Share

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2024-11-02 12:58:18

เสียงโทรศัพท์ของนิทราดังขึ้นเจ้าของโทรศัพท์ผวาลุกขึ้นไปก่อนถอนหายใจออกมาเมื่อพบว่าไม่ใช่คนที่ตนเองเฝ้ารอแต่เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย

“สวัสดีหวาน โทรมาเสียดึกเชียว” เป็นเวลากว่าสี่ทุ่มที่เพื่อนโทรมา สร้างความแปลกใจเพราะปกติเพื่อนจะไม่ค่อยโทรหาเธอในเวลานี้เป็นที่รู้กันว่านิทราจะไม่ค่อยรับโทรศัพท์ช่วงเวลาดึก

‘ค่อยโล่งอกนึกว่าจะไม่รับเสียแล้ว’ปลายสายว่าอย่างโล่งใจ

“ปกติไม่ค่อยโทรมาเวลานี้ มีอะไรหรือเปล่า”

“คือว่า ก็ไม่อยากทำให้เธอไม่สบายใจนะนิท แต่มันอดไม่ได้ต้องโทรมาบอก พอดีฉันเห็นสามีเธอมานั่งกินเหล้าในผับกับผู้หญิงน่ะ”  

สิ้นคำบอกเล่าตัวเธอก็ชาทันที มือบางสั่น ขาอ่อนแรงจนต้องนั่งลงบนโซฟาที่ห้องรับแขก

“จะ จริงหรือ” ถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“จริงแน่นอน ฉันจำพสุได้แม่น”  

ตอนนี้ไม่รู้มีสีหน้าอย่างไรเพราะสร้อยรีบเข้ามาหาเธอมองอย่างเป็นห่วง นิทราแทบจะไม่รับรู้ประโยคต่อจากนั้นของเพื่อนก่อนที่อีกฝ่ายจะวางสายไป มือบางทิ้งลงข้างลำตัว ไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้กับเธอ เมื่อวันก่อนก็ไปวันนี้ก็ไปทั้งที่เพิ่งหาย เธอหรือก็เฝ้ารอเขาที่บ้านแต่อีกฝ่ายกลับไปอยู่กับหญิงอื่น

“พี่นิทเป็นอะไรคะ” สร้อยบีบขาของพี่สาวคนสนิทเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สบาย

“เปล่าจ้ะ พี่ไม่เป็นไรหรอก สร้อยดูละครไปเถอะพี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

หากอยู่ตรงนี้เธอร้องไห้แน่ และถ้าสร้อยเห็นเอาไปบอกคุณแม่เรื่องจะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่ เธอกลัวพสุโดนว่าจึงเข้าห้องน้ำปิดฝาชักโครกลงนั่งลงราวกับคนหมดแรง น้ำตาไหลออกมาราวกับเขื่อนแตก พยายามเก็บเสียงไม่ให้มันดังออกไปมันยากเหลือเกิน

..ทำไมพสุถึงทำแบบนี้กับเธอ โกรธเกลียดกันเธอไม่ว่า แต่อย่าทำเหมือนเธอไม่มีหัวใจด้วยการเอาผู้หญิงคนอื่นมาแทนที่ทั้งที่ยังจดทะเบียนสมรสกับเธออยู่ แค่นี้ใจเธอก็เจ็บช้ำมากพออยู่แล้ว เขาต้องการให้เธอเจ็บมากแค่ไหนกัน

“เธอจะรักเราไม่ได้เลยเหรอ” กระซิบถามผ่านลม

คำตอบของเขาก็ชัดเจนผ่านการกระทำทุกอย่างอยู่แล้ว พสุไม่มีวันรักเธอเพราะใจของเขามอบให้ลินดาไปหมดแล้ว เขาเกลียดเธอถึงทำทุกอย่างให้เธอช้ำขนาดนี้ มันเจ็บจนหายใจจะไม่ออกถ้าจะเป็นแบบนี้ขอกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมยังจะดีเสียกว่า หัวใจของพสุไม่มีวันที่จะเป็นของนิทราได้เลย ไม่มีวัน...

เมขลาพยุงหนุ่มหล่อมีดีกรีเป็นถึงรองประธานไปยังห้องพักของโรงแรม เขาพอมีสติอยู่บ้างว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นหากแต่ไม่มีแรงพอที่จะขัดขืนได้มึนหัวไปหมดตาก็แทบจะลืมไม่ขึ้น ดื่มเหล้าไปเยอะพอสมควรจนมึนเมาต้นเหตุก็เพราะเมขลาที่เชียร์ให้ดื่มจนเขาเมาหมดสภาพแบบนี้

“ใกล้ถึงแล้วค่ะ” กระซิบข้างหูโดยมือยังคงใช้คีย์การ์ดเปิดประตู พสุตัวหนักจึงใช้เวลาค่อนข้างมากกว่าจะลากเขามาที่เตียงได้ “เฮ้อ!ตัวหนักชะมัด” วางลงอย่างแรงด้วยความเหนื่อย ก่อนจัดท่าให้เขานอนอย่างสบาย

“เมย์ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวเรามาเล่นน้ำกัน” เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูยิ้มพึงใจกับคำพูดกำกวมนั้น

พสุพยายามลืมตาขึ้นมองก็ไม่มีแรงเขาเลยหลับตาลงขยับให้ตนเองนอนอย่างสบายรอไม่นานเมขลาก็อาบน้ำเสร็จ เธอใส่เพียงผ้าเช็ดตัวปิดบังร่างกายเอาไว้เท่านั้น ฮัมเพลงอย่างคนอารมณ์ดีหยิบกล้องโทรศัพท์ขึ้นมาตั้งท่าจะถ่ายคลิปวิดีโอ หล่อนเดินไปถอดเสื้อให้เขาที่นอนบนเตียง ถอดกางเกงเหลือเพียงชั้นในตัวเดียวเท่านั้น แม้ว่าจะเคยมีสัมพันธ์กันมาก่อนแต่นั่นก็เพียงชั่วคราวเหมือนเขาปลดปล่อยอารมณ์ดิบเท่านั้นไม่ได้มองมาก จนกระทั่งวันนี้ที่เห็นเต็มตาว่าเจ้านายหนุ่มรูปร่างดีแค่ไหน

“เมียคุณเห็นจะว่ายังไงบ้างนะ” คราวนี้ไม่บ้านแตกก็ตายกันไปข้าง ยิ้มสมใจแล้วเริ่มเล้าโลมเขาปลดผ้าเช็ดตัวออกเหลือเพียงร่างกายเปล่าเปลือยเท่านั้น เดินไปกดอัดคลิปตัวเลขเดินก่อนที่ร่างบางจะเริ่มปฏิบัติการณ์ตามแผนของตนเอง แผนที่จะทำให้เรื่องราวต่อจากนี้รุนแรงราวกับพายุ

03.42 น. พสุงัวเงียตื่นขึ้นมาก็ชะงักเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัด เขาเหลียวมองด้านข้างก็พบเมขลาที่นอนอยู่ข้างกาย สมองเริ่มทำงานทบทวนเหตุการณ์เมื่อคืนจำได้ล่าสุดก็คือเขาเมาที่ร้านแล้วเดินเข้าโรงแรม พยายามที่คิดเหตุการณ์ต่อจากนั้นแต่มันก็มืดไปหมดเขาตัดสินใจเลิกคิดแล้วกลับบ้าน มองหาเสื้อผ้าตนเองรีบหยิบมาใส่ทันที เจอกระเป๋าเงินและกุญแจรถ โทรศัพท์อยู่ข้างเตียงเขาก็หยิบของทั้งหมดเดินออกไปจากห้องพักก่อนที่หญิงสาวจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน ใจตอนนี้คิดไปถึงคนที่บ้าน

..จะยังรอเขาไหมนะ...

รถยนต์คันหรูขับเข้ามาภายในรั้วบ้านในเวลาตีสี่ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงบ้านเพราะยังเช้ารถจึงไม่ติด เขาทักทายลุงแซมที่ตื่นเช้ามาทำความสะอาดบ้านรอบนอกตามประสาคนแก่ที่นอนเร็วตื่นเช้า เข้ามาภายในบ้านที่ไฟบางส่วนยังเปิดใจเขาก็หายวาบเมื่อเห็นร่างบางนอนอยู่ที่โซฟาตรงห้องรับแขก เหมือนมีอะไรจุกคอทำเอาเขาพูดไม่ออก ใจมันรู้สึกผิดกับอีกฝ่ายจนต้องเดินไปนั่งลงปัดผมที่มาปรกหน้าให้ เหลียวมองที่มือบางก็พบว่ายังถือไม้นิตติ้งอยู่

..คงถักรอเขาจนหลับไปสินะ มองดูเสื้อที่เธอถักก็ดูเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก

“ถือว่าไถ่โทษแล้วกัน” ว่าพลางอุ้มร่างบางขึ้นมาไม่อยากปลุกกวนให้ตื่น เขาอุ้มหญิงสาวขึ้นไปบนห้องวางไว้บนเตียงกว้างห่มผ้าให้อย่างดีโดยไม่รู้เลยว่าแววตาที่ตนเองใช้มองภรรยามันอ่อนโยนมากแค่ไหน

พสุลงไปถือตะกร้าถักนิตติ้งที่มีไหมพรมเต็มไปหมดขึ้นมาให้เธอด้วยก่อนจะเข้าไปอาบน้ำใส่ชุดนอน ดีที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์เลยไม่ต้องออกไปทำงานคงได้พักผ่อนเพราะฉะนั้นเขาจะตื่นตอนไหนก็ได้

“อือ อะ” ร่างบางลืมตาตื่นตั้งใจจะพลิกตัวเพราะเมื่อยก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้ตนเองตกอยู่ในอ้อมกอดของพสุ เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กันก่อนที่สมองจะนึกไปถึงเรื่องเมื่อคืนที่เพื่อนโทรมาบอก ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกลับมาตอนไหนเพราะเธอรอจนหลับไปเสียก่อน คราแรกว่าจะไม่รอเขาแต่ก็ทำไม่ได้ ทำไมคนที่รักต้องเป็นฝ่ายเจ็บปวดด้วย

มองนาฬิกาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าตอนนี้หกโมงกว่าแล้ว เธอจึงยกมือเขาออกแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ยอมยิ่งกอดแน่นขึ้นไปอีกจนเธออ่อนใจ

“ปล่อยก่อน” เอ่ยขึ้นในที่สุด กลัวไปใส่บาตรกับแม่ไม่ทันแต่พสุก็ไม่พูดอะไรนอกจากกอดเธอเอาไว้อย่างนั้น

“นอนก่อน” เขานอนซ้อนหลังเธอดมกลิ่นผมหอมสูดอย่างชื่นใจ

..ยาสระผมก็ใช้ยี่ห้อเดียวกันแต่ทำไมของนิทราถึงได้หอมกว่าอย่างนี้นะ ตัวก็นุ่มนิ่มกว่าหมอนข้างเสียอีกในความคิด กอดไว้แบบนี้ก็นอนสบายดีเหมือนกัน

“นี่เราจะไปใส่บาตร” ไม่ได้คำรับตอบรับอีกเธอถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ

..ทำไมถึงได้ดื้อขนาดนี้นะ

นิทรารอจนพสุหลับไปอีกครั้งจึงค่อยๆ ยกแขนเขาออกจากลำตัวเธอ แขนก็หนักเธอหยิบหมอนมาวางไว้ให้เขากอดส่วนตนเองลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เดินออกมาสามีก็ยังคงนอนหลับแม้ว่าตอนนี้จะเจ็ดโมงสิบห้านาทีแล้วก็ตาม เขาช่างเป็นคนที่นอนขี้เซาเหลือเกิน ตั้งแต่เด็กจนโต

“ทำไมวันนี้ตื่นสายล่ะหนูนิท” ลงมาข้างล่างทุกคนก็ทานข้าวหมดแล้ว เธอยิ้มอย่างรู้สึกผิดเดินไปนั่งโซฟาเดี่ยวในห้องโถงใหญ่

“คือเมื่อคืนนิทนอนไม่ค่อยหลับค่ะ” นั่งรอสามีทั้งคืนจนผล็อยหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ตื่นมาอีกทีก็อยู่ในอ้อมกอดของพสุเสียแล้ว

“แล้วตาเล็กกลับตอนไหนละ” คุณดิลกที่นั่งอ่านหนังสือข้างภรรยาถามขึ้น

“น่าจะดึก นิทก็ไม่ทราบพอดีหลับก่อนค่ะ” ทั้งสองก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรอีก นิทราจึงขอตัวไปบ้านแม่ของตนเองคุณวรรณนภาจึงเดินไปด้วยจะไปคุยถึงเรื่องการไปทำบุญที่นครสวรรค์วันมะรืน บ้านอยู่ใกล้กันก็สะดวกจะไปจะมาตอนไหนก็ได้

คุณยลลดากำลังรดน้ำต้นไม้หน้าบ้านเห็นน้องสนิทกับลูกสาวเดินมาก็ปิดน้ำ

“วันนี้ตื่นสายหรือเรา” คนเป็นลูกเดินมากอดก็ถามขึ้นเพราะไม่เห็นมาใส่บาตรด้วย

“นิดหน่อยค่ะ” คุณวรรณนภาไม่อยากเอ่ยได้แต่อมยิ้มเพราะขึ้นไปหาบนห้องเคาะประตูแต่ก็ไม่เปิดพอเห็นว่าประตูไม่ได้ล็อกจึงแง้มดูเห็นสองหนุ่มสาวนอนกอดกันบนเตียง จึงได้แต่อมยิ้มไม่ได้ปลุกแต่อย่างใด ปล่อยให้นอนกอดกัน

“มาเข้าบ้านก่อน” ทั้งสามพากันเดินเข้าไปในบ้าน

วันนี้มีคนมาสั่งตัดชุดราตรีสองชุดจึงต้องเร่งทำ นิทราช่วยมารดาตัดในขณะที่สองหญิงวัยกลางคนชวนกันคุยอย่างสนุกสนานถึงการวางแผนจะไปทำบุญวันมะรืน เห็นว่าทำบุญเสร็จจะชวนกันไปเที่ยวด้วยจึงวางแผนกันใหญ่ว่าจะไปที่ไหนบ้าง

“พ่อ แม่ไปไหนอะ” ตื่นขึ้นมาพบว่ากอดหมอนของนิทรามองหาไม่เห็นร่างบางในห้องจึงตัดสินใจอาบน้ำลงมากินข้าวเพราะตื่นมาก็สิบโมงกว่าแล้ว เขาสดชื่นขึ้นมาบ้างเมื่อนอนหลับเต็มอิ่มไม่ต้องรีบตื่นไปทำงาน ลงมาข้างล่างเห็นเพียงแต่บิดามองหาไปทั่วก็ไม่เห็นใคร

“ถามเป็นเด็ก แม่แกก็ไปหาเพื่อนเขาสิ ใครจะนอนตื่นสายจนตะวันแยงก้นแบบแก อายุก็ไม่น้อยมีเมียจนจะมีลูกแล้ว”

ไม่น่าถามเลย พสุเลยยกมือเบรกพ่อเอาไว้

“ผมถามนิดเดียวตอบซะยาวเชียว ไปกินข้าวก่อนดีกว่า” เดินไปยังห้องอาหารเรียกแม่บ้านนำกับข้าวมาให้เขา สร้อยจึงถือข้าวต้มกุ้งถ้วยใหญ่มารู้ว่าคุณเล็กกินจุขนาดไหน

“เออสร้อย เมื่อวานนิททำอาหารไว้ไหม”

สร้อยที่ยังโกรธคุณเล็กแทนนิทราก็ตอบเสียงแข็ง

“ทำค่ะ ทำเยอะเชียว ยังเหลืออยู่เลย” มองดูแววตาแข็งของเด็กในบ้านเขาก็ทำเพียงยิ้มให้ หันมาลงมือทานข้าวต้มจนหมดชามจึงยกผ้าขึ้นมาเช็ดปากดื่มน้ำเปล่าตาม

วันนี้เขาว่างทั้งวันไม่คิดจะออกไปไหนด้วยเหนื่อยมาทั้งสัปดาห์กะว่าจะนอนเล่นดูหนังอยู่ที่บ้าน

“วันนี้แกไม่ไปไหนหรือ” เห็นลูกชายออกมานั่งเล่นด้วยพลางกดโทรศัพท์จึงถามขึ้น ปกติอยู่ไม่ติดบ้านตลอด

“ไม่พ่อ อยากจะพักผ่อน”

“เออ เพิ่งรู้ว่าแกรู้จักคำนี้ด้วย” พ่อเขาก้มลงอ่านหนังสือในมือต่อหลังจากได้พูดกระทบลูกชาย

ที่จริงเขาเป็นคนไม่ค่อยอยู่ติดบ้านเสียเท่าไหร่ มีวันหยุดก็ชอบไปเที่ยวกับเพื่อน ไม่ก็พาลินดาไปทำธุระ จนกระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปกิจกรรมเขาจึงเปลี่ยนไปด้วย คงจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เพราะว่าเขาอยากเจอหน้านิทราหรอก

“กับพี่ชายแกนี่ยังไง ทะเลาะกันหรือ” นั่งเงียบสักพักคุณดิลกก็ปิดหนังสือถามขึ้นเสียงปกติไม่ได้คาดคั้นแต่อย่างใด

..นี่แหละที่น่ากลัวสำหรับบ้านเขา พ่อจะพูดเรียบแต่เด็ดขาด ไม่สามารถโกหกหรือลื่นไหลได้เลย ยิ่งจ้องนิ่งขนาดนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเป้ายิงปืนเสียอย่างนั้น

“ก็ไม่เชิงพ่อ แค่ไม่อยากคุย” ก้มลงเล่นโทรศัพท์ต่อ เข้าแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่างอินสตาแกรมเช็กรูปภาพไปเรื่อยในเมื่อพ่อถามมาตรงๆ เขาก็ตอบไปตามตรงเหมือนกัน

“เรื่องหนูลินหรือเปล่า”  

“ประมาณนั้น พ่อทำไมฉลาดจังเลย” เงยหน้ามาชม

คุณดิลกเลยถอนหายใจ

“แกเป็นลูกฉัน ฉันก็ดูแลมาตั้งแต่เด็กมีเรื่องแค่นี้ทำไมจะดู      ไม่ออก”

“เป็นพี่น้องกันก็รีบเคลียร์เสีย อย่าให้เรื่องผู้หญิงทำให้แตกกัน”

..ก็เข้าใจที่พ่อพูดแต่มันทำยากเหลือเกิน นั่นลินดาที่เขาแอบชอบมานานไม่คิดว่าอยู่ดีๆ พี่ชายจะแย่งไป แย่งอย่างหน้าด้านๆ รู้ทั้งรู้ว่าเขาชอบเธอมานานคิดแล้วก็แค้นไม่หาย

“เข้าใจแล้วน่า”

คุยกันได้สักพักคุณวรรณนภาก็เดินเข้ามาเสียก่อน พสุผละจะหน้าจอโทรศัพท์มองหน้าใครบางคนแต่ก็ไม่เห็น

“ว่าไงพ่อลูกชาย ตื่นแล้วหรือจ๊ะ” นางเห็นลูกเหลือบมองไปข้างหลังก็ยิ้มออกมา คงมองหน้านิทรา

“ก็ครับ เมื่อคืนผมกลับดึกเลยตื่นสายหน่อย”

“ไม่เรียกว่าสายหรอกจ้ะ เรียกว่าจะเที่ยงเลยดีกว่า”

ลูกชายคนเล็กขี้เซาเหลือเกินในขณะที่พี่ใหญ่ตื่นแต่เช้าออกไปทำงานเรียบร้อย แม้จะเป็นวันเสาร์ก็มีนัดนอกรอบกับลูกค้าจนอดสงสารไม่ได้

“แล้ววันนี้ไม่ออกไปไหนหรือ อยู่ติดบ้านเป็นด้วย” ทั้งพ่อทั้งแม่ต่างก็แปลกใจไม่แพ้กันที่ลูกชายคนเล็กอยู่บ้านไม่ออกไปไหนในวันหยุด

พสุถอนหายใจออกมาทำไมทุกคนชอบคิดว่าเขาเป็นหนุ่มนักเที่ยว เขาไม่ได้ชอบเที่ยวแค่ชอบอารมณ์ตอนเที่ยวต่างหาก มันสนุกก็เท่านั้น

“แล้วหนูนิทล่ะคุณ” เห็นลูกชายเหลือบมองไปหน้าบ้านบ่อยเลยถามภรรยาขึ้นให้ เจ้าลูกชายตัวดีคงไม่กล้าถามเป็นแน่

“ช่วยพี่ลดาทำงานอยู่ค่ะ อีกสักพักคงมา”

เท่านั้นพสุก็ยิ้มออกมา ซึ่งไม่พ้นสายตาของคนเป็นพ่อแม่

“ว่าแต่เมื่อคืนกลับมากี่โมง” กลับมาซักลูกชายตัวดี

“ไม่แน่ใจครับ ไม่ได้ดูนาฬิกาเลย” หากบอกตีสี่คงไม่รอดโดนเทศน์ชุดใหญ่แน่เขาเลยตอบแบบกลางๆ

มารดาก็ส่งค้อนให้

..ลื่นเหลือเกินพ่อคุณ

พสุนั่งดูแอพพลิเคชั่นก่อนจะสะดุดกับรูปทะเลที่สัตหีบซึ่งเพื่อนเขาถ่ายมาลง อยู่ใกล้กรุงเทพสามารถขับรถไปเองได้ไม่เหนื่อย

..ก็น่าสนใจดีนะ

“อ้าวหนูนิทมาแล้วหรือจ๊ะ นั่นถืออะไรมา”

ลูกชายคนเล็กของบ้านเงยหน้าขึ้นมาจากจอสี่เหลี่ยมทันที พบภรรยาเดินถือกล่องขนมมาด้วย

“แม่ทำขนมชั้นค่ะเลยแบ่งมาให้”

หน้าตาดูน่าทานวางไว้เต็มจาน ขนมชั้นของคุณยลลดาขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยจนคุณวรรณนภาขอให้รุ่นพี่สอนแต่รสชาติกลับออกมาไม่อร่อยเท่า

“เดี๋ยวนิทเอาไปใส่จานมาให้กินนะคะ” ไม่แม้แต่จะชายตาแลมายังสามีที่นั่งอยู่

พสุรับรู้ได้ถึงความแปลก เขายังคงนั่งเล่นมือถือต่อไม่ได้สนใจจนกระทั่งภรรยาถือจานขนมออกมาแล้วไปนั่งข้างแม่ของเขา ปกติจะมานั่งโซฟาเดี่ยวข้างเขา

“หนูนิทช่วยแม่ทำงานเสร็จแล้วหรือจ๊ะ”

“ยังค่ะ นิทเอาขนมมาให้แล้วเดี๋ยวจะกลับไปช่วยแม่” สองสาวต่างวัยนั่งคุยกันไปสักพักจนขนมหมด

โดยที่พสุยังคงนั่งก้มหน้าก้มตาทำเหมือนสนใจจอสี่เหลี่ยมขนาดเล็กตรงหน้าแต่ภายในใจกลับคิดไปต่างๆ นานา

..หรือนิทราจะโกรธที่เขากลับบ้านค่ำ แต่จะโกรธก็เรื่องของเธอไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับเขาเลยสักนิด ใช่ไม่เกี่ยวแต่ทำไมใจของเขามันหวิวแปลกๆ

“คุณแม่คะ นิทว่าคืนนี้จะขอนอนบ้าน จะช่วยแม่ทำชุดให้เสร็จ” ไม่แม้แต่จะเหลือบมามองชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าสามี เธอยังโกรธเขาอยู่จึงไม่อยากอยู่ใกล้หรือนอนห้องเดียวกัน

“ก็ดี” เพราะความปากไวจึงพูดออกไป

นิทราเม้มปากแน่นยิ้มให้ผู้อาวุโสทั้งสองเดินถือกล่องใส่อาหารกลับบ้าน คุณวรรณนภาส่ายหัวให้กับความปากแข็งของลูกชาย ส่วนคุณดิลกก็ได้แต่ส่ายหน้าไม่อยากเข้าไปยุ่งกับเรื่องหนุ่มสาวแค่ที่บังคับให้ลูกชายแต่งงานกับนิทราก็สงสารหญิงสาวมากพออยู่แล้ว โดนลูกชายของตนเองทำให้เสียใจตลอด

“ทำไมปากแบบนี้นะ” ถ้าอยู่ใกล้กว่านี้เธอจะตีปากลูกชายให้สมกับความปากมอม

“ดีจะตายแม่ ผมก็จะได้นอนสบายขึ้น” ยิ้มให้มารดาก่อนลุกขึ้นเดินไปบนห้อง พอลับสายตาผู้ใหญ่ทั้งสองหน้าที่ยิ้มก็หุบลงทันที

..นิทราโกรธเขาเป็นแน่ ทำไมรู้สึกกระวนกระวายแบบนี้ล่ะ อยากเดินไปอธิบายแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับตนเองบ้าง จนกระทั่งมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเขาจึงรับสายพบว่าเป็นเพื่อนสนิท

“มึงจะไปเที่ยวสัตหีบหรือ”  เป็นเนติธรที่โทรมาหา

“เอออยากไป มึงไปแล้วเป็นไงบ้าง” เดินขึ้นบันไดเปิดประตูห้องตัวเองก่อนนั่งลงที่โซฟายาว หยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิด

“ก็สวยดีนะเว้ย หาดก็สะอาดดี คนไม่เยอะด้วยไม่ใช่ช่วงเทศกาล” นำเสนอเต็มที่อยากให้พสุได้ไป

“แล้วมึงไปกับใคร”

“ถามแปลกๆ กูก็ไปกับแฟนสิครับผม คนเขามีแฟนจะให้ไปคนเดียวแล้วหาเอา ข้างหน้ากูก็กลัวเลือดบวกวะเพื่อน”  ส่ายหัวยิ้มขำเพื่อน แต่ก่อนเนติธรก็เสือตัวพ่อเหมือนกัน ได้ลูกค้าในร้านเป็นคู่นอนประจำแต่เดี๋ยวนี้มีแฟนก็เริ่มติดแฟน

“ตอนนี้ก็ไม่แน่ อาจมีก็ได้”

“อ้าวไอ้นี่ มึงพูดจาแมวๆนะครับคุณครับ ว่าแต่ที่ถามนี่จะไปหรือ ไปกับใคร เมียว่างั้น”  เจอถามกลับเขาก็พูดไม่ออก เงียบไปสักพักจนปลายสายต้องเรียก

“เออ ไปกับใครก็เรื่องของกูป่ะครับเพื่อน เผือกแล้วครับ” กดตัดสายไปเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของปลายสาย

เขาเปิดโน้ตบุ๊กดูรีวิวถึงสถานที่ท่องเที่ยว ตอนนี้ยังคิดไม่ออกว่าจะไปกับใครรู้แค่ว่าอยากไป แต่ไม่รู้ทำไมใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งถึงลอยเข้ามาได้

..เขาอยากไปกับนิทราอย่างนั้นหรือ?

ไม่รู้จะชวนใครแต่เหตุใดเขาถึงได้เก็บเสื้อผ้าของภรรยาใส่กระเป๋าขนาดกลางพร้อมกับกระเป๋าเป้สะพายหลังที่ใส่เสื้อผ้าของเขาลงมาด้วย แม้ใจจะสับสนแต่ก็ทำไปแล้วเวลานี้ก็เหลือแค่ไปชวนอีกคนเท่านั้น เขาควรจะหาเหตุผลอะไรไปบอกเธอดีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียหน้า

..ไม่ได้คิดจะง้อหรอกนะแค่อยากไปทะเลเท่านั้น

เขาท่องในใจไว้แบบนั้นจนกระทั่งลงมาเจอกับแม่ตนเอง

“นั่นจะไปไหน” เห็นกระเป๋าสองใบที่ลูกชายถือก็ถามขึ้นด้วยสงสัย

..ไหนบอกว่าจะอยู่บ้านแต่ผ่านไปไม่นานก็เก็บเสื้อผ้าเสียแล้ว

“ไปทะเลครับ พอดีผมว่าจะไปดูงานเลยกะไปเที่ยวด้วย” ระหว่างทางเดินลงมาเขาคิดข้ออ้างมาเรียบร้อยแล้ว

“อย่างนั้นหรือ ชวนหนูนิทไปด้วยสิ จะได้ไปเปิดหูเปิดตา” คุณดิลกแนะนำและแน่นอนว่าลูกชายไม่ปฏิเสธแต่ถ้าตอบรับเร็วไปก็จะน่าสงสัย

“เขาจะอยากไปกับผมหรือครับ เห็นบอกจะนอนบ้าน” ทั้งสองมองหน้ากันด้วยรู้ทันบุตรชาย ใจจริงก็คงอยากให้ไปแต่ปากแข็งเท่านั้นไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ

“ไปชวนก่อนไป แม่อยากให้หนูนิทไปเที่ยวบ้าง วันๆ อยู่แต่บ้าน มีสามีทั้งทีก็เอาแต่เที่ยวเตร่อยู่ไม่ติดที่”

..ว่ากระทบเขาอีก ใครเป็นลูกตอนนี้ก็ชักจะไม่แน่ใจในเมื่อมารดาเข้าข้างลูกสะใภ้เสียเหลือเกิน

“ครับคุณแม่ เดี๋ยวผมไปชวนลูกรักแม่แล้วกัน ไปก่อนนะครับ” โบกมือลาผู้ใหญ่ทั้งสองออกจากบ้านไป “แล้วไม่รอให้หนูนิทมาเก็บเสื้อผ้าหรือไง” มองตามหลังลูกชายไปก็ขัดใจ ปากบอกจะชวนแต่ดูเหมือนรีบจะออกไปเสียอย่างนั้น

“เอาน่าคุณ อย่าไปอะไรกับมันนักเลย ปากแข็งเป็นที่หนึ่ง”

พสุเดินไปยังรถยนต์เอากระเป๋าใส่ท้ายรถก่อนขึ้นขับมาจอดที่หน้าบ้านของนิทรา แปลกที่ครั้งนี้กลับตื่นเต้นราวกับไม่เคยมาเสียอย่างนั้น เขาเดินเข้ามาภายในบ้านก็เจอคุณยลลดากำลังเย็บผ้าอยู่ในขณะที่นิทราก็นั่งอยู่เครื่องจักรอีกฝั่ง

“สวัสดีครับคุณแม่” เสียงนั้นเรียกความสนใจจากทั้งสอง อาจเพราะเร่งทำงานเลยไม่ได้ยินเสียงคนเข้ามา พสุก็เดินเบาเสียเหลือเกิน คุณยลลดาผละจากงานที่ทำยิ้มอ่อนโยนให้ลูกเขย

“ว่าไงพสุ มาหายายนิทหรือ” นิทราเงยหน้าสบตากับเขาครู่เดียวก็หลุบตาลงจัดการกับงานตรงหน้า

“ครับ ผมว่าจะชวนนิทไปเที่ยว”

คำตอบตรงทำเอาร่างบางที่เพิ่งก้มหน้าเงยหน้ามาสบตากับเขา

..เกิดอะไรขึ้นถึงได้ชวนเธอไปเที่ยว ปกติแค่หน้าเธอเขายังไม่อยากจะมองเลยไม่ใช่หรือ

“ที่ไหนหรือจ๊ะ” คุณยลลดาวางมือจากงานที่ทำหันมาถามพสุ

“ระยองครับ” ในเมื่อเพื่อนไปสัตหีบแล้วเขาก็ไม่อยากไปซ้ำรอยเลยขอเลือกไปอีกที่ที่ใกล้เหมือนกันดีกว่า

“ไปไหมลูก น่าสนุกนะ ตั้งแต่เรียนจบนิทก็ยังไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลยไม่ใช่หรือ” คนเป็นแม่เชียร์เต็มที่เพราะนิทรายังไม่เคยไปเที่ยวไหนไกลบ้านเลยตั้งแต่เรียนจบ ครั้งล่าสุดก็คือเมื่อจบปริญญาตรีที่เธอขอไปเที่ยวโคราชกับกลุ่มเพื่อนก่อนแยกจากกัน

“แต่ว่าชุดแม่จะทำทันหรือคะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกลูก แค่นี้เองแม่ทำคนเดียวก็ได้”

นิทราชั่งใจอยู่สักครู่มองพสุก็ถอนหายใจออกมาแพ้สายตาคมคู่นั้นที่มองอย่างเว้าวอนอยู่ในที

“ถ้าอย่างนั้นนิทขอไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะ” คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มของคนเป็นแม่ได้

ส่วนพสุก็ยิ้มมุมปากเรียกรั้งเธอเอาไว้

“เก็บมาให้แล้ว ไปกันได้เลย”

..มีเตรียมพร้อมอย่างเสร็จสรรพแบบนี้เขารู้แล้วอย่างนั้นหรือว่าเธอจะไป

นิทราไม่ได้โต้ตอบออกไปเพียงแค่เก็บของเช่นโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ใส่ในกระเป๋าสะพายข้างใบเล็ก

“ไปนะครับแม่”

“จ้ะ แม่ฝากดูแลนิทด้วยนะ”

“ครับ”

นิทราเดินนำเขาออกจากบ้าน พสุล่ำลาคุณยลลดาแล้วเดินมาขึ้นรถ ขับออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรกันสักคำแม้จะดูอึดอัดแต่ก็ไม่ได้แย่มากเท่าไหร่

“เราจะไประยองทำไมหรือ”

“ไปเที่ยวไง”

ดวงตากลมโตหันไปมองเขาอย่างฉงน ปกติไม่เคยชวนไปไหนทำไมวันนี้กลับมาแปลกชวนเธอไปเที่ยวได้

พสุก็ทำตัวไม่ถูกเมื่อโดนจ้องแบบนี้ เขาพยายามเรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วตอบสวนกลับอีกครั้ง

“ก็ไปทำงานพอดีมันทางผ่านเลยไปเที่ยว ไม่รู้จะชวนใครเห็นเธออยู่ใกล้เลยชวนแค่นั้นเอง” พูดยาวเสียจนไม่มีจังหวะหายใจ

นิทราพยักหน้ารับช้าๆ เข้าใจแล้วว่าเธอมันก็แค่ตัวเลือกที่อยู่ใกล้มือจับได้ง่าย ยิ้มสมเพชตัวเองที่ตอนแรกคิดไปไกลว่าเขาอาจจะกำลังง้อเธออยู่

..ไม่เลย ไม่ใกล้ความจริงเลยสักนิด

“แวะปั๊มก่อนไหม” เห็นคนข้างกายเงียบจึงถามขึ้น

นิทราส่ายศีรษะมองวิวรอบข้างเหม่อลอยไม่ได้สนใจคนขับรถให้แต่อย่างใด

“แต่พอดีน้ำมันจะหมด แวะก่อนแล้วกัน” ถ้าอย่างนั้นจะมาถามเธอทำไมกัน ใบหน้าหวานหันมาค้อนใส่เขาอย่างน่ารัก พสุอมยิ้มดูเหมือนแมวขู่ให้ความรู้สึกน่าเอ็นดูมากกว่าจะน่ากลัว

“ไปซื้อของกินให้หน่อย หิว เอาขนมนะ แล้วก็หมากฝรั่งด้วยเคี้ยวไปกำลังดี” มีการสั่งแล้วหยิบเงินแบงค์พันให้เธออีก

..จะซื้อให้หมดเลย

นิทราหยิบเงินมาแล้วเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เลือกหยิบขนมขบเคี้ยวที่คิดว่าเขาชอบ มีน้ำผลไม้และลูกอมหมากฝรั่งตามที่เขาต้องการ เมื่อซื้อครบก็เดินไปหาพสุที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำ

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะ”

“ของกินที่เธอสั่งทั้งนั้นแหละ ไปกันเถอะ” บ่ายโมงกว่าแล้วกลัวว่าจะไปถึงเย็นจึงเร่งคนขับรถที่ไม่ได้ดูรีบเป็นเพื่อนเธอเลย พสุดูใจเย็นกว่าที่คิด เขาเปิดน้ำผลไม้ดื่มไปด้วยขณะขับรถ เปิดวิทยุฟังเพลงฮัมไปตามทางราวอารมณ์ดีนักหนาจนคนที่หงุดหงิดกลับเป็นนิทราเสียเองเมื่อคิดว่าที่เขามีความสุขเป็นเพราะผู้หญิงคนเมื่อคืน

“อ้าวเปลี่ยนคลื่นทำไม” คนกำลังอินกับเพลงโดนเบรกเสีย อย่างนั้น

“เราอยากฟังเพลงอื่น” พูดกันขนาดนี้เขาจะทำอะไรได้ นอกจากปล่อยเลยตามเลย

นิทราเห็นร่างสูงไม่ได้เถียงหรือเอาชนะอะไรกลับปล่อยให้เธอฟังเพลงก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

“เปลี่ยนทำไม” แต่เมื่อเพลงจบเขาก็กดกลับไปยังคลื่นวิทยุเดิม

“ก็มันจบแล้ว ฉันจะเปลี่ยนไปฟังที่ฉันชอบบ้าง” กดหาคลื่นจนเจอคลื่นถูกใจแต่แล้วขับรถไปนานๆ คลื่นก็ขาดหาย จึงเปิดเพลงที่มีในมือถือแทน คนข้างกายเขาหลับเป็นที่เรียบร้อยแล้วไม่มีเสียงตอบรับกลับมาเลย ใบหน้าคมที่เคร่งขรึมระบายยิ้มอ่อนๆ เหลือบมองดูเธอหลับด้วยแววตาอ่อนโยน ไม่อยากยอมรับว่าที่พามาเที่ยวก็เพราะต้องการจะไถ่โทษเรื่องเมื่อวานทำให้เธอรอทั้งคืน อดรู้สึกผิดไม่ได้ยิ่งเห็นนิทราเมินมันก็อยู่ไม่สุขจนต้องพามาเที่ยว

ใช้เวลาสองชั่วโมงรถก็แล่นมาถึงจังหวัดระยอง เขากะจะพาเธอนอนคืนเดียวพรุ่งนี้เย็นก็คงต้องกลับ เนื่องจากเช้าวันจันทร์เขามีประชุมกับการออกแบบรีสอร์ตของคุณปภาวิน ที่จริงวันนี้ต้องเข้าไปเซ็นสัญญาร่วมแต่หน้าที่นี้เป็นของประธานบริษัทอย่างภมรไม่ใช่เขา

พสุจอดรถเมื่อถึงท่าเรือจังหวัดระยอง พวกเขาต้องข้ามฟากไปยังเกาะเสม็ดโดยใช้เรือสปีดโบท เขาอยากขับเองแต่ก็กลัวนิทราจะเมาเรือจึงคิดว่าจะจ้างเอาดีกว่า

“ถึงแล้วหรือ” พอเข้าที่จอดรถยังไม่ทันจะได้ดับเครื่องสาวร่างบางก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย

“อือ ลงเถอะ”

นิทราลงจากรถอย่างว่าง่ายเดินไปเอากระเป๋าที่หลังรถจะเอื้อมมือไปถือแต่พสุก็กันเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวถือให้” สร้างความประหลาดใจให้เธอเพิ่มขึ้นไปอีก ปกติเคยถือกระเป๋าให้เธอที่ไหนกัน ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างก่อนรอยยิ้มจะแต่งแต้มที่ใบหน้าหวาน

“ดีจัง” ความรู้สึกหัวใจพองโตแบบนี้เธอรู้สึกชอบมันเหลือเกิน อยากให้เป็นแบบนี้ไปอีกนาน

“รอก่อนเดี๋ยวไปซื้อตั๋ว” พสุเดินไปซื้อตั๋วเรือข้ามฟาก ได้มาสองใบก็มารอเรือพร้อมกับผู้โดยสารอีกสามคนที่จะต้องไปลำเดียวกัน

เรือสปีดโบทจอดเทียบท่าทั้งสองก็พากันขึ้นไปนั่งด้านขวาโดยสวมชูชีพเอาไว้ นิทราไม่เคยนั่งเรือมาก่อนจึงรู้สึกกังวลจับมือพสุเอาไว้เสียแน่น

เรือออกไปได้สักพักนิทราก็หน้าซีดลงทันที ตัวเย็นเฉียบไม่พูดกับเขาสักคำจนร่างสูงต้องถามขึ้น

“เมาเรือหรือ”

“มันจะอ้วก” ตอบเขาเหมือนจะร้องไห้จนอดสงสารไม่ได้ ดึงร่างบางมากอดไว้กดศีรษะให้จมลงกับอกเขา

“หลับตานะ”

นิทราทำตามอย่างว่าง่าย ตอนนี้อะไรก็ได้ขอให้เธอไปถึงฝั่งโดยเร็ว คนบนเรือพากันมองคู่รักอย่างเอ็นดูรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายอย่างบอกไม่ถูก

นิทราที่หลับตาก็ภาวนาให้ถึงเสียที เธอเวียนหัวจนทำอะไรไม่ได้มือไม้ก็อ่อนแรง คลื่นมาทีน้ำก็กระจายเต็มไปหมดเรือก็เหมือนจะล่ม ในใจตอนนี้ท่องบทสวดมนต์ขอให้เธอรอดกลับไปบ้าน

จนกระทั่งถึงฝั่งนิทราจึงผละออกจากสามีที่ให้กอดมาตลอดทาง เธอเดินลงราวกับคนละเมอจนพสุต้องจับเอาไว้เสียก่อน

“เหมือนจะล้มเลย” นิทราหันมาบอกเขาพยายามลงจากเรือ

พสุเลยบอกให้เธอรอก่อนเขารีบลงมาจากเรือแล้วเอากระเป๋าไปไว้ริมฝั่งวิ่งกลับมารับนิทราที่ลงจากเรือพอดี ขามายังเป็นขนาดนี้ขากลับจะเป็นขนาดไหน คงต้องให้กินยาแก้เมาไว้รอ

“เป็นไงสนุกไหม” ส่ายหน้าทันทีเมื่อถูกถามจนพสุหัวเราะออกมายีศีรษะเธออย่างเอ็นดูเหมือนครั้งยังเป็นเพื่อนกัน

“มันน่ากลัว เราสวดมนต์มาตลอดทางเลย” ร่างสูงถือกระเป๋าเสื้อผ้าให้นิทราส่วนของตนสะพายหลัง ในขณะที่หญิงสาวเดินตัวปลิว

“ก็ไม่บอกว่าเมาเรือ”

“เรายังไม่เคยเมาเสียหน่อย”

“แน่สิ เธอเพิ่งมาเป็นครั้งแรก”

..จริงของเขา เธอไม่เคยมาทะเลเลยสักครั้งส่วนมากก็ไปภูเขา เชียงรายเชียงใหม่ไปกับกลุ่มเพื่อนเมื่อยังเรียนมหาวิทยาลัยแต่พอเรียนจบแยกย้ายกันไปก็รวมตัวยาก อยากทำเหมือนเมื่อครั้งยังวัยรุ่นก็ยากเข้าไปใหญ่ต่างคนก็มีครอบครัวแล้วทั้งนั้น

“ว่าแต่เราจะพักไหนหรือ” เดินตามเขามามองหาที่พักซึ่งเรียงรายเต็มไปหมด “อันนี้หาดอะไร”

“หาดทรายแก้ว”

ดวงตากลมโตมองไปยังผู้คนที่มาเที่ยวก็พบเป็นชาวต่างชาติร้อยละห้าสิบที่เหลือก็คนไทย ฝรั่งใส่บิกินี่เดินริมหาดเป็นคู่ เพราะยังเมาเรือจึงไม่ได้สำรวจอะไรมากได้เพียงเดินตามคุณสามีเข้าไปยังห้องพักที่เขาโทรมาจองก่อนมาถึงเพียงแค่สี่ชั่วโมงเท่านั้น ดีที่ช่วงนี้ยังไม่ใช่ช่วงเทศกาลห้องพักจึงเหลือมากพอสำรองนักท่องเที่ยว

พสุพาเธอเดินเข้ามาในซอยขนาดเล็กก่อนทะลุไปยังด้านหลังที่มีร้านสะดวกซื้อ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อน

    ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อนเสียงฟ้าร้องดังก่อนที่ฝนจะตกลงมาจนเด็กหนุ่มวัยรุ่นต้องเอากระเป๋าตัวเองมากอดไว้ ด้วยกลัวจะเปียกจึงวิ่งหลบเข้ามาภายในอาคารเรียน เพราะเป็นเวลากว่าหกโมงแล้วคนจึงบางตาจนแทบไม่มีนักเรียนอยู่ เขาหันมองซ้ายขวาก็ต้องชะงัก เมื่อพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใส่ยูนิฟอร์มของมัธยมต้น เดินกอดลูกแมวมา“ไม่หนาวแล้วนะ” เสียงหวานทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด จนกระทั่งน้องเดินมาหยุดข้างกายเขา ร่างสูงเกินวัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีรีบหันหน้าหนีทันที“ไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเหลือเกิน พสุธา วิจิตรประภา คิดพลางเหลือบมองน้องจนกระทั่งมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ พร้อมกับคนรถที่ถือร่มมารับคุณหนูตัวน้อย เขาแอบมองอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอขึ้นรถไป จดจำป้ายทะเบียนเอาไว้จนขึ้นใจ เขาจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอ!เช้าวันต่อมาเด็กหนุ่มยกมือไหว้บิดามารดาก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างเอาใจ เดินขึ้นรถมาพร้อมกับน้องสาวที่มีใบหน้าน่ารักคล้ายแม่ และคนเป็นพ่อก็หวงลูกสาวมากเหลือเกินชนิดที่ถ้าผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้เกินร้อยเมตรต้องมองจนล่า ถอยไป“เด็กขี้เหร่” พอขึ้นรถมาได้พี่ชายก็เรียกน้องส

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ3สัปดาห์นี้พสุเลิกงานเร็วทุกวันเพราะเขาเคลียร์งาน เพื่อมาดูแฟชั่นโชว์ที่ภรรยาร่วมดูแลโดยเฉพาะ วันนี้เป็นการซ้อมครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมนายแบบนางแบบจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทั้งมีดาราแถวหน้ามาเดินแบบด้วย คนสวยหล่อจึงมีละลานตาเต็มไปหมด ร่างสูงอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวยไปหมดเลยพ่อ” เด็กน้อยเอ่ยกับบิดาเมื่อหันไปเห็นสาวหน้าตาดี“นั้นสิลูก พ่อจองคนนั้นนะ” กระซิบกับลูกชายหลังจากเห็นนางแบบบนเวทีกำลังเดินด้วยใบหน้านิ่ง“พี่เขาดุจังเลย” ทำหน้าย่นก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วใช้มือตีไหล่พ่อหลายทีแล้วชี้ให้ดูทางข้างเวที“พี่ปลายสวยจังเลยครับ” พสุหันไปตามมือลูกน้อยก็พบดาราขวัญใจคนไทย ที่กำลังนั่งพักที่ข้างเวที พสุธาพูดชื่อในละครของเธอที่เล่นจนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกชายเขาติดงอมแงมต้องดูละครก่อนถึงจะเข้านอนได้คงเพราะอยู่กับยายและย่าบ่อยจึงติดการดูละครมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก“แต่แม่นิทสวยที่สุดใช่ไหม” คนพ่อกระซิบถาม“ใช่แล้ว แม่นิทของดินสวยที่สุด” มือต่างขนาดแท็กกันอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พสุจะสะดุดกับเหตุการณ์ข้างเวที ผู้หญิงที่นายแบบหุ่นดีคนนั้นยืนใกล้คือภรรยาของเขาเป็นแน่

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ แอบรัก

    ตอนพิเศษ แอบรัก หญิงสาวโค้งศีรษะให้กับยามหน้าบริษัท ที่เปิดประตูให้พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ที่ใครมองเป็นต้องหลง วารีกานต์ สนธยานนท์ เป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของรองประธานบริษัท เพราะคุณสุชาติด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ภาระงานกลับยิ่งหนักคงทำคนเดียวไม่ไหว เขาจึงต้องประกาศรับสมัครผู้ช่วยที่มีความสามารถและประสบการณ์ “รอด้วยค่ะ” รีบวิ่งไปด้วยความเร็ว แม้จะมีอุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และคนที่ยืนอยู่ข้างในทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวเข้ามาทันที “มาแต่เช้าเลยนะครับ” น้ำเสียงเป็นมิตรของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอีกครั้ง ไม่คิดว่าหัวหน้าของตนเองจะมาเช้าขนาดนี้ “ค่ะ พอดีกานต์อยากรีบเคลียร์งานส่วนของตัวเองให้เสร็จ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องทำคุณเสียใจแล้วละ เพราะวันนี้คุณต้องออกไปข้างนอกกับผมตอนบ่าย พอดีคุณสุชาติเขาลาคงต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้ช่วยเลขา” เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เลขาอย่างคุณสุชาติลา เพราะต้องไปทำธุระ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เธอ เพราะต้องควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังจนเขาได้ยินน่ะสิ “ย

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษซ้อนแผน

    ตอนพิเศษซ้อนแผน สี่ปีต่อมา “ฉลองงงง” แก้วสีเข้มถูกยกขึ้นชนกันเสียงดัง ฉลองให้กับความสำเร็จของโครงการใหญ่ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำมาเสียนาน ร่างสูงของรองประธานที่แม้จะเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว ก็ยังคงความหล่อและน่าหลงใหลจนสาวในคลับหันมามองกันอย่างสนอกสนใจ “วันนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ย!” หนุ่มไม่โสดทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางยกแก้วขึ้นดื่มอย่างมีความสุข หลังแต่งงานไปพวกเขาเหมือนตกอยู่ในอำนาจมืด จะออกไปไหนต้องคอยรายงานตลอด สังสรรค์ทีบอกละเอียดราวกับพรีเซ้นต์งานเมื่อสมัยมหา’ลัย วันนี้สบโอกาสดีเหล่าเมียทั้งหลายไม่อยู่ พวกเขาเลยต้องออกมา ลั้ลลาตามประสาหนุ่มๆ สักหน่อย “ไอ้พสุเมียมึงไม่ว่าหรือ” ปวิชถามขึ้นขณะชงเหล้าให้จิณณ์ เขาเป็นบุคคลที่เรียกเข้าขั้นกลัวเมียที่สุดไม่กล้าหืออือใดๆ ทั้งสิ้น คำสั่งเมียคือประกาศิตที่ต้องทำตาม พสุไหวไหล่ยกแก้วสีเข้มขึ้นดื่มพลางเอนหลังพิงโซฟาสีเข้มอย่างสบายอารมณ์ “เมียกูไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว เขาอยู่ในโอวาสกูจะตาย” รองประธานหนุ่มหล่อยกยิ้มด้วยความภูมิใจ เพื่อนต่างส่งเสียแซ็วใหญ่กับคำพูดราวกับไม่กลัวเมีย พสุรู้สึกว่าตนเ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๘

    ข่าวการคืนดีกันของสองหนุ่มสาวสร้างความยินดีให้กับทุกคนจน ต้องจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านวิจิตรประภา โดยจัดที่ริมสระน้ำสองสาวอย่างลินดาและนิทราก็ช่วยกันยกอาหารที่ทำเสร็จจากในครัวออกมาให้ประมุขของบ้านได้กินคุณวรรณนภาก็พูดคุยถึงเรื่องละครกับพี่สาวคนสนิทอย่างคุณยลลดาโดยมีคุณมินตรามาเป็นแขกคนใหม่เพราะสามีไม่อยู่บ้านเธอเหงาจึงขอมางานเลี้ยงด้วย“พอได้แล้วค่ะ มานั่งกินกับพี่ดีกว่า” เห็นภรรยาเดินเข้าออกในครัวก็เหนื่อยแทนภมรจึงดึงร่างบางให้มานั่งข้างเขา กว่าจะได้แต่งก็นานเหมือนกัน เขาเฝ้าขออยู่เป็นปีแต่เธอก็เอาแต่ผลัดไปเพราะยังไม่เชื่อใจเขาทั้งที่เคลียร์เรื่องของปุณิกาได้นานแล้ว“ได้ค่ะคุณสามี” ลินดาไม่ปฏิเสธแถมเรียกเขาเสียงหวานจนอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องถอนหายใจเพราะเลี่ยนกับคำหวานของสองสามีภรรยา“เป็นอะไรตาเล็กดูทำหน้าเข้า”“เหม็นความรักน่ะพี่” เขาทำเป็นปัดไล่กลิ่นเหม็นจนลินดาต้องเอ่ยปราม“ก็คนเขามีความสุข” ร่างบางเอนตัวไปซบแขนแกร่งของสามีพสุเลยมองหานิทราที่เอาแต่ช่วยงานในครัวยังไม่ออกมาทั้งที่งานตัวเองก็หนักอยู่แล้ว หลังจากที่เรียนจบกลับมานิทราได้เข้าทำงานให้กับแบรนด์พรรณนาราออกแบบเสื้อผ้า

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๗

    ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดที่นิทราต้องบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ร่างบางเอาเสื้อผ้าไปเยอะพอสมควรเพราะไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ที่ต่างประเทศ สองแม่ลูกช่วยกันยกกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยมีกระเป๋าทั้งหมดสองใบ แม้จะกังวลที่ลูกไปอยู่ไกลแต่เพราะอนาคตของลูกสาวคุณยลลดาจึงอยากให้นิทราได้ไป“หนูช่วยค่ะ” สองแม่ลูกหันไปมองก็พบลินดาที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับภมรและพสุ หญิงสาววิ่งมาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถพร้อมกับภมรที่ยกอีกใบใส่หลังรถเหลือเพียงพสุที่ยืนมองเธอนิ่ง แววตาเขาฉายความเศร้าอย่างชัดเจนจนนิทราต้องยิ้มให้“ใจหายเหมือนกันนะที่นิทต้องไปนานขนาดนี้” ลินดาเดินมายืนตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้สนิทมากแต่เธอก็ชอบนิสัยของนิทรา อีกทั้งอาหารที่บางครั้งคนตัวเล็กกว่าเธอชอบเอาไปให้กินก็แสนจะอร่อย“เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าแล้วโอบกอดนิทราเอาไว้ก่อนผละออก ในขณะที่ภมรก็เดินมายืนข้างแฟนสาวของตนเอง“เดินทางดีๆ นะ” ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของน้องทั้งสามมองเธอมาด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนเดิมนิทรายิ้มให้ภมร“ขอบคุณค่ะพี่ภมร” สองหนุ่มสาวล่ำลาเสร็จก็ผละออกมาให้พสุเดินมายืนตรงหน้านิทรา เขายิ้มให้เธอแม้

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๖

    ตกเย็นร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่ชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสามส่วนเดินมานั่งที่ระเบียงมองบรรยากาศยามเย็นที่ตะวันลาลับฟ้าถูกแต้มให้กลายเป็นสีเข้มก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูเธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ประตูเปิดออกเจอพนักงานหญิงถือกล่องขนาดกลางยื่นมาให้ตนเอง“คุณผู้ชายห้องข้างๆ ฝากมาให้ค่ะ บอกให้คุณ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๕

    เช้าวันต่อมาชายหนุ่มตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันจัดกระเป๋าออกเดินทางไปยังสนามบินโดยให้เลขาจองตั๋วไว้ให้ ตอนนี้เขาได้สั่งให้นักสืบที่จ้างไปตามหานิทราจากข้อมูลที่ได้มาก็ทราบว่าเธอเช่ารีสอร์ตเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อน แต่เขาก็ยังสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวจึงบอกมารดาว่าอยู่บ้านเพื่อนพสุถึงสนามบินจัดการธุระทุกอย

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๔

    วันต่อมานิทราตื่นเช้ามาใส่บาตรกับมารดาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบพสุกับคุณวรรณนภายืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ใจจะอยากเดินเข้าบ้านแต่ก็คิดว่าเธอไม่ควรจะหนีเขาจึงทำหน้านิ่งเดินไปกางโต๊ะและนำของใส่บาตรวางไว้ ร่างสูงเดินมายืนข้างนิทราโดยที่มารดาไม่ต้องบอกเหมือนครั้งก่อนแล้ว“ใส่บาตรด้วยนะคะพี่ลดา”“มาสิวรรณ” หญิ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๓

    วันต่อมาพสุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเขาตรงไปยังห้องพักพิเศษซึ่งภรรยาของตนเองนอนอยู่ ร่างสูงผลักประตูเข้าไปพบเพียงนิทราที่นั่งทานอาหารอยู่บนเตียงคนเดียว ใบหน้าหวานเงยหน้ามาสบสายตาคมที่จ้องกลับมา ร่างสูงเดินเข้าหาหญิงสาว“กินข้าวหรือ” มันเป็นคำทักทายที่ดูไม่ได้เรื่องที่สุดเลย เขาก่นด่าตัวเองในใจขณะยืนข้างร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status