登入"ฮ่า ๆ ผมก็ต้องขอบคุณเฌอลินด้วยเหมือนนะครับที่เลี้ยงพูม่าเพื่อนผมมาอย่างดีตลอดสองปี" ฟ้าครามพูดอย่างยิ้มๆ ก่อนจะชนกำปั้นเบา ๆ กับพูม่า "ฝั่งเจ้าบ่าวก็ได้พูดไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นเรามาฟังเจ้าสาวพูดกันบ้างดีกว่าครับ"เฌอลินรับไมค์มาถือไว้ด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อยที่ต้องมาพูดอะไรแบบนี้ให้คนเยอะ ๆ ฟัง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ให้คลายความตื่นเต้นลงก่อนจะหันไปมองเจ้าบ่าวสุดหล่อของตัวเองที่ส่งยิ้มมาให้"ก่อนอื่นเลยเฌอก็ต้องขอบคุณป๊าพยัคฆ์และแม่เมขลามากนะคะที่ต้อนรับเฌอเป็นลูกสาวอีกคน เฌอเองก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่เคยคาดคิดเลยว่าอยู่ ๆ จะได้มายืนอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ คุณพูม่า เฌออยากจะขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจตกลงเป็นแฟนกับเฮียพูม่าในวันนั้น ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มต้นกันแบบไม่เหมือนคนอื่น แต่สุดท้ายแล้วเราก็ได้มายืนอยู่ข้าง ๆ กันในตอนนี้ เฌอก็อยากจะบอกว่าเฮียพูม่าเองก็เป็นแฟนที่ดีของเฌอเหมือนกันนะคะ เฌอขอบคุณที่เฮียมอบความรักให้เฌออย่างสม่ำเสมอมาตลอด ขอบคุณที่วันนั้นเฮียเลือกเฌอให้เดินร่วมทางด้วยกัน" เฌอลินหันไปยิ้มหวานให้เจ้าบ่าวด้วยความรัก โดยมีฝ่ามือหนายกมาประคองใบหน้าของเธอพร้อมนิ้วเรียวที่เกลี่ย
2 ปีต่อมา 256xโรงแรมในเครือ PM Group สาขากรุงเทพฯงานฉลองมงคลสมรสของทายาทภูวรินทร์เมทีคนสุดท้องอย่าง พูม่า พยัคฆา ถูกจัดขึ้นที่โรงแรมในเครือ PM Group ซึ่งผู้บริหารสูงสุดไม่ใช่ใครนอกเสียจากพี่ชายฝาแฝดคนโตของเจ้าบ่าวนั่นเองบรรยากาศภายในถูกตกแต่งอย่างอลังการสมกับเป็นงานแต่งงานของทายาทคนดังที่ทั้งร่ำรวยและมีอิทธิพลมากมายอันดับหนึ่งของประเทศแขกที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงานในครั้งนี้ล้วนเป็นพันธมิตรกับตระกูลภูวรินทร์เมทีทั้งนั้นและเนื่องจากเป็นงานที่รวบรวมผู้คนที่ต่างมีอิทธิพลล้นหลามทำให้ภายในงานไม่มีนักข่าวเลยสักคนและบริเวณรอบนอกต่างเต็มไปด้วยบอดีการ์ดเกือบร้อยคนที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้แขกในงานซึ่งเมื่ออาทิตย์ก่อนทั้งพูม่าและเฌอลินได้จัดงานแต่งงานกันที่บ้านพ่อแม่ของเจ้าสาวก็คือที่จังหวัดอยุธยา ในงานครั้งนั้นค่อนข้างเป็นส่วนตัวมีแค่คนสนิทเท่านั้นที่ได้เข้าร่วมด้วยในส่วนของสินสอดที่คุณพยัคฆ์บดินทร์และคุณเมขลามอบให้ฝั่งเจ้าสาวนั้นไม่สามารถประมาณค่าได้ไม่ว่าจะเป็นหุ้นโรงแรมในเครือ PM Group 10%หุ้นบริษัท PM Jewelry 10%หุ้นผับ PK สาขากรุงเทพฯและพัทยา สาขาละ 10%ชุดเครื่องเพชรและอัญมณีมู
แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ สัมผัสเย็นที่ปลายนิ้วข้างซ้ายก็เรียกสติของเฌอลินให้กลับมา กำปั้นเล็ก ๆ ทุบลงบนอกอย่างไม่แรงนักเพื่อให้ร่างสูงนั้นผละออกพูม่าถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง เส้นน้ำลายสีใสยืดออกก่อนจะขาดลงจากกัน ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำลายตามมุมปากบางออกให้อย่างไม่นึกรังเกียจ กดมือลงบดคลึงปากบวมเจ่อ สายตาทอดมองด้วยความรักใคร่เฌอลินหอบเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะยกมือข้างซ้ายของตนขึ้นมาดู ก็พบกับแหวนเพชรวงสวยที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟตกกระทบเพชรจนมันสะท้อนแสงระยิบระยับสวยงาม"อะ อะไรคะเนี่ย?!"หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างแรงจนกระทบแผ่นอกดังตึกตักท่ามกลางความเงียบ ใบหน้าหวานเห่อร้อนไปทั่วหน้าจนแก้มขึ้นสีแดง ดวงตาหวานสั่นระริกเงยขึ้นสบสายตาคมที่จ้องมองอยู่"เราหมั้นกันไว้ก่อน เอาไว้ถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่ค่อยแต่งงานกันนะครับ""...""เฌอจะยอมเป็นคู่หมั้นของเฮียได้หรือเปล่าคะ"น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างนุ่มนวลพร้อมกับคำลงท้ายที่เปลี่ยนจาก 'ครับ' เป็น 'คะ' ยิ่งส่งผลให้หัวใจของเฌอลินเต้นเร็วและแรงขึ้นพูม่าแนบฝ่ามือบนแก้มนิ่มพลางลูบไล้ไปมา เจ้าของใบหน้าคมส่งสายตาหวานซึ้งให้อย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากปาก
ห้องนอนของพูม่า"เป็นอย่างไรบ้างครับ ยังกลัวอยู่หรือเปล่า""ไม่แล้วค่ะ ป๊ากับแม่ของเฮียท่านน่ารักกับเฌอมาก ๆ เลย"หลังจากมื้อเย็นจบลง เมขลาก็ได้พาลูกสะใภ้ขึ้นไปบนห้อง พูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้นตามประสาสาว ๆ และยังนำอัลบั้มรูปภาพของทั้งสามเสือตอนเด็ก ๆ ออกมาให้เธอดูด้วยส่วนด้านหนุ่ม ๆ นั้นต่างนั่งดื่มกันอยู่ที่สวนหลังบ้านที่ประจำของเจ้าเสือทั้งสี่ จวบจนฟ้ามืดเลยได้แยกย้ายกันมาพักผ่อนภายในห้องนอนของพูม่า บนเตียงขนาดใหญ่สีดำล้วนมีร่างของทั้งสองที่กำลังนอนกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่เฌอลินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วโดยเธอได้เปลี่ยนไปใส่ชุดนอนของเมขลาที่เอามาให้เมื่อสักครู่ ชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มพร้อมกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน กำลังนอนซบจนแก้มนุ่มนิ่มบดเบียดอกแกร่งของพูม่า แขนเรียววางพาดเอวสอบเอาไว้หลวม ๆ เช่นเดียวกับท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางของเธอ"เอาไว้เดี๋ยวเฌอจะพาเฮียไปหาพ่อแม่เฌอด้วยนะคะ""พ่อแม่เฌอจะยอมรับเฮียได้หรือเปล่าครับ ท่านคงจะรู้ว่าตระกูลภูวรินทร์เมทีไม่ได้ทำธุรกิจที่ขาวสะอาดอย่างเดียว เรียกได้ว่าครอบครัวเฮียค่อนไปทางสีเทาไม่ก็ดำเลยนะ""พ่อแม่เฌอทราบอยู่แล้วค่ะ ท่านต้องยอมรับ
พูม่ายืนกอดอกมองคุณแม่คนสวยและเฌอลินที่ต่างช่วยกันเตรียมอาหาร บรรยากาศรอบตัวดีขึ้นเมื่อเฌอลินเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง ไม่ได้ตึงเครียดหรือเกร็งเท่าก่อนหน้านี้ ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อพบผู้เป็นพ่อและพี่ชายฝาแฝดมื้อเย็นในวันนี้ประกอบด้วยอาหารมากมายเต็มโต๊ะไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ปลาสามรส กุ้งผัดบรอกโคลี กะเพราหมูสับ ปลานึ่งมะนาว ผัดผักบุ้ง ไข่ตุ๋น ปูผัดผงกะหรี่ ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นเมนูโปรดของสมาชิกในครอบครัวทั้งนั้นสมาชิกในครอบครัวต่างจับจองประจำที่นั่งของตัวเอง อาจจะต่างออกไปสักนิดเมื่อเมลขาให้เฌอลินมานั่งข้างเธอแทนที่พูม่าที่ขยับออกไปอีกตัวหนึ่ง หัวโต๊ะก็ยังเป็นพยัคฆ์บดินทร์หัวหน้าครอบครัวเหมือนเดิม"น่าทานทั้งนั้นเลยครับ" จากัวร์พูดพลางมองอาหารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ เจ้าตัวเพิ่งมาถึงไทยได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้"มาเฟียฮ่องกงนี่มันหิวโหยมาจากไหน ลูกน้องเลี้ยงมึงไม่ดีเหรอ" ไทเกอร์แซวน้องชายที่กำลังตักอาหารใส่จานตัวเองด้วยความหิวโหย"ที่นู้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" เสียงทุ้มเข้มของหัวหน้าครอบครัวดังขึ้นเจือด้วยน้ำเสียงห่วงใย"ก็แค่พวกปลายแถวที่มักใหญ่ใฝ่สูงอยากขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ครั
ช่วงเย็นของวันรถยนต์คันหรูขับแล่นเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรรของเครือ PM พูม่าขับเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรีบมากนัก ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ เฌอลินนั่งกุมมือเล็กประสานไว้บนตัก นิ้วมือขยับไปมา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้บ้านของพูม่า ใบหน้าหวานก็ยิ่งฉายแววกังวลระคนประหม่าออกมาตลอดช่วงบ่ายหลังจากที่ทานข้าวกับพูม่าเสร็จเฌอลินก็ขอตัวออกไปหาดูของฝากที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของไปฝากผู้ใหญ่ทั้งสองที่ใจดีเชิญเธอมาทานอาหารเย็นด้วยกันแม้พูม่าจะเอ่ยห้ามแล้วว่าไม่ต้องซื้อของฝากป๊ากับแม่ของเขาก็ได้ พวกท่านเป็นคนสบาย ๆ ไม่เอาเรื่องอะไรเล็กน้อยเหล่านี้มาคิดให้ปวดหัว ทว่าเฌอลินก็ยังยืนยันที่จะหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากท่านทั้งสองอยู่ดีและในที่สุดรถยนต์คันหรูก็แล่นมาถึงหน้าบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนจะมีหญิงสาวที่คงเป็นคนรับใช้ของบ้านวิ่งออกมาเปิดประตูให้ รถหรูขับเข้ามาจอดภายในบ้านเรียบร้อยแล้ว พูม่าหันไปมองแฟนสาวคนสวยของเขาที่นั่งตัวเกร็งอยู่ด้านข้าง มือหนาเลื่อนไปคว้ามือเล็กของอีกฝ่ายพลางใช้หัวแม่มือลูบไล้เบา ๆ"ถึงบ้านเฮียแล้วครับ เฌอไม่ต้องกลัว ป๊ากับแม่ใจดี" น้ำเสียงทุ







