เข้าสู่ระบบเพราะถูกองค์กรลับสั่งเก็บ เธอถึงต้องปลอมเป็นสาวไซด์ไลน์ให้หนุ่มแปลกหน้า แต่พอหนีมาไกลขนาดนี้แล้ว ไหงหนุ่มคนนั้นถึงกลายมาเป็นเพื่อนข้างห้องเธอได้ล่ะเนี่ย!? ฟ่านลั่วซี สาวน้อยธรรมดาที่เผลอไปสมัครงานเป็นสายลับไซด์ไลน์ให้องค์กรลับอย่างเป่ย แต่เพราะดันทำภารกิจแรกพลาด จึงต้องถูกคนของเป่ยวางยาและสั่งเก็บ สุดท้าย... จึงต้องหนีไปกบดานไกลถึงเมืองชิงสุ่ย เจียงซือหยาง ลูกชายคนเล็กของตระกูลเจียงที่ยอมลงทุนลาออกจากการเป็นตำรวจ เพื่อออกมาตามล่าเป่ยด้วยกำลังและทุนของตระกูลตัวเอง ด้วยสายรายงานเบาะแสของเป่ยว่าอยู่ที่ชิงสุ่ย เขาจึงไม่รอช้า เร่งรุดไปวางกับดักที่นั่นก่อนล่วงหน้า แต่ไม่รู้ว่ากับดักที่ต้องการวางล่อเป่ย กลายเป็นกับดักใจไปได้ยังไง!? จากคนข้างห้องกลายเป็นคนข้างใจ... จากสายสืบกลายเป็นสายเปย์... จากสาวไซด์ไลน์ในคืนนั้นกลายมาเป็นภรรยาสาวที่เขายอมทุ่มหมดหน้าตัก!
ดูเพิ่มเติมเจียงซือหยางยิ้มตามคำขู่ของลูกค้าสาว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ “งั้นให้ผมได้ดูแลคุณหนูนะครับ?”ใบหน้าคมคายโน้มต่ำ หากแต่ฟ่านลั่วซีกลับเบี่ยงหลบเสียอย่างนั้น“เดี๋ยวสิ อืม...” ใบหน้าหวานเอียงไปมาอย่างครุ่นคิด แต่ปลายนิ้วยังคงลูบไล้แกนกายไปมาอย่างปลุกเร้า “แต่พรุ่งนี้ ฉันต้องแต่งงานแล้วเนี่ยสิ... ถ้ามาใช้บริการหนุ่มไซด์ไลน์แบบนี้ สามีอาจจะไม่พอใจเอาได้นะ”มุมปากของเจียงซือหยางวาดเป็นรอยโค้ง ในขณะที่ตัวตนของเขากระตุกไปมาตามการลากนิ้วบนฝ่ามือของเธอ “คุณหนูไม่พูด ผมไม่พูด สามีคุณหนูก็ไม่รู้เรื่องหรอก...”“นั่นสินะ...” ฟ่านลั่วซีลากเสียงพลางลากมือไปตามความยาว โดยใช้อีกมือรั้งกางเกงของชายหนุ่มลงต่ำปลดปล่อยความใหญ่โตให้เป็นอิสระ “อื้อ... ใหญ่กว่าของสามีอีก... แบบนี้ก็น่าลองจริง ๆ แหละ”มุมปากของเจียงซือหยางกระตุกแผ่วเบา “...”“ว่าแต่พ่อหนุ่มคิดราคาต่อรอบเท่าไหร่ล่ะ?” สองมือเล็กขยับมานัวเนียที่ปลายมนของลำกายเขา “ถ้าคิดแพงมาก ฉันไม่มีตังค์จ่ายหรอกนะ&rdq
ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนจะถึงวันวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่โรงแรมเจียงเจิ้น เจียงซือหยางตัดสินใจขับรถพาฟ่านลั่วซีแยกตัวออกมาจากความวุ่นวายของการเตรียมงานในคฤหาสน์ตระกูลเจียงเขาพาเธอมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักของห้องสูทสุดหรูในโรงแรมหกดาวใจกลางเมืองหลวงของตระกูล ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่พวกเขาได้เจอกัน“พี่หยางคะ... พรุ่งนี้ เราสองคนต้องตื่นแต่เช้ามืด เพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมจู่ ๆ พี่ถึงพามาที่นี่ล่ะคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงงสงสัย“แค่แวะมาที่นี่กับพี่แค่แป๊บเดียวเอง เสี่ยวซี” เจียงซือหยางไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่เขากลับส่งยิ้มละมุนที่ดูมีเลศนัยแพรวพราวเยี่ยงจิ้งจอกหนุ่มจอมวางแผนเขาค่อย ๆ แตะคีย์การ์ดลงบนแถบเซนเซอร์จนส่งเสียงสัญญาณตอบรับเบา ๆ ก่อนจะผลักบานประตูหนาหนักให้เปิดออกกว้าง เพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้องฟ่านลั่วซีค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างหรูหรา เธอหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่พรมขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบรับทุกก้าวเดิ
ทันทีที่เจียงซือหยางประคองร่างบางของฟ่านลั่วซีก้าวเท้าข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามาในโถงกว้างปัง! ปัง! ปัง!เสียงของพลุกระดาษสายรุ้งก็ระเบิดตัวออกพร้อมกัน สายรุ้งหลากสีสันและเศษเลื่อมระยิบระยับโปรยปรายลงมา ปกคลุมร่างของคนทั้งคู่ จนฟ่านลั่วซีถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจก่อนที่ความประหลาดใจนั้น จะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะใสกระจ่าง เมื่อเห็นบรรดาพี่ชายตัวแสบของสามีนำโดยเจียงจื้อรุ่ย เจียงเทียนอวี่ และเจียงอันหมิงที่ยืนถือกระบอกพลุค้างไว้ในมือ พลางฉีกยิ้มกว้างขวางราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งก่อเรื่องสนุกได้สำเร็จ“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องสะใภ้เล็ก!” เสียงประสานที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงของสามหนุ่มจอมกวนดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ฉินรั่วหยา เจียงเว่ย เจียงอวี้เฉิง และชิงซูเหยาจะเดินตามออกมาฉินรั่วหยาปรี่เข้าไปผลักไหล่เจียงซือหยาง ลูกชายคนเล็กให้ออกไปพ้นทางอย่างไม่ไยดี เสมือนเขาเป็นเพียงส่วนเกิน ก่อนจะคว้ามือเรียวบางของฟ่านลั่วซีมากุมไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูรักใคร่“เสี่ยวซีของแม่... ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านเราเสียทีนะ ลูก.
เช้าวันรุ่งขึ้น แพทย์เจ้าของไข้ได้เซ็นอนุมัติให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้ เจียงซือหยางช่วยประคองร่างบางขึ้นรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจ ก่อนจะทะยานออกสู่ถนนใหญ่ทันที ทว่าจุดมุ่งหมายกลับไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลเจียงอย่างที่คิดเจียงซือหยางตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวขวับเข้าสู่เส้นทางลัดที่มุ่งตรงไปยังสำนักงานเขตด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างมีความสุข“พี่หยางคะ... เราแวะที่นี่ทำไมกันคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงง ขณะมองป้ายสำนักงานเขตที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า“พี่ก็พาเรามาจดทะเบียนน่ะสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างมีความสุข ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลงอย่างนุ่มนวล “พี่จะพาเราไปจดตั้งแต่ที่อยู่ชิงสุ่ยแล้ว พอกลับมาถึงเมืองหลวง เราก็ดันความจำเสื่อมอีก... ตอนนี้ เราจำพี่ได้ พี่ก็ต้องรีบพามาจดทะเบียนไว้ก่อน เผื่อเราความจำเสื่อมอีก พี่จะได้มีหลักฐานมายืนยันตัวตนได้ ไม่ต้องเป็นคนแปลกหน้าของเราอีก”“แหม... พี่หยางก็...” หญิงสาวอดลากเสียงอย่างเคอะเขินกับวีรกรรมในตอนนั้นไม่ได้ ก่อนที่เธอจะรีบคว้าแขนเขาไว้แล้วกระซิบแย้งเสียงแผ่วด้วยความกังว
ตัดกลับมาที่เส้นทางวิบากมุ่งหน้าสู่โกดังร้างนอกเมืองชิงสุ่ย ฟ่านลั่วซีบดขยี้ฝ่าเท้าลงบนคันเร่งรถยนต์คันใหญ่จนมิดไมล์ แทบจะหลอมรวมเข้ากับตัวถังโลหะความร้อนจากพิษไข้ที่ยังหลงเหลือ ทำให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือนเล็กน้อย เธอสะบัดใบหน้าไปมา สองมือกำพวงมาลัยรถแน่น ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแ
เช้าวันพุธที่อากาศสดใสเป็นพิเศษ แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนคอนกรีตที่ทอดยาวมุ่งหน้าสู่เขตนอกเมืองชิงสุ่ย เจียงซือหยางในคราบช่างซ่อมไฟมาดเซอร์ มาในลุคที่ดูสบายตากว่าทุกวันเขาขี่รถมอเตอร์ไซค์วินเทจคันเก่าสีดำด้านที่ดูแลรักษาเครื่องยนต์อย่างดี ไร้เสียงรบกวน ขณะที่ฟ่านลั่วซี นั่งซ้อนท
บนทางหลวงสายหลักที่มุ่งหน้าสู่เมืองชิงสุ่ย รถเอสยูวีสีดำทะมึนคันหนึ่งกำลังพุ่งทะยานไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูงจนเข็มไมล์แทบจะค้างสั่นแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่เรียงรายสลับกับความมืดมิดสาดส่องผ่านกระจกหน้าเข้ามาวับแวมเป็นจังหวะ เผยให้เห็นใบหน้าของอาเล่อที่ยังคงทิ้งร่องรอยของบาดแผลเป็นเล็ก
ดวงตาจิ้งจอกเบิกกว้าง เมื่อหันไปเห็นอย่างนั้น เจียงซือหยางรีบควบคุมสีหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วหันกลับมาตอบหน้าตายพลางคีบเห็ดใส่ชามเธอ“พี่ก็ยังไม่แน่ใจ เลยลองมาติดดูก่อนน่ะ” เขาสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก “พอดี เห็นในเถาเป่ากำลังลดราคา เหลือเก้าสิบเก้าหยวน มันว่าดูทีวีได้ชัดแจ๋วระดั
ความคิดเห็น