื่อง : 1975 เกิดใหม่มาเป็นมารดาปากร้าย พร้อมระบบราชินีบัญชาสรรพสัตว์

เขียน : หวงตี้ny

สำนักพิมพ์ : ครีษมายัน1638

เผยแพร่อีบุ๊คครั้งแรก : เมษายน 2569

จัดรูปเล่ม/พิสูจน์อักษร : เว้าวอนอักษร

ปกนิยาย : ปกนิยาย by หวงตี้ - ปกนิยายเรื่องนี้สร้างจาก Artificial Intelligence

ติดต่อนักเขียน อ***ล : supranee.phumphila@kkumail.com

ติดตามผลงานนักเขียน แฟนเพจ : ครีษมายัน1638Writing

-------------

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ถูกแต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น ไม่ได้อิงหลักการใด สถานที่และตัวละครล้วนถูกสมมุติขึ้นมาทั้งสิ้น

นิยายเรื่อง 1975 เกิดใหม่มาเป็นมารดาปากร้าย พร้อมระบบราชินีบัญชาสรรพสัตว์ สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใด ๆ ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

เว้นแต่ได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของผลงาน หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้กระทำการละเมิดอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

หากผิดพลาดประการใด  โปรดชี้แนะด้วยคำสุภาพ เนื่องจากนักเขียนใจบาง ขอให้สนุกกับโลกจินตนาการของหวงตี้คนงาม ณ บัดนี้  

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
80
แนะนำเรื่อง
คำโปรยจุดจบของคนปากเปราะก็คือความตาย แม่ค้าเขียงหมูอย่างฟางจิ่วหลินตายแล้วฟื้นขึ้นมาในร่างของมารดาลูกสามที่อ่อนแอเหมือนพลับนิ่ม เมื่อเห็นว่าเด็กแฝดกำลังถูกลากตัวไปขาย ไฟของนักสู้ในตัวเธอก็ลุกโชนขึ้นมาทันที!-------------แนะนำเรื่องเพราะเผลอไปพูดถึงเรื่องส่วนตัวของผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ แม่ค้าเขียงหมูอย่างฟางจิ่วหลินถึงต้องมีจุดจบที่น่าอนาถแต่ทว่านั่นยังไม่ใช่จุดจบที่แท้จริงของเธอ เพราะหลังจากที่เธอสิ้นใจตายลงแล้ว สวรรค์ก็เหวี่ยงให้เธอมาอยู่ในยุค 70 หนำซ้ำยังต้องมาอยู่ในร่างของมารดาลูกสามที่อ่อนแอปวกเปียกสู้ใครก็ไม่ได้ลูกสาวฝาแฝดทั้งสามกำลังถูกชายฉกรรจ์ลากตัวออกไปจากบริเวณบ้านเพื่อนำไปขายให้พวกแก๊งค้ามนุษย์ ประจวบเหมาะกับที่มารดาคนนี้ฟื้นขึ้นมาพอดี ดังนั้นคิดจะพรากลูกน้อยไปจากอกแม่ ก็ข้ามศพหญิงแกร่งจากต่างโลกคนนี้ไปก่อนเถอะ!ส่วนมนุษย์ป้าลิ้นสองแฉกคนนั้นก็อย่าหวังว่าเธอจะญาติดีด้วย หน้าตาไม่ได้เหมือนแม่ของเธอซะหน่อย เรื่องอะไรที่เธอต้องเกรงใจและต้องให้ค่างูพิษร้ายหากไม่ตีให้ตาย สักวันมันก็ต้องหันมาแว้งกัด!ส่วนสามีเฮงซวยคนนั้น มันจะหนีไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ก็ช่างหัวมันปะไร ลูกแฝดแค่ส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 ตายเพราะปาก (1)
บทที่ 1 ตายเพราะปาก (1)หยดเลือดสีแดงฉานค่อย ๆ ไหลซึมไปตามร่องปูนของตรอกแคบอันมืดมิด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นขยะเน่าเหม็น ‘ฟางจิ่วหลิน’ หญิงแกร่งวัยสามสิบห้าปี ผู้ครองฉายา ‘เจ๊ใหญ่ปากมีดแห่งตลาดสดเจี้ยนเซิง’ นอนเบิกตากว้างจ้องมองท้องฟ้าสีเทาหม่น ๆ ที่ถูกตึกระฟ้าบดบัง สัมผัสเย็นเยียบของตะกั่วที่ฝังอยู่กลางอกซ้าย กำลังสูบเอาลมหายใจของเธอไปทีละน้อย ความเจ็บปวดแผ่ซ่านจนชาหนึบไปทั้งร่างใครจะไปคาดคิดว่า ผู้หญิงที่มีฝีปากคมกริบชนิดที่พ่อค้าแม่ค้าทั้งตลาดต่างต้องก้มหัวยอมจำนนให้ ผู้หญิงที่ด่าทอคนหน้าด้านจนต้องร้องขอชีวิตมานักต่อนัก กลับต้องมาพบจุดจบอันน่าอนาถอย่างนี้และจุดเริ่มต้นของความตาย ก็มาจากริมฝีปากที่ร้ายกาจของเธอนั่นแหละ!เพียงแค่พูดถึงเรื่องที่ผู้มีอิทธิพลระดับประเทศ ซุกซ่อนเมียน้อยและฟอกเงินผิดกฎหมาย เธอหลุดปากบอกเพื่อนสนิทไปเพียงไม่กี่ประโยค หายนะก็มาเยือนอย่างรวดเร็วราวกับเงาตามตัว เสียงปืนเก็บเสียงที่ดังฉึกเมื่อครู่ เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ในโลกที่อำนาจเงินตราเป็นใหญ่ ชีวิตคนธรรมดาก็เป็นเพียงแค่มดปลวก ที่ถูกเหยียบย่ำได้อย่างง่ายดาย‘บัดซบเอ๊ย! ฆ่าคนปิดปากเพียงเพ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 1 ตายเพราะปาก (2)
บทที่ 1 ตายเพราะปาก (2)สัญชาตญาณการเอาตัวรอดผลักดันให้หญิงสาวกัดฟันกรอด แล้วยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล เธอสะบัดศีรษะเพื่อขับไล่ความมึนงงที่เกาะกินสมองออกไปจนหมด จากนั้นเธอกวาดสายตามองไปรอบห้องแคบ ๆ ที่มีเพียงโต๊ะไม้ขาเป๋หนึ่งตัว และเก้าอี้ที่พนักพิงหักไปครึ่งหนึ่ง สภาพแร้นแค้นอย่างกับเพิ่งผ่านพ้นภัยแล้งมาหมาด ๆสายตาของเธอสะดุดเข้ากับเงาสะท้อนในกระจกทองเหลืองบานเล็กแตกร้าว ที่วางแหมะอยู่บนโต๊ะไม่ใกล้ไม่ไกล ฟางจิ่วหลินกลั้นหายใจ ลากสังขารที่หนักอึ้ง ราวกับถูกถ่วงด้วยหินศิลา เดินโซเซไปที่โต๊ะตัวนั้น สองมือเรียวแต่หยาบกร้านยันขอบโต๊ะไว้แน่นเพื่อช่วยประคองการทรงตัว นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเมื่อจ้องมองภาพสะท้อนตรงหน้าแล้วเห็นว่า…ใบหน้าในกระจกคือใบหน้าของเธอไม่ผิดเพี้ยน! โครงหน้าเรียวรูปไข่ จมูกเชิดรั้น และริมฝีปากบางที่มักจะขยับด่าทอผู้คน หากแต่…มันกลับเป็นใบหน้าที่ซูบตอบปราศจากการแต้มแต่งเครื่องสำอาง ผิวพรรณซีดเซียวไร้สีเลือด ซ้ำยังมีรอยหยาดน้ำตาคราบเก่าเกรอะกรังอยู่ที่หางตา ที่เห็นอยู่นี้คือร่องรอยของผู้หญิงที่ยอมตรอมใจตายเพราะความอ่อนแอและเพราะความโง่เขลาของตัวเอง!‘นี่มันเกิด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 มารดาปัญญานิ่ม (1)
บทที่ 2 มารดาปัญญานิ่ม (1)เวลาล่วงเลยเข้าช่วงห้าโมงเย็นดวงตะวันคล้อยต่ำลงเรื่อย ๆ กลิ่นเหม็นอับของฟางชื้นแฉะผสมปนเปกับกลิ่นมูลสัตว์ที่ลอยคละคลุ้งมาจากท้ายตรอกเล้าหมู กระชากสติสัมปชัญญะของฟางจิ่วหลินให้กลับคืนมาอีกครั้งเธอค่อย ๆ หยัดตัวลุกขึ้นนั่ง ตื่นขึ้นมาคราวนี้เธอรู้สึกปวดหัวมาก และแล้วไม่นานก็มีเศษเสี้ยวความทรงจำของใครอีกคนหนึ่งไหลทะลักเข้ามาในหัวของเธออย่างต่อเนื่องฟางจิ่วหลินพยายามไล่เรียงลำดับเหตุการณ์และพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแล้วเธอก็ได้เข้าใจว่า ตอนนี้เธอคือ เหอจิ่วหลิน ผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในกระท่อมดินผุพังในชนบทหมู่บ้านหนานซื่อแห่งเมืองหวยเฉิง เมืองที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีเทาอึมครึมตลอดทั้งปีเมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่มีป้ายโฆษณาชวนเชื่อสีแดงสดติดอยู่เกลื่อนกลาดไปหมด ซึ่งค่อนข้างขัดแย้งกับวิถีชีวิตอันแร้นแค้นของคนในเมืองนี้อย่างสิ้นเชิงความทรงจำหลายสายที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้หญิงที่มาจากโลกอนาคตอย่างฟางจิ่วหลินแทบอยากจะขากถุยออกมาด้วยความสมเพช“ปัดโธ่เอ๊ย ได้เกิดใหม่ทั้งที ดันได้มาเกิดในร่างของผู้หญิงที่โง่เง่าปัญญานิ่มเนี่ยนะ บ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2 มารดาปัญญานิ่ม (2)
บทที่ 2 มารดาปัญญานิ่ม (2)!!!"ปล่อยนะ! ปล่อยพี่สาวฉันเดี๋ยวนี้!"เสียงตวาดแหลมเล็กที่ดังอยู่นอกบานประตูบ้าน เรียกความสนใจของฟางจิ่วหลินได้เป็นอย่างดี เธอลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง แล้วเดินไปที่ประตูบ้านที่ทำจากท่อนไม้ไผ่เก่า ๆ มือสองข้างผลักบานประตูออกอย่างแรงเดิมทีร่างกายของเธอควรอ่อนแอปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง แต่ไม่รู้ว่าเวลานี้เรี่ยวแรงของเธอมันดันมาจากไหนกันแน่ ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกอ่อนแรงเหมือนตอนแรกที่ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างนี้?มันแปลกจริง ๆ แปลกมาก ๆ ด้วย…แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างหัวมันก่อนเถอะ เพราะสิ่งที่เธอควรให้ความสนใจมากที่สุดในเวลานี้ ไม่ใช่เรี่ยวแรงมาจากไหน แต่คือเสียงร้องลั่นของเด็ก ๆ ที่อยู่ด้านนอกนั่นต่างหากภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าทำเอาเส้นเลือดข้างขมับของฟางจิ่วหลินเต้นตุบ ๆ รัวเร็ว สัญชาตญาณความเป็นแม่และศักดิ์ศรีของคนที่เคยกางปีกปกป้องลูกจ้างทั้งตลาดพุ่งทะยานขึ้นสูงลิบลิ่วจนล้นปรอทตอนนี้ชายฉกรรจ์ที่สวมเสื้อแจ็กเกตสีเขียวขี้ม้าซีดจางสองคน กำลังออกแรงลากร่างเล็กจ้อยสามร่างออกไปจากบริเวณบ้านอย่างทุลักทุเลมู่เสี่ยวเจิน แฝดคนโต กัดฟันกรอดไม่ยอมเปล่งเสียงร้องไห้ออกมา สอง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ปั่นหัว (1)
บทที่ 3 ปั่นหัว (1)"นังจิ่วหลิน! แกผีเข้าหรือไง! สัญญาเขียนไว้ชัดเจนว่าขายเด็กนี่ให้พวกฉันแล้ว และแกประทับรอยนิ้วมือรับเงินไปแล้วด้วย อย่ามาทำตัวเป็นบ้าเหมือนสุนัขหวงก้างแถวนี้!" ชายหน้าบากผู้มีชื่อว่าเซิงตั๋วตะโกนสวนกลับ เขาปล่อยมือออกจากร่างเล็กจ้อยของมู่เสี่ยวเจิน ต่อด้วยเดินดุ่ม ๆ มุ่งตรงเข้ามาหาฟางจิ่วหลินด้วยสีหน้าถมึงทึงพร้อมมีเรื่องหล่อนอยากตะโกนออกไปจริง ๆ ว่าหล่อนไม่ได้บ้า และไม่ได้หวงก้างด้วย แต่หล่อนคือผู้หญิงที่มาจากต่างโลกต่างหาก และหล่อนก็ไม่ได้ต้องการขายเด็กพวกนั้นด้วย ฉะนั้นตราประทับรอยนิ้วมืออะไรนั่นก็ถือเป็นโมฆะก็แล้วกันฟางจิ่วหลินแสยะยิ้มหยัน แววตาสะท้อนความเหยียดหยามสุดขีด หญิงสาวไม่ได้โง่พุ่งตัวเข้าไปต่อสู้กับผู้ชายร่างใหญ่ เพราะวัดจากสัดส่วนร่างกาย และเพศสภาพที่เธอเป็น แน่นอนว่าเธอจะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบฉะนั้นการจะเอาชนะผู้ชายสองคนนี้ได้ เธอจะต้องรู้จักฉวยโอกาส!ปั่ก!ร่างเล็กของมู่เสี่ยวเจินผู้เป็นแฝดพี่วิ่งเข้าชนท่อนขาของเซิงตั๋วจากทางด้านหลังอย่างเต็มแรง ร้อนให้เซิงตั๋วจำต้องหยุดฝีเท้าและเร่งหันขวับกลับไปหาเด็กน้อยด้านของฟางจิ่วหลินก็อาศัยจังหวะนี้ รีบเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-16
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3 ปั่นหัว (2) 
บทที่ 3 ปั่นหัว (2) เห็นพวกมันสองคนออกอาการลังเลเลิ่กลั่ก ฟางจิ่วหลินก็รู้ได้ในทันที ว่าเธอมาถูกทางแล้ว เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะแผดเสียงตะโกนลั่นเอาให้ได้ยินกันทั่ว ชนิดที่ว่าต่อให้คนหูหนวกกำลังนอนหลับอยู่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาฟังคำพูดของเธอ"ช่วยด้วย! ช่วยด้วยจ้า! มีพวกกบฏลักลอบเข้ามาขโมยสายเลือดของท่านนายพล! ผู้ชายพวกนี้เป็นสายลับต่างชาติ! พวกมันจะจับหลานสาวของนายพลไปขายให้พวกนายทุน!"คำว่านายพล พ่วงด้วยคำว่าสายลับต่างชาติ และคำว่านายทุน เป็นดั่งคำสาปที่รุนแรงที่สุดในยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ใครโดนข้อหานี้เข้าไป ต่อให้มีสิบหัวก็ไม่พอให้ตัด ชายฉกรรจ์ทั้งสองหน้าถอดสี ต่างออกอาการลุกลี้ลุกลนหันขวับมองซ้ายมองขวาจนคอแทบเคล็ด แผ่นหลังของพวกเขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอย่างสุดขีด"แกหุบปากเดี๋ยวนี้นะนังบ้า! นายพลบ้าบออะไรของแก!" เซิงตั๋วตะโกนลั่น ริมฝีปากของเขาสั่นริก ๆ ไม่รู้ว่าเพราะความกลัวหรือเพราะความโกรธกันแน่"หุบปากงั้นเหรอ? หึ! ฝันไปเถอะ!!!"ฟางจิ่วหลินคลี่ยิ้มมุมปาก
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-18
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ปกป้องเด็ก ๆ (1)
บทที่ 4 ปกป้องเด็ก ๆ (1)แม้ว่าวิธีช่วยเหลือเด็ก ๆ ของฟางจิ่วหลินจะบ้าบิ่นและดูหลุดโลกไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะ ว่าวิธีนี้นี่แหละ คือวิธีที่ดีที่สุดในเวลานี้"นังบ้าเอ๊ย! ถือว่าวันนี้พวกฉันมาเหยียบขี้หมาก็แล้วกัน!" เซิงตั๋วถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความรังเกียจ มันกวาดตามองเด็กน้อยสามคน ก็พลอยรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวไม่ได้การแล้ว! จะอยู่ที่นี่นานไม่ได้ จะต้องรีบกลับไปอาบน้ำล้างตัวเดี๋ยวนี้!“อะอ้าววว จะไปไหน! ไม่เอาเด็ก ๆ ไปด้วยล่ะ จะทิ้งไว้ที่นี่ให้เป็นภาระของฉันคนเดียวไม่ได้นะ” ฟางจิ่วหลินทำเป็นร้องตามหลัง แต่ทว่าในใจกลับแอบชื่นชมตัวเองว่าแก้สถานการณ์ได้เก่งมากชายทั้งสองเดินดุ่ม ๆ ออกไปจากบริเวณบ้านหลังน้อยของเธอด้วยอาการหัวเสีย นอกจากไม่ได้ตัวเด็กแล้ว ยังเสียเงินทิ้งอีกต่างหาก มันน่าหงุดหงิดชะมัด ขืนอาเฮียใหญ่รู้เรื่องเข้าจะต้องซ้อมพวกเขาจนอ่วมแน่แต่หากรั้นจะลากเด็กขยะพวกนั้นไปด้วย โรคฝีดาษมรณะนั่นคงแพร่กระจายไปติดเด็กคนอื่นด้วย แบบนี้ก็จะพลอยขายไม่ออกกันหมดน่ะสิ"ไม่เอาแล้วโว้ย!! ฝากไว้ก่อนเถอะนังผู้หญิงบ้า อ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-20
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4 ปกป้องเด็ก ๆ (2) 
บทที่ 4 ปกป้องเด็ก ๆ (2) ตอนนี้ขอบตาของฟางจิ่วหลินพลันร้อนผ่าว ความน่ารัก ความน่าสงสาร และความน่าเอ็นดูของเด็ก ๆ ทั้งสามโดยเฉพาะจากมู่เสี่ยวจู ทำให้หัวใจของฟางจิ่วหลินพลันอ่อนยวบลง เธอไม่อาจทำท่าทีเย็นชาต่อเด็ก ๆ เหมือนกับที่ร่างเดิมเคยทำกับลูก ๆ ได้อีกฟางจิ่วหลินอ้าแขนออกกว้าง ก่อนจะดึงร่างเล็กจ้อยที่ผอมจนเหลือแต่กระดูกทั้งสามคนให้เข้ามากอดซุกแนบอก กลิ่นฝุ่นและกลิ่นเหงื่อที่หมักหมมมานานลอยคละคลุ้งตีเข้ามาในโพรงจมูกของเธอแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอควรให้ความสนใจในเวลานี้ เพราะร่างเล็กของเด็ก ๆ ทั้งสามสั่นเทาริก ๆ เหมือนกับลูกแมวเปียกฝน นี่ทำให้ฟางจิ่วหลินยิ่งต้องกอดรัดพวกเด็ก ๆ ให้แน่นขึ้น หวังถ่ายทอดความอบอุ่นจากทรวงอกส่งต่อให้เด็ก ๆ เพื่อคลายความหวาดกลัวลงและแล้วไม่กี่วินาทีต่อมา… ไออุ่นจากอกมารดา… ก็ทำให้เด็ก ๆ ทั้งสามคลายความหวาดกลัวและคลายความหวาดระแวงต่อตัวมารดาคนนี้ลงได้เป็นเสี่ยวจูที่กอดตอบ และเอ่ยถามมารดาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"แม่จ๋า… แม่ไม่ขายพวกเราแล้วใช่ไหม ฮึก… ฮือ~"เสี่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-21
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5 อย่ามาทำเป็นพูดดี (1)
บทที่ 5 อย่ามาทำเป็นพูดดี (1)หลังกอดปลอบกันจนพอใจแล้ว สี่คนแม่ลูกก็เดินประคองกันเข้ามาในตัวบ้านหลังน้อย ตอนนี้พระอาทิตย์สีส้มแสดลาลับขอบฟ้าแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความมืดมิดของยามราตรีสายลมเย็นในช่วงหัวค่ำพัดลอดช่องแตกของผนังดินเข้ามาในตัวบ้าน สร้างความหนาวเหน็บให้กับร่างกายที่ผอมโซของคนทั้งสี่ หนำซ้ำกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าของสี่คนแม่ลูกก็ยังส่งเสียงร้องประท้วงเซ็งแซ่แข่งกันกับเสียงสายลมด้านนอกทว่าเวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสนใจความหิวโหย เพราะฟางจิ่วหลินรู้ดีว่าไอ้พวกเฮงซวยนั่นจะต้องหาทางย้อนกลับมาเล่นงานเธอกับลูกเข้าสักวันอย่างแน่นอน ขืนอยู่ที่นี่ต่อ ก็เหมือนอยู่รอวันตายลางสังหรณ์บางอย่างมันร้องเตือนในหัว มันบอกกับเธอว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัย ไม่เหมาะที่จะใช้เป็นที่อยู่อาศัยในระยะยาว ดังนั้นเธอจะต้องพาเด็ก ๆ ย้ายออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดฟางจิ่วหลินกวาดตามองลูกสาวฝาแฝดทั้งสามคนด้วยสายตาที่กำลังวิเคราะห์อะไรบางอย่าง ท่ามกลางแสงสลัวของเทียนไขเล่มน้อย ๆ ฟางจิ่วหลินมองเห็นมู่เสี่ยวเจินแฝดคนโตยืนกำหมัดแน่นอยู่ที่มุมประตู แววตาดุดันคอยระแวดระ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-22
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status