LOGINจากท่านหญิงธิดาอ๋องผู้สูงศักดิ์ ชะตาชีวิตผกผันจนต้องกลายเป็นนักโทษประหารทว่านั่นไม่น่าแปลกแต่อย่างใด ที่น่าแปลกกว่าก็คือ นางที่สมควรตายไปแล้ว กลับกลายเป็นสตรชนบท ทั้งยังได้สามีและลูกฝาแฝดมาอีกด้วย เรื่องราวความวุ่นวายที่ชวนหัวจึงบังเกิดขึ้น
View More“ที่แม่พูดไปฟังเข้าใจไหม” เยว่อวิ๋นถามซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเหลอหลาของบุตรสาว“ขะ... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็กตอบรับ“เยว่ซื่อ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร มิน่าบุตรสาวเจ้าถึงติดนิสัยชอบโกหก นั่นเป็นเพราะเจ้าเอาแต่ให้ท้ายนางอย่างไรเล่า” จั๋วเหมียวกล่าวพลางตบโต๊ะข้างมือเสียงดังปัง“เจ้าลองพูดอีกคำสิ” เยว
“เมื่อมีการฟ้องร้อง ขุนนางท่านนั้นจึงเปิดศาลไต่สวนทั้งคู่ เถ้าแก่กล่าวหาว่าหญิงชราขโมยของของตน ครั้นหญิงชราก็ปฏิเสธว่านางมิได้กระทำ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดของตนมาหักล้างเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของตัวเอง แล้วอาจารย์ทั้งสองเล่าคิดเห็นอย่างไร”คิดเห็นอย่างไร?คำถามถูกเอ่ย ซูจี๋กับจั๋วเหมียวต่างมีสีหน้าเค
“ในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีวีรสตรีมากมายที่ฝากนามจารึกสู่ชนรุ่นหลัง ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก ก็ไทเฮาเต๋อหนิงที่ขึ้นว่าราชการหลังม่านช่วยเหลือฮ่องเต้ไท่ผิงหลังสิ้นฮ่องเต้หย่งชางนั่นอย่างไรเล่า”ปกติบรรดาบรรดาบัณฑิตไม่ว่าสมัยไหนก็มักกีดกันสตรี ทว่ากับไทเฮาเต๋อหนิงผู้นี้กลับแตกต่างออกไ
“เสี่ยวอวี้อย่าร้องนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้วลูกไม่ต้องกลัว”น้ำเสียงปลอบประโลมรวมถึงฝ่ามือที่ตบลงมาบนหลังอย่างอ่อนโยนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เจ้าซาลาเปาน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยความไม่เป็นธรรมและการกดดันมานาน พลันร้องร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ทันที ชั่วขณะนั้นห้องเรียนมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ราวกับจะขาดใจดังก้องไปทั
หลายปีหลังจากนั้น พวกเขาปะทะกับพวกฉู่กุ้ยเฟยมาโดยตลอด เด็กน้อยสามคนผ่านวันคืนมาอย่างยากลำบาก พวกเขาโอบกอดกันและกันก้าวข้ามผ่านอุปสรรควันเวลาหมุนผ่านไป จีฟ่านสูญเสียครอบครัวกลายเป็นขันที องค์หญิงใหญ่กับฮ่องเต้ก็เสียพระมารดาผู้ให้กำเนิด ในที่สุดก็สามารถเอาคว้าเอาชัยชนะมาไว้ในกำมือ กล้ายเป็นผู้ชนะที่ก
ในขณะที่เยว่อวิ๋นครุ่นคิดให้กำลังใจคนสกุลสวีนั้น นางไม่ได้นึกเลยว่าสิ่งที่ตนคาดเดาจะเกิดขึ้นไวทันตาเห็นขนาดนี้เพราะเพียงไม่กี่วันต่อมาหลังจากวันนั้น ข่าวเรื่องที่สวีหยินได้รับการปล่อยตัวก็ถูกส่งมาจากเมืองหลวง“ไม่มีใครรู้ว่าทำไมจู่ๆ ฝ่าบาท ถึงทรงมีรับสั่งให้ปล่อยตัวสวีหยินอย่างกระทันหัน แต่ว่าที่สา
ก่อนที่จะเดินทางมาเข้าเฝ้า สวีหยินก็รู้อยู่แล้วว่าราชโองเรียกตัวของฮ่องเต้ในคราวนี้ มากน้อยย่อมมีความเกี่ยวพันถึงข้อพิพาทระหว่างเขากับองค์หญิงใหญ่และหอยาหงจือหลินเหตุการณ์ที่ผ่านมาใช่ว่าสวีหยินไม่เสียใจ เขาในยามนี้นึกเสียใจจนลำไส้เป็นเขียวแล้วด้วยซ้ำ ทว่าต่อให้ภายในใจจะรู้สึกย่ำแย่แค่ไหน สวีหยินก็ท
ในเวลาช่วงสั้นๆ องค์หญิงใหญ่ที่เดิมทีเปรียบประหนึ่งตะเกียงไฟใกล้สิ้นแสง ก็กลับมาลุกโชนสว่างสดใสราวกับฟื้นคืนชีพกระนั้น เรื่องนี้ทำให้บรรดาคนรอบตัวมู่หรงเซียนยินดีอย่างยิ่ง พวกเขาทุกคนจึงไม่มีใครคัดค้านที่ผู้เป็นนายไม่คิดจะกลับเมืองหลวงในเร็ววันเพียงแต่น่าเสียดาย วันเวลาอันสุขสงบที่ว่านั้นกลับไม่ได้


















Ratings
reviewsMore