Masukและสิ่งแรกที่จะทำในตอนนี้ คือเดินเข้าไปคุยกับไอ้เหี้ยต้าร์ให้รู้เรื่อง
“ไอ้ต้าร์” “มึงมีไร” เมื่อเห็นเพื่อนร่วมห้อง ต้าร์ก็ได้แต่หันมามอง ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย “เอ่อ...พี่อาร์ที” หยก สาวสวยดาวคณะบัญชี ที่เคยมีความสัมพันธ์กับอาร์ทีมาก่อน เธอก็แทบทำตัวไม่ถูก ที่รู้ว่าเขาเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นแบบนี้ “มึงเลิกกับจีน่าหรือยัง” เป็นคำถามแรกที่เขาถาม โดยไม่ได้สนใจคนข้างกายมันเลยแม้แต่น้อย “มึงเสือกไร” ต้าร์ก็ยังทำเป็นไม่สนใจ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวด้วยซ้ำ “กูก็โทรบอกมึงแล้วไง” อาร์ทีเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว “แล้วไงต่อ” “ไอ้เหี้ยต้าร์! มึงก็รู้ว่าจีน่ารักมึงขนาดไหน” “เออ กูรู้” “รู้แล้วทำเหี้ยอะไรของมึง” “เรื่องของคนเป็นแฟนกันมึงไม่ต้องรู้หรอก จีน่ารู้ดีว่ากูต้องการอะไร และเมื่อไหร่ที่จีน่าให้กูได้ วันนั้นแหละที่กูจะเหมือนเดิม ถ้ามาหามึงอีกมึงก็บอกไปก็แล้วกัน” “ไอ้เหี้ยมึงนี่มัน!” “ฝากจีน่าด้วยละกัน กูรู้ว่ามึงรู้ว่าควรทำยังไง” “มันใช่ธุระกูที่ไหน” แล้วก็ต้องหงุดหงิดมากกว่าเดิม ที่แต่ละคนยกให้เขาเป็นคนกลางแบบนี้ “ยังไงก็กลายเป็นธุระมึงไปแล้ว เอาไว้จีน่าพร้อมตอนไหน กูก็คงกลับไปตอนนั้น มึงบอกแค่นี้ก็พอ แล้วไม่ต้องมาวุ่นวายอะไรกับกูอีกนะ” พูดจบต้าร์ ก็เดินออกไปจากตรงนั้น ตรงไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลมาก “ไอ้เหี้ยเอ้ย!” อาร์ทีเองก็หงุดหงิดไม่ต่างกัน เขาก็เดินออกจากตรงนั้นไปทันที ไม่ได้สนใจคนที่ยืนอยู่เลยแม้แต่น้อย “...” หยกที่กำลังหาข้อแก้ตัว ให้ตัวเองดูดีกับทั้งสองคนอยู่ ก็ถึงกับอ้าปากเหว่อ คนหนึ่งไม่ได้เสียดายเธอ อีกคนนึงก็มีแฟนแล้ว และคนที่ทั้งคู่มาเสวนากัน ก็เป็นผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอ “หน้ามึงเป็นเหี้ยอะไรอีก ไปตามน้องหยกกลับมาไม่ได้หรือไง” ทันทีที่ไอ้เพื่อนรักกลับมาทั้งคู่ก็อดจะแซวไม่ได้ “ตามเหี้ยอะไร คนอย่างกูไม่กินซ้ำเว้ย” เขาต้องสบถออกไปอย่างหงุดหงิด เขาไม่มีวันเสียดายผู้หญิงที่ไปกับผู้ชายคนอื่นได้ง่าย ๆ แบบนั้นหรอก “เออ สรุปมึงจะไปป่ะสนามแข่งเย็นนี้” “ยัง กูกลับไปคุยกับแม่ก่อน รถอยู่บ้านยังเอาออกมาไม่ได้เลย” “โห้ว ลูกแหง่อีกและ” “เออ ถ้ายังหาเงินเองไม่ได้ก็อย่าปากดี” “ไอ้เหี้ย นั่นคำพูดแม่กู” “คิดแล้วกูก็กลับบ้านดีกว่า ไม่ได้เจอแม่มาเป็นเดือนแล้ว” แต่กลับไปนี่ต้องหูชาแน่นอน ตัวช่วยอย่างพ่อเขาก็ไปดูแลงานที่ต่างประเทศแล้ว แบบนี้ก็คงจะแย่อยู่ ณ บ้านโชติธนัชน์ หลังจากที่เลิกเรียนวันนี้อาร์ที ก็กลับมาที่บ้าน เพราะเขาก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านเป็นเดือนแล้ว แต่กลับมาก็ต้องแปลกใจ เพราะวันนี้แม่เขาไม่อยู่บ้าน “คุณผู้หญิงไม่อยู่นะคะคุณอาร์ที” “ไปไหนนะครับพี่แจ่ม” “ไปทำบุญที่วัดทางภาคเหนือค่ะ” “หะ? แม่เนี่ยนะ” เป็นอะไรที่เขาไม่อยากจะเชื่อ คนอย่างแม่เขานี่นะจะอยากไปทำบุญ “ใช่ค่ะ เห็นว่าจะกลับมาวันศุกร์” และเมื่อเป็นอย่างนี้ เขาก็จะเอารถออกไปเลย วันนี้คงสะดวกแล้ว เขาก็จะได้นัดเด็กมาต่อที่คอนโดแบบไม่รู้สึกผิด เขากลับมาบ้านแล้วนะแต่แม่ไม่อยู่เองทำยังไงได้ คิดแล้วก็ต่อสายหาคนที่เขาจะนัด มาที่คอนโดห้องเชือดของเขาคืนนี้ในทันที ณ คอนโดอาร์ที และเวลาของเขากับน้องที่เขาได้นัดมาก็ได้เริ่มขึ้น ตอนนี้เหมือนเขาจะหลงใหลเด็กปีหนึ่งเป็นพิเศษ แล้วคนที่นัดมาวันนี้ก็คือน้องน้อยหน่า สาวสวยวิศวะปีหนึ่ง ที่เขากับเธอสบตากันในวันรับน้อง แม่ง! คนอะไรน่ารักฉิบหาย วันนี้แล้วสินะ ที่เขากับเธอจะได้มีช่วงเวลานั้นด้วยกัน เสื้อผ้าของทั้งคู่โดนปลดเปลื้องออกจนหมด ไอนั่นที่ใหญ่โตตอนนี้ผงาดขึ้น เหมือนเป็นการปลดปล่อยอิสรภาพ ที่ถูกกักเก็บเอาไว้ออกมา ลำใหญ่ดุดัน นี้มันทำให้เขามั่นใจในตัวเองมาก ๆ จนคนที่นอนดูอยู่ก็ถึงกับเบิกตากว้าง มันใหญ่มาก เกือบจะเท่าแขนเธอเลยก็ว่าได้ มันทั้งใหญ่และยาว ‘วาสนากีมึงก็วันนี้แหละอีน้อยหน่าเอ้ย’ จากท่าทางที่เหนียมอายตอนแรก ตอนนี้แปรเปลี่ยนไปแทบอยากลุกขึ้นไปครอบงับส่วนนั้นให้ไม่เหลือ น้ำรักเบื้องล่างของเธอ ก็ออกมาเยอะมากจนรู้สึกได้ นี่เขามีอิทธิพลกับความร่านของเธอมากขนาดนี้เลยเหรอ เขาที่เห็นว่าเธอดูพอใจขนาดนั้น ก็ไม่รอช้าที่จะเสียเวลาเลยสักวินาที มือหนากำลังดึงแพนตี้ตัวบาง ภายในกระโปรงนักศึกษาตัวสั้นเซ็กซี่นั้นออก ก็ต้องชะงักไป เมื่อได้ยินเสียงกริ่งที่ดังขึ้นจากหน้าห้อง กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง “แม่ง! เดจาวูหรือเปล่าวะ” เขาค่อย ๆ หันไปมองแล้วสบถออกมาด้วยความหงุดหงิด เหตุการณ์มันเหมือนอาทิตย์ที่แล้วไม่มีผิดเลย อย่าบอกนะว่าเธอมาหาเขาอีก ‘เชี้ย! ทำให้กูค้างขนาดนี้รอบนี้กูไม่ปล่อยออกจากห้องแล้วนะ’ เขาได้แต่คิดพร้อมกับมองคนที่อยู่ใต้ร่างอย่างเสียดาย “ใครมาคะ แฟนพี่อาร์ทีหรือเปล่า” น้อยหน่ารีบถามขึ้นด้วยความไม่พอใจ แต่เขาบอกเธอเองนะว่าเขาไม่ได้มีใคร บังเอิญเธอที่ชอบเขาอยู่แล้วก็เชื่อเขาได้อย่างง่ายดาย และมาหาเขาที่ห้องในทันทีที่เขาโทรหา “ไม่ใช่ พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่มีแฟน” “แล้วใครมาคะ” กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง แล้วเสียงกริ่งก็ดังขึ้นแบบไม่เกรงใจอีกครั้ง เขาได้แต่ถอนหายใจพรืดใหญ่ ก่อนจะบอกคนที่อยู่ใต้ร่างเขาตอนนี้เหมือนเดิม “น้องน้อยหน่าใส่เสื้อผ้าก่อนนะ” “พี่อาร์ที...” น้อยหน่าก็ได้แต่มองด้วยแววตาที่ตัดพ้อ อุตส่าห์จะได้กับเขาแล้วเชียว “นะ รีบใส่เสื้อผ้า เดี๋ยวพี่มา” พูดจบเขาก็ลุกขึ้น เดินโท่ง ๆ ไปหยิบผ้าขนหนู ที่อยู่ตรงนั้นมาพันเอวสอบ ก่อนจะเดินออกไปเปิดประตู “อาร์ที...” แล้วก็เป็นจีน่าที่มายืนอยู่หน้าห้องด้วยแววตาที่แดงก่ำ พร้อมกับน้ำตาเจ้ากรรมที่ไหลอาบแก้ม “...” เขาที่เห็นแบบนั้นก็ถอนหายใจ สายตาคมก็จ้องที่ใบหน้าสวยอย่างไม่ลดละ นี่เธออีกแล้วเหรอ เฮ้อ! “เอ่อ...อาร์ที” “อะไรอีกว่ะจีน่า” “เราขอร้องอีกรอบได้ไหม ฮึก ๆ” “เห้อ! เข้ามา” จากที่จะเกรงใจตั้งแต่แรก ตอนนี้เพราะความหึงหวงและความคิดถึง มันเลยทำให้เธอต้องก้าวล้ำ ความเกรงใจจากเจ้าของห้องไป เดินวนเวียนอยู่หน้าห้องเขากว่า 30 นาทีแล้ว กว่าจะตัดสินใจกดกริ่ง เพื่อให้เขามาเปิดประตูให้แบบนี้ “มีอะไรอีก” “เอ่อ...” จีน่าก็ต้องรีบเช็ดน้ำตาอีกครั้ง เมื่อเห็นผู้หญิงอีกคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำเขา เธอคงมาขัดจังหวะอีกแล้วใช่ไหม “พี่อาร์ที ใครมาคะ” น้อยหน่าถามขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ “เพื่อน น้องน้อยหน่ากลับไปก่อนนะเดี๋ยวพี่นัดมาใหม่วันหลัง วันนี้เพื่อนพี่มีปัญหา พี่ต้องช่วยแก้ปัญหาก่อน” “เพื่อนจริง ๆ เหรอคะ ถ้าแค่เพื่อนน้อยหน่ารอได้นะ” น้อยหน่าก็หันมองหน้าผู้หญิงที่เดินเข้ามาในห้องเขา เธอมั่นใจว่าเธอเคยเห็นเพื่อนเขาหลายคน แต่ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้เลย เพราะเจ้าหล่อนทั้งสวยทั้งขาว ผิวพรรณก็ดีเหมือนคุณหนูบ้านรวย ๆ ทั้งยังดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว เผลอ ๆ ดีกว่าเธอมากเสียด้วยซ้ำ “...” จีน่าได้แต่ก้มหน้าลง ถึงแม้จะรู้สึกผิดก็เถอะ แต่น้ำตาของเธอก็ไหลไม่หยุดในตอนนี้ เนื่องจากไปรับรู้เรื่องอะไรของแฟนมา “กลับไปก่อนนะ วันนี้เพื่อนพี่มีปัญหา นะครับน้องน้อยหน่า พี่โทรหาใหม่นะ” เขาก็เลือกที่จะพูดจาดี ๆ กับว่าที่คู่ขา เพราะรอบหน้าเขาไม่พลาดนัดเธอมาอีกแน่ รอบนี้ทุกอย่างมันฟาวล์ไปหมดแล้ว “ก็ได้ค่ะ พี่อาร์ทีบอกกับน้อยหน่าแล้วนะ” “ครับ” แล้วน้อยหน่าก็ออกจากห้องเขาไปในทันที ด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองในใจ คอยดูเถอะ เธอจะไม่ปล่อยเขาไปเด็ดขาด พี่อาร์ทีต้องเป็นของเธอคนเดียววันงานแต่งงานในที่สุดงานแต่งงานสุดยิ่งใหญ่อลังการแห่งปีก็จัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ด้วยความที่เจ้าบ่าวเร่งรัดอยากแต่งงานใจจะขาดจนเจ้าสาวคนสวยต้องพับโครงการไปเรียนต่อเก็บไว้ก่อน ซึ่งนั่นสร้างความพอใจให้ซัน ผู้เป็นพ่อ และคอปเปอร์ ว่าที่สามีที่จับมือร่วมวางแผนกันสุด ๆภายในห้องแต่งตัว เจ้าสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์เกล้าผมขึ้นอย่างมีมิติ โชว์ผิวขาวออร่าและเรือนร่างหุ่นดีดูสง่างามจับตา ขณะที่เจ้าบ่าวอยู่ในชุดสูทสากลตัดพอดีตัว หล่อเนี้ยบสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก“แหม... ยิ้มไม่หุบเลยนะไอ้เสือ” อาร์ทีเดินเข้ามาทักลูกชายพร้อมหัวเราะเบา ๆ“ก็ต้องยิ้มสิครับพ่อ ผมรอวันนี้มาหลายปีแล้ว” คอปเปอร์ตอบด้วยรอยยิ้มกว้าง ก่อนจะหันไปมองพ่อของมิเกล“แล้วก็ต้องขอบคุณพ่อด้วยนะครับ ที่ช่วยผมเบรกเรื่องเรียนต่อของเกลไว้”“แน่นอน ฮ่า ๆ”มิเกลหันมาค้อนขวับใส่ทั้งคู่ทันที“เกลยังอยู่นะคะพ่อ! ร้ายกันทั้งพ่อทั้งสามีเลยนะ!”“เอาน่าลูก เพื่อความมั่นคงของครอบครัว” ซันหัวเราะชอบใจสินสอดทองหมั้นในพิธีวันนี้จัดใหญ่ทุ่มหมดหน้าตัก เรียงรายจนแทบจะนับมูลค่าไม่ไหว เพราะทางจีน่าและอาร์ทีทุ่ม
หลังจากกลับมาจากกระบี่ ทั้งคู่ก็ตรงดิ่งมาที่บ้านของมิเกลทันที จุดประสงค์แรกคือมาหาเจ้าแคนดี้กับปีโป้ แมวสองตัวที่แม้อายุจะมากขึ้นตามวัย แต่ก็ยังคงความน่ารักอ้วนทวนเหมือนเดิมทันทีที่คอปเปอร์เดินเข้าบ้าน เจ้าสองตัวก็วิ่งกรูเข้ามาถูไถขา ทั้งเจ้าแคนดี้ปีโป้ต่างก็ส่งเสียงร้องทักทายอย่างจำได้ คอปเปอร์รีบย่อตัวลงไปรวบพวกมันเข้ามากอดไว้เต็มอ้อมแขน“คิดถึงจังเลยลูก... จำป๊ะป๊าได้ไหมเนี่ยพวกมึง” คอปเปอร์ลูบหัวพวกลูก ๆ ด้วยรอยยิ้มกว้าง“เหมียว~” สองแมวร้องประสานเสียงตอบทันควันมิเกลยืนมองภาพนั้นแล้วอมยิ้ม ก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจ“นึกว่าจะลืมไอ้เจ้าสองตัวนี้ไปซะแล้ว”“ไม่มีทางลืมหรอก นี่ลูกฉันนะ” คอปเปอร์หันมาส่งยิ้มพราว“เหอะ!” มิเกลทำหน้ายุ่ง มองเจ้าแคนดี้กับปีโป้ด้วยความหมั่นไส้“หายไปสามปี วิดีโอคอลหาทุกวัน พอกลับมาถึงยังเมินมี้อีก ไปดีใจออกนอกหน้ากับพ่อมันนู่น น่างอนจริง ๆ”คอปเปอร์หัวเราะชอบใจกับอาการนอยด์ของคนตรงหน้า“เอาน่า... งั้นขากลับคอนโด หอบพวกมันกลับไปเลี้ยงที่ห้องเราด้วยเลยดีกว่า ป่ะ เด็ก ๆ ย้ายกลับห้องเรากัน”มิเกลได้แต่มองและยิ้มให้ เชื่อแล้วว่าเขาคิดถึงเจ้าสองตัวนี้จริง ๆ และพวก
มิเกลถูกคอปเปอร์จูงมือเดินเข้ามาในศาลา ทันทีที่นั่งลง ซันและกรีน พ่อกับแม่ของมิเกลก็ส่งยิ้มอบอุ่นมาให้“ไม่ต้องทำหน้าสงสัยขนาดนั้นหรอก”อาร์ทีเริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนด้วยรอยยิ้ม“เอาละครับ คุณซัน คุณกรีน... ที่พวกเรานัดกันมาวันนี้ ผมอยากจะมาเอ่ยปากสู่ขอหนูมิเกลให้กับเจ้าคอปเปอร์มันอย่างเป็นทางการนะ เรื่องในอดีตที่ผ่านมา ผมต้องขอโทษแทนลูกชายด้วย แต่ต่อจากนี้ ผมและภรรยากล้ารับประกันด้วยหัวอกคนเป็นพ่อแม่เลยว่า เจ้าคอปเปอร์มันจะเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว และพร้อมจะสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ที่สุดกับหนูมิเกลแน่นอน”ซันฟังแล้วก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เรื่องที่เลิกรากันไปเมื่อสามปีก่อน เขากับภรรยาไม่อยากซักไซ้เจาะลึกอีก เพราะเห็นแล้วว่าลูกสาวทนทรมานมามากแค่ไหน“ผมสัญญาครับพ่อกับแม่ ผมรักมิเกล” คอปเปอร์รีบพูดต่อ“ถ้านายสัญญาได้แบบนั้น พ่อกับแม่ก็สบายใจแล้วละ” ซันถอนหายใจยาวก่อนจะส่งยิ้ม และจับมือกับภรรยาและลูกสาวไว้แน่น“พ่อรักยัยเกลมาก ไม่อยากเห็นลูกต้องแอบไปร้องไห้คนเดียวอีกแล้ว ตลอดสามปีที่หนูหนีไปเรียนต่อเมืองนอก ไม่ยอมกลับบ้านเลยรู้ไหมว่าพ่อกับแม่คิดถึงมากแค่ไหน พ่อไม่อยากบังคับหรอกนะ แต่ถ้
ณ กระบี่มิเกลเดินทางมาถึงเกาะส่วนตัวที่กระบี่เพื่อใช้เวลาพักผ่อนให้เต็มที่ บรรยากาศรอบเกาะยังคงสวยงามสงบเหมือนเดิม สร้อยข้อมือเปลือกหอยในความทรงจำ ก็ยังติดตัวเธออยู่ตลอดเวลาและมากกว่าสามปีแล้วที่เธอไม่ได้กลับมาที่นี่ ทุกคนที่เกาะต่างยิ้มแย้มเดินเข้ามาทักทายเธอด้วยความคิดถึง“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะคุณมิเกล สวยขึ้นเยอะเลยค่ะ” พี่แม่บ้านเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม“ขอบคุณค่ะพี่ คิดถึงทุกคนเหมือนกันค่ะ” มิเกลยิ้มตอบอย่างเป็นกันเอง“ช่วงบ่ายเกลว่าจะออกไปดำน้ำดูปะการังหน่อยนะคะ จัดเตรียมเรือไว้ให้เกลหรือยังเอ่ย”“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณมิเกล เรือจอดรออยู่ที่ท่าแล้วค่ะ ไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ มาเหนื่อย ๆ”“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”ช่วงบ่ายมิเกลเดินลงไปขึ้นเรือ แต่ทันทีที่ก้าวขึ้นไป เธอก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติ เพราะบนเรือลำใหญ่กลับมีคนขับเรืออยู่เพียงแค่คนเดียว ไร้เงาของแม่บ้านหรือพี่เลี้ยงคอยดูแลเหมือนทุกครั้ง ถึงจะรู้ว่าที่นี่เป็นเกาะส่วนตัวและไม่มีอันตรายอะไร แต่เธอก็ไม่ได้อยากอยู่สองต่อสองกับคนขับเรือกลางทะเลแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะไม่อยากเรื่องมากเรือขับออกไปได้สักพักจนมาหยุดอยู่ตรงกลางทะเลกว้าง
ตลอดเวลาที่ผ่านมา คอปเปอร์ทุ่มเททำงานหนักจนแทบไม่ได้พักผ่อน ทั้งช่วยบริหารบริษัทของพ่อ และดูแลสนามแข่งรถของตัวเองเต็มรูปแบบ เขาใช้ชีวิตอยู่ได้ในแต่ละวันก็เพราะความคิดถึงที่มีต่อมิเกล และหวังว่าสักวันจะได้อธิบายทุกอย่างให้เธอเข้าใจจนกระทั่งวันนี้ เขาตัดสินใจกลับมาที่คอนโด... ห้องที่เขาไม่ได้กลับมาเหยียบเลยเป็นปี ๆแต่แล้วเมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง เขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างบางคุ้นตาที่กำลังเสียบคีย์การ์ดเตรียมเปิดประตูห้องตัวเองอยู่“มิเกล...” คอปเปอร์เอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบามิเกลชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะรีบแตะคีย์การ์ดเพื่อหลบเข้าห้องทันที แต่คอปเปอร์ไวพอที่จะคว้าข้อมือเธอไว้ได้ก่อน แล้วถือวิสาสะดันตัวแทรกเข้าไปในห้องของเธอ“ทำบ้าอะไรเนี่ย ออกไปนะ!” มิเกลชักมือกลับ ดึงสีหน้าตึงใส่ทันที“มิเกล...”“เข้ามาทำไม มีอะไรหรือเปล่า”“ฉัน... ฉันแค่อยากอธิบาย” คอปเปอร์มองหน้าเธอด้วยสายตาโหยหา“ออกไป”“ขอร้องล่ะมิเกล ฟังฉันหน่อยได้ไหม เรื่องสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้น...”“มันไม่มีอะไรต้องอธิบายทั้งนั้นแหละ เรื่องของเรามันจบไปสามปีแล้ว... และตอนนี้ฉันก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ไปนานแล้วด้วย” มิเกลเค้นยิ้มมุมปาก
3 ปีผ่านไป...หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ไทย มิเกลตัดสินใจทิ้งทุกความทรงจำอันแสนเจ็บปวดไว้ข้างหลัง แล้วบินไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศทันทีตลอดสามปีที่ผ่านมา ชีวิตเธอมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย เธอไม่ได้กลับมาเมืองไทยอีกเลย มิเกลทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการเรียนเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องมีเวลาว่างไปคิดถึงใคร โซเชียลมีเดียแทบไม่ได้เปิดเล่น ช่องทางติดต่อของคอปเปอร์ถูกบล็อกสนิทชีวิตแต่ละวันของเธอก็ดำเนินต่อไป แม้จะมีคนเข้ามาและคอยตามขายขนมจีบมากมาย แต่เธอก็ไม่เคยเปิดใจให้ใครเลยแม้แต่คนเดียว เพราะลึก ๆ ในใจ... ภาพของเขายังคงชัดเจนและกัดกินหัวใจเธออยู่ทุกวันวันนี้มิเกลบินกลับมาไทยเพื่อมาร่วมงานแต่งงานของเพื่อนรักทั้งสองคน งานแรกคืองานของวันใหม่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป และวันนี้คืองานแต่งของมินนี่ มิเกลอยู่ในชุดเดรสยาวสีหวาน รวบผมเปิดโชว์ลำคอระหง ดูสวยสะพรั่งและสง่างามจนทุกคนในงานต้องหันมองเธอก้าวเข้ามาในงานด้วยความรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เพราะรู้ดีอยู่เต็มอกว่างานนี้... เธอต้องได้เจอเขาแน่นอน แต่เธอก็พยายามสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและนิ่งที่สุด“ยัยเกล! ทางนี้!” มินนี่ในชุดเจ้าสาวแสนสวยตะโ
เวลาต่อมา“ฮือ ๆ ๆ ทำไมเราต้องไปรู้จัก กับไอ้ผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นด้วย ฮึก ๆ” คนที่บอกว่าจะไม่เสียใจกับผู้ชายแบบนั้น ตอนนี้กลับร้องไห้ขี้มูกโป่ง“หยุดร้องได้แล้ว” ยังไม่ทันที่จะสิ้นคำชม เขาก็ต้องส่ายให้เธอหน้าเบา ๆ ก็เข้าใจแหละว่าคงเสียใจอยู่“เราโกรธเราแค้น เราเสียดายเวลา 1 ปี ที่หลวมตัวไปคบกับมัน แ
เมื่อได้ยินถ้อยทำที่ไม่เข้าหู ทั้งที่ตัวเองเป็นคนผิดกับเธอก่อน ก็ทำเอาคนที่ไม่ค่อยพูดอย่างเธอ มีอารมณ์เดือดดาลมากพอที่จะต่อว่าเขา“แล้วมีใครที่เลวไปกว่านายไหมล่ะต้าร์ นายนอกใจเราเลยนะเว้ย เราทุ่มเทกับนายมากแค่ไหนนายก็รู้ เราเสียใจ เราผิดหวัง ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองด้วยซ้ำ เราอุตส่า
“อืม นั่งรออยู่ตรงนี้ ใกล้ถึงเวลาแข่ง เธอก็คงเจอมันเอง” พูดจบเขาก็กำลังจะเดินออกจากห้องไป“เดี๋ยวก่อนสิอาร์ที แล้วนั่นนายจะไปไหน”“ออกไปข้างนอกไง ให้เธออยู่ตรงนี้เป็นส่วนตัวดี ไว้เดี๋ยวมันมา แล้วมองเห็นเธอก็ค่อยเดินออกไปก็แล้วกัน”“แต่...”“อะไร”“เราไม่มีเพื่อน ก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่นะ”“จะมีเพื่อนไป
ณ บ้านศรัญภาคธ์หลังจากที่นัดกันแล้วเรียบร้อย จีน่าก็ขอให้เขาเป็นคนมารับเธอที่บ้าน เพราะว่าจะแอบพ่อแม่ออกไปตอนกลางคืน เนื่องด้วยที่บ้านเธอยังไม่เปิดรับ เรื่องที่ให้ลูกสาวออกไปเที่ยวตอนกลางคืนเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่ละครั้งที่ออกไปหาเขาได้ ก็เพราะเป็นช่วงเวลาที่พ่อกับแม่เธอไม่อยู่บ้าน แต่เสียดายวันนี







