Se connecterเพราะถูกองค์กรลับสั่งเก็บ เธอถึงต้องปลอมเป็นสาวไซด์ไลน์ให้หนุ่มแปลกหน้า แต่พอหนีมาไกลขนาดนี้แล้ว ไหงหนุ่มคนนั้นถึงกลายมาเป็นเพื่อนข้างห้องเธอได้ล่ะเนี่ย!? ฟ่านลั่วซี สาวน้อยธรรมดาที่เผลอไปสมัครงานเป็นสายลับไซด์ไลน์ให้องค์กรลับอย่างเป่ย แต่เพราะดันทำภารกิจแรกพลาด จึงต้องถูกคนของเป่ยวางยาและสั่งเก็บ สุดท้าย... จึงต้องหนีไปกบดานไกลถึงเมืองชิงสุ่ย เจียงซือหยาง ลูกชายคนเล็กของตระกูลเจียงที่ยอมลงทุนลาออกจากการเป็นตำรวจ เพื่อออกมาตามล่าเป่ยด้วยกำลังและทุนของตระกูลตัวเอง ด้วยสายรายงานเบาะแสของเป่ยว่าอยู่ที่ชิงสุ่ย เขาจึงไม่รอช้า เร่งรุดไปวางกับดักที่นั่นก่อนล่วงหน้า แต่ไม่รู้ว่ากับดักที่ต้องการวางล่อเป่ย กลายเป็นกับดักใจไปได้ยังไง!? จากคนข้างห้องกลายเป็นคนข้างใจ... จากสายสืบกลายเป็นสายเปย์... จากสาวไซด์ไลน์ในคืนนั้นกลายมาเป็นภรรยาสาวที่เขายอมทุ่มหมดหน้าตัก!
Voir plusก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
มือเล็กเคาะลงบนบานประตูห้องพักหรูของโรงแรมเจียงเจิ้น โรงแรมระดับหกดาวใจกลางเมืองหลวง
ร้อนจัง! ฟ่านลั่วซีคิดอย่างกระวนกระวาย มือเล็กดึงปกเสื้อเชิ้ตของเธอออกห่างจากลำคอ กระพือขึ้นลง เพื่อสร้างลมเย็นดับความร้อนรุ่มที่แผ่ซ่านไปทั้งตัว ผิวขาวผ่องของเธอตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ
หัวใจของฟ่านลั่วซีเต้นเร็วขึ้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่เธอถูกอีกฝ่ายหลอกให้ดื่ม หรือเป็นเพราะความกังวลว่าอีกฝ่ายจะไล่ตามมาทัน
ฝ่ามือเล็กชื้นเหงื่อกำแน่นอย่างลังเล ดวงตากลมโตหันซ้ายหันขวาอีกครั้ง พลางนึกเสียใจที่ตนเองเลี้ยวผิดทางจนต้องมายืนทุบประตูตรงหน้าที่เป็นห้องพักสุดทางเดิน เลยไม่มีช่องทางให้หนีต่อ
สำหรับฟ่านลั่วซีที่ตอนนี้ มีทางเลือกแค่สองทางคือวิ่งหนีกลับไปยังทางเดิมหรือจะบุกเข้าไปซ่อนตัวในห้องพักห้องนี้ให้ได้ แต่สุดท้าย เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ดังไล่หลังขึ้นมา ทำให้ฟ่านลั่วซีตื่นตกใจตัดสินใจเลือกได้ในทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
มือเล็กรัวทุบลงบนประตูบานหนาอย่างร้อนใจ ก่อนจะนึกสบถในใจ
ไอ้พวกเป่ยตั้งใจจะเก็บเราแน่ ๆ แล้ว! ทำงานพลาดแค่งานเดียวเองนะ ถึงกับสั่งคนมาเก็บเราเลยเหรอ!?
ไม่รู้ว่าจะนับว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย เพราะคนที่ได้รับมอบหมายงานสั่งเก็บเธอจากองค์กรเป่ยดันเป็นพวกหัวล้านหื่นกาม พอได้เห็นรูปของเธอแล้วก็ดันอยากได้ หวังจะล่วงเกินข่มเหงแล้วค่อยเก็บตามคำสั่ง
ไอ้หัวล้านที่ชื่อเฉินเฮ่านั่นถึงได้ออกอุบายลวงเธอว่าเป่ยต้องการสั่งงานเธอเพิ่ม ให้มารับงานที่โรงแรมเจียงเจิ้น ฟ่านลั่วซีจึงได้มาตามนัดหมาย พอได้ดื่มเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายส่งให้ ทั่วร่างของเธอก็เริ่มออกอาการร้อนรุ่ม สมองเริ่มงุนงง ใบหน้าของมันก็ฉายแววลามกคิดไม่ซื่อในทันที
ฟ่านลั่วซีเลยแกล้งโอนอ่อนตามมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนอาศัยจังหวะที่มันขึ้นคร่อมตัวเธอ ออกแรงยกเข่ากระแทกเข้าสู่จุดยุทธศาสตร์ของมันในทีเดียว แล้วยกเท้าอีกข้างถีบมันตกลงจากเตียง แล้วฟ่านลั่วซีจึงได้รีบเปิดประตูวิ่งหนีออกมา
แอ๊ด...
ในที่สุด ประตูที่เธอทุบเอาเป็นเอาตายก็เปิดออก บรรยากาศภายในสลัวไปด้วยแสงไฟ ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมอาบน้ำปรากฏขึ้น แสงสว่างจากทางเดินทำให้ฟ่านลั่วซีเห็นเสี้ยวหน้าหล่อคมคาย พร้อมเสียงบ่น
“ฉันบอกแล้วว่าให้เอาบัตรที่รีเซ็ปชั่นข้างล่าง อุ๊บ! โอ๊ย!”
ฟ่านลั่วซีไม่รอให้อีกฝ่ายส่งเสียงดังจนคนของเป่ยได้ยิน เธอรีบเขย่งปลายเท้าปิดปากเขา โถมร่างกายเข้าไปหาร่างสูงใหญ่ในห้องนั้น พร้อมกับใช้ปลายเท้าถีบประตูให้รีบปิดสนิท
เสียงแกรกของประตูดังขึ้น ทำให้ฟ่านลั่วซีเบาใจไปหนึ่งเปลาะ แล้วเอื้อมมือไปทางด้านหลัง คล้องโซ่ประตูซ้ำอีกครั้ง
อย่างน้อยก็หนีรอดจากเป่ยแล้ว!
“ดะ... เดี๋ยวสิ!” ร่างสูงใหญ่เจ้าของห้องพักที่เธอบุกเข้ามารีบผลักฟ่านลั่วซีออกไป ก้มหน้ายกนิ้วโป้งขึ้นเช็ดเลือดที่ริมฝีปากของเขา เพราะเมื่อครู่ที่ร่างเล็กโถมเข้ามาจูบเขา ฟันหน้าซี่เล็ก ๆ ของเธอไปโขกเข้ากับริมฝีปากเขาอย่างจังจนรู้สึกได้ถึงรสเค็มปร่าของเลือด
ฟ่านลั่วซีเหมือนไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว สัมผัสมือสากที่ผลักเธอเมื่อกี้ยังคงทิ้งไอร้อนวาบหวาม สร้างคลื่นความร้อนที่กระหายอะไรบางอย่างในตัวของเธอ ยิ่งได้สัมผัสกับผิวกายของเขา มันก็ทำให้ฟ่านลั่วซีไม่อาจอดใจได้เลย
หญิงสาวยื่นมือไปกำสาบเสื้อชุดคลุมอาบน้ำของเขาไว้แน่น แล้วโถมกายเข้าไปหาอีกครั้ง กดซบจมูกดอมดมกลิ่นกายบุรุษเข้าเต็มปอด วินาทีนั้น ความร้อนในตัวของเธอถึงได้รู้สึกบรรเทาลง
สองมือเล็กลูบไล้แหวกเข้าไปใต้ชุดคลุมที่มีเพียงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเขา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเบี่ยงหลบริมฝีปากซุกซนนั้นพัลวัน
สองมือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาหวังจะรั้งไหล่บางออกไม่แรงนัก เพราะเกรงว่าจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บ แต่ไม่รู้ทำไมร่างเล็กตรงหน้ากลับร้อนรุ่มและมีแรงมากผิดปกติ
“นี่เธอ! ถึงฉันจะนัดเธอมาทำเรื่องนั้นก็จริง แต่ก็ไม่ต้องรีบขนาดนี้ก็ได้มั้ง โอ๊ย!” เจียงซือหยางประท้วง ก่อนจะร้องโอดโอยออกมา เมื่อถูกฟ่านลั่วซีขบกัดอย่างมันเขี้ยวที่เขาเอาแต่ปฏิเสธ
ด้วยความเจ็บที่ถูกหญิงสาวกัด เจียงซือหยางจึงเพิ่มแรง จับไหล่บางรั้งออกมาสบตากัน
ดวงหน้าหวานแปลกหน้ากำลังแดงก่ำภายใต้แสงสลัวสีอ่อน แต่เจียงซือหยางก็ยังไม่ได้เมาไวน์ถึงขั้นแยกไม่ออกว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นสาวไซด์ไลน์คนที่เขานัดมารึเปล่า
“หื้ม? เธอไม่ใช่คนที่ฉันนัดมานี่...” เจียงซือหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนทำท่าจะปล่อยมือ แล้วผละออกไป
แต่ฟ่านลั่วซีรีบขยำสาบเสื้อคลุมของเจียงซือหยางไว้แน่น ใจเธอเริ่มสั่นสะท้านแล้วฤทธิ์ยาที่พลุ่งพล่าน ยิ่งได้กลิ่นอายบุรุษเพศโอบล้อมตัวตนอย่างนั้นด้วย ยิ่งทำให้เธอยากจะทนต่อไปได้ไหว
ไม่ไหว! ทนฤทธิ์ยาไม่ไหวแล้ว!
ยังไงซะ เธอต้องได้ผู้ชายคนนี้!
ฟ่านลั่วซีสะบัดหน้าเล็กน้อย พยายามควบคุมเสียงแหบพร่า
“คนที่คุณนัด เธอติดธุระมาไม่ได้ เลยส่งฉันมาแทน...”
เจียงซือหยางยิ้มตามคำขู่ของลูกค้าสาว ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ “งั้นให้ผมได้ดูแลคุณหนูนะครับ?”ใบหน้าคมคายโน้มต่ำ หากแต่ฟ่านลั่วซีกลับเบี่ยงหลบเสียอย่างนั้น“เดี๋ยวสิ อืม...” ใบหน้าหวานเอียงไปมาอย่างครุ่นคิด แต่ปลายนิ้วยังคงลูบไล้แกนกายไปมาอย่างปลุกเร้า “แต่พรุ่งนี้ ฉันต้องแต่งงานแล้วเนี่ยสิ... ถ้ามาใช้บริการหนุ่มไซด์ไลน์แบบนี้ สามีอาจจะไม่พอใจเอาได้นะ”มุมปากของเจียงซือหยางวาดเป็นรอยโค้ง ในขณะที่ตัวตนของเขากระตุกไปมาตามการลากนิ้วบนฝ่ามือของเธอ “คุณหนูไม่พูด ผมไม่พูด สามีคุณหนูก็ไม่รู้เรื่องหรอก...”“นั่นสินะ...” ฟ่านลั่วซีลากเสียงพลางลากมือไปตามความยาว โดยใช้อีกมือรั้งกางเกงของชายหนุ่มลงต่ำปลดปล่อยความใหญ่โตให้เป็นอิสระ “อื้อ... ใหญ่กว่าของสามีอีก... แบบนี้ก็น่าลองจริง ๆ แหละ”มุมปากของเจียงซือหยางกระตุกแผ่วเบา “...”“ว่าแต่พ่อหนุ่มคิดราคาต่อรอบเท่าไหร่ล่ะ?” สองมือเล็กขยับมานัวเนียที่ปลายมนของลำกายเขา “ถ้าคิดแพงมาก ฉันไม่มีตังค์จ่ายหรอกนะ&rdq
ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนจะถึงวันวิวาห์อันยิ่งใหญ่ที่โรงแรมเจียงเจิ้น เจียงซือหยางตัดสินใจขับรถพาฟ่านลั่วซีแยกตัวออกมาจากความวุ่นวายของการเตรียมงานในคฤหาสน์ตระกูลเจียงเขาพาเธอมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักของห้องสูทสุดหรูในโรงแรมหกดาวใจกลางเมืองหลวงของตระกูล ซึ่งเป็นสถานที่แรกที่พวกเขาได้เจอกัน“พี่หยางคะ... พรุ่งนี้ เราสองคนต้องตื่นแต่เช้ามืด เพื่อเตรียมตัวเข้าพิธีไม่ใช่เหรอคะ ทำไมจู่ ๆ พี่ถึงพามาที่นี่ล่ะคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงงสงสัย“แค่แวะมาที่นี่กับพี่แค่แป๊บเดียวเอง เสี่ยวซี” เจียงซือหยางไม่ได้ตอบคำถามในทันที แต่เขากลับส่งยิ้มละมุนที่ดูมีเลศนัยแพรวพราวเยี่ยงจิ้งจอกหนุ่มจอมวางแผนเขาค่อย ๆ แตะคีย์การ์ดลงบนแถบเซนเซอร์จนส่งเสียงสัญญาณตอบรับเบา ๆ ก่อนจะผลักบานประตูหนาหนักให้เปิดออกกว้าง เพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปในห้องฟ่านลั่วซีค่อย ๆ เดินเข้าไปในห้องที่ถูกจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไว้อย่างหรูหรา เธอหยุดยืนนิ่งอยู่กลางห้องพลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างละเอียด ตั้งแต่พรมขนสัตว์เนื้อนุ่มที่โอบรับทุกก้าวเดิ
ทันทีที่เจียงซือหยางประคองร่างบางของฟ่านลั่วซีก้าวเท้าข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามาในโถงกว้างปัง! ปัง! ปัง!เสียงของพลุกระดาษสายรุ้งก็ระเบิดตัวออกพร้อมกัน สายรุ้งหลากสีสันและเศษเลื่อมระยิบระยับโปรยปรายลงมา ปกคลุมร่างของคนทั้งคู่ จนฟ่านลั่วซีถึงกับสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจก่อนที่ความประหลาดใจนั้น จะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะใสกระจ่าง เมื่อเห็นบรรดาพี่ชายตัวแสบของสามีนำโดยเจียงจื้อรุ่ย เจียงเทียนอวี่ และเจียงอันหมิงที่ยืนถือกระบอกพลุค้างไว้ในมือ พลางฉีกยิ้มกว้างขวางราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งก่อเรื่องสนุกได้สำเร็จ“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ น้องสะใภ้เล็ก!” เสียงประสานที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงของสามหนุ่มจอมกวนดังขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่ฉินรั่วหยา เจียงเว่ย เจียงอวี้เฉิง และชิงซูเหยาจะเดินตามออกมาฉินรั่วหยาปรี่เข้าไปผลักไหล่เจียงซือหยาง ลูกชายคนเล็กให้ออกไปพ้นทางอย่างไม่ไยดี เสมือนเขาเป็นเพียงส่วนเกิน ก่อนจะคว้ามือเรียวบางของฟ่านลั่วซีมากุมไว้แน่น แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูรักใคร่“เสี่ยวซีของแม่... ในที่สุดก็กลับมาถึงบ้านเราเสียทีนะ ลูก.
เช้าวันรุ่งขึ้น แพทย์เจ้าของไข้ได้เซ็นอนุมัติให้เธอออกจากโรงพยาบาลได้ เจียงซือหยางช่วยประคองร่างบางขึ้นรถสปอร์ตคันหรูคู่ใจ ก่อนจะทะยานออกสู่ถนนใหญ่ทันที ทว่าจุดมุ่งหมายกลับไม่ใช่คฤหาสน์ตระกูลเจียงอย่างที่คิดเจียงซือหยางตัดสินใจหักพวงมาลัยเลี้ยวขวับเข้าสู่เส้นทางลัดที่มุ่งตรงไปยังสำนักงานเขตด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มอย่างมีความสุข“พี่หยางคะ... เราแวะที่นี่ทำไมกันคะ?” ฟ่านลั่วซีเอ่ยถามด้วยความงุนงง ขณะมองป้ายสำนักงานเขตที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า“พี่ก็พาเรามาจดทะเบียนน่ะสิ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างมีความสุข ก่อนจะดับเครื่องยนต์ลงอย่างนุ่มนวล “พี่จะพาเราไปจดตั้งแต่ที่อยู่ชิงสุ่ยแล้ว พอกลับมาถึงเมืองหลวง เราก็ดันความจำเสื่อมอีก... ตอนนี้ เราจำพี่ได้ พี่ก็ต้องรีบพามาจดทะเบียนไว้ก่อน เผื่อเราความจำเสื่อมอีก พี่จะได้มีหลักฐานมายืนยันตัวตนได้ ไม่ต้องเป็นคนแปลกหน้าของเราอีก”“แหม... พี่หยางก็...” หญิงสาวอดลากเสียงอย่างเคอะเขินกับวีรกรรมในตอนนั้นไม่ได้ ก่อนที่เธอจะรีบคว้าแขนเขาไว้แล้วกระซิบแย้งเสียงแผ่วด้วยความกังว
ตัดกลับมาที่เส้นทางวิบากมุ่งหน้าสู่โกดังร้างนอกเมืองชิงสุ่ย ฟ่านลั่วซีบดขยี้ฝ่าเท้าลงบนคันเร่งรถยนต์คันใหญ่จนมิดไมล์ แทบจะหลอมรวมเข้ากับตัวถังโลหะความร้อนจากพิษไข้ที่ยังหลงเหลือ ทำให้ทัศนวิสัยเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือนเล็กน้อย เธอสะบัดใบหน้าไปมา สองมือกำพวงมาลัยรถแน่น ด้วยความมุ่งมั่นอย่างแ
เช้าวันพุธที่อากาศสดใสเป็นพิเศษ แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องลงบนพื้นถนนคอนกรีตที่ทอดยาวมุ่งหน้าสู่เขตนอกเมืองชิงสุ่ย เจียงซือหยางในคราบช่างซ่อมไฟมาดเซอร์ มาในลุคที่ดูสบายตากว่าทุกวันเขาขี่รถมอเตอร์ไซค์วินเทจคันเก่าสีดำด้านที่ดูแลรักษาเครื่องยนต์อย่างดี ไร้เสียงรบกวน ขณะที่ฟ่านลั่วซี นั่งซ้อนท
บนทางหลวงสายหลักที่มุ่งหน้าสู่เมืองชิงสุ่ย รถเอสยูวีสีดำทะมึนคันหนึ่งกำลังพุ่งทะยานไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูงจนเข็มไมล์แทบจะค้างสั่นแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างทางที่เรียงรายสลับกับความมืดมิดสาดส่องผ่านกระจกหน้าเข้ามาวับแวมเป็นจังหวะ เผยให้เห็นใบหน้าของอาเล่อที่ยังคงทิ้งร่องรอยของบาดแผลเป็นเล็ก
ดวงตาจิ้งจอกเบิกกว้าง เมื่อหันไปเห็นอย่างนั้น เจียงซือหยางรีบควบคุมสีหน้าอย่างรวดเร็ว แล้วหันกลับมาตอบหน้าตายพลางคีบเห็ดใส่ชามเธอ“พี่ก็ยังไม่แน่ใจ เลยลองมาติดดูก่อนน่ะ” เขาสูดเส้นบะหมี่เข้าปาก “พอดี เห็นในเถาเป่ากำลังลดราคา เหลือเก้าสิบเก้าหยวน มันว่าดูทีวีได้ชัดแจ๋วระดั
commentaires