Share

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:56:59

“หนูนิทเป็นไงบ้างลูก

“ตัวร้อนครับ สงสัยโหมงานหนักไปหน่อย” พูดจบภาพเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขาจนต้องสลัดมันทิ้งไป“ฝากดูแลด้วยนะแม่ ผมต้องไปทำงานแล้ว” ถ้าขืนอยู่ต่อมีหวังแม่ต้องซักไซ้เขาแน่นอนจึงต้องหาทางเอาตัวรอดก่อน

“วันนี้ไม่ต้องไปก็ได้” คนเป็นพ่อบอกด้วยเป็นห่วงไม่อยากให้ลูกโหมงานหนัก

แต่พสุก็ปฏิเสธ

“พอดีวันนี้งานด่วน ผมขอตัวก่อนนะครับ” หยิบของสำคัญได้ก็รีบออกจากบ้านทันทีโดยไม่ทันจะได้เปลี่ยนชุด

..เขากำลังสงสัยว่าตัวเองเป็นอะไร วันก่อนเกลียดแต่เมื่อกี้กลับดูเป็นห่วงเธอ อาจจะเป็นเพราะเธอเคยเป็นเพื่อนสนิทของเขามานานความเป็นห่วงมันก็มีอยู่แล้ว แต่เรื่องที่เธอทำกับเขานั้นก็ไม่ลืมเช่นกัน

คิดได้สรุปก็เริ่มเบาใจ

..เขาไม่ได้รักเธอ ไม่มีทางตกหลุมรักเธออย่างแน่นอน

มารดาของนิทราเป็นคนเช็ดตัวให้ลูกสาว พอเที่ยงอีกฝ่ายสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาก็ดีใจ คุณวรรณนภารีบสั่งเด็กเอาข้าวต้มขึ้นมาให้ลูกสะใภ้ทันทีพร้อมยา

“นิทเป็นลมหรือคะ” ตื่นขึ้นมาก็ยังรู้สึกปวดหัว

“ใช่จ้ะ” คุณแม่ทั้งสองช่วยกันประคองหญิงสาวให้นั่งพิงหัวเตียงเอาไว้ ใบหน้าหวานดูซีดเซียวจนคนเป็นแม่ต้องลูบศีรษะปลอบประโลมลูกสาวของตนเอง

นิทรามองรอบห้องด้วยความแปลกใจก่อนจะนึกได้ว่าตอนนี้ตนเองแต่งงานมีสามีเสียแล้ว อดใจหายไม่ได้มองมารดาของตนเอง

“เมื่อคืนแม่เหงาไหมคะ”

ปกติคุณยลลดาจะมีลูกสาวเป็นเพื่อนมาตลอดกว่าสิบปีที่ผู้เป็นสามีจากไป เมื่อลูกสาวออกเรือนก็อดเหงาไม่ได้แต่นางยิ้มให้ลูกพลางส่ายหน้า

“ไม่หรอก ถ้าเหงานิทก็ไปหาแม่หรือไม่แม่ก็มาหานิท บ้านอยู่ข้างกันจะห่วงทำไม” พูดให้ลูกสาวสบายใจ

นิทราก็ยิ้มออกมาพอดีกับที่แม่บ้านนำอาหารมาให้เธอทานพร้อมยา คุณแม่ทั้งสองจึงอยู่เป็นเพื่อนจนหญิงสาวหลับไปอีกรอบ

“พี่ฝากลูกด้วยนะ เดี๋ยวต้องไปทำงานก่อน ช่วงนี้ก็ยุ่งเสียด้วย” เห็นลูกสาวหลับแล้วจึงเดินลงมาข้างล่างฝากฝังกับน้องสาวคนสนิท

คุณวรรณนภาก็รับปากไว้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะด้วยเอ็นดูนิทราเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งได้มาเป็นสะใภ้เธอก็ต้องดูแลให้ดี

“ไม่ต้องห่วงค่ะ จะดูแลอย่างดีเลย”

ได้ยินอย่างนั้นคนเป็นแม่ก็เบาใจปล่อยให้ลูกพักผ่อนตัวเธอก็กลับมาทำงานที่บ้าน

นิทราหลับจนถึงบ่ายสามถึงรู้สึกตัว มองไปรอบกายไม่เห็นใครก็ยันกายลุกขึ้น เห็นนาฬิกาบอกเวลาบ่ายสามก็ตกใจไม่คิดว่าตนเองจะนอนนานขนาดนี้ คงเป็นเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ดึกแล้ว อีกอย่างเธอก็สระผมไม่ได้เป่าให้แห้งก่อนนอนเสียด้วยเพราะบทรักของพสุทำให้เธอลืมทุกอย่างไปเสียสิ้นคิดแล้วก็หน้าแดงเมื่อคืน

..เขาและเธอไม่ได้เมาเหล้าทำไมถึงทำเรื่องแบบนั้นได้ ทั้งบนเตียง ในห้องน้ำ โซฟาหลายรอบเสียด้วย เธอกลายเป็นผู้หญิงร้อนแรงขนาดนั้นได้อย่างไร

“ตื่นแล้วหรือลูก” นิทราตื่นจากภวังค์เจอกับคุณวรรณนภาก็   ยิ้มให้

“ค่ะ นิทนอนนานไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ นอนเยอะก็ดีเหมือนกันหนูนิทเตรียมงานเหนื่อยเป็นเดือน” หล่อนเดินมาโอบกอดลูกสะใภ้ด้วยความรักใคร่เอ็นดู นิทราตัดเย็บชุดไม่ได้นอนกว่าสัปดาห์ได้นอนทั้งทีก็อยากให้ลูกสะใภ้ได้หลับให้เต็มที่

นิทราลุกขึ้นก่อนจะประคองคุณแม่ออกมาจากห้องพร้อมกัน

“แล้วคุณแม่กำลังทำอะไรอยู่คะ” เดินลงมาข้างล่างพร้อมคุณวรรณนภา เห็นแม่บ้านกำลังเช็ดเครื่องเพชร ราคากว่าสิบล้านก็ไม่กล้าจะจับ

“แม่กำลังทำความสะอาดเครื่องเพชรจ้ะ”

“ถ้าอย่างนั้นนิทขอทำของหวานในครัวได้ไหมคะ” เมื่อคิดว่าการทำความสะอาดเครื่องเพชรไม่เหมาะกับเธอจึงขอทำในสิ่งที่ถนัดจะดีกว่า

“ได้สิจ๊ะ สร้อยไปช่วยคุณเขาหน่อย”

สาวใช้วัยละอ่อนที่นั่งเช็ดเครื่องเพชรลุกขึ้นเดินตามนิทราเข้าไปในห้องครัว เธอเองก็ไม่ถนัดกับการจับเครื่องประดับกลัวทำพังดีใจที่ได้ออกมาจากตรงนั้น คุณนิทราเป็นผู้หญิงน่ารัก เวลามาบ้านก็ชอบทำขนมมาให้เธอกินอยู่เสมอจนสนิทกันในระดับหนึ่ง

“พี่นิทจะทำอะไรหรือคะ” เป็นครั้งแรกที่ได้ช่วยนิทราทำขนม ปกติได้แต่ชิมฝีมือของนิทราอย่างเดียว ร่างบางเดินดูส่วนผสมและอุปกรณ์ต่างๆ ว่าพอที่จะทำอะไรได้บ้างเมื่อเห็นว่าไม่มีแป้งจึงคิดว่าจะทำวุ้นเพราะทำง่ายแถมกินตอนเย็นก็ชื่นใจ

“พี่จะทำวุ้นกะทิ” สร้อยยิ้มอย่างดีใจเพราะหนึ่งในเมนูขนมไทยที่นิทราทำมาฝากเธอยกให้วุ้นกะทิเป็นหนึ่งในสามของอร่อย นิทราเห็นอีกฝ่ายทำท่าทางดีใจก็เอ็นดู ด้วยไม่มีน้องสาวจึงสนิทกับสร้อยพูดคุยกันบ้างเมื่อมาบ้านพสุ

“เดี๋ยวเตรียมอุปกรณ์ช่วยพี่นะ พี่จะสอนเราจะได้ทำเป็น”  ลูกศิษย์พยักหน้ารับอย่างดีใจ

“มีพิมพ์เยอะเลย สร้อยเลือกเอาเลยนะว่าจะทำรูปไหนบ้าง” สองสาวช่วยกันทำมีเสียงหัวเราะเป็นระยะคุณวรรณนภาเดินมาดูก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ดีใจที่ได้ลูกสะใภ้สมดั่งปรารถนา คุณดิลกที่กลับมาจากไปตีกอล์ฟกับเพื่อนก็เดินมาหาภรรยา

“คุณ”

“ว้าย!” สะดุ้งตกใจหันมาส่งค้อนให้สามีเสียยกใหญ่จนคุณดิลกหัวเราะ แต่คนเป็นภรรยาไม่ได้ตลกด้วยเธอกอดอกเดินมานั่งที่โซฟา

“เล่นอะไรเป็นเด็ก” อีกฝ่ายก็ยังอารมณ์ดีนั่งมองภรรยาสั่งแม่บ้านเช็ดเครื่องเพชรที่นานๆ ทีจะเอาออกมาก็อดทึ่งไม่ได้ที่เธอสะสมไว้เยอะขนาดนี้

“ตาเล็กบอกจะไม่กลับบ้าน เห็นติดธุระ” พอดีก่อนกลับเข้าบริษัทไปเจอพสุ ลูกชายบอกจะออกไปพบลูกค้าคงอยู่ดึกจึงไม่กลับบ้านนอนที่โรงแรมเพื่อนสนิท

“อะไรกัน เพิ่งแต่งงานจะออกไปนอนข้างนอก”

..ไม่ได้ดั่งใจเลยลูกชายคนนี้

“ฉันต้องโทรบอกให้ลูกกลับบ้าน” ไม่ฟังสามีเอ่ยทัดทานก็โทรศัพท์กดไปหาบุตรชายคนเล็กทันที

คุณดิลกถอนหายใจก่อนขึ้นไปบนห้องเปลี่ยนชุดปล่อยภรรยาจัดการเจ้าลูกชายตัวดีคนเดียว

หลังรอสายสักพักพสุก็รับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเต็มใจจะพูดนัก

‘ครับแม่’

“วันนี้ลูกจะกลับบ้านกี่โมงจ๊ะ”

..นั่นปะไรเขาว่าแล้วเชียวว่าแม่จะต้องโทรมาพูดเรื่องนี้หากเข้าประเด็นคงไม่ใช่แม่เขา ต้องมาแนวบังคับแบบนุ่มนวลแต่ตายตรงนั้น  ไปเลย

‘ผมงานเยอะ กลับไม่ได้หรอก’เจ้าลูกชายตัวดีหาทางปฏิเสธ

“ว่ายังไงนะจ๊ะ ลูกรัก”

..เสียงมาเน้นหนักขนาดนี้อดเสียวสันหลังไม่ได้

พสุถอนหายใจน้อยๆ พยายามไม่ให้ปลายสายได้ยินกลัวเป็นเรื่องใหญ่

‘กลับครับ แต่ดึกหน่อย’

ยิ้มสมใจเมื่อลูกชายเอ่ยแม้จะต่อรองนิดหน่อยเธอก็รับได้

“ตามใจลูกเลย ทำงานให้สนุกนะจ๊ะ”  วางสายไปก็เดินฮัมเพลงไปดูลูกสะใภ้ที่ทำขนมอยู่ห้องครัวกับสร้อยด้วยความสุข แววตาของนิทราดูอ่อนโยนตั้งใจสอนอีกคนให้ทำขนมอย่างใจเย็นแม้ลูกศิษย์จะหัวทึบไปหน่อยก็ตาม

“แม่อุตส่าห์เอาเพชรมาให้แท้ๆ” ลูกชายเธอยังจะทิ้งเพชรเม็ดงามนี้ไปอีก ยังไงก็ตามเธอจะไม่ยอมให้ลูกชายทำแบบนั้นอย่างแน่นอน ต้องคอยควบคุมไม่ให้ลูกชายออกนอกลู่นอกทางเพื่อลูกชายของเธอเองและลูกสาวคนใหม่ด้วย นิทราจะไม่มีทางเสียใจอย่างเด็ดขาด

พสุถอนหายใจออกมาเมื่อกลับเข้ามาที่บริษัทอีกครั้งหลังลงพื้นที่ดูการก่อสร้างบ้านจัดสรรของคุณประสิทธิ์ เขายิ้มทักทายพนักงานเล็กน้อยค่อยเดินไปยังลิฟต์ของผู้บริหารก่อนสะดุดไปเมื่อพบกับลินดาที่ยืนรออยู่ก่อนหน้าแล้วเขาตั้งใจจะหันกลับไปขึ้นลิฟต์ปกติแต่ช้ากว่าเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตนเอง

“เดี๋ยวสิพสุ”

น้ำเสียงนั้นเขาไม่เคยปฏิเสธได้เลยสักครั้ง อยากทำใจแข็งไปเลยก็ไม่อาจจะทำได้ เขานิ่งไปก่อนหันกลับมามองใบหน้าหวานที่ส่งยิ้มให้เขา เธออยากให้เขาขาดใจตายตรงนี้เลยใช่ไหมถึงมาทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

“ไปด้วยกันสิ” ลิฟต์มาถึงพอดีเธอจึงชวนเขา

พสุไม่เอ่ยอะไรอีกนอกจากเดินตามร่างบางเข้ามาภายในลิฟต์ เขาเงียบจนลินดารู้สึกอึดอัดไปด้วย

“คือเราซื้อขนมมาฝากพสุด้วยนะ”

คนตัวสูงหันไปมองร่างเล็กที่ยื่นถุงขนมจากร้านชื่อดังมาให้เขา หากเป็นเมื่อก่อนคงพูดคำหวานใส่หล่อนไปแล้วแต่ตอนนี้ต่างกัน เขาทำเพียงแค่รับมา “ขอบคุณ” แล้วตอบกลับเสียงเบา

“อร่อยนะ ลองกินดู” ไม่มีคำตอบรับนอกจากรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา ลินดารู้สึกผิดที่ทำลายความรู้สึกของคนข้างกาย แต่ถ้าให้เธออยู่แบบนั้นต่อไปก็ทำไม่ได้เหมือนกันเพราะเธอรักภมรไม่ใช่พสุ เสียงลิฟต์ดังขึ้นเมื่อถึงที่หมายเขาก็รีบออกทันที

“เดี๋ยวสิ” เสียงหวานยังคงเอ่ยรั้งเขาเอาไว้ก่อนจะเดินตามออกมา

พสุมองไปโดยรอบเห็นภมรกำลังยืนคุยกับเลขาที่หน้าห้องก็แสยะยิ้มออกมา

“เราขอโทษที่ทำร้ายความรู้สึกของพสุ” ลินดามองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิด ร่างสูงพยายามทำใจแข็งเอาไว้ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมารอดูว่าร่างบางจะพูดอะไรต่อ ดูเหมือนเธอจะอึดอัดกับเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกันเพราะพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ “เราไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้นะ แต่เรารักพี่ภมรจริงๆ เราไม่อยากให้พสุถลำลึกไปมากกว่านี้ อีกอย่างนิทเขารักพสุมากๆ เลยนะ”

..รักอย่างนั้นหรือ

เขาหลับตานิ่งไปสักพักข่มใจเอาไว้ก่อนจะลืมตาส่งยิ้มให้ลินดา หางตาเห็นว่าภมรผละออกจากเลขาและกำลังเดินมาทางนี้เขาจึงยกมือขึ้นวางไว้บนศีรษะคนตัวเล็กกว่าก่อนจะลดมือลงวางข้างลำตัว

“อย่าคิดมากเลย ลินไม่ผิดหรอก”

..ใช่ เธอไม่ผิด คนที่ผิดคือผู้หญิงคนนั้นต่างหากกับพี่ชายทรยศ

ลินดายิ้มให้เขาด้วยความสบายใจขึ้น ภมรที่กะจะเดินลงไปรอรับแฟนก็ชะงักเมื่อเห็นคนทั้งสองยิ้มให้กัน ดูเหมือนน้องชายของเขาจะหายโกรธเธอแล้วแม้จะยินดีแต่ในใจก็อดระแวงไม่ได้เขาตัดสินใจเดินเข้าไปหาคนทั้งสอง

“พี่ว่าจะลงไปรับพอดี” เอ่ยกับแฟนสาวก่อนมองน้องชาย

“กลับมาแล้วหรือ พี่ว่าจะเอางานไปให้นายดูพอดี”

พสุมองพี่ชายสักพักแล้วหันมายิ้มให้ลินดา

“ขอตัวก่อนนะ” เขาแยกจากทั้งสองมาทันที ใบหน้าเคร่งขรึมขึ้นเมื่อออกจากสองคนนั้นมาได้ เขาไม่ได้โกรธลินดาอย่างว่า เพราะหัวใจเขามันไม่รักดีไม่ว่าเธอจะทำเขาเจ็บแค่ไหนก็ให้อภัยได้เสมอ ต่างจากอีกคน

พอนึกถึงนิทราทำไมถึงคิดเรื่องเมื่อคืน เธอเป็นนักเรียนหัวไวที่จดจำได้รวดเร็วจนเขามีความสุข  สุขกว่าทุกครั้งที่มีเซ็กส์ก็ว่าได้

“เลิกคิดถึงแม่นั่นสักที” พยายามไล่นิทราออกจากหัวแต่ก็ดูเหมือนจะยากเหลือเกิน

“เจ้าเล็กยังไม่หายโกรธพี่เลยเห็นน้องชายยังคงปั้นปึงใส่ภมรเลยบอกกับแฟนสาวในขณะที่เดินโอบไหล่บางเข้ามายังห้องของตัวเอง

“เดี๋ยวก็หายค่ะ พสุโกรธง่ายหายเร็ว” ลินดายิ้มให้เขาอย่างให้กำลังใจ

ภมรมองแฟนสาวยิ้มตอบภายในใจก็อดที่จะกังวลไม่ได้ว่าเธอจะตีจากเขาไปหาพสุ แต่ก็รีบไล่ความคิดนั้นออกไป

..ไม่มีทางหรอกลินดากับเขารักกันอีกฝ่ายจะไปหาพสุได้อย่างไร

“ดอกไม้ใครคะ” เข้ามาในห้องทำงานก็เห็นดอกลิลลี่ที่ตั้งไว้บนโต๊ะเล็กโซนโซฟาสำหรับแขก ร่างบางตรงเข้ามาดูก่อนจะเห็นการ์ดสีชมพู ‘I hope everything goes well.’ มีลงชื่อเสียด้วย “ปุณิกา” อ่านชื่อจบร่างบางก็หน้านิ่งทันที ทำไมเธอจะจำคู่ปรับคนสำคัญไม่ได้ ปุณิกาหรือหยาหย่า คุณหนูขาวีนที่ชอบทำตัวเด่น

“เขาให้พี่ทำไมคะ” ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ตอบอะไรคำถามต่อมาก็มาโดยไว

ภมรรู้ว่าทั้งสองสาวไม่ถูกกันก็พยายามเรียบเรียงคำพูดให้ถูกใจแฟนสาวมากที่สุด

“พอดีพี่ต้องทำธุรกิจกับพ่อของเขา คุณหยามาช่วยงานพ่อเลยติดต่อกัน”

นั่นยิ่งเพิ่มความโมโหให้คุณหนูของบ้านนรินทราทิตย์ ลินดากำการ์ดแน่น พยายามระงับความโกรธเอาไว้ คราแรกปุณิกาพยายามจะแย่งพสุดึงความสนใจเขาไปแต่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีเล่นด้วยเธอเลยล้มเลิกหันมาแข่งเรื่องการเรียนก็แพ้เธอ ความสวยไปอัพมาใหม่หมดทั้งใบหน้าทั้งหน้าอกจนดังเป็นข่าว คบแต่ดาราหรือไฮโซชื่อดัง ไปงานการกุศลทีไรก็เกทับเธอตลอด เธอไม่เคยสนใจหรือเก็บมาใส่ใจจนกระทั่งวันนี้ที่อีกฝ่ายมายุ่งกับภมรซึ่งเธอยอมไม่ได้!

“ห้ามติดต่อนะคะ ลินไม่ชอบเลย”

“แต่ว่าเรื่องงานพี่ขอไว้ได้ไหม” ไม่อยากทำให้ลินดาโกรธเขาเลยถามเสียงอ่อย เพราะยังต้องติดต่อเรื่องการสร้างคอนโดมิเนียมกับคุณชยุตพ่อของปุณิกา เขาอาจเลี่ยงเธอไม่ได้แต่จะพยายามไม่คุยกันนอกเหนือจากเรื่องงาน

“หึ ลินไม่ชอบเลยจริงๆ นะ” เพราะไม่อยากงอแงเอาแต่ใจเธอจึงได้แต่โกรธผู้หญิงคนนั้นแล้วก็ตนเอง กอดอกแน่นแล้วนั่งลงที่โซฟาด้วยความขัดใจ ภมรทั้งหล่อและอ่อนโยนไม่แปลกใจที่ปุณิกาจะปลื้มแต่ก็ไม่ควรส่งดอกไม้มาให้เธอเห็นเจ็บใจเล่นแบบนี้

ภมรนั่งลงข้างคนรักโอบรอบไหล่บางพลางบีบเพื่อปลอบโยน

“พี่จะรักษาระยะห่างนะคะ ใจเย็นก่อนคนดีของพี่”

แค่เขาเอาน้ำเย็นเข้าลูบลินดาก็อ่อนลงทันที เธอเชื่อใจเขาแต่ไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้นเลย ใครก็รู้กิตติศัพท์ของหล่อนเป็นอย่างดี ชอบแย่งเป็นที่หนึ่งแล้วอย่างนี้ภมรจะทันเล่ห์เหลี่ยมของผู้หญิงคนนั้นหรือ

“สัญญาแล้วนะคะ ห้ามเข้าใกล้ ห้ามคุยนอกเหนือจากเรื่องงาน”

“ค่ะ พี่สัญญา”

คำตอบรับของเขาทำให้เธอเบาใจ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะชวนเขาทานขนมที่เธอซื้อมาฝาก ทั้งสองชวนกันไปรับประทานข้าวและดูหนังอย่างมีความสุข

ต่างจากพสุที่เอาแต่นั่งมองขนมที่ลินดาให้มา ถอนหายใจออกเสียหลายครั้งค่อยหยิบขนมออกมากินไปด้วยทำงานไปด้วย จนเพื่อนโทรมาชวนไปดื่มเหล้าเขาก็ไม่ปฏิเสธขับรถบึ่งออกจากบริษัททันที แม้จะเป็นเวลาห้าโมงเย็นเขาก็ไปนั่งรอที่ร้านเพราะเป็นร้านของเพื่อนสนิทจึงดื่มได้แต่หัววัน

“มันเป็นไรวะ นั่งดื่มเอาๆ”  จิณณ์นั่งมองเพื่อนมาสักพักเลยถามปวิชซึ่งมาก่อนเขานานแล้ว

“ไม่รู้เหมือนกัน มึงถามไอ้ติสิ” เขาโยนให้เนติธรผู้ซึ่งเป็นเจ้าของร้านทันที

หนุ่มหล่อก็ส่ายหน้าด้วยไม่รู้ว่าพสุเป็นอะไร ปกติถ้ามาเพื่อนเขาก็แค่มาเฮฮาพูดคุยสังสรรค์เท่านั้นไม่ได้ดื่มเหมือนคนอดอยากขนาดนี้

“กูจะไปรู้กับมันไหม มาถึงก็ซดเอา ๆ มันจะจ่ายเงินกูไหมวะ” หันไปกระซิบกับจิณณ์เพราะกลัวเพื่อนได้ยินแต่ดูท่าแล้วคงไม่ได้ยินเพราะสนใจแต่เหล้า

“ไอ้งก นั้นเพื่อนไหม”  ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย

นิติธรยกไหล่แล้วลุกไปตรวจตราดูร้านปล่อยเพื่อนให้นั่งดื่มกันสามคนที่ชั้นสำหรับลูกค้าVIPเท่านั้น

“ไอ้แวนมึงอย่าดื่มมากต้องไปส่งไอ้พสุอีก” ถ้าปล่อยให้กลับเองคงไม่รอดแน่นอน เขาเลยลงความเห็นว่าคงต้องให้คนใดคนหนึ่งไปส่งมันซึ่งกรรมก็ตกไปที่ปวิชเพราะบ้านทางเดียวกันไม่ต้องขับอ้อมเหมือนจิณณ์

“มันไปเครียดอะไรมาวะ เมียก็น่ารัก เป็นกูจะกกไม่ออกไปไหน” จริงอย่างที่ว่า นิทราเป็นคนน่ารักชวนมอง อาจไม่ได้สวยจัดเหมือนลินดาแต่เธอก็มีเสน่ห์อีกแบบที่มองไม่เบื่อ เขาอิจฉาเพื่อนเสียจริง

“ไปหาผู้หญิงมาดิ นั่งกินกับพวกมึงไม่เจริญตาเท่าไหร่” คนที่จมกับเหล้ามาพักใหญ่หันมาบอกเพื่อน

ปวิชเรียกเนติธรมาแล้วบอกความจำนงทันทีซึ่งเจ้าของร้านยิ้มก่อนเรียกสาวนั่งดริ๊งก์ประจำร้านสามคนมาให้เพื่อน มีแต่คนเด็ดๆ ทั้งนั้น

“มันต้องอย่างนี้” พสุยิ้มให้สาวสวยที่มานั่งข้างกาย แขนรั้งไหล่บางมาซบอก มือก็ยกเหล้าเข้าปาก ร่างบางก็ไล่จูบต้นคอเขาด้วยความหลง ผู้ชายอะไรทั้งหล่อทั้งหอมอยากจะดมเนื้อแท้ข้างในเหลือเกิน พสุกอดเอวบางไว้ก่อนก้มลงกระซิบถาม “ไปต่อไหม” เธอได้ยินก็ยิ้มดีใจเงยหน้าจูบเบาๆ ที่แก้มสาก

“ได้ค่ะ ไปต่อกัน” ทั้งสองหัวเราะโยกตามเพลงจนสองหนุ่มต้องมองเพื่อนด้วยเป็นห่วง เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืนตอนนี้พสุเมาหลับไปเรียบร้อยแล้ว

สาวข้างกายก็หนีห่างไปตั้งแต่เขาเริ่มคุยไม่รู้เรื่อง ลืมเรื่องที่จะไปต่อได้เลย เพื่อนทั้งสองถอนหายใจออกมาด้วยกลัดกลุ้มช่วยกันพยุงพสุมายังรถโดยมีเนติธรเดินตามหลังมาด้วย

“กลับดีๆ” เมื่อเอาพสุเข้าไปในรถได้แล้วทั้งสามก็แยกย้าย   กลับบ้าน

ปวิชมาส่งพสุที่บ้านกดออดไม่นานก็มีแม่บ้านพร้อมกับภรรยาของเพื่อนออกมารับ ประตูอัลลอยด์เปิดออกพอดีกับที่เขาพยายามพาพสุออกมาจากรถของตนเอง

“คือพอดีมันเมาน่ะครับ” หันมาบอกนิทราที่มองดูสามีด้วยความเป็นห่วง

“ให้ช่วยนะคะ”  นิทรามาช่วยพยุงเขาอีกแรงแต่พสุหนักเหลือเกินเธอจึงเซ

ปวิชจึงรับน้ำหนักของเพื่อน ทั้งสองช่วยกันพยุงมาถึงตัวบ้านจนกระทั่งขึ้นไปบนห้อง ดีที่พ่อกับแม่ของเขานอนแล้ว พี่ภมรก็เข้าห้องไปนานเหลือแค่เธอที่รอเขาไม่อย่างนั้นพสุคงโดนแม่ดุยกใหญ่ที่ทำตัวเหลวไหล

“ขอบคุณมากนะคะ คุณ”

“ผมปวิชครับ เรียกว่าแวนก็ได้ บ้านอยู่ใกล้ไอ้พสุเลยมาส่ง”

“รถไอ้พสุเดี๋ยวจะมีคนขับมาให้นะครับ” นิทรายิ้มรับขอบคุณอีกครั้งเดินมาส่งเขาที่หน้าบ้าน

ปวิชลาหญิงสาวพลางคิดในใจว่าถ้าเขาเป็นพสุคงรีบกลับบ้านมาหาเมียมากกว่าจะไปเที่ยวดื่มเหล้าเมากลับมาดึกดื่นขนาดนี้

“สร้อยบอกลุงแซมด้วยนะว่าให้รอรถคุณพสุ เดี๋ยวพี่ไปดูแลเขาก่อน” สาวใช้รับคำ นิทราเดินเข้าไปในบ้านกำชับสร้อยให้ปิดบ้านเพราะพสุกลับมาแล้วเธอก็เดินขึ้นไปบนห้องเพื่อดูแลเขา

..ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องไปกินเหล้าเมาหลับขนาดนี้ เขาเกลียดเธอขนาดนั้นเลยหรือ ขึ้นมาบนห้องก็ถอดรองเท้าถุงเท้าให้อีกฝ่ายอย่างไม่นึกรังเกียจ หยิบกะละมังใบเล็กกับผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กมาเช็ดหน้าให้เขา ถอดเสื้อเขาออกก่อนจะถอดกางเกงพยายามข่มใจไม่คิดอะไรมากจนร่างหนาเหลือเพียงบ๊อกเซอร์

“เฮ้อ ทำไมมันเหนื่อยจัง” ห้ามใจตัวเองไม่ให้เต้นแรงมันเหนื่อยเหลือเกิน เธอเช็ดตัวให้เขาก่อนหาชุดนอนมาสวมให้อีกฝ่ายเสร็จแล้วก็ห่มผ้าให้ ดีที่วันนี้ไม่อ้วกตื่นมาคงจะแฮงน่าดู

นิทราหยิบเสื้อผ้าเขาไปไว้ในตะกร้าแล้วสะดุดกับปกเสื้อขาวที่มีรอยสีแดงอยู่ มือบางสั่นคลี่ดูก็พบว่ามันเป็นรอยลิปสติก เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อคิดว่าเขาไปทำอะไรมาถึงมีรอยแบบนี้

“ฮึก” คนตัวเล็กทรุดลงกับพื้นร้องไห้ออกมาจนสะอื้นตัวโยน ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำเรื่องแบบนี้ทั้งที่เมื่อคืนเขาเพิ่งมีอะไรกับเธอ เขาทำเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาแค่ระบายความใคร่ออกมา แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่ มันคือความรักที่เธอทำทั้งหมด “ทำไมทำแบบนี้” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดวงตากลมโตมองไปยังร่างที่นอนนิ่งบนเตียงแม้มันจะพร่ามัวเพราะมีน้ำตาเต็มหน่วยตา พยายามไม่ให้เสียงสะอื้นดังจนรบกวนเขาก่อนจะหยัดยืนขึ้นเดินไปยังถังขยะแล้วทิ้งเสื้อตัวนั้น

..ไม่มีทางที่เธอจะซักมันให้เขาแน่นอน

ร่างบางเดินไปหยิบผ้าห่มกับหมอนสำรองในตู้มานอนที่โซฟายาว ไม่อยากร่วมเตียงกับเขาก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้ากับการรอคอยเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อน

    ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อนเสียงฟ้าร้องดังก่อนที่ฝนจะตกลงมาจนเด็กหนุ่มวัยรุ่นต้องเอากระเป๋าตัวเองมากอดไว้ ด้วยกลัวจะเปียกจึงวิ่งหลบเข้ามาภายในอาคารเรียน เพราะเป็นเวลากว่าหกโมงแล้วคนจึงบางตาจนแทบไม่มีนักเรียนอยู่ เขาหันมองซ้ายขวาก็ต้องชะงัก เมื่อพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใส่ยูนิฟอร์มของมัธยมต้น เดินกอดลูกแมวมา“ไม่หนาวแล้วนะ” เสียงหวานทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด จนกระทั่งน้องเดินมาหยุดข้างกายเขา ร่างสูงเกินวัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีรีบหันหน้าหนีทันที“ไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเหลือเกิน พสุธา วิจิตรประภา คิดพลางเหลือบมองน้องจนกระทั่งมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ พร้อมกับคนรถที่ถือร่มมารับคุณหนูตัวน้อย เขาแอบมองอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอขึ้นรถไป จดจำป้ายทะเบียนเอาไว้จนขึ้นใจ เขาจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอ!เช้าวันต่อมาเด็กหนุ่มยกมือไหว้บิดามารดาก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างเอาใจ เดินขึ้นรถมาพร้อมกับน้องสาวที่มีใบหน้าน่ารักคล้ายแม่ และคนเป็นพ่อก็หวงลูกสาวมากเหลือเกินชนิดที่ถ้าผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้เกินร้อยเมตรต้องมองจนล่า ถอยไป“เด็กขี้เหร่” พอขึ้นรถมาได้พี่ชายก็เรียกน้องส

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ3สัปดาห์นี้พสุเลิกงานเร็วทุกวันเพราะเขาเคลียร์งาน เพื่อมาดูแฟชั่นโชว์ที่ภรรยาร่วมดูแลโดยเฉพาะ วันนี้เป็นการซ้อมครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมนายแบบนางแบบจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทั้งมีดาราแถวหน้ามาเดินแบบด้วย คนสวยหล่อจึงมีละลานตาเต็มไปหมด ร่างสูงอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวยไปหมดเลยพ่อ” เด็กน้อยเอ่ยกับบิดาเมื่อหันไปเห็นสาวหน้าตาดี“นั้นสิลูก พ่อจองคนนั้นนะ” กระซิบกับลูกชายหลังจากเห็นนางแบบบนเวทีกำลังเดินด้วยใบหน้านิ่ง“พี่เขาดุจังเลย” ทำหน้าย่นก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วใช้มือตีไหล่พ่อหลายทีแล้วชี้ให้ดูทางข้างเวที“พี่ปลายสวยจังเลยครับ” พสุหันไปตามมือลูกน้อยก็พบดาราขวัญใจคนไทย ที่กำลังนั่งพักที่ข้างเวที พสุธาพูดชื่อในละครของเธอที่เล่นจนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกชายเขาติดงอมแงมต้องดูละครก่อนถึงจะเข้านอนได้คงเพราะอยู่กับยายและย่าบ่อยจึงติดการดูละครมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก“แต่แม่นิทสวยที่สุดใช่ไหม” คนพ่อกระซิบถาม“ใช่แล้ว แม่นิทของดินสวยที่สุด” มือต่างขนาดแท็กกันอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พสุจะสะดุดกับเหตุการณ์ข้างเวที ผู้หญิงที่นายแบบหุ่นดีคนนั้นยืนใกล้คือภรรยาของเขาเป็นแน่

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ แอบรัก

    ตอนพิเศษ แอบรัก หญิงสาวโค้งศีรษะให้กับยามหน้าบริษัท ที่เปิดประตูให้พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ที่ใครมองเป็นต้องหลง วารีกานต์ สนธยานนท์ เป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของรองประธานบริษัท เพราะคุณสุชาติด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ภาระงานกลับยิ่งหนักคงทำคนเดียวไม่ไหว เขาจึงต้องประกาศรับสมัครผู้ช่วยที่มีความสามารถและประสบการณ์ “รอด้วยค่ะ” รีบวิ่งไปด้วยความเร็ว แม้จะมีอุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และคนที่ยืนอยู่ข้างในทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวเข้ามาทันที “มาแต่เช้าเลยนะครับ” น้ำเสียงเป็นมิตรของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอีกครั้ง ไม่คิดว่าหัวหน้าของตนเองจะมาเช้าขนาดนี้ “ค่ะ พอดีกานต์อยากรีบเคลียร์งานส่วนของตัวเองให้เสร็จ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องทำคุณเสียใจแล้วละ เพราะวันนี้คุณต้องออกไปข้างนอกกับผมตอนบ่าย พอดีคุณสุชาติเขาลาคงต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้ช่วยเลขา” เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เลขาอย่างคุณสุชาติลา เพราะต้องไปทำธุระ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เธอ เพราะต้องควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังจนเขาได้ยินน่ะสิ “ย

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษซ้อนแผน

    ตอนพิเศษซ้อนแผน สี่ปีต่อมา “ฉลองงงง” แก้วสีเข้มถูกยกขึ้นชนกันเสียงดัง ฉลองให้กับความสำเร็จของโครงการใหญ่ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำมาเสียนาน ร่างสูงของรองประธานที่แม้จะเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว ก็ยังคงความหล่อและน่าหลงใหลจนสาวในคลับหันมามองกันอย่างสนอกสนใจ “วันนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ย!” หนุ่มไม่โสดทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางยกแก้วขึ้นดื่มอย่างมีความสุข หลังแต่งงานไปพวกเขาเหมือนตกอยู่ในอำนาจมืด จะออกไปไหนต้องคอยรายงานตลอด สังสรรค์ทีบอกละเอียดราวกับพรีเซ้นต์งานเมื่อสมัยมหา’ลัย วันนี้สบโอกาสดีเหล่าเมียทั้งหลายไม่อยู่ พวกเขาเลยต้องออกมา ลั้ลลาตามประสาหนุ่มๆ สักหน่อย “ไอ้พสุเมียมึงไม่ว่าหรือ” ปวิชถามขึ้นขณะชงเหล้าให้จิณณ์ เขาเป็นบุคคลที่เรียกเข้าขั้นกลัวเมียที่สุดไม่กล้าหืออือใดๆ ทั้งสิ้น คำสั่งเมียคือประกาศิตที่ต้องทำตาม พสุไหวไหล่ยกแก้วสีเข้มขึ้นดื่มพลางเอนหลังพิงโซฟาสีเข้มอย่างสบายอารมณ์ “เมียกูไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว เขาอยู่ในโอวาสกูจะตาย” รองประธานหนุ่มหล่อยกยิ้มด้วยความภูมิใจ เพื่อนต่างส่งเสียแซ็วใหญ่กับคำพูดราวกับไม่กลัวเมีย พสุรู้สึกว่าตนเ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๘

    ข่าวการคืนดีกันของสองหนุ่มสาวสร้างความยินดีให้กับทุกคนจน ต้องจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านวิจิตรประภา โดยจัดที่ริมสระน้ำสองสาวอย่างลินดาและนิทราก็ช่วยกันยกอาหารที่ทำเสร็จจากในครัวออกมาให้ประมุขของบ้านได้กินคุณวรรณนภาก็พูดคุยถึงเรื่องละครกับพี่สาวคนสนิทอย่างคุณยลลดาโดยมีคุณมินตรามาเป็นแขกคนใหม่เพราะสามีไม่อยู่บ้านเธอเหงาจึงขอมางานเลี้ยงด้วย“พอได้แล้วค่ะ มานั่งกินกับพี่ดีกว่า” เห็นภรรยาเดินเข้าออกในครัวก็เหนื่อยแทนภมรจึงดึงร่างบางให้มานั่งข้างเขา กว่าจะได้แต่งก็นานเหมือนกัน เขาเฝ้าขออยู่เป็นปีแต่เธอก็เอาแต่ผลัดไปเพราะยังไม่เชื่อใจเขาทั้งที่เคลียร์เรื่องของปุณิกาได้นานแล้ว“ได้ค่ะคุณสามี” ลินดาไม่ปฏิเสธแถมเรียกเขาเสียงหวานจนอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องถอนหายใจเพราะเลี่ยนกับคำหวานของสองสามีภรรยา“เป็นอะไรตาเล็กดูทำหน้าเข้า”“เหม็นความรักน่ะพี่” เขาทำเป็นปัดไล่กลิ่นเหม็นจนลินดาต้องเอ่ยปราม“ก็คนเขามีความสุข” ร่างบางเอนตัวไปซบแขนแกร่งของสามีพสุเลยมองหานิทราที่เอาแต่ช่วยงานในครัวยังไม่ออกมาทั้งที่งานตัวเองก็หนักอยู่แล้ว หลังจากที่เรียนจบกลับมานิทราได้เข้าทำงานให้กับแบรนด์พรรณนาราออกแบบเสื้อผ้า

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๗

    ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดที่นิทราต้องบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ร่างบางเอาเสื้อผ้าไปเยอะพอสมควรเพราะไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ที่ต่างประเทศ สองแม่ลูกช่วยกันยกกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยมีกระเป๋าทั้งหมดสองใบ แม้จะกังวลที่ลูกไปอยู่ไกลแต่เพราะอนาคตของลูกสาวคุณยลลดาจึงอยากให้นิทราได้ไป“หนูช่วยค่ะ” สองแม่ลูกหันไปมองก็พบลินดาที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับภมรและพสุ หญิงสาววิ่งมาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถพร้อมกับภมรที่ยกอีกใบใส่หลังรถเหลือเพียงพสุที่ยืนมองเธอนิ่ง แววตาเขาฉายความเศร้าอย่างชัดเจนจนนิทราต้องยิ้มให้“ใจหายเหมือนกันนะที่นิทต้องไปนานขนาดนี้” ลินดาเดินมายืนตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้สนิทมากแต่เธอก็ชอบนิสัยของนิทรา อีกทั้งอาหารที่บางครั้งคนตัวเล็กกว่าเธอชอบเอาไปให้กินก็แสนจะอร่อย“เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าแล้วโอบกอดนิทราเอาไว้ก่อนผละออก ในขณะที่ภมรก็เดินมายืนข้างแฟนสาวของตนเอง“เดินทางดีๆ นะ” ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของน้องทั้งสามมองเธอมาด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนเดิมนิทรายิ้มให้ภมร“ขอบคุณค่ะพี่ภมร” สองหนุ่มสาวล่ำลาเสร็จก็ผละออกมาให้พสุเดินมายืนตรงหน้านิทรา เขายิ้มให้เธอแม้

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๖

    ตกเย็นร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่ชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสามส่วนเดินมานั่งที่ระเบียงมองบรรยากาศยามเย็นที่ตะวันลาลับฟ้าถูกแต้มให้กลายเป็นสีเข้มก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูเธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ประตูเปิดออกเจอพนักงานหญิงถือกล่องขนาดกลางยื่นมาให้ตนเอง“คุณผู้ชายห้องข้างๆ ฝากมาให้ค่ะ บอกให้คุณ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๕

    เช้าวันต่อมาชายหนุ่มตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันจัดกระเป๋าออกเดินทางไปยังสนามบินโดยให้เลขาจองตั๋วไว้ให้ ตอนนี้เขาได้สั่งให้นักสืบที่จ้างไปตามหานิทราจากข้อมูลที่ได้มาก็ทราบว่าเธอเช่ารีสอร์ตเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อน แต่เขาก็ยังสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวจึงบอกมารดาว่าอยู่บ้านเพื่อนพสุถึงสนามบินจัดการธุระทุกอย

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๔

    วันต่อมานิทราตื่นเช้ามาใส่บาตรกับมารดาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบพสุกับคุณวรรณนภายืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ใจจะอยากเดินเข้าบ้านแต่ก็คิดว่าเธอไม่ควรจะหนีเขาจึงทำหน้านิ่งเดินไปกางโต๊ะและนำของใส่บาตรวางไว้ ร่างสูงเดินมายืนข้างนิทราโดยที่มารดาไม่ต้องบอกเหมือนครั้งก่อนแล้ว“ใส่บาตรด้วยนะคะพี่ลดา”“มาสิวรรณ” หญิ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๓

    วันต่อมาพสุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเขาตรงไปยังห้องพักพิเศษซึ่งภรรยาของตนเองนอนอยู่ ร่างสูงผลักประตูเข้าไปพบเพียงนิทราที่นั่งทานอาหารอยู่บนเตียงคนเดียว ใบหน้าหวานเงยหน้ามาสบสายตาคมที่จ้องกลับมา ร่างสูงเดินเข้าหาหญิงสาว“กินข้าวหรือ” มันเป็นคำทักทายที่ดูไม่ได้เรื่องที่สุดเลย เขาก่นด่าตัวเองในใจขณะยืนข้างร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status