Compartir

3 เงาของอดีต

last update Fecha de publicación: 2026-10-15 17:55:40

3

เงาของอดีต

          หวงอี้เหลียนค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน เข่าสองข้างของนางยังคงอ่อนแรงจากการคุกเข่าเป็นเวลานาน

          นางปัดฝุ่นออกจากชุดสาวใช้ประจำเรือนเพาะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเงียบเชียบ

          ‘เฮ้อ รอดตายจากการถูกตัดหัวมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่กลับต้องไปอยู่ใกล้ชิดกับเสือร้ายอย่างองค์ชายหกเนี่ยนะ ชะตากรรมของข้าทำไมมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้’

          ขณะที่ก้าวเท้าเดินตามหลังขบวนขององค์ชายหกไปยังตำหนักของเขา สายลมพัดผ่านกระทบใบหน้าเนียน ทำให้ความคิดของหวงอี้เหลียนล่องลอยย้อนกลับไปถึงอดีตชาติที่ไม่อาจลืมเลือน...

          นางคือเซียนบุปผาผู้มีหน้าที่ดูแลสวนบุปผาทิพย์ให้เบ่งบานงดงาม แต่สวรรค์กลับสร้างนางมาพร้อมกับคำสาปอันน่าอัปยศ นั่นคือดวงชะตามือดำมาตั้งแต่กำเนิด ไม่ว่าเซียนองค์ใดจะสั่งสอนวิชาการเพาะปลูกให้ รดน้ำด้วยน้ำทิพย์สวรรค์พันปี หรือใส่ปุ๋ยวิเศษล้ำค่าเพียงใด เพียงแค่รังสีจากฝ่ามือของนางกระทบเข้ากับกิ่งก้าน พืชพรรณเหล่านั้นก็พร้อมใจกันเหี่ยวเฉา เหี่ยวแห้ง และเฉาตายลงทันที

          ความลับเรื่องดวงมือฆ่าต้นไม้ถูกนางปกปิดไว้อย่างมิดชิดอยู่นานหลายร้อยปี

          จนกระทั่งวันหนึ่ง วันที่ความซวยเดินทางมาถึงอย่างแท้จริง

          วันนั้นตรงกับวันเฉลิมฉลองบำเพ็ญบารมีของเทพบุปผา ผู้เป็นใหญ่เหนือมวลพฤกษาทั้งปวง

          เทพบุปผาได้นำดอกบัวสวรรค์เก้ากลีบ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดศักดิ์สิทธิ์ และมีเพียงดอกเดียวในสามภพมาจัดแสดงในงานเลี้ยง

          หวงอี้เหลียนผู้ซึ่งทำหน้าที่เดินตรวจความเรียบร้อย เกิดซุ่มซ่ามสะดุดชายกระโปรงของตนเอง ทำให้ร่างของนางลอยไปปะทะเข้ากับกระถางดอกบัวสวรรค์เก้ากลีบอย่างจัง

          แม้ตัวนางจะไม่ได้แตะต้องมันตรงๆ แต่เพียงแค่

ฝ่ามือของนางเฉียดผ่านกิ่งก้านเพื่อประคองกระถาง

          ดอกบัวสวรรค์เก้ากลีบที่มีประกายรัศมีเจิดจรัสพลันเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ กลีบดอกร่วงกราว เหี่ยวแห้งเฉาตายลงต่อหน้าต่อตาเหล่าเทพเซียนนับร้อย

          เหตุการณ์ในวันนั้นทำเอาสวรรค์สะเทือน เทพบุปผากริ้วโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ประกาศโองการสวรรค์สาปส่งให้เซียนบุปผาหวงอี้เหลียนลงมาจุติยังโลกมนุษย์ เพื่อผ่านเคราะห์กรรมแห่งความทุกข์ทรมานเพื่อชดใช้ความผิดเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี

          และสิ่งที่น่าอนาถยิ่งกว่าการถูกสาปส่งลงมาก็คือโชคชะตาอันซุ่มซ่ามในตอนจุติ

          ตอนที่ดวงวิญญาณของนางกำลังล่องลอยลงมาจากประตูสวรรค์เพื่อเข้าสู่ร่างที่ถูกจัดเตรียมไว้ นางกลับไปโดนลมพายุสวรรค์พัดเข้าใส่จนดวงวิญญาณหมุนเคว้ง พลัดตกผิดทิศผิดทาง แทนที่จะได้เข้าไปอยู่ในร่างของบุตรีขุนนาง

ผู้สูงศักดิ์ หรือคหบดีใหญ่ตามแผนเดิม ดวงวิญญาณของนางกลับพุ่งวูบลงมาเข้าสู่ร่างของสาวใช้ผู้อาภัพในสำนักบุปผารื่นรมย์แห่งนี้

          เจ้าของร่างเดิมมีนามว่า หวงอี้เหลียนเช่นเดียวกัน นางเป็นเพียงสาวใช้ผู้ไร้ญาติขาดมิตร บิดาของนางเป็นเพียงผู้ดูแลต้นไม้ต่ำต้อยที่เพิ่งจากไปด้วยโรคเรื้อรังเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทิ้งให้นางต้องเผชิญโลกกว้างเพียงลำพังด้วยร่างกายที่อ่อนแอ โรคภัยไข้เจ็บคุกคาม บวกกับความโศกเศร้าจากการสูญเสียบิดา ทำให้สาวใช้ผู้นั้นทนความทุกข์ทรมานไม่ไหวและสิ้นใจไปอย่างเงียบๆ ในเรือนเพาะเลี้ยง และในช่วงเวลาเดียวกับที่วิญญาณเซียนของหวงอี้เหลียนพลัดตกเข้ามาพอดี

          ‘ข้ามาถึงโลกมนุษย์ก็พบว่าตนเองกลายเป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอก ร่างกายสู้คนไม่ได้ ความทรงจำเดิมก็มีเพียงน้อยนิด แถมยังมาพร้อมกับดวงชะตามือดำพิฆาตพฤกษาอันเดิมอีก’ หวงอี้เหลียนนึกถึงชะตากรรมของตนเองแล้วได้แต่น้ำตาตกใน แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว ในเมื่อสวรรค์ไม่เมตตา นางก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง

          หวงอี้เหลียนสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมสติและตั้งมั่นกับตนเองในใจ

          ‘ต่อจากนี้ไป ข้าต้องเก็บซ่อนความลับเรื่องดวงมือฆ่าต้นไม้นี้ไว้ให้มิดชิดที่สุด ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าข้าคือเซียนบุปผาตกอับ และห้ามให้มือของข้าไปแตะต้องต้นไม้ใบหญ้าต้นไหนในตำหนักขององค์ชายหกอีกเป็นอันขาด ไม่อย่างนั้นหัวหลุดออกจากบ่าแน่’

          “ถึงแล้ว” เสียงเข้มขององครักษ์ประจำตัวองค์ชายหกดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของหวงอี้เหลียน

          นางสะดุ้งเล็กน้อย พลางเงยหน้าขึ้นมองตำหนักขนาดใหญ่ตรงหน้า

          ตัวตำหนักสร้างด้วยไม้เนื้อหอมสีเข้ม บรรยากาศรอบข้างสงบเงียบ แตกต่างจากเรือนเพาะเลี้ยงที่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้

          ที่นี่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขาม มีเพียงสวนหินและต้นไผ่ไม่กี่ต้นที่ปลูกไว้ริมกำแพง

          ‘โชคดีเหลือเกินที่เรือนนี้มีแต่สวนหินกับต้นไผ่ หวังว่าดวงมือดำของข้าจะไม่ทำให้ต้นไผ่เหี่ยวตายไปอีกนะ’

          หวงอี้เหลียนคิดในใจอย่างหวาดๆ

          องค์ชายหก โม่ซือจวิ้นก้าวขึ้นไปบนตำหนัก และหันกลับมายังสาวใช้คนใหม่ที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่เบื้องล่าง

          “หวงอี้เหลียน”

          “เพคะ องค์ชาย”

          หญิงสาวรีบขานรับ น้ำเสียงอ่อนหวานนอบน้อม และเสแสร้งทำเป็นสั่นเครือเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด

          “หน้าที่ของเจ้าคือการดูแลปรนนิบัติข้าอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ยามตื่นจนถึงยามนอน จัดเตรียมอาภรณ์ ยกสำรับอาหาร และรินน้ำชา และทำทุกสิ่งตามที่ข้าสั่ง เจ้าทำได้หรือไม่” โม่ซือจวิ้นถาม สายตาจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มของนางอย่างไม่คลาดสายตา

          “หม่อมฉันทำได้เพคะ” หวงอี้เหลียนรีบตอบรับอย่างแข็งขัน พร้อมกับเดินตามไป “หม่อมฉันสัญญว่าจะตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถ จะไม่ให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย”

          ‘ขอแค่มิใช่งานปลูกต้นไม้ ต่อให้ต้องถูพื้นตำหนักร้อยรอบข้าก็ยอม’ นางคิดในใจด้วยความโล่งใจที่งานของนางไม่ต้องเกี่ยวพันกับต้นไม้ดอกไม้อีกแล้ว

          โม่ซือจวิ้นพยักหน้าช้าๆ แววตาประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อเห็นความมุ่งมั่นในดวงตากลมโตของนาง ทั้งๆ ที่เมื่อครู่นี้นางยังสั่นเทาราวกับลูกนกหวาดกลัวเสืออยู่เลย

          “ดี ช่นนั้นเริ่มงานแรกของเจ้าเดี๋ยวนี้” องค์ชายหกเอ่ยพลางชี้ไปที่โต๊ะทำงานไม้แกะสลักกลางห้อง “ยกชาถ้วยใหม่มาให้ข้า และรินชาให้ดี ห้ามหยดลงบนเอกสารของข้าแม้แต่หยดเดียว”

          “เพคะ”

          หวงอี้เหลียนก้มศีรษะรับคำสั่ง ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องทำงานขององค์ชายหกด้วยความระมัดระวัง  นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ

          แม้ภายนอกนางจะต้องรับบทเป็นสาวใช้ไร้เดียงสา และอ่อนแอ เพื่อป้องกันไม่ให้องค์ชายหกเกิดความสงสัยหรือสั่งประหารชีวิต แต่นับจากนี้ไปการรับใช้ใกล้ชิดพยัคฆ์ร้ายอย่างโม่ซือจวิ้นก็คงจะเป็นบททดสอบก้าวสำคัญในโลกมนุษย์ของนาง

          นางจะต้องรอดชีวิต และชดใช้ความผิดด้วยการเรียนรู้ชีวิตในหลากรูปแบบของมนุษย์ และหาทางกลับคืนสู่สวรรค์ให้ได้ แม้ว่านางจะมีดวงชะตามือดำที่พร้อมจะสร้างเรื่องวุ่นวายได้ทุกเมื่อก็ตาม

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ด้ายแดงของข้ามีเพียงท่าน   6 บุรุษผู้สง่างามและอ่อนโยน

    6บุรุษผู้สง่างามและอ่อนโยน หลังจากรับฟังคำชี้แจงกฎระเบียบและลำดับเวลาการทำงานยามเช้าเรียบร้อยแล้ว จางกู้เหนียงก็ปล่อยให้นางได้ไปรับสำรับเย็นที่โรงครัวของเหล่านางกำนัล บรรยากาศภายในโรงครัวยามเย็นเป็นไปอย่างคึกคัก กลิ่นหอมของอาหารและเสียงพูดคุยดังไปทั่ว หวงอี้เหลียนยกถาดอาหารที่มีเพียงข้าวต้มร้อนๆ และผัดผักธรรมดา ไปนั่งลงตรงม้านั่งที่ว่างข้างๆ นางกำนัลรุ่นราวคราวเดียวกันคนหนึ่ง ขณะที่กำลังจะพุ้ยข้าวเข้าปาก หวงอี้เหลียนก็ต้องเงี่ยหูฟัง เสียงกระซิบกระซาบของเหล่านางกำนัลโต๊ะข้างๆ ที่กำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าตื่นเต้น “พวกเจ้าได้ยินข่าวหรือยัง ม้าเร็วมารายงานว่าองค์ชายเก้ากำลังจะเสด็จกลับวังหลวงแล้วนะ” “จริงหรือ โอ๊ย...ข้าอยากเห็นพระพักตร์ขององค์ชายเก้าเหลือเกิน ครั้งก่อนที่ได้เห็นนั้น พระองค์ทรงงดงามปานเทพบุตรลงมาจุติ” “ใช่ๆ ทั้งอ่อนโยน สุภาพ แถมเวลายิ้มนะ หัวใจข้าแทบจะหลุดออกมาจากอก” หวงอี้เหลียนที่ฟังอยู่นานเกิดความสงสัยขึ้นมา นางจึงเคี้ยวข้าวในปากจนหมด แล้วหันไปสะกิดแขนหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ “แม่นา

  • ด้ายแดงของข้ามีเพียงท่าน   5 ข่าวจากม้าเร็ว

    5ข่าวจากม้าเร็ว บรรยากาศภายในห้องทำงานขององค์ชายหก โม่ซือจวิ้น กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้งหลังจากที่นางกำนัลคนใหม่ขอตัวออกไปจัดการกับแผลน้ำร้อนลวก กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษนายังคงอบอวลไปทั่ว ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ทอดสายตามองม้วนเอกสารราชการบนโต๊ะ ทว่าในหัวกลับปรากฏภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของหวงอี้เหลียนขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม ทว่าความเงียบสงบนั้นคงอยู่ได้เพียงชั่วครู่... เสียงก้าวเท้าอันเร่งร้อนและหนักแน่นของทหารองครักษ์ก็ดังก้องเข้ามาตามระเบียงทางเดิน ทำลายความเงียบลงในทันที “ทูลองค์ชายหก มีรายงานด่วนจากม้าเร็วพ่ะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์นายหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูห้อง พลางค้อมศีรษะทำความเคารพ โม่ซือจวิ้นละสายตาจากเอกสาร ปรับสีหน้ากลับมาเรียบตึงและสุขุมลุ่มลึกดังเดิมอย่างรวดเร็ว “ว่ามา” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งการ “ม้าเร็วแจ้งข่าวว่า องค์ชายเก้า โม่ซื่อซวน บัดนี้ทรงเสร็จสิ้นการประพาสต่างเมือง และกำลังเดินทางกลับคืนสู่วังหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ คาดว่าขบวนเดินทางจะมาถึงประตูเมืองหลวงภายในเร็ววันนี้

  • ด้ายแดงของข้ามีเพียงท่าน   4 นางกำนัลข้างกาย

    4 นางกำนัลข้างกาย บรรยากาศภายในห้องทำงานขององค์ชายหก โม่ซือจวิ้น เงียบสงบจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงสายลมพัดใบไผ่สั่นไหวอยู่ภายนอก กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาอบอวลไปทั่ว ช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ทว่าสำหรับหวงอี้เหลียนแล้ว บรรยากาศเช่นนี้กลับตึงเครียดไม่ต่างอันใดจากลานประหาร นางกำนัลคนใหม่ค่อยๆ ก้าวเท้าอย่างแผ่วเบาเข้ามาภายในห้อง มือสองข้างประคองถาดไม้แกะสลักที่มีกาน้ำชาดินเผาและถ้วยกระเบื้องเนื้อดีวางอยู่ ‘ตั้งสติไว้ หวงอี้เหลียน บนสวรรค์เจ้าเคยรินน้ำทิพย์ถวายองค์เง็กเซียนมาแล้ว นับประสาอะไรกับกาน้ำชาบนโลกมนุษย์’ นางให้กำลังใจตนเองในใจ ทว่าเรือนกายมนุษย์อันอ่อนแอนี้กลับไม่อาจควบคุมได้ดังใจคิด นางก้าวเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานไม้เนื้อหอมตัวใหญ่ ที่ซึ่งองค์ชายหกกำลังนั่งตรวจงานราชการอย่างเคร่งเครียด สายตาคมกริบของเขายังคงจดจ่ออยู่กับอักษรบนแผ่นกระดาษ แต่สัมผัสอันฉับไวกลับรับรู้ถึงการมาเยือนของสตรีร่างเล็กได้เป็นอย่างดี หวงอี้เหลียนค่อยๆ วางถาดลงบนมุมโต๊ะด้วยความระมัดระวังเป็นที่สุด ทว่ามือเจ้ากรรมกลับสั่นเทาเล็กน้อย จนกาน้ำชาไปกระทบ

  • ด้ายแดงของข้ามีเพียงท่าน   3 เงาของอดีต

    3เงาของอดีต หวงอี้เหลียนค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน เข่าสองข้างของนางยังคงอ่อนแรงจากการคุกเข่าเป็นเวลานาน นางปัดฝุ่นออกจากชุดสาวใช้ประจำเรือนเพาะ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเงียบเชียบ ‘เฮ้อ รอดตายจากการถูกตัดหัวมาได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่กลับต้องไปอยู่ใกล้ชิดกับเสือร้ายอย่างองค์ชายหกเนี่ยนะ ชะตากรรมของข้าทำไมมันถึงได้วุ่นวายขนาดนี้’ ขณะที่ก้าวเท้าเดินตามหลังขบวนขององค์ชายหกไปยังตำหนักของเขา สายลมพัดผ่านกระทบใบหน้าเนียน ทำให้ความคิดของหวงอี้เหลียนล่องลอยย้อนกลับไปถึงอดีตชาติที่ไม่อาจลืมเลือน... นางคือเซียนบุปผาผู้มีหน้าที่ดูแลสวนบุปผาทิพย์ให้เบ่งบานงดงาม แต่สวรรค์กลับสร้างนางมาพร้อมกับคำสาปอันน่าอัปยศ นั่นคือดวงชะตามือดำมาตั้งแต่กำเนิด ไม่ว่าเซียนองค์ใดจะสั่งสอนวิชาการเพาะปลูกให้ รดน้ำด้วยน้ำทิพย์สวรรค์พันปี หรือใส่ปุ๋ยวิเศษล้ำค่าเพียงใด เพียงแค่รังสีจากฝ่ามือของนางกระทบเข้ากับกิ่งก้าน พืชพรรณเหล่านั้นก็พร้อมใจกันเหี่ยวเฉา เหี่ยวแห้ง และเฉาตายลงทันที ความลับเรื่องดวงมือฆ่าต้นไม้ถูกนางปกปิดไว้อย่างมิดชิดอยู่นานหลายร้อยปี จนกระ

  • ด้ายแดงของข้ามีเพียงท่าน   2 ข้ายังไม่อยากตาย

    2ข้ายังไม่อยากตาย ‘หน็อยแน่ะ! ไม่คิดแม้แต่จะไต่สวนเลยหรือไงเจ้าคนใจดำ’ หวงอี้เหลียนกรีดร้องในใจ แต่เบื้องหน้านางกลับทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ หยาดน้ำตาเม็ดโตร่วงตกลงมาจากดวงตากลมโตประดุจหยดน้ำค้างบนกลีบบัว ใบหน้าเนียนใสจิ้มลิ้มสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำชื้นไปด้วยน้ำตาจ้องมองตรงไปยังดวงตาเย็นชาขององค์ชายหก สายตาที่นางส่งไปนั้นเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ ความงุนงง และความอ้อนวอนอันเงียบเชียบ ราวกับลูกหมาตัวน้อยที่กำลังจะถูกเจ้าของทอดทิ้งโดยที่มันไม่ได้ทำความผิดใดๆ ริมฝีปากบางสั่นระริก นางเอ่ยเสียงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม “องค์ชาย...หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนี้จริงๆ เพคะ” หยาดน้ำตาไหลพรากหยดลงบนแก้มเนียนอย่างเหมาะเจาะ ภาพของสตรีร่างเล็กที่ดูไร้ทางสู้ คุกเข่าอยู่ท่ามกลางซากดอกไม้ที่โรยรา โดยมีดวงตาฉ่ำน้ำจ้องมองเขาด้วยความจงรักภักดีและอ้อนวอนอย่างสุดหัวใจ “องค์ชาย หม่อมฉันสมควรตายเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉัน...” โม่ซือจวิ้นชะงักงันไปครู่หนึ่ง มือของ

  • ด้ายแดงของข้ามีเพียงท่าน   1  ตื่นขึ้นกลางดงบุปผาโรยรา

    1ตื่นขึ้นกลางดงบุปผาโรยรา กลิ่นหอมหวานอบอวลของมวลบุปผาที่เคยล่องลอยอยู่ในอากาศบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นจางๆ ของสายลมเย็นและกลิ่นของใบไม้แห้ง หวงอี้เหลียน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เปลือกตาของนางหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยก้อนหิน ร่างกายทุกส่วนปวดร้าวสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งผ่านการถูกจับโยนลงมาจากยอดเขาสูงตระหง่าน นางสูดหายใจเข้าลึกๆ หวังจะเรียกสติของตนเอง แต่แล้วความอบอุ่นของแสงแดดยามเช้าที่กระทบใบหน้าก็ไม่อาจช่วยบรรเทาความหนาวยะเยือกที่เริ่มเกาะกินหัวใจ นางยันกายลุกขึ้นนั่งบนพื้นดินร่วนซุย ปัดฝุ่นผงออกจากอาภรณ์เนื้อหยาบของสาวใช้ประจำเรือนเพาะเลี้ยงแห่งสำนักบุปผารื่นรมย์ พร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ เพื่อสำรวจสถานที่ที่นางจำต้องมาอาศัยอยู่เพื่อรับเคราะห์กรรม แต่แล้วสายตาของนางก็ไปสะดุดเข้ากับกระถางหินอ่อนสีขาวที่เรียงรายอยู่ตรงหน้า... ดวงตากลมโตของหวงอี้เหลียนขยายกว้างขึ้น ใบหน้าที่เคยมีสีเลือดฝาดพลันถอดสีจนขาวซีดราวกับกระดาษ ความอ่อนล้าเมื่อครู่หายไปเป็นปลิดทิ้ง ถูกแทนที่ด้วยความตกใจสุดขีดที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status