Share

บทที่ 5

last update Petsa ng paglalathala: 2025-09-08 08:00:50

5

เข้ากองวันแรก

วันรุ่งขึ้น ซึ่งเป็นวันแรกของการถ่ายทำมาถึง แต่แทนที่ฉันจะได้สวมบทแม่ยังสาวและร้องห่มร้องไห้ในฉากแสนสะเทือนใจ กลับกลายเป็นว่าต้องมานั่ง รอ...รอ...และก็รอ เฮ้อ...

สาเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน ดีนี่ ดาราผู้รับบทช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงวัยที่มีบทมากที่สุด มาสายกว่าชั่วโมง สีหน้าเธอดูเหนื่อยล้า และซีดเผือดเหมือนยังไม่ได้นอน

ผู้จัดการของเธอก็เอาแต่พ่นคำหยาบออกมา แม้แต่ฉันที่ได้ยินยังรำคาญหู โวยวายเรื่องสคริปต์ เรื่องฉาก เรื่องตารางถ่ายทำที่แน่นเกินไป ฉันที่นั่งฟังเงียบ ๆ พานนึกในใจว่าไม่ใช่ที่ดีนี่ไม่พร้อมหรอก น่าจะเป็นผู้จัดการของเธอต่างหากที่ไม่พร้อมจะทำหน้าที่นี้

ฉันยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้เพื่อรอคิวถ่าย แต่...ดีนี่แสดงได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ผ่านไปเทคแล้วเทคเล่าเกือบยี่สิบรอบ ผู้กำกับเริ่มถอนหายใจแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทีมไฟ ทีมกล้องเริ่มเบือนสายตาจากจอมอนิเตอร์ หันมามองหน้ากันแทน

และคิวของฉันก็ถูกเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ แต่ที่น่าหนักใจกว่า คือดีนี่เริ่มร้องไห้หนัก เธอนั่งขดตัวอยู่มุมห้องจนไม่มีใครกล้าเข้าไปหา

แต่ว่านะ...ฉันรู้ถึงความรู้สึกนั้นดี ความรู้สึกที่ต้องอยู่ในแสงไฟ ทั้งที่ใจเต็มไปด้วยความกลัวและเสียงวิจารณ์ดังก้องอยู่ในหัวไม่หยุด ราวกับกำลังเห็นตัวเองเมื่อในอดีตที่ขมขื่น ฉันทนดูภาพแบบนี้ไม่ได้หรอก จึงเดินเข้าไปหาเธอช้า ๆ

“ดีนี่ พี่ขอนั่งด้วยได้ไหม” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงบางเบา เธอเงยหน้ามองฉันช้า ๆ น้ำตาเอ่อล้นไปทั้งนัยน์ตา

“ขอโทษค่ะพี่มิ้น หนูแสดงไม่ได้เลย...หนูควรถอนตัวดีไหมคะ”

“พี่รู้...ว่ามันยาก” ฉันพูดอย่างอ่อนโยนด้วยความเข้าใจ

“จริงเหรอคะ?” ดีนี่เงยหน้ามองฉัน

“จริงสิ ตอนพี่เข้าวงการใหม่ ๆ พี่จำได้เลยว่า ต้องเข้าซีนร้องไห้เพราะโดนแม่ตบต่อหน้าคนทั้งตลาด พี่ถ่ายเทกไปยี่สิบกว่าเทกแน่ะ ร้องไห้ไม่ออกดูปลอมมาก คนในกองก็เริ่มมองแรง ใจพี่แทบอยากจะวิ่งออกจากกองไปเลยนะตอนนั้น”

“พี่ดูไม่เหมือนคนที่เคยแสดงแย่ขนาดนั้นเลยนะคะ” ดีนี่พูดพลางสะอื้นเบา ๆ

“ฮ่า...เพราะพี่ผ่านมันมาแล้วไง เลยอยากให้น้องดีนี่ผ่านมันให้ได้เหมือนกัน”

“แต่...ทุกคนเอาแต่หนูไปเทียบกับพี่ หนูกดดันมากเลยค่ะ” ฉันถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะวางมือบนไหล่ของเธอ

“ดีนี่ฟังพี่นะ ตอนนี้น้องควรโฟกัสบทรุ้งที่ได้รับ แค่เป็นรุ้งที่น้องสร้างขึ้นมาจากหัวใจตัวเอง พี่อยากดูน้องในแบบที่ไม่มีใครเหมือน ไม่ต้องดีกว่าใคร เก่งกว่าใคร แค่เป็นตัวเองก็พอ มะ...ลองต่อบทกับพี่ เดี๋ยวพี่คนนี้จะชี้แนะบางอย่างให้เอง”

ฉันช่วยดีนี่ซ้อมบท บอกเทคนิคเล็ก ๆ ที่เคยใช้เวลาเล่นฉากยาก ๆ พยายามชี้ให้เธอเห็นว่าการแสดงไม่ใช่เรื่องของความสมบูรณ์แบบ แต่มันคือการถ่ายทอดอารมณ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความเข้าใจในบท

“แอคชั่น!” การถ่ายทำเริ่มขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศในกองเงียบสนิท ดีนี่ที่ยืนอยู่กลางฉาก เสียงสั่น ๆ ของเธอเริ่มเอ่ยออกมา

“แม่...หนูขอโทษ หนูไม่เคยเข้าใจเลย ว่าทำไมแม่ถึงต้องเสียสละขนาดนั้น” น้ำเสียงเธออัดแน่นไปด้วยอารมณ์ ดวงตาแดงก่ำที่ไม่ได้เกิดจากการร้องไห้ แต่มันคืออาการของคนที่อินกับบทอย่างแท้จริง

“คัต!” เสียงของผู้กำกับดังขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือเกรียวกราวไปทั่วกอง ผู้กำกับหันมาทางฉันด้วยสีหน้ายิ้มปริ่ม

“ขอบคุณนะ ถ้าไม่มีน้องมิ้นวันนี้ พี่คงไม่ได้ซีนนี้แน่ ๆ”

“ไม่ใช่เพราะมิ้นหรอกค่ะ น้องดีนี่ต่างหากที่เรียนรู้ได้ไว มิ้นแค่สอนทริคเล็กน้อย น้องก็นำมาปรับใช้ได้รวดเร็วเลย อนาคตไกลแน่นอนค่ะคนนี้” ฉันยิ้มตอบ และทุกคนก็ยิ้มตามกันทั้งกอง

(ห้องพักส่วนตัวนักแสดง)

ในส่วนซีนของฉัน ฉันใช้เวลาถ่ายทำไม่นานก็เสร็จ พอเลิกกอง ฉันก็นั่งเช็ดหน้าลบเครื่องสำอางที่หนาเตอะเพื่อทำให้ดูแก่เกินวัยตามบท ซึ่งคงต้องใช้เวลาพอควร แต่แล้ว...พี่แทนก็เดินเข้ามาในห้องพลางยกยิ้มมุมปาก

“วันนี้เก่งมากครับ” พี่แทนพูดขณะที่ยืนพิงประตูอย่างสบาย ๆ ฉันหันไปสบตากับเขาผ่านกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะรีบก้มหน้าลบลิปสติกที่เริ่มเลอะขอบปากเพราะอาย

“มะ...มิ้นแค่ช่วยดีนี่นิดหน่อยเองค่ะ ไม่ได้เก่งอะไรหรอก”

“นิดหน่อย? ไม่หรอกมิ้น พวกเขาผ่านซีนสำคัญได้เพราะหนูเลยนะ” พี่แทนพูดเสียงเรียบแฝงด้วยความจริงใจ

“ก็แค่เตือนสติน้องให้ไม่เครียดเกินไปเท่านั้นค่ะ” ฉันพูดขณะมองเงาสะท้อนของเขาที่ยังคงมองฉันผ่านกระจก ก่อนเขาจะเดินเข้ามาใกล้ฉัน พร้อมกับลากเก้าอี้มานั่งใกล้ ๆ ทำเอาใจเต้นไปหมด

“แล้ววันนี้ เหนื่อยไหมครับ” เสียงทุ้มละมุนเอ่ยถาม โอ๊ยไม่ไหวชอบเขาอ่ะ

ฉันเงยหน้าขึ้น มองเขาเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะแก้เขิน

“เหนื่อยค่ะ แต่ก็รู้สึกดีนะคะ ที่ได้ช่วยทำให้กองไม่ล่มตั้งแต่วันแรกเนี่ย”

“นั่นสินะ พี่เองก็เกือบแย่ครับ นึกว่าเรื่องที่เขียนจะพังซะแล้ว”

“มีมิ้นอยู่ หนูช่วยพี่แทนเต็มร้อยแน่นอนค่ะ” ฉันหันไปเผยรอยยิ้มอย่างจริงใจให้เขา

“ว่าแต่ มิ้นชอบเล่นซีนแม่ลูกเหรอครับ” จู่ ๆ เขาก็เอ่ยถาม

“มิ้นชอบเล่นบทตัวประกอบค่ะ ส่วนบทแม่มีแต่พี่นั่นแหละยัดให้ไม่ใช่รึไงกันคะ” ฉันขมวดคิ้ว มองพี่แทนอย่างไม่เข้าใจว่าถามจริงหรือแซวเล่นกัน

“นั่นสิเนาะ ในเมื่อพี่ชอบยัดบทให้หนูแบบนี้ เมื่อไหร่บทที่พี่ยัดไปให้ อย่างเรื่อง ‘รอยยิ้มของตัวจริง’ มิ้นจะตอบตกลงล่ะ”

“เรื่องนั้นมัน...หนูยังไม่พร้อมค่ะ” ฉันถึงกับชะงัก เมื่อนึกถึงบทนำที่ราวกับบทตัวเอกนั่น มันยังทำให้ฉันกลัวอยู่เลยนะสิ

พี่แทนเลิกคิ้ว แต่กลับไม่พูดอะไรอีก นอกจากยิ้มละมุนให้แล้วเดินออกจากห้องไป ฉันมองตามเขาจบแผ่นหลังนั้นลับตา

แต่ก็นะ...แม้เขาจะยิ้ม แต่นัยน์ตาเขายังคงฉายความคาดหวังมาที่ฉันเสมอ ราวกับเขาพร้อมพยายามที่จะจุดไฟในตัวฉันที่มันมอดดับไปนานแล้ว

“เฮ้อ...เช็ดหน้าเสร็จสักที” ฉันบ่นพึมพำเพราะกว่าจะเช็ดเครื่องสำอางก็ใช้เวลาพอควร ถ้าไม่ติดว่าพี่เนยป่วยป่านนี้คงกลับไปนอนอยู่ที่คอนโดสบายใจเฉิบแล้วล่ะ ช่างแต่งหน้าในกองก็วุ่นวาย จนฉันขอปลีกตัวมาทำเองให้ เพื่อลดภาระให้พวกเขา

แต่เอาเถอะมีอะไรมันก็ต้องช่วย ๆ กันไป ในฐานะที่ฉันก็ค่าตัวสูงที่สุดในนี้อยู่แล้ว ต้องแสดงความคุ้มค่าที่จ้างสักหน่อย

ฉันเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงยีนต์ พร้อมจะกลับคอนโดแล้วล่ะ หลังจากหยิบกระเป๋าเดินออกจากห้อง เสียงดีนี่ก็เรียกตามหลังมา

“พี่มิ้น” ฉันหันไปมองดีนี่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง

“มีอะไรเหรอดีนี่” ฉันหันไปมองด้วยรอยยิ้ม เธอลังเลเล็กน้อย มองซ้ายมองขวา ก่อนจะทำให้สิ่งที่ฉันคิดไม่ถึง เธอก้าวเข้ามากอดฉันแน่น ตัวสั่นนิด ๆ เล่นเอาฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือลูบหัวเธอเบา ๆ

“เป็นอะไรเด็กน้อย”

“ขอบคุณนะคะ สำหรับวันนี้ ถ้าพี่มิ้นไม่เดินเข้ามาหาหนู หนูคงร้องไห้จนถอนตัวแน่ๆ”

“ไม่หรอกน่า น้องดีนี่แค่หลงทาง พี่ก็แค่ยื่นมือดึงน้องขึ้นมาเท่านั้นเอง จริง ๆ น้องเป็นคนเก่งมากนะคะ มั่นใจในตัวเองหน่อย”

“แต่พี่ไม่ใช่แค่ช่วยหนูนะ พี่ให้กำลังใจหนูแบบที่ไม่มีใครให้มาก่อน” น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นเครืออีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “ตอนแรกหนูกลัวพี่มาก กลัวโดนเปรียบเทียบ กลัวโดนต่อว่า แต่วันนี้หนูไม่กลัวแล้วค่ะ หนูแค่อยากแสดงให้ได้เหมือนที่พี่ทำได้” ฉันยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว มือยังคงลูบหัวเธอเบา ๆ เหมือนปลอบเด็กน้อย

“เก่งมากที่คิดแบบนี้ได้ ไม่สิจริง ๆ น้องดีนี่เป็นคนเก่งนะเพียงแต่...”

“คะ?” เธอเงยหน้ามองฉันอยากสงสัย

“คนรอบตัวน้องดีนี่ไม่ค่อยเหมาะกับน้องเท่าไหร่ ลองเก็บไปคิดนะ” ฉันพูดอ้อม ๆ ให้น้องเขาคิดเอง เพราะจากที่ดู การที่น้องไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนี้ น่าจะเกิดจากผู้จัดการส่วนตัวกดดันเธอมากเกินไป

“ค่ะ หนูก็คิดแบบนั้นมาตลอด พี่มิ้นคะ...”

“หืม?”

“เรามาเป็นพี่น้องกันจริง ๆ ได้ไหมคะ...พี่มิ้น” นัยน์ตาใสมองมาที่ฉันประกายวาววับ ทำเอาฉันหัวเราะออกมาเบาๆ “เราไม่ใช่คนเดียวกับเหรอ คุณรุ้งวัยรุ่น” เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมา

“พี่สาวดีกว่าค่ะ จะได้กอดกันได้ไม่ต้องเขิน”

“งั้นพี่ของมีสิทธิ์งอแงด้วยนะคะ ถ้าเมื่อไหร่ที่พี่โดนด่า พี่จะมาหาน้องดีนี่ก่อนเลยค่ะ ฮ่า...” ฉันยิ้มก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่น

“ตกลงค่ะ พี่สาว” เธอยิ้มกว้างอย่างจริงใจ น่าจะเป็นยิ้มที่กว้างที่สุดเท่าที่ฉันเห็นน้องเขาในกองแล้วล่ะ

เฮ้อ...บางที่วงการบันเทิงที่โหดร้าย ก็มีมุมที่อบอุ่นอยู่เหมือนกันสินะ

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 49

    “ผมเองก็ขอบคุณที่ทุกคนเข้าใจความรักของเรามากครับ พวกเราแค่อยากออกมาพูดให้ทุกคนเห็นว่า นี่คือความรักที่ไม่มีบทใด ๆ เราแค่อยากจริงใจ ซื่อสัตย์ต่อแฟนคลับและตัวเองเท่านั้น หวังว่าทุกคนจะมอบความรักให้พวกเราอย่างเคยนะครับ”“ยิ่งฟังยิ่งรับรู้ถึงความจริงใจที่คุณแทนและคุณมิ้นพูดออกมาเลยนะคะเนี่ย ฉันเชื่อว่าท

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 48

    ห้องรับรองหลังฉากในสตูดิโอรายการ ‘4 แซ่บบันเทิง’ แม้จะเย็นฉ่ำจากแอร์ แต่มันก็ไม่สามารถดับความประหม่าในใจฉันได้เลยสักนิด“พี่...แน่ใจเหรอ ว่าเราควรมานั่งให้สัมภาษณ์แบบนี้ มันจะไม่โหนกระแสไปหน่อยเหรอคะ” ฉันหันไปกระซิบถามพี่แทนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลางจับมือเขาแน่นจนชื้นเหงื่อ“แน่ใจสิครับ ไหน ๆ ก็เปิดตั

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 47

    “เริ่ม...อะไรคะ”“ดูในโซเชียลสิ”ฉันมองเขาตากะพริบ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาเปิด ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้นัยน์ตาฉันถึงกับค้างไปแล้วล่ะเทรนด์ในโซเชียลตอนนี้กำลังร้อนระอุเป็นไฟ#คู่จิ้น(ไม่)คู่จริง(ใช่)#แทนมิ้นคู่จริง#รอยยิ้มของตัวจริงแถมคอมเมนต์ก็ไปทางเดียวกันอย่างเอกฉันท์‘ว่าแล้วแทนมิ้นต้องมีซั

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 46

    นาฬิกาชีวิตปลุกให้ฉันตื่นขึ้นอัตโนมัติ กิจกรรมร่วมรักบนเตียงเมื่อคืนส่งผลให้ความปวดร้าว หนักหน่วงคืบคลานไปทั่วร่างแม้จะตื่นขึ้นมาแล้ว แต่ฉันก็ยังขยับตัวลำบาก เนื่องจากสองแขนแกร่งของคนนอนข้างกายยังคงรัดแน่นไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวว่าฉันจะหนีหายไปพี่แทนยังคงหลับสนิท ฉันหันไปจ้องหน้าเขาชัด ๆ ยิ่งมองยิ่ง

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 45

    พี่แทนกางเรียวขาทั้งสองข้างฉันออก พลางหลุบตาลงมองกึ่งกายฉันด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยกามารมณ์เต็มที่ เขาเลียริมฝีปากของเขาให้ฉันเห็น ก่อนจะฝังใบหน้าลงไปตำแหน่งนั้น ปลายลิ้นร้อนลากผ่านกลีบอวบฉ่ำของฉันไปมา เน้นย้ำเม็ดทับทิมจนทำให้ร่างกายฉันกระตุกยกสะโพกตอบรับทุกสัมผัสของเขา สองมือฉันกอบกุมหัวเขาไว้กดมันแ

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 44

    ฉันยังชันเข่าอยู่ตรงหน้าเขาแบบนั้น แต่อารมณ์ในตอนนี้ไม่ใช่แค่นั่งเฉย ๆ อีกต่อไป สองเราลูบไล้และทอดนัยน์ตายั่วยวนกันและกัน โดยไม่มีใครยอมใครมือฉันแนบอยู่บนอกแกร่ง มือเขาแนบอยู่ที่แผ่นหลังฉัน พลางไล้นิ้วไปตามสันหลังก่อนจะหยุดตรงกลางหลังแล้วพยายามเร่งโน้มตัวฉันลงไปอีก แต่ฉันไม่ยอมหรอก“จะรีบร้อนทำไมคะ

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 33

    เช้าวันถัดมา คลื่นพายุลูกเก่าดับไป คลื่นลูกใหม่ก็เกิดขึ้น มีแอคหลุมแอคใหม่กำเนิดขึ้น ปล่อยคลิปที่ไม่มีการตัดต่อใด ๆ โชว์ภาพเต็ม ๆ เป็นคลิปที่วาววาหงุดหงิดเพราะร้อน และถ่ายได้ไม่ดีนัก เธอปัดขวดน้ำตกกระจายใส่สตาฟ และเสียงฉันที่ชัดเจนว่ากำลังเข้าไปช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้‘ถ้าน้องวาววาไม่ไหว เดี๋ยวพี่ข

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 28

    แต่...ยิ่งหนียิ่งกระตุ้นให้เสือขยุ้มหนัก ฉันได้ยินเสียงกุกกักดังไปมา จากนั้นก็รับรู้ได้ถึงสองมือแกร่งของเขายกสะโพกฉันให้โก่งขึ้น จับขาฉันล็อกไว้แน่นไม่ให้ขยับไปไหน ในเสี้ยววินาทีที่ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างแทรกเข้ามาในกึ่งกายฉัน“อ่ะ...เบา ๆ สิคะ มันเจ็บ...”“ทนหน่อยนะ ต่อไปหนูต้องเจอแบบนี้บ่อยอ

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 23

    [TAN PART] (ณ บริษัทโปรดักชันสำนักงานใหญ่)ภายในห้องของผู้อำนวยการที่เงียบสงัด ผมยังคงนั่งอยู่ตรงหน้าโน้ตบุ๊ค แต่หน้าจอไม่ได้เปิดบทละครอย่างเคยแต่...เป็นฟีดข่าวที่กำลังมาแรงในโซเชียลเมื่อหลายชั่วโมงก่อน‘เคมีร้อนแรงทะลุจอ! พระเอก-นางร้าย จากกองถ่าย เมฆร้ายกลางฝน เคมีดีเกินหน้า นางเอกตัวจริง’‘เบื้

  • ซุปตาร์อย่างฉันขอบทตัวประกอบ   บทที่ 22

    “เราจะเริ่มถ่ายแล้วนะ นักแสดงพร้อม กล้องพร้อม ทีมงานพร้อม แอคชั่น!” ผู้กำกับพูดขึ้นฉันพุ่งตัวลงน้ำตาจังหวะบท ตัวสั่นสะท้านแรงเพราะความเย็นวาบกระทบกับผิว จากนั้นพี่อาร์ทก็พุ่งตามมาลงมาช่วย โดยใช้แขนแกร่งโอบอุ้มฉันขึ้นมาจากน้ำ มันคือฉากงาน มันคืองานของนักแสดงที่ทุกคนต้องผ่านไป ฉันรู้...‘แล้วทำไมใจเ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status