مشاركة

مؤلف: Kaowsethong
last update تاريخ النشر: 2024-11-02 12:57:49

พสุนั่งทำงานได้สักพักก็ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ เป็นอย่างนี้ประมาณสี่รอบ หน้าเขาเริ่มซีดจนน่าเป็นห่วงดีที่เอกสารมีไม่มากเขาจึงคิดว่าจะกลับบ้านก่อนเวลาเลิกงานเพราะหากทนอยู่ต่อก็คงไม่ไหว มันปวดจนไม่สามารถทำอะไรได้ ทั้งปวดหนักแล้วเหมือนจะอ้วกด้วย

จนกระทั่งเลขาสาวนำอาหารเที่ยงมาให้ก็สังเกตอาการของเจ้านายได้ เธอรีบพาเขาไปโรงพยาบาลทันที ระหว่างทางพสุก็พยายามอดกลั้นไว้เหมือนจะปวดหนักตลอดเวลา เขาอ้วกออกมาระหว่างทางดีที่มีถุงพลาสติกไม่อย่างนั้นต้องได้อ้วกใส่รถแน่

ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงโรงพยาบาล ทำเรื่องรอสักพักก็ได้เข้าตรวจ หมอต้องนำผลเลือดของเขาไปตรวจเพราะอาจติดเชื้อระหว่างนี้ให้พสุนอนรอที่ห้องตรวจก่อน

“ว่ายังไงตาใหญ่คุณวรรณนภาที่กำลังนั่งดูละครอยู่กับแม่บ้านรับโทรศัพท์เห็นว่าเป็นลูกชายคนโต

“เล็กอยู่โรงพยาบาลนะครับแม่ หมอบอกว่าอาหารเป็นพิษต้องนอนให้น้ำเกลือ”  ได้ยินอย่างนั้นคนเป็นแม่ก็ตกใจเสียยกใหญ่

“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวแม่ไปหาน้อง โรงพยาบาลไหนลูก” ลูกชายบอกรายละเอียดก่อนจะวางสายไป คนเป็นแม่ก็แสนจะเป็นห่วงรีบเดินไปบ้านข้างๆ ที่ลูกสะใภ้อยู่เพราะต้องช่วยงานตัดเย็บของคุณยลลดาถึงแม้จะไม่รีบแต่ก็ต้องทำไปเรื่อยๆ

เข้ามาภายในบ้านเห็นแม่ลูกช่วยกันทำตัดเสื้อก็รีบบอกลูกสะใภ้

“หนูนิทลูก ตาเล็กอาหารเป็นพิษตอนนี้นอนให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาล”

ได้ยินอย่างนั้นนิทราก็ตกใจเป็นห่วงสามีของตนเอง ร่างบางเก็บของที่กำลังทำอยู่ในขณะนั้น

“แม่ให้แซมมารอที่หน้าบ้านแล้ว เราไปกันเถอะ”

นิทราไม่ได้เอาของอะไรไปมากมายนอกจากกระเป๋าเล็กที่ใส่เงินและโทรศัพท์เท่านั้น เธอก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับคุณวรรณนภามีคุณยลลดาขึ้นไปด้วย หญิงต่างวัยทั้งสามมุ่งตรงไปที่โรงพยาบาลใกล้บริษัทที่วิจิตรประภาถือหุ้นอยู่ด้วย หากเมื่อถึงแล้วก็พบกับภมรที่รออยู่หน้าห้องกับคุณดิลกที่เข้ามายังบริษัทตอนสาย

“เป็นอย่างไรบ้างคะคุณ”

“อาหารเป็นพิษต้องนอนให้น้ำเกลือไม่เป็นอะไรมากหรอก”

แม้จะได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นแม่สบายใจได้เลยจนกระทั่งเข้าไปหาบุตรชายในห้องพิเศษเห็นอีกฝ่ายหน้าซีดก็ยิ่งสงสาร

นิทราเดินตามเข้ามาเป็นห่วงเขาเหลือเกินยิ่งใบหน้าหล่อคมที่มักจะมีสีแต้มอยู่เสมอตอนนี้ซีดอย่างน่าสงสารก็ใจสั่น เดินเข้าไปใกล้จับมือหนาเอาไว้

“แล้วทำไมท้องเสียหนักขนาดนี้นะ” คุณวรรณนภาลูบศีรษะบุตรชายเห็นหลับก็ไม่อยากกวนมากคงจะเพลียน่าดู

“นิทขอโทษนะคะที่ไม่ได้ดูแลพสุ” อดรู้สึกผิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นเพราะตนเองเขาจึงท้องเสีย นิทราจับมือเขาแน่นโทษว่าเป็นความผิดของตนเอง หรือจะเป็นอาหารเที่ยงของเธอที่เสียก่อนเขาจะทาน หรือเพราะอาหารที่บ้านตอนเย็น

“ไม่เกี่ยวกับหนูหรอก ตาเล็กอาจจะไปกินอะไรผิดสำแดงที่ทำงานมา” คุณดิลกไม่อยากให้ลูกสะใภ้โทษตนเอง

“ใช่ ตาเล็กชอบกินไม่เลือก คงไปกินอะไรผิดสำแดงมาแน่เลยลูกชายคนนี้” ตอนเช้าก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรให้เห็นเลยสักนิด

ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสองแล้วคุณดิลกและภรรยา เห็นว่าลูกชายไม่ได้เป็นอะไรมากจึงกลับไปพักผ่อนแล้วจะมาหาในตอนเย็น

นิทราอาสาเฝ้าเขาเองเผื่อตื่นขึ้นมาต้องการอะไร ทุกคนจึงกลับไปทำหน้าที่ของตนเองมีเพียงภรรยาที่นั่งเฝ้าสามีไม่ยอมห่าง จนกระทั่งเขาตื่นขึ้นในเวลาเย็น

“ขอน้ำ” ลืมตาขึ้นมาเขาก็มองซ้ายขวาเห็นนิทรานั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โซฟาก็เอ่ยเสียงแผ่วเนื่องด้วยไม่มีแรงแม้จะเปล่งเสียงออกมา

นิทรารีบลุกขึ้นด้วยความดีใจนั่งเฝ้ามาหลายชั่วโมงจนกระทั่งเขาตื่นขึ้นมา หยิบเหยือกน้ำข้างเตียงรินใส่แก้วหยิบหลอดให้เขา

พสุที่ตอนนี้อยู่ในชุดโรงพยาบาลก็ค่อยๆ พยุงตัวขึ้นมาดื่มน้ำจนกระทั่งรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

“ดีขึ้นไหม”

อีกฝ่ายพยักหน้านอนลงตามเดิมรู้สึกหน่วงท้องแต่ก็ไม่ได้ปวดเหมือนครั้งแรก ไม่ได้รู้สึกอยากอ้วกแล้ว

“ฉันเป็นอะไร”

“อาหารเป็นพิษ ไปกินอะไรมาทำไมเป็นหนักขนาดนี้”

พสุนึกไปถึงอาหารเมื่อคืนที่เขากิน ข้าวกล่องของเธอนั่นเอง ตอนกินก็ว่ารสชาติมันแปลกแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เมื่อคืนเขาก็ปวดท้องหน่วงๆ เข้าห้องน้ำไปสองรอบจนกระทั่งมาออกอาการตอนเช้า

“ถามมาก รำคาญ” ไม่กล้าบอกว่ากินอาหารของเธอจึงพูดตัดบทแม้ใจจริงจะไม่อยากตอบแบบนั้นแต่ก็พูดไปแล้วจึงได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจเมื่อเห็นใบหน้าหวานหงอยลง

“แล้วนี่ไม่มีใครอยู่เฝ้าฉันเลยหรือ” มองไปรอบห้องไม่เห็นใครเลยนอกจากนิทราเลยถามขึ้น

“คุณพ่อคุณแม่จะมาตอนค่ำ พี่ภมรก็เพิ่งกลับไป”

พสุพยักหน้ารับรู้ก่อนมองนาฬิกาพบว่าเป็นเวลากว่าหกโมงเย็นเกือบจะหนึ่งทุ่มแล้ว

..เขานอนนานไปหรือเปล่านี่

โครก..

เสียงท้องร้องของคนบนเตียงเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากภรรยาได้ก่อนคนจะนำอาหารมาให้ นิทราจัดการลากโต๊ะเลื่อนมาแล้วปรับเตียงให้เขานั่งสบายขึ้น อาหารเป็นข้าวต้มกับแคนตาลูป

แม้พสุจะไม่ค่อยชอบอาหารของโรงพยาบาลเขาก็เลี่ยงไม่ได้ ร่างสูงนั่งกินข้าวจนหมดคงเพราะไม่ได้ทานอะไรมาทั้งวัน

“อิ่มไหม” เก็บถาดข้าวให้เอาไปวางไว้ข้างนอกเห็นพสุยังคงนั่งกินผลไม้ที่เธอไปซื้อมาตอนเขาหลับ

“ไม่เลย กินอีกได้ไหม” ปกติเขาเป็นคนกินเยอะพอมากินเพียงนิดเดียวจึงไม่อิ่ม ไม่ได้ถึงครึ่งท้องเลยด้วยซ้ำ เขานั่งแกะส้มกินไปหลายลูกขณะมองหน้านิทราที่ยังไม่ตอบคำถามของเขา ใจก็สงสารอยากหาอะไรให้ทานแต่ก็กลัวอาหารเป็นพิษ

“กินผลไม้ไปก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยกินข้าว” ได้ฟังเขาก็หน้างอ ต้องนั่งกินผลไม้ไปก่อนนิทราเห็นก็อดหัวเราะออกมาเบาๆ ไม่ได้

“เดี๋ยวเราปอกผลไม้ให้นะ” เธอซื้อส้ม แอปเปิ้ล สาลี่มาให้ตอนนี้ส้มก็ใกล้หมดไปแล้ว แน่นอนว่าพสุยังไม่อิ่มเธอจึงไปปอกผลไม้ให้เขาไม่ลืมเปิดทีวีให้อีกฝ่ายดู ใช้เวลาไม่นานมากนักผลไม้ก็เสร็จ เดินเอามาให้เขาก็เห็นอีกฝ่ายนั่งจ้องทีวีนิ่งพอมองตามสายตาเรียวก็เห็นโทรทัศน์กำลังฉายการ์ตูนยอดนักสืบอยู่

“ผลไม้” ไม่อยากกวนสมาธิเขาจึงยื่นไปให้ อีกฝ่ายรับมาโดยไม่ได้มองก่อนจะหยิบกินไปด้วยดูทีวีไปด้วยอย่างตั้งใจจนกระทั่งการ์ตูนจบและผลไม้หมด

พสุยื่นจานให้ภรรยาที่นั่งอยู่ข้างเตียง เธอลุกเอาไปเก็บให้ไม่มีบ่นจนชายหนุ่มมองตาม ไม่เคยมีใครทำให้เขาขนาดนี้มาก่อนเลย หากไม่สบายแม่ก็จะเฝ้าแต่ก็ไม่ได้ตลอดวันแต่หญิงสาวเฝ้าเขาตลอดถึงแม้นิทราจะนิ่งหากแต่สังเกตเขาตลอดเวลา มันทำให้เขารู้สึกอุ่นใจไปอีกแบบ

“นอนเลยไหม” แม้ว่าเขาพึ่งตื่นไม่นานแต่ก็รู้สึกง่วงเลยพยักหน้า ร่างบางปรับเบาะนอนให้เขาก่อนจะช่วยจัดผ้าห่มให้สบาย จนกระทั่งคนตัวสูงหลับไปจึงค่อยโทรไปบอกทางบ้านว่าพสุหลับไปแล้วค่อยมาพรุ่งนี้เช้า

คุณวรรณนภาตอบรับแล้วบอกเดี๋ยวจะจัดชุดนอนพร้อมกับชุดใส่พรุ่งนี้ไปให้นิทรา

ลุงแซมนำกระเป๋ามาให้นิทราก่อนจะกลับไป คืนนั้นร่างบางนอนเฝ้าพสุอยู่บนโซฟา

กลางดึกร่างสูงที่ไม่ถูกชะตากับโรงพยาบาลเท่าไหร่ตื่นขึ้นมาเพราะปวดเบา เขาเหลียวมองเจอภรรยานอนที่โซฟาก่อนจะมองรอบห้อง บรรยากาศน่ากลัวทำเอาร่างสูงต้องเรียกนิทราให้ตื่นขึ้น

“นิท นิท” เขาพยายามไม่เรียกเสียงดังมากเกินไปเพราะรู้ว่าหญิงสาวเป็นคนตื่นเร็ว แต่ดูท่าเขาจะคิดผิดเพราะนิทราไม่ขยับ พสุสบถในใจแล้วลุกขึ้นจากที่นอนลากเสาน้ำเกลือเดินมาได้สองก้าวก็ได้ยินเสียงลมพัดดังขึ้นข้างหู

“เอาแล้วไง” กลัวเรื่องลี้ลับมาแต่เด็ก เขาไม่ค่อยเข้าโรงพยาบาลหากไม่ได้เป็นหนักก็เลี่ยง เรื่องนอนโรงพยาบาลเลิกคิดไปได้เลยเขาไม่มีทางมานอนเด็ดขาด แต่เพราะครั้งนี้เป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่อาจเลี่ยงได้เขาจึงต้องมาเผชิญกับสถานการณ์ตอนนี้

“นิทตื่นสิ!” เสียงเขาดังขึ้นตามแรงอารมณ์

นิทรางัวเงียลุกขึ้นเห็นสามีตัวเองยืนอยู่ก็รีบลุกขึ้นไปช่วยพยุงเขาทันที

“ไปเข้าห้องน้ำหรือ”

พอเธอตื่นเขาก็ใจชื้นขึ้นมาพยักหน้ารับ คนตัวบางพยุงเขาไปเข้าห้องน้ำโดยที่ร่างสูงยังคงมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง

“รอข้างนอกนะ” ส่งพสุเข้าห้องน้ำนิทราก็รออยู่ข้างนอกกำลังจะปิดประตูแต่ชายหนุ่มก็ห้ามเอาไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องปิด” เขายันมือไว้นิทรามองอย่างสงสัยหากไม่ได้ถามอะไรทำตามที่เขาต้องการ เธอยืนหันหลังให้เขาทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยจึงเข้าไปช่วยพาเขาไปนอน

พสุอาการดีขึ้นมากเรียกได้ว่าหายเป็นปกติแล้ว เมื่อช่วยเขาขึ้นเตียงจัดผ้าห่มให้เสร็จก็กำลังจะเดินไปที่โซฟาหากอีกฝ่ายรั้งข้อมือบางเอาไว้เสียก่อน

“จะไปไหน”

“นอนไง” ดวงตาเรียวมองไปยังที่นอนที่ว่าก็เม้มปากแน่น

..ไม่มีทาง!เขาไม่ให้เธอไปนอนตรงนั้นแน่นอน ตอนนี้แค่หกทุ่มเองเหลืออีกหลายชั่วโมงกว่าจะเช้าเขาต้องการเพื่อนในที่ที่ไม่คุ้นเคยแบบนี้ เขาต้องการเพื่อนที่มีเลือดเนื้อไม่ใช่ที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้แต่มาทางเสียงหรือกลิ่น แบบนั้นเขาไม่ต้องการ

“นอนด้วยกัน”

คำพูดที่เขาบอกนั้นทำให้เธอนิ่งงันไปก่อนจะต้องตาโตเมื่อร่างสูงขยับเว้นที่ข้างตัวให้

..ไม่ปฏิเสธว่าเตียงห้องพิเศษมันก็มีที่กว้างแต่จะให้เธอขึ้นไปนอนบนเตียงกับผู้ป่วยมันก็ดูแปลก แถมยังเป็นพสุที่ไม่ชอบหน้าเธอแต่กลับชวนเธอนอนด้วยกลับเพิ่มความแปลกขึ้นไปอีก

“แต่ว่านั่นเตียงเธอนะอีกอย่าง...เตียงผู้ป่วยด้วย”

..นาทีนี้เตียงใครก็ไม่สนแล้ว ถ้าให้เขานอนบนเตียงนี้คนเดียวเขาคงจับไข้หัวโกร๋นเสียก่อน

“ฉันสั่ง ขึ้นมาอย่าถามมาก” พสุดึงอีกฝ่ายมาขณะที่ไม่ทันตั้งตัวร่างบางจึงล้มลงบนที่นอน

“เบาๆก็ได้” เธอว่าแล้วถอดรองเท้าขึ้นไปนอนข้างเขาด้วยความเขิน

..เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายผู้ชายคนนี้เป็นไบโพล่าร์หรืออย่างไร แถมยังชอบใช้กำลังกับเธออีก

นิทราล้มตัวลงนอนข้างเขาที่พื้นที่เหลือไม่มากต้องเบียดกับคนบนเตียง พสุอมยิ้มสมใจแบ่งผ้าห่มให้คนข้างกายอย่างมีน้ำใจ ดวงตาเรียวหลับลงเมื่อไม่มีอะไรน่ากลัวสำหรับเขาแล้วในตอนนี้

นิทราตอนนี้กลับตาสว่างในสิ่งที่พสุทำ เธอนอนหันหลังให้เขาแต่เมื่อได้ยินลมหายใจเข้าออกคงที่จึงค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเขา

..ใบหน้ายามหลับดูไร้พิษสงเหมือนที่รู้จักกันเมื่อก่อน พสุเป็นคนยิ้มง่าย อ่อนโยน ชอบเล่นมุกให้เธอหายเครียด แต่เพราะมีเรื่องนั้นเขากลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน ประชดประชัน ทำอย่างไรเขาถึงจะกลับมาเป็นคนเดิมนะ พสุที่ยิ้มให้เธอ มีเรื่องไม่สบายใจก็มาหา ทำการบ้านไม่ได้ก็ชอบอ้อนเธอให้สอน มาขอขนมกินเป็นประจำ ขอพสุคนนั้นคืนมาได้ไหม

มือบางยกขึ้นไปลูบใบหน้าคมแผ่วเบา

“เรารักพสุนะ” เสียงหวานแผ่วแทบเป็นกระซิบโดยที่คนเข้าสู่ห้วงนิทราไม่รับรู้เลย ร่างบางขยับเข้าไปใกล้เขามากขึ้น ดวงตากลมโตหลับลงเข้าสู่ห้วงนิทราไปอีกคน ค่ำยืนแสนยาวไกลสองร่างนอนด้วยกันบนเตียงก่อนที่คนตัวสูงจะดึงร่างเล็กเข้ามากอดโดยไม่ได้รู้สึกตัวในขณะที่คนถูกกอดก็ขยับเข้าหาด้วยต้องการความอบอุ่นท่ามกลางอากาศเย็นที่โอบล้อมพวกเขาอยู่ตอนนี้เช่นเดียวกัน

เช้าวันต่อมาคุณวรรณนภามาหาลูกชายแต่เช้านำเอาอาหารมาให้ด้วยเปิดประตูเข้ามาก็ เมื่อพบสามีภรรยานอนกอดกันอยู่บนเตียง อดไม่ได้ที่จะหันมามองสามีอมยิ้มก่อนเอามือถือขึ้นมาถ่ายรูปไว้

“เอายังไงดีคุณ” เห็นแบบนี้ก็ไม่อยากจะปลุกสองหนุ่มสาวเลยหันไปถามภรรยา

“เอาของวางไว้ก็ได้ค่ะ แล้วเราก็กลับให้เขานอนไปเถอะ”

คุณดิลกทำตามภรรยาอย่างว่าง่าย นำเอาอาหารวางไว้ข้างหัวเตียง กระเป๋าเสื้อผ้าก็วางไว้ที่โซฟาอย่างเงียบค่อยเดินออกมาจากห้อง

คล้อยหลังทั้งสองไม่นานร่างบางก็รู้สึกตัว พยายามขยับตัวแต่ก็ยากเพราะรับรู้ได้ถึงแรงรัดเพิ่มขึ้น เมื่อลืมตาขึ้นมาก็รู้ว่าเป็นเพราะพสุที่กอดเธอไว้นั่นเอง ร่างบางสะท้านอายอยากนอนให้เขากอดแบบนี้ทั้งวันแต่ก็กลัวคนมาเห็นจึงยกแขนเขาออกจากเอวตนก่อนลุกขึ้นนั่งหันมามองใบหน้าคมซึ่งยังคงหลับตาพริ้มไม่มีทีท่าว่าจะตื่น เขาจะนอนนานเกินไปแล้ว

“เอ๊ะนั่น” หันไปมองที่หัวเตียงก็พบปิ่นโตวางไว้ก่อนสายตาจะพบเข้ากับกระเป๋าเสื้อผ้าซึ่งไม่ใช่ของเธอแน่นอน ใบหน้าหวานแดงขึ้นเมื่อคิดว่าคุณพ่อคุณแม่อาจมาเห็นภาพเมื่อสักครู่ จึงเดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกายดับความเขินเสีย ไม่นานร่างบางก็ออกมาพร้อมชุดเสื้อเชิ้ตกับกระโปรงสีหวาน

“กี่โมงแล้ว” พสุที่ได้ยินเสียงเปิดประตูก็ตื่นขึ้นมาบิดขี้เกียจพลางถามภรรยา

“เจ็ดโมงครึ่งแล้ว”

อีกฝ่ายพยักหน้ารับรู้พอดีกับที่พยาบาลเดินเข้ามาในห้องพร้อมคุณหมอ นิทราขอบคุณตัวเองที่ลุกขึ้นมาก่อนไม่เช่นนั้นต้องมีคนเห็นว่าเธอนอนกับเขาอีกแน่

พสุได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้พร้อมทั้งเตือนว่าไม่ให้กินของที่เสียแล้วเขาได้แต่ยิ้มเจื่อน หลังหมอและพยาบาลออกไปก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด

“วันนี้จะไปทำงานไหม” นิทราที่กำลังจัดอาหารให้เขาเอ่ยถาม

“น่าจะไป” พสุมองนาฬิกาที่ข้อมือสายนิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร กลัวว่าเอกสารจะเยอะจนต้องอ่านหัวหมุนเขาเลยจะเข้าบริษัทไปเคลียร์งานเสียหน่อย เมื่อหญิงสาวเตรียมข้าวเสร็จทั้งสองก็นั่งทานด้วยกัน จนกระทั่งกินอิ่มพสุจึงเก็บของลงไปด้านล่างโดยไม่มีการพูดคุยอะไรกันทั้งสิ้นแต่ในใจของชายหนุ่มก็รู้สึกขอบคุณเธอที่มาดูแลเขา

..ก็ได้แค่คิดในใจให้บอกหรือพูดออกไปเมินเสียเถอะ เขาไม่อยากจะญาติดีกับคนที่ทำให้ชีวิตต้องเป็นแบบนี้

เมื่อส่งนิทราที่บ้านพร้อมกับนำของลงไปไว้ให้เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนชุดรีบกลับมาทำงาน

..เดี๋ยวเจอแม่เกิดถามเรื่องอาการแล้วมันจะยาวไม่ได้ไปทำงานเสียก่อน

หลังพสุขับรถออกจากบ้านคุณผู้หญิงก็เดินออกมาพอดี กะว่าจะมาคุยกับพ่อลูกชายแต่อีกฝ่ายก็หนีหายไปเสียก่อน จึงช่วยลูกสะใภ้ขนของเข้าบ้านไม่วายจะบ่นพสุว่าไม่เข้าบ้านมาหาพ่อแม่ทำอย่างกับไม่อยากพบหน้าเสียอย่างนั้น

ภมรนั่งทำหน้าปั้นยากอยู่ที่ห้องทำงานเมื่อปุณิกาบุกมาหาเขาแต่เช้า เธอมาพร้อมกับกล่องขนมหวานจากร้านค้าชื่อดัง พยายามคะยั้นคะยอให้เขากิน

“อร่อยมากเลยนะคะ หยาซื้อประจำพี่ภมรลองชิมหน่อยนะคะ” สาวร่างบางยังแกะกล่องเปิดพร้อมหยิบขนมมาการงสีสวยให้เขา ใบหน้าหวานที่บรรจงปั้นแต่งมาโดยมีดหมอจากเกาหลีทำให้เครื่องหน้าเธอดูรับกันไปหมดเสียทุกอย่างยิ้มให้เขาอ่อนหวานแต่สำหรับภมรแล้วมันกลับเหมือนยาพิษมากกว่า หากลินดามาเห็นมีหวังเขาไม่รอดแน่

“ผมอิ่มแล้วครับ” ตัดบทแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่รับรู้ด้วย ยังคงยื่นขนมมาให้เขาแทบจะเรียกว่าติดปาก

“ทานสักนิดนะคะ” เสียงอ้อนอ่อนหวานดังขึ้นพร้อมเจ้าของร่างที่เขยิบเข้ามาใกล้เขา โซฟายาวดูเหมือนจะไม่มีความหมายเพราะปุณิกาเล่นนั่งชิดจนแทบจะนั่งตักเขาแบบนี้

“ครับ” เพียงแค่ตอบรับขนมก็เข้ามาในปากเขาทันที ร่างสูงเคี้ยวแทบไม่ทัน

ปุณิกายิ้มหวานก่อนจะหยิบอีกชิ้นให้เขาทันที เธอชอบในความหล่อแบบไทยของประธานบริษัทที่ถือว่ายังหนุ่มคนนี้อายุสามสิบห้าปี แต่ได้เป็นถึงประธานบริษัทมีทรัพย์สินมหาศาล เหมาะสมกับผู้หญิงสวยเพอร์เฟกต์อย่างเธอแล้ว อีกอย่างที่ทำให้น่าสนใจคือเธอ ได้ข่าวมาว่าตอนนี้ภมรกำลังคุยอยู่กับคู่อริของเธอ ลินดา นรินทราทิตย์นั่นเอง

“เอ่อผมว่าพอแล้วครับ ไหนคุณปุณิกาบอกจะมาคุยเรื่องงาน”

ได้ยินดังนั้นฝ่ายสาวเจ้าก็ทำหน้างอเหมือนที่ซ้อมในกระจกทุกวันเพื่อให้ตนเองดูน่ารักในสายตาของคนมอง

“เรียกคุณอีกแล้ว หยาบอกให้เรียกน้องหยาไงคะ”

นั่นยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนให้เขา แค่ให้เธอเข้ามาคุยนอกเหนือจากเรื่องงานเขาก็กลัวแฟนสาวจะโกรธนี่ถ้าหากให้เรียกแบบสนิทสนมมีหวังลินดาซัดเขาไม่ยั้งแน่

“ผมว่าคุยเรื่องงานดีกว่านะครับ” สงสัยคงต้องใช้ไม้ตายคือทำหน้านิ่งตามแบบฉบับแต่มีหรือที่ปุณิกาจะกลัวเธอกลับส่งยิ้มให้เขา

“พี่ภมรทำหน้าดุน่ารักจังเลยค่ะ”

ไม่รู้จะนิยามคำไหนให้ผู้หญิงคนนี้ดีแต่เธอไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิด เขาจะรอดพ้นจากเธอได้หรือไม่

ตกเย็นพสุต้องไปคุยกับลูกค้าที่ผับประจำโดยมีเลขาสาวติดตามไปด้วย เมขลาหมายมั่นว่าวันนี้เธอจะทำให้เขาตกหลุมเธอให้ได้อีกครั้งแม้เขาจะแต่งงานไปแล้วก็ตาม วัวเคยค้าม้าเคยขี่ไม่นานเขาก็ต้องหลงเธอแต่หลังจากคุยธุระต้องมอมเหล้าเขาก่อน แม้พสุจะไม่คออ่อนถ้าดื่มหลายแก้วก็มึนได้ไม่ยาก

ก่อนเข้าไปในร้านเสียงโทรศัพท์ของร่างสูงดังขึ้นเขาจึงให้เลขาเข้าไปรอข้างในเพื่อรอต้อนรับลูกค้าที่มาคุยงาน

“ครับแม่” เห็นเป็นเบอร์มารดาจึงรับหากช้าได้โดยเอ็ดก่อนคุยแน่

‘นี่เราเอง’เสียงหวานบอกเอกลักษณ์เขาจำได้ในทันทีหากแต่ก็ยังคงเงียบไม่ได้ตอบอะไรออก

‘เราจะถามว่าวันนี้พสุกลับค่ำไหม’เมื่อพสุไม่ได้ตอบรับจึงพูดธุระทันที ห่วงเขาเพิ่งหายจากอาการไม่สบายเห็นว่าเย็นแล้วไม่กลับบ้านเสียที จึงโทรถามโดยใช้โทรศัพท์ของคุณแม่กลัวว่าถ้าเป็นเบอร์หล่อนพสุอาจจะไม่รับสาย

“กลับค่ำ” เขาเงียบไปสักพัก “ออกมาคุยกับลูกค้า” เห็นปลายสายเงียบจึงไขความกระจ่าง ไม่รู้ทำไมว่าต้องบอกคงแค่ไม่อยากให้โทรมากวนอีกรอบ น่าจะเป็นอย่างนั้นคงไม่ใช่เพราะอยากให้เธอสบายใจหรอก

‘ถ้าอย่างนั้นเราจะรอนะ’สายถูกตัดไปแต่พสุยังคงมองโทรศัพท์ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกอบอุ่นแบบนี้จนอยากจะรีบทำงานแล้วกลับบ้านเสียอย่างนั้น

.. ความรู้สึกโกรธเกลียดมันเริ่มหายไปตอนไหนกัน

 เขาไล่ความคิดนั้นออกไปก่อนตอกย้ำว่าเกลียดเธอ เธอเป็นคนต้นคิดเธอคือคนผิดที่ทำให้เรื่องมันเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ เขาไม่ได้รู้สึกดีกับเธอเลยอาจเป็นเพราะเป็นเพื่อนกันมานานอาจมีวูบหนึ่งที่รู้สึกดี ใช่อาจเพราะความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนทำให้เขาอาจรู้สึกดีกับเธอในบางครั้ง

ร่างสูงเดินเข้ามาภายในร้านก่อนนั่งรอลูกค้าที่จะมาร่วมทุน การคุยกันเบื้องต้นเพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีก่อนจะเซ็นสัญญาที่บริษัทในวันพรุ่งนี้ เขาใส่ชุดสบายๆ ไม่ได้เป็นพิธีการแต่อย่างใด

รอไม่นานคุณปภาวินก็เดินเข้ามาพร้อมกับภรรยาสาวแม้จะดูไม่สวยเฉี่ยวแต่ก็น่ารักน่าทะนุถนอม

“ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ”

คุณปภาวินเจ้าของรีสอร์ตพรรณวดีซึ่งเป็นรีสอร์ตขนาดใหญ่มีชื่อเสียงมากทางภาคเหนือ เขาเป็นพ่อเลี้ยงที่ยังหนุ่มแถมใบหน้าก็หล่อคมเข้มทำเอาสาวพากันเหลียวมองถ้าไม่ได้มากับภรรยาคงไม่พ้นโดนสาวในร้านมานั่งคุยด้วยเป็นแน่

เมขลาเองก็จ้องลูกค้าหนุ่มเช่นเดียวกันจนสบตากับสาวข้างกายที่อีกฝ่ายหนีบมาด้วยจึงเบือนหน้าหนี

“ไม่เป็นไรครับ ผมก็พึ่งมาเหมือนกัน” สองหนุ่มคุยกันอย่างถูกคอโดยมีคุณนารารินภรรยาของปภาวินร่วมวงด้วยในบางครั้ง คุยกันนานพอสมควรพอเห็นว่าดึกสองสามีภรรยาก็ขอตัวกลับโดยที่เรื่องการสร้าง รีสอร์ตเขาจะเข้าไปเซ็นเอกสารที่บริษัทพรุ่งนี้เช้า 

พสุลุกไปส่งทั้งสองแล้วกลับเข้ามาเอาของในร้านอีกครั้ง

“จะกลับแล้วหรือคะ” ถามน้ำเสียงเสียดายเมื่อเห็นเจ้านาย   เก็บของ

“ใช่” ตอบเสียงเข้ม

เมขลาลุกขึ้นมากอดแขนเขาเอาไว้ก่อนไล้นิ้วไปตามกล้ามแขนล้ำอย่างเย้ายวน

“เมียรออย่างนั้นหรือคะ” คำถามนั้นทำเอาเขาชะงักไปเพียง   ครู่เดียว

“เปล่า งานเสร็จแล้วก็ต้องกลับ”

“แต่เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ งานเสร็จแต่เราก็ยังสนุกกันต่อได้ ใช่ไหมคะ” ถามเสียงเย้ายวนพร้อมกับนัยน์ตาหวานที่ทอดสะพานให้อีกฝ่ายเต็มที่

พสุมีท่าทีลังเลเพราะใจนั้นอยากกลับบ้านแต่ก็ค้านตัวเองว่าจะรีบกลับไปทำไมกัน เขาอยากไปหานิทราหรืออย่างไร

“ก็ได้ ผมจะอยู่ต่อ”

คำนั้นสร้างความดีใจให้กับเมขลาอย่างยิ่ง เธอสั่งเครื่องดื่มหนักๆ มาให้เขาหวังจะมอมเต็มที่ เพียงแค่มองแววตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายอยากกลับบ้านมากเพียงใด แต่เหตุผลที่อยู่ก็ไม่อาจทราบว่าทำไม

..ตอนนี้ขอใช้เวลาให้คุ้มค่าหน่อยเถอะ จะมอมเหล้าให้เขาไปไหนไม่ได้เลยคอยดู คืนนี้ทั้งเธอและเขาจะสนุกสุดเหวี่ยงบนเตียงกว้างในโรงแรมสักที่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อน

    ตอนพิเศษ เพื่อนรัก..รักเพื่อนเสียงฟ้าร้องดังก่อนที่ฝนจะตกลงมาจนเด็กหนุ่มวัยรุ่นต้องเอากระเป๋าตัวเองมากอดไว้ ด้วยกลัวจะเปียกจึงวิ่งหลบเข้ามาภายในอาคารเรียน เพราะเป็นเวลากว่าหกโมงแล้วคนจึงบางตาจนแทบไม่มีนักเรียนอยู่ เขาหันมองซ้ายขวาก็ต้องชะงัก เมื่อพบเด็กหญิงคนหนึ่งที่ใส่ยูนิฟอร์มของมัธยมต้น เดินกอดลูกแมวมา“ไม่หนาวแล้วนะ” เสียงหวานทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในมนต์สะกด จนกระทั่งน้องเดินมาหยุดข้างกายเขา ร่างสูงเกินวัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีรีบหันหน้าหนีทันที“ไปอยู่ด้วยกันนะคะ” เป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานเหลือเกิน พสุธา วิจิตรประภา คิดพลางเหลือบมองน้องจนกระทั่งมีรถยนต์คันหนึ่งมาจอดเทียบ พร้อมกับคนรถที่ถือร่มมารับคุณหนูตัวน้อย เขาแอบมองอยู่เงียบๆ จนกระทั่งเธอขึ้นรถไป จดจำป้ายทะเบียนเอาไว้จนขึ้นใจ เขาจะต้องตามหาตัวเธอให้เจอ!เช้าวันต่อมาเด็กหนุ่มยกมือไหว้บิดามารดาก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะหอมแก้มคนเป็นแม่อย่างเอาใจ เดินขึ้นรถมาพร้อมกับน้องสาวที่มีใบหน้าน่ารักคล้ายแม่ และคนเป็นพ่อก็หวงลูกสาวมากเหลือเกินชนิดที่ถ้าผู้ชายคนไหน อยู่ใกล้เกินร้อยเมตรต้องมองจนล่า ถอยไป“เด็กขี้เหร่” พอขึ้นรถมาได้พี่ชายก็เรียกน้องส

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ3สัปดาห์นี้พสุเลิกงานเร็วทุกวันเพราะเขาเคลียร์งาน เพื่อมาดูแฟชั่นโชว์ที่ภรรยาร่วมดูแลโดยเฉพาะ วันนี้เป็นการซ้อมครั้งยิ่งใหญ่ โดยรวมนายแบบนางแบบจากทั่วฟ้าเมืองไทย พร้อมทั้งมีดาราแถวหน้ามาเดินแบบด้วย คนสวยหล่อจึงมีละลานตาเต็มไปหมด ร่างสูงอุ้มลูกชายตัวน้อยเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“สวยไปหมดเลยพ่อ” เด็กน้อยเอ่ยกับบิดาเมื่อหันไปเห็นสาวหน้าตาดี“นั้นสิลูก พ่อจองคนนั้นนะ” กระซิบกับลูกชายหลังจากเห็นนางแบบบนเวทีกำลังเดินด้วยใบหน้านิ่ง“พี่เขาดุจังเลย” ทำหน้าย่นก่อนจะกวาดสายตามองโดยรอบ แล้วใช้มือตีไหล่พ่อหลายทีแล้วชี้ให้ดูทางข้างเวที“พี่ปลายสวยจังเลยครับ” พสุหันไปตามมือลูกน้อยก็พบดาราขวัญใจคนไทย ที่กำลังนั่งพักที่ข้างเวที พสุธาพูดชื่อในละครของเธอที่เล่นจนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง ลูกชายเขาติดงอมแงมต้องดูละครก่อนถึงจะเข้านอนได้คงเพราะอยู่กับยายและย่าบ่อยจึงติดการดูละครมากกว่าดูการ์ตูนเสียอีก“แต่แม่นิทสวยที่สุดใช่ไหม” คนพ่อกระซิบถาม“ใช่แล้ว แม่นิทของดินสวยที่สุด” มือต่างขนาดแท็กกันอย่างเห็นด้วย ก่อนที่พสุจะสะดุดกับเหตุการณ์ข้างเวที ผู้หญิงที่นายแบบหุ่นดีคนนั้นยืนใกล้คือภรรยาของเขาเป็นแน่

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษ แอบรัก

    ตอนพิเศษ แอบรัก หญิงสาวโค้งศีรษะให้กับยามหน้าบริษัท ที่เปิดประตูให้พร้อมกับส่งยิ้มหวาน ที่ใครมองเป็นต้องหลง วารีกานต์ สนธยานนท์ เป็นผู้ช่วยเลขาคนใหม่ของรองประธานบริษัท เพราะคุณสุชาติด้วยวัยที่มากขึ้น แต่ภาระงานกลับยิ่งหนักคงทำคนเดียวไม่ไหว เขาจึงต้องประกาศรับสมัครผู้ช่วยที่มีความสามารถและประสบการณ์ “รอด้วยค่ะ” รีบวิ่งไปด้วยความเร็ว แม้จะมีอุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงก็ตาม ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ และคนที่ยืนอยู่ข้างในทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรีบก้าวเข้ามาทันที “มาแต่เช้าเลยนะครับ” น้ำเสียงเป็นมิตรของเขาทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอีกครั้ง ไม่คิดว่าหัวหน้าของตนเองจะมาเช้าขนาดนี้ “ค่ะ พอดีกานต์อยากรีบเคลียร์งานส่วนของตัวเองให้เสร็จ” ร่างสูงพยักหน้ายิ้มให้ “ถ้าอย่างนั้นคงต้องทำคุณเสียใจแล้วละ เพราะวันนี้คุณต้องออกไปข้างนอกกับผมตอนบ่าย พอดีคุณสุชาติเขาลาคงต้องรบกวนด้วยนะครับคุณผู้ช่วยเลขา” เธอรู้อยู่แล้วว่าวันนี้เลขาอย่างคุณสุชาติลา เพราะต้องไปทำธุระ งานหนักจึงตกมาอยู่ที่เธอ เพราะต้องควบคุมการเต้นของหัวใจไม่ให้มันดังจนเขาได้ยินน่ะสิ “ย

  • ดาวใกล้เดือน   ตอนพิเศษซ้อนแผน

    ตอนพิเศษซ้อนแผน สี่ปีต่อมา “ฉลองงงง” แก้วสีเข้มถูกยกขึ้นชนกันเสียงดัง ฉลองให้กับความสำเร็จของโครงการใหญ่ที่อุตส่าห์ตรากตรำทำมาเสียนาน ร่างสูงของรองประธานที่แม้จะเข้าสู่วัยเลขสามแล้ว ก็ยังคงความหล่อและน่าหลงใหลจนสาวในคลับหันมามองกันอย่างสนอกสนใจ “วันนี้ไม่เมาไม่กลับเว้ย!” หนุ่มไม่โสดทั้งสี่กล่าวพร้อมกัน พลางยกแก้วขึ้นดื่มอย่างมีความสุข หลังแต่งงานไปพวกเขาเหมือนตกอยู่ในอำนาจมืด จะออกไปไหนต้องคอยรายงานตลอด สังสรรค์ทีบอกละเอียดราวกับพรีเซ้นต์งานเมื่อสมัยมหา’ลัย วันนี้สบโอกาสดีเหล่าเมียทั้งหลายไม่อยู่ พวกเขาเลยต้องออกมา ลั้ลลาตามประสาหนุ่มๆ สักหน่อย “ไอ้พสุเมียมึงไม่ว่าหรือ” ปวิชถามขึ้นขณะชงเหล้าให้จิณณ์ เขาเป็นบุคคลที่เรียกเข้าขั้นกลัวเมียที่สุดไม่กล้าหืออือใดๆ ทั้งสิ้น คำสั่งเมียคือประกาศิตที่ต้องทำตาม พสุไหวไหล่ยกแก้วสีเข้มขึ้นดื่มพลางเอนหลังพิงโซฟาสีเข้มอย่างสบายอารมณ์ “เมียกูไม่เคยว่าอะไรอยู่แล้ว เขาอยู่ในโอวาสกูจะตาย” รองประธานหนุ่มหล่อยกยิ้มด้วยความภูมิใจ เพื่อนต่างส่งเสียแซ็วใหญ่กับคำพูดราวกับไม่กลัวเมีย พสุรู้สึกว่าตนเ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๘

    ข่าวการคืนดีกันของสองหนุ่มสาวสร้างความยินดีให้กับทุกคนจน ต้องจัดงานเลี้ยงเล็กๆ ภายในบ้านวิจิตรประภา โดยจัดที่ริมสระน้ำสองสาวอย่างลินดาและนิทราก็ช่วยกันยกอาหารที่ทำเสร็จจากในครัวออกมาให้ประมุขของบ้านได้กินคุณวรรณนภาก็พูดคุยถึงเรื่องละครกับพี่สาวคนสนิทอย่างคุณยลลดาโดยมีคุณมินตรามาเป็นแขกคนใหม่เพราะสามีไม่อยู่บ้านเธอเหงาจึงขอมางานเลี้ยงด้วย“พอได้แล้วค่ะ มานั่งกินกับพี่ดีกว่า” เห็นภรรยาเดินเข้าออกในครัวก็เหนื่อยแทนภมรจึงดึงร่างบางให้มานั่งข้างเขา กว่าจะได้แต่งก็นานเหมือนกัน เขาเฝ้าขออยู่เป็นปีแต่เธอก็เอาแต่ผลัดไปเพราะยังไม่เชื่อใจเขาทั้งที่เคลียร์เรื่องของปุณิกาได้นานแล้ว“ได้ค่ะคุณสามี” ลินดาไม่ปฏิเสธแถมเรียกเขาเสียงหวานจนอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะต้องถอนหายใจเพราะเลี่ยนกับคำหวานของสองสามีภรรยา“เป็นอะไรตาเล็กดูทำหน้าเข้า”“เหม็นความรักน่ะพี่” เขาทำเป็นปัดไล่กลิ่นเหม็นจนลินดาต้องเอ่ยปราม“ก็คนเขามีความสุข” ร่างบางเอนตัวไปซบแขนแกร่งของสามีพสุเลยมองหานิทราที่เอาแต่ช่วยงานในครัวยังไม่ออกมาทั้งที่งานตัวเองก็หนักอยู่แล้ว หลังจากที่เรียนจบกลับมานิทราได้เข้าทำงานให้กับแบรนด์พรรณนาราออกแบบเสื้อผ้า

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๗

    ผ่านไปหนึ่งเดือนก็ถึงกำหนดที่นิทราต้องบินไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ ร่างบางเอาเสื้อผ้าไปเยอะพอสมควรเพราะไม่อยากเสียเงินซื้อใหม่ที่ต่างประเทศ สองแม่ลูกช่วยกันยกกระเป๋าออกมาจากบ้านโดยมีกระเป๋าทั้งหมดสองใบ แม้จะกังวลที่ลูกไปอยู่ไกลแต่เพราะอนาคตของลูกสาวคุณยลลดาจึงอยากให้นิทราได้ไป“หนูช่วยค่ะ” สองแม่ลูกหันไปมองก็พบลินดาที่เดินเข้ามาภายในบ้านพร้อมกับภมรและพสุ หญิงสาววิ่งมาช่วยยกกระเป๋าขึ้นรถพร้อมกับภมรที่ยกอีกใบใส่หลังรถเหลือเพียงพสุที่ยืนมองเธอนิ่ง แววตาเขาฉายความเศร้าอย่างชัดเจนจนนิทราต้องยิ้มให้“ใจหายเหมือนกันนะที่นิทต้องไปนานขนาดนี้” ลินดาเดินมายืนตรงหน้าเพื่อนข้างบ้านที่แม้จะไม่ได้สนิทมากแต่เธอก็ชอบนิสัยของนิทรา อีกทั้งอาหารที่บางครั้งคนตัวเล็กกว่าเธอชอบเอาไปให้กินก็แสนจะอร่อย“เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว” หญิงสาวพยักหน้าแล้วโอบกอดนิทราเอาไว้ก่อนผละออก ในขณะที่ภมรก็เดินมายืนข้างแฟนสาวของตนเอง“เดินทางดีๆ นะ” ชายหนุ่มเปรียบเสมือนพี่ใหญ่ของน้องทั้งสามมองเธอมาด้วยสายตาที่อบอุ่นเหมือนเดิมนิทรายิ้มให้ภมร“ขอบคุณค่ะพี่ภมร” สองหนุ่มสาวล่ำลาเสร็จก็ผละออกมาให้พสุเดินมายืนตรงหน้านิทรา เขายิ้มให้เธอแม้

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๕

    เช้าวันต่อมาชายหนุ่มตื่นตั้งแต่ไก่ยังไม่ขันจัดกระเป๋าออกเดินทางไปยังสนามบินโดยให้เลขาจองตั๋วไว้ให้ ตอนนี้เขาได้สั่งให้นักสืบที่จ้างไปตามหานิทราจากข้อมูลที่ได้มาก็ทราบว่าเธอเช่ารีสอร์ตเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่กับเพื่อน แต่เขาก็ยังสงสัยว่าเหตุใดหญิงสาวจึงบอกมารดาว่าอยู่บ้านเพื่อนพสุถึงสนามบินจัดการธุระทุกอย

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๔

    วันต่อมานิทราตื่นเช้ามาใส่บาตรกับมารดาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อพบพสุกับคุณวรรณนภายืนอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แม้ใจจะอยากเดินเข้าบ้านแต่ก็คิดว่าเธอไม่ควรจะหนีเขาจึงทำหน้านิ่งเดินไปกางโต๊ะและนำของใส่บาตรวางไว้ ร่างสูงเดินมายืนข้างนิทราโดยที่มารดาไม่ต้องบอกเหมือนครั้งก่อนแล้ว“ใส่บาตรด้วยนะคะพี่ลดา”“มาสิวรรณ” หญิ

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๓

    วันต่อมาพสุเดินทางมาที่โรงพยาบาลเขาตรงไปยังห้องพักพิเศษซึ่งภรรยาของตนเองนอนอยู่ ร่างสูงผลักประตูเข้าไปพบเพียงนิทราที่นั่งทานอาหารอยู่บนเตียงคนเดียว ใบหน้าหวานเงยหน้ามาสบสายตาคมที่จ้องกลับมา ร่างสูงเดินเข้าหาหญิงสาว“กินข้าวหรือ” มันเป็นคำทักทายที่ดูไม่ได้เรื่องที่สุดเลย เขาก่นด่าตัวเองในใจขณะยืนข้างร

  • ดาวใกล้เดือน   ๑๖

    ตกเย็นร่างบางที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใส่ชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสามส่วนเดินมานั่งที่ระเบียงมองบรรยากาศยามเย็นที่ตะวันลาลับฟ้าถูกแต้มให้กลายเป็นสีเข้มก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูเธอจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ประตูเปิดออกเจอพนักงานหญิงถือกล่องขนาดกลางยื่นมาให้ตนเอง“คุณผู้ชายห้องข้างๆ ฝากมาให้ค่ะ บอกให้คุณ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status