LOGINMore than a secret เจี่ยนซีหลิว แอบรัก หลี่เหยียนเสียง ค่ำคืนเร่าร้อนทำให้เธอตัดสินใจที่จะสานต่อความสัมพันธ์ หากไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนั้นยังคงอยู่ในชีวิตเขา ที่สำคัญพวกเขายังมีพยานรักอีกด้วย เด็กคนนั้นเรียกเขาว่า แด๊ดดี้ เธอจะทำยังไงดี...หนีไปทั้งที่เกิดอาการคลื่นเหียนอย่างนั้นหรือ!!! ************** Our Secret ทำไมผู้ชายส่วนใหญ่ถึงได้สำคัญตัวเองนัก ชอบคิดว่าตัวเองเลิศเลอเพอร์เฟคสามารถเลือกผู้หญิงราวกับไปเดินตามท้องตลาดแล้วเลือกซื้อของ แต่ละคนทั้งอยากได้ผู้หญิงที่ยังเวอร์จิ้นแต่ก็อยากได้ผู้หญิงที่เก่งเรื่องบนเตียงไปด้วย บ้าเอ้ย!!! คนแบบนั้นมันมีที่ไหนกันเหลวไหลทั้งเพ!!! ************** The Hidden secret ในคืนงานเลี้ยง ‘จวินเล่อ’ เมาไม่รู้เรื่องกลับกล้าล่วงเกินเอาเปรียบ ‘ท่านเทพแห่งเจียงซู’ ‘เฟิ่งหราน’ รุ่นพี่หล่อเหลาสาวกรี๊ดที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เขาไม่เคยพาตัวเองมาเข้าใกล้หญิงสาว เพียงแต่มองดูอยู่ห่างๆ ถึงอย่างนั้นทันทีที่หญิงสาวเรียนจบ ทำไมเขาถึงกลับมาคิดบัญชีทั้งต้นทั้งดอกโดยไม่ให้จวินเล่อได้ตั้งตัวละ
View Moreงานแต่งงานเรียบง่ายท่ามกลางญาติและเพื่อนสนิท เฟิ่งหรานใบหน้ายิ้มแย้มจนเพื่อนเจ้าสาวหลายคนอิจฉาตาร้อน จวินเล่อมองเขาอย่างมีความสุข หากรู้ว่ายอมแต่งกับเขาแล้วเขาดูมีความสุขอย่างนี้ เธออาจจะใจอ่อนตั้งแต่ที่เขาพูดถึงเรื่องแต่งงานครั้งแรกนึกถึงตอนนั้นเพิ่งผ่านพ้นเรื่องราวของความทรงจำในอดีต เธอเองก็ทำตัวติดกับเขาจนคนอื่นเริ่มซุบซิบว่าข้าวใหม่ปลามัน เดี๋ยวๆ ก็เลิกกันมันไม่จริงเลย...เฟิ่งหรานยังคงเหมือนเดิมนับจากวันแรก เขาไม่เคยเปลี่ยนไป แต่กลับดูแลจวินเล่อราวกับของมีค่าที่เขาไม่อาจคลาดสายตาเพราะกลัวทำหล่นหายเขาเคยรักยังไงวันนี้ก็ยังคงรักอย่างนั้นเคยยอมทุกเรื่องยังไง วันนี้เขาก็ยังไม่เปลี่ยนเรื่องทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนจัดการ นอกจากตัวเขาจะกลับช้าจวินเล่อถึงจะได้แตะต้องงานบ้านสักครั้งหนึ่ง หมายถึงในส่วนของแมนชั่น เพราะที่บ้านยังมีป้าหลี่คอยจัดการทุกเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หากเป็นเรื่องร้ายเขามักจะออกหน้า หากเป็นเรื่องดีเขาไม่เคยเก็บเอาไว้กับตัว ในชีวิตของคนคนหนึ่ง หากได้พบคนที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ ขอเพียงแค่เห็นคุณยิ้มได้อย่างมีความสุข อย่างนี้แล้วคุณยังจะเรียกร้องอะไรอีกเล่า.
อาหารค่ำฝีมือเฟิ่งหรานใต้แสงเทียน กับบรรยากาศในมุมสูงของเซี่ยงไฮ้ยามค่ำคืน ทำให้จวินเล่อนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากดื่มไวน์ขาวสักแก้วกับสเต๊กปลาเห็นท่าทีกระตือรือร้นของเจ้าของแมนชั่น หญิงสาวได้แต่หมั่นไส้“อย่าคิดอะไรเลยเถิด แค่แก้วเดียวหรอกค่ะ ฉันไม่ค้างที่นี่ ไม่ได้บอกแม่ไว้”“พี่ก็ไม่ได้คิดอะไรนี่ เธอคิดมากไปเอง”“ให้มันจริงเถอะ”สรุปคืนนั้นเธอก็ยังต้องค้างคืนที่แมนชั่นของเขาอยู่ดี ไวน์ขาวแก้วเดียวจริงๆ แต่รินไปไม่รู้กี่ครั้งจนหมดขวดและก็ยังเป็นเธอที่จับเขากดหลังจากเมาได้ที่ เฮ้อ...ปีต่อมาจวินเล่อออกจากงานมารับช่วงต่อกิจการตระกูลจวิน ถึงอย่างนั้นเฟิ่งหรานก็ยังไม่ยอมให้หญิงสาวขับรถไปทำงานเองเขายังคงคอยตามรับส่งหญิงสาว หากวันไหนไม่ว่างก็จะมีคนขับรถมารอรับจวินเล่อไปส่ง เรื่องนี้ถูกซุบซิบหนาหูว่าท่านประธานเฟิ่งหวงและห่วงคู่หมั้นอย่างกับอะไรดีแต่...เบื้องหลังก็คือก่อนหน้านั้นจวินเล่อขับรถไปทำงานเอง ระหว่างทางดันชนท้ายรถคันหนึ่งเข้าผลก็คือเจ้าของรถคันนั้นเอาแต่โทรมาตามจีบหญิงสาวจนท่านเทพพิโรธออกหน้ารบ...หมายถึงออกตัวว่าเป็นแฟนตัวจริงของเธอปีที่สองที่คบกันจริงจัง จวินเล่อไม่สบายเข้าโรงพย
จวินเล่อพยักหน้าและพยายามสงบอารมณ์ลง กระทั่งเฟิ่งหรานพามาส่งถึงบ้าน อ้อมอกของพ่อกับแม่อบอุ่นปลอดภัยคนละแบบกับอ้อมกอดของเฟิ่งหราน หญิงสาวโผเข้ากอดพ่อกับแม่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย“หนูขอโทษนะคะที่ทำให้เป็นห่วง”“ไม่เป็นไร ปลอดภัยก็ดีแล้ว ดีแล้ว”จวินเซียวมองเฟิ่งหรานด้วยสายตาซาบซึ้ง ทั้งสองมองกันเงียบๆ ไม่จำเป็นต้องพูดมากความทรงจำของจวินเล่อกลับมาแล้ว และไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ทั้งหมดหวั่น แม้ติดขัดบ้างแต่ก็นับว่าผ่านไปได้ด้วยดี จวินเล่อเดินเข้าไปในห้องของจวินเซี่ย น้ำตาค่อยๆ ไหลออกมาเงียบๆ แต่ใบหน้ากลับยังคงมีรอยยิ้ม“พี่คะ สบายดีมั้ย ฉันคนเดิมกลับมาแล้ว ขอโทษนะคะที่ให้รอนานเลย”มองดูรูปถ่ายที่เธอขี่หลังพี่ชาย จวินเล่อสะอื้นออกมาพร้อมกับนั่งลงบนพื้นซบใบหน้าลงไปกับเตียงนอน“ฉันคิดถึงพี่” เสียงสะอื้นดังออกมาเบาๆ “ฉันจะมีชีวิตต่อไปให้ดี ดูแลตัวเองดีๆ ดังนั้นไม่ต้องห่วงฉันนะคะ”Epilogueงานเลี้ยงรุ่นคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีครึกครื้นฮือฮา ท่านเทพแห่งเจียงซูควงว่าที่ภรรยาออกงานอย่างสง่างาม ทำเอาสาวๆ ที่แอบปลื้มเขาอกหักกันเป็นแถบไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่พิชิตหัวใจท่านเทพเฟิ่ง จะเป็นรุ่น
กว่าจะตื่นขึ้นมาหลังผ่านความเร่าร้อน จวินเล่อก็แทบขยับตัวไม่ได้ ร่างทั้งร่างปวดเมื่อยจนต้องร้องโอดโอย เรียกเสียงหัวเราะของคนที่ตื่นก่อนและเอาแต่แอบมองหญิงสาวที่กำลังหลับ“ยังจะมาหัวเราะ ไม่ใช่เพราะพี่หรือไงที่เป็นต้นเหตุ” จวินเล่อพลิกตัวหนีอ้อมกอดที่รัดแน่นเข้า “ทำไงดี ทำไมเหนื่อยแบบนี้ กี่โมงแล้วคะ จะไปทำงานไหวมั้ยเนี่ย”เฟิ่งหรานยังคงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “หยุดสักวันมั้ย ต้องกลับบ้านไม่ใช่หรือไง”จวินเล่อชะงัก “พี่โทรหาคุณพ่อหรือยังคะ”“อืม บอกไปแล้วว่าไม่ต้องห่วง”“งั้นตอนเย็นค่อยกลับดีกว่า ขอทำใจอีกวัน” จวินเล่อไหล่ห่อแต่พูดไปอย่างนั้น เพราะขืนยังไม่กลับรู้ได้เลยว่าพ่อกับแม่คงกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรเฟิ่งหรานพาหญิงสาวลงมาชั้นล่างแมนชั่น ตอนนั้นยังไม่สว่างรอบๆ ยังคงไร้ผู้คน มองเวลาก็พบว่าเป็นเวลาตีห้าครึ่ง จวินเล่อหาวหวอดตอนที่กำลังเดินไปที่รถยนต์ซึ่งจอดอยู่ยังลานจอดไม่ไกลจากลิฟต์“เฟิ่งหรานคะ”ด้านหลังมีเสียงของลี่เจี่ยนดังขึ้น จวินเล่อไม่ได้กันกลับไปมอง เพียงเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม เขาเองก็ก้มลงมองมายังเธอเช่นกัน“จวินเล่อ ฉันแค่อยากมาขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ อย่าให้เฟิ่งหรานปลดคุ





