INICIAR SESIÓN“พี่ปัญญ์น่าจะมีคนอื่น” ณดาเลือกที่จะไม่โกหกเพื่อน เธอกับโชติการู้จักกันมานาน รู้จักก่อนปัญญ์เสียด้วยซ้ำ
“What???” โชติกาอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน
“อืม น่าจะสักพักแล้ว” ณดาพยักหน้ายืนยันกับเพื่อน ก่อนจะเปิดหลักฐานให้เพื่อนดู ไม่ว่าจะรอยเปื้อน ไม่ว่าจะลิปสติกหรือแม้แต่เรื่องถุงยางอนามัยเธอก็เล่าให้โชติกาฟัง
“เหี้ยมาก! เลิกกับมันเลย” โชติกาเอ่ยอย่างโมโห
“เลิกแล้วเรากับลูกจะทำยังไง เรากัดก้อนเกลือกินได้ อดได้ แต่ลูกไม่ได้นะแก” ความจริงที่ณดาพูดออกมาทำให้โชติกาชะงัก นั่นสินะ เพื่อนเธอยังคงต้องพึ่งเงินจากผู้ชายคนนั้น
“แล้วแกจะทำยังไง” โชติกาเอ่ยถามด้วยเสียงแผ่วเบา สงสารเพื่อนจับใจ
“คงต้องรอ” ณดาเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ไหล่ของเธององุ้มลงอย่างคนที่สิ้นหวัง
“แกจะรออะไร รอให้พวกมันเลิกกันเหรอ” โชติกาถามอย่างเสียอารมณ์
“รอให้เราแข็งแรงกว่านี้ แล้วเรานี่แหละจะเป็นคนเลิกกับพี่ปัญญ์ แต่เราจะไม่ยอมเสียสิ่งที่เป็นของเราหรอกนะโช สิ่งที่เป็นของเรา เป็นของลูกเรา เราจะรักษามันไว้ เราจะไม่ยอมให้ผู้หญิงคนนั้นมาแย่งไปหรอก”
เวลานี้ความรักความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับปัญญ์ไม่มีความหมายอีกแล้ว สิ่งที่มีความหมายและมีพลังคือเงินและความมั่นคงของลูก เธอจะไม่ยอมให้ใครไม่รู้มาชุบมือเปิบแย่งสิ่งที่ควรเป็นของเธอและลูกไปได้ง่าย ๆ แน่
“ฟ้องชู้เลยแก เก็บหลักฐานให้แน่น”
“ฉันทำแน่โช เพียงแต่เวลานี้ฉันต้องอดทน แกช่วยหางานให้ฉันหน่อยนะ” โชติกาเองก็จบสายงานเดียวกับเธอ แต่เพราะเพื่อนผันตัวเองทำงานฝ่ายขายจึงไม่ได้จับงานออกแบบ
“เดี๋ยวฉันหาลูกค้าใหญ่ ๆ ให้ แม่งโคตรเจ็บใจอะณดา แกกับพี่ปัญญ์กว่าจะมีวันนี้ไม่ง่ายเลย สร้างจากศูนย์มาด้วยกัน แต่พอมีกินมีใช้กลับนอกใจแก”
โชติกายิ่งคิดยิ่งโมโห ด้วยที่เห็นตั้งแต่ทั้งสองก่อร่างสร้างตัวมาด้วยกัน ไม่คิดว่าคนเราเมื่อประสบความสำเร็จแล้วจะเลือกนอกใจคู่ชีวิตที่โอบอุ้มมาด้วยกัน
“เขาถึงบอกว่าดูผู้ชายให้ดูตอนสบายไงแก” ณดาพูดอย่างติดตลกทั้งที่มันไม่ตลกเลย
ใครไม่เจอกับตัวไม่มีทางรู้หรอกว่าความรู้สึกแตกสลายเพราะคนรักนอกใจเป็นอย่างไร เจ็บเจียนตาย หายใจไม่ออก ไม่อยากมองแม้แต่หน้าของอีกฝ่ายแต่ก็ต้องฝืนยิ้มเพียงเพราะอยากจะรักษาครอบครัวไว้
เดือนแรกผ่านไปด้วยความทุกข์ตรม หากแต่เดือนที่สองความชินชาของณดาเริ่มทำงานได้ดีขึ้น นอกจากลิปสติกแล้วคู่ขาของปัญญ์ยังทิ้งยางรัดผม กิ๊บติดผมไว้ในรถแทบทุกสัปดาห์ ซึ่งเธอก็ได้แต่เก็บออกจากรถเขาเงียบ ๆ
ปัญญ์จะรู้หรือไม่ว่าคู่ขาของเขาพยายามเหลือเกินที่จะแสดงตัวกับเธอ จนกระทั่งเข้าเดือนที่สาม วันหนึ่งในตอนสายของวันศุกร์ อยู่ ๆ ก็มีเอกสารส่งมาถึงบ้าน
เธอไม่เห็นคนส่งแต่เมื่อไล่ดูจากกล้องวงจรปิดจึงรู้ว่าเป็นพนักงานไรเดอร์ขับรถเพื่อมาเสียบซองนั้นไว้หน้าประตูบ้าน
เธอเปิดมันออกดูเป็นภาพของปัญญ์กับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเบลอหน้าไว้ ภาพที่ทั้งสองไปเที่ยวด้วยกัน ภาพที่ทั้งสองนอนกอดกัน รอยยิ้มของปัญญ์ที่ก่อนหน้านี้เคยเป็นของเธอ เวลานี้เขากลับยิ้มให้ใครคนอื่น
ณดาเก็บภาพพวกนั้นลงกล่องเก็บของซึ่งเป็นกล่องเดียวกับพวกหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นพยายามแสดงตัวให้เธอรู้ว่าปัญญ์มีใครอีกคนที่ไม่ใช่เธอคนเดียว
แต่ณดาไม่แคร์ เธอใช้เวลาในตอนกลางคืนที่ลูกหลับออกแบบบ้านแบบต่าง ๆ ลงขายในอินเทอร์เน็ตต่อไป ถ้ามีงานของลูกค้าเธอก็จะใช้เวลาทำเพียงไม่นาน
งานบ้านเธอเจียดเงินที่ได้จากปัญญ์มาจ่าย ของใช้ที่เป็นของลูกเธอจะเก็บใบเสร็จไว้หมดขอเบิกจากเขา เงินของเธอ เธอเก็บไว้ทุกบาททุกสตางค์
ณดาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครกันที่จะทนได้ระหว่าง เธอ ปัญญ์หรือผู้หญิงคนนั้น
เช้าวันจันทร์แสนสดใส
“คุณแม่น้องญารินผอมลงหรือเปล่าคะ” ผู้ปกครองที่เห็นหน้ากันเป็นประจำเอ่ยทักณดา ในเช้าวันเปิดเทอมของเด็ก ๆ ใช่เธอผอมลงแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไร แต่เพราะวันนี้แต่งตัวด้วยสีดำทำให้ผอมลงกว่าทุกวัน
หลังจากส่งลูกแล้ว ณดาขับรถตรงไปยังบริษัทซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่ได้มาที่นี่นานแล้ว น่าจะสี่ปีเกือบห้าปีหลังจากตั้งครรภ์ได้เพียงสิบสัปดาห์เธอก็แพ้ท้องหนักจึงเลือกจะอยู่บ้านแทนการมาทำงาน
แต่เพราะเธอเป็นหนึ่งในเจ้าของบริษัทย่อมมีบัตรผ่านขึ้นตึกอย่างสบาย ๆ ในเมื่อคนของปัญญ์อยากแสดงตัวนักใช่ไหม ได้เธอนี่แหละจะมาแสดงตัวกับเธอเช่นกัน
“คุณณดา” ขอบคุณที่ยังมีพนักงานที่จำเธอได้ พี่แม่บ้านของบริษัท
“สวัสดีค่ะ ป้าอ้อย” ณดายกมือขึ้นไหว้หญิงสาวที่เธอรู้จักดี เจ้าของบริษัทอีกคน เป็นภรรยาของคุณปัญญ์ ไม่เห็นหน้าหลายปี แม่บ้านสูงวัยคิดว่าทั้งสองเลิกรากันแล้ว
“ต้องบอกว่าน่าเกลียดค่ะ น้องญาริน” ป้าอ้อมเอ่ยแย้ง“น้องน่ารัก ทำไมต้องบอกว่าน่าเกลียดคะ” พี่สาวไม่เข้าใจ น้องเธอน่ารักขนาดนี้ทำไมป้าอ้อมถึงได้บอกว่าน้องน่าเกลียด“คนโบราณว่าถ้าบอกว่าน่ารักจะมีคนมาขโมยน้องค่ะ”“ใครมาขโมยน้อง พ่อจ๋าแจ้งตำรวจเร็วจะมีคนมาขโมยน้อง” ญารินดาพูดเสียงดังด้วยความตกใจกลัวว่าจะมีใครมาขโมยน้อง เด็กหญิงมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง“ไม่มีใครมาขโมยน้องหรอกครับ” ปัญญ์ลูบผมลูกสาว ยิ้มกับความหวงน้อง“จริงเหรอคะป้าอ้อม”“จ้าไม่มีค่ะ คุณหนูปุญญ์น่าชังจังเลย” ว่าแล้วแม่บ้านที่ช่วยเลี้ยงญารินดาก็ใช้มือเขี่ยข้างแก้มของคุณหนูคนใหม่เล่นเด็กอ้วนที่เพิ่งเกิดทำปากจิ๊บจั๊บจากนั้นก็ร้องโวยวายคงเพราะหิวนม ปัญญ์อุ้มลูกชายมาหาเมียให้เธอพาเจ้าลูกชายเข้าเต้าเขามองภาพนี้ด้วยความอิ่มเอมใจ ชาติที่แล้วเขาไม่มีโอกาสได้อุ้มลูกตั้งแต่ตลอด ไม่มีโอกาสเห็นลูกดูดนมจากเต้าเช่นนี้ ชาตินี้เขาได้เห็นมันแล้ว คุณงามความดีที่เขาได้เป็นหนึ่งในการปกป้องแผ่นดินคงส่งผลให้เขาได้สมหวังเช่นนี้สามวันต่อมาเด็กชายปุญญ์ก็ได้กลับบ้าน กิจวัตรประจำวันของผู้เป็นพ่อทุกวันนี้หลังจากส่งลูกสาวไปโรงเรียนก็จะรีบกลับบ้านม
พวกเขาให้เงินเธอมากมายแต่เงินพวกนั้นพิมมาดากลับหมดไปกับยาเสพติดและการพนัน ชีวิตเธอถลำลึกไปเรื่อย ๆ สิ่งเดียวที่ยังหล่อเลี้ยงหัวใจอันด้านชาของเธอคือความเกลียดชังเธอเกลียดปัญญ์ที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ เกลียดที่เขาเคยให้ความหวังและพังมันด้วยมือเขาเองเกลียดณดาถ้าไม่มีมัน ชีวิตเธอคงไม่ตกต่ำเช่นนี้ เกลียดเสี่ยตั้มที่เขาพาเธอไปเป็นเมียน้อยในบ้าน ให้เมียหลวงกดขี่ข่มเหงเธอราวกับทาส อีแก่นั่นมันใช้ให้เธอทำงานลงบัญชีค่าเช่า เก็บเงินที่แผงตลาด ให้แม่ค้าพวกนั้นตราหน้าเธอว่าเป็นเมียน้อยเกลียดขจรที่มันพาเธอมาแผ่นดินนี้ เกลียดที่มันมีชีวิตที่ดีกว่าเธอ เกลียดไอ้จีนเทาที่มันสอนให้เธอเสพยา สอนให้เธอขาดผู้ชายไม่ได้เพราะยาที่มันให้เธอกินทุกครั้งก่อนจะรับงานเกลียดโลกใบนี้ที่ไม่เคยยุติธรรมสำหรับเธอเลยพิมมาดาจะรู้หรือไม่ว่าในขณะที่เธอรับกรรมอยู่บนโลกใบนี้ ในนรกวิญญาณของคำปันเองก็รับโทษอยู่เช่นเดียวกัน กระทะทองแดงกับต้นงิ้วที่ใครต่อใครพูดเล่นว่าหนามมันคงเตียนหมดแล้วเพราะคนปีนเยอะ หากแต่ในนรกจริง ๆ นั้นหนามของมันยังคงแหลมคมและสร้างความเจ็บปวดให้ทุกดวงวิญญาณที่ทำผิดบาปเช่นที่เคยเป็นมาทั้งพิมมาดาและคำปันได้
บทที่ 40 หากเรื่องให้กูจนได้“อะไรนะ!!” เสียงตวัดของเสี่ยตั้มดังลั่นห้องเมื่อได้ยินว่าลูกน้องเขาโดนจับ“ไอ้ไผ่กับไอ้ศรโดนจับครับนาย” ไอ้บอยลูกน้องคนสนิทของเสี่ยตั้มวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกข่าวร้ายกับผู้เป็นนาย เมื่อไอ้สองตัวที่โดนจับโทรมาบอก“มันโดนจับเรื่องห่าอะไรวะ” ถึงจะเป็นนักเลงแต่คนอย่างเสี่ยตั้มก็ไม่ทำเรื่องผิดกฎหมาย ค้ายา เว็บพนันหรือแม้แต่ทำร้ายใครเขาไม่เคยทำ“พยายามฆ่าครับ” คำบอกเล่าของลูกน้องนั่นยิ่งทำให้เสี่ยตั้มขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เขาไม่เคยสั่งให้ลูกน้องไปฆ่าใคร“มันจะฆ่าใคร” เสี่ยตั้มถามอย่างสงสัย เขาเลี้ยงคนไว้ไม่ได้สอนให้ไปฆ่าแกงใคร ทำไมไอ้สองคนนั่นมันถึงได้กล้า“ชู้ของคุณพิมครับ” คำพูดนั้นทำให้เสี่ยตั้มยิ่งขมวดคิ้ว ชู้ของพิมมาดาคือใคร“เอ่อ จะเรียกว่าเมียของชู้เธอถึงจะถูกครับ ไอ้พวกนั้นรับสารภาพว่าคุณพิมจ้างยิงเมียหลวงของชู้เก่าครับ” นั่นยิ่งทำให้หัวของเสี่ยตั้มปวดตุบ ๆ“กูก็บอกมึงแล้ว ว่าแม่นั่นหูตามันแพรวพราว ไว้ใจไม่ได้ คนใจคด” เสียงของคนที่นอนให้เสี่ยตั้มนวดพูดขึ้น ไม่ใช่ใครที่ไหนที่เสี่ยตั้มนวดให้ก็คือเมียตีทะเบียนของเขาเอง เป็นเมียที่อยู่กินกันมาหลายปีตั้งแต่ทั้งส
จนกระทั่งได้ยินเสียงรฐานั่นแหละ ทั้งปัญญ์และณดาจึงรู้ว่าที่แท้ภิชย์ก็มารอรฐา“พี่ภิชย์จะจริงใจกับรฐาไหมเนี่ย ถ้าหลอกเพื่อนณดานะ โดนดีแน่”“โอ๊ย ตีมือพี่ทำไม”“อย่าล้วงสิคะ” จับบีบเคล้นเธอไม่ว่า แต่นี่ปัญญ์เริ่มล้วงเข้าข้างในแล้วไม่ให้เธอตีได้อย่างไร ก่อนหน้านี้ก็ทำได้ไม่แปลกหรอกแต่ตอนนี้ฝนกำลังจะตกฟ้าแลบ เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาจะทำอย่างไร บัดสี“ก็มันอยาก”“พี่เพิ่งเสร็จเองนะคะ” ณดาเอ่ยแย้ง“พี่กลัว” เขากอดเธอแน่นขึ้น“กลัวอะไรคะ”“กลัวตาย กลัวเราจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน เรารู้วันเกิดก็จริงแต่เราไม่รู้วันตายเลย พี่อยากใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่ากับเธอ”“พี่ปัญญ์ อื้อ” ณดาอยากจะก่นด่าตัวเองที่หลงเพ้อกับคำหวาน รู้ตัวอีกทีไม่ใช่มือที่ล้วงร่องเธอหากแต่เป็นท่อนความใหญ่ยาวที่เสียบเข้ามาจนสุดทาง“พี่อยากอยู่ในตัวเธออย่างนี้ทุก ๆ วันเช้าค่ำ” เสียงปัญญ์แหบพร่าด้วยความต้องการ ส่วนคนที่เวลานี้ผัวรักผัวหลงอย่างหนักก็ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากนอนหงายอยู่บนตัวเขาไม่กล้าครางเสียงดังด้วยกลัวว่าคนที่เดินเล่นริมทะเลจะได้ยินณดาคงกังวลเกินไปเพราะสองหนุ่มสาวที่เดินเล่นริมทะเลเดินเลยไปไกลในจุดที่ลับตาคนและกำลังจูบกันอย่างดูดดื
“กำลังใจยังไงคุณ” รฐาเอ่ยถามเธอเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ กำลังจะถามและยังไม่ทันได้ทำอะไร ร่างของรฐาก็โดนแรงกระโจนจากด้านหลังทำให้ร่างของรฐาโผเข้าหาภิชย์ ทั้งคู่จมไปในน้ำด้วยกันโดยมีเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยหัวเราะเอิ๊กอ๊ากที่ได้แกล้งลุงกับป้าใต้น้ำที่ทุกคนเห็นไม่ชัดเพียงเสี้ยววินาที ภิชย์ใช้มือประคองใบหน้างามและใช้ปากเขาแนบกับปากเธอ แม้ไม่มีการรุกล้ำมากกว่านั้นรฐาก็ทั้งตกใจและเขินอายจนต้องรีบขึ้นจากน้ำจะด่าเขาก็ไม่ได้เดี๋ยวหลานได้ยิน ได้แต่คาดโทษเขาทางสายตา“เดี๋ยวโดน” เธอว่าเสียงเบา ทนายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะตอบออกไป“อยากโดนจะแย่”หลังจากพาเด็กหญิงญารินดาที่เล่นน้ำจนหนำใจขึ้นไปนอนห้องข้างบนปัญญ์เล่านิทานเพียงครึ่งเรื่องลูกสาวตัวน้อยก็หลับไม่รู้เรื่อง เขาจึงเดินลงมายังชั้นล่างที่ทั้งสามนั่งจิบไวน์แดงกันก่อนเข้านอน“อาจารย์ตำรวจได้ตัวคนร้ายแล้วนะครับ” ทันทีที่ปัญญ์ลงบันไดมาภิชย์ก็รีบรายงานเรื่องที่ตำรวจเจ้าของคดีเพิ่งโทรมาแจ้งเมื่อไม่กี่นาทีก่อน“ใคร”“มันเป็นคนของเสี่ยตั้ม ได้ยินว่าเป็นเจ้าของตลาดแถวลาดกระบังครับ” คำบอกเล่าของภิชย์ยิ่งทำให้ปัญญ์ขมวดคิ้ว เขาแน่ใจว่าไม่เคยรู้จักไอ้เสี่ย
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวผมชวนคุณรฐากลับด้วยดีกว่า” ภิชย์รีบปฏิเสธที่จะอยู่ต่อให้เขากลับเลยก็ดี ปล่อยให้ทั้งสองได้สวีตกัน ส่วนเขาจะได้ชวนสาวแวะค้างพัทยาสักคืนเมื่อทั้งสามกลับมายังห้องนั่งเล่นก็เห็นว่าทั้งรฐากับญารินดากำลังเล่นถักเปียให้กันอยู่โดยที่ผู้เป็นคุณป้านั่งให้หลานถักเปียทั้งที่ยังทำไม่เป็น ผมทั้งหัวจึงยุ่งจนดูไม่ได้“แม่จ๋า พี่รฐาสวยไหมคะ”“หืม ทำไมเรียกป้าฐาว่าอย่างงั้นละลูก”“ก็ป้าบอกว่าถ้าเรียกพี่จะให้เล่นผม” เด็กหญิงตัวจ้อยยิ้มแฉ่งตอบ ส่วนคนเป็นป้าแต่อยากให้เรียกพี่ก็หลิ่วตาให้เพื่อนรัก“รฐาค้างที่นี่ไหม” คำถามของณดาทำให้เพื่อนมองเลยเพื่อนไปยังคนหลังสุดที่กำลังส่ายหัวให้เธอปฏิเสธ“ไม่ละแก ฉันว่าจะกลับเลย พรุ่งนี้มีนัดกับโชมันน่ะ” เอาเพื่อนอีกคนมาอ้างนี่แหละง่ายสุด “แง ไม่ให้ป้าฐากลับ” เด็กหญิงญารินดากระโดดกอดคอผู้เป็นป้าไว้แน่นไม่ยอมให้กลับ สายตาของทนายหนุ่มใหญ่กับป้าฐาสบกันทันที เมื่อรู้ว่าความยุ่งยากกำลังจะตามมา“งั้นก็ค้างที่นี่กันสักคืนดีไหม ไหน ๆ บ้านนี้ก็มีห้องตั้งเยอะ” เมื่อลูกสาวร้องไห้ ปัญญ์ผู้ตามใจลูกสาวจึงหันไปทางภิชย์เพื่อขอความช่วยเหลือภิชย์ถอนหายใจสุดท้ายก็ยอ







