เข้าสู่ระบบ"พีร์…" เธอพูดแผ่ว "รู้ไหม…เอื้อไม่เคยกลัวการถูกทิ้ง" เขามองเธอเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ "เอื้อกลัวอย่างเดียว กลัวการ ‘รอ’ ที่ทำให้ไม่เหลืออะไรเลย" "แต่เอื้อไม่โทษพีร์หรอก" เธอพูด "เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอื้อ…ไม่ใช่คนที่เอื้อรักแล้ว" ประโยคนั้นทำให้พีร์สะอึก เหมือนโดนตบเบา ๆ ด้วยความจริง **************** พิชญะหยุดเดินเหมือนโลกทั้งใบหยุดพร้อมเขา ในวินาทีนั้น ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเขาอย่างแรง ไม่ใช่แค่แวบเดียวเหมือนทุกครั้งแต่มาเป็น "ฉาก" เหมือนภาพยนตร์ แสงโคมปีแรกที่เขากับเธอรักกัน เสียงหัวเราะของเธอที่ดังใกล้หู มือของเขาที่จับมือเธอไว้แน่น เธอหันมายิ้มแล้วพูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยินคำ แต่เขาจำความรู้สึกได้ชัดเจน ภาพตัดไปอีกฉากเหมือนทีเซอร์ เขาเห็นตัวเองยืนอธิษฐานโคมกับเธอ เห็นนิ้วของเธอแตะกระดาษเบาๆ เห็นสายตาที่เธอมองเขาสายตาที่เชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไม่ลังเล หัวสมองเขาชา และตามมาด้วยร่างกายที่ชาไปทั้งตัว เหมือนมีใครผลักเขากลับเข้าไปในอดีต ในกล่องความทรงจำที่ปิดตายไว้กำลังพยายามเปิดประตูออกมาเอง
ดูเพิ่มเติมอุษมาเรียนจบได้สี่ปีแล้วตอนนี้เธออายุยี่สิบหกปีเต็ม หญิงสาวเลือกที่จะกลับมาบริหารร้านผ้าล้านนาอุษมาที่ลำพูน อันเป็นกิจการของแม่ตั้งแต่สมัยที่อวิกายังเลี้ยงลูกเล็กตามลำพัง ยี่สิบกว่าปีผ่านไปกิจการร้านผ้าพื้นเมืองและของฝากจากล้านนาได้เจริญก้าวหน้าขึ้นมาก
เมื่อเมธาวี ผจก.ร้านที่อวิกาไว้ใจที่สุดลาออกไปเพราะปัญหาสุขภาพเมื่อสองปีก่อน อุษมาจึงขอมารดากลับมาบริหารงานเอง อวิกาเห็นว่าลูกสาวโตแล้วจึงยอมปล่อยให้กลับมาอยู่ที่นี่ตามลำพัง ท่ามกลางเสียงค้านของคิมหันต์เขาไม่ต้องการให้ลูกสาวสุดที่รักไปอยู่ไกลสายตาแต่ขัดภรรยาไม่ได้
“น้องเอื้อทำอะไรอยู่ลูก” พีรยาก้าวเข้ามาในร้าน เธอเป็นหญิงวัยสี่สิบปลายที่ดูอ่อนกว่าวัยมากและยังสวยมากเช่นเดิม
“น้ามด” เธอเงยหน้ามองเพื่อนรักของมารดา หญิงสาวส่งยิ้มให้พีรยาอย่างคุ้นเคยดี เธอสนิทกับพีรยามากกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ของอวิกา
“เอื้อดูของอยู่ค่ะ ว่าจะทำอะไรใหม่ๆ ได้ไหม” เธอตอบพลางมองดูผ้าลายใหม่ในมืออย่างครุ่นคิด
พีรยามองหลานสาวอย่างเอ็นดู
“วันนี้น้าจะมาชวนมดไปทานข้าวที่บ้าน หนูมีนัดรึยังลูกมีธุระที่ไหนรึเปล่า”
“ไม่มีค่ะหนูว่าง” อุษมาตอบเธอมองเวลาจะห้าโมงเย็นแล้ว ปกติบ้านน้ามดทานมื้อเย็น 17:30 น.
“จะได้เวลามื้อเย็นบ้านน้ามดแล้วนี่คะ” เธอหันมาถาม
“จ้ะ ไปกันเลยไหมไปรถน้าก็ได้ เดี๋ยวให้คนมาส่งจ้ะ”
“ค่ะ เอื้อไปหยิบกระเป๋าแปบนะคะ”
จากนั้นอีกสิบนาทีต่อมาเธอและพีรยาก็มาถึงคุ้มเวียงบัว โต๊ะอาหารกำลังถูกจัดโดยแม่บ้านสองคน
“ช่วงนี้งานหนักหรือลูก น้าว่าน้องเอื้อผอมลง”
“เอื้อไดเอทค่ะน้ามด” อุษมาตอบยิ้มๆ
“จะไดเอททำไม ตอนนี้อ้วนตรงไหนน่ะเรา” พีรยาพูดแล้วส่ายหน้าไปมา เธอว่าสมัยสาวๆ เธอตัวเล็กแล้วแต่อุษมานี่ดูเอวบางร่างน้อยกว่าเธออีก
อุษมายิ้ม 'น้ามดบ่นเหมือนแม่เลย' เธอคิดในใจ
เมื่อถึงเวลาอาหารพีรยากอดเอวหลานสาวคนโปรดเข้าห้องอาหาร อุษมาชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ถอดแบบจากไอยเรศมาไม่ผิดเพี้ยนนั่งคุยกับบิดา ไอยเรศและพิชญะมารอสองสาวอยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะพ่อช้าง” อุษมายังเรียกไอยเรศว่าพ่อช้างแบบที่เคยเรียกในตอนเด็ก เพราะไอยเรศเป็นพ่อทูนหัวของเธอ
“จ้ะน้องเอื้อมาทานข้าว วันนี้ตาพีเพิ่งกลับมาถึงลำพูนได้เจอกันรึยังลูก” ไอยเรศรับไหว้ลูกสาวบุญธรรม
“ยังเลยครับพ่อ พี่เอื้อสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครับ” พิชญะทักทายพี่สาวของเพื่อนหรือลูกของเพื่อนแม่
“จ้ะ พีกลับมาเที่ยวเหรอ” เธอตอบแบบเกร็งๆ กับแววตาของหนุ่มรุ่นน้อง
“เปล่าครับ ผมจะมาอยู่ที่นี่เลย” พิชญะตอบ
“ทานข้าวกันเถอะลูกเดี๋ยวค่อยคุยกัน น้องเอื้อกินเยอะๆ นะลูก น้าว่าหนูผอมไปนะ” พีรยาเปลี่ยนเรื่องเพราะแม่บ้านยืนรอตักข้าวให้นานแล้ว
“ขอบคุณค่ะน้ามด” เธอขอบคุณเมื่อพีรยาตักกับข้าวให้
วันนั้นทานอาหารเสร็จก็ค่ำแล้ว ไอยเรศจึงพูดขึ้นว่า
“พีไปส่งพี่เขากลับไปเอารถที่ร้านหน่อยลูก”
“ครับพ่อ” พิชญะลุกขึ้นไปหยิบกุญแจ ในขณะที่อุษมาพูดไม่ออก
“ไปกันครับพี่เอื้อ” หญิงสาวจำต้องเดินตามชายหนุ่มรุ่นน้องมาขึ้นรถ
พิชญะขับรถมาตามทาง เธอรีบบอกเมื่อเขาไม่ได้ไปทางร้านของเธอ
“พี่จะกลับร้านนะพี ต้องไปทางโน้นสิ”
พิชญะยิ้ม
“มันค่ำแล้วผมไปส่งเอื้อที่บ้านดีกว่า เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมมารับไปร้านเอง”
“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอเรียกชื่อพี่เฉยๆ ได้ไง” อุษมาเริ่มไม่พอใจ เด็กบ้านี่เดี๋ยวจะฟ้องน้ามดกับพ่อช้าง คอยดู
“ผมไม่อยากเป็นน้องของเอื้อก็เลยไม่เรียกพี่ ถ้าเอื้ออยากเรียกผมว่าพี่พีผมก็ไม่ว่าอะไรนะ เอื้อดูเด็กกว่าผมอีก” ที่เขาพูดก็ไม่ได้เกินจริง อุษมายังดูเหมือนวัยรุ่นอายุ 20 ต้นๆ มากกว่าเป็นหญิงสาวเต็มวัยอายุ 26 แบบในความจริง
ธิบดีอยู่คุยต่ออีกครู่ จนกระทั่งการสนทนามาถึง “แล้ว คลินิกที่ลำพูนเป็นยังไงบ้างครับกิจการ”อุษมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “คนแน่นค่ะ…เอื้อยังตกใจอยู่เลย ตอนเปิดใหม่ ๆ ก็คิดว่าคงค่อยเป็นค่อยไป”ธิบดีพยักหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่เป็นอุษมาเองที่มองหน้าเขา แล้วคิดอะไรออกพอดี“เอ้อ… พูดถึงคลินิก เอื้อเจอพนักงานของคุณบีที่นั่นด้วยนะคะ”ธิบดีขมวดคิ้ว “ใครครับ”“น้องพลอยที่เป็นเลขาคุณไงคะ” อุษมาพูดช้า ๆ “เขามาตรวจครรภ์ค่ะ… พูดถึงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีก แล้วน้องเขาใกล้คลอดหรือยังคะนี่” ธิบดีมีสีหน้าช็อกทันที “พลอยนรา เขาลาออกไปสักพักแล้ว เมื่อกี้คุณเอื้อบอกผมว่าพลอยท้องเหรอ”เขาหยุดเหมือนได้สติ เปลี่ยนท่าทีฉับพลับ “ผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระต้องไปทำ ยินดีด้วยอีกครั้งขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” อุษมายิ้มแม้จะงงๆ “ขอบคุณที่มานะคะ”ประตูปิดลงหลังจากที่เขาออกไปอย่างรีบร้อน ทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากัน“เห็นไหมเอื้อ” เขาพูด “ผมว่าไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านายแล้วแหละ”อุษมาหัวเราะ “พีร์อย่าพูดดัง เดี๋ยวเขากลับมาได้ยินว่าเรานินทา”“รีบขนาดนั้นคงกลับมาหรอก” พิชญะหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง “เอื้อ
อุษมามองเขานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกจนพูดไม่ออก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองพิชญะ“เอื้อเข้าไปเองได้ พีร์อยู่รอข้างนอกนะคะ”พิชญะกำมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว “ผมอยู่ตรงนี้ครับ เอื้อไม่ต้องห่วง”เจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้าห้อง พิชญะเดินตามได้เพียงถึงเส้นสีแดงหน้าประตูห้องผ่าตัดเขาก้มลงหอมหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนที่เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูนั้นไป“เดี๋ยวเจอกันนะครับ…”อุษมายิ้มให้เขาก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลง พิชญะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดทิ้งไว้ข้างในพีรยาเดินเร็ว ๆ เข้ามาหาอวิกา “อ้อม… เอื้อเป็นยังไงบ้างตอนนี้”“กำลังเข้าห้องคลอดแล้วล่ะมด” อวิกาตอบยิ้มทั้งน้ำตา “ตาพีร์ก็ไปส่งเอื้อที่หน้าห้องผ่าตัด”พีรยาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ แล้วหันไปมองคิมหันต์ “หมอคิม… สวัสดีค่ะ”คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผมว่าเราไปหาที่นั่งรอกันดีกว่า”ไอยเรศเดินตามภรรยามาถึงพอดี เขามองคิมหันต์นิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยววันนี้เราคงได้เป็นคุณปู่คุณตาพร้อมกันนะครับหมอคิม”คิมหันต์หัวเราะ “ครับ… มันคงต้องเป็นแบบนั้น”เวลาผ่า
ชายหนุ่มหัวเราะ “ผมพูดเล่นแต่เอื้อจะเอาจริงเหรอ”“จริงสิ” เธอยิ้ม “คนมาหาหมอ ต้องมีอะไรให้เดินดูรอเวลา ของสวยๆ งามๆ”เขามองเธออย่างเอ็นดูผู้หญิงที่ผ่านเรื่องเสียใจมามาก ผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจมาไม่น้อย แต่เธอยังคิดถึงคนอื่นได้เสมอระหว่างที่อุษมาเดินดูความเรียบร้อยรอบคลินิก สายตาเธอสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบ ๆใบหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก อุษมาชะลอฝีเท้าภาพในหัวค่อย ๆ ปะติดปะต่อกัน นึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเลขาของธิบดี“น้องคะ…” เธอเอ่ยทักอย่างสุภาพ “เราเคยเจอกันที่ออฟฟิศคุณธิบดีใช่ไหมคะ พี่คุ้นหน้าน้องจัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ ทำให้อุษมางง“ค่ะ… ใช่ค่ะ คุณเอื้อ” อีกฝ่ายตอบเร็วเกินไป มือกำกระเป๋าแน่น“คุณเอื้อ… จำพลอยได้ด้วยเหรอคะ”อุษมายิ้ม “จำได้สิคะ วันนั้นน้องพลอยมาส่งเอกสารให้คุณธิบดี”หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตาเลิ่กลั่ก เหมือนกำลังกลัวบางอย่างที่อุษมายังมองไม่เห็น“น้องพลอยมาฝากท้องที่นี่เหรอคะ” อุษมาถามตามประสาคนท้องเหมือนกันหญิงสาวชะงักก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ…”อุษมายิ้มให้อีกครั้งอย่างเป็นมิตร “ยินดีต้อนรับนะคะ ถ้ามีปั
ที่ดินขนาดสองไร่ติดถนนใหญ่ของลำพูน เคยเป็นเพียงผืนดินโล่งที่ถมทิ้งไว้นานเกือบสามปี แต่วันนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไปอาคารสองชั้นเดียวพื้นที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร การออกแบบดูเรียบสะอาดตาแต่ถูกต้องตามมาตรฐาน มีป้ายคลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ–นรีเวช ในเครือของรพ.วิชชเวช เด่นอยู่ด้านหน้าท่ามกลางผู้คนที่มากันมากมายในวันเปิดคลินิก มีทั้งบรรดาผู้บริหารและเจ้าของ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของคลีนิกและลูกค้าที่รอมาใช้บริการนั้น ไอยเรศยืนมองจากอีกฝั่งถนน เขามองอาคารตรงหน้าอย่างพอใจ“เร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ” เขาพูดเบา ๆคิมหันต์ยืนข้าง ๆ พยักหน้า “ที่ดินพร้อม ทีมพร้อม ทุกอย่างเดินพร้อมกันครับ”การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ส่วนพวกเอกสาร ขออนุญาต ออกแบบ จัดหาเครื่องมือ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วคิมหันต์ไม่ได้ทำในฐานะ “พ่อของคนท้อง” แต่เขาทำในฐานะแพทย์ที่รู้ดีว่าการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักและคนไข้คนแรกของคลินิกก็ไม่ใช่ใครอื่น อุษมา นั่นเองวันนี้ตรงกับวันที่อายุครรภ์ได้หกเดือนพอดี หญิงสาวสวมชุดกระโปรงคนท้องสีอ่อน รูปร่างเริ่
บ้านของอุษมายังเป็นบ้านหลังเดิม ประตูไม้บานเดิมกลิ่นกาแฟยามเช้า เสียงผู้คนรอบบ้านเพื่อนบ้านทุกอย่างเหมือนเดิม… แต่ความรู้สึกของเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เมื่อมีคนอีกคนเข้ามาอยู่ร่วมบ้านแม้จะในเวลาสั้นๆแม้ว่าเธอจะไม่ได้ป่าวประกาศกับใครว่าเธอเป็นภรรยาที่ถูกต้องแล้วของพิชญะ และรู้ว่าอาจจะมีบ้างที่
อุษมาใช้เวลาคิดทั้งคืน เธอไม่ร้องไห้ฟูมฟาย ไม่มีคำถามว่าเราจะยังรักกันไหมหรือว่าเขาจะไปนานแค่ไหนเธอคิดแบบผู้หญิงอายุยี่สิบหกที่เคยเห็นผู้หญิงหลายคนชีวิตต้องพังเพราะคำว่ารอเช้าวันนั้น เธอส่งข้อความหาพิชญะสั้น ๆ‘พี่อยากคุยด้วย วันนี้หลังเลิกงาน แวะมาที่ร้านนะ’แต่ทว่า... พิชญะมาถึงตั้งแต่บ่าย เ
พิชญะเหมือนถูกฟาดด้วยคำพูดนั้นหัวใจเขาเต้นแรง“แม่หมายความว่ายังไงครับ” เขาถามพีรยามองหน้าลูกชายสายตานั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยมากกว่าการตำหนิ“ผู้ชายไปเรียน ไปสร้างตัว ไปเจอโลกกว้างขึ้น มีโอกาสใหม่ๆ เสมอ แต่ผู้หญิงที่รอคือคนที่ต้องอยู่กับที่ อยู่กับคำถามของสังคมกับความหวังที่ไม่มีหลักประกัน”พิชญ
อำเภอเล็ก ๆ ในช่วงบ่ายไม่ได้คึกคักเป็นพิเศษแต่สำหรับคนสี่คนที่นั่งรออยู่ทุกวินาทีหนักเท่ากันอุษมานั่งตัวตรงสวมเสื้อเชิ้ตสีครีมเรียบๆ ไม่แต่งหน้าอะไรพิเศษ ไม่ได้มีเครื่องประดับหรือแหวนแต่งงาน มีเพียงว่าที่สามีนั่งข้างๆ เธอ มือเขาวางอยู่บนตักแต่ใกล้พอให้เธอรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ไอยเรศกับพีรยานั่งฝั