Home / วาย / ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn> / บทที่4 ชะตาเราสองดั่งใบไม้ร่วง °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 1 >.•°

Share

บทที่4 ชะตาเราสองดั่งใบไม้ร่วง °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 1 >.•°

Author: LuL LaLiiL
last update Huling Na-update: 2025-09-12 07:00:11

บึ้ม!” แรงระเบิดอันรุนแรงจากการแตกของเคียวสู่ภพทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทั่วล้า ประตูทุกภพภูมิเปิดออกกว้างขึ้น เหล่าวิญญาณ ผี ปีศาจ จิตภูติ เดรัจฉาน อมนุษย์ จากต่างภพ ลุกคลืบคลาน ทุกสิ่งผสมผสานเข้าสู้รบตีรันฟันแทงกลืนกินดูดสิงร่างและจิตวิญญาณ วินาทีนั้นทุกสิ่งกำลังมุ่งสู่ความวิบัติเกินผู้ใดจักเยียวยาแก้ไข เฟยฟาพร้อมสัตว์คู่กาย ไป่ชิงหลง มังกรขาว แหวกว่ายทะยานผ่านทุกสิ่งที่ขวางตรงหน้า ตอนนี้ทุกภพที่ขาวสะอาดปะปนแปดเปื้อน วิญญาณร้าย ความดำมืด ภูติผีปีศาจ ไปทุกที่เกลื่อนตา

วั่งซู! เจ้าอยู่ไหน ตอบข้า วั่งซู!” ไป่ชิงหลงมังกรขาวสัตว์คู่กายเกล็ดสีขาวเงินครีบสีฟ้าน้ำทะเลตัวใหญ่ยักษ์เลื่อยลอยพาดผ่านสิ่งแปลกปลอมที่ตีรันฟันแทงไปแบบทะทุทะลวงอากาศ จนถึงปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ เสียงในหัวร้องเรียกจาก เจ้าวั่งซูทะลุผ่านโสตประสาทมากระทบใจ

อยู่ในนี้! ไปเร็ว! ชิงหลง! วั่งซูรอข้าก่อน รอข้า” เฟยฟาควบชิงหลงทะลุทะลวงลงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ผ่านม่านหมอกไอดาราตะกอนสะเก็ดดาวไปยาวไกลสเมือนว่าไม่มีปลายทาง จนเห็นแสงริบหลี่ที่ปลายทาง พร้อมร้องตะโกน “นั่นไงตรงนั้น!”

รอบๆ ตัวเฟยฟาคือมิติกึ่งคนเป็นกึ่งคนตายรอบด้านเงียบสงัดมืดมิด ชิงหลง เลื้อยพุ่งตรงสู่ทางทิศที่มาของลำแสง จนถึง แท้จริงแล้วในนี้คือ

กระจกบานที่10! กระจกที่สาบสูญ!” เฟยฟาเอ่ย กระจกบานที่10 คือกระจกที่สามารถทะลุหาได้ทุกภพของกะจก เป็นเสมือนกระจกที่เป็นทางลัดสู่ทุกภพภูมิ “แต่นี่เป็นแค่เรื่องเล่าและตำนาน ข้าไม่เคยรู้เลยว่ามีกระจกใบนี้อยู่จริง และเหตุใดจึงมาอยู่ใต้บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้”

เฟยเฟย” เสียงเรียกที่ดังก้องขึ้นในหู เรียกสติสัมปชัญญะของฮวาเฟยฟากลับมา

ซูซู! เจ้าอยู่ไหน!” ยังไม่ทันขาดคำฮวาเฟยฟา “นั่นไง ผ่านกระจกเข้าไป”

สิ้นเสียงฮวาเฟยฟา ชิงหลง เลื้อยผ่านกระจกแต่กลับถูกกะจกสกัดกั้นเด้งออก ร่างมังกรขาวไม่อาจผ่านกระจกที่สาบสูญบานนี้ เฟยฟาที่อยู่บนศีรษะหน้าคว่ำเทลงทะลุเข้ากระจกเพียงลำพัง ล้มลงหัวคะมำ เค้าลุกขึ้นคลำหัวบริเวณที่เจ็บ หลังจากประคองตัวลุกขึ้น หันกลับมา

ชิงหลงเจ้าจงรอข้าตรงนี้” ชิงหลงพยักหน้ารับคำ เฟยฟาร่ายมนต์จุดแสงไฟขึ้นในมือ และ เริ่มกวาดสายตามองหาเจ้าวั่งซู

วั่งซู เจ้าอยู่ไหน” ทันใดพื้นหมุนกลับหัวกลับหางทุกอย่างหมุนกลับด้านหน้าเฟยฟาคะมำลงกระแทกพื้น

โอ๊ย! อะไรกันที่นี่!” เมื่อลืมตาขึ้นจากความมึนงง ร่างเจ้าวั่งซู สิ้นสติลอยประทับจูบตรงกัน แต่เหมือนอยู่อีกด้านของกระจก

วั่งซู วั่งซู ฟื้นสิ! เจ้าได้ยินข้าไหม!” เฟยฟายันมือขึ้นถอยปากประกบออกจากปากเจ้าวั่งซู และ ร้องเรียกพร้อมทุบบานกระจกที่กั้นระหว่างพวกเขา “ปึ้ง! ปึ้ง!” วั่งซูนอนไร้สติพร้อมเคียวสู่ปรภพประกบข้างกาย

เฟยฟาหยิบพู่กัน เขียนยันต์บนกระจกพร้อมร่ายเวทย์ “มนต์ทะลายภาพสะท้อน”

ไป!” ตัวอักษรบนกระดาษลอยเด่นกระแทกพื้นกระจกแตกทำลาย เจ้าวั่งซูกับร่างที่ไร้สติหล่นลงในอ้อมกอดเฟยฟา

ซูซู! ซูซู! เจ้าฟื้นสิ! เจ้าได้ยินข้าไหม!” เฟยฟาเรียก เขย่า พร้อมร่ายมนต์เรียกสติ ส่งต่อจรดบนหน้าผาก เจ้าวั่งซู เกิดแสงกระจายทะลุจักราในร่างกายเปิดสติ เจ้าวั่งซูค่อยๆ ลืมตา และเมื่อเห็นเฟยฟาก้ ยิ้มมุมปาก และ เอ่ย

ข้ารู้เจ้าต้องมา! ข้าร้องเรียกหาเจ้า เมื่อใดที่ข้าเรียกหาเจ้าต้องมา ข้ารู้ ข้ารู้เสมอ!”

เจ้าจะพูดอะไร ข้าอยู่กับเจ้าเสมอ ไม่เคยห่างไปไหน” ฮวาเฟยฟาตอบคนรัก พร้อมน้ำตาใสรื้นในดวงตา

ข้าขอโทษ ข้าทำพลาด ข้าทำอะไรไม่ได้เลย ทุกสิ่งกำลังพังลง รวมทั้งข้าด้วยที่กำลังดับสูญ เคียวนี้แตกสลาย ไม่มีอะไรผนึกประตูสู่ภพต่างๆ ทุกสิ่งกำลังมารวมกัน และมุ่งสู่ความวิบัติ ข้าทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว” เจ้าวั่งซูพยายามเล่าเหตุการณ์ด้วยเสียงและลมอ่อนระทวย น้ำตาไหลอาบนองหน้า

ช่างมันเถอะไม่มีอะไรสำคัญกว่าการที่เจ้ายังอยู่ในตอนนี้” ฮวาเฟยฟาน้ำตาไหลพราก กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนปนเศร้า

เจ้าวั่งซูฝืนยิ้มเต็มกำลัง “ขอบคุณที่เจ้ามา ขอโทษที่ข้าผิดสัญญา ข้าไม่อาจร่วมเดินทางกับเจ้าชั่วนิรันดร์ดังที่ข้าเคยให้คำมั่น ชาตินี้ไม่อาจตอบแทนเจ้า ขอตอบแทนชาติหน้า”

ไม่นะ! เจ้าพูดอะไร ข้าจะพาเจ้ากลับไป!” ฮวาเฟยฟากล่าวทั้งน้ำตา

ไม่ได้ การที่จะเข้ามาในนี้จะถูกขังในมิติระหว่างภพแห่งนี้ชั่วนิรันดร์ ข้าได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคยในที่แห่งนี้ ที่นี่คือที่ของข้า และเวลาของข้า เจ้าจงออกไปจากที่นี่ซะ ยังไม่ถึงเวลาของเจ้า เมื่อเจ้าออกไป ร่างกายนี้ก้จะแตกดับตามวาระ เวลาข้าหมดแล้วในชาตินี้ เฟยเฟยที่รัก ให้ข้าได้เก็บเกี่ยวผลแห่งกรรม เจ้าเข้าใจข้านะ” เจ้าวั่งซูพูดยิ้มให้ฮวาเฟยฟาน้ำตาอาบแก้ม และ เสียงที่อ่อนระทวยเหมือนกำลังจะขาดใจ

ไม่นะ! วั่งซู! มันต้องมีทาง”

เจ้าอย่าห่วง ข้าจะกลับมา ข้าจะหาทางกลับมา ข้าสัญญา เจ้ารอข้านะ” เจ้าวั่งซูเอ่ยอ่อนโยนพร้อมพยายามยกมือที่อ่อนแรงขึ้นลูบเช็ดคราบน้ำตาบนหน้าคนรัก

รอ! ข้ารอ ต่อให้อีกกี่ปี กี่ฤดู กี่ชาติภพที่เปลี่ยนไป ข้าสัญญา!”

เจ้าวั่งซูมอบพัดคู่กายไว้แก่เฟยฟา “เจ้าจำได้ไหมครั้งแรกที่เราพบกัน ฤดูใบไม้ร่วงของพวกเรา และเจ้าจะรู้เอง อย่าวิตกไป รีบไป รีบออกจากที่นี่ ก่อนทุกสิ่งจะหายไป” เจ้าวั่งซูยกมือเร่งพลังจักราสีทองเข้าห่อหุ้มร่างคนรัก

ไม่นะ! ซูซู ไม่! อย่าทิ้งข้าไป!” ฮวาเฟยฟาน้ำตาไหลนองหน้า

เจ้าวั่งซูยิ้มให้คนรักครั้งสุดท้ายลาก่อน” และผลักลูกบอลสีทองที่โอบอุ้มร่างฮวาเฟยฟาลอยฝ่า กระแทกกระจกแตกทะลุกันนับชั้นไม่ถ้วน จนบอลสีทองวิ่งลิ่วทะลุกลับออกมา ปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภพมนุษย์

เจ้าวั่งซูคว้าเคียวที่แตกทำลาย ดึงพลัง ทำลายปรภพแสงสีขาววาบ “บึ้ม!” เกิดแรงระเบิดที่แรงมากและสั่นสะเทือนไปทุกภพ จนทุกสิ่งเกือบดับสูญ

ขณะที่ทั้งสองสบตากัน เหล่าพืชพันธุ์บริเวณรอบเริ่มร่วงหล่น ดั่งฤดูใบไม้ผลิกลืนกินอาณาบริเวณนี้ฉับพลัน

เอ่อ! ข้า ข้า ไม่ได้ตั้งใจมาแอบดู แค่บังเอิญข้าเดินผ่านมา” เจ้าวั่งซูกล่าวแก้ตัว

อย่ากังวล ข้าหาได้คิดงั้นไม่ ขอทราบนาม เราเคยพบเจอกันมาก่อนไหม” ฮวาเฟยฟาเอ่ย

ข้าก็รู้สึกบรรยากาศที่คุ้นเคยนี้ ใบไม้ร่วงหล่น แต่กลับไม่เห็นไอมารหรือพลังด้านมืดแผ่ออก แต่ กลับสัมผัสได้แค่ความอบอุ่น แต่ข้าคิดว่าเราไม่เคยพบกันมาก่อน เอ่อ! ขออภัย! ข้า “เจ้าวั่งซู” ทายาทโดยธรรมแห่งสกุลเจ้ารุ่นที่ 11” เจ้าวั่งซู แววตาเคลิ้ม ประหม่ากล่าวตอบ

ออ งั้นท่านก็คือ คุณชายเจ้าที่โด่งดังไปทั่วสิ ช่างงดงามสมคำร่ำลือ ข้า “ฮวาเฟยฟา” หัวหน้ามือปราบมาร สำนักคุ้มภัยเก้าจักยุตกราแห่งหุบเขาเก้ากระจกหมู่บ้านชุนเทียน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบ คู่หู” ฮวาเฟยฟากล่าวและยิ้มมุมปาก

ฮะฮะ งั้นท่านก็คือ บุตรชายหนึ่งเดียวในรอบหมื่นปีของเทพแสงอาทิตย์ และ แม่ของท่านคือเทพธิดาองค์เดียวในรอบหมื่นปีของเจ้าเผ่าพันธุ์มังกรขาว”

เจ้าวั่งซู อ้าปากค้างและตกใจ ในใจก็คิดว่าเหตุใดคนที่มาเป็นคู่หูข้าถึงได้ยิ่งใหญ่คับฟ้า มีแต่ชื่อเสียงระบือในความเมตตาและสร้างความดีไปทั่ว เมื่อเทียบกับข้า คนที่โดนสาปแช่งนิรันดร์ มาอยู่ด้วยกัน ข้าจะกลายเป็นตัวอะไรในสายตาผู้คน!

ม่ายยยย!” เจ้าวั่งซูเผลอ ตะโกนร้องออกมาหลังจากความคิดอันน่าตกใจในใจ

ฮะ! ท่านเป็นอะไรไปหรือ หรือท่านไม่พอใจที่จะมีข้าเป็นคนสนิทของท่าน” ฮวาเฟยฟา แกล้งเอ่ยถาม อมยิ้ม

ปะปะ! เปล่า! ข้าไม่ได้! คิดอะไรแบบนั้น! แต่ข้าแค่!....” คำพูดหยุดหายไป ....แค่คิดว่ามายืนคู่คนยิ่งใหญ่แบบเจ้าข้าจะกลายเป็นฝุ่นผงธุลีไร้ค่าในสายตาผู้คน” ความคิดวิ่งต่อในใจและไร้ซึ่งเสียง

เจ้าวั่งซูยิ้มแหยๆ และ เอ่ยถามฮวาเฟยฟา “ท่านมาทำอะไรอยู่ที่นี่ เหตุใดไม่เข้าร่วมงานในตอนนี้” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม

ข้าไม่ชอบพบปะผู้คน และ อยู่ท่ามกลางผู้คนมากๆ ข้าแค่ชอบที่จะอยู่เงียบๆ กับคนที่ข้าไว้ใจ เช่นเจ้า ในอนาคต” ฮวาเฟยฟา พูดพร้อมก้มต่ำเหลือบหางตามองไปที่เจ้าเว่ยซูแบบมีเสน่ห์สะกดและเจ้าเล่ห์

. ” อะ! ฮ่าๆๆ! แหมท่านฮวาเฟยฟา ท่านก็พูดไปข้ามันคนบาปที่ใครเห็นก็รุมประณาม อยู่กับท่านมีแต่จะทำให้ข้าแปดเปื้อนลดราศี แหะแหะ!” เจ้าวั่งซูกล่าวถ่อมตัวติดตลก

หาได้ไม่! ข้ากลับคิดว่าแท้จริงแล้วท่านต่างหากที่ยิ่งใหญ่ ด้วยภาระหน้าที่ และ พลังความสามารถขนาดนั้นของสกุลเจ้าที่ตกทอดมา และ ปกป้องชีวิตผู้คนมากมายจากภยันต์อันตราย รวมถึงการเป็นเจ้าภพมนุษย์ เหล่านี้หาใช่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และควรได้รับการเคารพนับถือจากผู้คนหรือ” เฟยฟากล่าวเงียบสงบ ทิ้งให้คิด

พลังที่ยิ่งใหญ่หรอ ภาระที่ใหญ่ยิ่งหรอ ผู้คนตายเกลี้ยง หมู่บ้านชุนเทียนกลายเป็นดินแดนผสมสิ่งประหลาดแปลกปลอม โดนผู้คนสาปแช่ง หึหึ! วั่งซูคิดในใจ และพูดออกมาว่า “ข้าอยากให้ผู้คนคิดแบบที่ท่านว่า มันคงเป็นอะไรที่น่าดีใจหาที่สุดๆ ไม่ได้”

ฮวาเฟยฟาหันมองหน้าเจ้าวั่งซูอย่างอ่อนโยนและเข้าใจ “แน่นอน เจ้าอย่าห่วงเลย ผู้คนจะเข้าใจสิ่งนี้ในวันหนึ่ง ว่าเรื่องที่เหล่าบรรพบุรุษสกุลเจ้าทำมาล้วนเพื่อปกป้อง ผู้คน และ ภพภูมิมนุษย์ และท่านจะมีข้าคอยอยู่ข้างๆ คอยย้ำเตือนและสนับสนุนให้มันเกิดขึ้นจริงเสมอ และ เร็วขึ้น” ฮวาเฟยฟายิ้มอ่อนโยน

เจ้าวั่งซูมองไปที่ฮวาเฟยฟา ตาทั้งสองพบสบกันอีกครา และ เหมือนความทรงจำจะพาย้อนสู่เวลา บางส่วนในอดีตวันวาร

แสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามาในห้องเรียน ที่นี่คือสำนักฝึกตนหลิงชงหมิงของเหล่าเซียน ขณะที่อาจารย์กำลังสอน วั่งซูเอนหน้าแนบลงกับโต๊ะเรียน ข้างๆ ถัดไปคือเฟยฟาสงบนิ่งตั้งใจเรียน ทั้งสองคือสหายสนิทตั้งยังวัยเยาว์

ฮวาเฟยฟาสงบเยือกเย็นดั่งมังกรยามหลับรอผงาด แต่ พลังจักรารุนแรงดั่งแสงตะวันสาดยามเที่ยงวัน รูปงาม ความคิดเฉียบคม เฟยฟาใส่ชุดสีขาวปักเลื่อมลายมังกรฟ้าพาด มีสัตว์ภูติประจำตัวมังกรฟ้าสีขาว “ไป่ชิงหลง” พี่น้องและสหายคู่ใจที่กำเนิดมาพร้อมกัน

เจ้าวั่งซู หนุ่มรูปงามใบหน้าหยก แต่ ขี้เล่นอารมณ์ดี จิตใจงดงาม รักการฝึกวิชาการต่อสู้ เป็นคนสร้างเสียงหัวเราะและเป็นที่รักของทุกคน เป็นต้นสกุลเจ้ารับการตกทอดเคียวสู่ภพเหมือนเจ้าวั่งซูรุ่นอื่นๆ ก่อนหน้า เจ้าวั่งซูรุ่นที่ 1 ยอมสละแลกชีวิตตนและชื่อเสียงตัวและสกุลที่มาแต่โบราณในฐานะผู้รักษาความสมดุลแห่งภพ ยอมระเบิดศาสตราที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกของตระกูล เพียงเพื่อหวังว่าจะนำพาความสงบปิดประตูทุกภพ ทำลายทุกดวงวิญญาณที่แปลกปลอม จบภัยพิบัตรให้กับภพมนุษย์ใบนี้ แต่ผลกลับตรงข้าม ทุกภพเกิดรอยแยก และ หมู่บ้านต้องสาปแห่งภพภูมิมนุษย์ยังถูกกลืนกินไม่อาจจะหลุดจากคำสาป ผู้คนก็ต่างพากันเข้าใจผิด คิดว่าสกุลเจ้าเป็นพวกปรภพและต้องการปกครอง ทำลายภพมนุษย์ ทำให้สกุลเจ้าโดนสาปแช่งชั่วนิรันดร์

หลังจากสละชีวิตตนดวงจิตกลับชาติมาเกิดเป็นหลานรุ่นที่11 (ชื่อ หน้าตา รูปร่าง ดวงจิต เฉกเช่นเดิม) อาภรณ์สีดำขลิบทองมีพัดสีดำขลับทองพู่ทองประจำตัว มีเคียวสู่ภพอาวุธประจำกาย และมีสัตว์ภูติ “หลิ่งกวาง” จิ้งจอกดำเก้าหางภูตประจำกายวั่งซู

เจ้าวั่งซู และ ฮวาเฟยฟา ทั้งสองคนร่วมเรียนเขียนอ่านฝึกฝนวิชาจนคนหนึ่งกลายเป็นผู้กล้านำตระกูลเซียน อีกคนหนึ่งเป็นเทพตำแหน่งสูงบนภพสวรรค์ ด้วยสมองและสติปัญญา รวมถึงชาติกำเนิดและพลังเวทย์ ทำให้เป็นที่นับถือละบือไปไกลทุกภพภูมิ แต่ทั้งคู่ก็อยู่ร่วมกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ใช่เวลาร่วมกัน เฉกเช่นสหายรักจนถึงเวลาแยกจาก

หลังจากเรียนจบเจ้าอยากทำไรวั่งซู” ฮวาเฟยฟาเอ่ยถาม

เป็นเจ้าภพมนุษย์ เป็นปรมาจารย์ เป็นผู้นำสกุลเจ้า รักษาสมดุลระหว่างภพ ปกป้องผู้คนจาก อันตราย ตามหน้ามี่ที่มีมาแต่ต้นตระกูลข้า จะตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม”เจ้าวั่งซูกล่าวตอบอย่างมั่นใจและภูมิใจ

ฮวาเฟยฟาเหลือบมองสีหน้าที่จริงจังและจริงใจของเค้าอยู่ด้านข้าง และยิ้มอย่างพอใจและภูมิใจ

จริงๆ แล้ว ท่านเป็นได้มากกว่านั้นนะ แต่ข้าก็จะขอติดตามท่าน เป็นสหายที่รู้ใจร่วมสนับสนุนท่านตลอดไป” ฮวาเฟยฟากล่าว

ทำไมท่านต้องทำขนาดนั้น เจ้าเป็นเทพ เจ้าไม่ต้องพิสูจน์อะไร “เจ้าวั่งซูกล่าว

เราทั้งสองล้วนต้องพิสูจน์ วันหนึ่งเจ้าก็จะรู้เอง ว่าทำไม หรือว่าเจ้าอยากจะไปตามทางเจ้าไม่ต้องมีข้า” ฮวาเฟยฟาพูดขึ้นหางเสียงถาม

ไม่! ไม่! ท่านฮวาเฟยฟา ข้าน้อยมิบังอาจ มนุษย์ธรรมดาเฉกเช่นข้าได้ท่านผู้สูงศักดิ์เป็นสหายนับว่าเป็นบุญอย่างยิ่ง” เจ้าวั่งซูพูดขี้เล่นปนเอาใจ

ฮ่าๆๆๆ!” ทั้งสองมองไปท้องฟ้าที่กว้างไกลด้านหน้าและหัวเราะร่าออกมาพร้อมกัน คล้ายว่าจะไม่มีไรแยกเค้าทั้งสองจากกันได้แม้กระทั่ง ความตาย

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่25 หุบเขาจินลู่ซี °•.< ผังเก้าจักยุตกรา >.•°

    “แล้วปกติการแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นมือปราบมารที่หุบเขาจินลู่ซี นี่มันมีการแข่งอะไรบ้าง” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม ขณะ ที่ปากก็กัดไก่คำโต และซดน้ำซุบไม่ขาด“การที่จะได้เป็นมือปราบมารต้องผ่านด่านทดสอบทั้งเก้ากระจก โดยปกติแล้ว จะมีแค่ปรมาจารย์กระจกนั้นๆ ที่สามารถทะลุผ่านข้าออกกระจกได้ ดังนั้นในการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันล้วนถูกคัดเลือกว่าแกร่งสุดอันดับหนึ่ง และ สอง เป็นตัวแทนจากแต่ละบ้านทั้งเก้ากระจก ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีตัวแทนที่เหมาะสม มีแค่บ้านละคนมากสุดสองคนไม่เกินนี้ ดังนั้นในแต่ละปี จะมีผู้เข้าแข่งขันมากสุดไม่เกิน 18 คนส่วนในวิธีการคือ ปรมาจารย์ท่านนั้นจะใช้มนต์แบ่งจิตเข้าในร่างผู้เข้าแข่งขันเพื่อหลอกกระจกให้ปล่อยกายหยาบของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเข้าไปในกระจกนั้นๆ ที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นภพเสมือนจริง แต่อย่างที่พวกเรารู้กันมาว่าเบื้องหลังกระจกคือเส้นทางสู่ภพภูมินั้นๆที่แท้จริง เมื่อเข้าไปแล้วผู้เข้าแข่งขันจะเจอศัตรูที่ทางปรมาจารย์เหล่านั้นตระเตรียมไว้ซึ่งเป็นศัตรูจริงๆ จากภพนั้น และทำการสู้รบโดยใช้วิชาและไหวพริบที่ตนฝึกฝนมา ต่อกรกับสิ่งมีชีวิตจากต่างภพ ถ้าคนไหนสามารถ

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•°

    ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน คุยกัน คนนึงดีดผีผา อีกคนเป่าซวินดำสิบสองซุ่น ทำนองผสมผสานเข้ากัน เคล้าสุรา และอาบโฉลมแสงจันทร์กันทั้งคืน จนพล๊อยหลับหัวชนกัน อยู่ตรงบริเวณชานเรือนริมน้ำก่อนย่ำรุ่งเมื่อแสงอาทิดย์สาดแสงแยงตา เจ้าวั่งซูก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็นคือดวงหน้าอันงดงามของฮวาเฟยฟาอยู่ตรงหน้า คนที่อยู่ตรงหน้ากำลังหลับ ผิวละเอียดขาวราวหิมะ พวงแก้มเแดงชมพูระเรื่อ วงตายาวระหงขนตายาวเข้มดำเป็นแพ ช่างงดงามไร้ที่ติราวกับเทพปั้น “แต่ก็เป็นเทพจริงๆ เนอะ” วังซูคิดกับตัวเองข้างในใจ ก่อนจะนอนมองจ้อง ดื่มด่ำ กับสิ่งมีชีวิตที่หลับเหมือนเด็กไร้พิษภัยอยู่ตรงหน้าแบบเคลิบเคลิ้ม และลืมตัวยื่นมือออกไป สัมผัสแก้มฮวาเฟยฟา มือที่ใหญ่นิ้วเรียวสวย สัมผัสใบหน้างดงาม“ข้าขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียว เจ้าจะรู้สึกเดียวดาย และเป็นทุกข์ขนาดไหนนะ ในยามที่ข้าตายจากไป ข้าหวังว่าจากนี้ไปข้าจะสามารถทำอะไรเพื่อเป็นการชดใช้ให้เจ้าได้บ้าง” เจ้าวั่งซูมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรัก ความรู้สึกผิด และบ่นเปรยออกมา“ก็มากอยู่ ที่ว่าจะชดใช้ ได้

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่23 อดีตเราสองคือเราสอง °•.< The Amid Autumn 3 >.•°

    “หลายปีหลังมานี้ ไม่ใช่แค่ที่หมู่บ้านชุนเทียนที่บรรยากาศวิปริตถูกปกคลุมด้วยฤดูใบไม้ร่วง แต่ใบไม้ที่ร่วงหล่นนี้ก็ติดตามตัวข้าไปทุกๆที่ ที่ข้าไป ดอกไม้ที่งดงาม ต้นไม้ที่เขียวชอุ่มกลับร่วงโรยทันตา ยามข้าแวะเวียนผ่าน ปกติฤดูสับเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้นที่เกิดเหตุระเบิดครั้งนั้น ร่างเจ้าวั่งซูแตกสลาย และใจของข้าก็แตกสลายไปพร้อมกันเจ้าวั่งซูแแท้จริงแล้วเป็นบุตรแห่งปีศาจหมาป่าดำเจ้าแห่งปรภพผู้ควบคุมไฟ ในขณะที่มารดาเค้าคือเทพธิดาแห่งแสงจันทร์จากภพสวรรค ส่วนข้าพระบิดาคือเทพแสงอาทิตย์ และพระมารดาคือเทพธิดามังกร เจ้าวั่งซูเหยียบอยู่สามภพคือปรโลก มนุษย์ และสวรรค์ ในขณะที่ข้า ภพเดรัจฉาน มนุษย์ และสวรรค์ และเราทั้งสองคือผู้ถือครองศาตราที่แกร่ง และสำคัญที่สุดอย่างเคียวสู่ภพ และ ดาบสุสานมังกรดังนั้น แม้การระเบิดที่จัตุรัสเฟิงสุ่ย อาจสร้างรอยแตกร้าวระหว่างภพ และความสูญเสียต่อสรรพชีวิตมากมาย แต่ การแตกสลายของเราสองคน ก็มีส่วนหนักหนาไม่แพ้กันที่ทำให้ธรรมชาติบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ คล้ายว่าชะตาของเราสองเหมือนจะถูกผูกไว้กับฤดูใบไม้ร่วง ข้าจำได้ครั้งแรกที่มัน

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•°

    “นี่ในอดีต กับการแค่เฟยเฟยสูญเสียความเป็นตัวเอง ก็กระทบ และวุ่นวายกันถึงสามภพ นี่องค์ชายแห่งมังกรช่างยิ่งใหญ่จริง แล้วสรุปพ่อแม่เฟยเฟยไปหาความทรงจำที่ไหนกัน” วั่งซูนึกคิดกับตัวเองก่อนที่ความทรงจำจะตัดภาพกลับมา ที่ห้องอาบน้ำบ้านตระกูลเจ้า“เอ๊ะ! นี่ข้ากลับมาปัจจุบันแล้วหรอ” เจ้าวั่งซูพูดกับตัวเองก่อนที่จะเห็นบรรดาบ่าวไพร่สกุลเจ้าเดินนำทาง เทพแห่งแสงอาทิตย์และเทพธิดาสี่เอ๋อเข้ามา “ไม่ใช่นี่คืออดีตแต่เป็นที่บ้านข้า ว่าแต่พวกเค้าเข้ามาทำอะไรในนี้” วั่งซูรีบเดินตามไปดูทั้งสองต่างแยกกัน และยืนจังก้าหน้ารูปปั้นกิเลนไฟ กับ หงส์ฟ้า ที่ยืนคายน้ำอยู่ ทั้งคู่ร่ายมนต์เรียกหาดวงจิตและยิงพลังไปที่รูปปั้น ดวงตาของกิเลนไฟและหงส์ฟ้าเปล่งสว่างฉับพลัน ดวงจิตกิเลน และ หงส์ ลอยขึ้นออกจากร่างบิน และ กระโดดเข้าหาซบคลอเคลียกัน“ฮะ! นั่น! ที่นั่งอยู่บนหลังหงส์คือเฟยเฟย ส่วนบนหลังกิเลน คุ้นคุ้น นั่นมันข้าหนิ! เอ๊ะ! ไม่ใช่หรือว่าจะเป็น ท่านปู่ทวดเจ้าวั่งซู ข้ากับท่านปู่ทวดหน้าตา น้ำเสียง แล

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่21 ตัวข้าที่แตกสลาย °•.< The Amid Autumn 1 >.•°

    ทุกคนชลมุนวุ่นวายวิ่งกันไปมาทะลุผ่านตัวเจ้าวั่งซูไป องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่งสวรรค์ เรียกประชุมรวม เหล่าทวยเทพเทวดา และบรรดาเซียนเพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้น เรื่องราวความวิปริตของธรรมชาติไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ภพภูมิมนุษย์ แต่เป็นอีกสองภพต้นกำเนิดขององค์ชายและเผ่าพันธุ์มังกร ภพสวรรค์ และ ภพเดรัจฉาน ทั้งสองภพต่างได้รับแรงกระเพื่อมจากการแตกสลายขององค์ชายแห่งมังกรผู้ควบคุมกระแสน้ำทั้งสามภพ เจ้าวั่งซูรีบเดินตามเหล่าทวยเทพเซียนไปที่โถงศักดิ์สิทธิ์ประชุม เหล่าเทพเซียนมากมายเข้าแถวยืนเป็นระเบียบ สักพักองค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่งสวรรค์ก็เสด็จออกมา“ตัวจริงก็ยังหนุ่มสาวนะเนี๊ยะ ทำไมพวกเทพเซียนนี่ไม่รู้จักแก่ คงกินท้อพันปีกัน จนต้นนั้นโตออกลูกออกผลไม่ทัน” เจ้าวั่งซูคิด“องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆ ปี” เหล่าทวยเทพเซียนประสานเสียงกล่าวสรรเสริญ“วันนี้ มีผู้ให้เกียรติเข้าร่วมประชุมกับพวกเรา ท่านผู้ปกปักภพเดรัจฉานและผู้นำจิตวิญญาณแห่งเหล่าสรรพสัต

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่20 ฮวาเฟยฟา °•.< องค์ชายมังกร >.•°

    น่าจะเป็นยามดึก ในสวนดอกไม้ภายในบริเวณคฤหาสน์แห่งนี้ เก๋งจีนตรงเรือนริมน้ำตกมีเพียงเสียงน้ำไหล และ แสงจันทร์ส่องสว่างกลางท้องฟ้า นั่น “เฟยเฟย” ทำไมเค้าดูแปลกไป สีเสื้อหม่น ใบหน้าหมองเศร้า เหมือนมีน้ำตาเอ่อตรงดวงตาคู่งาม ในตากลวงว่างเปล่า เหมือนคนใจสลาย ในมือถือสุราดอกมฤตยูดำ (ดอกมฤตยูดำคือดอกไม้ที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง ดอกมฤตยูดำที่ปลูกแค่บริเวณคฤหาสน์ตระกูลเจ้า และ พลังจักราของคนสกุลเจ้า) มีต้นกำเนิดและมีที่เดียวคือสกุลเจ้าคนที่คิดค้นคือ เจ้าวั่งซูรุ่นที่1และถูกนำมาหมักเป็นเหล้ารสเริด เมาแต่ไม่หนักหัวและสามารถช่วยสร้างความคิดและจินตนาการของผู้ดื่มให้สมจริง ดื่มเพื่อลืมความทุกข์จากโลกแห่งความเป็นจริงไป่ชิงหลงขดนอนอยู่บนโขดหินหน้าน้ำตก เกล็ดของชิงหลงจากสีขาวสว่างเปลี่ยนเป็นสีหม่นเหมือนขี้เถ้าและนอนหมดแรงอยู่ตรงนั้น “นั่นเจ้าเป็นอะไรเฟยเฟย” เจ้าวั่งซูเดินเข้าไปใกล้เพื่อฟังสิ่งที่ฮวาเฟยฟาพึมพำ “ทำไมท่านถึงทิ้งข้าไป ไหนว่าเราจะอยู่และร่วมกันต่อสู้เคียงข้างกันไปตลอด ทำไมทำไม” และเสียงก็เงียบหายไ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status