ログインบ้าไปแล้ว เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ
อิงดาวก่นด่าตัวเองในใจหลังจากถูกนิชาลากมาเที่ยวผับยามค่ำคืน ผู้คนมากมายรายล้อมอยู่รอบตัวเธอ พวกเขาเหล่านั้นต่างสนุกสนานไปกับเสียงเพลงบีทหนัก ที่มาจากการมิกซ์แอนด์แมตช์ของดีเจชื่อดัง ท่วงทำนองเชิญชวนให้ร่างกายขยับสะโพกไปตามเสียงเพลง
อิงดาวมองผู้หญิงโต๊ะข้าง ๆ ที่เต้นยั่วผู้ชายกลุ่มหนึ่งด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
ผับแห่งนี้แตกต่างกับที่เกาหลีพอสมควร ที่นั่นผู้ชายมือไวเป็นเรื่องปกติ หากเราไม่ระมัดระวังตัวเองก็จะถูกดึงเข้าไปสวมกอดง่าย ๆ คราวที่แล้วอิงดาวไปกับพี่ที่รู้จักกัน หล่อนแต่งงานมีครอบครัวอยู่ที่นั่น รู้จักกับอิงดาวสมัยที่เธอไปทำจิตอาสาช่วยสร้างห้องน้ำให้เด็กน้อยบนดอย คุยกันถูกคอเลยติดต่อกันเรื่อยมา พออีกฝ่ายรู้ว่าน้องสาวคนสวยกำลังจะไปเที่ยวเกาหลี ก็เลยอาสาพาเที่ยวตามประสาพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานาน อิงดาวจึงมีโอกาสได้เปิดหูเปิดตาหลายอย่าง ได้ลองเที่ยวผับครั้งแรกก็ที่นั่น
“เต้นหน่อยสิอิง เห็นยายนมโตโต๊ะนั้นไหม อ่อยเวอร์”
นิชาขยับโยกร่างกายไปตามเสียงเพลง หล่อนชี้นิ้วไปที่หญิงสาวหน้าตาสวยจัดจ้านแต่งกายด้วยชุดหวาบหวิวคนหนึ่ง เธอคนนั้นวาดลวดลายส่ายสะโพกกลางฟลอร์ เหล่าชายแท้ผิวปากชอบอกชอบใจ ส่งเสียงเชียร์กระตุ้นให้หญิงสาวถ่ายทอด ท่าเต้นสุดเย้ายวนอารมณ์ เพื่อสนองตัณหาให้ตัวเองกันอย่างสนุกสนาน
“ไปเต้นแข่งกับนางสิ เอาให้เด่นกว่าเลยเป็นไง”
นิชาแกล้งดันแผ่นหลังบอบบางของเพื่อน อิงดาวรีบขืนตัวเอาไว้
“จะบ้าเหรอแก ไม่เอาหรอก”
ขืนไปก็ใช่ว่าจะเด่นกว่า ผู้หญิงคนนั้นแต่งตัวสวยอวดเรือนร่างด้วยความมั่นใจ ส่วนเธอสวมเพียงชุดเดรสสีชมพูอ่อน กระโปรงยาวเหนือเข่าเพียงเล็กน้อย หน้าตาก็ไม่ได้แต่ง ผมเผ้าก็จับมัดรวบเป็นหางม้า ผูกโบสีขาวมุกประดับบนศีรษะทุย
หาก ณ เวลานี้เธอยืนอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะที่ห้อมล้อมไปด้วยธรรมชาติอันงดงาม หญิงสาวจะเปรียบเสมือนเป็นเจ้าหญิงแสนสวยน่าทะนุถนอม ที่กำลังรอคอยการมาเยือนของเจ้าชายผู้สง่างาม
ทว่าพอเป็นสถานที่อโคจรเช่นนี้… ช่างดูไม่เข้ากับเธออย่างรุนแรง
“ฉันจะกลับ” อิงดาวคว้ากระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรดสะพายพาดหัวไหล่มน
“ยังกลับไม่ได้ แกอย่าลืมนะว่าเรามาที่นี่เพราะอะไร” นิชารั้งแขนเพื่อนเอาไว้
“ฉันไม่สนแล้ว ที่นี่ไม่เหมาะกับฉัน ทั้งเหม็นกลิ่นบุหรี่ ทั้งปวดแก้วหูเพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม แล้วไหนจะภาพพวกนี้อีก…” ว่าแล้วก็กวาดสายตามองรอบกาย ชายหญิงมากมายจับคู่เต้นแนบชิดไม่อายสายตาใคร บางคู่ถึงกับกอดจูบแลกลิ้นนัวเนีย ลูบคลำเรือนร่างของกันและกันอย่างเปิดเผย ราวกับว่าที่แห่งนี้ไม่มีใครอื่นนอกจากพวกเขา
อิงดาวไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึก็จริง แต่หล่อนก็เป็นผู้หญิงที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาเป็นอย่างดี มีความอ่อนหวาน น่ารัก รู้กาลเทศะ รู้คุณค่าในตัวเองและไม่คิดทำลายมันเพื่อแลกกับเศษความสนใจจากผู้ชาย
“ฉันไม่ไหวจริง ๆ แก ขอกลับบ้านก่อนนะ พรุ่งนี้มีสอบด้วย ยังไม่ได้อ่านหนังสือเลยเนี่ย”
“แกไม่ต้องเอาเรื่องสอบมาอ้างเลย ระดับแกต่อให้ไม่ได้อ่านหนังสือสักตัวยังไงก็ทำข้อสอบได้ แต่ที่แกอยากกลับเป็นเพราะว่าแกไม่กล้าพิสูจน์ผู้ชายคนนั้นใช่ไหม”
นิชาส่ายหน้ารู้ทัน มือยังคงยึดแขนเรียวของเพื่อนรักเอาไว้ ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายเดินหนีไปง่าย ๆ อิงดาวถอนหายใจเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง
“เขาไม่ได้ชอบฉันหรอกนิ ทำแบบนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์”
“งั้นมาลองดูกันสักตั้ง” นิชาเขยิบมายืนข้างเพื่อน กระซิบที่ใบหูเล็กด้วยเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้ยินในสิ่งที่ตัวเองพูด
“เห็นผู้ชายโต๊ะนั้นไหม” ชี้นิ้วไปยังโต๊ะตัวหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเธอยืนอยู่
“เห็น” อิงดาวพยักหน้าใสซื่อ ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า “ทำไมเหรอ แกรู้จักเขาเหรอ”
“ตอนนี้ยัง แต่เดี๋ยวจะได้รู้จักแล้วแหละ” พูดจบก็ตรงดิ่งไปหาผู้ชายหน้าหล่อคนนั้นทันที อิงดาวจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
นิชาเข้าไปทักทายชายแปลกหน้าพร้อมพูดคุยอะไรบางอย่าง ที่เธออ่านปากไม่ค่อยถนัดสักเท่าไร มุมปากได้รูปของชายคนนั้นกระตุกยิ้มราวกับพึงพอใจในสิ่งที่ได้รับฟังจากเพื่อนของเธอ สายตาคมมีเสน่ห์มองมาที่เธอก่อนที่มือหนาจะยกแก้วเหล้าทักทาย อิงดาวที่ไม่ได้สั่งเครื่องดื่มอะไรไว้ได้แต่พยักหน้าตอบรับไมตรีนั้น เธอส่งยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินไปที่โซนเคาน์เตอร์บาร์แล้วกระซิบอะไรสักอย่างกับบาร์เทนเดอร์ที่ยืนให้บริการอยู่ตรงนั้น ไม่นานบาร์เทนเดอร์คนเดิมก็ส่งเครื่องดื่มสีหวานสดใสให้เขาสองแก้ว ร่างสูงเด่นเป็นสง่าสาวเท้ามาที่เธอ
อิงดาวพยายามระงับอาการตื่นเต้นเอาไว้ เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกประหม่ากับคนแปลกหน้าถึงเพียงนี้…
“สวัสดีครับ ผมแซมนะครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” ชายหนุ่มแนะนำตัวอย่างสุภาพ
“สวัสดีค่ะ อิงดาวค่ะ” นับว่าร่างบางทำได้ดีพอสมควร น้ำเสียงที่เปล่งออกไปนั้นไร้ซึ่งอาการสั่นปลาย ไม่เช่นนั้นคงถูกเขาจับพิรุธได้ ว่าเธอกำลังตื่นเต้นจนเหงื่อออกมือไปหมดแล้ว
บ้าจริง ยายนิชาไปพูดอะไรกับเขานะ ผู้ชายคนนี้ถึงได้ตรงมาทักทายเธอ
“ชื่อเพราะมากครับ เหมาะสมกับตัวเลย” เขาชมจากใจ
“ขอบคุณค่ะ” ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีใครสักคนเอ่ยชมชื่อของเธอ อิงดาวได้ยินคำชมลักษณะนี้ตั้งแต่เล็กจนโต
“ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ช่วยให้เกียรติดื่มกับผมสักแก้วนะครับ ถือว่าเราสองคนได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ” แซมยื่นแก้วบางใสทรงเรียวรีให้หญิงสาวหน้าหวาน
“เอ่อ คือ ฉันไม่ดื่มเหล้าค่ะ ต้องขอโทษด้วย” อิงดาวปฏิเสธด้วยท่าทีนุ่มนวล
“ผมทราบดีครับ” ถึงไม่บอกเขาก็พอเดาได้จากบุคลิกท่าทาง ผู้หญิงที่มีคุณลักษณะแบบนี้จะค่อนข้างเรียบร้อย ขี้อาย วางตัวเองอยู่ในกรอบอันดีงาม
ซึ่งเขาไม่ได้เจอคนแบบนี้บ่อยนัก ช่างน่าสนใจเสียจริง
“แล้วแก้วนี้ก็ไม่ใช่เหล้า แต่เป็นน้ำผลไม้สูตรพิเศษของทางร้าน ลองดื่มดูนะครับ”
อิงดาวมองน้ำสีพาสเทลในแก้วเรียวรีบางใส พลางเม้มริมฝีปากอย่างชั่งใจว่าควรรับเครื่องดื่มจากเขาดีหรือไม่
“คุณคงไม่คิดว่าผมจะวางยาคุณหรอกนะครับ”
“คะ?” เธอค่อนข้างประหลาดใจที่เขารู้เท่าทัน
“ท่าทางคุณดูกลัว” แซมเลิกคิ้วมองคนหน้าหวาน อิงดาวตัดสินใจรับเครื่องดื่มที่เขาบอกว่าเป็นน้ำผลไม้มาถือไว้ หญิงสาวลองจิบเพื่อลิ้มรสชาติดูก่อน ปรากฏว่าสิ่งที่หวาดระแวงไม่เกิดขึ้นจริง เครื่องดื่มที่รับมาจากชายหนุ่มมีรสชาติหวานซ่ากลมกล่อม
“อร่อยดีค่ะ” ส่งยิ้มบอกกับเขา แซมหลงใหลไปกับความน่ารักใสซื่อที่ส่งตรงมาจากข้างในอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งจริตมารยาเฉกเช่นหญิงสาวผู้อื่นที่เขาเคยเจอ
“ขอถามได้ไหมคะว่าเพื่อนฉันพูดอะไรกับคุณ” ถามพลางส่งสายตาตำหนิแกมโกรธไปยังนิชา ที่ตอนนี้ฉีกยิ้มกว้างโบกมือให้เธอ
“ไม่ได้พูดอะไรครับ เพื่อนคุณเขาสังเกตเห็นว่าผมแอบมองคุณนานแล้ว ก็เลยเข้าไปทักทาย”
“แอบมองหรือคะ?” อิงดาวประหลาดใจ เธอไม่รู้สึกตัวสักนิดว่ามีคนกำลังแอบมองอยู่
“ครับ ผมแอบมองคุณ” แซมยอมรับอย่างเปิดเผย
เจ้าของร่างบอบบางสวมเดรสสุดเรียบร้อยสะดุดสายตาเขาตั้งแต่แรกเห็น
“ขอบคุณมากนะครับที่ให้เกียรติดื่มเป็นเพื่อนผม”
แซมชูแก้วของตัวเองขึ้น ริมฝีปากบางเฉียบเผยรอยยิ้มขี้เล่นออกมา
“ด้วยความยินดีค่ะ” อิงดาวมีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้นเมื่อได้พูดคุยกับเขา ท่าทางเขาเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ต่อไปเธอคงต้องหัดมองโลกในแง่ดีมากยิ่งขึ้น
อยู่ใกล้พี่ชายจอมหวงมากเกินไปเลยติดนิสัยขี้ระแวง
จนได้แชะ
นิชาถ่ายรูปอิงดาวที่ยิ้มและพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับแซมเอาไว้ เธออัปโหลดรูปดังกล่าวลงในไอจี พร้อมด้วยแคปชันชวนเข้าใจผิด ติดแท็กหาเพื่อนสาวอย่างจงใจ
‘เพื่อนรักมีหนุ่มมาจีบ ยิ้มกว้างเลยน้า’
ลงไปยังไม่ถึงห้านาทีจำนวนกดไลค์ก็พุ่งทะยานสู่หลักร้อย เนื่องด้วยไอจีของอิงดาวมีผู้ติดตามเหยียบหลักแสนคน หญิงสาวโด่งดังจากการที่เคยมีรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยนำภาพของเธอส่งไปในเพจฮิต คุณหมอน่ารักบอกต่อด้วย เลยทำให้มีคนจำนวนมากมาติดตามชีวิตของว่าที่คุณหมอตัวเล็กหน้าหวาน ที่ไม่ว่าจะลงรูปหรือลงคลิปอะไรก็มียอดเอ็นเกจเมนต์ใกล้เคียงกับเน็ตไอดอลเบอร์ต้น ๆ ของประเทศ
“แท็กให้เห็นขนาดนี้ ถ้าไม่ร้อนรนก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว”
นิชามั่นใจว่ากระทิงจะต้องเห็นภาพนี้อย่างแน่นอน
ภาพชายหญิงสองคนยืนคุยกันอย่างเป็นกันเองไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสถานที่แบบนี้ เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงที่ยืนยิ้มหวานให้กับหนุ่มหล่อหน้าตาดีคนนั้น เป็นคนที่เพื่อนรักของเขาหลงใหลหัวปรักหัวปรำ
วรวิทย์ยืนมองอิงดาวอยู่บนห้องรับรองชั้นสอง หลุบตามองมือถือว่าจะโทร. หากระทิงดีไหม สองจิตสองใจระหว่างโทร. กับไม่โทร.
ถ้าโทร. แน่นอนว่ากระทิงจะต้องโกรธเป็นหมาบ้าแล้วรีบขับรถมาที่ไนต์คลับของเขาอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่โทร. สิ่งที่เขาเห็นในวันนี้ก็จะถูกเก็บเป็นความลับตลอดกาล เพราะเขาไม่คิดจะเอาสิ่งที่เห็นไปบอกอีกฝ่าย ด้วยรู้นิสัยของกระทิงดี
ลองถ้ามันรู้ว่าอิงดาวแอบหนีที่บ้านมาเที่ยวกลางคืนก็เดือดจัดพอทนแล้ว แต่ถ้าได้เห็นว่าหญิงสาวหน้าหวานมีหนุ่มมาพูดคุยด้วย คงกลายร่างเป็นหมาป่ากระหายเลือด ฉีกกระชากเนื้อหนังมังสาของไอ้ผู้ชายคนนั้นให้ตายคามือ
กระทิงมีด้านมืดมากมายที่อิงดาวไม่รู้ แต่เขาในฐานะเพื่อนสนิทย่อมรู้ทุกอย่าง ซึ่งด้านมืดนั้นเขารู้ดีว่าโหดเหี้ยมแค่ไหน…
เมื่อได้ข้อสรุปที่คิดทบทวนไปมา เขาก็เก็บเครื่องมือสื่อสารใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม ปล่อยให้ภาพที่เห็นในค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่ต้องหาเรื่องใส่ตัวดีกว่า แค่นี้ชีวิตเขาก็วุ่นวายมากพอแล้ว วรวิทย์กระดกบรั่นดีสีเข้มสาดลงลำคอจนหมดแก้ว กำลังจะหมุนตัวกลับไปนั่งคลอเคลียสาวให้สบายใจ ทว่ายังไม่ทันได้หันหลังเดินไปที่โซฟาตัวยาวสีแดงสด เสียงกรีดร้องของลูกค้าก็ดังขึ้น ผสานสมกับเสียงโหวกเหวกโวยวายที่ดังกระหึ่มมาจากชั้นล่าง
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเบิกโพลง ร่างสูงกำยำของกระทิงตรงดิ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อลูกค้าหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนคุยกับ
อิงดาวอย่างออกรสออกชาติ“ฉิบหายแล้วมึง!”
นาทีนี้ไม่มีคำไหนจะแทนความวินาศสันตะโรได้เท่าคำนี้อีกแล้ว
“ร้านกูพังแน่!!!”
สามปีต่อมา… “น้องเสือเลิกเล่นได้แล้วลูก ได้เวลาอาหารเย็นแล้วนะคะ” เสียงคนเป็นแม่ตะโกนบอกลูกน้อยวัยสามขวบที่กำลังเล่นเตะบอลอยู่กับคุณพ่อที่สวนหย่อมหน้าบ้าน เสียงหัวเราะสดใสของลูกดังไปทั่วทั้งสนามหญ้า ตามมาด้วยเสียงเชียร์อัปของคุณพ่อมาเฟียที่ยืนส่งกำลังใจให้ลูกน้อยตัวป้อมใช้เท้าเล็ก ๆ ดันลูกบอลลูกเล็กเข้าโกล “เย่! ลูกเสือของพ่อเก่งที่สุดเลย”กระทิงปรบมือลุ้นจนกระทั่งลูกเสือน้อยทำสำเร็จ ชายหนุ่มยิ้มหน้าบาน ภาคภูมิใจในความเก่งของสายเลือดในอก ตั้งแต่ลูกคนนี้ถือกำเนิดมา ชีวิตครอบครัวของเขากับอิงดาวก็เปี่ยมล้นไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ น้องเสือน้อยยิ่งโตยิ่งน่ารัก เป็นดวงใจของพ่อและแม่ อีกทั้งยังเป็นที่รักยิ่งของปู่ย่าตายาย รวมไปถึงพี่ป้าน้าอาอีกด้วย และแน่นอนว่าเป็นหลานรักของอิชย์และอาชย์ด้วยเช่นกัน… “เย่นอีก เฉือจาเย่นอีก” เด็กน้อยวัยสามขวบดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดคนเป็นพ่อ วิ่งไปหยิบลูกบอลกลมเล็กมากอดอุ้ม ส่งสายตาแป๋วมองคุณพ่อตัวสูง กระทิงทำสายตาวิบวับเป็นประกาย กำลังจะยื่นมือไปหยิบเจ้าลูกบอลหย่อนลงพื้นอยู่แล้วเชียว ทว
เสียงดนตรีบรรเลงเพลงอบอุ่นให้ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก… ที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นซุ้มดอกไม้สวยงามละลานตา ทุ่งหญ้างดงามอบอวลไปด้วยธรรมชาติที่กำลังเบ่งบานท่ามกลางความรักแสนหวานของคู่บ่าวสาว การ์ดเชิญถูกหย่อนลงกล่องทีละใบผ่านเพื่อนสนิทและผู้ใหญ่ที่เคารพ เพียงไม่นานกล่องใบนั้นก็ถูกบรรจุคำยินดีอย่างท่วมท้นให้กับบ่าวสาวที่กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันอีกภายในไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ อิงดาวมองตัวเองที่กำลังสวมใส่ชุดแต่งงานด้วยความรู้สึกปลื้มปริ่ม… จากหญิงสาวอ่อนต่อโลกผู้มีชีวิตเปรียบดั่งไข่ในหินของครอบครัว มาวันนี้เธอกำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นภรรยาของคนที่เธอรัก นับจากวันนี้เป็นต้นไปชีวิตของเธอจะเป็นส่วนหนึ่งของเขา “ตื่นเต้นไหมลูก ถ้าตื่นเต้นก็จับมือพ่อไว้นะ” เจ้าสัวอัครให้กำลังใจลูกสาวคนเล็ก ก่อนจะจับมือเล็กนุ่มมาหยุดยืนที่หน้าประตูซุ้มดอกไม้ อีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าเขาก็ต้องส่งลูกสาวที่เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมให้กับชายหนุ่มที่รักและหวงแหนลูกสาวของเขาเช่นกัน ภายในใจของคนเป็นพ่อมีทั้งความสุขและความเศร้าในเวลาเด
เสียงไซเรนของรถพยาบาลดังขึ้นท่ามกลางถนนที่มุ่งตรงสู่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด… อิงดาวกุมมือแฟนหนุ่มเอาไว้ตลอดทาง ร่างของกระทิงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่วางใจอยู่ดี หญิงสาวนั่งรอที่หน้าห้องผ่าตัดตลอดทั้งคืน เวลาผ่านไปเกือบห้าชั่วโมง… นายแพทย์ที่รับหน้าที่ดูแลเคสของกระทิงก็เดินออกมาจากห้องผ่าตัด อิงดาวรีบเอ่ยถามถึงอาการของแฟนหนุ่มด้วยความรู้สึกเป็นห่วงอย่างสุดหัวใจ “คนไข้เป็นยังไงบ้างคะหมอ” “การผ่าตัดผ่านพ้นไปได้ด้วยดีครับ ถึงร่างกายจะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ” คำรายงานของแพทย์ทำให้อิงดาวรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก “แต่ยังไงก็ต้องให้พักรักษาตัวจนกว่าคนไข้จะหายดีก่อนนะครับ ตอนนี้คนไข้อาจยังไม่ฟื้นทันที” “แต่เขาจะปลอดภัยใช่ไหมคะ?” “คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ” กลุ่มเพื่อนของกระทิงที่ได้ยินแบบนั้นต่างมีสีหน้าโล่งใจไปตาม ๆ กัน เพราะก่อนหน้านี้ร่างกายที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือดของกระทิงทำให้ทุกคนตกใจเป็นอย่างมาก แต่ในเมื่อคุณหมอบอกว่าเขาปลอดแล้วก็ถือว่าคลายความกังวลใ
นั่งรถไปได้สักพักอิงดาวก็สังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง เส้นทางที่แซมใช้ไม่ใช่ถนนที่เธอคุ้นเคยเลยสักนิด เมื่อหันหน้าไปมองสารถีหนุ่ม หญิงสาวจึงเห็นแววตาของเขาทอประกายดุดันยามมองท้องถนนกว้างใหญ่ อิงดาวรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าแซมกำลังจะพาเธอไปยังสถานที่อื่น เขาขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนดเพื่อจะพาเธอไปที่โกดังร้าง แหล่งมั่วสุมของเขากับลูกน้องที่เก็บยาเสพติดเอาไว้มากมาย “คุณแซม คุณจะพาฉันไปไหน!” อิงดาวถามด้วยความตกใจ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของชายคนข้าง ๆ ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ไม่มีคำตอบใดเล็ดลอดออกมาจากเจ้าของรถ มีเพียงสายตาเย็นชาที่หันมาสบตาเธอเพียงครู่เดียว ก่อนเบือนกลับไปมองถนนตามเดิม อิงดาวมือไม้สั่นไปหมด เธอสอดมือล้วงเข้าไปที่กระเป๋าสะพายหมายจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแต่ว่าแซมรู้ทัน เขาปล่อยมือจากพวงมาลัยรถออกหนึ่งแล้วแย่งเอากระเป๋าสะพายของเธอเหวี่ยงไปที่หลังรถ เสียงข้าวของที่อยู่ในนั้นหล่นกระจายกับพื้นรถ อิงดาวพยายามจะดันเบาะรถไปหยิบมือถือแต่น้ำเสียงข่มขู่ของแซมทำให้เธอตัวแข็งทื่อ “ถ้าคิดทำอะไรโง่ ๆ ออกมา เธอได้กลายเป็นศพอยู่กลางถนนแน่!!
บ้านหลังใหญ่กลางหุบเขาที่ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้นานาพันธุ์ รอบข้างมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากบ้านหลังนั้นที่พอจะส่องสว่างคลายความน่ากลัวลงได้บ้าง ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องใต้ดินของบ้านกลับน่ากลัวยิ่งกว่าบรรยากาศด้านนอก เมื่อมีร่างของมือปืนที่กำลังถูกกระทิงซ้อมปางตายร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบวมช้ำเต็มไปด้วยร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์ ร่างกายถูกทรมานอย่างหนัก สติเหม่อลอยไปไกลเพราะเสียเลือดมาก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดิน “ปากแข็งจริง ๆ นะมึง!” กระทิงบ่นพึมพำ มองไปยังคนบนพื้นที่กำลังหายใจรวยริน ถึงต่อให้มือปืนจะถูกทรมานหนักแค่ไหน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเปิดปากสารภาพความจริง มือปืนคนนี้คือคนที่ลอบทำร้ายวรวิชย์ เจ้าของผับ เคเอ็น ไนต์คลับ ซึ่งถือว่าเป็นเพื่อนรักอีกคนหนึ่งของกระทิง ตั้งแต่วันที่เขารับเอาตัวมันมาจากวรวิทย์ กระทิงก็ทำการสอบสวนอย่างหนัก แต่ไม่ว่าจะทำรุนแรงยังไงอีกฝ่ายก็ยังเลือกที่จะเงียบ ทำให้เขาไม่สามารถเค้นเอาคำตอบอะไรได้เลย นานวันเข้ากระทิงก็เริ่มใจอ่อนในบางครั้งเพราะเห็นว่าเจ็บหนัก อยากจะใช้สันติวิธีพูดคุยกัน แต่แผนการณ์น
ภายในเซฟเฮาส์สุดหรูมีชายสองคนกำลังนั่งดูภาพของหญิงสาวที่ถูกกล้องภายใต้แว่นตาของบอดีการ์ดบันทึกไว้ผ่านจอโพรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ ทุกภาพทุกความเคลื่อนไหวที่ส่งเข้ามานั้นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงสด ๆ ร้อน ๆ กระทิงหงุดหงิดแทบบ้า อยากจะพุ่งตัวเข้าไปในจอแล้วกระชากไอ้ตากล้องคนนั้นมาสั่งสอนให้หลาบจำ มันบังอาจนักที่กล้ามาแตะต้องหนูอิงของเขา “ขำห่าอะไร!” เขากระชากเสียงถาม ขณะที่เขากำลังหัวเสีย ไอ้เพื่อนชั่วนี่ก็หัวเราะไม่เลิก “กูรู้นะว่าทำไมไอ้นี่มันถึงกล้ายุ่งกับอิงดาว” ดูวัลล์ทำสีหน้าเป็นต่ออยู่ครู่หนึ่ง เล่นตัวไม่ยอมบอกข้อมูลเพิ่มเติมกับกระทิง “จะพูดอะไรก็พูดมาไอ้เวร กูจะคลั่งตายอยู่แล้วเนี่ย!” กระทิงอยากถวายบาทาหนักหน่วงฟาดปากไอ้เพื่อนห่านี่คนแรกจริง ๆ ทำไมจะไม่รู้ว่ามันจงใจยั่วยุเขาทางอ้อม ดูวัลล์หัวเราะด้วยความสะใจ ส่ายหัวให้กับความใจร้อนของเพื่อนก่อนจะยอมบอกในที่สุด กระทิงตั้งใจรับฟังทุกถ้อยคำจากปากเพื่อน หัวคิ้วเข้มหนาขมวดชนกัน “แล้วมึงรู้ได้ไงว่าไอ้นี่มันเป็นรุ่นน้องของอิชย์” “ตอนแรกก็ไม่รู้หรอก เพิ่งร