Share

บทที่ 11

Penulis: dexnarak
last update Tanggal publikasi: 2025-08-30 00:32:03

ภายในห้องกว้างที่อยู่ชั้นบนสุดของตึก 20 ชั้น ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟากว้าง ทอดมองไปเบื้องหน้าซึ่งเป็นกระจกใสสามารถมองทะลุออกไปจนเห็นแสงไฟที่ยังคงสว่างไปทั่วเมือง เขาคิดไม่ตกกับสิ่งที่ได้รู้มา เพราะเหตุใดแก๊งสิงห์ดำถึงต้องการเป็นศัตรูกับเขา หรืออาจเป็นเพราะหญิงสาวคนนั้นที่ตอนนี้พยายามกลับเข้ามาในชีวิตของเขาอีกครั้ง

ทุกครั้งที่คิดถึงคนรักเก่า ใบหน้าที่มีแต่น้ำตาของเด็กสาวที่โดนเขารังแกในคืนนั้นก็มักจะผุดขึ้นมาในความคิดของเขาเสมอ บางครั้งเขาก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นสามารถบรรเทาความเจ็บปวดของเขาได้ดีเลยทีเดียว

อเล็กซ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อโทรหาลูกน้อง อยู่ ๆ เขาก็อยากรู้ว่าหลังจากที่เธอหนีออกไปเธอไปทำอะไรอยู่ที่ไหน...

อาทิตย์ต่อมาภายในห้องที่อยู่ชั้นบนสุดของผับ สายตาคมที่ไม่ต่างจากเหยี่ยวทอดมองลงไป เห็นนักท่องราตรีมากมายที่ขยับกายโยกย้ายไปตามจังหวะดนตรี นึกแปลกใจตัวเองที่หลายปีมานี้ไม่ได้รู้สึกครื้นเครงไปกับภาพบรรยากาศตรงหน้าสักเท่าไหร่ หรืออาจเป็นเพราะเห็นจนชินตาจึงไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น

“นายครับ”

“ว่าไง”

“ผมไปสืบมาแล้วครับ” เขาเอ่ยถึงเรื่องที่ได้รับคำสั่งให้ไปสืบเรื่องของใบเฟิร์นและลูกชาย

“ว่ามา”

“ผู้หญิงที่นายให้พวกผมไปสืบประวัติ เธอเป็นลูกคนเดียวพ่อแม่แยกทางกัน เธออยู่กับแม่สองคน ตอนเรียนอยู่ปี 1 แม่ของเธอเสียชีวิตด้วยโรคร้าย จากนั้นเธอก็ทำงานส่งตัวเองเรียนจนกระทั่ง...”

“กระทั่งอะไร” อเล็กซ์ถามด้วยความอยากรู้

“จนกระทั่งนายลากมากินที่คอนโดครับ”

“ไอ้นี่ กูให้มึงไปสืบเรื่องหลังจากนั้น” เรื่องคืนนั้นไม่ต้องพูด เพราะมีแค่เขาและใบเฟิร์นแค่นั่นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ใจเย็น ๆ ครับนาย” ลูกน้องร้องห้ามหลังขุนพลทำหน้าไม่พอใจ “เรื่องราวหลังจากนั้นก็สืบมาแล้วครับ”

“...” อเล็กซ์กระดกเหล้าเข้าปากในคราวเดียว เขารอฟังอย่างใจจดใจจ่อว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง

“หลังจากที่เธอหนีออกจากคอนโดของนายไปได้ ก็เข้าไปในโรงรับจำนำ น่าจะเอาของมีค่าไปจำนำครับ”

อเล็กซ์รู้ดีว่าของมีค่านั้นคืออะไร เพราะเขาเพิ่งใช้เป็นข้ออ้างในการแกล้งเธอเมื่อไม่นานมานี้

“เธอไปอยู่ที่ขอนแก่นและเข้าเรียนปีหนึ่งใหม่ในมหาวิทยาลัยที่นั่น แต่เก้าเดือนให้หลังเธอคลอดลูกชายหนึ่งคนโดยไม่มีใครรู้ว่าพ่อของเด็กคือใคร”

“เดี๋ยว” ฟังมาถึงต้องนี้เขาเริ่มสงสัย เหมือนลูกน้องของเขาจะเล่าเรื่องราวของเธอขาดหายไปบางช่วงบางตอน “ไม่ได้แต่งงานก่อนเหรอ”

“ไม่ได้แต่งงานครับ ถามชาวบ้านแถวนั้นเขาบอกว่าไม่เคยมีงานแต่งงานเกิดขึ้น และเธอไม่เคยพูดถึงพ่อของลูก ไม่เคยมีใครเห็นว่ามีผู้ชายมาหาที่ห้องเช่า”

ได้ฟังมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของเด็กน้อยคนหนึ่งก็ผุดขึ้นมา ทำให้เขานึกถึงคำพูดที่ครูของหลานชายพูดเมื่อหลายวันก่อน

‘พวกเขาน่ารักนะคะ อยู่ในห้องตัวติดกันตลอด เล่นกันอยู่สองคน เหมือนคู่แฝดกันยังไงยังงั้น หน้าตาก็คล้าย ๆ กันด้วย’

“ออกัส” เขาพูดออกมาเบา ๆ

“นายว่าไงนะครับ” เหมือนเขาจะได้ยินชื่อไม่ค่อยชัด

หรือเธอจะท้องกับเขา เป็นความคิดแวบหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัว แต่เขากลับสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออกไป

“แล้วไงต่อ”

“เธอเรียนไปทำงานไป บางครั้งก็เอาลูกไปที่ทำงานด้วย บางครั้งก็ฝากไว้กับหญิงวัยกลางคนที่อยู่ข้างบ้านเช่าของเธอ ชีวิตค่อนข้างลำบากเลยครับ”

“อย่างนั้นเหรอ” อเล็กซ์คิดตามทุกคำพูด ถ้าเป็นเหมือนที่ลูกน้องเล่าให้ฟังชีวิตของเธอก็คงจะลำบากน่าดู

“ครับ หลังจากเรียนจบเธอก็สมัครงานไว้กับหลายบริษัทเลย จนบริษัทของคุณลินเรียกสัมภาษท์นั่นแหละครับเธอถึงได้เดินทางกลับมาที่นี่”

นี่เป็นสาเหตุ ที่เธอกลับมาสินะ ช่างบังเอิญที่บริษัทนั้นเป็นของน้องสาวของเขา คำพูดที่ว่าโลกกลมคงไม่เกินจริง

“แล้วตอนนี้ล่ะ” เขารอฟังต่อ

“ทำไมครับ” ลูกน้องถามด้วยความสงสัย

“พักอยู่ที่ไหน”

“เอ่อ พวกผมคิดว่าให้สืบแค่นี้”

ปัง!!

เขาเอามือทุบโต๊ะทำงาน เสียงดังจนลูกน้องสะดุ้งรีบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว

“ไปตามหาว่าพักอยู่ที่ไหน ฉันอยากรู้ภายในคืนนี้”

“ดะ...ได้ครับ”

หลังลูกน้องออกไป อเล็กซ์ก็ได้แต่คิดวนเวียนถึงเรื่องที่ได้ฟัง หากเธอไม่เคยผ่านการแต่งงาน ไม่มีคนรักก็มีโอกาสเป็นไปได้ที่เด็กคนนั้นจะเป็นลูกของเขา แล้วถ้าเป็นลูกของเขาจริง ๆ ทำไมใบเฟิร์นถึงไม่บอกเขาเพื่อให้เขาช่วยรับผิดชอบ สรุปแล้วใช่หรือไม่ใช่กันแน่นะ บางทีเขาอาจจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เรื่องนี้กระจ่าง

วันต่อมา อเล็กซ์เดินทางไปที่บริษัทของน้องสาวตั้งแต่เช้ามืด เพราะหลังจากรู้เรื่องราวทั้งหมดของใบเฟิร์น เขาเองก็คิดไม่ตกว่าออกัสจะใช่ลูกของเขาหรือเปล่า แต่จะทำยังไงให้เขาได้รับรู้ความจริง ดังนั้นเขาต้องทำอะไรสักอย่าง

“คุณลินไม่อยู่ค่ะ”

ใบเฟิร์นเงยหน้ามองคนที่เข้ามาใหม่ ถึงจะค่อนข้างตกใจแต่เธอก็ยังพยายามทำหน้าให้เป็นปกติ และบอกออกไปตามมารยาท

“ฉันมาหาเธอ” เขาบอกออกไปตรง ๆ

คำตอบของเขาก็ไม่ได้ทำให้เธอตกใจสักเท่าไหร่ เพราะเธอพอจะเดาออกว่าเขาจะมาพูดเรื่องอะไรกับเธอ

“คุณมาเรื่องนาฬิกาหรือเปล่า”

“วันก่อนฉันบอกเธอว่าให้เวลาคิดสามวัน นี่ก็เลยมาเป็นอาทิตย์แล้ว แต่เอาเถอะเพราะก่อนหน้านี้ฉันไม่ว่าง วันนี้ฉันเลยมาทวงคำตอบ”

ก่อนหน้านี้เธอก็แอบกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่เมื่อเห็นว่าผ่านไปหลายวันแล้วเขาก็ยังไม่ติดต่อมา เธอเลยลืมไปซะสนิท

“ฉันขอผ่อนจ่ายได้มั้ยคะ” เธอขอเขาตรง ๆ เพราะไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้ว เธอไม่ได้มีเงินมากพอที่จะซื้อนาฬิการาคาหลักล้านคืนให้เขา

“ไม่ได้” เขาตอบแบบไม่ต้องคิด “ตัวเลือกของเธอมีแค่สองข้อตามที่ฉันเคยเสนอไป”

“คุณจะใจร้ายไปถึงไหน” เธอแหวใส่เขา

“ฉันไม่เอาเธอเข้าคุกก็ถือว่าใจดีมากแล้วนะ”

“แต่...”

หมั่บ!!

เอวบางถูกรวบเข้าหาตัวของอเล็กซ์ทันที เธอใช้มือสองข้างดันอกของเขาออกห่างจากตัว เขาเลยรวบแขนสองข้างของเธอไว้ด้วยมือข้างเดียว

“ปล่อยนะ คุณจะทำอะไร”

“ฉันเลือกให้เธอแล้ว” เขาโน้มหน้าเข้าไป

“เลือก?” เธอทวนคำ ในหัวก็ตั้งคำถามว่าเขาเลือกอะไรให้เธอ

“เธอต้องไปนอนกับฉัน”

“ไม่มีทาง” เธอจ้องเขาตาเขม็ง หวังให้เขารู้สึกกลัว แต่กลับทำให้คนมองหัวเราะอยู่ในใจ เพราะตอนนี้เธอก็ไม่ต่างจากลูกแมวที่ทำได้แค่แยกเขี้ยวขู่เขา

“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ”

“คุณเป็นใคร ถึงได้มาบังคับในสิ่งที่ฉันไม่อยากทำ”

“เธอรู้ดีว่าฉันเป็นใคร”

คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทำให้ใบเฟิร์นรู่สึกไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก

“ปล่อยสิ” เธอพยายามดันอกของเขาออกห่างจากตัว “ไหนคุณบอกว่าไม่ชอบแย่งของ ๆ ใครไงล่ะ”

ใบเฟิร์นจ้องหน้าอเล็กซ์ เธอจำคำที่อเล็กซ์พูดกับเพื่อนสนิทของเธอได้ ตอนนั้นเธอยังรู้สึกสบายใจเพราะคิดว่าเขาไม่มีทางยุ่งกับเธออีกแน่ ๆ เพราะเขาคิดว่าเธอมีครอบครัวแล้ว

“ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้ว...ทำอะไรที่ไม่เคยทำคงจะสนุกดี” เขาจับคางของเธอไว้ “ขอเช็กของหน่อยแล้วกัน”

“อื้อ...”

ว่าจบอเล็กซ์ก็ก้มลงไปบดเบียดริมฝีปากหนากับริมฝีปากของใบเฟิร์นทันที เพราะไม่ทันได้ระวังตัวเขาจึงช่วงชิงจังหวะที่เธอเอาแต่ยืนนิ่งนั้นส่งลิ้นเขาไปทักทายลิ้นนุ่มของเธอ ตวัดหยอกล้อเล็กดูดดึงอยู่นานสองนาน แม้ใบเฟิร์นจะพยายามขัดขืนเขาก็ไม่สนใจ

เพี๊ยะ!!

มือหนาลูบไปบนแก้มสากหลังโดนฝ่ามือของคนที่เขารังแกฟาดไปจนเต็มซีกแก้ม ตั้งแต่เกิดมานี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาโดนตบหน้า

“ซี๊ด...มือหนักเป็นบ้า”

“คุณมันชอบฉวยโอกาส” ใบเฟิร์นพูดพลางเอามือเช็ดปากตัวเอง “อื้อ...”

และเธอก็โดนเขาจู่โจมอีกครั้งแต่คราวนี้เธอกลับเม้มปากแน่นไม่ยอมไม่เขารุกล้ำเข้าไปได้อีก

“โอ๊ย...” เจ้าของปากบางเผยอขึ้นเพราะความเจ็บ หลังโดนอเล็กซ์กัดลงไปตรงขอบปากล่าง

คราวนี้เขารวบตัวเธอไว้แน่นทั้งที่ปากยังคงบดจูบอย่างดูดดื่ม เพราะเธอตัวเล็กจึงไม่มีทางที่เธอจะสู้แรงของเขาได้เลยสักนิด

พรึ่บ!!

หลังของใบเฟิร์นแตะลงบนโซฟาหลังจากที่เขาดันตัวเธอให้เดินถอยหลังไปทำให้เธอเสียหลักล้มหงายหลังไปโดยมีร่างกำยำล้มทับลงไปด้วย ตาคู่กลมเบิกกว้างอีกครั้งเมื่อมือหนาพยายามลูบไล้ไปตามเรือนร่างของเธอ

“วันนี้มีเอกสารที่ต้องเซ็นเยอะมั้ยคะคุณแหม่ม”

“อื้อ...” ใบเฟิร์นตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เธอมองหน้าอเล็กซ์ มือทั้งสองข้างก็พยายามทุบหลังของเขา เพราะอลินกำลังกลับเข้ามา หากเห็นเธอกับอเล็กซ์อยู่ในสภาพนี้กับเธอ เธอก็ไม่รู้ว่าจะตอบเพื่อนของเธอว่ายังไง

“กลัวอะไร” อเล็กซ์ผละจากริมฝีปากของใบเฟิร์นพลางจ้องหน้าแล้วถามกวน ๆ

“ลุกออกไปสิ” เธอพยายามดันอกของเขาให้ออกห่าง หัวใจของเธอเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ กลัวคนด้านนอกจะเข้ามาเห็นเธอกับเขาอยู่ในสภาพนี้

“ฉันจะได้อะไร” อเล็กซ์ยังมีท่าทีปกติ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร

แกร็ก!!
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 352

    “ฝีมือของคุณจริง ๆ ด้วย”“รู้เหรอว่าเป็นผม”“ฉันแค่สงสัยแต่ไม่คิดว่าจะเป็นคุณจริง ๆ” เธอยังจำความรู้สึกสับสนใจตอนนั้นได้ดี “ก่อนหน้านั้นล่ะคะ”“...”“ฉันไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย”“ตอนที่ผมดูดนมของคุณน่ะเหรอ” น้ำตาลคงจะหมายถึงตอนนั้น“คนลามก เป็นคุณจริง ๆ ด้วย คุณแอบเข้าบ้านคนอื่นตินดึกแบบนั้นได้ยังไง ทำแบ

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 351

    วาเลนไทน์หมุนเวียนมาอีกรอบ หญิงสาวในชุดสีชมพูกำลังอุ้มเด็กน้อยวัย 6 เดือนเดินเข้าไปในบริษัท เนื่องจากผู้เป็นสามีต้องเข้าประชุมด่วนเขาจึงออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดและสั่งให้บอดี้การ์ดพาภรรยาและลูกตามมา“เชิญคุณน้ำตาลพาคุณหนูเข้าไปรอให้ห้องทำงานของบอสก่อนครับ คาดว่าไม่นานก็ประชุมเสร็จแล้วน้ำตาลเดินเข้า

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 350

    “คุณมีน้องชายฝาแฝดด้วยเหรอ” น้ำตาลรู้สึกแปลกใจกับเรื่องราวใหม่ ๆ ที่ได้ยินจากสามี อาจจะเป็นเพราะเธอไม่เคยถามเรื่องส่วนตัว เขาเลยไม่ค่อยเล่าให้เธอฟัง“ครับ เราถูกจับแยกกันตอนเด็ก น้องชายอยู่กับแม่และป้า ส่วนผมก็โดนพ่อจับตัวมา”“จับตัว?” เธอตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน“ผมไม่ได้อยากมากับเขา พอพ่อกับแม่แยกทางก

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 349

    ในห้องคลอดบรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความวิตกกังวล แต่ยังคงมีความหวังที่แฝงอยู่ในจิตใจของเขา เสียงเครื่องตรวจสอบการเต้นของหัวใจของทารกยังคงดังอย่างต่อเนื่อง เสียงหายใจหนักๆ ของน้ำตาลที่พยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถน้ำตาลนอนอยู่บนเตียง ร่างกายของเธอเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ ความเจ็

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 348

    ไม่เพียงแค่ภายน้อง แต่แท่งเนื้อที่อยู่ภายในก็ร้อนไม่ต่างกัน ยิ่งเขาขยับแรงเท่าไหร่ความร้อนก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น“อ๊ะ ๆ ๆ ชะ...ช้า”“หืม” ไคล์หยุดฟังน้ำตาลที่กำลังพูดไม่เป็นภาษา“ช้าลงหน่อยค่ะ”“เจ็บเหรอ” เขาชะงักเล็กน้อย เพราะคิดว่าทำให้น้ำตาลเจ็บ“เปล่าค่ะ ฉันแค่หายใจไม่ทัน”“พอผมขยับช้า ๆ คุณก็บอ

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 347

    “ผมมีบางอย่างให้คุณ” ไคล์พูดขณะที่วางน้ำตาลลงบนที่นอน เขาเริ่มอุ้มเธอตั้งแต่ออกจากลิฟต์ จนมาถึงห้องพัก“อะไรคะ”“มีช่วงหนึ่งที่ผมไม่ค่อยได้อยู่กับคุณ” เขาเดินไปหยิบซองเอกสารบางอย่างแล้วเดินกลับมาหาน้ำตาล“...”“ช่วงที่คุณเพิ่งรู้ว่าท้องแต่ไม่ยอมบอกผม”“คุณไปไหนคะ” เธอจำได้ว่าช่วงนั้นเขาหายหน้าหายตาไ

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 327

    เขาอุ้มน้ำตาลเข้าไปในห้องทั้ง ๆ ที่ยังคงบดจูบเธออยู่ เมื่อไปถึงเตียงนอนเขาก็ปล่อยให้ปากของเธอเป็นอิสระแล้วค่อย ๆ วางเธอลง แต่น้ำตาลกลับพยายามลุกขึ้นหนี ทำให้เขาจับแขนสองข้างของเธอแล้วขึงไว้บนที่นอนทำให้เธอต้องนอนราบไปกับที่นอน“ปล่อยนะ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้”“ร่างกายนี้ไม่โหยหาผมบ้างเลยเหรอ” ส่วน

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 322

    “ไม่ครับ” ใบหน้าที่ไม่ค่อยสบอารมณ์นั้นทำให้อาเฟิงรีบหลบสายตา“ไปส่งฉันที่สนามบิน” ถึงเวลาที่เขาต้องขึ้นเครื่องกลับประเทศจีนแล้ว เขาอยู่ได้ไม่นานหรอกเพราะหากมีใครเห็นว่าเขามาหาเธอ หลายคนที่จ้องเล่นงานเขาจะรู้ได้ในทันทีว่าการที่เขาส่งตัวน้ำตาลกลับคือแผน“เห็นพี่เซียวหม่าบอกว่าบอสเคลียร์กับคุณหลินหลินแ

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 295

    “เช็ดผมให้แห้งก่อนค่ะ” เธอหันไปเผชิญหน้ากับเขา"น้ำตาล" เขาพูดขณะที่ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ฉันอยากทำอีก"น้ำตาลไม่สามารถต้านทานเสียงออดอ้อนที่มีเสน่ห์อันเย้ายวนของเขาได้อีกต่อไป เธอเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา นิ้วของเธอไล่ไปตามโหนกแก้มที่คมสันและริมฝีปากที่ได้รูปของเขาไคล

  • ถ้าจะร้าย สุดท้ายก็อย่ามารัก   บทที่ 293

    “ขี้เซาจัง” เป็นคำพูดเย้าแหย่ที่คนถูกพูดถึงไม่ได้ยิน แต่คนพูดกลับยิ้มอย่างมีความสุขนิ้วยาวเกลี่ยผมที่หล่นลงมาปรกใบหน้า เผยให้เห็นทุกส่วนบนใบหน้านวลอย่างชัดเจน จึงอดไม่ได้ที่จะใช้นิ้วแตะคิ้วเรียว เปลือกตา จมูกเล็ก แก้มที่แดงระเรื่อ และกลีบปากสีลูกพีท ตามด้วยเชยคางของเธอขึ้นมาเพื่อรับจูบของเขา“ขนาดน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status