LOGINเฟยซินต้องเข้าวิจัยทดสอบในห้องแล็บอีกมากมายกว่ารังนกจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ตามแบบที่เธอต้องการและที่สำคัญทดสอบแล้วไม่มีอาการแพ้ ปลอดภัยต่อผู้ใช้ในทุกสภาพผิวเธอเลยตัดสินใจบินไปฮ่องกงพร้อมกับจางหย่ง เพราะไม่อยากไป ๆ มา ๆ และอยากทำให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็ว ส่วนเด็กน้อยทั้งสองคนฝากหลันเยว่ให้ดูแลไปก่อน เฟยซินจ่ายเงินเป็นค่าจ้างให้เธอ เพราะเฟยหลิงเองก็ต้องเรียนหนังสือ และเธอก็ไม่สะดวกที่จะกระเตงเด็ก ๆให้พลอยลำบากไปด้วยนั่นเองเฟยซินเข้าห้องแล็บวิจัยพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ร่วมเดือนกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์เสริมความงามออกมาสามตัวในเซทคือมีเซรัมรังนก ครีมรังนก และมาสก์รังนก เธอตั้งชื่อแบรนด์ว่า 心心 XIN XIN ตามชื่อของเธอที่แปลว่าหัวใจ เพราะเธอทำมันมาจากใจนั่นเอง ผลิตภัณฑ์ของเธออยู่ภายใต้แบรนด์บริษัทของหยวนกรุ๊ป ส่วนแบ่งการตลาดเป็น 60/40 ซึ่งเธอจะได้ 60% จากยอดขายเธอเห็นว่าสมเหตุสมผลแล้วจึงตกลงตามนี้ ล็อตแรกผลิตขายออกมาขายเพียงหนึ่งพันชุดเท่านั้นในราคาชุดละ 600 หยวน เพื่อทดลองตลาดก่อน ปรากฏว่าขายหมดในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง อาจเป็นเพราะทางหยวนกรุ๊ปทำการตลาดและโฆษณาผลิตภัณฑ์มาเป็นอย่า
ตำรวจที่ไห่หนานได้แจ้งประสานไปยังสถานีตำรวจที่กวางโจวทันทีเพื่อออกหมายจับหยางฮุ่ย ส่วนกว่างจินเองก็ถูกจับกุมตัวไว้ในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิด“เรากลับไปพักกันถ่อนเถอะ” จางหย่งเอ่ยขึ้นเพราะทุกคนดูเหนื่อยและล้าไปหมด พวกเขาจึงกลับไปพักที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งบนเกาะนั้น เพื่อรอฟังข่าวดีอีกครั้งว่าจะสามารถจับกุมตัวหยางฮุ่ยได้หรือไม่วันรุ่งขึ้นก็ได้ข่าวดีว่าสามารถจับตัวหยางฮุ่ยได้แล้ว และเขาถูกเค้นสอบหนัก สุดท้ายก็ยอมสารภาพว่าทำไปเพราะต้องการชิงทรัพย์ และเนื่องจากยอมรับสารภาพ โทษของเขาคือถูกจำคุกตลอดชีวิต ส่วนกว่างจินนั้นจำคุก 15ปีวันนี้คุณย่าซิ่วอิงและคนที่บ้านใหญ่ รุดเข้าไปเยี่ยมกว่างจินที่สถานีตำรวจไห่หนานที่ถูกคุมตัวอยู่ส่วนพวกเธอก็มาด้วย กว่างจินร้องไห้เสียใจเมื่อได้เห็นหน้าทุกคน เพราะเธอก็มีส่วนที่ปิดบังความผิดของสามี ตอนนี้กว่างจินสำนึกผิดแล้ว เธอเอื้อมมือผ่านลูกกรงมาตรงจุดที่ให้เยี่ยมผู้ต้องหาเพื่อจะจับมือเฟยซิน ทว่าเฟยซินขยับตัวถอยหนี“ซินซิน หลิงหลิง หลงหลง อาขอโทษ ตอนนี้อาสำนึกผิดแล้ว อยากให้หลานให้อภัยอาด้วย ฮึก ฮือ” เฟยซินกำหมัดแน่น ถึงอาหญิงจะไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าแต่หล่อนก็ช่วยสามีป
“ตามเรามาเถอะค่ะ” เธอลากแขนกว่างจินเดินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับจางหย่ง เฟยหลิง เฟยหลง เดินประกบตามมาติด ๆ จนมาโผล่ที่สถานีตำรวจ กว่างจินก็เริ่มลนลานเธอกลอกตาไปมาล่อกแล่ก หรือว่าหลานสาวจะรู้อะไรมาอย่างนั้นหรือ หล่อนเสียท่าให้คนพวกนี้แล้ว น่าจะคิดระวังตัวกว่านี้!“ธะ เธอ พาอา มาที่นี่ทำไมกัน” กว่างจินเอ่ยตะกุกตะกัก พร้อมจะสะบัดตัวพร้อมจะวิ่งหนีแต่ก็ถูกจางหย่งเข้ามาล็อกแขนไว้อีกด้าน พร้อมกับโดนหิ้วปีกเข้ามาในสถานีตำรวจ“ปล่อยฉัน! ปล่อยนะ!” ตำรวจเข้ามารับช่วงต่อเพื่อนำเธอไปสอบปากคำทันที ส่วนทุกคนรอฟังข่าวอยู่ข้างนอกอย่างใจจดใจจ่อไม่ยอมไปไหน เค้นสอบนานกว่าสามชั่วโมงปรากฏว่า สุดท้ายแล้วเธอยอมสารภาพมาในที่สุดว่าคนที่ฆาตกรรมพ่อแม่ของเด็ก ๆ ก็คือหยางฮุ่ยสามีของเธอนั่นเอง เธอยกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้าพร้อมกับปล่อยโฮออกมาเสียงดังย้อนไปวันเกิดเหตุ...‘พี่ฉีก่อนกลับบ้านแวะไปเก็บลูกพลับบนเขาให้เด็ก ๆ ก่อนนะ พวกเขาอยากกิน ป่านนี้คงจะสุกงอมเต็มต้นแล้วล่ะ’‘ได้จ้ะ’ กว่างฉียิ้มแก้มปริ ตอบภรรยาสุดที่รักเสียงหวานออดอ้อน สองสามีภรรยาเพิ่งกลับจากขายปลาได้ล็อตใหญ่ ก็เอาเรือเทียบท่าแล้วก็ขึ้นไปเก็บลูกพลับเพื่อ
เกาะใหญ่ถึงเพียงนี้ ต่อให้กว่างจินยังไม่ขึ้นเรือไป หาให้ตายก็ไม่เจอ ‘พ่อจ๋า แม่จ๋าช่วยหนูด้วยถ้าอยากให้เราจับคนร้ายที่ฆ่าพ่อกับแม่ได้ โปรดชี้ทางให้เราด้วยนะคะ’ เธอหลับตานึกถึงพวกท่าน...จิ๊บ~ จิ๊บ~ จิ๊บ~“พี่ซินซิน นั่นใช่เจ้าเทียนเทียนหรือไม่” เฟยหลงชี้ไปที่บนท้องฟ้าที่เจ้านกกำลังบินฉวัดเฉวียนอยู่ แล้วมันก็บินโฉบลงมาเกาะบนไหล่ของเฟยหลง แล้วใช้ศีรษะเล็ก ๆ ของมันถูไถไปที่แก้มกลมของเฟยหลงด้วยความคิดถึงจิ๊บ~ จิ๊บ~ จิ๊บ~“ทำไมแกมาอยู่ที่นี่ได้ อย่าบอกนะว่าตามพวกเรามาตลอดน่ะ” เฟยหลิงเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอื้อมมือเล็ก ๆ ไปลูบที่ศรษะมันแผ่วเบา แล้วมันก็บินถลาแล่นลมขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วบินฉวัดเฉวียนส่งสัญญาณให้พวกเธอตามมันมา“เหมือนว่าเทียนเทียนอยากให้เราตามมันไปนะพี่ซินซิน” เฟยหลงเอ่ยขึ้น เพราะมันทำเหมือนตอนที่พาทุกคนไปพบกับรังนกในตึกร้างไม่มีผิด เกิดประกายวูบหนึ่งในดวงตา หรือจะเป็นดวงจิตของพ่อหรือไม่ก็แม่ที่อยู่ในตัวเจ้าเทียนเทียนหรือไม่นะ เพราะมันช่วยพวกเธอหลายครั้งแล้ว“อย่างนั้นก็รีบตามมันไป” เฟยซินเอ่ยขึ้น จางหย่งดึงแขนเธอไว้เป็นนัยว่าจะเชื่อเจ้านกน้อยตัวนี้จริง ๆ นะหรือ ไม่มีทฤษฎีความน
หลังจากกราบไหว้หลุมศพบนเขาเสร็จก็พาจางหย่งไปทำความรู้จักกับคนที่บ้านพอเป็นพิธี อย่างไรพวกเขาก็ยังเป็นญาติฝ่ายพ่อ คงจะตัดขาดอย่างที่ปากบอกคงไม่ได้ซะทีเดียว เพราะเลือดในกายก็ถือว่าเป็นคนแซ่หลิวอยู่กึ่งหนึ่ง แต่ก็จะไม่ไปยุ่งวุ่นวายมาก เพราะต่างคนก็ต่างใช้ชีวิตของตนเองไปกลับมาบ้านในครั้งนี้กลับแปลกไปจากเดิม เพราะได้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี อาจเป็นเพราะจางหย่งมาด้วยกระมัง กว่างฉินคงเล่าเรื่องของจางหย่งให้คนที่บ้านฟังหมดแล้ว คงจะมีความเกรงใจและเกรงกลัวเขาอยู่บ้าง เฟยซินเองก็ยังมีแก่ใจซื้อของเล็กๆ น้อยๆ เป็นของฝากมาฝากสกุลหลิวด้วยเช่นกันดูท่าว่าจางหย่งจะเข้ากับคุณย่าซิ่วอิงได้เป็นอย่างดี ส่วนเด็ก ๆ ทั้งสองคนก็กินขนม ผลไม้อยู่กับเขา“เมื่อกี้ เห็นอาหญิงไปไหว้หลุมศพพ่อกับแม่ด้วย อาหญิงไม่ได้มาที่นี่หรือคะ” เธอเอ่ยถามป้าสะใภ้“ไม่ได้มา ถ้ามาก็จะส่งข่าวมาบอกก่อนสิ ว่าแต่เธอเห็นจริง ๆ หรือ” หล่อนกระมิดกระเมี้ยนกระซิบกระซาบถามหลานสาวเสียงแผ่ว“เห็นจริง ๆ ค่ะ” ป้าสะใภ้เริ่มทำสีหน้าเลิ่กลั่ก กำลังคิดอยู่ว่า เรื่องที่เก็บงำไว้จะบอกหลานสาวดีไหม เฟยซินลอบสังเกตเห็นท่าทีที่เป็นพิรุธ จึงได้กร
“คุณจะมาอยู่กี่วันคะ” เฟยซินเอ่ยถาม ขณะที่ช่วยเขาจัดของในกระเป๋าให้เข้าที่เข้าทาง แต่คิ้วก็ต้องขมวดมุ่นเพราะเขาเตรียมของในกระเป๋ามาเสียมากมายเลย ยังกับจะมาอยู่เป็นเดือนอย่างนั้นล่ะ“ยังไม่รู้เลย แต่พี่ก็อยากอยู่ให้นานที่สุด อยู่ให้หายคิดถึงยังไงล่ะ อ้อ อีกเรื่องหนึ่งเธอควรเรียกพี่ว่าพี่ได้แล้วนะ” เขาส่งเสียงดุ ๆ มาให้เธอ เฟยซินยู่ปากใส่เขาอย่างขวยเขิน ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยเขาถอดเสื้อโค้ท มาแขวนในตู้เสื้อผ้าให้“หีบเงินที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าคุณ เอ้ย พี่ไม่ได้เอากลับไปด้วยน่ะ” เธอพูดถึงหีบเงินของเขาที่ทิ้งเอาไว้พร้อมกุญแจเมื่อสองเดือนก่อน เธอก็เก็บเอาไว้ให้เขาอย่างดี“อื้อ พี่ต้องการทิ้งไว้ให้เธอนั่นแหละ”“เงินตั้งมากมายขนาดนั้น ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ” เธอส่ายหน้าวืดปฏิเสธทันควัน เธอไม่ใช่คนเห็นแก่เงินเสียหน่อย โดยเฉพาะเงินที่ไม่ใช่ของตัวเอง“เธอเก็บเอาไว้เถอะ พี่อยากให้เธอจริง ๆ”พูดจบจางหย่งก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดลำลอง เธอหันหน้าไปอีกทาง เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่บอกเธอก่อนพอเธอจะเดินออกไป ทว่ากลับถูกเขารั้งเอาไว้ เธอยืนแข็งทื่อเป็นเสาหินจนเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเป็นเสื้อยืดกางเก







