Se connecterบุตรสาวคนเล็กไม่ได้รับความรัก ความห่วงใยจากมารดาทำดีแทบตายสุดท้ายได้แต่คำด่าทอบั่นทอนจิตใจ แต่เอาเถอะนั่นคือบุตรสาวคนเก่า ทว่ายามนี้มิใช่อีกต่อไป ขอตัดขาดจากตระกูลหาเลี้ยงชีพหาหนทางร่ำรวยพร้อมระบบมิติ
Voir plusบทนำ
หลิวหลิว หญิงสาวสุดแสนจะเบื่อหน่ายจากโลกปัจจุบัน นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลมาตั้งแต่เด็ก เพราะโรคร้ายในแต่ละคืนวันเฝ้าภาวนาให้ตนเองได้พบเจอชีวิตใหม่ที่มีร่างกายแข็งแรง จนวินาทีสุดท้ายที่เธอได้หายใจก็ยังภาวนาให้ตนเองได้เกิดมาในร่างกายแข็งแรงไร้โรคภัยเช่นอย่างชาตินี้
ทว่าเมื่อเธอลืมตามาอีกครั้งก็ได้เข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหญิงอายุ 15 ปี ไม่เคยได้รับความรักจากมารดาต่างจากพี่ชายที่อายุห่างกันเพียง 3 ปี ถูกแม่ประคบประหงมไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องนุ่มห่มและงานทุกอย่างในบ้านตกเป็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ต้องทำทุกอย่าง เช่นนั้นนางก็ไม่เคยได้ความรักแม้แต่น้อยมีเพียงคำด่าทอเฉกเช่นทุกวัน ความเจ็บปวดกล้ำกลืนที่ได้รับก่อให้เกิดความน้อยใจและเวทนาตนเองคิดว่าไม่มีผู้ใดในตระกูลต้องการ อยากจะรู้ว่าท่านแม่จะรักตนเองบ้างหรือไม่ ? จนร่างเล็กตัดสินใจผูกคอตายเพื่อขอความรักความเห็นใจอยากเห็นสักนิดว่ามารดาเสียใจกับการจากไปของตน สวรรค์ดลบัลดานให้หลิวหลิวเข้ามาอยู่ในร่างเด็กหญิงที่มีร่างกายแข็งแรง เพื่อเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิต พร้อมระบบมิติน้ำพุวิเศษ แปลงดินอุดมสมบูรณ์ในมิติ หลิวหลิวในร่างของเด็กหญิงดีใจที่ได้มีชีวิตอีกครั้ง เธอตั้งใจจะใช้ชีวิตนี้ให้ดีและหาทางออกไปจากบ้านโสโครกแห่งนี้ เมื่อไม่ได้รับความรัก นางก็ไม่คร่ำครวญเรียกหา ตัดสินใจลาขาดจากตระกูลขอความช่วยเหลือจากชายแปลกหน้า แม้ไม่รู้ว่าเขาคือผู้ใด สิ่งเดียวที่นางแลกได้คือของหายากที่นำมาจากมิติเพื่อให้ตนเองพ้นจากบ้านตระกูลจาง ชายแปลกหน้ายกยิ้มมุมปากอย่างสนใจ ตกปากรับคำขอของนาง ชีวิตของจางอิ้งเหย่กำลังเปลี่ยนแปลงไปเมื่อได้รับอิสระครั้งนี้
ยามโหย่ว(18.00) หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลเจียงซี หลังจากแสงดวงอาทิตย์ลับลาขอบฟ้าหมายถึงว่ายามนี้คือเวลาพักผ่อนของแต่ละเรือน บางเรือนก็พากันกินอาหารค่ำพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นเดียวกับเรือนตระกูลจาง
“ท่านแม่อาหารแม่แล้วเจ้าค่ะ วันนี้ป้าเฟยฉีให้ผักมาโชคดีจริง ๆ เลยนะเจ้าคะ” เด็กหญิงตัวน้อยถือจานผัดผักเดินเข้ามาที่โต๊ะกินอาหารของครอบครัวตระกูลจาง ทว่าเมื่อนางมาถึงสายตาของนางเหลือบไปเห็นเป็ดตุ๋นหน้าตาน่ากิน ส่งกลิ่นคละคลุ้งไปทั้งเรือน ดวงหน้าของนางคลี่ยิ้มพลันนั้นเสียงของมารดาได้ดังเข้ามาพร้อมทั้งพี่ชาย
“โชคดีอะไรของแก นังแก่นั่นมันก็แค่เอาผักเหลือกินเหลือใช้เหี่ยวจนจะเน่ามาให้นะสิ หากคิดว่านั่นคืออาหารล้ำค่าก็กินไปคนเดียวเถอะ” จางอวี่ซวนเอ่ยพลางจ้องมองในจานของอิ้งเหย่อย่างไม่ใยดี เพราะวันนี้เขามีเป็ดตุ๋นอยู่ตรงหน้าต่างหาก
“วันนี้เรือนของเรามีเรื่องน่ายินดีอันใดหรือเจ้าคะ ” อิ้งเหย่วางจานผัดผักข้าง ๆ จานเป็ดตุ๋นจ้องมองตาเป็นมันใช่ว่าจะได้กินอาหารเช่นนี้บ่อยครั้งนัก เพราะครอบครัวยากจน ตั้งแต่เสียบิดาก็มีเพียงจางฟางหรงมารดาเฝ้าเลี้ยงทั้งสองมาเพียงลำพังอดมื้อกินมื้อ
“วันสำคัญอะไรล่ะ พี่ชายของเจ้าอยากกินส่วนเจ้าไม่ต้องมองมันเลยนะ เด็กที่มีดาวหายนะอย่างเจ้าไม่สมควรจะกินอาหารดี ๆ เช่นนี้ นี่เป็นของอวี่ซวนเพียงผู้เดียว เขาต้องใช้ความคิดในการอ่านตำราเพื่อสอบขุนนางส่วนเจ้านังเด็กไร้ประโยชน์ กินผัดผักของเจ้าซ่ะ อ้อจริงสิข้าวเหลือเพียงก้นหม้อ วันนี้เจ้าไม่ต้องกิน วัน ๆ ไม่ทำอะไร เอาให้พี่ชายของเจ้ากับข้าส่วนเจ้าไปนั่งอยู่ตรงไหนก็ไปอย่ามาให้เห็นหน้า อวี่ซวนของข้าจะกินอาหารไม่อร่อย” เด็กหญิงใบหน้าพลันเปลี่ยนสี ราวกับถูกฟ้าผ่า นางพูดสิ่งใดไม่ออกหัวใจบีบตัวแน่น อวี่ซวนเหลือบมองนางคราหนึ่งทว่าสายตานั่นมิใช่ความสงสารหรือเห็นใจแต่เป็นสายตาของความสมเพชและสมน้ำหน้า
“ใช่แล้ว เป็ดจานนี้เป็นของข้า เจ้ามันไม่คู่ควรที่จะได้รับสิ่งดี ๆ เจ้ามันกาลกิณีทำให้ท่านพ่อต้องตาย หากเจ้าไม่เกิดมาท่านพ่อจะไม่ตายชีวิตของข้าก็คงไม่ต้องพบเจอเรื่องทุกข์ยากเช่นนี้ ออกไปอย่ามาให้เห็นอีก” เด็กหญิงไหล่สั่นพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา ก่อนจะยื่นมือถือจานผัดผักของตนเองกลับเข้าห้องอย่างเงียบ ๆ ปิดประตูแน่นได้ยินเสียงหัวเราะสมน้ำหน้าที่มารดากับพี่ชายพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หลังประตูปิดเด็กหญิงทรุดตัวนั่งร้องไห้เงียบ ๆ กลัวมารดาจะได้ยินและเฆี่ยนตีตน
ท้องนภายามราตรีแสงจันทราสาดส่องกระทบหน้าต่างในเรือนหลังเล็ก เด็กหญิงตัวน้อยนั่งกอดเข่าข้างหน้าต่าง เงยหน้ามองดวงจันทร์ด้วยจิตใจที่เศร้าหมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของความกล้ำกลืน เจ็บปวดสะท้านไปทั้งหัวใจเมื่อครั้นนึกถึงสีหน้าคำพูดการกระทำของมารดาที่มีต่อตนและพี่ชาย ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ท่านแม่ ข้าใช่ลูกสาวของท่านจริง ๆ นะหรือ ? เหตุใดท่านถึงได้ปฏิบัติต่อข้าต่างจากท่านพี่ หรือเพราะข้าเกิดเป็นสตรี ไม่อาจทำให้ท่านแม่มีหน้ามีตา อายุถึงขั้นออกเรือนก็ต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านสามี เพราะเช่นนี้หรือท่านแม่ถึงไม่รักข้า หรือเพราะท่านไม่เคยคิดรักข้าแต่แรกอยู่แล้ว” เสียงเล็กสะอึกสะอื้นเอ่ยถามดวงจันทร์แทนมารดาความเจ็บปวดในอกแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ หลายครั้งต่อหลายครั้งที่นางคิดว่ามารดาเพียงแต่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานจึงไม่ได้แสดงความรักให้นางแม้เพียงนิด ทว่าเมื่อนางเติบใหญ่เริ่มช่วยงานในเรือนได้ก็มิอาจจะทำให้มารดายิ้มหรือแสดงความรักให้นางเลยแม้แต่น้อย จนแอบคิดว่าตนเองเป็นบุตรสาวที่นางคลอดมาเองหรือไม่ หรือเพียงเพราะตอนที่นางยังเด็กเพราะต้องการกินผลไม้ป่าเหมือนเพื่อนบ้าน ร้องไห้โยเยจนท่านพ่อรับปากออกไปเอาให้จนพลัดตกหุบเหวลึก ทำให้ครอบครัวตระกูลจางที่พอมีพอกินกลับกลายเป็นทุกข์ยากเมื่อไร้สามีผู้นำพา
“ท่านพ่อข้าคิดถึงท่านพ่อเหลือเกินเจ้าค่ะ หรือเพราะข้าเป็นดาวหายนะจริง ๆ ถึงทำให้ท่านพ่อต้องจากไปแถมท่านแม่กับท่านพี่ทำกับเหมือนข้าเช่นนี้” เด็กหญิงตัวน้อยปาดน้ำตาลุกขึ้นเดินไปเอาเชือกไปผูกกับขื่อหากนี่จะทำให้ท่านแม่หันกลับมารักนางบ้าง ก็คงมีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นและหากท่านแม่ไม่ได้รักอย่างน้อยนางก็อาจจะได้พบท่านพ่ออีกที่ปรโลก
ร่างเล็กผูกคอห้อยอยู่ขื่อก่อนจะใช้เท้ายันโต๊ะไม้ที่นางใช้เหยียบเพื่อให้ตนเองผูกคอในที่สูงได้ ก่อนจะทีบโต๊ะไม้ให้ล้มลง ร่างเล็กดิ้นพร่านอย่างทุรนทุรายมือพยายามปัดป่ายที่คอเมื่อเริ่มขาดอากาศหายใจ ใบหน้าเขียวคล้ำดวงตาเบิกโพลงแทบถลนออกมา ลิ้นจุกที่ปากก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบเสมือนเทียนในห้องของนางที่ไร้แสงสว่าง
ตุ๊บ !!
“โอ๊ย !! ทำไมเจ็บจัง” เสียงเล็กส่งเสียงออกมาในความมืด ที่คอถูกมัดแน่นดวงตาของนางเริ่มเบิกโพลงด้วยความตกใจ เหมือนกับว่าตัวเองตกจากที่สูง
“ทำไมถึงมืดแบบนี้หรือว่าฉันตายแล้ว ฉันตายแล้วจริง ๆ หรือ? ว่าแต่ทำไมยังรับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ อยู่ล่ะ ”ร่างบางกวาดสายตาจ้องมองในที่มืด ปกติห้องนอนผู้ป่วยที่เธอนอนอยู่ไม่เคยมืดสนิทเลยสักครั้ง ยิ่งอาการของเธอแย่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะปิดไฟ เธอพยายามคลำ ๆ ไปทั่วห้องและรับรู้ถึงกลิ่นอับชื้นเหม็นอับต่างจากกลิ่นที่เคยได้สูดดมในทุกวัน ที่นี่ไม่มีกลิ่นยาแม้แต่น้อย จนมือของเธอไปสะดุดกับเทียนตั้งโต๊ะ เธอไม่รอช้ารีบจุดเทียนให้แสงสว่าง ครั้นเมื่อแสงสว่างส่องให้เห็นเบื้องหน้า ร่างเล็กตกใจไปมากกว่าเดิม
“ที่นี่ที่ไหนกัน … นี่มันห้องเก็บของหยากไย่เต็มไปหมดแล้วนั่นอะไรนะ อย่าบอกนะว่านั่นคือที่นอน” สมองเริ่มประมวณผลที่เห็นเบื้องหน้า สำรวจสายตาทั่วห้องจนเห็นเชือกที่ขาดอยู่ที่ขื่อ โต๊ะไม้เก่า ๆ ที่ล้มลงราวกับภาพที่เห็นละครที่บ่อย ๆ นี่มันคือการฆ่าตัวตายไม่ใช่หรือ? ร่างบางทั้งตกใจทั้งระคนกลัว จู่ ๆอาการปวดหัวของเธอได้กำเริบอีกครั้ง ภาพความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมฉายวนเวียน ใจของเธอเจ็บแปลบราวกับรับรู้ความรู้สึกของเด็กหญิงคนนี้ทั้งหมด
“อึก! นี่มันความทรงจำอะไรกัน ทำไมถึงเจ็บปวดแบบนี้หรือว่าฉันจะตายแล้วจริง ๆ และคำขอพรของฉันได้เป็นอย่างที่ต้องการ ฮึ ฮึ เมื่อได้มีชีวิตใหม่ที่แข็งแรงอย่างนี้ฉันจะยอมตายง่าย ๆ ได้อย่างไร ต่อจากนี้ฉันจะใช้ชีวิตเอาตัวรอดและพาตัวเองออกจากครอบครัวไร้ค่าเช่นนี้เอง ” หลิวหลิวหญิงสาวอายุ 30 กว่าปีเจ็บป่วยมาตั้งแต่เด็ก อยู่ที่โรงพยาบาลมากกว่าอยู่ที่บ้านเสียอีก หากนี่คือความประสงค์ของสวรรค์เธอพร้อมแล้วที่จะใช้ชีวิตที่มีต่อจากนี้อย่างเต็มที่
‘จางอิ้งเหย่ เด็กน้อยผู้น่าสงสารในเมื่อมารดาของเธอไม่รัก พี่ชายมองว่าเธอคือตัวปัญญา ทั้ง ๆ ที่เป็นเด็กดีแบบนี้ คนพวกนี้ไม่เหมาะที่จะได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเช่นนี้อีก ไม่รักก็ไม่ต้องร้องขออีกต่อไป คอยดูเถอะวันหนึ่งจะสำนึกเมื่อไม่มีจางอิ้งเหย่คนนี้’ หลิวหลิวรับรู้ความทรงจำและทุกอย่างที่อิ้งเหย่เคยพบเจอเธอทั้งโกรธทั้งโมโหที่เด็กน้อยคนนี้ไม่ได้รับความยุติธรรม การตายของบิดาใช่ว่าจะเป็นความผิดของเธอแต่เธอต้องถูกตำหนิด่าทอมาโดยตลอด ไม่แปลกใจที่เด็กหญิงจะคิดสั้น
ตอนที่ 24 ทำตามสัจจะวาจาส่วนลี่หง นางเดินผ่านโรงเตี๊ยมได้หันไปมองเช่นเดียวกันกับแม่สามี สายตาของนางประสานกันกับอวิ๋นหนิง อวิ๋นหนิงเหมือนเฝ้ารอเวลานี้ นางเห็นสภาพของคุณหนูผู้สูงส่งที่ยามนี้ร่างกายเต็มไปด้วยของเน่าเสีย ที่ศีรษะถูกก้อนหินของชาวบ้านขว้างใส่เลือดไหลอาบใบหน้า นางแสยะยิ้มเมื่อเห็นลี่หงมองมา ยามนี้ทุกอย่างได้จบสิ้นลงแล้ว ความแค้นการแก้แค้นของนางได้ชำระล้าง คนชั่วได้รับผลกรรมของตนเอง นางมองทุกคนอย่างมีความสุขก่อนจะเดินกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม ต่อจากนี้นางไม่ต้องกังวลสิ่งใดอีกแล้ว และโชคดีอีกอย่างที่ลั่วเสวี่ยหยางได้ช่วยซูหลี่เหม่ยเอาไว้ นางเกือบถูกจับไปประหารเก้าชั่วโคตรเพราะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเว่ยซ่งเถา แต่ลั่วเสวี่ยหยางเป็นคนที่ทูลฝ่าบาทในความดีและเรื่องนี้หากไม่ได้อวิ๋นหนิงเขามิอาจจะปกป้องบัลลังก์และช่วยเหลือฮ่องเต้ได้ อีกทั้งอวิ๋นหนิงแยกทางกับเว่ยซ่งเถาตั้งแต่นางตั้งท้องอ่อน ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ ไม่มีความรักความผูกพันใด ๆ จากสายเลือด แถมอวิ๋นหนิงยังได้รับศักดินาให้เป็นท่านหญิงเพราะทำความดีให้แก่แผ่นดิน หลายวันต่อมา เรือนตระกูลซู“ท่านแม่เจ้าคะ ท่าน
ตอนที่ 23 จับกบฏ3 วันต่อมา เว่ยซ่งเถากับรองแม่ทัพเริ่มสร้างสถานการณ์ให้แม่ทัพใหญ่ติดกับและออกไปข้างนอกวังหลวง ลั่วเสวี่ยหยางที่รู้เรื่องแผนการจึงทำเป็นไม่รู้และออกไปตามที่ทั้งสองต้องการ ไม่นานจากนั้น กองทหารหลายพันนายบุกล้อมวังหลวงเอาไว้แน่นหนา “ท่านพ่อขอรับยามนี้กองกำลังของเราเคลื่อนตัวอ้อมวังหลวงไว้หมดแล้ว องค์ชายห้าอยู่ที่ใดขอรับ”“คงอีกไม่นานก็ปรากฏตัวแต่น่าแปลกเหตุใดวันนี้วังหลวงถึงได้เงียบเช่นนี้” รองแม่ทัพเริ่มผิดสังเกตุเขาเห็นเพียงทหารยามไม่กี่คนแถมตำหนักของฮ่องเต้เงียบราวกับไม่มีผู้คนอาศัยอยู่“นี่ก็ยามสามแล้วขอรับไม่แปลกที่จะเงียบสงัด มาแล้วขอรับนั่นองค์ชายห้ามาแล้วขอรับ” ซ่งเถาเห็นองค์ชายห้าบุกเข้าตำหนักของฮ่องเต้ เขากับรองแม่ทัพที่แฝงตัวอยู่รีบวิ่งตามแผ่นหลังเข้าไปด้านในเพื่อหนุนกำลังหากเกิดการนองเลือดเขาทั้งสองก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างองค์ชายห้า นี่คือการยอมเอาชีวิตเข้าแลกหากชนะหมายถึงอำนาจและความมั่นคงในชีวิตและความคิดของซ่งเถาคือความชนะเท่านั้น เขามั่นใจเหลือเกินหากแม่ทัพใหญ่รู้เรื่องก็มิอาจจะกลับมาช่วยทัน เพราะยามนี้เขาคงกำลังอยู่ที่แดนใต้ของแคว้น ก่อ
ตอนที่ 22 นางคือคนของข้าตึง !! “หากก้าวเข้ามาแม้เพียงก้าวแตะต้องนายหญิงของข้าแม้แต่ปลายนิ้ว ดาบในมือของข้าอาจจะอยู่บนคอของท่านอย่างไม่ทันที่ท่านจะกระพริบตาด้วยซ้ำ” “บังอาจนักไม่รู้หรือว่าข้าเป็นผู้ใด” ซ่งเถาวันนี้เขาไม่ได้โง่เดินทางมาที่นี่เพียงลำพังยังมีคนของเขาที่แฝงเข้ามา เมื่อเอ่ยจบชายฉกรรจ์สามสี่คนก็กระโดดเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าของซ่งเถา “วันนี้เจ้าจะช่วยเหลือบิดาข้าหรือไม่ หากไม่ยอมอย่าหาว่าข้าเลวร้ายต่อเจ้า” ในสถานการณ์ตึงเครียดตงเหอแม้จะมีฝีมือแต่เมื่อมองดูคนของซ่งเถาก็ดูเหมือนว่าจะเป็นนักฆ่ามีฝีมือฉกาจทั้งนั้น หากจะเรียกคนของตนยามนี้ก็มิใช่เรื่องยากทว่าหากเขายกดาบลงก็อาจจะทำให้อีกฝ่ายจู่โจมเข้ามาจับกุมนายหญิงได้แปะ แปะ แปะ “ไม่คิดเลยการมาที่โรงยาวันนี้จะได้เห็นสถานการณ์น่าตื่นเต้นเช่นนี้”ลั่วเสวี่ยหยางเดินเข้ามาอย่างองอาจไม่หวาดกลัวแม้สถานการณ์ตรงหน้าจะเกิดการต่อสู้ขึ้น เขาปรบมือรัว ๆ เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของอวิ๋นหนิงพร้อมยกมือโอบบ่าของนางแสดงถึงความเป็นเจ้าของ “เอาสิแสดงต่อสิข้าจะดู แต่เดี๋ยวนะเมื่อครู่ข้าได้ยินว่าเจ้าจะพาตัวนายหญิงซูไปหรือ ? แต่เสียใจด้วยนะ สตรีนา
ตอนที่ 21 ความโลภของบุรุษห้องพักของลี่หง"กรี้ด !!! ทำไม ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ นังนั่นมันมีดีอะไรเหตุใดข้าทำอะไรมันไม่ได้สักอย่าง แถมยังทำให้ท่านพ่อตำหนิข้าอีก คอยดูเถอะข้าออกไปจากห้องได้เมื่อไหร่ข้าจะจัดการกับนางด้วยมือของข้าเอง" เสียงเอะอะโวยวาย เสียงของที่ถูกขว้างลงพื้น ทำให้สาวใช้มิอาจจะโผล่หน้าเข้าไปแม้แต่ผู้เดียว จนกระทั้งซ่งเถามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโมโหเมื่อก้าวเท้าผ่านธรณีประตูเข้าไปด้านใน “ก่อนจะจัดการผู้อื่นเจ้าจงจัดการตนเองให้ได้เสียก่อน นี่นะหรือสตรีที่เอ่ยรักข้า แต่เจ้ากลับไม่เชื่อใจข้าทั้ง ๆ ที่นอนเตียงเดียวกันทุกคืน เจ้าบังอาจส่งคนไปสอดแนมและเฝ้าตามข้าทุกฝีก้าว ช่างผิดหวังนัก” ซ่งเถาเดินเข้าไปใกล้ยื่นมือไปบีบคางของนางให้เงยมองหน้าเขา พลางเอ่ยเสียงเย็นชาทำให้ผู้ที่ได้ยินเย็นยะเยือกไปทั้งตัว “หากท่านพี่ไม่ไปหามัน ข้าก็คงไม่ให้คนของข้าตามไปดู คิดว่าข้าโง่หรือเจ้าคะ ท่านพี่ไปหามันไปหาบุตรสาวของท่าน ?”“ข้าไม่ได้เห็นเจ้าโง่ แต่ข้ามองเห็นผลประโยชน์คนเช่นข้าไม่เคยเชื่อเรื่องความรัก ชีวิตของข้ามีเพียงอำนาจเงินตรา ความมั่งคั่งเท่านั้น หากเจ้ายังเป












commentaires