In the Garden of Secrets ปรารถนาเร้นรัก

In the Garden of Secrets ปรารถนาเร้นรัก

last updateDernière mise à jour : 2026-05-27
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
91Chapitres
521Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

More than a secret เจี่ยนซีหลิว แอบรัก หลี่เหยียนเสียง ค่ำคืนเร่าร้อนทำให้เธอตัดสินใจที่จะสานต่อความสัมพันธ์ หากไม่ใช่ว่าผู้หญิงคนนั้นยังคงอยู่ในชีวิตเขา ที่สำคัญพวกเขายังมีพยานรักอีกด้วย เด็กคนนั้นเรียกเขาว่า แด๊ดดี้ เธอจะทำยังไงดี...หนีไปทั้งที่เกิดอาการคลื่นเหียนอย่างนั้นหรือ!!! ************** Our Secret ทำไมผู้ชายส่วนใหญ่ถึงได้สำคัญตัวเองนัก ชอบคิดว่าตัวเองเลิศเลอเพอร์เฟคสามารถเลือกผู้หญิงราวกับไปเดินตามท้องตลาดแล้วเลือกซื้อของ แต่ละคนทั้งอยากได้ผู้หญิงที่ยังเวอร์จิ้นแต่ก็อยากได้ผู้หญิงที่เก่งเรื่องบนเตียงไปด้วย บ้าเอ้ย!!! คนแบบนั้นมันมีที่ไหนกันเหลวไหลทั้งเพ!!! ************** The Hidden secret ในคืนงานเลี้ยง ‘จวินเล่อ’ เมาไม่รู้เรื่องกลับกล้าล่วงเกินเอาเปรียบ ‘ท่านเทพแห่งเจียงซู’ ‘เฟิ่งหราน’ รุ่นพี่หล่อเหลาสาวกรี๊ดที่เอาแต่มองเธอด้วยสายตาแปลกๆ เขาไม่เคยพาตัวเองมาเข้าใกล้หญิงสาว เพียงแต่มองดูอยู่ห่างๆ ถึงอย่างนั้นทันทีที่หญิงสาวเรียนจบ ทำไมเขาถึงกลับมาคิดบัญชีทั้งต้นทั้งดอกโดยไม่ให้จวินเล่อได้ตั้งตัวละ

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1.1 More than a secret เพียงปรารถนา

“คุณเคยแอบรักใครสักคนจนหมดหัวใจมั้ย

ความรักข้างเดียวที่ทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นมีแรงผลักดัน

ความรักอันงดงามที่แม้จะรู้ว่าเขามีเจ้าของ

ถึงอย่างนั้นขอเพียงแค่ได้ดูอยู่ห่างๆ ก็มีความสุขแล้ว”

*************

ท่ามกลางความพร่าเลือนสับสน แอร์เย็นฉ่ำสัมผัสผิวกายอันเร่าร้อนของฉัน อาการมึนงงสับสนซึ่งเกิดจากวิสกี้ราคาแพง ทำให้สติของฉันเริ่มรางเลือน ถึงอย่างนั้นสัมผัสที่กำลังลูบไล้กลับชัดเจนในความรู้สึก

ฉัน ‘เจี่ยนซีหลิว’ กำลังพยายามปรือตามองเงาร่างกำยำซึ่งทาบทับอยู่บนเรือนกาย ความงุนงงทำให้ฉันได้แต่พยายามรวบรวมสติ ถึงอย่างนั้นใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า กลับทำให้ความทรงจำมากมายค่อยๆ หมุนวนเข้ามา

คลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อครู่เราทั้งสองคนนั่งอยู่ในผับ ฉันนั่งมองเขาอยู่ตั้งนาน เขากลับไม่สนใจที่จะมองมา

เขา ‘หลี่เหยียนเสียง’ รุ่นพี่ที่ฉันแอบหลงรักมานานกว่าสิบปี

ใช่...รักข้างเดียวสิบปี

น่าหัวเราะใช่มั้ย แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่เลย ทุกอย่างมันงดงามแม้ว่าเขาจะไม่รู้ ฉันไม่เคยสารภาพเพียงแอบมองอยู่ห่างๆ มองเขากับแฟนสาวซึ่งเป็นรุ่นพี่เช่นกัน เดินพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

ฉันเข้าเรียนมัธยมปลายชั้นปีแรก ตอนที่เขากำลังเรียนอยู่มัธยมปลายชั้นปีสุดท้าย เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเซี่ยงไฮ้ ฉันเองก็ตามเขาไปเช่นกัน

คุณคงไม่อยากรู้หรอกว่าฉันต้องใช้ความพยายามแค่ไหนในการสอบเข้าที่นั่น ฉันเตรียมตัวตั้งแต่เข้าเรียนมัธยมปลายปีแรก ความตั้งใจของฉันหนักแน่นไม่สั่นคลอน กระทั่งในที่สุดฉันก็ได้พบเขาอีกครั้ง

ข้างกายเขายังคงเป็นรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้น ก่อนที่ทั้งสองจะบินไปเรียนต่อโทที่อเมริกา ที่ซึ่งฉันไม่มีทางติดตามเขาไปได้ เช่นกันกับตัวฉันพร้อมที่จะตื่นจากฝัน

การเฝ้ามองและแอบรักใครสักคนแม้จะงดงาม ถึงอย่างนั้นฉันเองก็รู้ว่าสักวันต้องตื่นจากฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงนี้ ไม่ใช่ในขณะที่เขามีคนรู้ใจแสนดีข้างกาย

หลังจากฉันเรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันกลับมาหางานทำที่ซูโจว[1] กระทั่งมีวันหยุดยาวจึงแอบหนีมาเที่ยวที่ฝรั่งเศส เพราะที่นี่ฉันมีเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยอยู่คนหนึ่ง เธอเป็นชาวฝรั่งเศสและเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่อยู่หอพักเดียวกับฉัน

เอนิต้ารู้เรื่องการแอบรักมาราธอนสิบปีของฉัน ดังนั้นเมื่อพบหลี่เหยียนเสียงในฝรั่งเศส ก็รีบบอกเล่าเรื่องที่ได้รู้มาทันที

ใช่...มันคือเรื่องบังเอิญที่สมควรตายจริงๆ ฉันได้พบกับเขาที่ฝรั่งเศส หลังจากเอนิต้าบอกเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้ฉันฟัง ความจริงฉันควรหยุดได้แล้ว แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงยังคงดั้นด้นพาตัวเองมาพบเขา...หวังแค่มาแอบดู

‘เขาเลิกกับรุ่นพี่ตั้งนานแล้ว ได้ยินมาว่าเขาถูกนอกใจ สองสามวันก่อนฉันเห็นเขาที่นี่ ดังนั้นถ้าเธออยากไปพบเขา นี่เป็นโอกาสที่ดีที่สุด...แต่ยังไงข่าวนี้ก็ไม่รู้จริงมั้ย เธอจะไปดูหรือไม่ไปแล้วแต่เธอเลย’

ฉันพบเขาในผับไม่ไกลจากหอไอเฟล ความจริงคือฉันรู้ว่าเขาอยู่ที่โรงแรมไหน เอนิต้าบอกมาอย่างละเอียดหลังจากรู้มาจากเพื่อนอีกคนที่ทำงานละแวกนั้น

ชายหนุ่มเอเชียหล่อเหลาโดดเด่นนั่งดื่มอยู่ที่ผับ ฉันนั่งมองอยู่ห่างๆ ลังเลว่าสมควรเดินเข้าไปทักเขาดีหรือไม่ สับสนตื่นเต้นจนมือเย็นไปหมด

นั่งมองอยู่นานจนรับรู้ว่าบาร์เทนเดอเองก็สังเกตเห็น เขากระซิบบางอย่างกับเขา จากนั้นคนที่ฉันแอบมองมานานก็หันมามองฉัน

...ฉันไม่ได้หวังให้เขาหันมามอง ไม่เคยคิด ไม่เคยคาดหวัง แต่ในที่สุดวันนี้เขากลับหันกลับมามอง เพียงแต่สถานการณ์และสถานที่ ช่างแตกต่างจากที่เคยจินตนาการลิบลับ

เขาเดินมาพร้อมกับจ้องมองฉันราวกับจ้องมองเหยื่อ “สวัสดีครับ คนจีน?”

แน่ละเขาไม่รู้จักฉันแล้วจะจำฉันได้อย่างไร...

“ค่ะ” ฉันยิ้มมีเสน่ห์ มั่นใจกับการแต่งตัวสวยเฉี่ยวทั้งที่ไม่เคยแต่งแบบนี้มาก่อน

ก่อนออกมาเอนิต้าถึงกับสูดปากเมื่อจับฉันแปลงโฉมเสร็จ ฉันเองก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ เพียงแต่ไม่ชอบเวลาตกเป็นเป้าสายตาก็เท่านั้น

เราสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ไม่ถามชื่อ ไม่ถามความเป็นมา เพียงพูดถึงปารีสและความงดงามยามค่ำคืน ดื่มด่ำกับวิสกี้ซึ่งรสชาติบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก

...กระทั่งมาจบลงที่ห้องของเขาในโรงแรมได้ยังไง ฉันเองก็จำไม่ค่อยได้

ไฟหัวเตียงเลือนรางเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า...ใกล้แค่ปลายจมูก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเขาลึกล้ำ ฉันตกอยู่ในห้วงแห่งความปรารถนาซึ่งมีเขาเป็นคนจุด

ดวงตาคมคล้ายมีแรงดึงดูดมหาศาล ซึ่งทำให้ฉันไม่อาจดิ้นรนหาทางออก เราสองคนกายเปลือยเปล่าแนบชิด ชุดเดรสสุดเซ็กซี่ของฉันถูกเขาลอกคราบ รับรู้เพียงสัมผัสอันเร่าร้อนที่ลูบไล้ไปทั่วผิวกาย

เสียงทุ้มต่ำครวญครางอย่างพึงพอใจ ขณะที่เขาก้มลงจุมพิตพัวพันรุกเร้า ฉันหัวหมุนไปหมด รู้สึกคล้ายถูกเขาสูบวิญญาณ ร่างกายถูกเคล้นคลึงบดเบียด อกแกร่งทาบทับและเสียดสีเป็นจังหวะ

“คนสวย...คุณสวยจริงๆ” เขาชม

ฉันทำได้แค่กอดรัดเขาเอาไว้ ในยามที่เรียวขาถูกแยกออก ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างแค่คืบ ขณะที่ฉันรับรู้ว่ามีบางอย่างกรีดแยกเข้ามาในกาย ฉันได้แต่กัดปากกลั้นเสียงร้อง ความเจ็บปวดแสบสันทำเอาตัวสั่นระริก

[1] เป็นเมืองสำคัญทางตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลเจียงซู อยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศจีน อยู่ติดกับเขตการปกครองเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
91
บทที่ 1.1 More than a secret เพียงปรารถนา
“คุณเคยแอบรักใครสักคนจนหมดหัวใจมั้ยความรักข้างเดียวที่ทำให้หัวใจรู้สึกอบอุ่นมีแรงผลักดันความรักอันงดงามที่แม้จะรู้ว่าเขามีเจ้าของถึงอย่างนั้นขอเพียงแค่ได้ดูอยู่ห่างๆ ก็มีความสุขแล้ว”*************ท่ามกลางความพร่าเลือนสับสน แอร์เย็นฉ่ำสัมผัสผิวกายอันเร่าร้อนของฉัน อาการมึนงงสับสนซึ่งเกิดจากวิสกี้ราคาแพง ทำให้สติของฉันเริ่มรางเลือน ถึงอย่างนั้นสัมผัสที่กำลังลูบไล้กลับชัดเจนในความรู้สึกฉัน ‘เจี่ยนซีหลิว’ กำลังพยายามปรือตามองเงาร่างกำยำซึ่งทาบทับอยู่บนเรือนกาย ความงุนงงทำให้ฉันได้แต่พยายามรวบรวมสติ ถึงอย่างนั้นใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้า กลับทำให้ความทรงจำมากมายค่อยๆ หมุนวนเข้ามาคลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อครู่เราทั้งสองคนนั่งอยู่ในผับ ฉันนั่งมองเขาอยู่ตั้งนาน เขากลับไม่สนใจที่จะมองมาเขา ‘หลี่เหยียนเสียง’ รุ่นพี่ที่ฉันแอบหลงรักมานานกว่าสิบปีใช่...รักข้างเดียวสิบปีน่าหัวเราะใช่มั้ย แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่เลย ทุกอย่างมันงดงามแม้ว่าเขาจะไม่รู้ ฉันไม่เคยสารภาพเพียงแอบมองอยู่ห่างๆ มองเขากับแฟนสาวซึ่งเป็นรุ่นพี่เช่นกัน เดินพูดคุยกันอย่างสนิทสนมฉันเข้าเรียนมัธยมปลายชั้นปีแรก ตอนที่เขากำลังเรี
Read More
บทที่ 1.2
เสียงสบถดังขึ้นแต่ทุกอย่างก็สายเกินไป ฉันเจ็บจนไม่อาจขยับ ใบหน้าเหยเกจนเขาต้องก้มลงมาจูบกระหวัดปลายลิ้น“ทำไมไม่บอกก่อน”เขาถามเสียงพร่าเมื่อผละออก ใบหน้าหล่อเหลาเองก็คล้ายกำลังทรมานไม่ต่างไปจากฉัน “คุณ...ยังโอเคอยู่มั้ย”ภายในของฉันเต้นตุบ ความเจ็บคล้ายเจือจางลงบ้าง กำลังจะตอบแต่เขากลับเริ่มขยับ“ผม...ไม่ไหวแล้ว”ทุกสิ่งทุกอย่างพร่าพรายจนได้แต่เอื้อมมือออกไปไขว่คว้า เสียงหอบกระเส่าดังขึ้นข้างหู ร่างแกร่งกระทั้นกระแทกจนฉันโยกคลอน ส่วนประสานร้อนเร่าจนฉันได้แต่ครวญครางเพื่อระบายความพลุ่งพล่านเขาทั้งอ่อนโยนและดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน จังหวะตอกตรึงของเขาลึกล้ำหนักหน่วง สองมือกอบกุมเคล้นคลึง ริมฝีปากฟอนเฟ้นผิวกายจนฉันสะท้านไหว ยินยลเสียงคำรามอย่างพึงพอใจของเขาใบหน้าหล่อเหลาแนบชิดเข้ามา ฉันทำได้เพียงปรือตามองเขา กระทั่งจุมพิตอ่อนโยนประทับลงมาอีกครั้ง ฉันจึงได้แต่รับไว้และตอบสนองอย่างเท่าเทียมกายส่วนบนถูกเขารุกเร้า ส่วนล่างถูกบดเบียด ความกระสันวาบหวามแล่นพล่านไปทั่วผิวกาย เมื่อเขากดเอวสอบจ้วงลึก ฉันได้แต่อ้าปากครวญครางด้วยความซาบซ่าน รับรู้ว่าเขาเร่งจังหวะจนกายโยกคลอนความพร่าพรายแล่นขึ้นม
Read More
บทที่ 1.3
หนึ่งเดือนหลังจากการลาพักร้อนของฉัน อยู่ๆ บอร์ดบริหารของโรงแรมมีการเปลี่ยนแปลง หลายตำแหน่งถูกโยกย้าย หลายคนถูกปลด บางคนได้รับการเลื่อนขั้นและขึ้นเงินเดือน หนึ่งในคนที่ได้ขึ้นเงินเดือนจนหน้าบานก็คือฉันเอง...เจี่ยนซีหลิว“ไงจ้ะคนสวย ช่วงนี้มีเรื่องดีๆ ไม่หยุดหย่อนเลยนะ ขนาดเดือนที่แล้วได้ลาพักร้อนแอบเที่ยวคนเดียว ตอนนี้ยังมีข่าวดีอีก” จ้าวเหม่ยมองใบหน้ายิ้มแย้มของฉันแล้วอดหยอกล้อด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้“อย่าเลย เธอเองก็ยิ้มไม่หุบเลยนี่นะ”“ได้ยินว่าท่านประธานคนใหม่จะมาในอีกไม่กี่วัน เธอว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย”ฉันได้แต่ส่ายหน้า “ไม่รู้สิ เสียดายที่ประธานลี่ยอมขายหุ้นเสียได้ ประธานที่ทั้งสวยทั้งเก่งและเข้าใจพนักงานผู้หญิงด้วยกันแบบนี้หายาก”“ก็นั่นน่ะสิ ไม่รู้ว่าท่านประธานคนใหม่มาแล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินหรือเปล่า ได้ยินมาว่าเขากวาดซื้อหุ้นเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ในราคาสูงลิ่วเลยนะ”จบประโยคนั้นฉันก็รีบสะกิดจ้าวเหม่ยเพราะหัวหน้าของเรากำลังเดินเข้ามาในห้อง ด้านหลังยังมีพนักงานใหม่อีกสองคน ดูท่าแล้วคงเพิ่งมาเริ่มงานวันแรกโรงแรมเจ.ซี.แกรนด์ เดิมทีเป็นโรงแรมเพียงสี่ดาว ตอนน
Read More
บทที่ 1.4
มองไปนอกหน้าต่างซึ่งฝนเริ่มโปรยปราย หัวใจของฉันสงบราวท้องทะเลที่ไร้คลื่น บางทีฉันก็เคยคิดว่าชีวิตของฉันเรียบง่ายเกินไป หรือเพราะอย่างนี้ฉันเลยดั้นด้นไปฝรั่งเศส ทันทีที่ได้ยินข่าวจากหลี่เหยียนเสียงแม้ไม่คาดหวังว่าจะพบแต่ก็ยังออกเดินทาง กระทั่งความบังเอิญอันสมควรตายนั้นเกิดขึ้น และฉันก็กลับมาด้วยความห่อเหี่ยว ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่เสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น“ฉันนี่ท่าจะบ้า ติว่าชีวิตราบเรียบน่าเบื่อก็เลยหาเรื่องใส่ตัวสินะ” ฉันพึมพำกับตัวเองเอาละ...ฉันถอนหายใจออกมาพร้อมกับลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องนอน ในใจคิดว่าสมควรกลับมาใช้ชีวิตราบเรียบน่าเบื่อแบบเดิมๆ ได้แล้ว เลิกคิด เลิกคร่ำครวญ เพราะถึงยังไงก็ไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้ชีวิตของฉันสมควรกลับมาเป็นแบบเดิม หากไม่ใช่เพราะ ใบหน้าหล่อเหลาซึ่งเดินนำกลุ่มผู้บริหารเข้ามาในโรงแรม จะไม่ใช่เขาคนนั้น‘หลี่เหยียนเสียง’ฉันยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในแถวที่เข้ามายืนรอต้อนรับ ขณะที่คนของเอส.เค.กรุ๊ป กำลังจับมือทักทายกับผู้บริหารของโรงแรมเจ.ซี.แกรนด์สวรรค์!!!ฉันได้แต่ลอบอุทานในใจ พยายามควบคุมสีหน้าแตกตื่นของตัวเอง กระทั่งค่อยๆ เดินถอยหลังมาสองก้าว จ้าวเหม่ยสังเก
Read More
บทที่ 1.5
มองตัวเองในกระจกห้องน้ำหลังล้างหน้าล้างตา ผู้หญิงที่กำลังจ้องตรงมาทำให้ฉันอดเม้มปากไม่ได้ ฉันมั่นใจว่าตัวเองดูแตกต่างจากวันนั้น เขาอาจจะจำฉันไม่ได้ใครจะรู้ แต่ก็อดกลัวไม่ได้...หากเขารู้จะรังเกียจหรือไม่...หากเขารู้จะคิดว่าฉันเป็นพวกสต็อคเกอร์หรือเปล่า…เรียนมัธยมเดียวกัน มหาวิทยาลัยเดียวกัน บังเอิญพบกันที่ฝรั่งเศส กระทั่งมีค่ำคืนที่วาบหวาม หลังจากนั้นก็ยังเวียนมาพบที่ทำงาน...ฉันหลับตาถอนหายใจออกมาอย่างหวาดหวั่น ความเครียดเกาะกุมจนรู้สึกปวดศีรษะหนึบ ทำไมไม่เคยได้ยินว่าเขากับเฉินคุนรู้จักและสนิทสนมกัน...ทำตัวเองแท้ๆ“หลบได้วันหนึ่งก็วันหนึ่ง เขาคง...จำฉันไม่ได้หรอก ก็แค่คู่นอนคืนเดียว”ภาพจำในวันนั้นยังคงชัดเจน เด็กหญิงคนหนึ่งที่วิ่งเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ทั้งยังเรียกเข้าว่าแดดดี้ไม่รู้ว่าฉันผ่านวันนี้มาได้ยังไง ถึงตอนนี้เลิกงานแล้วก็ยังไม่อยากจะเชื่อ ฉันพาร่างสะโหลสะเหลกลับมาถึงอพาร์ทเม้นสองห้องนอน อาการปวดศีรษะเต้นตุบจนต้องค้นทุกซอกมุมเพื่อหายาแก้ปวด“ดี...ดีจริงๆ” เหลือแต่กระปุกเปล่าๆฉันหงุดหงิดมากแต่ก็อดทนเดินลงมาชั้นล่างเพราะมีร้านขายยาไม่ไกลนักอายุก็ไม่นับว่าน้อยแต่ฉันกลับยัง
Read More
บทที่ 1.6
ความจริงฉันควรเรียกเขาว่าประธานหลี่อย่างที่ใครๆ ในโรงแรมเรียกเขา “ฉันไม่คิดว่านี่เป็นการพบปะระหว่างประธานกับพนักงานตัวเล็กๆ ในองค์กรที่สมควรเกิดขึ้น”“นั่นสินะ”เขาเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้ บนเรือนกายแกร่งยังคงมีสูทเต็มตัวราคาแพงซึ่งยังคงเนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว “ได้ยินมาว่าเดือนที่แล้วคุณลาพักร้อน”ฉันสะดุ้งกำมือแน่นเข้าจนข้อนิ้วซีดขาว “ฉันมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการลาพักร้อน”“ก็จริง” เขาพยักหน้าเห็นด้วย ใบหน้ายังคงเรียบเฉย แต่แววตากลับสามารถให้ความรู้สึกคล้ายกำลังถูกเขาคุกคามทำไมนะ...ฉันไม่เคยเห็นด้านนี้ของเขามาก่อนเลยสักครั้ง หรืออาจเพราะฉันเห็นเฉพาะด้านดีๆ ที่เขาแสดงออกต่อคนรักอา...รู้สึกเจ็บหนึบในอกนั่นสินะฉันจะไปหวังอะไรละ หวังให้เขาทำดีกับทุกคน? จะเป็นไปได้อย่างไร“ผมบังเอิญรู้มาว่าคุณเดินทางไปฝรั่งเศส”มาแล้ว...สิ่งที่ฉันกลัวที่สุดเขาลุกขึ้นยืนฉันเองก็เช่นกัน ความรู้สึกหวาดหวั่นในใจนี้มันคืออะไรกันนะ ฉันตัวสั่นจนไม่อาจควบคุม ยิ่งในยามที่เขาก้าวเข้ามาฉันเองก็ถอยหนีทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันยังไม่ทันหวีดร้องด้วยซ้ำ เขาขยับตัวเดินเข้ามาสองสามเก้า ในขณะที่ฉันหมุนตัวเพื่อวิ่งหนี ถึงอย่
Read More
บทที่ 1.7
ขณะที่รับรู้ว่าข้อมือถูกรั้งขึ้นสูง พร้อมกันนั้นเขาก็พันธนาการฉันด้วยมือเพียงข้างเดียว เพราะมืออีกข้างกำลังไต่เข้าไปในตัวเสื้อ กอบกุมบีบเคล้นหน้าอกของฉันผ่านบราเซียฉันเจ็บแต่กลับยินยลเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจของเขา เขาทำให้ฉันนึกถึงค่ำคืนนั้นที่ฉันตระหนักว่าเขาเร่าร้อนเพียงใดฉันไม่ได้มีอารมณ์ร่วม ในขณะได้ยินเสียงรูดซิปกางเกง ไม่ตระหนักว่ากางเกงขาสั้นของฉัน ร่วงลงไปกองกับพื้นตั้งแต่ตอนไหน อาการปวดตุบที่ข้างขมับ ทำให้ร่างกายฉันไม่ตอบสนองกระบวนการป้องกันตัวเอง แม้กระทั่งตอนที่รับรู้ว่าขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นพาดเอวสอบเขาใช้เพียงปลายนิ้วเกี่ยวกางเกงในลูกไม้ออกจนพ้นทาง ก่อนจ่อประชิดพร้อมกับเสียงหอบกระเส่าข้างหูฉันตาพร่า อาการหน้ามืดทำให้ไม่ได้ดิ้นรนขัดขืน เขาเองก็คงไม่ได้สนใจนอกจากความปรารถนาของตนเอง ดังนั้นจึงดันพรวดเข้ามาจนสุดทางพร้อมกับเสียงคำรามฉันสั่นระริกและไม่รับรู้อะไรต่อจากนั้น ทุกอย่างดับวูบลง หลงเหลือเอาไว้เพียงบางอย่างที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆมันคล้ายกับมีเพียงฉันเท่านั้นที่ได้ยิน ฉันสงสัยว่ามันอาจจะเป็นเศษซากความรักของฉันที่แตกออกเป็นชิ้นๆ อยากยื่นมือออกไปเก็บเศษซากเหล่านั้
Read More
บทที่ 2.1
ฉันอับอายจนหน้าแดงก่ำ ได้แต่แกล้งตายให้รู้แล้วรู้รอด เข็มน้ำเกลือถูกถอดออกไปแล้ว ข้างหูได้ยินเสียงกำชับของหมอเกี่ยวกับอาการเครียดสะสมที่เป็นสาเหตุของการล้มป่วยของฉันเสียงสวบสาบดังขึ้น แต่คนที่ยังคงแย่งพื้นที่เตียงกลับไม่ยอมไปไหน ดังนั้นฉันจึงลืมตาขึ้นอย่างเสียไม่ได้ “คุณเองก็สมควรกลับไปได้แล้ว ฉันเหนื่อย อยากพักผ่อน”เขาก้าวลงจากเตียงจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะยอมฟังฉัน เขาเดินไปที่หน้าประตูก่อนจะส่งเสียงพูดคุยกับผู้ช่วยของเขาที่ยังคงอยู่ กระทั่งฉันมองเห็นเขาเดินกลับเข้ามาพร้อมกับถาดข้าวต้มร้อนๆ“กินข้าว กินยาแล้วค่อยนอน”ฉันขมวดคิ้วมองใบหน้าเรียบเฉยของเขา “ฉันดูแลตัวเองได้”“เห็นอยู่ คุณดูแลตัวเองได้ดีมาก ขนาดตัวร้อนสามสิบเก้าองศาแต่กลับเพิ่งออกไปหายาแก้ปวดมากิน”ฉันเม้มปาก “ฉันควรจะได้นอนและพักผ่อนไปแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะ...”“ก็ได้ ผมยอมรับว่าผมรุนแรงเองพอใจหรือยัง กินข้าวกินยาก่อน แล้วผมจะไม่กวนคุณอีก เรื่องอื่นวันหลังค่อยคุย”เห็นสีหน้าของเขาแล้วฉันได้แต่จนใจจริงๆ ตกลงแล้วหลี่เหยียนเสียงเป็นคนยังไงกันแน่ สมัยเรียนฉันเห็นแต่ด้านอ่อนโยนของเขา ไม่เคยเห็นด้านเย็นชาและดึงดันดื้อรั้นมาก่อน...เ
Read More
บทที่ 2.2
“อา” ฉันเผลอส่งเสียงออกมาอย่างน่าอาย สัมผัสจากปลายนิ้วซึ่งลูบไล้ลงไปยังหน้าท้อง ทำเอาฉันเสียดวูบยังกลางกายจุมพิตพัวพันยังคงประทับลึกล้ำ เอวสอบของเขากดตรึงส่วนล่างของฉัน กระทั่งรับรู้ถึงบางอย่างที่ตื่นตัวฉันดิ้นรนดันอกแกร่งด้วยสองมือ แต่เขากลับใช้มือหนึ่งรวบข้อมือฉันขึ้นกับหัวเตียง เสียงปฏิเสธกลับถูกดูดกลืนด้วยริมฝีปากร้อน กายส่วนล่างกำลังถูกลูบไล้ด้วยมืออีกข้างฉันสบตาคมกริบเมื่อเขาผละจุมพิตออก “ได้โปรด” ฉันส่ายหน้าและขอร้องเขาด้วยดวงตาวาวหยาดน้ำ เขากดจุมพิตลงมาอีกครั้ง แผ่วเบา...ก่อนเลื่อนหน้าผากลงแนบชิด“ผมสัญญาว่าจะอ่อนโยน...นะครับ”พูดจบเขาก็กรีดปลายนิ้วลงมา ฉันรู้สึกวูบวาบเสียดเสียวจนอดไม่ได้ที่จะครางออกมาด้วยเสียงอันน่าละอายอีกครั้งภายในกายเร่าร้อนราวกับถูกแผดเผา กลางกายถูกเขาจุ่มจ้วงด้วยปลายนิ้ว แต่กลับรู้สึกซาบซ่านระคนหวามไหว โดยไม่รู้ตัวฉันกลับเผลอตอบสนองจังหวะจุ่มจ้วงทีละน้อย ทีละน้อยร่างทั้งร่างอ่อนยวบอย่างยอมจำนน จุมพิตปลอบโยนของเขาประทับลงมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อมือของฉันที่ถูกปล่อยเป็นอิสระกายส่วนล่างถูกปลายนิ้วของเขารุกเร้า อกอิ่มถูกเขาฟอนเฟ้น ร่างของฉันแอ่นหยัด เรีย
Read More
บทที่ 2.3
มือใหญ่กดลงยังจุดประสาน ฉันรับรู้ถึงแก่นกายแข็งขึงที่ขยับจ้วงลึก ช้าๆ แต่กลับหนักแน่นทุกการปะทะ หลี่เหยียนเสียงก้มลงจุมพิตฉันลึกล้ำ ทุกการโจนจ้วงเขาลืมตาขึ้นมองฉัน กดค้าง ตรึงฉันเอาไว้จนภายในสั่นระริก“อา...อีก เร็วอีก” ฉันไม่ไหวแล้วดังนั้นจึงเริ่มแอ่นกายหาเขาเขาหัวเราะเสียงเบาก่อนกระซิบ “อยากได้อะไรจ้ะทูนหัว” เขาไม่รอคำตอบแต่กลับพลิกกายฉันขึ้นทาบทับ ฉันสั่นระริกเพราะแก่นกายที่เต้นตุบจากการที่ฉันนั่งคร่อมกายแกร่งเขาดันร่างของฉันขึ้นนั่งตัวตรง มือหนึ่งกอบกุมอกอิ่ม ส่วนอีกข้างคว้าจับสะโพกของฉันเอาไว้ สะโพกสอบสอดเสยขึ้นมาเพื่อกำหนดจังหวะ ฉันวางสองมือลงยังหน้าท้องหนั่นแน่น กดเอวอ่อนตอบสนองเขาโดยไม่รู้ตัวความรัญจวนพร่าพรายแตกตัวออก มันระยิบระยับจนฉันสะท้านไปทั้งกาย ภายในเร่าร้อนเรียกร้องการปลดปล่อย ฉันได้แต่ขยับไหวพร้อมจังหวะที่มือใหญ่บีบบังคับให้บดเบียด ทั้งหมุนวนและกระทั้นกระแทก โดยมีเขาช่วยแอ่นเกร็งจากเบื้องล่างจังหวะซุกแทรกยิ่งมาก็ยิ่งเร้าใจ ฉันกายโยกคลอน ไม่แน่ใจว่าเป็นฝ่ายควบขับหรือถูกเขาบงการ รู้เพียงแต่ความเสียวซ่านที่แล่นไปทั้งกาย ทำให้ขยับไปตามสัญชาตญาณเสียงคำรามของคนเบื้องล
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status