Beranda / วาย / ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn> / บทที่5 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 2 >.•°

Share

บทที่5 บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ °•.< ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ 2 >.•°

Penulis: LuL LaLiiL
last update Terakhir Diperbarui: 2025-09-13 18:14:17

ที่สำนักหลิงชงหมิง (โรงเรียน) นี้มีลำธาร และ ภูเขาหลังสำนัก ซึ่งจะเป็นสถานที่ผู้ฝึกตนจะมานั่งผ่อนคลาย แต่มีคนหารู้ไม่ว่า ลงไปด้านล่างอาณาเขตโรงเรียน ลึกเข้าไปมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ทึบลึกลับและด้านในมีบ่อน้ำโบราณ ซึ่งถ้าเป็นคนทั่วไปที่ไม่มีพลังเซียนจะมองเห็นเป็นเพียงบ่อน้ำธรรมดา แต่จริงๆ แล้วนี่คือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์จืออู่ตี้ (บ่อน้ำแห่งจินตนาการ) บ่อน้ำนี้คือต้นรากของน้ำพุสวรรค์และสิ่งที่ทำให้น้ำพุแห่งสวรรค์นี้กลับมาไหลอีกทีคือลูกแก้วจากมังกรฟ้าวางกลางน้ำพุ เพื่อปลดผนึกบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์จืออู่ตี้ จะคืนชีวิตให้น้ำพุและฉาบสิ่งรอบด้านกลายเป็นอีกโลกที่งดงามเกินจินตนาการ นั่นคือสถานที่ลับของเจ้าวั่งซูและฮวาเฟยฟา

“ข้าเบื่อ บรรยากาศในห้องประชุม ข้างในมีแต่คนกร่นด่าสกุลเจ้า นี่เดี๋ยวซักพักก็พากันออกมาละ ข้าเหมือนไม่ที่ยืน” เจ้าวั่งซูเอามือกอดอก และ บ่น

“พวกเราไป ชม ป่า ลำธาร ภูเขา หลังสำนักกันไหม ข้าว่าเจ้าน่าจะชอบที่นั่น ที่นั่นสงบ และ ไม่มีคนล่วงล้ำเข้าไปหรอก” ฮวาเฟยฟาเอ่ยชวน

“มีที่แบบนั้นด้วยหรอ ได้สิเชิญเจ้านำ” เจ้าวั่งซูเอ่ย

ฮวาเฟยฟาผายมือในอากาศเปิดประตูสู่ที่แห่งหนึ่ง มาปรากฏที่ชายป่าหลังสำนัก ทั้งสองเดินเข้าไปยังบริเวณป่าลึกแห่งนี้หาที่เงียบสงบ ในขณะที่ยิ่งเดินลึกป่าก็ยิ่งเงียบสงัด และ มืดขึ้น มืดขึ้น ทั้งสองร่ายมนต์จุดดวงประทีปขึ้นเพื่อนำทาง ระหว่างนั้นพวกเค้าได้พบ ภูติตัวจิ๋วบินเปล่งแสงกลางป่า

“ข้าไม่เคยรู้ว่าภูติสามารถข้ามมายังภพนี้ได้” เจ้าวั่งซูสงสัย

“จิตภูติ มาจากภพจิตภูติ เจ้าภพคืออี้เฟิงเหวิน ข้าเคยได้ยินว่าจิตภูติคือสิ่งวิเศษ กายหยาบของพวกมันคล้ายโปร่งแสงผ่านทะลุ สามารถล่องลอยผ่านทะลุประตูภพคล้ายฑูตส่งสาส์น อย่างเช่นนำข่าวจากอีกภพมาสู่อีกภพ โดยผ่านการเข้าฝัน ไร้ร่องรอย ไร้การปะทะและสะกิดให้ประตูภพนั้นสั่นสะเทือน แม้แต่มือปราบมารจากสำนักคุ้มภัย ก็ไม่อาจรับรู้ถึงการข้ามภพไปมาของพวกภูติ พวกภูติเป็นสิ่งมีชีวิตที่เดินทางไปมาระหว่างภพได้ และอีกสิ่งหนึ่งจากภพเดรัจฉานคือผีเสื้อแห่งความตาย แต่ข้าไม่รู้ว่านั่นมันหมายถึงประโยชน์เพียงอย่างเดียวหรือโทษ แต่ก็เป็นแบบนี้มาช้านาน และจากการรายงานพวกนั้นไม่เคยทำร้ายใคร” ฮวาเฟยฟาสาธยาย

“ถ้างั้น การที่พวกมันมาอยู่ตรงนี้ก็ต้องมีจุดมุ่งหมายงั้นสิ นั่น! พวกมันกำลังนำทางไปทางนั้น เราไปกันเฟยเฟย” ทั้งสองวิ่งกึ่งลอยตามเหล่าภูติไป สักพักจนเจอลักษณะบางอย่างเป็นพุ่มคล้ายทางเข้าถ้ำ เมื่อทั้งคู่ขยับเข้าไปใกล้มากขึ้นก็ค้นพบว่ามันคือต้นเถาวัลย์โบราณหนาใหญ่และขดพันกันไปมาโดยเปิดทางเข้าเหมือนถ้ำ พวกภูติพากันบินนำทางเข้าปากถ้ำ บางส่วนหยุดเกาะตามไหล่ทางทำให้ปากทางนี้และทางเข้าสว่างไสวระยิบระยับคล้ายการเดินทางเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง

ฮวาเฟยฟาและเจ้าวั่งซูหันหน้ามองกันพยักหน้า และ พากันเดินตามแสงนั้นเข้าไป ตามผนังทางเดินนอกจากแสงจากภูติสว่างระยิบระยับแล้ว วั่งซูพึ่งสังเกตเห็นว่าตามขดกิ่งไม้ที่พันกันจนเป็นทางเข้าถ้ำนี้นอกจากมี ต้นไม้ ใบไม้ เถาวัลย์ พันเกี่ยว จิตภูติ

“นั่นคืออะไร!” กะโหลกมนุษย์

“เฮ้ย! เจ้าดูนี่สิ” เสียงเรียกจากเจ้าวั่งซู

“ทางนี้ก็มี!” มันคือใบหน้าปีศาจ วิญญาณอาฆาต เหล่าสัตว์เดรัจฉาน อมนุษย์ ภูติผี

“และเจ้าดูนี่สิ คนนี้ข้ารู้จัก เค้าคือเทพโจววังซือ (เทพแห่งปัญญาที่อยู่ชั้นดางดึงส์) เทพองค์นี้หายตัวไปจากการประชุมสำคัญบนสวรรค์เมื่อสามร้อยปีก่อนและไม่มีใครหาพบ นี่เค้ามาอยู่ตรงนี้”

“เพราะเหตุใดโพรงนี้ถึงมีสิ่งมีชีวิตจากทุกภพมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่”

“ข้าว่า มันเหมือนเป็นตาข่ายใยแมงมุมที่ดักจับทุกสิ่งที่แปลกปลอมที่เล็ดลอดเข้ามาหลุดลอดออกไป!” เจ้าวั่งซูขนลุกและสงสัยปนขนาดไม่ต่างจากฮวาเฟยฟา

“ตั้งแต่ในอดีตมาไม่เคยมีภพไหน หรือ สิ่งมีชีวิตต่างภพมาอยู่ร่วมกันแบบสงบสุขได้ ในที่เดียวกัน ในเวลาเดียวกัน เพราะการย้ายข้ามภพนั้นจำต้องอาศัยร่าง และ พลังจากดวงจิตของผู้ที่อยู่ในภพนั้นๆ เพื่อให้ศัตรูหรือผู้ที่มาจากต่างภพสามารถดำรงอยู่ได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่หลายๆ สิ่งมีชีวิตจากหลายๆ ภพจะมารวมกัน ณ จุดเดียว และ เสียชีวิตทั้งหมดด้วย”

“เฟยเฟยเจ้าว่า จะมีสิ่งใดในโลก ที่สามารถนำพาพวกนี้มารวมตัวกันได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้” เจ้าวั่งซูเอ่ยถามฮวาเฟยฟา ขณะที่กำลังยืนสังเกตร่างต่างๆ ที่ถูกยึดตรึงติดเรียงราย สภาพคล้ายถูกดูดวิญญาณออก สีหน้าซีดกลายเป็น ซูบผอม เหี่ยวย่น สีหน้าดูหวาดกลัวสุดขีด

“ฮะ! ข้าว่า ร่างพวกนี้ ร่างกายไม่เหมือนคนตายแต่เหมือนคนเป็น แม้สภาพจะน่าอดสูซูบผอมมาก แต่! อ่อ! ข้ารู้แล้ว ร่างพวกนี้ยังไม่ได้ตายไป เหมือนแค่โดนกระชาก ขโมยถอดจิตวิญญาณออกจากร่าง และ ตรึงร่างกายนี้ไว้ แต่ข้าไม่แน่ใจว่าดวงจิตพวกนี้จะยังอยู่หรือสูญสลายไป แต่กายหยาบพวกเค้ายังอยู่ และ สามารถกลับมามีชีวิตในแบบพวกเค้าได้อีก”

“ใครกันนะ! ใครทำสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้! และทำไปเพื่ออะไร! ฮวาเฟยฟาสีหน้าเริ่มถอดสีแต่ยังนิ่งสงบและครุ่นคิดต่อไป

“อ่อ! ใช่! ใช่แล้ว!” ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน “กระจกใบที่สิบในตำนาน” กระจกบานนั้นบานเดียวที่สามารถเชื่อมเปิดและปิดประตูสู่ทุกภพได้ 

“เดี๋ยวนะแต่กระจกนั่นไม่มีใครเคยพบเจอ หลังจากที่มีการระบุไว้ใน “ตำรารวบรวมความรู้มหาสุดยอดทุกภพภูมิของสวรรค์” เปิดออก และมีการกล่าวถึงกระจกใบที่สิบนี้ ก็ได้มีการออกคำสั่งมีการค้นหาอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุมในทุกภพภูมิ เพื่อนำมาเก็บรักษาที่หอจิ่งซือเย่เถวีย (หอมนต์ตราสวรรค์) เพื่อความปลอดภัยของทุกภพ เพราะถ้ากระจกมีอยู่จริง จะก่อให้เกิดหายนะ อย่างคาดไม่ถึง ทุกภพภูมิจะทะลุไปหากัน และ การเข้าสิงร่าง การขโมยร่าง และ ดวงจิตจะถูกทำให้เกิดและดับโดยไม่ผ่านการเวียนว่าย” ฮวาเฟยฟาเอ่ย

“แต่เคียวสู่ภพของตระกูลเจ้าก็ทำได้ไม่แตกต่าง” เจ้าวั่งซูเปรย

“ใช่! แต่ง้าวแห่งความตายนั่น สามารถใช้ได้แค่ผู้สืบทอดอย่างเป็นธรรมของสกุลเจ้ารุ่นต่อรุ่น ไม่มีการข้ามสายในทุกหนึ่งร้อยเป็นของใครก็ของคนนั้น ง้าวจะไม่ฟังผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของที่แท้จริง และจุดมุ่งหมายของผู้ครอบครองเคียวแห่งความตายจากสกุลเจ้านั้น เพื่อจุดหมายเดียวคือปกป้องภพมนุษย์ และ รักษาสมดุลแห่งภพ และการเหวี่ยงเคียวยมฑูตในแต่ละครั้งนั้นก็ทำไปเพียงเพื่อจุดหมายเดียว คือส่งสิ่งมีชีวิตจากภพที่ข้ามมากลับไปภพตัวเอง ไม่สามารถเปิดประตูสู่ภพเพื่อไปหลายๆ ภพพร้อมกัน หรือส่งสิ่งมีชีวิตนั้นกลับผิดภพภูมิก็ไม่ได้ ประตูนั้นจะไม่เปิด และ ที่สำคัญเคียวแห่งยมฑูตนั้น เปิดประตูเพื่อส่งกลับหาได้มีพลังในการเปิดเพื่อดึงสิ่งแปลกปลอมข้ามมา” ฮวาเฟยฟาร่ายยาว

“โห!” วั่งซูอ้าปากค้างตะลึง พร้อมปรบมือ และแสดงสีหน้าน้ำเสียงทึ่ง ในความรู้ที่มากมาย ครอบคลุมทุกภพภูมิ และ ความนิ่งในการเรียบเรียงและอธิบายรายละเอียดครบถ้วนของ ฮวาเฟยฟา

“เฟยเฟย เจ้าช่างปราดเปรื่องนัก ข้าสงสัยว่ามีสิ่งใดในโลกที่เจ้าหาคำตอบไม่ได้! ข้าว่าไม่มี นี่ขนาดเรื่องราวตะกูลข้า เจ้ากลับรู้รายละเอียดเยอะกว่าข้า ผู้สืบทอดมันมา แหะ!แหะ! ข้ายังไม่เคยรู้ถึงรายละเอียดและความสามารถของมันเลย” วั่งซ^พูด พร้อมล^บหัวไป แบบเขิลๆ อายๆ

“ไว้วันหนึ่ง เจ้าก็จะรู้ว่าความสามารถและภาระที่เจ้ามีนั้นมันยิ่งใหญ่และควรได้รับการเคารพนับถือขนาดไหน” ฮวาเฟยฟา พูด และหันมายิ้มอ่อนโยน

“แต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ข้าเคยได้ยินว่า เคียวสู่ภพยังมีความสามารถอีกอย่างคือ “การทำลายทุกสิ่งให้คืนกลับสู่ความว่างเปล่าเพื่อรอการกำเนิดใหม่” แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ถึงจะเรียกได้ว่าสมควรแก่การใช้มนต์ที่น่ากลัวและยิ่งใหญ่ขนาดนั้น” เฟยฟาเอ่ยเบาๆ 

“ใช่! แต่เรื่องนี้ข้าเคยได้ยินเสด็จพ่อพูด แต่เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก เพราะหลายร้อยปีมานี้ ไม่เคยมีผู้สืบทอดคนไหนได้รับพรสววรค์พิเศษอันนั้นติดตัวมา ผู้ที่มาก่อนข้าสามารถทำได้แค่เปิดประตูภพ เท่านั้น และข้าก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อะไรที่เลวร้ายขนาดที่ว่าต้องร่ายมนต์เพื่อทำให้ทุกสิ่งดับสูญไปทั้งหมดขนาดนั้น” วั่งซูพูดอย่างไม่กังวลและคิดว่าพลังนั้นไม่น่ามีอยู่จริง โดยที่ไม่รู้เลยว่าพรสวรรค์ที่ว่านั้นหลับใหลอยู่สักที่ในร่างของเค้าเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่25 หุบเขาจินลู่ซี °•.< ผังเก้าจักยุตกรา >.•°

    “แล้วปกติการแข่งขันเพื่อบรรจุเป็นมือปราบมารที่หุบเขาจินลู่ซี นี่มันมีการแข่งอะไรบ้าง” เจ้าวั่งซูเอ่ยถาม ขณะ ที่ปากก็กัดไก่คำโต และซดน้ำซุบไม่ขาด“การที่จะได้เป็นมือปราบมารต้องผ่านด่านทดสอบทั้งเก้ากระจก โดยปกติแล้ว จะมีแค่ปรมาจารย์กระจกนั้นๆ ที่สามารถทะลุผ่านข้าออกกระจกได้ ดังนั้นในการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันล้วนถูกคัดเลือกว่าแกร่งสุดอันดับหนึ่ง และ สอง เป็นตัวแทนจากแต่ละบ้านทั้งเก้ากระจก ซึ่งในแต่ละปีก็จะมีตัวแทนที่เหมาะสม มีแค่บ้านละคนมากสุดสองคนไม่เกินนี้ ดังนั้นในแต่ละปี จะมีผู้เข้าแข่งขันมากสุดไม่เกิน 18 คนส่วนในวิธีการคือ ปรมาจารย์ท่านนั้นจะใช้มนต์แบ่งจิตเข้าในร่างผู้เข้าแข่งขันเพื่อหลอกกระจกให้ปล่อยกายหยาบของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเข้าไปในกระจกนั้นๆ ที่ทุกคนเชื่อว่าเป็นภพเสมือนจริง แต่อย่างที่พวกเรารู้กันมาว่าเบื้องหลังกระจกคือเส้นทางสู่ภพภูมินั้นๆที่แท้จริง เมื่อเข้าไปแล้วผู้เข้าแข่งขันจะเจอศัตรูที่ทางปรมาจารย์เหล่านั้นตระเตรียมไว้ซึ่งเป็นศัตรูจริงๆ จากภพนั้น และทำการสู้รบโดยใช้วิชาและไหวพริบที่ตนฝึกฝนมา ต่อกรกับสิ่งมีชีวิตจากต่างภพ ถ้าคนไหนสามารถ

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่24 เจ้าวั่งซูฮวาเฟยฟา °•.< ความรัก 爱情 >.•°

    ทั้งสองนั่งอยู่ด้วยกัน คุยกัน คนนึงดีดผีผา อีกคนเป่าซวินดำสิบสองซุ่น ทำนองผสมผสานเข้ากัน เคล้าสุรา และอาบโฉลมแสงจันทร์กันทั้งคืน จนพล๊อยหลับหัวชนกัน อยู่ตรงบริเวณชานเรือนริมน้ำก่อนย่ำรุ่งเมื่อแสงอาทิดย์สาดแสงแยงตา เจ้าวั่งซูก็เริ่มรู้สึกตัว เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เห็นคือดวงหน้าอันงดงามของฮวาเฟยฟาอยู่ตรงหน้า คนที่อยู่ตรงหน้ากำลังหลับ ผิวละเอียดขาวราวหิมะ พวงแก้มเแดงชมพูระเรื่อ วงตายาวระหงขนตายาวเข้มดำเป็นแพ ช่างงดงามไร้ที่ติราวกับเทพปั้น “แต่ก็เป็นเทพจริงๆ เนอะ” วังซูคิดกับตัวเองข้างในใจ ก่อนจะนอนมองจ้อง ดื่มด่ำ กับสิ่งมีชีวิตที่หลับเหมือนเด็กไร้พิษภัยอยู่ตรงหน้าแบบเคลิบเคลิ้ม และลืมตัวยื่นมือออกไป สัมผัสแก้มฮวาเฟยฟา มือที่ใหญ่นิ้วเรียวสวย สัมผัสใบหน้างดงาม“ข้าขอโทษนะที่ทิ้งให้เจ้าอยู่คนเดียว เจ้าจะรู้สึกเดียวดาย และเป็นทุกข์ขนาดไหนนะ ในยามที่ข้าตายจากไป ข้าหวังว่าจากนี้ไปข้าจะสามารถทำอะไรเพื่อเป็นการชดใช้ให้เจ้าได้บ้าง” เจ้าวั่งซูมองคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรัก ความรู้สึกผิด และบ่นเปรยออกมา“ก็มากอยู่ ที่ว่าจะชดใช้ ได้

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่23 อดีตเราสองคือเราสอง °•.< The Amid Autumn 3 >.•°

    “หลายปีหลังมานี้ ไม่ใช่แค่ที่หมู่บ้านชุนเทียนที่บรรยากาศวิปริตถูกปกคลุมด้วยฤดูใบไม้ร่วง แต่ใบไม้ที่ร่วงหล่นนี้ก็ติดตามตัวข้าไปทุกๆที่ ที่ข้าไป ดอกไม้ที่งดงาม ต้นไม้ที่เขียวชอุ่มกลับร่วงโรยทันตา ยามข้าแวะเวียนผ่าน ปกติฤดูสับเปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ แต่ครั้นที่เกิดเหตุระเบิดครั้งนั้น ร่างเจ้าวั่งซูแตกสลาย และใจของข้าก็แตกสลายไปพร้อมกันเจ้าวั่งซูแแท้จริงแล้วเป็นบุตรแห่งปีศาจหมาป่าดำเจ้าแห่งปรภพผู้ควบคุมไฟ ในขณะที่มารดาเค้าคือเทพธิดาแห่งแสงจันทร์จากภพสวรรค ส่วนข้าพระบิดาคือเทพแสงอาทิตย์ และพระมารดาคือเทพธิดามังกร เจ้าวั่งซูเหยียบอยู่สามภพคือปรโลก มนุษย์ และสวรรค์ ในขณะที่ข้า ภพเดรัจฉาน มนุษย์ และสวรรค์ และเราทั้งสองคือผู้ถือครองศาตราที่แกร่ง และสำคัญที่สุดอย่างเคียวสู่ภพ และ ดาบสุสานมังกรดังนั้น แม้การระเบิดที่จัตุรัสเฟิงสุ่ย อาจสร้างรอยแตกร้าวระหว่างภพ และความสูญเสียต่อสรรพชีวิตมากมาย แต่ การแตกสลายของเราสองคน ก็มีส่วนหนักหนาไม่แพ้กันที่ทำให้ธรรมชาติบิดเบี้ยวอย่างชัดเจน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ คล้ายว่าชะตาของเราสองเหมือนจะถูกผูกไว้กับฤดูใบไม้ร่วง ข้าจำได้ครั้งแรกที่มัน

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่22 กิเลนไฟและหงส์ฟ้า °•.< The Amid Autumn 2 >.•°

    “นี่ในอดีต กับการแค่เฟยเฟยสูญเสียความเป็นตัวเอง ก็กระทบ และวุ่นวายกันถึงสามภพ นี่องค์ชายแห่งมังกรช่างยิ่งใหญ่จริง แล้วสรุปพ่อแม่เฟยเฟยไปหาความทรงจำที่ไหนกัน” วั่งซูนึกคิดกับตัวเองก่อนที่ความทรงจำจะตัดภาพกลับมา ที่ห้องอาบน้ำบ้านตระกูลเจ้า“เอ๊ะ! นี่ข้ากลับมาปัจจุบันแล้วหรอ” เจ้าวั่งซูพูดกับตัวเองก่อนที่จะเห็นบรรดาบ่าวไพร่สกุลเจ้าเดินนำทาง เทพแห่งแสงอาทิตย์และเทพธิดาสี่เอ๋อเข้ามา “ไม่ใช่นี่คืออดีตแต่เป็นที่บ้านข้า ว่าแต่พวกเค้าเข้ามาทำอะไรในนี้” วั่งซูรีบเดินตามไปดูทั้งสองต่างแยกกัน และยืนจังก้าหน้ารูปปั้นกิเลนไฟ กับ หงส์ฟ้า ที่ยืนคายน้ำอยู่ ทั้งคู่ร่ายมนต์เรียกหาดวงจิตและยิงพลังไปที่รูปปั้น ดวงตาของกิเลนไฟและหงส์ฟ้าเปล่งสว่างฉับพลัน ดวงจิตกิเลน และ หงส์ ลอยขึ้นออกจากร่างบิน และ กระโดดเข้าหาซบคลอเคลียกัน“ฮะ! นั่น! ที่นั่งอยู่บนหลังหงส์คือเฟยเฟย ส่วนบนหลังกิเลน คุ้นคุ้น นั่นมันข้าหนิ! เอ๊ะ! ไม่ใช่หรือว่าจะเป็น ท่านปู่ทวดเจ้าวั่งซู ข้ากับท่านปู่ทวดหน้าตา น้ำเสียง แล

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่21 ตัวข้าที่แตกสลาย °•.< The Amid Autumn 1 >.•°

    ทุกคนชลมุนวุ่นวายวิ่งกันไปมาทะลุผ่านตัวเจ้าวั่งซูไป องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่งสวรรค์ เรียกประชุมรวม เหล่าทวยเทพเทวดา และบรรดาเซียนเพื่อแก้วิกฤตที่เกิดขึ้น เรื่องราวความวิปริตของธรรมชาติไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่ภพภูมิมนุษย์ แต่เป็นอีกสองภพต้นกำเนิดขององค์ชายและเผ่าพันธุ์มังกร ภพสวรรค์ และ ภพเดรัจฉาน ทั้งสองภพต่างได้รับแรงกระเพื่อมจากการแตกสลายขององค์ชายแห่งมังกรผู้ควบคุมกระแสน้ำทั้งสามภพ เจ้าวั่งซูรีบเดินตามเหล่าทวยเทพเซียนไปที่โถงศักดิ์สิทธิ์ประชุม เหล่าเทพเซียนมากมายเข้าแถวยืนเป็นระเบียบ สักพักองค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีแห่งสวรรค์ก็เสด็จออกมา“ตัวจริงก็ยังหนุ่มสาวนะเนี๊ยะ ทำไมพวกเทพเซียนนี่ไม่รู้จักแก่ คงกินท้อพันปีกัน จนต้นนั้นโตออกลูกออกผลไม่ทัน” เจ้าวั่งซูคิด“องค์จักรพรรดิและองค์จักรพรรดินีขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆ ปี” เหล่าทวยเทพเซียนประสานเสียงกล่าวสรรเสริญ“วันนี้ มีผู้ให้เกียรติเข้าร่วมประชุมกับพวกเรา ท่านผู้ปกปักภพเดรัจฉานและผู้นำจิตวิญญาณแห่งเหล่าสรรพสัต

  • ดั่งเราสองที่พบพานจากวันวารสู่นิจนิรันดร์ <The Amid Autumn>   บทที่20 ฮวาเฟยฟา °•.< องค์ชายมังกร >.•°

    น่าจะเป็นยามดึก ในสวนดอกไม้ภายในบริเวณคฤหาสน์แห่งนี้ เก๋งจีนตรงเรือนริมน้ำตกมีเพียงเสียงน้ำไหล และ แสงจันทร์ส่องสว่างกลางท้องฟ้า นั่น “เฟยเฟย” ทำไมเค้าดูแปลกไป สีเสื้อหม่น ใบหน้าหมองเศร้า เหมือนมีน้ำตาเอ่อตรงดวงตาคู่งาม ในตากลวงว่างเปล่า เหมือนคนใจสลาย ในมือถือสุราดอกมฤตยูดำ (ดอกมฤตยูดำคือดอกไม้ที่ผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง ดอกมฤตยูดำที่ปลูกแค่บริเวณคฤหาสน์ตระกูลเจ้า และ พลังจักราของคนสกุลเจ้า) มีต้นกำเนิดและมีที่เดียวคือสกุลเจ้าคนที่คิดค้นคือ เจ้าวั่งซูรุ่นที่1และถูกนำมาหมักเป็นเหล้ารสเริด เมาแต่ไม่หนักหัวและสามารถช่วยสร้างความคิดและจินตนาการของผู้ดื่มให้สมจริง ดื่มเพื่อลืมความทุกข์จากโลกแห่งความเป็นจริงไป่ชิงหลงขดนอนอยู่บนโขดหินหน้าน้ำตก เกล็ดของชิงหลงจากสีขาวสว่างเปลี่ยนเป็นสีหม่นเหมือนขี้เถ้าและนอนหมดแรงอยู่ตรงนั้น “นั่นเจ้าเป็นอะไรเฟยเฟย” เจ้าวั่งซูเดินเข้าไปใกล้เพื่อฟังสิ่งที่ฮวาเฟยฟาพึมพำ “ทำไมท่านถึงทิ้งข้าไป ไหนว่าเราจะอยู่และร่วมกันต่อสู้เคียงข้างกันไปตลอด ทำไมทำไม” และเสียงก็เงียบหายไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status