เข้าสู่ระบบบุตรสาวคนเล็กไม่ได้รับความรัก ความห่วงใยจากมารดาทำดีแทบตายสุดท้ายได้แต่คำด่าทอบั่นทอนจิตใจ แต่เอาเถอะนั่นคือบุตรสาวคนเก่า ทว่ายามนี้มิใช่อีกต่อไป ขอตัดขาดจากตระกูลหาเลี้ยงชีพหาหนทางร่ำรวยพร้อมระบบมิติ
ดูเพิ่มเติมบทนำ
หลิวหลิว หญิงสาวสุดแสนจะเบื่อหน่ายจากโลกปัจจุบัน นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลมาตั้งแต่เด็ก เพราะโรคร้ายในแต่ละคืนวันเฝ้าภาวนาให้ตนเองได้พบเจอชีวิตใหม่ที่มีร่างกายแข็งแรง จนวินาทีสุดท้ายที่เธอได้หายใจก็ยังภาวนาให้ตนเองได้เกิดมาในร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยเช่นอย่างชาตินี้
ทว่าเมื่อเธอลืมตามาอีกครั้งก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุ 15 ปี ไม่เคยได้รับความรักจากมารดาต่างจากพี่ชายที่อายุห่างกันเพียง 3 ปี ถูกแม่ประคบประหงมไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่มห่มและงานทุกอย่างในบ้านตกเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ต้องทำทุกอย่าง เช่นนั้นนางก็ไม่เคยได้ความรักแม้แต่น้อยมีเพียงคำด่าทอเฉกเช่นทุกวัน ความเจ็บปวดกล้ำกลืนที่ได้รับก่อให้เกิดความน้อยใจและเวทนาตนเองคิดว่าไม่มีผู้ใดในตระกูลต้องการ อยากจะรู้ว่าท่านแม่จะรักตนเองบ้างหรือไม่ ? จนร่างเล็กตัดสินใจผูกคอตายเพื่อขอความรักความเห็นใจอยากเห็นสักนิดว่ามารดาเสียใจกับการจากไปของตน สวรรค์ดลบัลดานให้หลิวหลิวเข้ามาอยู่ในร่างเด็กหญิงที่มีร่างกายแข็งแรง เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต พร้อมระบบมิติน้ำพุวิเศษ แปลงดินอุดมสมบูรณ์ในมิติ หลิวหลิวในร่างของเด็กหญิงดีใจที่ได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตนี้ให้ดีและหาทางออกไปจากบ้านโสโครกแห่งนี้ เมื่อไม่ได้รับความรัก นางก็ไม่คร่ำครวญเรียกหา ตัดสินใจลาขาดจากตระกูลขอความช่วยเหลือจากชายแปลกหน้า แม้ไม่รู้ว่าเขาคือผู้ใด สิ่งเดียวที่นางแลกได้คือของหายากที่นำมาจากมิติเพื่อให้ตนเองพ้นจากบ้านตระกูลจาง ชายแปลกหน้ายกยิ้มมุมปากอย่างสนใจ ตกปากรับคำขอของนาง ชีวิตของจางอิ้งเหย่กำลังเปลี่ยนแปลงไปเมื่อได้รับอิสระครั้งนี้
ยามโหย่ว(18.00) หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลเจียงซี หลังจากแสงดวงอาทิตย์ลับลาขอบฟ้าหมายถึงว่ายามนี้คือเวลาพักผ่อนของแต่ละเรือน บางเรือนก็พากันกินอาหารค่ำพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นเดียวกับเรือนตระกูลจาง
“ท่านแม่อาหารแม่แล้วเจ้าค่ะ วันนี้ป้าเฟยฉีให้ผักมาโชคดีจริง ๆ เลยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงตัวน้อยถือจานผัดผักเดินเข้ามาที่โต๊ะกินอาหารของครอบครัวตระกูลจาง ทว่าเมื่อนางมาถึงสายตาของนางเหลือบไปเห็นเป็ดตุ๋นหน้าตาน่ากิน ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั้งเรือน ดวงหน้าของนางคลี่ยิ้มพลันนั้นเสียงของมารดาได้ดังเข้ามาพร้อมทั้งพี่ชาย
“โชคดีอะไรของแก นังแก่นั่นมันก็แค่เอาผักเหลือกินเหลือใช้เหี่ยวจนจะเน่ามาให้นะสิ หากคิดว่านั่นคืออาหารล้ำค่าก็กินไปคนเดียวเถอะ” จางอวี่ซวนเอ่ยพลางจ้องมองในจานของอิ้งเหย่อย่างไม่ใยดี เพราะวันนี้เขามีเป็ดตุ๋นอยู่ตรงหน้าต่างหาก
“วันนี้เรือนของเรามีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือเจ้าคะ ” อิ้งเหย่วางจานผัดผักข้าง ๆ จานเป็ดตุ๋นจ้องมองตาเป็นมันใช่ว่าจะได้กินอาหารเช่นนี้บ่อยครั้งนัก เพราะครอบครัวยากจน ตั้งแต่เสียบิดาก็มีเพียงจางฟางหรงมารดาเฝ้าเลี้ยงทั้งสองมาเพียงลำพังอดมื้อกินมื้อ
“วันสำคัญอะไรล่ะ พี่ชายของเจ้าอยากกินส่วนเจ้าไม่ต้องมองมันเลยนะ เด็กที่มีดาวหายนะอย่างเจ้าไม่สมควรจะกินอาหารดี ๆ เช่นนี้ นี่เป็นของอวี่ซวนเพียงผู้เดียว เขาต้องใช้ความคิดในการอ่านตำราเพื่อสอบขุนนางส่วนเจ้านังเด็กไร้ประโยชน์ กินผัดผักของเจ้าซ่ะ อ้อจริงสิข้าวเหลือเพียงก้นหม้อ วันนี้เจ้าไม่ต้องกิน วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาให้พี่ชายของเจ้ากับข้าส่วนเจ้าไปนั่งอยู่ตรงไหนก็ไปอย่ามาให้เห็นหน้า อวี่ซวนของข้าจะกินอาหารไม่อร่อย” เด็กหญิงใบหน้าพลันเปลี่ยนสี ราวกับถูกฟ้าผ่า นางพูดสิ่งใดไม่ออกหัวใจบีบตัวแน่น อวี่ซวนเหลือบมองนางคราหนึ่งทว่าสายตานั่นมิใช่ความสงสารหรือเห็นใจแต่เป็นสายตาของความสมเพชและสมน้ำหน้า
“ใช่แล้ว เป็ดจานนี้เป็นของข้า เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะได้รับสิ่งดี ๆ เจ้ามันกาลกิณีทำให้ท่านพ่อต้องตาย หากเจ้าไม่เกิดมาท่านพ่อจะไม่ตายชีวิตของข้าก็คงไม่ต้องพบเจอเรื่องทุกข์ยากเช่นนี้ ออกไปอย่ามาให้เห็นอีก” เด็กหญิงไหล่สั่นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ก่อนจะยื่นมือถือจานผัดผักของตนเองกลับเข้าห้องอย่างเงียบ ๆ ปิดประตูแน่นได้ยินเสียงหัวเราะสมน้ำหน้าที่มารดากับพี่ชายพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลังประตูปิดเด็กหญิงทรุดตัวนั่งร้องไห้เงียบ ๆ กลัวมารดาจะได้ยินและเฆี่ยนตีตน
ท้องนภายามราตรีแสงจันทราสาดส่องกระทบหน้าต่างในเรือนหลังเล็ก เด็กหญิงตัวน้อยนั่งกอดเข่าข้างหน้าต่าง เงยหน้ามองดวงจันทร์ด้วยจิตใจที่เศร้าหมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของความกล้ำกลืน เจ็บปวดสะท้านไปทั้งหัวใจเมื่อครั้นนึกถึงสีหน้าคำพูดการกระทำของมารดาที่มีต่อตนและพี่ชาย ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ท่านแม่ ข้าใช่ลูกสาวของท่านจริง ๆ นะหรือ ? เหตุใดท่านถึงได้ปฏิบัติต่อข้าต่างจากท่านพี่ หรือเพราะข้าเกิดเป็นสตรี ไม่อาจทำให้ท่านแม่มีหน้ามีตา อายุถึงขั้นออกเรือนก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านสามี เพราะเช่นนี้หรือท่านแม่ถึงไม่รักข้า หรือเพราะท่านไม่เคยคิดรักข้าแต่แรกอยู่แล้ว” เสียงเล็กสะอึกสะอื้นเอ่ยถามดวงจันทร์แทนมารดาความเจ็บปวดในอกแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ หลายครั้งต่อหลายครั้งที่นางคิดว่ามารดาเพียงแต่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจึงไม่ได้แสดงความรักให้นางแม้เพียงนิด ทว่าเมื่อนางเติบใหญ่เริ่มช่วยงานในเรือนได้ก็มิอาจจะทำให้มารดายิ้มหรือแสดงความรักให้นางเลยแม้แต่น้อย จนแอบคิดว่าตนเองเป็นบุตรสาวที่นางคลอดมาเองหรือไม่ หรือเพียงเพราะตอนที่นางยังเด็กเพราะต้องการกินผลไม้ป่าเหมือนเพื่อนบ้าน ร้องไห้โยเยจนท่านพ่อรับปากออกไปเอาให้จนพลัดตกหุบเหวลึก ทำให้ครอบครัวตระกูลจางที่พอมีพอกินกลับกลายเป็นทุกข์ยากเมื่อไร้สามีผู้นำพา
“ท่านพ่อข้าคิดถึงท่านพ่อเหลือเกินเจ้าค่ะ หรือเพราะข้าเป็นดาวหายนะจริง ๆ ถึงทำให้ท่านพ่อต้องจากไปแถมท่านแม่กับท่านพี่ทำกับเหมือนข้าเช่นนี้” เด็กหญิงตัวน้อยปาดน้ำตาลุกขึ้นเดินไปเอาเชือกไปผูกกับขื่อหากนี่จะทำให้ท่านแม่หันกลับมารักนางบ้าง ก็คงมีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นและหากท่านแม่ไม่ได้รักอย่างน้อยนางก็อาจจะได้พบท่านพ่ออีกที่ปรโลก
ร่างเล็กผูกคอห้อยอยู่ขื่อก่อนจะใช้เท้ายันโต๊ะไม้ที่นางใช้เหยียบเพื่อให้ตนเองผูกคอในที่สูงได้ ก่อนจะทีบโต๊ะไม้ให้ล้มลง ร่างเล็กดิ้นพร่านอย่างทุรนทุรายมือพยายามปัดป่ายที่คอเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ ใบหน้าเขียวคล้ำดวงตาเบิกโพลงแทบถลนออกมา ลิ้นจุกที่ปากก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบเสมือนเทียนในห้องของนางที่ไร้แสงสว่าง
ตุ๊บ !!
“โอ๊ย !! ทำไมเจ็บจัง” เสียงเล็กส่งเสียงออกมาในความมืด ที่คอถูกมัดแน่นดวงตาของนางเริ่มเบิกโพลงด้วยความตกใจ เหมือนกับว่าตัวเองตกจากที่สูง
“ทำไมถึงมืดแบบนี้หรือว่าฉันตายแล้ว ฉันตายแล้วจริง ๆ หรือ? ว่าแต่ทำไมยังรับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ อยู่ล่ะ ”ร่างบางกวาดสายตาจ้องมองในที่มืด ปกติห้องนอนผู้ป่วยที่เธอนอนอยู่ไม่เคยมืดสนิทเลยสักครั้ง ยิ่งอาการของเธอแย่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะปิดไฟ เธอพยายามคลำ ๆ ไปทั่วห้องและรับรู้ถึงกลิ่นอับชื้นเหม็นอับต่างจากกลิ่นที่เคยได้สูดดมในทุกวัน ที่นี่ไม่มีกลิ่นยาแม้แต่น้อย จนมือของเธอไปสะดุดกับเทียนตั้งโต๊ะ เธอไม่รอช้ารีบจุดเทียนให้แสงสว่าง ครั้นเมื่อแสงสว่างส่องให้เห็นเบื้องหน้า ร่างเล็กตกใจไปมากกว่าเดิม
“ที่นี่ที่ไหนกัน … นี่มันห้องเก็บของหยากไย่เต็มไปหมดแล้วนั่นอะไรนะ อย่าบอกนะว่านั่นคือที่นอน” สมองเริ่มประมวณผลที่เห็นเบื้องหน้า สำรวจสายตาทั่วห้องจนเห็นเชือกที่ขาดอยู่ที่ขื่อ โต๊ะไม้เก่า ๆ ที่ล้มลงราวกับภาพที่เห็นละครที่บ่อย ๆ นี่มันคือการฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ? ร่างบางทั้งตกใจทั้งระคนกลัว จู่ ๆอาการปวดหัวของเธอได้กำเริบอีกครั้ง ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมฉายวนเวียน ใจของเธอเจ็บแปลบราวกับรับรู้ความรู้สึกของเด็กหญิงคนนี้ทั้งหมด
“อึก! นี่มันความทรงจำอะไรกัน ทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้หรือว่าฉันจะตายแล้วจริง ๆ และคำขอพรของฉันได้เป็นอย่างที่ต้องการ ฮึ ฮึ เมื่อได้มีชีวิตใหม่ที่แข็งแรงอย่างนี้ฉันจะยอมตายง่าย ๆ ได้อย่างไร ต่อจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตเอาตัวรอดและพาตัวเองออกจากครอบครัวไร้ค่าเช่นนี้เอง ” หลิวหลิวหญิงสาวอายุ 30 กว่าปีเจ็บป่วยมาตั้งแต่เด็ก อยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก หากนี่คือความประสงค์ของสวรรค์เธอพร้อมแล้วที่จะใช้ชีวิตที่มีต่อจากนี้อย่างเต็มที่
‘จางอิ้งเหย่ เด็กน้อยผู้น่าสงสารในเมื่อมารดาของเธอไม่รัก พี่ชายมองว่าเธอคือตัวปัญญา ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กดีแบบนี้ คนพวกนี้ไม่เหมาะที่จะได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเช่นนี้อีก ไม่รักก็ไม่ต้องร้องขออีกต่อไป คอยดูเถอะวันหนึ่งจะสำนึกเมื่อไม่มีจางอิ้งเหย่คนนี้’ หลิวหลิวรับรู้ความทรงจำและทุกอย่างที่อิ้งเหย่เคยพบเจอเธอทั้งโกรธทั้งโมโหที่เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้รับความยุติธรรม การตายของบิดาใช่ว่าจะเป็นความผิดของเธอแต่เธอต้องถูกตำหนิด่าทอมาโดยตลอด ไม่แปลกใจที่เด็กหญิงจะคิดสั้น
ตอนที่ 6 การเปลี่ยนแปลงหลินฟงถอดใจยอมเดินจากมาอย่างหัวเสียปากต่อว่าด่าทอท่านหมอไม่หยุดหย่อน“หมู่บ้านนี้เป็นอะไรไปกันหมด ข้ายังไม่มีผื่นขึ้นเสียหน่อยก็กล่าวหาว่าข้าติดโรคจากอวิ๋นหนิงอย่างนั้นหรือ ? ไร้เหตุผลเสียจริง” เขาบ่นจนมาถึงเรือน ครั้นนั้นเองเขาเห็นภรรยาของตนเองเดินไปเดินมาหน้าเรือนใบหน้าเคร่งเครียดราวกับมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น“ท่านพี่แย่แล้วเจ้าค่ะ แย่แล้ว!!”“เกิดอะไรขึ้น!!”“ข้าไปซื้อไม้ฟืนไม่มีผู้ใดขายให้ แถมยังข้าวสารหรือของใช้ต่าง ๆ ในตลาดล้วนไม่มีผู้ใดขายให้ข้าแม้สักอีแปะเดียวเจ้าค่ะ พวกเขาทำราวกับว่าข้าเป็นตัวประหลาด หรือเพราะเรื่องอวิ๋นหนิงเจ้าคะ”อวี้เฉินรีบเข้าไปบอกสามีอย่างร้อนอกร้อนใจ นั่นหมายความว่าต่อจากนี้นางกับสามีต้องใช้ชีวิตอย่างลำบากไร้อาหารไร้ข้าวสาร หรือแม้แต่ไม้ฟืนที่ต้องใช้ทุก ๆ วัน“โธ่เว้ย ! เพราะนังอวิ๋นหนิงผู้เดียวที่ทำให้ครอบครัวเราเป็นเช่นนี้ นางช่างเป็นตัวกาลกิณีเสียจริง ตายไปแล้วยังไม่พ้นทำเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น อึก ..โอ๊ย !!” จู่ ๆ หลินฟงเกิดปวดและเสียวสันหลังวาบราวกับหลังหัก อวี้เฉินใบหน้าซีดเผือดตกใจรีบเข้าไปประคองสามีทันที“ท่านพี่เป็นอะไรไ
ตอนที่ 5 ผลการกระทำในเรือนหลังน้อยมีแสงจากเทียนสว่างไสวในยามราตรี สองแม่ลูกนั่งกินอาหารอย่างมีความสุข “กินให้เยอะ ๆ นะเจ้าคะ รุ่งเช้ามีงานให้ท่านแม่ทำเยอะเลย หากเหนื่อยก็นั่งพัก ข้าต้องการให้ท่านแม่ช่วยดูคนงานเท่านั้นไม่ต้องออกแรงมากนะเจ้าคะ เก็บแรงเอาไว้ช่วยข้าดูแลเจ้าตัวเล็ก” อวิ๋นหนิงลูบท้องเบา ๆ รอยยิ้มปรากฎขึ้นบนใบหน้า "อวิ๋นหนิงเจ้าเติบโตเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แม่คิดว่าเจ้าจะร้องไห้ฟูมฟายขี้แยเหมือนครั้งที่เจ้ายังเด็ก”“ท่านแม่ในบางครั้งข้าก็ยังเป็นเด็กในสายตาท่านแม่ แต่ข้าเองก็อยากเข้มแข็งในสายตาของบุตรของข้าเช่นอย่างท่านแม่เจ้าค่ะ” อวิ๋นหนิงรีบคีบอาหารไปใส่จานของมารดาด้วยความรัก ต่อจากนี้ชีวิตของนางได้อุทิศให้มารดาและบุตรทั้งสอง ไม่ว่าผู้ใดนางจะไม่ยอมให้มาทำร้ายทั้งสองได้หากยังมีนางอยู่ค่ำคืนยังคงหนาวเย็นแม้ว่าหิมะหยุดตกแล้ว อวิ๋นหนิงนำสินเดิมที่เป็นของใช้เครื่องประดับไปแลกแต้ม และใช้แต้มนำสิ่งของออกมาจากระบบมิติไม่ว่าจะเป็นฟูกหนานุ่ม ผ้าห่มผืนหนา ของใช้ต่าง ๆ ในเรือนแห่งนี้ และยังมีเครื่องเทศต่าง ๆ เพื่อปรุงอาหาร ยามแรกซูหนานอวี้เกิดความสงสัยในตัวของอวิ๋นหนิง ท่าทางนิ
ตอนที่ 4 หาที่อยู่ใหม่ซูหนานอวี้มารดาของซูอวิ๋นหนิงหลังจากสูญเสียสามีนางเฝ้าเลี้ยงดูบุตรสาวมาเป็นอย่างดี มอบความรักให้อย่างไม่ขาด เมื่อได้ยินว่าบุตรสาวของตนเองถูกรังแก นางแทบอยากจะถลาตัวบุกไปที่เรือนตระกูลเว่ย แต่ก็ถูกอวิ๋นหนิงห้ามเอาไว้ ให้มารดาใจเย็น ๆ เล่าทุกอย่างให้ฟัง ทว่าไม่ได้เล่าในทุก ๆ เรื่องเช่นเรื่องที่นางมิใช่อวิ๋นหนิงและทะลุมิติเข้ามา เล่าเพียงถูกครอบครัวตระกูลเว่ยหลอกใช้และเรื่องราวที่นางเคยพบเจอ และยังบอกกล่าวแผนการที่นงต้องการทำต่อจากนี้ นั่นคือการหลอกลวงคนตระกูลเว่ยและชาวบ้านว่านางตายจากโรคระบาดเพื่อพามารดาออกไปเดินทางไปหมู่บ้านอื่นที่ห่างไกลจากที่นี่สร้างตัวหาหนทางร่ำรวยเพื่อแก้แค้นคนตระกูลเว่ย“โธ่ ๆ อวิ๋นหนิงเป็นความผิดของแม่ผู้นี้เอง แม่คิดว่าซ่งเถาจะรักเจ้าด้วยใจจริง ข้าอุตส่าห์เชื่อใจมอบเจ้าให้เขาไป แต่เป็นข้าเองที่ผลักเจ้าลงนรก” อวิ๋นหนิงถอนหายใจจ้องมองมารดาที่นั่งเศร้าหมองโทษว่าเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของนาง อวิ๋นหนิงยื่นมือมาจับมือของมารดาทั้งสองข้าง“ท่านแม่นี่มิใช่ความผิดของท่านแต่เป็นความผิดของคนพวกนั้นต่างหากเล่าเจ้าคะ อย่าโทษตนเองเลย ข้าไม่ต้องการ
ตอนที่ 3 เริ่มแผนการเม็ดเหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าของอวี้เฉิน อาการที่อวิ๋นหนิงกล่าวมาเหมือนว่านางกำลังจะมีอาการนั้นขึ้นมา ช่วงสามวันที่ผ่านมา นางตื่นขึ้นมารู้วสึกปวดเมื่อยร่างกายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และนางไม่ได้รู้สึกเพียงผู้เดียวเหมือนได้ยินสามีของนางบ่นก่อนนอนและตื่นในทุก ๆ เช้า ความหวาดกลัวเริ่มก่อตัวในใจ“ไม่หรอกจะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ข้าจะไปตามหมอมารักษาเจ้า” จิตใจของอวี้เฉินว้าวุ่นร้อนรน เดินฝ่าพายุออกไปเรียกท่านหมอประจำหมู่บ้านมาตรวจร่างกาย จนได้คำตอบจากท่านหมอ มิอาจจะรักษาได้ อย่างที่อวิ่นหนิงกล่าวมา อวี้เฉินกลับเรือนอย่างร้อนใจ รีบเข้าไปหารือเรื่องนี้กับหลินฟงสามีของนาง“อะไรนะ!! อวิ๋นหนิงติดโรคร้ายอย่างนั้นหรือ? จะให้นางมาปล่อยเชื้อโรคใส่เราไม่ได้ ตอนนี้ซ่งเถายังไม่ได้ดี เราต้องมีชีวิตอยู่รอดจนกว่าบุตรชายจะได้รับตำแหน่ง รีบไล่นางออกจากเรือนเราไป อย่าให้มาตายที่นี่เด็ดขาดจะไปตายที่ใดก็ไป”“แต่ว่าท่านพี่อาการที่นางเอ่ยมานั้น เอ่อ...เริ่มแรกมีอาการปวดเมื่อยร่างกาย หลายวันมานี้เราเองก็มีอาการเช่นกันมิใช่หรือ” “ฮูหยินเจ้าคิดมาก อย่าได้เป็นกังวลเกินไปรีบจัดการขับไล่ให้นางกลับเรื


















ความคิดเห็น