ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์  <The Amid Autumn>

ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>

last updateLast Updated : 2025-12-07
By:  LuL LaLiiLOngoing
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Not enough ratings
25Chapters
555views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

"ฤดูใบไม้ร่วงที่เกิดขึ้น แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นแค่คำสาปแต่มันคือความงดงามแห่งโชคชะตา แม้กระจกบานที่สิบจะดับสูญ แต่ “สุสาส์นราคะ” ที่พันผูกจิตวิญญาณเราสองไว้จะเป็นปัจจุบันขณะเสมอดั่งสัจจะนิจนิรันดร์"

View More

Chapter 1

บทที่1 ปฐมบท °•.< ตระกูลเจ้า >.•°

Matahari pagi menyinari gerbang megah keluarga Xiao di kota Jingchuan. Xiao Fan berdiri di halaman depan dengan pakaian sederhana yang sudah memudar warnanya, sangat kontras dengan kemewahan kediaman keluarganya. Di tangannya hanya sebilah pedang tua warisan dari kakek buyutnya yang merupakan, satu-satunya benda berharga yang masih ia miliki.

"Kau sudah siap, Xiao Fan?" tanya Lao Zhang, kepala prajurit bayaran keluarga Xiao. Nada bicaranya datar, tanpa kehangatan yang biasanya diberikan kepada anggota keluarga bangsawan.

Xiao Fan mengangguk pelan. Ia sudah terbiasa dengan perlakuan seperti ini. Sejak ia berusia sepuluh tahun dan perkembangan kultivasinya stagnan di tingkat bawah, sementara adiknya Xiao Tian, sudah menembus tahap jauh lebih tinggi di usia yang lebih muda, seluruh keluarga mulai mengabaikannya.

Kini di usia dua puluh tahun, ia masih terjebak di tahap bawah, pencapaian yang memalukan bagi keluarga kultivator terhormat seperti keluarga Xiao.

"Dengar baik-baik," Lao Zhang melanjutkan sambil menatap tajam Xiao Fan dan sepuluh prajurit lainnya. "Kali ini kita mengawal peti berisi Batu Giok Roh Ungu menuju kota Fengming. Perjalanan memakan waktu tiga hari melewati hutan Qingshan. Kalian tahu hutan itu dipenuhi binatang buas dan perampok. Jaga barang ini dengan nyawa kalian."

Salah satu prajurit, seorang pria bertubuh besar bernama Guo Ming, melirik Xiao Fan dengan senyum meremehkan. "Apa gunanya membawa bocah lemah ini? Dia hanya akan memperlambat kita."

"Ini perintah dari tuan muda Xiao Tian sendiri," jawab Lao Zhang sambil mengangkat bahu. "Katanya kakaknya perlu belajar menghargai kerja keras."

Xiao Fan mengepalkan tinjunya, tetapi tidak berkata apa-apa. Ia tahu ini hanyalah cara halus keluarganya untuk menyingkirkannya dari rumah. Sejak adiknya menjadi bintang yang bersinar, kehadirannya hanya dianggap sebagai noda hitam yang memalukan.

Karena itu, mungkin mereka akan membiarkan dia mati dalam tugas pengawalan barang ini.

Rombongan berangkat saat matahari mulai naik. Kereta kayu yang ditarik dua kuda membawa peti berharga di tengah formasi. Lao Zhang memimpin di depan, sementara Xiao Fan ditempatkan paling belakang, posisi yang dianggap paling tidak penting.

Saat melewati pasar kota, Xiao Fan sempat melihat adiknya, Xiao Tian, sedang berjalan dengan angkuh dikelilingi pelayan.

Pakaian sutra mewahnya berkilauan di bawah sinar matahari. Di pinggangnya tergantung pedang spiritual tingkat tinggi, hadiah dari ayah mereka untuk merayakan terobosan kultivasinya bulan lalu.

Mata mereka sempat bertemu sejenak. Xiao Chen tersenyum tipis, senyum yang penuh dengan kesombongan dan penghinaan. Kemudian ia berpaling seolah Xiao Fan hanyalah orang asing di jalanan.

Hanya seorang gadis pelayan bernama Su MinCheng yang melepas kepergian Xiao Fan dengan air mata.

Xiao Fan pun merasa berat meninggalkan pelayan itu tetapi dia harus melakukan tugas ini.

"Menyedihkan bukan?" Guo Ming tiba-tiba berjalan di samping Xiao Fan. "Dulu kau adalah putra sulung yang seharusnya mewarisi segalanya. Sekarang lihat dirimu, bahkan prajurit bayaran seperti kami diperlakukan lebih baik darimu."

Xiao Fan tidak menjawab. Ia sudah mendengar ejekan serupa berkali-kali. Setiap pil peningkat kultivasi, setiap manual teknik, setiap kesempatan untuk belajar dari para tetua, semuanya diberikan kepada Xiao Chen. Ia hanya mendapat sisa-sisa, bahkan makanannya pun lebih sederhana dari para pelayan.

Keluarga Xiao memiliki motto yang kejam namun tegas: yang kuat mendapat segalanya, yang lemah kehilangan segalanya. Di dunia kultivator, aturan itu adalah kebenaran mutlak.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
25 Chapters
บทที่1 ปฐมบท °•.< ตระกูลเจ้า >.•°
“สมน้ำหน้าตระกูลเจ้า!”“ชื่อเสียงตระกูลล่มสลายไร้ผู้คนนับถือก็เพราะความเชื่อมั่นในพลังของตัวเองมากเกินไป คิดว่าตระกูลตัวเองยิ่งใหญ่ เป็นเจ้าภพ สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ จนกระทั่งพลาดพลั้งเผลอให้ศัตรู ท้ายสุดมันก็เลือกเอาตัวมันรอดคนเดียวคิดว่าเพื่อรักษาหน้าตระกูล ไม่คิดถึงชีวิตผู้คน ระเบิดเคียวสู่ภพ ศัสตรา,ศาสตราที่ทรงพลังที่สุดในโลก จนการระเบิดครั้งนั้นยิ่งใหญ่กินวงกว้าง ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย เกิดรอยร้าวระหว่างภพ”“พูดถึงเหตุการณ์ครานั้นถือเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และเลวร้ายที่สุดที่เกิดขึ้นในทุกภพ การระเบิดครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนั้นทำให้ประตูระหว่างภพที่ถูกผนึกและกั้นระหว่างภพต่างๆ แตกออกทั้งเก้าภพซ้อนทับยากแยกแยะสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว สิ่งใดขาวสิ่งใดดำ การสิงสู่การครอบงำการกลืนกินวิญญาณ การยึดร่าง การแฝงร่าง การแปลงกาย ความดีความชั่วทับซ้อนปนเปื้อนยากที่จะแยกแยะ พื้นที่ที่เคยสงบสุขกลายเป็นดินแดนต้องสาป ไร้เดือนไร้ตะวันมีแต่ความมืดมิดอนธการ“ใช่สิ! ก็เพราะความอวดดีของ เจ้าวั่งซูในชาติก่อน ทายาทคนเดียวแห่งสกุลเจ้า ที่มีทิฐิถือว่าตนเกิดมาสูงส่งมีความสามารถเก่งกล้าจะเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปทำอะ
Read more
บทที่2 หมู่บ้านชุนเทียน °•.< หมู่บ้านต้องสาป >.•°
ลึกเข้าไปในป่า ข้ามแม่น้ำ 99 สาย ข้ามเขา 999 ลูก ยังมีหมู่บ้านที่อยู่ท่ามกลางฤดูใบไม้ร่วงตลอดทั้งปีท่ามกลางหุบเขาที่โอบล้อมตัวหมู่บ้านไว้อย่างแน่นหนาลึกลับคล้ายปราการครอบแก้วกัก และ หยุดทุกสิ่งเสมือนว่าคนในห้ามออกคนนอกห้ามเข้า หลบลี้แยกตัวตัดขาดจากโลกภายนอก หมู่บ้านนี้คือ “หมู่บ้านชุนเทียน” หรือ ที่คนทั้งภพมนุษย์กล่าวขานเป็นนามเดียวกันว่า “หมู่บ้านต้องสาป”หมู่บ้านที่เป็นปราการด่านแรกและด่านสุดท้ายที่ยืนตระหง่านกลางหุบเขาทำหน้าที่เป็นเหมือนเกราะกั้นระหว่างภพมนุษย์และภพอื่นๆ อีกแปดภพ จะกล่าวไปในอดีต หมู่บ้านชุนเทียนเคยเป็นหมู่บ้านที่งดงาม พืชพันธุ์ ดอกไม้ สัตว์ป่า และชาวบ้าน สำนักเซียน สำนักคุ้มภัย สำนักผู้ฝึกตน ต่างอยู่กันอย่างผาสุก ไม่ต่างจากที่อื่นๆ ในโลกใบนี้ แต่เนื่องจากเรื่องราวอันวุ่นวายเอิกเหลิกในอดีตทำให้ ฤดูกาลที่นี่หยุดคงไว้แค่ฤดูใบไม้ร่วง ดอกไม้ ผลไม้ ทุกสิ่งล้วนตายต้นเหี่ยวเฉา ใบไม้ ต้นไม้ทุกต้นในหุบเขานี้เกิดและร่วงหล่นฉับพลันลงพื้นคล้ายกับว่าพื้นที่นี้ถูกสูบกินไอแห่งชีวิตชีวาจนหมดสิ้นไปอย่างไงอย่างนั้นว่ากันว่าใน1ปีจะมีงานครบรอบการฟื้นคืนชีวิตหรือพิธีล้างไอปีศาจ เป็นเหม
Read more
บทที่3 สำนักคุ้มภัยเก้าจักยุตกรา °•.< หุบเขาเก้ากระจก >.•°
สำนักคุ้มภัยเก้าจักยุตกรา คือสำนักคุ้มภัยที่ตั้งขึ้นเพื่อผดุงความสมดุลระหว่างภพ เป็นปราการหลักปราการเดียวแห่งภพมนุษย์ ที่หลงเหลืออยู่จากการระเบิดที่จัตุรัสเฟิงสุ่ย ที่เหลือเป็นเพียงสำนักเซียนหรือผู้ฝึกตนเล็กๆผู้ก่อตั้งคือกงซุนต้าเฉียน ภพต้นกำเนิดคือมนุษย์ แต่ถือศีลบำเพ็ญเพียรและทำความดีเวียนวนถึงห้าร้อยชาติ ทำให้เค้าบรรลุได้จักราภพภูมิสวรรค์ อายุยืนยาวกว่ามนุษย์ทั่วไปสำนักนี้รับเกณฑ์ร์เหล่า เทพเซียน มนุษย์ (ต้องมีผสม) อมนุษย์ เข้าฝึกฝนเพื่อปกปักรักษาสมดุลระหว่างภพ ไม่มี มนุษย์ เทพ เซียน ปีศาจ ภูตผีวิญญาณ ใดสามารถละเมิดข้อตกลงในสัญญานี้ได้ จะมีหนทางเดียวคือการเวียนว่ายของดวงจิตเพื่อกลับคืนแต่สำหรับพวกแอบข้ามภพและเป็นข้อห้ามก็มีมากมาย ดวงจิตที่ต้องการข้ามภพภูมิ คือบำเพ็ญเพียรจนแก่กล้าเปลี่ยนความดำมืดความหม่นเทาของดวงจิตให้ส่องแสงสว่าง หรือในทางตรงข้ามจากสว่างไปสู่ความดำมืด ดวงจิตที่ถูกฝึกขัดเกลาจนพร้อมสำหรับการเกิดใหม่นี้จะส่งสัญญาณและรับรู้สัญญาณถึงดวงจิตในต่างภพที่กำลังอ่อนแรงลงและหมดบุญในภพนั้นๆ เมื่อรับรู้สิ่งที่กำลังหมดอายุและการแตกทำลายดวงจิตในเวลาอันใกล้ ดวงจิตที่ที่สว่างหรือด
Read more
บทที่4 ชะตาเราสองดั่งใบไม้ร่วง °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 1 >.•°
“บึ้ม!” แรงระเบิดอันรุนแรงจากการแตกของเคียวสู่ภพทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนทั่วล้า ประตูทุกภพภูมิเปิดออกกว้างขึ้น เหล่าวิญญาณ ผี ปีศาจ จิตภูติ เดรัจฉาน อมนุษย์ จากต่างภพ ลุกคลืบคลาน ทุกสิ่งผสมผสานเข้าสู้รบตีรันฟันแทงกลืนกินดูดสิงร่างและจิตวิญญาณ วินาทีนั้นทุกสิ่งกำลังมุ่งสู่ความวิบัติเกินผู้ใดจักเยียวยาแก้ไข เฟยฟาพร้อมสัตว์คู่กาย ไป่ชิงหลง มังกรขาว แหวกว่ายทะยานผ่านทุกสิ่งที่ขวางตรงหน้า ตอนนี้ทุกภพที่ขาวสะอาดปะปนแปดเปื้อน วิญญาณร้าย ความดำมืด ภูติผีปีศาจ ไปทุกที่เกลื่อนตา“วั่งซู! เจ้าอยู่ไหน ตอบข้า วั่งซู!” ไป่ชิงหลงมังกรขาวสัตว์คู่กายเกล็ดสีขาวเงินครีบสีฟ้าน้ำทะเลตัวใหญ่ยักษ์เลื่อยลอยพาดผ่านสิ่งแปลกปลอมที่ตีรันฟันแทงไปแบบทะทุทะลวงอากาศ จนถึงปากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ เสียงในหัวร้องเรียกจาก เจ้าวั่งซูทะลุผ่านโสตประสาทมากระทบใจ“อยู่ในนี้! ไปเร็ว! ชิงหลง! วั่งซูรอข้าก่อน รอข้า” เฟยฟาควบชิงหลงทะลุทะลวงลงบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ผ่านม่านหมอกไอดาราตะกอนสะเก็ดดาวไปยาวไกลสเมือนว่าไม่มีปลายทาง จนเห็นแสงริบหลี่ที่ปลายทาง พร้อมร้องตะโกน “นั่นไงตรงนั้น!”รอบๆ ตัวเฟยฟาคือมิติกึ่งคนเป็นกึ่งคนต
Read more
บทที่5 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 2 >.•°
ที่สำนักหลิงชงหมิง (โรงเรียน) นี้มีลำธาร และ ภูเขาหลังสำนัก ซึ่งจะเป็นสถานที่ผู้ฝึกตนจะมานั่งผ่อนคลาย แต่มีคนหารู้ไม่ว่า ลงไปด้านล่างอาณาเขตโรงเรียน ลึกเข้าไปมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ทึบลึกลับและด้านในมีบ่อน้ำโบราณ ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่มีพลังเซียนจะมองเห็นเป็นเพียงบ่อน้ำธรรมดา แต่จริงๆ แล้วนี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ (บ่อน้ำแห่งจินตนาการ) บ่อน้ำนี้คือต้นรากของน้ำพุสวรรค์และสิ่งที่ทำให้น้ำพุแห่งสวรรค์นี้กลับมาไหลอีกทีคือลูกแก้วจากมังกรฟ้าวางกลางน้ำพุ เพื่อปลดผนึกบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์จืออู่ตี้ จะคืนชีวิตให้น้ำพุและฉาบสิ่งรอบด้านกลายเป็นอีกโลกที่งดงามเกินจินตนาการ นั่นคือสถานที่ลับของเจ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟา“ข้าเบื่อ บรรยากาศในห้องประชุม ข้างในมีแต่คนกร่นด่าสกุลเจ้า นี่เดี๋ยวซักพักก็พากันออกมาละ ข้าเหมือนไม่ที่ยืน” เจ้าวั่งซูเอามือกอดอก และ บ่น“พวกเราไป ชม ป่า ลำธาร ภูเขา หลังสำนักกันไหม ข้าว่าเจ้าน่าจะชอบที่นั่น ที่นั่นสงบ และ ไม่มีคนล่วงล้ำเข้าไปหรอก” ฮวาเฟยฟาเอ่ยชวน“มีที่แบบนั้นด้วยหรอ ได้สิเชิญเจ้านำ” เจ้าวั่งซูเอ่ยฮวาเฟยฟาผายมือในอากาศเปิดประตูสู่ที่แห่งหนึ่ง มาปรากฏที่ชายป่าหลังสำ
Read more
บทที่6 กระบี่สุสานมังกร °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 3 >.•°
ทั้งสองเดินต่อเข้าไปจนถึงใจกลางถ้ำก็ได้พบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ (บ่อน้ำแห่งจินตนาการ) แสงสว่างเจิดจ้าจากปากบ่อดั่งผงเกล็ดมุกเปล่งประกายระยิบระยับคล้ายมีมนต์เรียกหาล่อลวงให้ผู้พบเห็นเดินเข้าไป แสงวิบวับสะท้อนใบหน้าหวาดกลัวตกใจของเหล่าศีรษะที่ถูกตรึงอยู่ปากเพดานรอบๆ คล้ายว่าสิ่งเหล่านั้นกำลังแยกเขี้ยวร้องโหยหวนเตรียมตะครุบบริเวณรอบๆ เหล่าจิตภูตบินอยู่บนปากบ่อมากมาย เมื่อเจ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟาเดินเข้าไปใกล้ ก็พึ่งเห็นแสงสว่าง ฉายเข้ากับหน้าจิตภูติ ตาโตดำ หูตั้งชันสูง ไม่มีจมูก เขี้ยวแหลมเต็มปาก“นี่มันภูติผีรึเปล่าเนี๊ยะ!” เจ้าวั่งซูคิด แต่ก็เพราะหน้าตาเหยเกปนน่ารักน่าชังของเจ้าจิตภูตินี้ ทำให้สติของวั่งซูไขว้เขวถูกดึงกลับมาชั่วครู่“นี่มันมนต์ยั่วยุกลีบบุปผา” เจ้าวั่งซูสะบัดพัดดำในมือร่ายเวทย์ “มนต์สะกดลวงตา จงหายไป!” และโบกสะบัด แสงสีพวยพุ่งตามแฉกกรีบพัด พัดพาเหล่าจิตภูติร้องกระเจิงแตกวง ไอหมอกไอควันวิบวับจากปากบ่อบางตาลงเหลือเพียงไอหมอกใสใส มองผ่านไอหมอกไปอีกด้านขอบบ่อ ฮวาเฟยฟากำลังหมดสติและล้มลงปากบ่อ เจ้าวั่งซูกระโจนเข้าโอบรับและดึงร่างทั้งสองออกห่างปากบ่อ ตอนนี้ฮวาเฟยฟาหมดสติอ
Read more
บทที่7 ยักษ์ถูหลันเทพธิดาเม่งเซี๊ยะ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 4 >.•°
ขณะที่ เทพธิดาเม่งเซี๊ยะลอยสูงขึ้นสว่างไสวเหนือบ่อศักดิ์สิทธิ์ และ ยังเล่าเรื่องราวต่างๆ อยู่นั้นภายในบ่อก็เกิดประกายพวยพุ่งสีแดงออกจากปากบ่อ พร้อมกับอีกร่างที่ลอยตัวขึ้น นั่นคือยักษ์ถูหลัน!ใบหน้าคือมังกรและมีเขาโค้งงอนงามยาวเป็นวงจากด้านหน้าม้วนไปด้านหลังและยาวออกด้านข้าง กายหยาบสีแดง ในมือถือกู่เจิง ลักษณะคล้ายแพะทะเล“เอ๊ะ! หรือว่า ตัวตนที่แท้จริงของเจ้า ยักษ์ถูหลันคือ เทพจักรราศีแห่งฟ้าตะวันออก เทพแพะทะเล” เฟยฟากล่าว“ใช่ ข้าคือถูหลัน อดีตเทพผู้ครองจักรราศีแห่งฟ้าตะวันออก กลุ่มจักราแพะทะเล ส่วน เม่งเซี๊ยะคือเทพผู้ครองจักรราศีแห่งฟ้าทางตะวันตกกลุ่มจักราหญิงพรหมจรรย์ เราทั้งสองจะโคจรมาบรรจบกันปีละครั้งและนั่นก็เป็นจุดกำเนิดความรักของเราสองคน”แต่ทางองค์จักพรรดิ และ องค์จักรพรรดินี รู้ข่าวเลยสั่งให้แยกกันเด็ดขาด แต่พวกเราสองคนไม่ยอม เลยโดนเนรเทศให้มาอยู่ในดินแดนขาวดำแห่งนี้ ภพฝันแห่งความเงียบงัน ภพที่ไม่มีตัวตนของดวงจิตที่ชัดเจน เป็นเพียงภพชั่วคราวของการผ่านของวิญญาณ ร่างที่พวกเจ้าเห็นนั้นคือ ยังมีดวงจิต แต่ดวงจิตล่องลอยในภพฝันนามธรรม”“ข้ามีเรื่องอยากถามท่านทั้งสอง ทำไม พวกท่านสอง
Read more
บทที่8 ภพฝันแห่งความเงียบงัน °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 5 >.•°
“เชิญๆ” พูดเสร็จก็ผายมือโต๊ะอาหารยาวพร้อมอาหารก็ปรากฏขึ้นใต้ต้นไม้ใหญ่“เชิญๆ นั่งก่อน” หลี่เลี่ยงเฟิ่งเอ่ยผายมือ“นี่ท่านอาศัยอยู่ในเรือนที่ตกทอดแบบนี้มาตลอดเลยหรอ” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม“จริงๆแล้ว ข้าคือรุ่นแรก ยังไม่มีการสืบทอดกระจกแห่งภพฝัน ข้าคือคนดูแลแต่เพียงผู้เดียว เคยมีคนมาฝึกเผื่อจะรับช่วงต่อแต่ดูเหมือนพวกเค้ายังไม่มีความสามารถในการเข้าถึงภพฝัน ข้าคิดว่าคงเป็นข้านี่แหล่ะที่ต้องดูแลไปอีกร้อยปีพันปี” หลี่เหลี่ยงเฟิงเล่า“แล้วทำไมท่านไม่แก่ชรา เอ่อ ข้าขอภัย” เจ้าวั่งซูเผลอหลุดปาก“ฮ่าๆๆ! ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ จริงแล้วมันเกิดขึ้นไม่นานหลังจากข้ามาอยู่ ข้าได้ฝึกวิชา บำเพ็ญตน เพื่อเชื่อมต่อและเข้าสู่ภพฝันหวังเพื่อจะเข้าใจทุกสิ่งในภพนั้นและยึดโยงภพนั้นเข้าเสมือนเป็นส่วนเดียวกัน และวันนึงข้าก็เหมือนเจออาจารย์สองคน ท่านเป็นเทพเซียนจากบนสวรรค์เมตตาชี้นำทางข้า พวกท่านสอนทุกอย่างเกี่ยวกับภพฝันแห่งความเงียบงันให้ข้า การใช้พลังภพฝันนามธรรมและรูปธรรม การสื่อสาร การผนวกรวม การรักษาสมดุลแห่งภพ แล
Read more
บทที่9 โคลงเจี๋ยหยี่ โคลงคืนชีวิต °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 6 >.•°
“เชิญๆ” พูดเสร็จก็ผายมือโต๊ะอาหารยาวพร้อมอาหารก็ปรากฏขึ้นใต้ต้นไม้ใหญ่“เชิญๆ นั่งก่อน” หลี่เลี่ยงเฟิ่งเอ่ยผายมือ“นี่ท่านอาศัยอยู่ในเรือนที่ตกทอดแบบนี้มาตลอดเลยหรอ” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม“จริงๆ แล้ว ข้าคือรุ่นแรก ยังไม่มีการสืบทอดกระจกแห่งภพฝัน ข้าคือคนดูแลแต่เพียงผู้เดียว เคยมีคนมาฝึกเผื่อจะรับช่วงต่อแต่ดูเหมือนพวกเค้ายังไม่มีความสามารถในการเข้าถึงภพฝัน ข้าคิดว่าคงเป็นข้านี่แหละที่ต้องดูแลไปอีกร้อยปีพันปี” หลี่เหลี่ยงเฟิงเล่า“แล้วทำไมท่านไม่แก่ชรา เอ่อ ข้าขออภัย” เจ้าวั่งซูเผลอหลุดปาก“ฮ่าๆๆ! ไม่เป็นไร ข้าเข้าใจ จริงแล้วมันเกิดขึ้นไม่นานหลังจากข้ามาอยู่ ข้าได้ฝึกวิชา บำเพ็ญตน เพื่อเชื่อมต่อและเข้าสู่ภพฝันหวังเพื่อจะเข้าใจทุกสิ่งในภพนั้นและยึดโยงภพนั้นเข้าเสมือนเป็นส่วนเดียวกัน และวันหนึ่งข้าก็เหมือนเจออาจารย์สองคน ท่านเป็นเทพเซียนจากบนสวรรค์เมตตาชี้นำทางข้า พวกท่านสอนทุกอย่างเกี่ยวกับภพฝันแห่งความเงียบงันให้ข้า การใช้พลังภพฝันนามธรรมและรูปธรรม การสื่อสาร การผนวกรวม การรักษาสมดุลแห่งภพ
Read more
บทที่10 สุราดอกซ่างฮัวหลัว °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 7>.•°
แสงตะเกียงเริ่มถูกจุดขึ้นทั่วหมู่บ้านชุนเทียน ลามต่อมาตามเส้นทางสู่หุบเขา แต่ละวิญญาณเริ่มแยกออกจากร่าง และ ทุกคนกลับคืนรูปเดิม ใบหน้ายิ้มแย้มและเปี่ยมสุข บรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยชีวิต บรรยากาศที่ห้อมล้อมไปด้วยความปิติ เสียงหัวเราะ ความยินดี และเปี่ยมสุข เสียงสรวลเฮาฮาของผู้คนทั้งจากภพมนุษย์ ภูติ อมนุษย์ เดรัจฉาน วิญญาณ และอื่นๆ ที่ถูกคำสาปให้ติดอยู่ที่หมู่บ้านต้องสาปแห่งนี้ เริ่มดังก้องเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความยินดีนี้แสงสว่างและเสียงโห่ร้องสะกิดให้ เจ้าวั่งซูหยุดเป่าซวินดำสิบสองซุ่น และหันมาทาง ฮวาเฟยฟา “เฟยเฟย ที่หมู่บ้านเริ่มสว่างหมดแล้ว ข้าได้ยินเสียงงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง ข้าอยากไปเห็นผู้คนที่นั่น พวกเราไปกันเถอะ” เจ้าวั่งซูเอ่ยชวนเร่งรีบฮวาเฟยฟาหยุดนิ้วเรียวสวยและเงยหน้ามองเจ้าวั่งซู ยิ้มอ่อนโยน “สิ่งที่เจ้าอยากไปชมที่สุดคงเป็นสุราดอกซ่างฮัวหลัวสินะ”“ฮ่าๆๆๆ! เจ้าช่างรู้ใจข้า แม้สุราที่ดีที่สุดของข้าต้องเป็นสุราจาก ดอกมฤตยูดำ ที่เรือนสกุลเจ้าของข้าปลูก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าสุราที่ทำจากดอกซ่างฮัวหลัวที่กำเนิดในหมู่บ้านของพวกเร
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status