تسجيل الدخول"พีร์…" เธอพูดแผ่ว "รู้ไหม…เอื้อไม่เคยกลัวการถูกทิ้ง" เขามองเธอเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ "เอื้อกลัวอย่างเดียว กลัวการ ‘รอ’ ที่ทำให้ไม่เหลืออะไรเลย" "แต่เอื้อไม่โทษพีร์หรอก" เธอพูด "เพราะคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเอื้อ…ไม่ใช่คนที่เอื้อรักแล้ว" ประโยคนั้นทำให้พีร์สะอึก เหมือนโดนตบเบา ๆ ด้วยความจริง **************** พิชญะหยุดเดินเหมือนโลกทั้งใบหยุดพร้อมเขา ในวินาทีนั้น ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวเขาอย่างแรง ไม่ใช่แค่แวบเดียวเหมือนทุกครั้งแต่มาเป็น "ฉาก" เหมือนภาพยนตร์ แสงโคมปีแรกที่เขากับเธอรักกัน เสียงหัวเราะของเธอที่ดังใกล้หู มือของเขาที่จับมือเธอไว้แน่น เธอหันมายิ้มแล้วพูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยินคำ แต่เขาจำความรู้สึกได้ชัดเจน ภาพตัดไปอีกฉากเหมือนทีเซอร์ เขาเห็นตัวเองยืนอธิษฐานโคมกับเธอ เห็นนิ้วของเธอแตะกระดาษเบาๆ เห็นสายตาที่เธอมองเขาสายตาที่เชื่อมั่นในตัวเขาอย่างไม่ลังเล หัวสมองเขาชา และตามมาด้วยร่างกายที่ชาไปทั้งตัว เหมือนมีใครผลักเขากลับเข้าไปในอดีต ในกล่องความทรงจำที่ปิดตายไว้กำลังพยายามเปิดประตูออกมาเอง
عرض المزيدธิบดีอยู่คุยต่ออีกครู่ จนกระทั่งการสนทนามาถึง “แล้ว คลินิกที่ลำพูนเป็นยังไงบ้างครับกิจการ”อุษมาเลิกคิ้วเล็กน้อย “คนแน่นค่ะ…เอื้อยังตกใจอยู่เลย ตอนเปิดใหม่ ๆ ก็คิดว่าคงค่อยเป็นค่อยไป”ธิบดีพยักหน้าแบบไม่คิดอะไร แต่เป็นอุษมาเองที่มองหน้าเขา แล้วคิดอะไรออกพอดี“เอ้อ… พูดถึงคลินิก เอื้อเจอพนักงานของคุณบีที่นั่นด้วยนะคะ”ธิบดีขมวดคิ้ว “ใครครับ”“น้องพลอยที่เป็นเลขาคุณไงคะ” อุษมาพูดช้า ๆ “เขามาตรวจครรภ์ค่ะ… พูดถึงตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีก แล้วน้องเขาใกล้คลอดหรือยังคะนี่” ธิบดีมีสีหน้าช็อกทันที “พลอยนรา เขาลาออกไปสักพักแล้ว เมื่อกี้คุณเอื้อบอกผมว่าพลอยท้องเหรอ”เขาหยุดเหมือนได้สติ เปลี่ยนท่าทีฉับพลับ “ผมเพิ่งนึกออกว่ามีธุระต้องไปทำ ยินดีด้วยอีกครั้งขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” อุษมายิ้มแม้จะงงๆ “ขอบคุณที่มานะคะ”ประตูปิดลงหลังจากที่เขาออกไปอย่างรีบร้อน ทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากัน“เห็นไหมเอื้อ” เขาพูด “ผมว่าไม่ใช่ลูกน้องกับเจ้านายแล้วแหละ”อุษมาหัวเราะ “พีร์อย่าพูดดัง เดี๋ยวเขากลับมาได้ยินว่าเรานินทา”“รีบขนาดนั้นคงกลับมาหรอก” พิชญะหัวเราะแล้วทำหน้าจริงจัง “เอื้อ
อุษมามองเขานิ่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกจนพูดไม่ออก ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เธอสูดลมหายใจลึก แล้วเงยหน้ามองพิชญะ“เอื้อเข้าไปเองได้ พีร์อยู่รอข้างนอกนะคะ”พิชญะกำมือเธอแน่นขึ้นโดยไม่พูดอะไร เขาพยักหน้าเพียงครั้งเดียว “ผมอยู่ตรงนี้ครับ เอื้อไม่ต้องห่วง”เจ้าหน้าที่เข็นเตียงเข้าห้อง พิชญะเดินตามได้เพียงถึงเส้นสีแดงหน้าประตูห้องผ่าตัดเขาก้มลงหอมหน้าผากเธอเบา ๆ ก่อนที่เตียงจะถูกเข็นผ่านประตูนั้นไป“เดี๋ยวเจอกันนะครับ…”อุษมายิ้มให้เขาก่อนที่ประตูจะค่อย ๆ ปิดลง พิชญะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น เหมือนโลกทั้งใบถูกปิดทิ้งไว้ข้างในพีรยาเดินเร็ว ๆ เข้ามาหาอวิกา “อ้อม… เอื้อเป็นยังไงบ้างตอนนี้”“กำลังเข้าห้องคลอดแล้วล่ะมด” อวิกาตอบยิ้มทั้งน้ำตา “ตาพีร์ก็ไปส่งเอื้อที่หน้าห้องผ่าตัด”พีรยาพยักหน้าเหมือนโล่งใจ แล้วหันไปมองคิมหันต์ “หมอคิม… สวัสดีค่ะ”คิมหันต์พยักหน้ารับอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ ผมว่าเราไปหาที่นั่งรอกันดีกว่า”ไอยเรศเดินตามภรรยามาถึงพอดี เขามองคิมหันต์นิดหนึ่ง ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “เดี๋ยววันนี้เราคงได้เป็นคุณปู่คุณตาพร้อมกันนะครับหมอคิม”คิมหันต์หัวเราะ “ครับ… มันคงต้องเป็นแบบนั้น”เวลาผ่า
ชายหนุ่มหัวเราะ “ผมพูดเล่นแต่เอื้อจะเอาจริงเหรอ”“จริงสิ” เธอยิ้ม “คนมาหาหมอ ต้องมีอะไรให้เดินดูรอเวลา ของสวยๆ งามๆ”เขามองเธออย่างเอ็นดูผู้หญิงที่ผ่านเรื่องเสียใจมามาก ผ่านช่วงเวลาเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจมาไม่น้อย แต่เธอยังคิดถึงคนอื่นได้เสมอระหว่างที่อุษมาเดินดูความเรียบร้อยรอบคลินิก สายตาเธอสะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบ ๆใบหน้าคุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก อุษมาชะลอฝีเท้าภาพในหัวค่อย ๆ ปะติดปะต่อกัน นึกได้ว่าเธอคนนี้เป็นเลขาของธิบดี“น้องคะ…” เธอเอ่ยทักอย่างสุภาพ “เราเคยเจอกันที่ออฟฟิศคุณธิบดีใช่ไหมคะ พี่คุ้นหน้าน้องจัง”หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยสีหน้าที่ตกใจเกินเหตุ ทำให้อุษมางง“ค่ะ… ใช่ค่ะ คุณเอื้อ” อีกฝ่ายตอบเร็วเกินไป มือกำกระเป๋าแน่น“คุณเอื้อ… จำพลอยได้ด้วยเหรอคะ”อุษมายิ้ม “จำได้สิคะ วันนั้นน้องพลอยมาส่งเอกสารให้คุณธิบดี”หญิงสาวพยักหน้าแต่สายตาเลิ่กลั่ก เหมือนกำลังกลัวบางอย่างที่อุษมายังมองไม่เห็น“น้องพลอยมาฝากท้องที่นี่เหรอคะ” อุษมาถามตามประสาคนท้องเหมือนกันหญิงสาวชะงักก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ…”อุษมายิ้มให้อีกครั้งอย่างเป็นมิตร “ยินดีต้อนรับนะคะ ถ้ามีปั
ที่ดินขนาดสองไร่ติดถนนใหญ่ของลำพูน เคยเป็นเพียงผืนดินโล่งที่ถมทิ้งไว้นานเกือบสามปี แต่วันนี้มันไม่ว่างเปล่าอีกต่อไปอาคารสองชั้นเดียวพื้นที่ประมาณสามร้อยตารางเมตร การออกแบบดูเรียบสะอาดตาแต่ถูกต้องตามมาตรฐาน มีป้ายคลีนิกเวชกรรมเฉพาะทางสูติ–นรีเวช ในเครือของรพ.วิชชเวช เด่นอยู่ด้านหน้าท่ามกลางผู้คนที่มากันมากมายในวันเปิดคลินิก มีทั้งบรรดาผู้บริหารและเจ้าของ บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ของคลีนิกและลูกค้าที่รอมาใช้บริการนั้น ไอยเรศยืนมองจากอีกฝั่งถนน เขามองอาคารตรงหน้าอย่างพอใจ“เร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ” เขาพูดเบา ๆคิมหันต์ยืนข้าง ๆ พยักหน้า “ที่ดินพร้อม ทีมพร้อม ทุกอย่างเดินพร้อมกันครับ”การก่อสร้างดำเนินไปอย่างราบรื่นอย่างน่าประหลาด ส่วนพวกเอกสาร ขออนุญาต ออกแบบ จัดหาเครื่องมือ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างเป็นระบบอย่างรวดเร็วคิมหันต์ไม่ได้ทำในฐานะ “พ่อของคนท้อง” แต่เขาทำในฐานะแพทย์ที่รู้ดีว่าการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย ต้องอาศัยมากกว่าแค่ความรักและคนไข้คนแรกของคลินิกก็ไม่ใช่ใครอื่น อุษมา นั่นเองวันนี้ตรงกับวันที่อายุครรภ์ได้หกเดือนพอดี หญิงสาวสวมชุดกระโปรงคนท้องสีอ่อน รูปร่างเริ่
ความเงียบหนักจนได้ยินเสียงแอร์ ณพัชชาหลับตาเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง แล้วเมื่อเธอลืมตาอีกครั้ง รอยยิ้มของเธอหายไป“ก็ได้ค่ะ” เธอพูดเสียงแข็ง “ฉันโกหก”พีรยาสะอึก “นี่เธอ…”ณพัชชาหัวเราะทั้งน้ำตา “ฉันรักเขา ฉันรักพีร์ รู้ไหมว่าฉันพยายามมานานแค่ไหนกว่าจะได้อยู่ข้างเขา”เธอหันไปมองอุษมา สายตาเต็ม
คิมหันต์ไม่พูดอะไรต่อ แต่พิชญะเห็นกรามเขาเกร็งจนเป็นสัน เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วเดินออกจากห้องไปโดยไม่หันกลับมาพิชญะนอนนิ่งหัวใจเขาหนักเหมือนมีหินกด เขาไม่รู้ว่าเขาทำถูกหรือไม่ที่พูดชื่อคนหนึ่งออกมา แต่เขารู้ว่าถ้าเขาเงียบ…อุษมาอาจตาย และเขาจะให้อภัยตัวเองไม่ได้ไปทั้งชีวิตเช้าวันรุ่งขึ้น ไอยเรศ
อุษมารู้สึกมือสั่น ความโกรธ ความเจ็บ ความเย็นชาที่เธอแบกมาทั้งปี เหมือนถูกลมหนาวพัดกระจาย จนตอนนี้เหลือแค่ความจริงตรงหน้า เขาเลือดออกที่หน้าผากและขาของเขาบิดผิดมุมเล็กน้อย เธอกลืนน้ำลายพยายามตั้งสติแบบที่พ่อสอนมาตั้งแต่เด็ก“คุณขยับไม่ได้ใช่ไหม” เธอถามพิชญะส่ายหน้าเล็กน้อย “เจ็บมาก…เหมือนกระดูก
แต่แม้เขาพูดแบบนั้น เท้าของเขากลับพาเขาเดินไปยังจุดแขวนโคมที่วัดเปิดให้ประชาชนแขวน ใกล้จุดแขวนโคมหลักของปีนี้ที่ถูกจัดอย่างอลังการโครงไม้ไผ่ขนาดใหญ่ตั้งเป็นซุ้มยาว มีเส้นลวดและเชือกขึงเป็นตาข่ายให้แขวนโคมได้แน่นหนา ผู้คนต่อแถวกันยาวเพื่ออธิษฐานก่อนแขวนและเหนือหัวขึ้นไปโคมจำนวนมหาศาลกำลังไหวเบา

















