Mag-log in"ฉันจะไปนอนกับใครมันก็เรื่องของฉัน เพราะฉันไม่เคยคิดว่าฉันมีเมีย ก็แค่ใบทะเบียนสมรส มันไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับฉันเลยสักนิด"
view moreคามิล อายุ26ปี
ทายาทเจ้าของสายการบินชื่อดังแห่งหนึ่ง ซิลเวีย อายุ22ปี (ซิล) ตัวอย่างนิยาย "เมื่อคืนพี่คามิลไปนอนที่ไหนมาเหรอคะ" "เมื่อคืนฉันไปนอนค้างกับแบมมา" "..." "ฉันกับแบมเราเป็นแฟนกันแล้ว" "ถ้าเป็นแบบนั้น งั้นวันนี้เราไปหย่ากันเลยไหมคะ" "อยู่กันไปให้ครบปีก่อนแล้วค่อยหย่า" "ได้ค่ะ ซิลจะรอไปจนครบหนึ่งปี และจากนั้นเราก็ไปหย่ากัน" "หึ เธอคงโกรธฉันมากสินะที่ฉันไปนอนกับแฟน" "ฉันไม่ได้โกรธที่คุณไปนอนกับผู้หญิงคนนั้น" "พูดถึงแฟนฉันให้มันดีๆหน่อย" "แฟนคุณเป็นคนดีมากนักเหรอถึงอยากจะให้ฉันพูดถึงดีๆน่ะ" "แบมดีกว่าเธอก็แล้วกัน" "ถ้าแฟนคุณเป็นคนดีจริง คงไม่มานอนกับผู้ชายที่แต่งงานแล้วหรอก" "..." "และถ้าคุณเป็นคนดีจริง คุณก็คงไม่ไปนอนกับผู้หญิงอื่นโดยที่ยังจดทะเบียนสมรสกับฉันหรอก" "..." "พรุ่งนี้ฉันจะพาแบมไปเที่ยวญี่ปุ่น" "..." "ฉันจะไปอยู่ที่โน่นสิบวัน" "..." "ถ้าแม่โทรมาถามก็บอกด้วยว่าฉันไปทำงาน" "..." "ซิล..." "อย่ามาเรียกชื่อฉัน" # พระเอกเลว . . . . . . . . . . . . . เรือนหอ หลังจากที่งานฉลองมงคลสมรสเสร็จสิ้นลง คู่บ่าวสาวก็กลับมายังเรือนหอหลังใหญ่ที่ดูโอ่อ่าและหรูหรา ซึ่งพ่อกับแม่ของคามิลได้จัดแจงเตรียมไว้สำหรับลูกชายเพียงคนเดียวของพวกเขา เมื่อเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ซิลเวียก็หยิบผ้าเช็ดตัวและชุดนอนแล้วเข้าห้องน้ำไป ก่อนที่คามิลจะทิ้งตัวนอนลงบนเตียงอย่างคนไร้อารมณ์ เพราะการแต่งงานที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เขาไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด แต่เป็นเพราะแม่ของเขาบังคับให้แต่ง เขาจึงต้องฝืนใจแต่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นการคลุมถุงชนนั่นเอง "เฮ้อ..." คามิลถอนหายใจออกมาพลางยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากด้วยความรู้สึกหนักใจและเหนื่อยหน่ายเมื่อต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้รัก และไม่คิดจะรักด้วย เขามองเธอเป็นเพียงรุ่นน้องคนหนึ่งหรือน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น เขาไม่เคยคิดอะไรกับเธอไปมากกว่านั้น ผู้หญิงที่เขาคิดอะไรด้วยก็มีแต่เพียงแบมเพื่อนสาวที่เรียนรุ่นเดียวกับเขาเท่านั้น เขาคิดเกินเพื่อนกับแบมมานานแล้ว เขาชอบแบมมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่กล้าบอก ดังนั้นเขาจึงต้องเก็บความรู้สึกนั้นไว้ แต่ถึงอย่างไรเขาจะต้องหาโอกาสบอกแบมให้ได้ว่าเขาชอบเธอ ถ้าเกิดเธอบอกว่าชอบเขา เขาก็จะหย่ากับซิลเวียทันที เพื่อไปคบกับแบมอย่างจริงจัง เพราะเขาคิดว่าถ้าไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับผู้หญิงที่เขาชอบ เขาก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน แกร่ก! เสียงประตูห้องน้ำถูกเปิดออกมาจากเจ้าของร่างบอบบางที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นสีหวาน คามิลที่นอนคิดอะไรเพลินๆอยู่ก็ตื่นจากภวังค์ความคิด ก่อนจะลุกจากเตียงแล้วเข้าห้องน้ำไป โดยไม่ได้สนใจคนตัวเล็กที่ยืนมองเขาอยู่ด้วยสายตาหงอยๆ เธอรู้ดีว่าเขาไม่ได้ชอบเธอ การแต่งงานที่เกิดขึ้นนี้เธอรู้ว่าเขาไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด เธอเป็นฝ่ายเต็มใจอยู่ฝ่ายเดียว เนื่องจากว่าเธอชอบเขามาหลายปีแล้ว เธอเริ่มชอบเขาตั้งแต่เรียนอยู่มอห้า ซึ่งตอนนั้นเขาเรียนอยู่ปีสาม แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่าเธอชอบเขามาหลายปีแล้ว เธออยู่ซอยเดียวกันกับเขา บ้านของเขาอยู่ถัดไปจากบ้านของเธอห้าหลัง บ้านของเขาหลังใหญ่กว่าบ้านของเธอหลายเท่า ส่วนบ้านของเธอเป็นบ้านชั้นเดียวหลังไม่ใหญ่มาก และมีรั้วกัน ตอนนั้นเธอเรียนอยู่มอสี่ ตอนเช้าของวันหนึ่งในขณะที่เธอยืนรอรถตู้รับส่งให้มารับเพื่อไปโรงเรียน อยู่ๆเขาที่ขับรถหรูจะไปมหาวิทยาลัยก็จอดรถตรงที่เธอยืนแล้วเลื่อนกระจกลงพูดกับเธอ 'รถยังไม่มาเหรอ' 'ค่ะ' 'ขึ้นรถสิ เดี๋ยวพี่ไปส่งที่โรงเรียน วันนี้พี่ไม่มีเรียนเช้า' 'ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ' พูดจบ เธอก็เดินไปขึ้นรถของเขา ก่อนที่เขาจะไปส่งเธอที่โรงเรียน ที่เธอขึ้นรถไปกับเขา เพราะเธอเห็นเขามาหลายปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้คุยกัน ถึงจะไม่เคยคุยกัน แต่เธอก็รู้สึกสนิทกับเขา ตอนนั่งรถไปกับเขา เขาก็ถามชื่อเธอ และเขาก็บอกว่าเขาชื่อคามิล เรียนอยู่ปีสอง เขาถามว่าเธอเรียนอยู่มอไหน โรงเรียนอะไร หลังจากนั้นมาเขาจะจอดรถให้เธอขึ้นและไปส่งโรงเรียนเกือบทุกวัน จนทั้งคู่รู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้น พ่อกับแม่ของเธอรู้ว่าเธอได้นั่งรถไปโรงเรียนกับเขาบ่อยๆก็ไม่ได้พูดหรือห้ามอะไร เพราะคิดว่าไม่ได้ทำในสิ่งที่ผิด ตอนที่พ่อกับแม่ของเขาไปขอให้เธอแต่งงานกับเขา เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆจะได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองชอบมานานแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่ปฏิเสธ ย้อนกลับไปเมื่อห้าเดือนก่อน บ้านซิลเวีย 'ป้าอยากได้ซิลเวียไปเป็นลูกสะใภ้ของป้า ป้าอยากให้ซิลเวียแต่งงานกับคามิล ซิลเวียจะว่ายังไง' 'คือ...' เธอมีท่าทีอ้ำอึ้ง เพราะคิดไม่ถึงว่าอยู่ๆคุณป้าจะมาขอให้เธอแต่งงานกับพี่คามิล 'ถ้ามันเป็นการลำบากใจหนู ป้าก็จะไม่ฝืนใจนะ แต่ที่ป้าอยากให้หนูแต่งงานกับคามิล เพราะป้าไม่อยากให้หนูต้องอยู่ตัวคนเดียว ดังนั้นป้าก็เลยอยากให้มีใครมาดูแลซิลเวียไง' 'ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ซิลจะแต่งงานกับพี่คามิลค่ะ' เธอไม่อยากปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป ดังนั้นเธอจึงตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเล เมื่ออัญชลีพูดกับซิลเวียเสร็จ อัญชลีก็กลับบ้านมาพูดกับคามิลทันที 'แม่ไปขอให้ซิลเวียมาแต่งงานกับลูกแล้วนะ ลูกจะต้องแต่งงานกับซิลเวียในอีกห้าเดือนข้างหน้า' 'แม่ว่าอะไรนะครับ!' คามิลถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าอยู่ๆแม่จะมาบอกให้เขาแต่งงานกับซิลเวีย 'ลูกจะต้องแต่งงานกับซิลเวีย เพื่อตอบแทนบุญคุณที่พ่อของซิลเวียได้เคยช่วยชีวิตแม่ไว้จนตัวเองต้องมาตายแทนแม่' พ่อของซิลเวียเป็นตำรวจมียศเป็นดาบตำรวจ เมื่อสองปีก่อนพ่อของซิลเวียเคยช่วยอัญชลีจากโจรที่กระชากกระเป๋า แต่เกิดพลาดท่าจนถูกโจรแทงเข้าที่หน้าอก แต่พ่อของซิลเวียก็ยังแข็งใจหยิบปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวแล้วยิงโจรจนตายคาที่ ก่อนที่เขาจะตายคาที่เช่นเดียวกัน หลังจากนั้นไม่กี่เดือนแม่ของซิลเวียก็มีสามีใหม่เป็นคนญี่ปุ่น และแม่ของซิลเวียก็ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่ที่ญี่ปุ่น โดยทิ้งซิลเวียให้อยู่ตัวคนเดียว แต่ก็ดีอย่างที่ซิลเวียไม่ต้องทำงานหาเงินเอง เพราะเธอยังได้รับเงินบำเหน็จของพ่อเธอ เธอนำเงินส่วนนั้นมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ และเป็นค่าเทอมจนเรียนจบปริญญาตรี 'ที่ผ่านมาเราก็ตอบแทนบุญคุณแล้วนะครับ เราช่วยเหลือซิลเวียทุกอย่าง มีอะไรเราก็หยิบยื่นแบ่งปันให้เขาอย่างสุดความสามารถของเรา เราทำเต็มที่แล้วครับแม่' หลังจากที่พ่อของซิลเวียเสียชีวิต พ่อแม่ของคามิล และคามิลเองก็คอยดูแลช่วยเหลือซิลเวียทุกอย่างอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาจะซื้อข้าวของเครื่องใช้ไปให้ซิลเวีย เขาจะไปรับไปส่งซิลเวียที่มหาวิทยาลัยเกือบทุกวัน ถ้าวันไหนเขาไม่ว่างก็ให้คนขับรถที่บ้านไปส่งซิลเวียแทน 'แต่แม่ว่ายังไม่พอ ดังนั้นความพอใจของแม่คืออยากให้ลูกแต่งงานกับซิลเวีย เพราะแม่สงสารซิลเวียมาก พ่อต้องมาตายทั้งที่หน้าที่การงานกำลังเจริญก้าวหน้าและเป็นเสาหลักของบ้าน แล้วแม่ก็ยังทิ้งไปอยู่กับสามีใหม่อีก' 'นั่นคือชีวิตของเขานะครับ แม่อย่าเอามาคิดทุกเรื่องจนทำให้ตัวเองต้องเป็นทุกข์สิครับ' 'ตั้งแต่พ่อของซิลเวียตาย แม่ก็รู้สึกเหมือนมีตราบาปอยู่ในใจที่ไม่อาจลบมันออกไปได้เลย' 'แม่ต้องพยายามลืมให้ได้นะครับ และคิดซะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอก มันเป็นเหตุสุดวิสัยนะครับ' 'ลูกไม่ต้องมาพูดให้แม่สบายใจหรอก เพราะต่อให้ลูกพูดปลอบใจแม่ยังไง แม่ก็จะไม่มีวันสบายใจได้ ถ้าลูกไม่แต่งงานกับซิลเวีย' 'แม่อย่าบังคับผมเลยครับ เพราะถึงแม่จะบังคับผมยังไง ผมก็จะไม่มีวันแต่งงานกับคนที่ผมไม่ได้รักหรอกครับ' 'ลูกจะไม่แต่งก็ได้ แต่ลูกเตรียมตัวพาแม่ส่งโรงพยาบาลได้เลย เพราะแม่จะเลิกกินยาความดัน แล้วก็ปล่อยให้ความดันขึ้นจนเส้นเลือดแตกตะ..." 'ได้ครับๆ ผมยอมแล้ว ผมจะแต่งงานกับซิลเวียตามที่แม่บอกครับ' เขาจำเป็นต้องทำตามที่แม่บอก เพราะไม่อยากให้แม่ต้องประชดแล้วทำร้ายตัวเอง ซึ่งเขารับไม่ได้แน่นอนถ้าเกิดว่าแม่เป็นอะไรไป 'งั้นอีกห้าเดือนลูกจะต้องแต่งงานกับซิลเวีย' 'ผมขอถามแม่หน่อยสิ' 'ถามว่า' 'ตอนที่แม่ไปขอให้ซิลเวียมาแต่งงานกับผม ยัยนั่นไม่ปฏิเสธเลยเหรอครับ' 'ก็ไม่เชิงปฏิเสธหรอก แค่ซิลเวียเงียบไปหลังจากที่แม่ขอให้มาแต่งงานกับลูก แต่หลังจากนั้นซิลเวียก็ตอบตกลงจะแต่งงานกับลูก' 'หึ' คามิลแสยะยิ้มเยาะหยัน พลางคิดในใจว่าที่เธอไม่ปฏิเสธแม่ของเขา เพราะเธอคงอยากแต่งงานกับเขามากสินะสองเดือนต่อมาสองเดือนที่ผ่านมานี้ ส่วนมากคามิลจะเป็นคนเลี้ยงลูกเอง ซิลเวียได้เลี้ยงลูกบ้างเฉพาะตอนกลางวันเท่านั้น ส่วนกลางคืนคามิลจะเป็นคนเลี้ยงเอง กลางคืนเขาจะลุกขึ้นเปลี่ยนแพมเพิสให้ลูก เวลาลูกร้องเขาก็ลุกขึ้นป้อนนมให้ลูก เพราะเขาอยากให้เมียได้นอนสบายในตอนกลางคืน ดังนั้นเขาจึงให้คนเป็นแม่ของลูกปั๊มนมเอาไว้แล้วแช่ในช่องฟรีซ พอลูกจะกินเขาจึงเอาออกมาอุ่นและจัดการใส่ขวดป้อนให้ลูกกินเขาไม่รู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยเลยที่ต้องลุกขึ้นมาดูลูกตอนดึกๆเมื่อได้ยินเสียงลูกร้อง เขากลับชื่นใจและภูมิใจด้วยซ้ำที่ได้ดูแลลูก ภายในใจของเขาคิดว่าอยากให้เมียและลูกได้อยู่อย่างสบายและมีความสุขที่สุด ดังนั้นเขาจึงทุ่มเทแรงกายและแรงใจทั้งหมดที่มี เพื่อคนที่เขารักมากทั้งสองคน"แผลหายหรือยัง" คามิลเอ่ยถามยังร่างสวยที่นอนอยู่บนเตียง หลังจากที่ทำให้ลูกหลับและอุ้มลงไปวางในเตียงเด็กแล้ว"หายตั้งแต่เดือนก่อนแล้วค่ะ" เรียวปากสวยตอบออกไปด้วยรอยยิ้มหวาน"พี่มัวแต่เห่อลูกจนลืมนึกถึงเรื่องนั้นไปเลย" เป็นเวลาสามเดือนแล้วที่เขากับเธอไม่ได้มีอะไรกัน เพราะมัวแต่เพลิดเพลินกับการเลี้ยงลูก"ซิลก็ลืมคิดถึงเรื่องนั้นเหมือนกันค่ะ""ง
ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าวันนี้คามิลพาซิลเวียมาซื้อของใช้เด็กอ่อนกัน เพราะยังเหลือเวลาอีกเดือนเดียวซิลเวียก็ถึงกำหนดคลอดแล้วเมื่อทั้งสองได้ของครบทุกอย่างแล้ว จากนั้นก็พากันออกมาจากห้างสรรพสินค้าไปขึ้นรถที่จอดอยู่ในลานจอดขนาดใหญ่ในขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกล จู่ๆก็มีหญิงสติไม่ดีคนหนึ่งในมือถือมีด เดินปรี่มาหาซิลเวียในระยะประชิด คามิลที่หันไปเห็นเข้าพอดีจึงรีบเอาตัวเองเข้าไปบังอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณว่าต้องปกป้องคนรัก และไม่ให้ใครมาทำร้ายเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตของเขา เขาก็ยอมหมับ!มือหนาจับข้อมือของหญิงสติไม่ดีเอาไว้แน่นแล้วบิดข้อมือเธอจนมีดที่เธอถืออยู่หล่นลงไปบนพื้น จากนั้นเขาก็ก้มหยิบมีดและโยนออกไปให้ไกลตัวเคร้ง!แบมเงยหน้าขึ้นไปมองยังเจ้าของใบหน้าหล่อที่เป็นเพื่อนสมัยเรียนก็เรียกชื่อเขาออกไป"มิล...""ฮะ?!" คามิลถึงกับงงว่าหญิงสติไม่ดีที่ยืนอยู่ตรงหน้ารู้จักเขาได้ยังไง แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ก่อนจะจับมือของซิลเวียพาไปขึ้นรถทันที ทว่า"มิล...นี่แบมเอง" เมื่อได้ยินอย่างนั้น คามิลกับซิลเวียก็ถึงกับชะงักแล้วหันกลับมามองหญิงสติไม่ดีอย่างพิจารณา จึงได้รู้ว่าผู้ห
แปดเดือนต่อมาเมื่อเดือนก่อนคามิลพาซิลเวียไปจดทะเบียนสมรสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อายุครรภ์ของซิลเวียก็เข้าสู่เดือนที่แปดแล้ว หนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้คนเป็นพ่อของลูกดูแลคนเป็นแม่ของลูกไม่ห่าง เขาพาเธอไปรับประทานอาหารในภัตตาคารหรูบ่อยๆ เวลาเดินไปเที่ยวไหนเขาจะไม่ห่างจากเธอเลย เขาจะจับมือเธอไว้อยู่อย่างนั้น หรือบางทีก็เดินโอบไหล่เธอดูนั่นดูนี่ไปตอนนี้ความทรงจำของคามิลกลับมาบ้างแล้ว เขาจำพ่อแม่ของตัวเองได้ ส่วนเรื่องอื่นๆก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้วิตกกังวลอะไร เพราะเขามั่นใจว่าอีกไม่กี่เดือนความทรงจำของเขาจะกลับมาเต็มร้อยเหมือนเดิม และเมื่อถึงวันนั้นเขาก็จะกลับไปทำงาน หลังจากที่ไม่ได้เข้าไปทำเกือบปีแล้ว แต่ช่วงนี้เขาอยากใช้เวลาอยู่กับเมียก่อน อยู่กับเธอให้หายคิดถึงหลังจากที่ต้องห่างเหินเธอมานาน"เล็บเท้าของซิลยาวแล้ว เดี๋ยวพี่ตัดให้นะ" คนที่ใส่ใจรายละเอียดทุกอย่างของภรรยา เมื่อมองไปเห็นว่าเล็บเท้าของเธอเริ่มยาวออกมาแล้วจึงพูดออกไปทันที"ให้ยาวกว่านี้ก่อนก็ได้ค่ะแล้วค่อยตัด""พี่ว่าตัดเลยดีกว่านะ ถ้าปล่อยให้ยาวกว่านี้เดี๋ยวเกิดมันหักขึ้นมา มันจะทำให้ซิลเจ็บได้นะ""งั้นก็แล้วแต่
บ้านคามิลและซิลเวีย หนึ่งอาทิตย์ต่อมาตอนนี้คามิลกับซิลเวียได้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมแล้ว แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือในระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ คามิลจะเป็นคนเข้าครัวทำอาหารให้ซิลเวียทาน เขาจ้างแม่บ้านสองคนเพื่อไว้ทำงานบ้าน เขาไม่ให้ซิลเวียหยิบจับอะไรเลย แม้กระทั่ง"เดี๋ยวพี่เป่าผมให้นะ" คามิลบอกกับคนรักที่นั่งอยู่หน้ากระจก ซึ่งตอนนี้เธอกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดผมอยู่"ซิลเป่าเองก็ได้ค่ะ""ซิลนั่งเฉยๆเถอะ เดี๋ยวพี่เป่าให้นะ" ว่าจบ คามิลก็หยิบไดร์เป่าผมในลิ้นชักออกมาเสียบปลั๊ก จากนั้นจึงเลื่อนสวิทช์ไปที่ลมอุ่น ก่อนที่เขาจะมายืนอยูข้างหลังของเธอแล้วเป่าผมให้เธอ"ความร้อนประมาณนี้ได้ไหมซิล""อุ่นกำลังดีเลยค่ะ" เสียงหวานตอบ พลางสายตามองไปยังกระจกที่อยู่ตรงหน้าจึงได้เห็นว่าคนตัวสูงจับผมของเธอด้วยความแผ่วเบา ทั้งที่เขาเป็นผู้ชายแต่มือเขานุ่มมากเวลาจับผมของเธอ"เจ็บไหม""ไม่เจ็บค่ะ มือของพี่คามิลนุ่มมากเลยค่ะ""มือพี่นุ่ม แต่อย่างอื่นไม่นุ่มนะ" เรียวปากหยักสวยเอ่ยพลางใบหน้าหล่อผุดยิ้มเจ้าเล่ห์"อะไรเหรอคะที่บอกว่าไม่นุ่ม" เธอระบายยิ้มถามอย่างรู้ทัน เธอรู้ว่าที่เขาพูดนั้นหมายถึงอะ