INICIAR SESIÓNอย่างน้อยตอนนี้ลูกก็ไปโรงเรียนแล้ว เธอมีเวลาทำงานบ้านกับงานเสริมได้มากขึ้นอีกนิดหน่อย
เธอนึกคำพูดของลูกแล้วก็อยากให้เขากลับบ้านเร็วกว่านี้อีกหน่อย เขาจะได้ใช้เวลาอยู่กับลูก
เวลาที่ปัญญ์บ่นหรือโมโหสิ่งที่เธอทำได้เพียงบอกกับตัวเองว่า...งานเขาคงเครียดมาก
คำปลอบใจที่ณดาบอกกับตัวเอง เธอจึงไม่คิดโกรธเคือง รู้ว่าการใช้ชีวิตคู่มันต้องอดทน เธอยังจำได้ดีวันที่เขาบอกรัก วันที่เขาขอแต่งงาน
วันที่เราได้ย้ายเข้าอยู่บ้านหลังนี้และวันที่เธอท้อง
คิดถึงตรงนี้ณดาก็ยิ้มกับภาพในอดีต แม้จะผ่านมานานแล้วแต่มันก็ยังชัดในความทรงจำของเธอ ความสุขของเธอเวลานี้มีเพียงความทรงจำในอดีตกับลูกในปัจจุบัน
เสียงรถเขา....
ณดายิ้มพร้อมกับรีบกระชับเสื้อคลุมซึ่งภายในเธอใส่เพียงชุดนอนไม่ได้นอน ชุดนี้เธอเพิ่งซื้อวันนี้ โชติกาซึ่งเป็นเพื่อนรักของเธอบอกว่า ใส่ชุดนี้ยั่วแฟนได้ผลทุกครั้ง
ณดาเข้าใจอารมณ์ของผู้ชายหากเขาไม่ได้ปลดปล่อยเขาก็คงอึดอัดและอารมณ์เสียเป็นธรรมดา เธอทำหน้าที่แม่ได้ดี แต่หน้าที่เมียเธอบกพร่องไม่น้อย นึกตำหนิตัวเองทุกครั้งเมื่อคิดถึงหน้าที่บนเตียง
ประตูรั้วอัตโนมัติเปิดและปิดลงแล้ว แต่ปัญญ์ยังไม่ลงจากรถ เธอรอนานหลายนาทีกว่าเขาจะลงจากรถ เธอยืนรอเขาที่ประตูเล็กซึ่งเชื่อมกับโรงจอดรถ
ทันทีที่เห็นเธอปัญญ์ตกใจ เขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“ทำไมยังไม่นอน” ปกติเวลานี้เธอนอนพร้อมลูกไปแล้วเพราะต้องตื่นช่วงตีสองเพื่อปั๊มนมให้ลูก
“ณดารอพี่ปัญญ์ค่ะ หนูช่วยนะคะ เหนื่อยไหมคะ”
“ไม่ต้อง ไปนอนเถอะ ฉันจะขึ้นห้องแล้ว อยากนอนเหนื่อยจะแย่แล้ว” นอกจากไม่ให้เธอช่วยถือของเขายังรีบเดินขึ้นชั้นบนของบ้าน ราวกับว่ากลัวเธอจะชวนเขาพูดคุย
น้ำเสียง ท่าทางและสายตาของเขาทำราวกับว่ารังเกียจเธอ อยู่ ๆ น้ำตาก็รื้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอปาดมันทิ้งพร้อมกับยิ้มเพื่อให้กำลังใจตัวเอง เขาคงเหนื่อย
จากนั้นเธอก็ล็อกบ้าน สำรวจความเรียบร้อยรอบบ้าน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอจึงเดินเข้าห้องนอนของเธอกับลูก ลูกสาวตัวน้อยยังคงนอนอยู่บนที่นอนขนาดหกฟุตซึ่งไม่มีเตียง ด้วยกลัวว่าลูกจะตกเตียงเธอจึงเลือกนอนกับพื้นแทน
หยิบชุดนอนปกติแขนยาวขายาวติดมือเข้าห้องน้ำไปด้วย ต้องอาบน้ำอีกรอบก่อนจะเข้านอนกับลูก เพราะเวลานี้เธอฉีดน้ำหอม
ณดามองภาพผู้หญิงที่เปลือยเปล่าในกระจก หน้าอกของเธอใหญ่เกินตัว คงเพราะเธอยังให้ลูกดูดนมจากอก น้ำนมยังคงคัดและเต้าก็จะใหญ่กว่าปกติ
เอวของเธอยังคงหนาไม่ได้ผอมบางดั่งเช่นสาว ๆ ใบหน้าเองก็โทรมลงไปไม่น้อย เพราะตอนท้องเธอไม่ได้ใช้เครื่องสำอางอะไรเลย สิวขึ้นเต็มใบหน้าของเธอ ซึ่งเวลานี้มันยังทิ้งรอยและยังมีสิวเม็ดใหม่ ๆ ขึ้นมาอยู่บ้างประปราย
ลูกยังกินนมจากอกเธอไม่กล้าใช้เครื่องสำอางอะไรเลยกลัวว่าจะมีผลกับลูก อีกอย่างเธอไม่มีเงินเหลือพอสำหรับของพวกนั้น ของที่เวลานี้เธอคิดว่ามันคือของฟุ่มเฟือย
ท้องเธอไม่แตกลาย แต่ต้นขาถ้าใช้มือลูบก็จะรู้สึกว่ามันมีรอยแตกเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น
เธอไม่สวยเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะแบบนี้หรือเปล่าความปรารถนาที่ปัญญ์เคยมีให้เธอมันจึงจืดจางไป
ไม่หรอก...เขาแค่ทำงานหนัก เขาทำทุกอย่างก็เพื่อครอบครัวของเรา เพื่ออนาคตของลูก เพื่อแก้วตาดวงใจของเราสองคน
เมื่อไล่ความคิดเลื่อนเปื้อนออกไปแล้ว ณดาก็เข้าไปอาบน้ำ ใช้สบู่เด็กถูตัวสองรอบกว่าน้ำหอมกลิ่นโปรดของปัญญ์จะจางหาย
“อ้าว ผมเปียกด้วย” จะใช้ไดร์เป่าผมก็กลัวว่าจะเสียงดังทำให้ลูกตื่น จะออกไปเป่าข้างนอกก็กลัวว่าจะรบกวนปัญญ์ สุดท้ายเธอจึงเลือกใช้ทิชชูค่อย ๆ ซับน้ำออกให้มันหายชื้นเปิดพัดลมเป่าผมอยู่นานกว่าจะแห้ง จากนั้นเธอก็รีบปั๊มนมให้ลูกเพราะเวลานี้จะตีหนึ่งแล้ว ปั๊มนมเสร็จก็น่าจะได้เวลาลูกตื่นกินนม
นอนอีกสักงีบก็คงต้องรีบตื่นทำกับข้าวให้ปัญญ์ เขาต้องออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงครึ่ง บางครั้งเธอก็ต้องทำข้าวกล่องให้เขาไปกินระหว่างทางพวกสลัดโรลหรือไม่ก็แซนด์วิช
ส่งปัญญ์ไปทำงานแล้ว ก็ต้องรีบกลับมาทำกับข้าวให้ลูกสาว เวลานี้ญารินดาเริ่มกินข้าวเป็นอาหารหลักแล้ว เธอต้องทำกับข้าวให้ลูกทุกวัน เพื่อความใหม่สดเสมอ
พอลูกตื่นก็ต้องพาลูกอาบน้ำแต่งตัวแล้วกินข้าวเช้า จากนั้นก็ต้องรีบพาลูกไปโรงเรียน ดีที่ว่าโรงเรียนของลูกไม่ไกลจากบ้าน ตอนที่ซื้อบ้านหลังนี้เราคิดไว้แล้วเรื่องที่เรียนของลูก
ชีวิตแม่บ้านยุ่งไม่น้อยเลย แต่จะบ่นว่าเหนื่อยก็ไม่ได้ คนออกไปทำงานนอกบ้านมักชิงบ่นเสียก่อน คนที่อยู่บ้านก็ต้องเงียบไปโดยปริยาย
“ต้องบอกว่าน่าเกลียดค่ะ น้องญาริน” ป้าอ้อมเอ่ยแย้ง“น้องน่ารัก ทำไมต้องบอกว่าน่าเกลียดคะ” พี่สาวไม่เข้าใจ น้องเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมป้าอ้อมถึงได้บอกว่าน้องน่าเกลียด“คนโบราณว่าถ้าบอกว่าน่ารักจะมีคนมาขโมยน้องค่ะ”“ใครมาขโมยน้อง พ่อจ๋าแจ้งตำรวจเร็วจะมีคนมาขโมยน้อง” ญารินดาพูดเสียงดังด้วยความตกใจกลัวว่าจะมีใครมาขโมยน้อง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง“ไม่มีใครมาขโมยน้องหรอกครับ” ปัญญ์ลูบผมลูกสาว ยิ้มกับความหวงน้อง“จริงเหรอคะป้าอ้อม”“จ้าไม่มีค่ะ คุณหนูปุญญ์น่าชังจังเลย” ว่าแล้วแม่บ้านที่ช่วยเลี้ยงญารินดาก็ใช้มือเขี่ยข้างแก้มของคุณหนูคนใหม่เล่นเด็กอ้วนที่เพิ่งเกิดทำปากจิ๊บจั๊บจากนั้นก็ร้องโวยวายคงเพราะหิวนม ปัญญ์อุ้มลูกชายมาหาเมียให้เธอพาเจ้าลูกชายเข้าเต้าเขามองภาพนี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกตั้งแต่ตลอด ไม่มีโอกาสเห็นลูกดูดนมจากเต้าเช่นนี้ ชาตินี้เขาได้เห็นมันแล้ว คุณงามความดีที่เขาได้เป็นหนึ่งในการปกป้องแผ่นดินคงส่งผลให้เขาได้สมหวังเช่นนี้สามวันต่อมาเด็กชายปุญญ์ก็ได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของผู้เป็นพ่อทุกวันนี้หลังจากส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะรีบกลับบ้านม
พวกเขาให้เงินเธอมากมายแต่เงินพวกนั้นพิมมาดากลับหมดไปกับยาเสพติดและการพนัน ชีวิตเธอถลำลึกไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชาของเธอคือความเกลียดชังเธอเกลียดปัญญ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เกลียดที่เขาเคยให้ความหวังและพังมันด้วยมือเขาเองเกลียดณดาถ้าไม่มีมัน ชีวิตเธอคงไม่ตกต่ำเช่นนี้ เกลียดเสี่ยตั้มที่เขาพาเธอไปเป็นเมียน้อยในบ้าน ให้เมียหลวงกดขี่ข่มเหงเธอราวกับทาส อีแก่นั่นมันใช้ให้เธอทำงานลงบัญชีค่าเช่า เก็บเงินที่แผงตลาด ให้แม่ค้าพวกนั้นตราหน้าเธอว่าเป็นเมียน้อยเกลียดขจรที่มันพาเธอมาแผ่นดินนี้ เกลียดที่มันมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เกลียดไอ้จีนเทาที่มันสอนให้เธอเสพยา สอนให้เธอขาดผู้ชายไม่ได้เพราะยาที่มันให้เธอกินทุกครั้งก่อนจะรับงานเกลียดโลกใบนี้ที่ไม่เคยยุติธรรมสำหรับเธอเลยพิมมาดาจะรู้หรือไม่ว่าในขณะที่เธอรับกรรมอยู่บนโลกใบนี้ ในนรกวิญญาณของคำปันเองก็รับโทษอยู่เช่นเดียวกัน กระทะทองแดงกับต้นงิ้วที่ใครต่อใครพูดเล่นว่าหนามมันคงเตียนหมดแล้วเพราะคนปีนเยอะ หากแต่ในนรกจริง ๆ นั้นหนามของมันยังคงแหลมคมและสร้างความเจ็บปวดให้ทุกดวงวิญญาณที่ทำผิดบาปเช่นที่เคยเป็นมาทั้งพิมมาดาและคำปันได้
บทที่ 40 หากเรื่องให้กูจนได้“อะไรนะ!!” เสียงตวัดของเสี่ยตั้มดังลั่นห้องเมื่อได้ยินว่าลูกน้องเขาโดนจับ“ไอ้ไผ่กับไอ้ศรโดนจับครับนาย” ไอ้บอยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยตั้มวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวร้ายกับผู้เป็นนาย เมื่อไอ้สองตัวที่โดนจับโทรมาบอก“มันโดนจับเรื่องห่าอะไรวะ” ถึงจะเป็นนักเลงแต่คนอย่างเสี่ยตั้มก็ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย ค้ายา เว็บพนันหรือแม้แต่ทำร้ายใครเขาไม่เคยทำ“พยายามฆ่าครับ” คำบอกเล่าของลูกน้องนั่นยิ่งทำให้เสี่ยตั้มขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าใคร“มันจะฆ่าใคร” เสี่ยตั้มถามอย่างสงสัย เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ได้สอนให้ไปฆ่าแกงใคร ทำไมไอ้สองคนนั่นมันถึงได้กล้า“ชู้ของคุณพิมครับ” คำพูดนั้นทำให้เสี่ยตั้มยิ่งขมวดคิ้ว ชู้ของพิมมาดาคือใคร“เอ่อ จะเรียกว่าเมียของชู้เธอถึงจะถูกครับ ไอ้พวกนั้นรับสารภาพว่าคุณพิมจ้างยิงเมียหลวงของชู้เก่าครับ” นั่นยิ่งทำให้หัวของเสี่ยตั้มปวดตุบ ๆ“กูก็บอกมึงแล้ว ว่าแม่นั่นหูตามันแพรวพราว ไว้ใจไม่ได้ คนใจคด” เสียงของคนที่นอนให้เสี่ยตั้มนวดพูดขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เสี่ยตั้มนวดให้ก็คือเมียตีทะเบียนของเขาเอง เป็นเมียที่อยู่กินกันมาหลายปีตั้งแต่ทั้งส
จนกระทั่งได้ยินเสียงรฐานั่นแหละ ทั้งปัญญ์และณดาจึงรู้ว่าที่แท้ภิชย์ก็มารอรฐา“พี่ภิชย์จะจริงใจกับรฐาไหมเนี่ย ถ้าหลอกเพื่อนณดานะ โดนดีแน่”“โอ๊ย ตีมือพี่ทำไม”“อย่าล้วงสิคะ” จับบีบเคล้นเธอไม่ว่า แต่นี่ปัญญ์เริ่มล้วงเข้าข้างในแล้วไม่ให้เธอตีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็ทำได้ไม่แปลกหรอกแต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกฟ้าแลบ เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร บัดสี“ก็มันอยาก”“พี่เพิ่งเสร็จเองนะคะ” ณดาเอ่ยแย้ง“พี่กลัว” เขากอดเธอแน่นขึ้น“กลัวอะไรคะ”“กลัวตาย กลัวเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรารู้วันเกิดก็จริงแต่เราไม่รู้วันตายเลย พี่อยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากับเธอ”“พี่ปัญญ์ อื้อ” ณดาอยากจะก่นด่าตัวเองที่หลงเพ้อกับคำหวาน รู้ตัวอีกทีไม่ใช่มือที่ล้วงร่องเธอหากแต่เป็นท่อนความใหญ่ยาวที่เสียบเข้ามาจนสุดทาง“พี่อยากอยู่ในตัวเธออย่างนี้ทุก ๆ วันเช้าค่ำ” เสียงปัญญ์แหบพร่าด้วยความต้องการ ส่วนคนที่เวลานี้ผัวรักผัวหลงอย่างหนักก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนหงายอยู่บนตัวเขาไม่กล้าครางเสียงดังด้วยกลัวว่าคนที่เดินเล่นริมทะเลจะได้ยินณดาคงกังวลเกินไปเพราะสองหนุ่มสาวที่เดินเล่นริมทะเลเดินเลยไปไกลในจุดที่ลับตาคนและกำลังจูบกันอย่างดูดดื
“กำลังใจยังไงคุณ” รฐาเอ่ยถามเธอเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามและยังไม่ทันได้ทำอะไร ร่างของรฐาก็โดนแรงกระโจนจากด้านหลังทำให้ร่างของรฐาโผเข้าหาภิชย์ ทั้งคู่จมไปในน้ำด้วยกันโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ได้แกล้งลุงกับป้าใต้น้ำที่ทุกคนเห็นไม่ชัดเพียงเสี้ยววินาที ภิชย์ใช้มือประคองใบหน้างามและใช้ปากเขาแนบกับปากเธอ แม้ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้นรฐาก็ทั้งตกใจและเขินอายจนต้องรีบขึ้นจากน้ำจะด่าเขาก็ไม่ได้เดี๋ยวหลานได้ยิน ได้แต่คาดโทษเขาทางสายตา“เดี๋ยวโดน” เธอว่าเสียงเบา ทนายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไป“อยากโดนจะแย่”หลังจากพาเด็กหญิงญารินดาที่เล่นน้ำจนหนำใจขึ้นไปนอนห้องข้างบนปัญญ์เล่านิทานเพียงครึ่งเรื่องลูกสาวตัวน้อยก็หลับไม่รู้เรื่อง เขาจึงเดินลงมายังชั้นล่างที่ทั้งสามนั่งจิบไวน์แดงกันก่อนเข้านอน“อาจารย์ตำรวจได้ตัวคนร้ายแล้วนะครับ” ทันทีที่ปัญญ์ลงบันไดมาภิชย์ก็รีบรายงานเรื่องที่ตำรวจเจ้าของคดีเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“ใคร”“มันเป็นคนของเสี่ยตั้ม ได้ยินว่าเป็นเจ้าของตลาดแถวลาดกระบังครับ” คำบอกเล่าของภิชย์ยิ่งทำให้ปัญญ์ขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักไอ้เสี่ย
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมชวนคุณรฐากลับด้วยดีกว่า” ภิชย์รีบปฏิเสธที่จะอยู่ต่อให้เขากลับเลยก็ดี ปล่อยให้ทั้งสองได้สวีตกัน ส่วนเขาจะได้ชวนสาวแวะค้างพัทยาสักคืนเมื่อทั้งสามกลับมายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทั้งรฐากับญารินดากำลังเล่นถักเปียให้กันอยู่โดยที่ผู้เป็นคุณป้านั่งให้หลานถักเปียทั้งที่ยังทำไม่เป็น ผมทั้งหัวจึงยุ่งจนดูไม่ได้“แม่จ๋า พี่รฐาสวยไหมคะ”“หืม ทำไมเรียกป้าฐาว่าอย่างงั้นละลูก”“ก็ป้าบอกว่าถ้าเรียกพี่จะให้เล่นผม” เด็กหญิงตัวจ้อยยิ้มแฉ่งตอบ ส่วนคนเป็นป้าแต่อยากให้เรียกพี่ก็หลิ่วตาให้เพื่อนรัก“รฐาค้างที่นี่ไหม” คำถามของณดาทำให้เพื่อนมองเลยเพื่อนไปยังคนหลังสุดที่กำลังส่ายหัวให้เธอปฏิเสธ“ไม่ละแก ฉันว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีนัดกับโชมันน่ะ” เอาเพื่อนอีกคนมาอ้างนี่แหละง่ายสุด “แง ไม่ให้ป้าฐากลับ” เด็กหญิงญารินดากระโดดกอดคอผู้เป็นป้าไว้แน่นไม่ยอมให้กลับ สายตาของทนายหนุ่มใหญ่กับป้าฐาสบกันทันที เมื่อรู้ว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา“งั้นก็ค้างที่นี่กันสักคืนดีไหม ไหน ๆ บ้านนี้ก็มีห้องตั้งเยอะ” เมื่อลูกสาวร้องไห้ ปัญญ์ผู้ตามใจลูกสาวจึงหันไปทางภิชย์เพื่อขอความช่วยเหลือภิชย์ถอนหายใจสุดท้ายก็ยอ







