Share

Auteur: Kaowsethong
last update Dernière mise à jour: 2024-11-02 12:56:38

เวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านไปนิทรายุ่งกับการเตรียมชุดแต่งงานของตนเองและเจ้าบ่าวโดยเธอเป็นคนออกแบบและตัดชุดเอง

คุณวรรณนภาเป็นธุระเรื่องการวัดตัวพสุก่อนจะเอามาให้เธอตัดชุด ร่างบางอมยิ้มน้อยๆ เมื่อมองชุดเจ้าบ่าวซึ่งกำลังจะเสร็จด้วยความปลื้มใจ เขากำลังจะได้ใส่ชุดที่เธอตัดให้ถือเป็นชุดผู้ชายชุดแรกเลยก็ว่าได้ที่เธอตัด

“พักก่อนไหมนิท”  คุณยลลดาถือแก้วโอวัลตินมาวางไว้ข้างกายลูกสาวหลังจากเห็นหล่อนทำงานหนักมาหลายวันแล้ว

นิทราตัดชุดเจ้าสาวเสร็จเรียบร้อยทั้งชุดงานหมั้นและงานฉลองตอนเย็น ตอนนี้จึงเหลือชุดเจ้าบ่าวที่ต้องตัดทั้งสองชุด พอนางอาสาจะช่วยลูกสาวก็ปฏิเสธเพราะอยากทำให้เจ้าบ่าวด้วยตัวเอง

“ไม่ค่ะแม่ ชุดหมั้นใกล้เสร็จแล้ว เสร็จค่อยพักก็ได้” แม้เป็นเวลากว่าเที่ยงคืนเธอก็ยังคงนั่งทำงานอยู่ที่เดิม “แม่ไปนอนเถอะค่ะ นิทยังไหว”

เห็นหน้าซีดเซียวของลูกสาวแล้วก็อดบ่นว่าที่ลูกเขยในใจไม่ได้ อีกฝ่ายไม่เคยแม้แต่จะย่างกรายเข้ามาที่บ้านของเธอเลย ใจจริงถ้าฝ่ายชายไม่เต็มใจเธอก็ไม่อยากให้ลูกสาวแต่งงานด้วยแต่เพราะน้องคนสนิทคะยั้นคะยอจะรับผิดชอบเธอก็เลยไม่กล้าเอ่ยปฏิเสธทั้งยังกลัวลูกสาวอับอายอีกด้วย

“จ้ะ แม่รักลูกนะ” คุณยลลดาเข้ามาหอมศีรษะลูกรักของนาง มีคนเดียวรักปานแก้วตาด้วงใจ

“นิทก็รักแม่ค่ะ” สองแม่ลูกยิ้มให้กันก่อนคนเป็นแม่จะเดินขึ้นไปบนบ้าน

นิทรายังคงนั่งทำงานต่อจนกระทั่งชุดเจ้าบ่าวเสร็จเวลาตีสาม และตอนนี้เธอก็ง่วงเกินกว่าจะเดินขึ้นไปนอนบนบ้านจึงหลับที่โซฟาแทน

เพราะกลิ่นอาหารแสนหอมของแม่ปลุกเจ้าหญิงของบ้านให้ตื่นจากฝัน นิทราลุกขึ้นบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยจากการพักผ่อนใบหน้าหวานแม้ไร้เครื่องสำอางก็ยังคงน่ามอง

“ใส่บาตรหรือคะ”   

“จ้ะ ลูกก็ไปล้างหน้าล้างตามาใส่บาตรได้แล้ว” 

ร่างบางส่งยิ้มกลับมาก่อนเดินขึ้นไปอาบน้ำให้สดชื่นแล้วลงมาข้างล่างด้วยชุดเสื้อแขนตุ๊กตากับกระโปรงสีสดใสยิ่งทำให้หล่อนดูเด็กลงกว่าอายุจริงอยู่มากโข มองดูนาฬิกาเป็นเวลากว่าหกโมงครึ่งจึงเข้าไปช่วยแม่ยกถาดออกมาหน้าบ้าน

“พี่ลดาใส่บาตรด้วยกันเลยนะคะ”

เดินออกมาหน้าบ้านนิทราก็ต้องตกใจกับเสียงอันคุ้นเคย พอหันไปมองก็สบตากับพสุพอดี ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยมาใส่บาตร วันนี้แปลกที่เห็นเขายืนข้างมารดาคงเป็นเพราะโดนบังคับหน้าจึงดูเหมือนเด็กถูกขัดใจขนาดนั้น

“ไม่นึกว่าวรรณจะมาด้วย”

“ตาพสุอยากมาค่ะ มาเร็วลูก ยกของมาทางนี้” มองดูก็รู้ว่าคำพูดของคนเป็นแม่นั้นไม่น่าเชื่อเลย

ลูกชายเดินหน้ามุ่ยถือของมายืนข้างมารดา

“ตายแล้วไปยืนข้างน้องสิ มายืนข้างแม่ทำไมจะมีเมียอยู่แล้ว”

คำพูดของคนเป็นแม่ทำให้พสุอยากจะวางของทั้งหมดลงแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านเหลือเกิน ต่างจากนิทราที่เขินหน้าแดงไปหมด

“ผมอยากยืนตรงนี้”

เมื่อเห็นลูกชายไม่ได้ดั่งใจก็อดชักสีหน้าใส่ลูกคนเล็กไม่ได้ก่อนนางจะเป็นคนเดินไปคล้องแขนพี่สาวคนสนิทมายืนด้วยกันแล้วดันลูกชายให้ไปยืนข้างหญิงสาว

“เอาของมาเดี๋ยวแม่จะใส่บาตรกับป้าลดา ลูกก็ใส่บาตรกับหนูนิทนะ”

ของในมือเขาตกไปอยู่ในมือมารดาเรียบร้อย แม้จะไม่ชอบใจแต่ก็ไม่สามารถแสดงอาการอะไรออกไปมากนัก เนื่องจากยังเกรงใจมารดาของตนและมารดาของนิทราอยู่มาก เขาจึงหันมาลงกับหญิงข้างกายแทน

“เอามาจะถือ” แทบเรียกได้ว่ากระชากออกมาจากคนตัวเล็กกว่าแถมเขายังชักสีหน้าไม่พอใจใส่เธออีกด้วย คนตัวสูงโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอ

“เพราะเธอคนเดียวที่ทำให้เรื่องมันยุ่งยากขนาดนี้ ฉันเกลียดเธอ”  ตอกย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าหวานซีดลงก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่ง เขายิ้มร้ายด้วยความพอใจกับผลงานที่ทำให้เธอเสียใจในวันนี้

นิทราพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาข่มความเจ็บให้ลึกลงไปเมื่อพระกำลังมา

เธอถอดรองเท้าออกพอหันไปมองพสุยังใส่อยู่จึงสะกิดบอก

“ถอดรองเท้าด้วย” แต่เขาถือทิฐิเมื่อเธอบอกก็ไม่เชื่อทำหน้าเฉย นิทราต้องข่มความโมโหเอาไว้แล้วบอกเขาอีกครั้ง“ถอดรองเท้าด้วย”

“ทำไมต้องถอด” เขาหันมายียวน

“เพื่อให้ความเคารพในพระภิกษุ พระภิกษุถอดรองเท้าบิณฑบาตเพราะเคารพในทานของเรา ส่วนเราเองก็ถอดรองเท้าเพื่อให้ความเคารพกับพระภิกษุซึ่งมีศีล๒๒๗ข้อ”  

หากเป็นเมื่อก่อนที่เขายังไม่มีเรื่องหมางใจกับเธอคงปรบมือให้กับคำตอบที่น่าทึ่งไปแล้วแต่เมื่อเป็นเวลานี้จึงทำเพียงยักไหล่แล้วถอดรองเท้าออกเท่านั้น ดีที่วันนี้เข้าบริษัทบ่ายเขาจึงใส่เพียงเสื้อยืดกับกางเกงขาสามส่วนรองเท้าแตะธรรมดา

“นั่งลงด้วยสิ” เพราะถือเสมอว่าไม่ควรยืนเสมอท่านเธอและมารดาจึงนั่งลงใส่บาตร

พสุที่ไม่ค่อยเข้าวัดทำบุญจึงดูเงอะงะคอยมองดูนิทราตลอด เขาถือข้าวให้เธอตักข้าวใส่บาตรพร้อมอาหารที่ใส่ถุงเรียบร้อยก่อนวางดอกกล้วยไม้ เมื่อใส่เสร็จก็รับพร

นิทราแอบอมยิ้มด้วยความสุขเมื่อได้ใส่บาตรกับเขาเป็นครั้งแรก

“หนูนิทได้ข่าวว่าตัดชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าวเสร็จแล้วหรือลูก”  เมื่อใส่บาตรเสร็จคุณวรรณนภาเอ่ยถามขึ้นมา

นิทรายิ้มรับ

“ใช่ค่ะคุณน้า”

“อย่างนั้นดีเลย ไปลองชุดกัน”

พสุได้ยินก็รีบขัดขึ้นมา

“แม่ครับผมต้องไปทำงานนะ”

“บ่ายโมงไม่ใช่หรือไง ตอนนี้มาลองชุดก่อน”

ชายหนุ่มจะชักสีหน้าใส่แม่ก็ไม่กล้าเลยหันไปมองดุใส่นิทรา

“แต่ผมง่วง ผมจะกลับไปนอน”  โดนบังคับให้ลุกมาใส่บาตรทั้งที่ปกติเขาตื่นเจ็ดโมงครึ่งด้วยซ้ำ พสุเลยมีหน้าตาไม่รับแขกตลอดเวลาในตอนนี้

“แม่บอกให้ไปลองชุดไงลูกรัก”

มาคำนี้เขารู้เลยว่ามารดาพยายามข่มใจมากแค่ไหน ถ้าเขาเป็นเด็กคงถือไม้เรียวมาหวดก้นเขาไปแล้ว แต่ตอนนี้น่ากลัวกว่าคือการมองด้วยสายตาดุที่แทบจะเฉือนเขาเป็นชิ้นๆ

พสุจำต้องตอบรับ

“ครับแม่ ผมอยากลองมากเลย ดีใจจนตัวสั่นไปหมดแล้ว”

“ดีมากจ้ะลูกชายของแม่”

แล้วสองแม่ลูกก็เดินเข้าบ้านไปปล่อยให้คุณยลลดากับลูกสาวมองตามด้วยความขำ

..ตกลงนี่บ้านใครกันแน่

เมื่อเดินเข้ามาในบ้านที่เขาไม่ได้มานานล่าสุดก็ตอนมัธยมที่ให้นิทราช่วยแต่งกลอนวิชาภาษาไทยเพราะเขาแต่งไม่เก่งส่วนเมื่อหลายสัปดาห์ก่อนตอนไม่ค่อยมีสตินั้นเขาไม่นับ

พสุมองกองเสื้อผ้าที่อยู่ห้องด้านซ้ายมือซึ่งเปิดประตูทิ้งไว้ก็อดจะเดินเข้าไปดูไม่ได้

“นี่หรือหนูนิทชุดเจ้าสาว”

ชุดของเธอถูกห้อยใส่ถุงไว้อย่างดี เป็นชุดไทยประยุกต์สีครีมกับชุดราตรียาวสีชมพูอ่อนแขนตุ๊กตาที่หญิงสาวชอบ ชุดจะออกแนวเจ้าหญิงในนวนิยายมากกว่าชุดเจ้าสาวเพราะเป็นความชอบส่วนตัวของคนตัด

“ใช่ค่ะ มันโอเคไหมคะ”

“สวยมากเลยจ้ะ” ได้ยินคำชมก็ยิ้มรับ

“น้าชอบนะ เหมือนชุดเจ้าหญิงเลย สวยคลาสสิค” เปิดดูฝีมือการเย็บก็แสนประณีต

“แต่ชุดงานเลี้ยงของพสุนิทยังไม่ได้ตัดเลยค่ะ ว่าจะเริ่มตัดวันนี้เลย”

พสุมองดูเงียบๆ เขาอดชมเธอไม่ได้ว่ามีฝีมือมากเสียจริง หากเป็นงานแต่งของเขากับลินดาคงให้เธอออกแบบตัดเย็บให้ชมว่าสวย แต่นี่มันไม่ใช่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

..ไม่ใช่งานแต่งของเขากับลินดาแต่เป็นงานแต่งของเขากับนิทรา ไม่เคยคิดว่าหล่อนจะทำแบบนี้ได้โดยไม่ได้เฉลียวใจสักนิดว่าคืนนั้นตนเองไปโดนอะไรมาจึงขาดสติขนาดนั้น

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ น้าเชื่อฝีมือของหนู มาลองชุดงานหมั้นก่อนลูก แม่จะได้ถ่ายรูปให้คุณพ่อกับเพื่อนๆ ของแม่ดู”  คุณวรรณนภาจัดการทุกอย่างไม่มีใครโต้แย้งอะไร สองหนุ่มสาวไปลองชุด

พสุมองตนเองในกระจกก็อดทึ่งกับชุดที่หญิงสาวตัดไม่ได้ ใช้เวลาน้อยนิดแค่สองสัปดาห์ตัดชุดได้สวยขนาดนี้ราวกับแบรนด์ดังได้อย่างไร เขาเดินออกมาก็รอเธอก่อนจะตาค้างเพราะความสวยของเพื่อนข้างบ้านที่เขาไม่เคยมองเธอเกินเพื่อนเลย

“มันดูโอเคไหมคะ” เพราะไม่มั่นใจเมื่อเห็นทุกคนเงียบจึงเอ่ยถามขึ้น

“สวย สวยมากจ้ะหนูนิท น้านึกว่านางฟ้าที่ไหนเสียอีก”

ได้ยินแม่ยกยอเกินจริงก็อดยิ้มมุมปากเยาะเย้ยในใจไม่ได้

..นางฟ้าตกสวรรค์สิไม่ว่า ไม่เห็นจะสวยตรงไหนเลย

แม้ว่าสมองจะสั่งแบบนั้นแต่แปลกที่หัวใจกลับเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อสบตากับเธอ

“หนูนิทสวยไหมตาเล็ก”

ตอนแรกเขาเกือบพลั้งปากว่าไม่สวยแต่มองดูรอยยิ้มมารดาที่แม้จะหวานหยดย้อยแต่กลับเคลือบยาพิษเอาไว้ เขาตายแน่หากตอบอย่างที่คิด จึงหันไปมองนิทราแล้วยิ้มให้เธอ

“สวยสิครับ สวยมากเลย”

คำพูดแดกดันของเขาทำให้นิทรายิ้มออกมาอย่างมีกำลังใจถึงแม้มันจะเป็นคำพูดประชดรอยยิ้มจอมปลอมของเขาก็ตาม

“ไปยืนข้างน้องสิลูก แม่จะถ่ายรูปให้”  พสุเดินไปยืนข้างหญิงสาวทำหน้านิ่ง

“ตาเล็กยิ้มหน่อยสิ”

“ปากผมขยับไม่ได้ครับแม่” ขอต่อปากต่อคำสักนิดก็ยังดี

“แม่บอกให้ยิ้มไงจ๊ะ” เพียงเท่านั้นเขาก็ฉีกปากออกทันที

นิทราหันไปมองเขายิ้มเศร้า เขาฝืนใจมากที่มาแต่งงานกับเธอ

“สวยมากเลย เอามือโอบน้องด้วยสิลูก” คนเป็นแม่สั่งแล้วถ่ายรูปอีกครั้ง

คุณยลลดามองบ่าวสาวแล้วยิ้มตามน้อยๆ แม้จะดีใจที่ลูกได้แต่งงานกับคนที่รักแต่กลับทุกข์ที่ดูเหมือนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคเพราะฝ่ายชายไม่ได้มีใจให้ลูกของเธอเลย หลายครั้งอยากบอกวรรณนภาให้ยกเลิกงานแต่ดูที่ลูกสาวอดหลับอดนอนทำชุดก็ไม่กล้าที่จะพูด มันเป็นความสุขของลูกเธอ แม้จะสุขบนความทุกข์ก็ตาม

“ผมเมื่อยครับแม่ แขนยกไม่ขึ้น”

คุณวรรณนภาอยากจะบิดหูเจ้าลูกชายเหลือเกินขัดเธอไปเสียทุกอย่าง แต่ที่ทำได้เพียงแค่ยิ้มออกมา

“งั้นหนูนิทคล้องแขนพี่เขาสิลูก” หันไปบอกลูกสะใภ้แทน

นิทรายังดูอึ้งแต่สักพักก็คล้องแขนชายหนุ่มไว้ด้วยความเขินอาย พสุถอนหายใจออกมาด้วยความขัดใจ

..แม่เขาจอมบงการเป็นที่หนึ่งแถมคนข้างกายก็มารยาเหลือเกิน

“อย่างนั้นแหละลูก” มื่อถ่ายรูปไปเยอะแล้วคนเป็นแม่ก็ยิ้มอย่างพอใจ เปิดรูปให้รุ่นพี่คนสนิทดูแล้วยิ้มกันสองคน

พสุใส่ชุดราชประแตนแล้วหล่อเหลือเกิน ยิ่งเขาเป็นคนหน้าคมเข้มหล่อแบบไทยๆ ด้วยแล้วยิ่งส่งให้ดูดีขึ้นไปอีก

“เมื่อไหร่งานบ้าๆ นี่จะจบสักที” บ่นออกมาให้เธอได้ยินก่อนจะสะบัดแขนเล็กออกอย่างรำคาญ

นิทราหน้าซีดกุมมือไว้ก่อนเดินไปหาแม่และน้า

“นิทขอไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ”

“จ้ะลูก” คุณวรรณนภาตอบแล้วหันมาส่งรูปให้เพื่อนๆ ในไลน์ดูอวดลูกสะใภ้เสียยกใหญ่

“ผมไปเปลี่ยนชุดแล้วขอตัวเลยนะแม่”

“ย่ะพ่อตัวดี จะไปไหนก็ไป”

..แม่สองมาตรฐาน พอพูดกับนิทราละเสียงหวานเหลือเกินพูดกับลูกชายตัวเองเสียงแข็งยังกับหิน

เขาทำหน้าบึ้งเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำก่อนออกมาจากบ้าน แต่ต้องหยุดเท้าเมื่อได้ยินเสียงเรียกดังตามมา

“ผัดผักไม่เผ็ดของชอบพสุ”  หนึ่งในอาหารสุดโปรดของเขาส่งกลิ่นหอมจนอดมองไม่ได้ แต่เพราะคนที่เอามาให้เป็นนิทราทำให้เขาไม่เต็มใจที่จะรับเลย อยากปัดจานให้หล่นลงพื้นแต่ก็ไม่กล้าเพราะแม่เขาอยู่ด้วยเดี๋ยวโดนเทศน์ชุดใหญ่จึงทำเพียงส่งสายตาดุมองไปยังอีกฝ่าย

“ไม่กิน ไม่ชอบ เกลียด” ย้ำคำพูดสุดท้าย พูดจบก็เดินหนีแต่เธอก็ยังรั้งเขาอยู่ได้

“แต่พสุหิวไม่ใช่หรือ เอาไปเถอะ แม่เราทำไว้เยอะเลย”  ร่างบางยังคงยิ้มสู้แม้ในใจจะเจ็บมากขนาดไหนก็ตาม ดวงตากลมโตมีน้ำรื้นขึ้นมาแต่เธอก็พยายามกลั้นเอาไว้ เพียงแค่แววตาของเขาที่แสดงออกว่าเกลียดเธอมากขนาดไหนใจมันก็จะขาดแล้ว คำพูดของเขาเหมือนมีดมาซ้ำรอยช้ำเธอรอบสอง

“ฟังนะ ฉันเกลียดเธอและฉันจะไม่รับอะไรจากเธอทั้งนั้น แค่นี้เรื่องมันก็ยุ่งมากพอแล้ว เลิกมาวุ่นวายกับฉันสักที ต่างคนต่างอยู่!”  ย้ำชัดเจนแล้วก็เดินออกไป เห็นแก่ที่เคยเป็นเพื่อนเขาจึงไม่ทำอะไรที่มันร้ายแรงมากไปกว่านี้

นิทรามองตามหลังเขายกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงมาก่อนจะเดินไปนั่งที่ม้าหินอ่อนข้างบ้าน เสียงหัวเราะของแม่กับน้าวรรณดังเป็นระยะทำให้นิทราพยายามกลั้นสะอื้นเพราะไม่อยากทำลายความสุขของผู้ใหญ่ทั้งสอง

เธอไม่ได้ต้องการให้เรื่องเป็นแบบนี้ ทำไมเขาต้องเกลียดเธอด้วย..

“ตาเล็กกินข้าวกับพ่อไหมพสุเดินหัวเสียเข้ามาในบ้านได้ยินเสียงผู้เป็นพ่อทักก็เลยเดินไปยังห้อง รับประทานอาหาร เจอพี่ชายนั่งกินอาหารเช้ากับพ่อก็ยิ่งหัวเสียไปอีก

“กินไม่ลงครับ เอาของกินไปให้ฉันบนบ้านด้วย” ประโยคแรกพูดกับพ่อ แล้วก็คิดขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาหิวจึงหันไปสั่งสาวใช้เสร็จก็เดินออกไปทันทีปล่อยคนเป็นพ่อมองตามด้วยความสงสัย

“มันไปกินรังแตนที่ไหนมา” ภมรเพียงแค่ยิ้มรับน้อยๆ ไม่ได้ตอบอะไรแม้จะรู้ว่าน้องชายไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะกับตนเองก็ไม่อยากพูดให้คนอื่นรู้ คนอื่นยังไม่รู้ว่าเขากับลินดาคบกันและตอนนี้มันก็ยังไม่ถึงเวลานั้น รอให้แผลใจของพสุจางไปก่อนเขาจึงจะบอกเรื่องของเขากับลินดาให้ทุกคนทราบ

“ผมไปทำงานก่อนนะครับ”

“แล้วเจ้าเล็กล่ะ มันไม่ไปพร้อมเราหรือ” เพราะปลดเกษียณจึงปล่อยให้บุตรชายดูแลงานบริษัทไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วยเห็นปกติลูกชายไปเวลาไล่เลี่ยกันตลอดพออีกคนไม่ไปเลยถามคลายสงสัย

“คงเข้าบ่ายครับ ไปแล้วพ่อ” เขายกมือไหว้บิดาก่อนใส่สูทหยิบโทรศัพท์เดินออกมานอกบ้านขับรถไปรับแฟนสาวที่ยืนรออยู่หน้าบ้านแล้ว

ใบหน้าสวยราวตุ๊กตายิ้มให้เขาเมื่อขึ้นรถมาก็เอากล่องอาหารยื่นไปตรงหน้าคนขับรถ

“ข้าวเช้าค่ะ อาหารญี่ปุ่นที่แสนอร่อยโดยแม่ครัวคนสวยชื่อลินดาแฟนของพี่ภมร” คำพูดแสนอ่อนหวานกับใบหน้าน่ารักของแฟนสาวทำให้เขายิ้มออกมา

“แต่พี่กินไม่ได้หรอก ขับรถอยู่ แม่ครัวคนสวยชื่อลินดาแฟนพี่ภมรช่วยป้อนได้ไหมคะ” ลินดาแพ้ผู้ชายพูดเพราะข้อนั้นเขารู้ดีเพราะเวลาเขาพูดคะขา หรืออ้อนนิดหน่อยเธอก็อ่อนลงหน้าแดงลามไปถึงคอ คนมองก็อดจะเอ็นดูไม่ได้

“ได้อยู่แล้วค่ะ”

สองหนุ่มสาวคุยกันไปด้วยความสุขตลอดทางไม่รู้ว่าตอนเขามารับเธอหน้าบ้านพสุมองมาจากระเบียงห้องของตนเอง เขายิ้มเยาะให้ตนเองกับความโง่เขลา อดแช่งให้ทั้งคู่เลิกกันโดยเร็วไม่ได้และโทษนิทราที่ทำให้ทุกอย่างยุ่งไปหมด

..ทำไมชีวิตเขามันถึงได้ซวยขนาดนี้อยากจะกระโดดระเบียงให้มันรู้แล้วรู้รอด

คิดพลางกัดแซนด์วิชเขาปากด้วยความหิว เมื่อกินเสร็จชายหนุ่มก็กลับมานอนต่อ มารดามาปลุกให้ไปใส่บาตรแต่เช้าเขานอนไม่พอจึงต้องการพักผ่อนให้เพียงพอก่อนจะไปทำงาน ถึงแม้งานจะยุ่งมากขนาดไหนแต่การนอนสำคัญที่สุด

..ให้งานมันยุ่งไปเลยยิ่งดีให้ท่านประธานดูแลไปคนเดียว ให้หัวหมุนไม่มีเวลาไปสวีทกับแฟนเลิกกันไปเลยเขาจะยิ่งสะใจมาก

งานหมั้นช่วงเช้าจัดขึ้นที่บ้านของเจ้าบ่าวโดยมีการตั้งขบวนขันหมากที่หน้าหมู่บ้านเดินไม่ไกลนักแต่ในความรู้สึกของเจ้าบ่าวมันไกลเสียยิ่งกว่าไกล แดดก็ร้อนยิ่งชุดที่เขาใส่อยู่ด้วยแล้วเพิ่มความร้อนเข้าไปอีก ใบหน้าคมบึ้งจนคนเป็นแม่ต้องสะกิดให้ลูกชายยิ้ม

“เป็นเจ้าบ่าวจะมาหน้าบึ้งเหมือนโดยบังคับแต่งงานได้ยังไง”

“ก็โดนบังคับจริงๆ” มารดาถลึงตาใส่เขา..อีกฝ่ายจึงยิ้มออกมาแล้วเต้นตามจังหวะกลองยาวตามใจคุณแม่

..อยากให้เขาสนุกนักใช่ไหม ได้เขาจะสนุกให้เต็มที่ไปเลย!

พสุทั้งร้องทั้งเต้นมาตลอดทางที่เดินจนคนอื่นยิ้มและหัวเราะไปกับท่าทางตลกของฝ่ายเจ้าบ่าวที่คงจะมีความสุขมาก

มีเพียงคุณวรรณนภาเท่านั้นที่รู้ว่าลูกชายของเธอทำประชด

..อยากบิดหูจริงเชียวเจ้าลูกคนนี้ คนอื่นจะว่าเจ้าบ่าวเป็นบ้าหรือเปล่าก็ไม่รู้

“คุณ เจ้าเล็กมันดีใจขนาดนั้นเลยหรือ” คุณดิลกเห็นท่าทางลูกชายก็อดถามไม่ได้

“คงอย่างนั้นมั้งคะ ดีใจเหมือนคนบ้าเลย”

โดนเหวี่ยงใส่เสียอย่างนั้น คนไม่รู้เรื่องเลยต้องเงียบ

..ไม่รู้ภรรยาไปกินรังแตนที่ไหนมา หรือจะเป็นประจำเดือนก็ไม่น่าใช่ น่าจะหมดไปหลายปีแล้ว

เขาเลิกคิดแล้วมองดูลูกชายที่ท่าทางสนุกกับงานเหลือเกิน สนุกเกินเหตุด้วยซ้ำไป

“ขอเข้าไปหาเมียหน่อยครับบบ” เจอประตูเงินประตูทองเขาก็ยิ้มหวานให้เหมือนคนเมายาเสียอย่างนั้น เหล่าเพื่อนเจ้าสาวก็อดเคลิ้มไม่ได้เพราะพสุถือเป็นหนุ่มหล่อที่สาวๆ หมายปอง ทั้งตอนเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัย เขาถือเป็นสมบัติของโรงเรียนเลยก็ว่าได้ไม่คิดว่าจะลงเอยกับนิทราทั้งที่ตามจีบลินดามาตลอด

..เพื่อนเธอทำเสน่ห์ใส่พ่อหนุ่มหล่อคนนี้หรืออย่างไรนะ

“ต้องมีของมาแลกก่อนนะ ถึงเข้าไปได้”

“ได้เลยจ้ะ ขอซองครับพ่อ” เขาแจกซองให้เพื่อนเจ้าสาวประตูเงินประตูทองก็เปิดออก ไม่คิดมาก่อนว่าจะเยอะขนาดนี้ทำเอาซองที่เตรียมมากว่ายี่สิบซองหมดไปในพริบตา

..นี่แค่มายืนกั้นเฉยๆ ก็ได้เงินไปอย่างนั้นเหรอ

ร่างสูงเดินเข้ามาในบ้านของตนเองที่ถูกจัดเป็นสถานที่งานหมั้นนั่งตรงโถงบ้านเพื่อรอเจ้าสาวเดินปรากฏกายลงมาเหมือนในละครทั่วไปที่พระเอกต้องมองอย่างตกตะลึงซึ่งเขาคิดว่ามันตลกเสียมากกว่า เห็นกันทุกวันจะไม่รู้เลยหรือไงว่าสวย แต่ถ้าเจ้าสาวของเขาเป็นลินดาเขาก็คงอดมองอย่างตกตะลึงไม่ได้เช่นกัน วันนี้ถึงเธอไม่ได้เป็นเจ้าสาวแต่ก็เป็นเพื่อนเจ้าสาวที่สวย

พสุมองไปยังลินดาที่ยืนอยู่ฝั่งเจ้าสาวสวมชุดไทยสีชมพูอ่อน สวยจนเขาละสายตาไม่ได้แม้กระทั่งเจ้าสาวเดินลงมาเขาก็ยังเอาแต่มองลินดา

นิทราเดินลงมาจากบันไดขาสั่นด้วยความตื่นเต้น กลัวตกบันไดลงไปเหมือนกันเพราะเอาแต่มองเจ้าบ่าวของตนที่นั่งอยู่ สายตาของเขามองมาทางเธอก็จริงแต่ไม่ได้สบตากัน นิทรามองตามสายตาของเขาก็พบว่าพสุมองลินดา ใบหน้าหวานนิ่งไปก่อนจะพยายามฝืนยิ้มออกมาเมื่อเดินมานั่งข้างเจ้าบ่าว

พสุหันมามองเจ้าสาวอดยอมรับในใจไม่ได้ว่าเธอสวย สวยจนเขาทึ่งไปพักหนึ่งก่อนจะได้สติเมื่อบิดาเอ่ยเรื่องสินสอดขึ้นมา

“ถ้าอย่างนั้นก็ให้พสุสวมแหวนหมั้นให้เจ้าสาวเลยนะครับ” คุณดิลกเอยบอกแขกที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วยซึ่งส่วนมากก็เป็นญาติสนิทมีไม่เกินห้าสิบคน เพราะงานเช้าจะเป็นงานเล็กๆ ภายในครอบครัว

เจ้าบ่าวมองไปที่แหวนหมั้นที่วางอยู่กลางสินสอด เขาหยิบมันมาก่อนจะเงยหน้ามองไปยังลินดา อยากจะทำลายงานแต่งนี้เสียเหลือเกิน

นิทรามองอีกฝ่ายด้วยความตรอมตรม คิดว่าถ้าเขาพังงานแต่งเธอก็คงทำได้แค่ยอมรับมัน

“ยื่นมือมา”

นิทราค่อยๆ ยื่นมือไปหาเขาก่อนที่มือใหญ่จะจับมือเธอเอาไว้ เขาใส่แหวนให้เธออย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าหากช้ากว่านี้เขาอาจจะเปลี่ยนใจทำร้ายจิตใจของใครหลายคนในนี้ก็ได้ นิทรายกมือไหว้เขาก่อนที่เธอจะสวมแหวนให้เขา มือของพสุไม่ได้นุ่มหากแต่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน เมื่อเป็นเด็กเวลามีใครมารังแกเธอเขาจะเป็นคนช่วยทุกครั้ง ไปมีเรื่องจนถูกเรียกผู้ปกครอง จนกระทั่งที่ลินดาเข้ามาเขาถึงห่างเธอไป จะมาหาก็ต่อเมื่อมีเรื่องทุกข์ใจหรือให้ช่วยทำการบ้านเท่านั้น

ต่อจากนั้นเป็นพิธีการรดน้ำสังข์และจดทะเบียนสมรสกันในช่วงเช้า นิทราโดนเพื่อนที่สนิทด้วยดึงตัวไปแซ็วถามเรื่องต่างๆ เธอก็ตอบเพียงแต่ว่าดูใจกันมาเรื่อยๆ

พสุได้ยินก็แอบยิ้มสมเพชกับคำแก้ตัวของเธอ เขาไปสังสรรค์กับเพื่อนที่ถามไถ่เสียยกใหญ่ว่าทำไมเป็นนิทราเพราะเขาเทียวไล้เทียวขื่อลินดามานานจนทุกคนคิดว่าต้องตกล่องปล่องชิ้นกับลินดาแต่คดีพลิกเป็นเพื่อนสาวอีกคนเสียอย่างนั้น

“อย่าดื่มมากนะ นายต้องไปเตรียมตัวงานเย็น” ภมรเดินมาเตือนน้องชาย เมื่อเห็นซัดเหล้าไปหลายยก

“รู้แล้ว” ตอบเสียงสะบัดใส่พี่ชายทั้งที่ปกติเขาเป็นน้องที่น่ารักสำหรับภมรเสมอ

..แต่ใครจะสนกับคนทรยศเขาไม่นับเป็นพี่!

พสุนั่งกินเหล้ากับเพื่อนจนเมาพอสมควร เขาพูดจาเสียงดังจนเพื่อนต้องปรามต่างสงสัยว่าพสุเป็นอะไรปกติถ้าเมาจะเงียบเสียมากกว่าคราวนี้มาแปลกพูดมากกว่าทุกครั้งราวกับเสียใจที่แต่งงาน

ภมรมาตามน้องชายเมื่อเห็นเมามากแล้ว

“ออกไป อย่ามายุ่ง ไอ้คนทรยศ!” พสุผลักพี่ชายออกห่างจนคนแถวนั้นมองเป็นตาเดียว เดือดร้อนคนเป็นพ่อแม่ต้องมาช่วยดูแลพลางส่งสายตาขอโทษแขกเหรื่อ

“ตาเล็กขึ้นห้อง!” คุณดิลกกับภมรช่วยกันพยุงร่างสูงขึ้นไปยังห้องชั้นบน

นิทราผละออกมาจากเพื่อนก็เดินตามมาดูเจ้าบ่าวที่ตอนนี้เมาหลับไปเรียบร้อยแล้ว

“จะตื่นทันงานเย็นไหมเนี่ย” คนเป็นแม่บ่นออกมาด้วยไม่ชอบใจ “แล้วเกิดคึกอะไรไปกินเหล้าจนเมากลางวันแสกๆ แบบนี้ ตาใหญ่ก็ไม่ห้ามน้อง”

เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าเตือนแล้วแต่อีกฝ่ายไม่ฟังเขาเลย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

“ถ้ามันไม่ตื่นก็เอาน้ำมาสาดมันก็ได้คุณ เหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมงให้ลูกนอนพักไปเถอะ” คุณดิลกบอกภรรยาก่อนลูบหลังให้ใจเย็น

“เดี๋ยวนิทดูแลพสุให้เองค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น

คุณวรรณนภายิ้มออกมา

“แม่ฝากด้วยนะจ๊ะ” แล้วก็เดินออกไปพร้อมสามี

ภมรส่งยิ้มมาให้น้องสาวคนใหม่ของครอบครัว

“ถ้ามีอะไรให้ช่วยเรียกพี่ได้นะ” เขายิ้มให้ก่อนเดินออกไป

ทั้งห้องจึงเหลือเพียงแค่บ่าวสาวเท่านั้น นิทราถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อย หากเหนื่อยกายยังพอว่าแต่ตอนนี้เธอเหนื่อยใจเสียเหลือเกินที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์เห็นจะเป็นจริงดังคำว่า

ร่างบางเดินไปห้องน้ำหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กบิดน้ำหมาดๆ มาเช็ดหน้าให้พสุ ปลดกระดุมเสื้อเขาออกให้หายใจสะดวกขึ้น ปกติพสุเป็นคนเมายากแต่วันนี้คงดื่มไปเยอะพอสมควรถึงได้เมาหลับขนาดนี้

“อะ จะอ้วก” เขาตื่นขึ้นมาทำท่าพะอืดพะอมจนนิทราต้องพยุงเขาไปที่ห้องน้ำ

“ออกไปจะเข้ามาทำไม ไม่อยากเห็นหน้า”

..ตอนไม่มีสติยังสามารถจะทำร้ายจิตใจเธอได้ นับถือเสียจริง

“อ้วกให้หมดก่อนเถอะ” ว่าพลางลูบหลังอีกฝ่ายเบาๆ

พสุอาเจียนออกมาจนหมดแรงนั่งพิงขอบผนังห้องน้ำ ไม่เหลือราศีความเป็นเจ้าบ่าวเลยสักนิด

“อาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วก็นอนพักนะ” เห็นเขานั่งหมดแรงเธอจึงไปเตรียมชุดให้ พร้อมกับรินน้ำเปล่าเอาไว้ให้อาจแก้อาการได้บ้าง ไม่ได้ยินเสียงอีกฝ่ายตอบรับเลยเข้าไปดู

พสุยังคงลืมตาหอบหายใจด้วยความเหนื่อยก่อนสบตากับเธอ

“รู้แล้ว จะไปไหนก็ไปเถอะ”  โบกมือไล่ด้วยความรำคาญ ลุกขึ้นปิดประตูใส่หน้าเจ้าสาว

นิทรายิ้มแห้งพยายามให้กำลังใจตัวเองแต่ก็ยากเสียเหลือเกิน ร่างบางเดินลงมาบอกคุณวรรณนภาว่าพสุตื่นขึ้นมาอาเจียนตอนนี้เธอให้เขาพักผ่อน

“น่าตีจริงเลยลูกคนนี้ ขอบใจมากนะลูกที่ดูแลตาเล็ก”

“ค่ะคุณน้า” คุณวรรณนภามองค้อนอย่างไม่ชอบใจ

“ไม่เอา เรียกใหม่ คุณแม่ ต่อไปนี้หนูเป็นลูกสาวแม่อีกคนแล้วนะ” เธอลูบศีรษะอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู

นิทรายิ้มก่อนจะตอบรับ

“ค่ะคุณแม่” งานช่วงเช้าเสร็จโดยที่เจ้าบ่าวเมาหลับบนห้องมีแต่เจ้าสาวออกมาขอบคุณแขกที่มาจนกระทั่งทุกคนกลับหมด

ลินดาแอบไปหาภมรให้กำลังใจเขาเงียบๆ เพราะเรื่องของทั้งสองคนยังเป็นความลับอยู่ ไม่มีใครรู้ว่าคบกัน

บ่ายสามทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็ไปที่โรงแรมซึ่งจองเอาไว้สำหรับงานแต่งช่วงค่ำ พสุยังคงเพลียจึงไม่พูดอะไรถูกภมรพาไปห้องแต่งตัวก็เดินตามไม่ได้พูดจากระทบแต่อย่างใด นิทราก็ถูกช่างแต่งหน้าทำผมรุมเต็มไปหมด ทุกคนเอ่ยชมชุดที่เธอตัดว่าสวย คนตัดก็ยิ้มแก้มปริ ยิ่งเมื่อแต่งหน้าทำผมเสร็จใส่ชุดเจ้าสาวของงานก็ยิ่งสวยเหมือนนางเอกในเทพนิยาย

“สวยจังเลยค่ะน้องนิท พี่ขอถ่ายรูปด้วยนะคะ” ช่างแต่งหน้าทำผมต่างพากันชื่นชมเธอ แม้ไม่ได้เป็นดาราแต่สวยราวกับดาราดัง เธอพยักหน้ายิ้ม

“ได้ค่ะ” ทุกคนจึงไปถ่ายรูปรวมกันก่อนอัพลงโซเชียลอย่างสนุกสนาน

นิทรามองกระจกยิ้มให้ตัวเองแอบหวังไว้ถ้าพสุเห็นเขาจะมองเธอตาค้างหรือไม่

เวลาผ่านไปจนกระทั่งคุณยลลดาเข้ามาเรียกลูกสาวว่าได้เวลาแล้ว พสุที่ยืนรอเจ้าสาวอยู่ข้างพี่ชายก็แอบหงุดหงิดที่เธอช้าแต่เมื่อเห็นร่างบางเดินมาก็อดมองตาค้างไม่ได้

..เธอสวยและน่าปรารถนาเหลือเกิน

“น้องสวยจนมองตาค้างเลยหรือลูกชาย” คนเป็นแม่เห็นอดแซ็วไม่ได้

“ครับ ก็สวยดี” เขาตอบส่งไปอย่างนั้นไม่อยากให้นิทราได้ใจ “ไปได้รึยังครับ”

“จ้ะ ไปได้แล้ว หนูนิทคล้องแขนตาพสุไปนะลูก” คนจัดแจงทุกอย่างคงไม่พ้นคุณวรรณนภาคนอื่นก็ได้แต่มองยิ้มด้วยความสุข

ทุกคนเดินไปต้อนรับแขกที่หน้างาน พสุยิ้มบ้างเมื่อมีคนมาทักทาย มีนักธุรกิจที่ร่วมลงทุนด้วยมาแสดงความยินดี ต้องฉีกยิ้มตลอดจนพสุรู้สึกเมื่อยหน้าเหลือเกิน เมื่อได้เวลาเขาก็เดินเข้ามาภายในงานกับเจ้าสาวกล่าวคำยินดี ตัดเค้ก โยนดอกไม้ สูตรสำเร็จของการแต่งงานที่เขาเคยฝันไว้แต่ไม่ใช่กับนิทราแน่นอน งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อย พสุก็ไปคุยกับนักธุรกิจบ้างปล่อยนิทรายืนเคียงข้างเขาแต่กลับไม่มีบทบาทอะไร

“นิท” เสียงทุ้มเรียกความสนใจจากนิทราและพสุแม้ว่าฝ่ายเจ้าบ่าวจะไม่ได้หันไปเพราะติดพันคุยกับนักธุรกิจอีกท่าน

“อ้าว อาร์ต” นิทราผละจากพสุไปหาเพื่อนสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันเสียนาน

“เราจะกลับแล้ว เลยมาบอกยินดีด้วยอีกครั้ง”

ร่างบางยิ้มหวานให้อีกฝ่าย ธนาธิปเป็นเพื่อนร่วมห้องของเธอเมื่อมัธยมปลาย และเป็นเพื่อนร่วมคณะ

“ขอบคุณมากนะที่มา”

“ยินดีอยู่แล้ว ขอให้มีความสุขมากๆ” ธนาธิปมองเจ้าสาวแสนสวยด้วยแววตาอาลัย

..หากเขาบอกรักเธอไปตั้งแต่ตอนนั้นเขาจะได้ยืนข้างเธอในวันนี้หรือเปล่า

ชายหนุ่มยังไม่ละสายตาจากใบหน้าหวานจนกระทั่งพสุเดินมาโอบเอวเธอเอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“จะกลับแล้วหรือครับ” เขาถามเสียงนุ่ม

“ครับ ยินดีด้วยครับ” มองไปยังพสุก็รู้ว่าตนเทียบอีกฝ่ายไม่ได้เลย ทั้งหน้าตา ฐานะ เหมาะสมแล้วที่นิทราเลือกพสุ เขายิ้มให้และผละออกมาจากทั้งสอง

“หึ ไอ้หน้าอ่อนนั้นชอบเธอหรือ” เห็นสายตาเขาก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายชอบหญิงสาว

“เราเป็นเพื่อนกัน” นิทราแก้ต่าง

“อืม ดูแล้วเธอสองคนก็เหมาะสมกันดีนะ น่าจะแต่งงานกัน ไม่น่าดึงฉันไปตกนรกกับเธอเลย” ว่าแล้วก็ผละออกไปปล่อยนิทราถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัดคนเดียวก่อนจะยิ้มให้แขกที่มองมา

งานเลี้ยงตอนเย็นเสร็จสิ้นไปแล้วก็มีการส่งตัวเข้าหอ บุพการีอวยพรให้ลูกทั้งสองเสร็จก็ออกจากห้องไม่วายกำชับให้มีหลานให้เร็วๆ

เมื่อไม่มีคนในห้องแล้วพสุก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า นิทราเดินไปยังโต๊ะเครื่องแป้งใจเต้นรัวเพราะอยู่กับเขาแค่สองคน เธอพยายามที่จะไม่สนใจผู้ชายร่วมห้องที่ขึ้นชื่อว่าสามีจะจัดการกับผมดีที่ไม่ได้ติดกิ๊บเยอะจึงใช้เวลาเอาออกไม่นาน แล้วจึงเช็ดเครื่องสำอางที่หน้าออก

“ฉันอาบน้ำก่อน” พสุลุกขึ้นนั่งมองดูเธอเช็ดหน้าสักพักก็คิดได้จึงลุกขึ้นหยิบผ้าเช็ดตัวเลือกชุดนอนที่คนเป็นแม่อุตส่าห์เอามาให้ถึงโรงแรม

“อือ” ร่างเล็กครางตอบรับแล้วจัดการกับชุดเจ้าสาว เธอสวมชุดคลุมของโรงแรมนั่งรออีกฝ่ายอาบน้ำเสร็จ

พสุเดินออกมาด้วยชุดเสื้อกล้ามกางเกงขายาวสำหรับใส่นอน ไม่เคยเห็นมุมนี้ของเขาเธอจึงอดมองไม่ได้จนคนถูกมองถามขึ้น

“มีอะไร มองหน้าฉันหาเรื่องหรือไง”

..จนได้สินะ พสุคนเดิมได้หายไปจากเธอแล้วใช่ไหมถึงได้ส่งคนอารมณ์แปรปรวนมาให้

“เปล่า เราแค่มองไปเรื่อย” นิทราลุกขึ้นจากโต๊ะเครื่องแป้งหวังจะเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายพักผ่อนหลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน แต่พสุกลับคว้าแขนเธอเอาไว้เสียก่อน

“หรือมองเพราะหลงเสน่ห์ฉันกันแน่ เธอแอบรักฉันมาตลอดไม่ใช่หรือ” มองจ้องใบหน้าหวานอย่างเยาะเย้ย อดยอมรับในใจไม่ได้ว่าแม้ไร้เครื่องสำอางใบหน้าเธอก็ยังชวนมองเหมือนเดิม

นิทรารู้สึกอายที่เขาล่วงรู้ความในใจของเธอ

“พูดไม่ออกเลยหรือไง” เห็นเธอเงียบจึงเอ่ยขึ้นอีก

“เธอจะคิดยังไงก็ตามใจแล้วกัน” ร่างบางจะผละออกไปแต่พสุเหมือนจะยังไม่พอใจในคำตอบจึงรั้งเธอเอาไว้เสียก่อน

“ฉันยังคิดมาถึงวันนี้ว่าทำไมเธอไม่ห้ามฉัน หรืออยากได้จน   ตัวสั่น”

ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้มาจากปากเขา นิทราเม้มปากแน่นพยายามข่มอารมณ์ตัวเองให้นิ่งที่สุด

“เธอกลับไปทบทวนเองดีกว่าว่าวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”

พสุไม่ได้คิดตามคำพูดของนิทรา เขาคิดเพียงแค่เธอกำลังอวดดีกับเขาเท่านั้นจึงเพิ่มแรงบีบที่มืออีกจนนิทราต้องร้องขึ้นด้วยความเจ็บ พยายามบิดแขนออกก็ไม่เป็นผลดูเหมือนอีกฝ่ายจะแรงเยอะเสียเหลือเกิน

“ทบทวนหรือ ทบทวนอะไรดีล่ะ” แววตาติดเจ้าเล่ห์ของเขาทำให้นิทราเริ่มระแวง ร่างบางพยายามบิดแขนตัวเองออก แต่อีกคนกลับรั้งร่างบางมากอดเอาไว้เสียอย่างนั้น คนตัวเล็กสั่นอย่างเห็นได้ชัดจนร่างสูงย่ามใจ

“มาทบทวนเรื่องของเราดีไหม”

“อย่านะ ไหนเธอบอกเกลียดเราไง” เธอทวงถามแต่เขากลับยกยิ้มมุมปากราวกับจะเย้ยหยันเธอ

“ใช่ เกลียด แต่มันก็สะใจดีถ้าได้ย่ำยีเธอ คนอย่างเธอไม่มีค่าอะไรสำหรับฉันหรอก”

นิทราขืนตัวออกมาเมื่อเขาก้มลงมาใกล้ก่อนจะเบือนหน้าหนีจมูกโด่งจึงโดนแก้มเธอ

“เธอมันใจร้าย”

“ใช่ ฉันมันร้ายก็เหมาะกับผู้หญิงเลวแบบเธอไม่ใช่หรือ”

นิทราดิ้นในอ้อมกอดของเขา ตอนนี้ทั้งตัวเธอมีเพียงชุดคลุมเท่านั้นเพราะจะไปอาบน้ำ พสุยิ้มสมใจก่อนกระตุกปมชุดคลุม และถอดมันออกเผยให้เห็นทรวงอกอิ่มที่เขาเพิ่งเห็นตอนมีสติเป็นครั้งแรก แม้จะไม่ใหญ่มากแต่มันพอเหมาะสำหรับตัวเธอ เขายื่นมือไปบีบเคล้นทันที พอดีมือเสียจนเพลิน

“ปะ ปล่อย” เสียงหวานขาดหายเป็นห้วง

เขาไม่ปล่อยให้เธอได้พูดก้มลงประทับริมฝีปากบางทันที นิทราที่ประสบการณ์น้อยแม้คราแรกจะผลักไสเขา แต่เมื่อโดนเล้าโลมหนักเข้าเธอก็เคลิ้มไปกับประสบการณ์ของอีกฝ่ายมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังแตะที่นอนและตอนนี้พสุก็เปลือยเปล่าเหมือนเธอเสียแล้ว

“จะให้ฉันต่อไหม” ว่าจบก็ก้มลงชิมดอกบัวคู่งาม ลิ้นละเลงลงบนยอดบัวจนคนใต้ร่างครางไม่เป็นเสียง เขายิ้มอย่างสมใจ

“ว่าไง ตอบสิ ถ้าเธอให้หยุดฉันก็จะหยุด” แม้จะพูดแบบนั้นแต่เขากลับนำมือมาแตะที่กลีบกุหลาบระหว่างขาของเธอก่อนสอดนิ้ว    เข้าไป

“อ่ะ พสุ อย่า” ใบหน้าหวานแหงนขึ้นด้วยความเสียวซ่าน ครั้งที่แล้วเขาเมาไม่มีสติ ทำทุกอย่างตามแรงอารมณ์ต่างจากครั้งนี้ที่ดูค่อยเป็นค่อยไปจนเคลิ้มไปตามบทรักที่เขาสร้างขึ้น

“อย่าทำหรือ”

“อย่าหยุด อือ ทำต่อนะ” เขาหัวเราะเบาๆ อย่างสมใจก่อนจะเริ่มบรรเลงเพลงรักสำหรับค่ำคืนนี้ ก่อนจะพาเธอไปอาบน้ำด้วยกันอีกครั้งและห้องน้ำก็กลายเป็นสมรภูมิรักของเขาและเธอโดยที่พสุให้นิทราเป็นคนนำเกม ใครจะคิดว่าหญิงสาวก็เร่าร้อนได้เหมือนกัน ร่างสูงไม่อยากยอมรับแต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าช่างเป็นเซ็กส์ที่เขามีความสุขเหลือเกินก่อนทั้งสองจะนอนหมดแรงกอดกันบนเตียงจนถึงรุ่งเช้า

เพราะชินกับการตื่นเช้าแม้จะเพลียมากเพียงไรแต่นิทราก็ยังตื่นขึ้นมาได้ เธอรู้สึกถึงแรงกอดรัดเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าหล่อที่เฝ้ารักมาหลายปี แอบอมยิ้มด้วยความสุขก่อนจะค่อยๆ ยกแขนเขาออก พสุก็พลิกตัวไปอีกทางตามประสาคนขี้เซาเพราะไม่ใช่เวลาตื่นของตนเอง ลุกมาได้ร่างบางก็สวมเสื้อคลุมรู้สึกคัดจมูกเล็กน้อยเหมือนจะไม่สบาย วิงเวียนศีรษะอีกด้วยแต่ก็แข็งใจลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าหันกลับไปเห็นพสุนอนหลับอยู่บนเตียงโดยไม่ได้เปลี่ยนท่าแต่อย่างใด

“มีอะไรกินไหมนะ” โรงแรมไม่มีห้องครัวเธอจึงดูเมนูเพื่อสั่งอาหารมากินกับเขา คิดว่าพสุช่วงเช้าทานข้าวต้มน่าจะดี โทรสั่งข้าวต้มกุ้งกับไข่กระทะมากิน

รอสักพักอาหารที่สั่งก็มาส่งหน้าห้องเป็นที่เรียบร้อย เธอมองดูอาหารหน้าตาน่ารับประทานก็จัดไว้บนโต๊ะข้าวต้มสำหรับพสุส่วนไข่กระทะสำหรับเธอ

“พสุ ตื่นได้แล้ว” เดินเข้าไปปลุกร่างสูงในห้องอีกฝ่ายก็ส่งเสียงครางในลำคอเบาๆ

“มันสายแล้วนะ ไม่หิวข้าวหรือ” เมื่ออีกฝ่ายไม่ตอบเธอเลยจัดการไปเอาข้าวต้มจากข้างนอกมาให้คนที่นอนหลับบนเตียง คิดว่าถ้าได้กลิ่นหอมเขาคงตื่นขึ้นมา

“ข้าวต้มร้อนๆ กินไหม” แล้วก็เป็นจริงดังคิดเพราะพสุได้กลิ่นท้องก็เริ่มประท้วง เขาลุกขึ้นมานั่งบนเตียงท่อนบนเปล่าเปลือย ไม่ใช่แค่ท่อนบนเท่านั้นเพราะท่อนล่างก็ไม่ได้ใส่อะไรแต่ดีที่มีผ้าห่มปิดเอาไว้

“เธอสั่งหรือ” ร่างบางพยักหน้าตอบ เขาหยิบถ้วยข้าวต้มมากินด้วยความหิวไม่ได้สนใจร่างบางที่นั่งมองราวกับเขาเป็นเด็กน้อยเสียอย่างนั้น

“อิ่มแล้วเรียกนะ” ไม่มีคำตอบรับนิทราจึงเดินออกไปทานอาหารเช้าของตนเองบ้าง ยังทานไม่หมดพสุก็เอาถ้วยออกมาวาง โดยมีผ้าเช็ดตัวพันรอบเอวเอาไว้ นิทราไม่กล้ามองจึงก้มลงกินข้าวในขณะที่อีกคนเข้าไปอาบน้ำ

วันนี้เขาเข้างานบ่ายอีกเหมือนเคยเลยไม่ต้องรีบร้อน พสุออกมาด้วยชุดเสื้อยืดคอปกกางเกงยีนเข้ารูปคนเป็นแม่ก็ช่างเตรียมมาให้ดีเหลือเกิน

“กลับ” เมื่อจัดของตนเองเสร็จพสุก็เรียกนิทราที่กำลังเก็บของตนเองเหมือนกัน เมื่อเสร็จก็ลงไปข้างล่างเพื่อเช็กเอ๊าต์

นิทราหอบชุดแต่งงานของพสุกับตนเองมาด้วยโดยที่ฝ่ายชายก็ไม่ได้ช่วยถือแต่อย่างใดจนพนักงานอยากเอ่ยปากช่วยเหลือแต่ก็ไม่กล้าเมื่อเจอร่างสูงทำตาดุใส่ รถยนต์ของเขาที่ภมรขับมาให้ตั้งแต่เมื่อวานจอดอยู่ใต้ตึกตรงที่จอดVIP

ทั้งสองขึ้นรถมุ่งตรงไปยังบ้านระหว่างทางก็ไม่มีการพูดจาใดๆ ทั้งสิ้น มันมีแต่ความอึดอัดที่นิทราสัมผัสได้แต่ตอนนี้อาการปวดหัวเริ่มรุมเร้าเธอจนทนไม่ไหวต้องหลับตานิ่งๆ ไม่อยากแสดงอาการอะไรให้คนข้างกายเห็น

“ถึงแล้ว ลงไปซะที ต้องให้อุ้มไปส่งถึงห้องเลยไหม” เข้ามาจอดภายในรั้วบ้านวิจิตรประภาพสุเห็นอีกฝ่ายหลับเลยถามขึ้น

นิทราเปิดประตูแอบเซเล็กน้อยหอบเสื้อผ้าออกมาดีที่แม่บ้านเดินออกมารับพร้อมกับพ่อแม่ของพสุและแม่ของเธอ

“เป็นยังไงบ้างลูก” คุณวรรณนภาเอ่ยถามลูกสะใภ้

“ดีค่ะ” นิทรายิ้มตอบก่อนขอตัวเอาของไปเก็บบนห้องแต่เมื่อจะก้าวไปโลกก็มืดไปเสียอย่างนั้น

คุณวรรณนภากับคุณยลลดารับไว้แทบไม่ทัน พสุหันมามองก็เดินมาอุ้มเธอเดินเข้าไปในบ้านทันทีด้วยความเป็นห่วงจนทุกคนมองตามด้วยคาดไม่ถึงและคนอุ้มก็แทบไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเป็นห่วงเธอมากขนาดไหน

“มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นแน่นอนค่ะ” วรรณนภาหันไปพูดกับพี่คนสนิท

“พี่ก็หวังให้เป็นแบบนั้น” ไม่อยากให้ลูกสาวของเธอเสียใจอีกแล้ว

ด้านพสุก็วางนิทราไว้บนเตียงห้องนอนตนเองที่ตอนนี้แม่ของเขาเปลี่ยนเป็นห้องของเขาและนิทราเรียบร้อยแล้ว จับศีรษะเล็กดูก็พบว่าตัวร้อนจี๋ เขากำลังจะไปเอาผ้าเช็ดตัวผืนเล็กก็ชะงักเมื่อคิดได้ว่าทำไมเขาต้องห่วงเธอด้วย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อน

    ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อนเสียงฟ้าร้องดังก่อนที่ฝนจะตกลงมาจนเด็กหนุ่มวัยรุ่นต้องเอากระเป๋าตัวเองมากอดไว้ ด้วยกลัวจะเปียกจึงวิ่งหลบเข้ามาภายในอาคารเรียน เพราะเป็นเวลากว่าหกโมงแล้วคนจึงบางตาจนแทบไม่มีนักเรียนอยู่ เขาหันมองซ้ายขวาก็ต้องชะงัก เมื่อพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใส่ยูนิฟอร์มของมัธยมต้น เดินกอดลูกแมวมา“ไม่หนาวแล้วนะ” เสียงหวานทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด จนกระทั่งน้องเดินมาหยุดข้างกายเขา ร่างสูงเกินวัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีรีบหันหน้าหนีทันที“ไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเหลือเกิน พสุธา วิจิตรประภา คิดพลางเหลือบมองน้องจนกระทั่งมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ พร้อมกับคนรถที่ถือร่มมารับคุณหนูตัวน้อย เขาแอบมองอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอขึ้นรถไป จดจำป้ายทะเบียนเอาไว้จนขึ้นใจ เขาจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอ!เช้าวันต่อมาเด็กหนุ่มยกมือไหว้บิดามารดาก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างเอาใจ เดินขึ้นรถมาพร้อมกับน้องสาวที่มีใบหน้าน่ารักคล้ายแม่ และคนเป็นพ่อก็หวงลูกสาวมากเหลือเกินชนิดที่ถ้าผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้เกินร้อยเมตรต้องมองจนล่า ถอยไป“เด็กขี้เหร่” พอขึ้นรถมาได้พี่ชายก็เรียกน้องส

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ3สัปดาห์นี้พสุเลิกงานเร็วทุกวันเพราะเขาเคลียร์งาน เพื่อมาดูแฟชั่นโชว์ที่ภรรยาร่วมดูแลโดยเฉพาะ วันนี้เป็นการซ้อมครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมนายแบบนางแบบจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทั้งมีดาราแถวหน้ามาเดินแบบด้วย คนสวยหล่อจึงมีละลานตาเต็มไปหมด ร่างสูงอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวยไปหมดเลยพ่อ” เด็กน้อยเอ่ยกับบิดาเมื่อหันไปเห็นสาวหน้าตาดี“นั้นสิลูก พ่อจองคนนั้นนะ” กระซิบกับลูกชายหลังจากเห็นนางแบบบนเวทีกำลังเดินด้วยใบหน้านิ่ง“พี่เขาดุจังเลย” ทำหน้าย่นก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วใช้มือตีไหล่พ่อหลายทีแล้วชี้ให้ดูทางข้างเวที“พี่ปลายสวยจังเลยครับ” พสุหันไปตามมือลูกน้อยก็พบดาราขวัญใจคนไทย ที่กำลังนั่งพักที่ข้างเวที พสุธาพูดชื่อในละครของเธอที่เล่นจนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกชายเขาติดงอมแงมต้องดูละครก่อนถึงจะเข้านอนได้คงเพราะอยู่กับยายและย่าบ่อยจึงติดการดูละครมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก“แต่แม่นิทสวยที่สุดใช่ไหม” คนพ่อกระซิบถาม“ใช่แล้ว แม่นิทของดินสวยที่สุด” มือต่างขนาดแท็กกันอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พสุจะสะดุดกับเหตุการณ์ข้างเวที ผู้หญิงที่นายแบบหุ่นดีคนนั้นยืนใกล้คือภรรยาของเขาเป็นแน่

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ แอบรัก

    ตอนพิเศษ แอบรัก หญิงสาวโค้งศีรษะให้กับยามหน้าบริษัท ที่เปิดประตูให้พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ที่ใครมองเป็นต้องหลง วารีกานต์ สนธยานนท์ เป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของรองประธานบริษัท เพราะคุณสุชาติด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ภาระงานกลับยิ่งหนักคงทำคนเดียวไม่ไหว เขาจึงต้องประกาศรับสมัครผู้ช่วยที่มีความสามารถและประสบการณ์ “รอด้วยค่ะ” รีบวิ่งไปด้วยความเร็ว แม้จะมีอุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และคนที่ยืนอยู่ข้างในทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวเข้ามาทันที “มาแต่เช้าเลยนะครับ” น้ำเสียงเป็นมิตรของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอีกครั้ง ไม่คิดว่าหัวหน้าของตนเองจะมาเช้าขนาดนี้ “ค่ะ พอดีกานต์อยากรีบเคลียร์งานส่วนของตัวเองให้เสร็จ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องทำคุณเสียใจแล้วละ เพราะวันนี้คุณต้องออกไปข้างนอกกับผมตอนบ่าย พอดีคุณสุชาติเขาลาคงต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้ช่วยเลขา” เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เลขาอย่างคุณสุชาติลา เพราะต้องไปทำธุระ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เธอ เพราะต้องควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังจนเขาได้ยินน่ะสิ “ย

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษซ้อนแผน

    ตอนพิเศษซ้อนแผน สี่ปีต่อมา “ฉลองงงง” แก้วสีเข้มถูกยกขึ้นชนกันเสียงดัง ฉลองให้กับความสำเร็จของโครงการใหญ่ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำมาเสียนาน ร่างสูงของรองประธานที่แม้จะเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว ก็ยังคงความหล่อและน่าหลงใหลจนสาวในคลับหันมามองกันอย่างสนอกสนใจ “วันนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ย!” หนุ่มไม่โสดทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางยกแก้วขึ้นดื่มอย่างมีความสุข หลังแต่งงานไปพวกเขาเหมือนตกอยู่ในอำนาจมืด จะออกไปไหนต้องคอยรายงานตลอด สังสรรค์ทีบอกละเอียดราวกับพรีเซ้นต์งานเมื่อสมัยมหา’ลัย วันนี้สบโอกาสดีเหล่าเมียทั้งหลายไม่อยู่ พวกเขาเลยต้องออกมา ลั้ลลาตามประสาหนุ่มๆ สักหน่อย “ไอ้พสุเมียมึงไม่ว่าหรือ” ปวิชถามขึ้นขณะชงเหล้าให้จิณณ์ เขาเป็นบุคคลที่เรียกเข้าขั้นกลัวเมียที่สุดไม่กล้าหืออือใดๆ ทั้งสิ้น คำสั่งเมียคือประกาศิตที่ต้องทำตาม พสุไหวไหล่ยกแก้วสีเข้มขึ้นดื่มพลางเอนหลังพิงโซฟาสีเข้มอย่างสบายอารมณ์ “เมียกูไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว เขาอยู่ในโอวาสกูจะตาย” รองประธานหนุ่มหล่อยกยิ้มด้วยความภูมิใจ เพื่อนต่างส่งเสียแซ็วใหญ่กับคำพูดราวกับไม่กลัวเมีย พสุรู้สึกว่าตนเ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๘

    ข่าวการคืนดีกันของสองหนุ่มสาวสร้างความยินดีให้กับทุกคนจน ต้องจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านวิจิตรประภา โดยจัดที่ริมสระน้ำสองสาวอย่างลินดาและนิทราก็ช่วยกันยกอาหารที่ทำเสร็จจากในครัวออกมาให้ประมุขของบ้านได้กินคุณวรรณนภาก็พูดคุยถึงเรื่องละครกับพี่สาวคนสนิทอย่างคุณยลลดาโดยมีคุณมินตรามาเป็นแขกคนใหม่เพราะสามีไม่อยู่บ้านเธอเหงาจึงขอมางานเลี้ยงด้วย“พอได้แล้วค่ะ มานั่งกินกับพี่ดีกว่า” เห็นภรรยาเดินเข้าออกในครัวก็เหนื่อยแทนภมรจึงดึงร่างบางให้มานั่งข้างเขา กว่าจะได้แต่งก็นานเหมือนกัน เขาเฝ้าขออยู่เป็นปีแต่เธอก็เอาแต่ผลัดไปเพราะยังไม่เชื่อใจเขาทั้งที่เคลียร์เรื่องของปุณิกาได้นานแล้ว“ได้ค่ะคุณสามี” ลินดาไม่ปฏิเสธแถมเรียกเขาเสียงหวานจนอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องถอนหายใจเพราะเลี่ยนกับคำหวานของสองสามีภรรยา“เป็นอะไรตาเล็กดูทำหน้าเข้า”“เหม็นความรักน่ะพี่” เขาทำเป็นปัดไล่กลิ่นเหม็นจนลินดาต้องเอ่ยปราม“ก็คนเขามีความสุข” ร่างบางเอนตัวไปซบแขนแกร่งของสามีพสุเลยมองหานิทราที่เอาแต่ช่วยงานในครัวยังไม่ออกมาทั้งที่งานตัวเองก็หนักอยู่แล้ว หลังจากที่เรียนจบกลับมานิทราได้เข้าทำงานให้กับแบรนด์พรรณนาราออกแบบเสื้อผ้า

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๗

    ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดที่นิทราต้องบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ร่างบางเอาเสื้อผ้าไปเยอะพอสมควรเพราะไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ที่ต่างประเทศ สองแม่ลูกช่วยกันยกกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยมีกระเป๋าทั้งหมดสองใบ แม้จะกังวลที่ลูกไปอยู่ไกลแต่เพราะอนาคตของลูกสาวคุณยลลดาจึงอยากให้นิทราได้ไป“หนูช่วยค่ะ” สองแม่ลูกหันไปมองก็พบลินดาที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับภมรและพสุ หญิงสาววิ่งมาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถพร้อมกับภมรที่ยกอีกใบใส่หลังรถเหลือเพียงพสุที่ยืนมองเธอนิ่ง แววตาเขาฉายความเศร้าอย่างชัดเจนจนนิทราต้องยิ้มให้“ใจหายเหมือนกันนะที่นิทต้องไปนานขนาดนี้” ลินดาเดินมายืนตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้สนิทมากแต่เธอก็ชอบนิสัยของนิทรา อีกทั้งอาหารที่บางครั้งคนตัวเล็กกว่าเธอชอบเอาไปให้กินก็แสนจะอร่อย“เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าแล้วโอบกอดนิทราเอาไว้ก่อนผละออก ในขณะที่ภมรก็เดินมายืนข้างแฟนสาวของตนเอง“เดินทางดีๆ นะ” ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของน้องทั้งสามมองเธอมาด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนเดิมนิทรายิ้มให้ภมร“ขอบคุณค่ะพี่ภมร” สองหนุ่มสาวล่ำลาเสร็จก็ผละออกมาให้พสุเดินมายืนตรงหน้านิทรา เขายิ้มให้เธอแม้

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status