Partager

บทที่ 2 พอเสียที

last update Date de publication: 2025-01-15 05:44:19

“ใจลอยไปถึงไหนแล้ว ทะเลาะกับผู้ชายคนนั้นมารึไง” หากเป็นเมื่อก่อนพะพายคงเรียกขายอีกคนว่าพี่ได้อย่างเต็มปาก แต่เพราะตอนนี้สถานะของอีกฝ่ายกับตนเองนั้นมันได้เปลี่ยนไปแล้ว    สรรพนามห่างเหินนี้ถึงได้ถูกมาแทนที่ในที่สุด

            “ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่คิดเรื่องงานนิดหน่อย” มองลงมาจากนอกโลกยังรู้เลยว่าเรื่องที่พี่กำลังคิดอยู่นั้น   ไม่ใช่เรื่องงาน

            “ผมขอโทษ…”

เป็นคำขอโทษนี้เองที่มันทำให้พิชชานันท์ต้องเงยหน้าขึ้นมาสบตาน้องชาย ซึ่งเป็นคนสำคัญหนึ่งเดียวในชีวิตของเธอที่เหลืออยู่ ลองไม่มีพะพายสักคนหนึ่งแล้ว เธอก็ไม่รู้ว่าชีวิตของตัวเองมันจะยังมีความหมายแบบนี้ไหม อย่างน้อยถ้าน้องยังอยู่ เธอก็ยังมีคนให้คอยคิดถึง ไม่ต้องรู้สึกว่าอยู่ตัวคนเดียวบนโลก   ที่เต็มไปด้วยความเรื่องราวมากมายที่มีทั้งดีและร้าย

            “มาขอโทษเรื่องอะไร พายไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นสิ่งที่เกินกำลังจะควบคุม เพราะรู้แบบนั้นเธอจึงไม่โทษน้อง ออกจะเห็นใจเสียด้วยซ้ำเพราะพะพายอายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น แต่กลับต้องมาเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลเป็นว่าเล่น แทนที่จะได้ออกไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเชกเช่นเด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป   เหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

            “ผิดสิ ลองไม่มีผมสักคน พี่พรีมก็คงไม่ต้องทำอะไรแบบนั้น” ที่ผ่านมาแม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะกลัวพี่สาวจะรู้สึกแย่ แต่พะพายกลับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างพี่สาวกับอีกคนเป็นอย่างดี เขารู้กระทั่งว่าตอนนี้พี่สาวของตัวเองนั้นต้องทนอยู่เป็นนางบำเรอของผู้ชายคนนั้น เพียงเพราะต้องการหาเงินมารักษาโรคที่เขาเป็นอยู่ ในฐานะน้องชายเขาไม่เคยคิดต้องการให้พี่สาวของตัวเองไปทำอะไรแบบนั้นเลยสักครั้ง แต่คนขี้โรคอย่างเขาจะไปทำอะไรได้  นอกจากโมโหตัวเองไปวันๆ

ที่อยู่ๆ ก็ดันมาเป็นโรคเดียวกับกับแม่ไปซะได้ ทำให้พี่ต้องเดือดร้อนวิ่งวุ่นหาเงินมารักษา อีกฝ่ายยอมกระทั่งขายตัวเองให้กับอดีตคนรัก   เรื่องนี้เองที่มันทำให้เขาเกลียดผู้ชายคนนั้น!

เกลียดจนไม่อยากเจอหน้า!

            “ถ้าวันหนึ่งผมไปต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ พี่พรีมปล่อยผมไปได้เลยนะครับ ไม่ต้องยื้อแล้ว ผมไม่อยากทรมานเหมือนแม่”

            “อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิพาย เมื่อกี้พายก็ได้ยินที่คุณบอกแล้วนี่ว่าพายมีสิทธิ์ที่จะหาย เชื่อพี่นะ พายจะไม่เป็นไร” ครั้งก่อนนั้นเธอเสียแม่ไปแล้ว มาวันนี้เธอจะไม่มีวันยอมให้โรคบ้าๆ นี้มาพรากน้องไปจากเธอได้อีก ต่อให้จะต้องขายศักดิ์ศรีหรือลดตัวไปทำอะไรที่ต่ำตมยิ่งกว่านี้ เธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง     ขอแค่น้องชายของเธอกลับมาเป็นปกติได้อีกครั้งก็พอ

พิชชานันท์ใช้เวลาอยู่กับน้องชายอยู่นานก่อนจะตรงดิ่งกลับมาที่คอนโดในช่วงสองทุ่มกว่า และภาพที่ได้เห็นทันทีที่เดินเข้ามาภายในห้องนั้นมันก็ทำเอาเธอถึงกลับก้าวขาไม่ออก

“ทำไมกลับช้า”

            “พรีมแวะไปเยี่ยมน้องมาค่ะ” เพราะไม่อยากให้เขาโกรธ หรือแสดงท่าทีหงุดหงิดใส่กันอีก เธอจึงเลือกที่จะบอกไปตามความจริง ก่อนจะเก็บกลืนก้อนความสงสัยเอาไว้แค่เพียงในใจ  เพราะไม่กล้าที่จะคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังรอกันอยู่

            “หมอบอกว่าผลตอบรับดีขึ้นกว่าครั้งก่อนนี่ ใช่ไหม” ต่อให้จะไม่ได้โผล่หน้าไปเยี่ยม แต่การที่เขารับรู้เรื่องราวเหล่านี้ก็เท่ากับว่าเขาไม่ได้ปล่อยผ่าน แต่ยังติดตามผลการรักษาน้องชายเธอเป็นระยะๆ และนี่คงเป็นสิ่งเดียวที่มันทำให้เธอรู้สึกขอบคุณเขาอยู่ทุกวันสำหรับการช่วยเหลือที่เขาหยิบยื่นให้

            “ค่ะ ขอบคุณพี่ครามมากนะคะ ที่ช่วยพรีมกับน้อง”    ลองไม่มีเขาสักคน เธอเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าโอกาสรอดของน้องชายเธอนั้น มันจะมีเยอะเหมือนอย่างในตอนนี้ไหม เพราะแบบนั้นเธอถึงได้ตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไปจนกว่าเวลาในเงื่อนไขจะสิ้นสุดลง       เธอจะพยายามทำดีกับเขาให้มากๆ

            อย่างน้อยๆ หากถึงเวลาที่ต้องจากกันจริงๆ เธอก็ยังหวังว่าตัวเองกับเขาจะจากกันด้วยดี หรือหากวันหนึ่งข้างหน้าบังเอิญพบกัน เธอก็อยากที่จะส่งยิ้มให้กับเขาเป็นการทักทาย

            “ถ้ารู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ คืนนี้อย่าลืมให้รางวัลพี่ด้วย” เธอพยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าครัวทำอาหารค่ำง่ายๆ เมื่อรู้ว่าเขายังไม่มีสิ่งใดตกถึงท้อง นอกจากเบียร์สองกระป๋องที่วางอยู่บนโต๊ะ จนเมื่อทำทุกอย่างเสร็จก็เดินออกมาตามคนที่เพิ่งจะวางสายจากว่าที่คู่หมั้นคนสวย ผู้หญิงที่แม่เขาชอบเสียยิ่งกว่าใคร

            “พี่จะไม่อยู่สามวันนะ ต้องไปดูสถานที่จัดงานหมั้นที่ภูเก็ต”    เธอไม่ได้ตอบเป็นเสียง แต่เลือกที่จะพยักหน้าให้แทน

            “หรือว่าเราจะไปด้วยกันดี”

            “อย่าเลยค่ะ คนของพี่จะไม่สบายใจเปล่าๆ” เธอไม่รู้หรอกว่าคนของเขา  รู้เรื่องการมีอยู่ของตัวเองมากน้อยแค่ไหน

และหากเลือกได้ เธอก็อยากอยู่เงียบๆ ในพื้นที่ของตัวเองมากกว่า อีกไม่กี่เดือนเธอก็จะไปแล้ว เพราะอย่างนั้นอย่าให้ต้องมีอะไรมาทำให้เขากับคนที่เขาเลือกต้องมีปัญหากันน่าจะดีกว่า     ที่สำคัญในครั้งนี้เธอตั้งใจจะจบกับเขาด้วยดี

อย่างน้อยครั้งนี้  จะได้ไม่ต้องมีสิ่งใดติดข้างในใจกันอีก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทวงรักบัญชามาร   บทส่งท้าย

    “พี่ก็รักพรีมครับ จากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไม่มีวันปล่อยมือจากกันอีก ตกลงไหม” เธอตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ต่อให้หนทางข้างหน้านับจากนี้จะไม่ได้ราบรื่นเหมือนที่ตั้งใจ แต่เธอก็พร้อมแล้วที่จะผ่านมันไปพร้อมกับเขา ขอแค่มีเขา ไม่ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นเธอก็ไม่กลัวอีกแล้วในวันนี้ เพราะมีเขา เธอถึงได้รู้คุณค่าของชีวิต และอยากมีวันพรุ่งนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้อยู่กับเขา อยู่กับลูกของเรา ทั้งหมดนี้คือสิ่งมีค่าที่เธอหวงแหนมากกว่าอะไรทั้งหมด แค่เขาเท่านั้นที่เธอรัก และจะรักเขาไปแบบนี้อีกนานเท่านาน ชั่วนิจนิรันดร์“หลบไปๆ บอกให้หลบไปไง!”เสียงร้องตะโกนที่ดังก้องมาแต่ไกลนั้น ทำให้คเชนทร์วัยสิบแปดปีต้องขยับตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทว่าทันทีที่เขาทำแบบนั้น รถจักรยานคันเก่าสีแดง ที่มีร่างบอบบางของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นคนปั่นอยู่ก็เตลิดเข้าข้างทางอย่างแรง ส่งผลให้เจ้าของเสียงเมื่อครู่ล้มกลิ้งไปพร้อมๆ พร้อมกับจักรยานคู่ใจ“เจ็บไหมครับ มาพี่ช่วย” แม้จะไม่อยากตอบรับการช่วยเหลือจากคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่ แต่กระนั้นฝ่ามือน้อยๆ ของพิชชานันท์ก็ยื่นออกไป ก

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 10 เปิดใจ

    “ถ้าบอกก่อนจะได้เห็นสภาพเมียแกรึไง! ดูสิผอมบางออกอย่างนี้ จะเอาแรงที่ไหนมาเบ่งหลานฉัน!” นั่นแม่ก็พูดเกินไป อันที่จริงน้ำหนักเมียเขาเข้าข่ายปกติที่สุดแล้ว แม้แต่อาหมอเจ้าของไข้ยังเอ่ยปากชมไม่หยุดเพราะแม่กับเด็กแข็งแรงดี “ไว้วันที่พรีมเขาคลอด แม่ก็เข้าไปช่วยเบ่งสิครับ เมียผมเขาจะได้มีกำลังใจคลอด” เป็นพิชชานันท์ที่แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ให้กับประโยคที่เพิ่งได้ยินจากสามี ที่เหมือนอยากจะแกล้งกันเล่นเท่านั้นแต่เผชิญเธอไม่ขำด้วย! ขืนบ้าจี้ปล่อยให้แม่เขาเข้าไปห้องคลอดด้วย เธอคงกดดันหนักจนไม่มีแรงเบ่งคลอดอย่างแน่นอน แค่คิดภาพตามก็ทนแทบไม่ไหวแล้ว ไม่เอาด้วยหรอก! เพราะไม่อยากขัดใจลูกชาย คุณสินีนาถเลยต้องอยู่ทานข้าวเย็นกับคนทั้งคู่ ก่อนจะขอตัวกลับโดยมีคเชนทร์อาสาเดินออกมาส่ง “ว่างๆ ก็พากันไปนอนที่บ้านบ้าง ปู่แกบ่นเหงาจนฉันเวียนหัวไปหมดแล้วเนี่ย!” ไม่ใช่แค่ตาแก่นั่นหรอกที่เหงา นางเองก็รู้สึกเหงาไม่ต่างกัน จนกระทั่งสามีกระซิบบอกบางอย่างถึงได้ถ่อมาไกลถึงที่นี่ บางสิ่งบางอย่างที่เหมือนนางจะลืมไป “กับตาคีเลิกหวังไปได้เลยคุณ ว่ามันจะยอมย้ายกลับม

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 9 ความลับ

    “เออ ตอบแทนที่แกอุตส่าห์พาเมียกับลูกฉันไปซ่อนไง”แม้จะไม่พอใจแต่คเชนทร์กลับทำอะไรไม่ได้เลย สุดท้ายก็ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วห้องจนกระทั่งคนที่หมดสติไปนานได้สติ ท่านก็ยังเอาแต่ต่อว่าเขาด้วยถ้อยคำเดิมๆ “ใจเย็นๆ ก่อนสิคุณ ไม่สงสารลูกมันบ้างเลยรึไง!” เดือดร้อนผู้เป็นสามีที่ต้องเอ่ยเตือนสติ เพราะไม่อาจทนฟังภรรยาต่อว่าลูกชายไปมากกว่านี้อีกแล้ว ไหนเลยจะแม่หนูคนนั้นที่ได้แต่ยืนหลบมุมอยู่เงียบๆ ยิ่งได้มองเธอท่านก็ยิ่งรู้สึกผิด “ทำไมน้องต้องใจเย็นด้วยคะ! ยังไงฉันก็ไม่มีวันยอมรับผู้หญิงคนนี้อย่างเด็ดขาด! เลิกยุ่งกับเธอซะ ไม่อย่างนั้นแกกับฉันขาดกัน!” เป็นคเชนทร์ที่ได้แต่ยืนตกใจกับถ้อยคำของผู้เป็นแม่ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบอะไรท่านกลับไป เสียงทรงอำนาจของใครอีกคน ที่เพิ่งเดินทางมาถึงกลับดังขึ้นเสียก่อน “ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจเธอ!” เป็นท่านสันติที่เอ่ยขึ้น ก่อนจะจ้องมองลูกสะใภ้ ด้วยสายตาเข้มจัดมากกว่าครั้งไหนๆ ใครอยากตัดขาดกับใครก็ทำไป ไม่ใช่เรื่องที่ท่านต้องไปนั่งใส่ใจ และที่ท่านมาที่นี่ในวันนี้ ก็เพราะอยากทำทุกอย่

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 8 เหนื่อยใจ

    ‘พี่ไม่เคยคิดจะปล่อยพรีมไปตั้งแต่แรก ไม่เคย ยิ่งได้รู้ถึงเหตุผลว่าทำไมพรีมถึงต้องไปจากพี่ พี่ก็ยิ่งโกรธ แต่เป็นโกรธตัวเองมากกว่า ที่ตอนนั้นพี่ทำอะไรเพื่อปกป้องความรักของเราไม่ได้เลย แต่ครั้งนี้พี่จะไม่มีวันทำพลาดแบบนั้นอีก ต่อให้แม่จะไม่ยอมรับ หรือคนทั้งโลกจะไม่เข้าใจ…พี่ก็ไม่สน พี่รักพรีม แค่พรีมเท่านั้น!’ ต่อให้เหตุผลของเขาจะน่าฟังสักแค่ไหน แต่ลึกๆ ในใจแล้ว เธอกลับรู้ดีว่าตัวเองกับเขานั้น ต่างกันมากเหลือเกิน และความแตกต่างนี้เองที่มันเป็นปัญหาสำคัญ“อิงกับใบชาแอบคบกันมาห้าปีแล้ว แต่กลัวครอบครัวรับไม่ได้ เลยไม่กล้าที่จะบอกความจริง พวกเขาสองคนไม่ได้ชอบผู้ชายแบบพี่ ส่วนพี่เองก็มีคนที่รักอยู่แล้ว เพราะแบบนั้นเขาสองคนถึงได้เข้าใจความรักของเรา…” นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เขายอมอธิบายให้ได้รับรู้ ก่อนที่ภาพความห่วงใยที่ดูจะมากไปหน่อยของคนทั้งคู่จะลอยเข้ามาในความคิด ซึ่งก็คงเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ หลายต่อหลายครั้งที่เธอบังเอิญเห็นท่าทีที่คนทั้งสองแสดงต่อกันซึ่งมันออกจะเกินกว่าคำว่าเพื่อนไปมากตอนนั้นเธอคิดเพียงว่าพวกเขาคงสนิทกันมาก ก็เลยแสดงท่าทีแบบนั้นต่อกัน อิงอรเองก็ยังเป็นว่าที่คู่หมั้นของค

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 7 ไม่รักก็พอ

    หลายเดือนต่อมาชุดทดสอบการตั้งครรภ์ที่ตอนนี้กำลังแสดงผลสองขีดนั้นทำให้พิชชานันท์ถึงกลับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ มันพาลทำให้คิดไปถึงคนที่จัดยาให้เธอกินขึ้นมาไม่ได้ ยาที่เขาบอกว่ามันเป็นยาคุมซึ่งเธอก็ยอมเชื่อเพราะรูปร่างยานั้นใกล้เคียงกันมากกว่าจะรู้ว่าถูกหลอกก็วันนี้ วันที่เขากำลังจะเข้าพิธีหมั้นหมายกับอิงอรในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว แต่กลับปล่อยให้เธอตั้งท้องลูกของเขา ลูกที่คงไม่มีวันเป็นทายาทโดยชอบธรรม“พรีม ร้องไห้ทำไม เกิดอะไรขึ้น!” เป็นเสียงของคนที่เพิ่งจะกลับเข้ามาที่เอ่ยถามขึ้น ก่อนที่สายตาของเขาจะไปหยุดอยู่ที่บางสิ่งในมือบอบบาง บางสิ่งที่มันทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเขารัว ก่อนที่ความยินดีจะค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าคม“ทำแบบนี้ทำไมคะ…” ทั้งๆ ที่อีกไม่นานเธอก็จะไปแล้ว ไปจากชีวิตที่แสนจะเพียบพร้อมของเขา แต่ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ หรือที่ผ่านมายังเอาคืนกันไม่พอ ต้องให้เธอทรมานจนขาดใจตายไปเลยไหม เขาถึงจะรู้ว่าเธอเองก็เสียใจทิ้งเขาไป!เธอต้องทำยังไง เขาถึงจะให้อภัยกัน หรือมันจะไม่มีวันนั้นเลย หรือว่าเธอจะต้องอยู่ให้เขาเอาคืนไปจนวันตายรึไงกัน!“พี่จะไม่ขอโทษ เพราะทั้งหมดนี้พี่ตั้งใจทำ”

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 6 ห่วงใยปลอมๆ

    “อากาศดีจังเลยนะคะวันนี้”ทว่าความสงบสุขกลับอยู่กับเธอแค่เพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังถามกันขึ้นมาจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน แต่เป็นอิงอรที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา พร้อมเครื่องดื่มที่อีกฝ่ายถือติดไม้ติดมือมาเผื่อ“ขอบคุณค่ะคุณอิง” ซึ่งเธอก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปรับพร้อมคำขอบคุณเบาๆ ต่อน้ำตาที่อีกฝ่ายมอบให้กัน พร้อมกันนั้นก็ยังเหลือบมองอีกฝ่าย อย่างตั้งใจมากกว่าเดิมอีกเล็กน้อยผู้หญิงคนนี้เป็นคนน่ารักมาก หากพี่ครามของเธอได้อยุ่ด้วยก็คงจะมีแต่ความสุข ยิ่งได้มาเห็นก็ยิ่งรู้สึกสบายใจขึ้นที่หากต้องปล่อยมือจากเขาอีกครั้งเขาจะมีคนน่ารักอยู่เคียงข้างส่วนเธอก็คงใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป แต่ก็คงไม่คิดที่จะรักใครคนไหนอีกแล้ว เพราะทั้งใจ เธอมอบให้คนเพียงคนเดียวไปจนหมดแล้วและไม่หลงเหลือความรู้สึกใดๆ ทิ้งให้กับใครอีก“อิงอยากเจอคุณพรีมมานานแล้วนะคะ แต่พี่ครามไม่ยอมพามาให้เจอสักที” เธอไม่กล้าถามว่าอีกฝ่ายอยากเจอเธอทำไม จึงทำได้เพียงปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมันต่อไป“นี่อิง…ทำให้คุณพรีมรู้สึกอึดอัดรึเปล่าคะ”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะคุณอิง! พรีมก็แค่…ไม่รู้จะทำตัวยังไ

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 5 ภาพบาดตา

    “พรุ่งนี้พี่กับหนูอิงเราจะไปดำน้ำกัน เขาให้พี่มาชวนพรีมไปด้วย” ชื่อของคนที่เรื่องราวของฝ่ายนั้นยังว่ายวนอยู่ในหัวทำให้พิชชานันท์ตกใจ เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะรู้เรื่องของเธอ “คุณอิง…รู้เรื่องของพรีมเหรอคะ” ถ้ารู้จริงแล้วรู้แค่ไหน เหตุใดเขาจึงปล่อยให้คน ที่กำลังจะกลายมาเป็นคู่ชีวิตรู้เรื่

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 3 จุดจบ

    “พี่ดีใจนะ ที่พรีมรู้จุดยืนของตัวเอง” เธอต้องรู้สิ ในเมื่อเป็นเขานั่นแหละ ที่แสดงให้เห็นชัดขึ้นทุกวัน ว่าสำหรับเขาแล้ว เธอก็เป็นได่พียงเครื่องระบายความต้องการทางเพศเท่านั้น ไม่ใช่คนสำคัญในชีวิต ที่เขาอยากจะให้เป็นคนสุดท้ายอีกแล้ว“พรีมแค่อยากเห็นพี่ครามมีความสุขค่ะ” เธอขอแค่นี้เท่านั้น แค่เขา

  • ทวงรักบัญชามาร   บทที่ 1 คำลวง

    “ถ้าอยากขายก็มาขายให้พี่ เดี๋ยวจะช่วยซื้อขาดให้เอาบุญ!” สามปีกับเงินสองล้าน เธอยอมแลกเพราะอยากให้น้องชายได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนจะได้ไม่จากไปเหมือนอย่างที่แม่เป็น ซึ่งต่อให้วันนั้นจะไม่ใช่เขา เธอก็ยังคิดที่จะขายให้ใครสักคนที่พร้อมจ่ายอยู่ดี เมื่อคิดได้แบบนั้นเธอเลยตกลง เพราะอย่างน้

  • ทวงรักบัญชามาร   บทนำ

    เสียงร้องครางกระเส่าที่ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องบนเตียงคิงไซค์ภายในคอนโดหรู ยิ่งทำให้คเชนทร์รู้สึกโกรธตัวเองที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่วันไหน เจ้าของเรือนร่างนี้ก็ยังคงทำให้เขาติดใจอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน มีแค่ผู้หญิงคนนี้เท่านั้นที่ทำแบบนี้ ได้ แค่เธอเท่านั้นที่ทำให้เขาทั้งรักและโกรธในเวลาเดียวกัน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status