ทะลุมิติมาเป็นคู่อริของอ๋องตัวร้าย

ทะลุมิติมาเป็นคู่อริของอ๋องตัวร้าย

last updateDernière mise à jour : 2024-12-18
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
30Chapitres
2.5KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

อาเฟย ลูกครึ่งไทยจีน เขาเป็นนักโบราณคดี ไประหว่างที่เขากำลังตรวจสอบวัตถุโบราณเกิดสิ่งอัศจรรย์ นำพาให้เขาทะลุมิติไปในราชวงศ์ฉิน เขาทะลุมาในกองทัพของท่านอ๋องหลี ท่านอ๋องผู้มีฉายาว่าไร้พ่าย ทั้งสองคนเป็นคู่อริกันทันทีเพราะท่านอ๋องเข้าใจว่าอาเฟยเป็นหัวขโมยและขโมยหยกประจำตัวของเขาไป อาเฟยที่ใช้แม่ไม้มวยไทยกับท่านอ๋องที่ปากดี ไม่เคยมีสักวันที่พวกเขาจะดีกัน

Voir plus

Chapitre 1

นักโบราณคดี

นักโบราณคดี

ผู้ที่ศึกษาการใช้ชีวิตในอดีตของมนุษย์ในทุกมิติ

📃 ลักษณะงาน

ศึกษา รักษา อนุรักษ์แหล่งโบราณคดี หรือโบราณสถาน

สำรวจ ขุดค้น แหล่งโบราณคดีเพื่อค้นหาโบราณวัตถุ

วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล เขียนเป็นเรื่องราวของมนุษย์ในอดีต

อาจทำงานอาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความ หรือเป็นมัคคุเทศก์ เป็นต้น

📊 ขั้นตอนการทำงาน

การทำงานของนักโบราณคดีที่ทำงานในสังกัดกรมศิลปากร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนทำงานในออฟฟิศและในส่วนลงพื้นที่ขุดค้นสำรวจ ซึ่งนักโบราณดคีแต่ละคนอาจมีสัดส่วนการทำงานในออฟฟิศและพื้นที่ขุดค้นสำรวจแตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

รับมอบหมายงานที่ต้องทำ เช่น ได้โจทย์เป็นการศึกษาวัฒนธรรมบ้านเชียง เป็นต้น

เตรียมข้อมูล ทบทวนวรรณกรรม สืบค้นข้อมูลในอดีตที่มี

เตรียมการสำรวจ ว่าจะสำรวจอะไร เตรียมข้อมูล แผนที่ ดูพื้นที่ก่อนลงสำรวจขุดค้นจริง ๆ เพื่อสำรวจและวิเคราะห์จุดขุดค้นที่เหมาะสม

ลงทำงานในภาคสนามเพื่อขุดค้น และทำงานในส่วนเก็บข้อมูลชุมชน ด้วยการสัมภาษณ์ พูดคุย และคลุกคลีกับคนในชุมชน

ในการขุดค้นสำรวจตามวิธีต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลหลักฐาน และชิ้นส่วนโบราณวัตถุ บางทีอาจขุดไม่จบใน 1 ฤดูกาลขุดค้น อาจต้องกลบรักษาไว้หรือให้ชุมชนช่วยดูแล กลับมาทำรายงานแล้วกลับไปขุดค้นเพิ่มในฤดูกาลต่อไป

นำเอาโบราณวัตถุมาวิเคราะห์และสังเคราะห์ ว่าคืออะไร เช่น วิเคราะห์ว่าลูกกลม ๆ ที่ขุดพบ คือ ลูกปัด เครื่องปั้นดินเผา หรือเครื่องมืออะไร เป็นต้น

วิเคราะห์และเขียนเป็นรายงานการขุดค้นทางโบราณคดี

หยูเฟย ศักดินามนตรี หรือที่ใครๆ เรียกว่าอาเฟยอายุ 25 ปี เป็นลูกครึ่งไทยจีน นักโบราณคดีที่ทำงานเกี่ยวกับการค้นหาวัตถุโบราณที่ทำงานร่วมกันกับนักโบราณคดีของจีน ขุดคุ้ยหาหลักฐานวัตถุโบราณในช่วงราชวงศ์ฉิน เขาต้องไปกลับระหว่างไทยจีน ถึงแม้จะเป็นคนไทย แต่ส่วนมากแล้วอาเฟยทำงานที่เมืองจีนเป็นหลัก

"นี่อาเฟย กาแฟของเธอจะเอาไหม" เฉินอ้าวหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนักโบราณคดีวางกาแฟลงบนโต๊ะทำงาน อาเฟยเป็นคนเดียวที่มีสัญชาติไทยจีนนอกนั้นทุกคนเป็นคนจีนหมด

"นี่เฉิน มานี่หน่อยสิ เห็นหยกชิ้นนี้ไหมอ่ะ นายว่ามันแปลกๆ ไหม" อาเฟยตามเพื่อนสนิทมาดูวัตถุโบราณที่พวกเขาเพิ่งขุดมา ทุกอย่างเป็นของนักรบจีนสมัยราชวงศ์ฉิน

"หยกชิ้นนี้ดูใหม่มากจริงๆ นะทั้งๆ ที่อยู่ในดินมานานมากขนาดนี้แล้ว" เฉินอ้าว มองหยกสีเขียวในมือของเพื่อนสนิท

"ฉันมองมันมาสักพักหนึ่งแล้วล่ะ ฉันรู้สึกว่ามันมีความรู้สึกแปลกๆ กับหยกนี่ มันดึงดูดสายตาฉันอยู่ตลอดเวลา" อาเฟยพูดขึ้น เขาสังเกตว่าหยกอันนี้มักอยู่ในสายตาของเขาเสมอ เขากับศาสตราจารย์รวมทั้งคณะนักโบราณคดีทุกคน ได้ขุดเอาวัตถุโบราณชุดนี้ขึ้นมา ตอนนี้อยู่ในช่วงทำความสะอาดและหาเอกลักษณ์และความหมายของวัตถุชิ้นนั้นๆ

"นายคิดมากไปหรือเปล่าอาเฟย ฉันก็เห็นว่ามันเป็นแค่หยกธรรมดานั่นแหละ เพียงแต่มันดูใหม่มากเกินที่จะอยู่ใต้ดินมาหลายร้อยปีก็เท่านั้น" เฉินอ้าวพูดขึ้น ก่อนที่จะวางของชิ้นนั้นลงที่เดิม พร้อมกับคว้ากระเป๋าของตัวเองขึ้นพาดบ่า

"ฉันจะไปเดทนะ นายกลับเป็นคนสุดท้ายนายก็ล็อคศูนย์วิจัยด้วยก็แล้วกัน แล้วอย่าทำงานดึกนะอาเฟย ดูแลสุขภาพด้วย"

"OK ได้"

หลังจากที่เพื่อนสนิทกลับไป อาเฟยยังคงนั่งมองหยกชิ้นนั้นอยู่เหมือนเดิม เป็นหยกทรงกลมสีเขียวมรกต เหมือนว่าจะผูกอะไรไว้ด้านล่างแต่มันย่อยสลายไปตามกาลเวลา ถ้ามันอยู่ในสภาพดีคงจะดีมากๆ เลย อาเฟยลุกจากโต๊ะทำงานเดินไปยังสิ่งต่างๆ ที่เขาขุดมาได้ ทุกอย่างมาจากราชวงศ์ฉิน ไม่ว่าจะเป็นอาวุธ หม้อ ไห กะละมัง มีแม้กระทั่งชุดที่เหมือนนักรบ เป็นชุดเกราะเหล็ก ที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลา แต่หลังจากที่ดูทุกอย่างเสร็จแล้วอาเฟยก็จะกลับมาสนใจอยู่กับหยกชิ้นนั้นเหมือนเดิม เหมือนมันมีพลังงานบางอย่างเพื่อดึงอาเฟยกลับมาที่มันอยู่เสมอ

ในระหว่างที่อาเฟยเดินกลับมาที่หยกชิ้นนั้น เขาสังเกตว่าโต๊ะทำงานของเขามีแสงมากผิดปกติ เขาจึงรีบสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากยิ่งขึ้น จึงเห็นว่าหยกชิ้นนั้นเปล่งแสงประกายออกมาเจิดจ้าจนต้องเอามือขึ้นบังสายตาให้พ้นจากแสง

"นี่มันแสงอะไรกันเนี่ย" อาเฟยมองด้วยความตกใจ อยู่ๆ โต๊ะทำงานของเขาจะมีแสงได้ยังไง มันไม่น่าเป็นไปได้ แสงสีขาวที่ออกมานั้นมีความแรงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดอาเฟยก็รับไม่ไหว เป็นลมหมดสติลงที่พื้น ก่อนที่แสงสีขาวนั่นจะค่อยๆ ลดความแรงลงเรื่อยๆ จนกระทั่งหมดลงที่หยกก้อนสีเขียวที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของอาเฟย ทุกอย่างสงบลงทันที ร่างบางของอาเฟยนอนหมอบอยู่ที่พื้น ในศูนย์วิจัยเวลานี้คือเวลาที่ไม่มีใครอยู่แล้ว ทำให้ไม่มีใครพบเห็นว่าอาเฟยเป็นลมอยู่ในศูนย์วิจัยแห่งนั้น

"อาเฟยลูก"

เสียงเรียกทำให้อาเฟยรู้สึกตัวขึ้นมา ก่อนที่เขาจะขยี้ตาไล่ความแสบที่เกิดขึ้น ค่อยๆ ลืมเปลือกตาขึ้นมองเสียงที่เรียกแสนคุ้นหูเหลือเกิน

"อาเฟยลูก"

เสียงเรียกย้ำๆ ยิ่งทำให้อาเฟยลืมตาขึ้นมอง แต่ทำไมเขารู้สึกสายตาของเขามันหนักเหลือเกิน หนักจนไม่สามารถลืมตาขึ้นมองได้ แต่เสียงเรียกนั่นมันคุ้นหูเขาจนถึงขนาด เขาคิดว่ามันอาจเป็นเสียงของแม่ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
30
นักโบราณคดี
นักโบราณคดีผู้ที่ศึกษาการใช้ชีวิตในอดีตของมนุษย์ในทุกมิติ📃 ลักษณะงานศึกษา รักษา อนุรักษ์แหล่งโบราณคดี หรือโบราณสถานสำรวจ ขุดค้น แหล่งโบราณคดีเพื่อค้นหาโบราณวัตถุวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล เขียนเป็นเรื่องราวของมนุษย์ในอดีตอาจทำงานอาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น เป็นคอลัมนิสต์เขียนบทความ หรือเป็นมัคคุเทศก์ เป็นต้น📊 ขั้นตอนการทำงานการทำงานของนักโบราณคดีที่ทำงานในสังกัดกรมศิลปากร แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือส่วนทำงานในออฟฟิศและในส่วนลงพื้นที่ขุดค้นสำรวจ ซึ่งนักโบราณดคีแต่ละคนอาจมีสัดส่วนการทำงานในออฟฟิศและพื้นที่ขุดค้นสำรวจแตกต่างกันไป โดยทั่วไปแล้วมีขั้นตอนการทำงานดังนี้รับมอบหมายงานที่ต้องทำ เช่น ได้โจทย์เป็นการศึกษาวัฒนธรรมบ้านเชียง เป็นต้นเตรียมข้อมูล ทบทวนวรรณกรรม สืบค้นข้อมูลในอดีตที่มีเตรียมการสำรวจ ว่าจะสำรวจอะไร เตรียมข้อมูล แผนที่ ดูพื้นที่ก่อนลงสำรวจขุดค้นจริง ๆ เพื่อสำรวจและวิเคราะห์จุดขุดค้นที่เหมาะสมลงทำงานในภาคสนามเพื่อขุดค้น และทำงานในส่วนเก็บข้อมูลชุมชน ด้วยการสัมภาษณ์ พูดคุย และคลุกคลีกับคนในชุมชนในการขุดค้นสำรวจตามวิธีต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูลหลักฐาน และชิ้นส่วนโ
Read More
ชายแปลกหน้า
ราชวงศ์ฉิน (秦) มาจากชื่อแคว้นฉินของสกุลอิ๋ง (嬴) เดิมอยู่ในแถบเสฉวนทางตะวันตกของจีน แต่ได้ขยายอำนาจและย้ายศูนย์กลางการปกครองเข้ามายังภูมิภาคกวนจง (關中) หรือภาคกลางของจีนจนรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งสถาปนาจักรวรรดิแห่งแรกขึ้นได้สำเร็จ สงครามเพื่อรวมชาติของฉิน เป็นชุดสงครามที่เริ่มต้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาลโดย รัฐฉิน ต่อต้าน อีกหก มหาอำนาจที่เหลืออยู่ในจีน ได้แก่ ฮั่น จ้าว ห ยาน เว่ย ฉู่ และ ฉี ระหว่างปี 247 ถึง 221 ก่อนคริสตกาล ฉินได้พัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งใน เจ็ดรัฐสงคราม ที่ทรงอำนาจที่สุดของจีนที่รวมตัวกันหลังจากการเสื่อมถอยของ ราชวงศ์โจว"ห้ามเข้า!" ทหารรักษาที่พักชั่วคราวของท่านอ๋องหลียกดาบขึ้นเพื่อกันไม่ให้ทหารนายหนึ่งเข้าไปด้านใน"อย่าขวางข้า ถ้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องทูลให้อ๋องหลีได้รับทราบ" ทหารนายนั้นกล่าวขึ้นเสียงแข็ง ทำให้ทหารอีกสองคนที่ใช้ดาบขวางทางต้องเปิดดาบออกทันทีภายในกระโจมชั่วคราวสำหรับท่านอ๋อง ด้านในกว้างขวาง ท่านอ๋องหลีเป็นผู้บัญชาการทหารหนึ่งในใต้หล้า ออกรบมาเป็นร้อยเป็นพันสนาม เขาชนะทุกศึก ไม่ว่าจะศึกน้อยหรือศึกใหญ่ ศึกนี้ก็เช่นกัน หลังจากที่กองทัพของดินแดนฮั่นไม่
Read More
หัวขโมย
อาเฟยรู้สึกถึงอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวทันที เขามองไปรอบๆเหมือนที่แห่งนี้จะเป็นกองโจรอะไรสักอย่าง มันไม่น่าปลอดภัยกับเขา เขาน่าจะถูกโจรจับมาแล้วล่ะ ถ้าจำไม่ผิดก่อนที่จะหมดสติไปเขาอยู่ในห้องวิจัย แสดงว่าพวกโจรกลุ่มนี้จะต้องลักพาตัวเขามาจากในห้องวิจัยแน่นอน อาเฟยพยายามขยับตัว ปรากฏว่าเขาถูกมัด แต่เขาฝึกการต่อสู้มาอย่างช่ำชอง ไม่มีทางที่โจรพวกนี้จะสามารถพันธนาการเขาได้ อาเฟยใช้เวลาไม่นานเชือดก็หลุดออกจากร่างกาย เขาเดินไปใกล้ทหารสองคนที่ยืน ปรากฏว่าหลับอย่างที่เขาคิดจริงๆด้วย เขาจึงรีบเดินหลบเข้าไปดูด้านในด้วยความอยากรู้ เขาเห็นว่าทหารสองคนที่ยืนนั้นแต่งตัวแปลกมาก ใส่ชุดเหมือนทหารโบราณ ไม่เหมือนกองโจรอย่างที่คิดไว้ตอนแรก ความอยากรู้อยากเห็นของนักโบราณคดีกระตุ้นให้อาเฟยเข้าไปในชุมโจรแห่งนั้น"โอ้โห..?มีทั้งดาบมีทั้งหอกแถมยังมีทหารมากมายก่ายกองแต่งตัวเหมือนชุดคอสเพลย์ ต้องลงทุนเท่าไหร่กันเนี่ย"อาเฟยค่อยๆพาตัวเอง หลบตามมุมต่างๆไม่ให้ใครเห็น ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่ดึกพอสมควรทำให้คนที่แต่งชุดทหารพวกนี้ส่วนมากนอนหลับ อาเฟยมองเห็นกระโจมที่ใหญ่ที่สุด เขาคิดว่าในนั้นจะต้องมีสิ่งที่เขาอยากรู้แน่ๆ คนกล
Read More
วาจาแปลกประหลาด
อาเฟยยังคิดว่านี่คือกลุ่มของนักวิจัยที่จับเขามา แต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือทำไมต้องแต่งคอสเพลย์เป็นคนโบราณกันด้วย คิดว่าเขาจะกลัวกับคนแบบนี้หรือไง "แต่งเหมือนซะด้วยนะ ดูซิเนี่ยขนาดผมก็ยังใส่วิกยาว"'พลึ่บ' อาเฟยเดินไปข้างหลังผู้ชายร่างสูงก่อนที่กะจะดึงวิกออกแต่ปรากฏว่าร่างทั้งร่างของชายคนนั้นถอยกลับหลังเพราะแรงดึงของเขา"บังอาจนัก! กล้าดีอย่างไรถึงได้มาดึงผมข้าแบบนี้ เจ้าไม่ห่วงชีวิตของตัวเองแล้วสินะ!!" อ๋องหลีโมโหอย่างรุนแรงที่มีคนบังอาจมาจับเส้นผมของเขา ทั่วทั้งปฐพีไม่มีใครแม้แต่จะใช้มือลูบผมของเขาด้วยซ้ำ นอกจากคนรับใช้ที่คอยดูแลเส้นผมของเขาเท่านั้น[อะไรเนี่ย! ผมจริงเหรอ ลงทุนเหมือนกันแฮะ]อาเฟยไม่ได้สนใจกับคำตวาดของชายตรงหน้าเขายังคงคิดว่ามันเป็นเรื่องตลก การแสดงระดับออสก้าแน่ๆอ๋องหลีเองก็กำลังงงกับการกระทำของโจรตัวเล็ก นอกจากจะไม่ยำเกรงเขาแล้ว ดูเหมือนว่าคนคนนี้จะไม่ห่วงชีวิตเลยด้วยซ้ำ"เลิกเล่นละครได้ละ ฉันรำคาญแล้วเนี่ย สรุปว่านายเป็นคนของกลุ่มไหนจ้างมาให้แสดงละครแบบนี้ มันน่าตลกจริงๆเลยแต่งตัวบ้าบออะไรเนี่ย" อาเฟยเท้าสะเอวใส่ชายแปลกหน้า เขารู้สึกว่าการแสดงพวกนี้มันเริ่มน่าเบื่อแ
Read More
อาเฟยนักมวยเก่า
อาเฟยตวัดทั้งตัวหันกลับไปเพื่อจ้องหน้ากับคนตัวโตที่เขาไม่รู้จัก เขาต้องการจะออกจากกระโจมนี้แต่ดูเหมือนคนทั้งหมดจะไม่ยอมหยุดเล่นละครสักที รู้จักอาเฟยศิษย์บัญชาบูรพา ค่ายมวยที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยน้อยไปซะแล้ว"ตกลงว่าจะไม่ปล่อยฉันไปใช่ไหม!" อาเฟยถามเป็นครั้งสุดท้ายในขณะที่อ๋องหลียืนมองชายร่างเล็ก ที่ทำท่าทางเหมือนจะเป็นแม่เสือจ้องเหยื่อ มันช่างน่าตลกมากกว่าน่ากลัว"ดูสิหมอเกอ คนเช่นนี้หรือที่ท่านบอกว่ามีความพิเศษแผ่ออกมาจากตัว ข้าเห็นแต่คนบ้าที่กำลังเดินหาความตาย!" อ๋องหลีพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะในลำคอ"หยุดก่อนเถอะ อย่าทำเรื่องง่ายให้มันเป็นเรื่องยากเลยนะคุณชายน้อย เดี๋ยวท่านอ๋องจะโกรธหนักไหมมากกว่านี้มันจะไม่มีทางหนีรอดความตายได้" ท่านหมอเกอ เห็นบางอย่างอยู่ในตัวของเด็กหนุ่มคนนี้จริงๆ เขาเป็นทั้งหมอและเป็นทั้งซินแสไปในตัว เขาแน่ใจกับความคิดของเขาแน่นอน"พวกคุณเป็นใครผมยังไม่รู้จักเลย แล้วทำไมผมต้องเชื่อพวกคุณด้วย เลิกเล่นละครกันได้แล้วผมต้องการกลับศูนย์วิจัย ถ้าคุณไม่พาผมกลับศูนย์วิจัยรับรองว่าผมจะพังประตูนี้ให้ไม่เหลือซากเลย!" อาเฟยตะโกนด้วยความไม่พอใจ ละครแสนห่วยนี่ทำไมไม่เลิกเล่น
Read More
เช้าวันแรกของเชลย
การคุยกับท่านหมอเกอไม่เป็นผล ท่านหมอจึงสั่งให้อาเฟยหลับพักผ่อนพรุ่งนี้ค่อยมาคิดกันว่าจะเอาอย่างไรต่อไป ซึ่งอาเฟยก็เห็นด้วยเพราะตอนนี้มันเป็นเวลาที่ดึกมากแล้ว เขาได้นอนอยู่ข้างๆเตียงนอนของท่านหมอเกอ มีผ้าห่มบางๆห่มร่าง แต่หน้าแปลกที่ไม่หนาวเลย ทั้งๆที่ภายนอกหิมะกำลังตกและมีอาการที่หนาวเย็นมาก แต่ภายในเต็นท์นอนขนาดใหญ่นี้กลับอบอุ่น วันรุ่งอรุณ อาเฟยตื่นเช้าขึ้นด้วยความเมื่อยล้า ถึงแม้ว่าอากาศจะไม่หนาวแต่พื้นแข็งมาก เล่นเอาเขาปวดหลังจนกระดูกลั่นก๊อบแก๊บไปหมด อาเฟยมองดูเตียงนอนของท่านหมอเกอ ปรากฏว่าท่านหมอเกอตื่นไปแล้ว เขาจึงทำการเก็บที่หลับที่นอนของตัวเอง แล้วเดินออกจากสิ่งที่เขาเรียกว่ากระโจม เป็นที่พักชั่วคราวที่เขาเคยเห็นผ่านๆตาประมาณในหนังจีนโบราณ ทันทีที่เขาเดินออกมาภายนอกทำให้อาเฟยถึงกับตาค้าง [อะไรกันเนี่ย] อาเฟยถึงกับอุทานในใจ ด้านนอกเขาเห็นคนใส่ชุดทหารนับร้อยนับพันคนวิ่งสวนกันไปมา ทุกคนถืออาวุธครบมือ ที่นี่เป็นกองทัพจริงๆด้วย ไม่ใช่ศูนย์วิจัยอย่างที่เขาเข้าใจ แล้วยุคนี้มันจะมีได้อย่างไรกองทัพแบบนี้ อาเฟยพยายามรวบรวมสติและสิ่งที่เขาเจอมาทั้งหมด สิ่งที่เขาคิดว่ามันเป็นการแกล้
Read More
หัวขโมยปากดี
อาเฟยมองคนที่ทุกคนเรียกว่าอ๋องหลี เมื่อคืนปล่อยผมแถมยังใส่เสื้อบางเบา วันนี้ใส่ซะเต็มยศ ไม่ร้อนหรือยังไง"หาก็หาสิ ทำไมจะต้องมาขึ้นมงขึ้นมันด้วย"อาเฟยพูดขึ้นก่อนที่จะถูกท่านหมอเกอดุอีกครั้ง"เจ้าควรพูดให้มีสัมมาคารวะบ้างนะเจ้าหนุ่ม ให้รู้ไว้ว่านี่คือท่านอ๋องหลี ท่านไม่ใช่คนที่เราจะสามารถใช้คำหยาบคายได้"คำพูดของท่านหมอเกอทำให้อาเฟยต้องเงียบปากลง เพราะยังไงซะท่านหมอเกอก็อุตส่าห์ออกหน้าช่วยรักษาชีวิตเขาไว้"ท่านหมอเกอจะทำอะไรก็ออกไปทำเถอะ ปล่อยมันไว้ที่นี่แหละ วันนี้ข้าไม่ออกจากกระโจมอยู่แล้ว อยากจะพักผ่อนสักหน่อย" อ๋องหลีพูดขึ้นทำให้ท่านหมอต้องโค้งคำนับแล้วรีบออกจากกระโจมตามคำสั่งทันทีโดยทิ้งอาเฟยเอาไว้"เจ้าชื่ออะไร" "ชื่ออาเฟย" อาเฟยตอบในขณะที่ยืนนิ่งอยู่กลางกระโจมใหญ่"แล้วทำไมยังไม่รีบหาอีก หรือจะต้องโดนหวายลงหลังสักทีสองทีถึงจะหาได้" คำสั่งของอ๋องหลีทำให้อาเฟยทำปากขมุกขมิบด่าอยู่ในใจ[ไอ้คนเผด็จการ]อาเฟยก้มหาตามโต๊ะทำงานของอ๋องหลี เป็นหยกสีเขียวมรกตมีรูปร่างกลมๆขนาดไม่ใหญ่นัก เขาจำได้ว่าเมื่อคืนเขายืนที่จุดนี้พร้อมกับกำลังดูหยกอยู่แต่แล้วก็ตกใจเสียงคนบ้านั่นทำให้หยกหลุดออกจากมื
Read More
ผู้ติดตามตัวจ้อย
อ๋องหลีมองดูคนตัวเล็กที่นั่งตรงข้ามกับเขา ถึงแม้จะแต่งตัวแปลกประหลาดแต่กลับใช้ตะเกียบได้คล่องแคล่ว และดูเหมือนว่าจะยังไม่มีมารยาทในการกินสักเท่าไหร่ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ถือกับเรื่องนี้"เจ้าจะบอกข้าได้หรือยังว่าเจ้ามาจากที่แห่งใด" คำถามของอ๋องหลีทำให้อาเฟยถึงกับชะงักตะเกียบที่กำลังคีบเต้าหู้เข้าปาก"ผมไม่รู้หรอกว่าผมมาที่นี่ได้ยังไง ผมรู้แต่ว่าตอนนี้ผมต้องหาวิธีกลับบ้านให้ได้ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ผมควรอยู่เลยจริงๆ" อาเฟยพูดพร้อมกับคีบของเข้าปากต่อไป เพราะตอนนี้ท้องของเขากำลังประท้วงว่าหิว ถ้าขืนยังคุยกับไอ้อ๋องคนนี้สงสัยต้องได้กินหัวเขาแทนข้าวแน่นอนอ๋องหลีวางตะเกียบไว้บนถ้วยข้าวของตัวเองก่อนที่จะนั่งมองเจ้าโจรแคระกินอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อย ถึงจะเป็นคนแปลกไปเสียหน่อย แต่ก็ดูไม่มีพิษสง ดูๆแล้วน่าจะไม่เป็นวิทยายุทธด้วย "เจ้ามาเป็นผู้ติดตามให้ข้าได้ไหม" "ผู้ติดตามที่คุณว่าหมายถึงอะไรล่ะ หมายถึงทหารน่ะเหรอ ผมทำไม่ได้หรอก ผมเป็นนักโบราณคดีไม่ได้เป็นทหาร" อาเฟยตอบปฏิเสธทันที จะให้เขาไปถือดาบวิ่งไล่ฟันใครก็คงไม่ได้เขาเป็นนักวิจัยเป็นนักโบราณคดีทำได้แค่ตรวจสอบวัตถุโบราณเท่านั้นแหละ"ไม่ต้อ
Read More
การประลองของโจรแคระ
การประลองเริ่มต้นขึ้น อาเฟยเดินลงสู่สนาม สีหน้าท่าทางของอาเฟยไม่ได้ดูกลัวคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าหลายเท่าตัว พอลงไปเทียบกันชัดๆจะเห็นได้ชัดเลยว่าอาเฟยตัวเล็กกว่ามาก แต่ใบหน้าไม่ได้มีความหวาดกลัวหรือความหวั่นใจอยู่เลยทำให้อ๋องหลีสนใจกับการประลองครั้งนี้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังไม่วาย แอบกระซิบกับทหาร ให้คู่ประลองของอาเฟยเบามือลงด้วยเขากลัวว่าเจ้าโจรแคระจะเจ็บเกินไป"ย๊าก!!" อาเฟยเลือกใช้คาราเต้ในการต่อสู้ในยกแรกเขาร้องเพื่อเรียกขวัญของตัวเองตามแบบฉบับของคาราเต้ทำให้ทุกคนในสนามถึงกับตกใจยิ่งคู่ประลองด้วยแล้วถึงกับสะดุ้งอาเฟยใช้ท่าทางของคาราเต้เขาไม่ได้ใช้อาวุธอะไรเลยทำให้คู่ประลองถึงกับสับสนว่าควรต่อสู้ต่อดีหรือไม่ แต่พอหันไปเจอท่านอ๋องหลีที่พยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตเขาจึงจับดาบของตัวเองไว้แน่น การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น ทั้งสองพุ่งเข้าหากัน อ๋องหลีรู้สึกตื่นเต้นกับการต่อสู้ครั้งนี้เพราะเจ้าโจรแคระเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดทั้งรูปร่างและการที่ไม่ใช้อาวุธเลย แต่ดูเหมือนว่าความตัวเล็กของเจ้าโจรแคระจะทำให้ได้เปรียบอยู่มาก เพราะทหารของเขาไม่สามารถใช้ดาบฟันไปที่ตัวของเจ้าโจรแคระได้เลย แต่อย่างนั้นเขาก็ลุ้
Read More
ความรู้สึกที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้
ในระหว่างที่ท่านอ๋องรับชมการประลองในคู่ต่อไป ทหารก็วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น"ท่านอ๋องขอรับ กองกำลังของดินแดนโจวเดินมาประชิดกองทัพของเราแล้วขอรับ ดูเหมือนว่าจะส่งทหารมาส่งสารให้กับท่านอ๋องขอรับ"อ๋องหลียกสัญญาณให้การประลองหยุดลงทันทีพร้อมกับหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน ก่อนที่จะทำมืออนุญาตให้ทหารทางดินแดนโจวเข้าเฝ้า"เจ้ายกพลมาแค่ 2000 คนกะจะมาตีกองกำลังของข้าอย่างนั้นรึ" อ๋องหลีถามพลทหารที่เดินเข้ามาพร้อมกับทำความเคารพเขา"ได้หาเป็นเช่นนั้นไม่ท่านอ๋อง ดินแดนโจวของเรา ไม่ได้อยากเป็นปรปักษ์กับท่าน การมาครั้งนี้ ข้าน้อยเพียงแต่มาส่งสารจากท่านแม่ทัพของข้าน้อย ส่งตรงให้ท่านอ๋องเท่านั้นขอรับ"ทหารของท่านอ๋องหลีรับเอาสารจากพลทหารก่อนที่จะนำมาส่งให้ถึงมือของอ๋องหลี อ๋องหลีเปิดอ่านทันที ด้านในเป็นสัญญาสงบศึก แสดงว่าดินแดนโจวไม่ได้อยากทำศึกกับอาณาจักรฉินในระหว่างที่ท่านอ๋องนั่งอ่านสารที่มาจากดินแดนโจว อาเฟยเดินกลับมาด้วยเครื่องแต่งกายแบบจีน ถึงแม้ผมจะสั้น แต่กลับสร้างรัศมีแผ่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ทำให้อ๋องหลีที่กำลังอ่านสารเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสนใจ แม้แต่พลทหารที่อยู่โดยรอบก็จ้องมองอาเฟยกันเป็นตาเดียวก
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status