เข้าสู่ระบบหากอยากรวย ... อันดับแรกต้องสลัดตัวออกจากครอบครัวปรสิตให้ได้ก่อน!!!
ดูเพิ่มเติมเสียงของใครบางคน...ลอยมากระทบโสตประสาทการรับรู้และได้ยิน เปลือกตาที่เคยปิดแน่นสนิทของคนที่แน่นิ่งไปแล้ว บัดนี้ก็เริ่มกระตุก...
แต่เอ๊ะ! เหมือนว่าจะมีอีกเสียงแว่วเข้ามาด้วยนะ! นิ้วมือทั้งสิบเริ่มขยับ มันคือปฏิกิริยาตอบกลับของการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง... “พี่เฟยซิน อย่าเป็นอะไรไปนะ พี่อย่าทิ้งหลิง หลิงไปอีกคนนะ ฮื่อ~” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของเฟยหลิงเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบ เขย่าร่างบางระหงของพี่สาววัยแรกรุ่นที่ชื่อว่าเฟยซิน พลางยกแขนปาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มขาวไปด้วย “แง้~ แง้~ พี่ครับ ตื่นมาสิครับพี่ แง้” อีกด้านหนึ่งคือน้องชายคนเล็กที่ชื่อเฟยหลง เขาอายุได้เพียงสามขวบ และยังพูดได้ไม่ชัดถ้อยชัดคำมากนัก เด็กน้อยก็ช่วยพี่สาวคนรอง เขย่าร่างของเฟยซินที่แน่นิ่งอยู่เช่นกัน สามพี่น้องแซ่หลิวอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในแถบทะเลจีนใต้บนเกาะไห่หนาน ซึ่งเป็นมณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีขนาดเล็กที่สุด ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจีนที่มีลักษณะเป็นเกาะล้อมรอบด้วยทะเลสีครามน้ำใส หลังจากที่เฟยซินปีนขึ้นไปเก็บลูกพลับ เพื่อให้น้อง ๆ ได้กิน ด้วยความไม่ระวังเท้าข้างหนึ่งเหยียบไปโดนกิ่งไม้ที่ผุคาต้น จึงทำให้ร่างของเธอพลัดร่วงลงมากระแทกกับพื้นดินด้านล่างและหมดสติแน่นิ่งไป เฮือก! ร่างของเด็กสาวกระตุกเฮือก สูบเอาอากาศภายนอกเข้าปอดเต็มอัตรา “พี่เฟยซิน พี่ฟื้นแล้ว หลิงหลิงดีใจเหลือเกิน” แววตาเด็กน้อยเป็นประกายวับวาวรีบปรี่เข้าไปกอดพี่สาวแน่น เธอแอบคิดไปว่าชาตินี้จะไม่ได้มีโอกาสได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว “ฮือ~พี่ฮะ พี่ฟื้นแล้ว ฮึก” เฟยหลงเองก็โผเข้ากอดเอวพี่สาวด้วยเช่นกัน โชคดีที่เฟยซินไม่ได้เป็นอะไรไป ‘นี่มันอะไรกันเนี่ย รู้สึกมึนหัวไปหมด แล้วเด็กสองคนนี้เป็นใครกัน?’ เป่าเป้ยยกมือขึ้นกุมขมับหลับตาแน่นทบทวนความทรงจำที่เกิดขึ้น มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? เด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มแก้มกลม ตัดผมหน้าม้าและถักเปียสองข้าง กับเด็กชายอีกคนที่หน้าตาน่าเอ็นดูไม่แพ้กัน เรียกเธอว่าพี่สาวหรือ? ภาพจำครั้งสุดท้ายเธอจำได้ว่ากำลังเข้าคิวบู๊แทนนางเอกในกองละคร แน่ล่ะว่าเธอเป็นนักแสดงผาดโผนและรับบทเป็นนักแสดงแทนตัวละครเอกในฉากเสี่ยงชีวิต เธอฝันอยากเป็นดาราหน้ากล้องมีชื่อเสียงแต่ทว่าหนทางไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด โชคชะตาของเธอคงเป็นได้แค่ตัวแทนและเงาของคนอื่น แต่ทว่าอาชีพนี้ก็ทำให้เป่าเป้ยในวัยยี่สิบเจ็ดปี มีกินมีใช้จนถึงปัจจุบัน มันก็ไม่ได้มีอะไรที่แย่ไปเสียหมดหรอก ในเรื่องร้ายมักจะมีเรื่องที่ดีอยู่บ้าง แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้ อาจทำให้เธอต้องคิดใหม่ อาชีพที่เธอรักที่สุดกลับต้องทำให้เธอตายจากอีกโลกหนึ่ง แล้วมาโผล่ในยุคไหนก็ไม่รู้เนี่ยนะ เฮ่อ! หัวจะปวด ความทรงจำในหัวแล่นผ่าน เธอจำได้ว่ากำลังโหนสลิงอยู่ แต่เพราะเกิดความผิดพลาดทางเทคนิก สลิงขาดขณะทำการถ่ายทำ จนทำให้ร่างของเธอร่วงหล่นกระแทกพื้นด้านล่างดับอนาถ และขณะที่ร่างโปร่งใส ได้มองร่างของตัวเองสิ้นลมไปต่อหน้าต่อตา ก็เกิดหลุมดำพายุหมุนวนเป็นระลอกคลื่นของอุโมงค์มิติดูดเอาวิญญาณของเธอมาโผล่ที่นี่ เธอเกิดใหม่ในร่างนี้หรือ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน? “พี่ซินซินไปพักกันก่อนเถอะนะคะ พี่หน้าซีดไปหมดแล้ว” เฟยหลิงเอ่ยกับพี่สาวเพราะตอนนี้เห็นว่าพี่สาวทำหน้ามึนงง ราวกับสติหลุดลอยไปไกล พี่สาวของเธอคงจะตกใจมาก ที่พลัดตกลงมาจากต้นพลับแบบนั้น วันนี้พวกเขาได้นำดอกฟรีเซียสีขาวที่แม่ชอบ ไปไหว้หลุมศพพ่อกับแม่บนภูเขา และขากลับก็แวะเก็บลูกพลับที่สุกงอมเต็มต้นกันก่อนจะกลับบ้าน แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น จากนั้นเฟยหลิงก็หันไปบอกกับน้องชายคนเล็กต่อ “เราไปกันเถอะอาหลง” “ครับพี่” เด็กน้อยหน้าตาน่ารักแก้มป่องยิ้มแป้นขานรับเสียงใสแจ๋วกับพี่สาว เฟยหลิงใช้ชายเสื้อของตนเองเป็นตะกร้าเพื่อบรรจุลูกพลับสีส้มลูกอวบใหญ่ไว้เต็มอัตรา แล้วก็พยักหน้าหงึกหงักเชิญชวนทุกคนกลับบ้าน ส่วนเป่าเป้ยในร่างของเฟยหลิง ก็พยายามทบทวนความทรงจำเกี่ยวกับร่างนี้ว่ามีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง เจ้าของร่างอายุได้สิบห้าย่างสิบหกปี พ่อและแม่กลายเป็นศพถูกฆ่าตายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง และพบว่าร่างถูกทิ้งไว้บนเขาและเงินจากการขายอาหารทะเลล็อตใหญ่ก็ถูกขโมยไป ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าชิงทรัพย์ เพราะพ่อกับแม่ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน ส่วนฆาตกรนั้นก็ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร บางคนก็คาดเดาว่าคนร้ายน่าจะหนีออกจากเกาะไปนานแล้ว โถ...ชีวิตเด็ก ๆ ช่างน่าสงสารมาก พ่อกับแม่อยู่ในช่วงกำลังจะสร้างตัว ทุกอย่างเริ่มจะเป็นไปด้วยดี หลังจากที่พวกเขายึดอาชีพเป็นชาวประมงและเก็บหอมรอมริบ จนมีเงินซื้อเรือเป็นของตัวเอง ครอบครัวกำลังจะลืมตาอ้าปากได้แล้วเชียวแต่ดันมาเกิดเรื่องเศร้าสลดขึ้นเสียก่อน... เมื่อทั้งสามคนกลับมาถึงบ้านก็เห็นป้าสะใภ้ชื่อวาลี่ถิง และลุงกว่างฉินที่งัดแงะประตูเข้ามารื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้าน “ป้าสะใภ้ ลุงใหญ่ ทำอะไรน่ะ จะขโมยของพ่อกับแม่ไปไม่ได้นะ หลิงหลิงไม่ยอม” เฟยหลิงตะโกนดังลั่น ลุงกว่างฉินถือกล่องเครื่องประดับและกล่องเงินของพ่อกับแม่อยู่ในมือ ส่วนป้าลี่ถิงก็ถือหีบเสื้อผ้าราคาแพงของแม่ ทั้งสองคนกำลังเดินออกมาจากบ้านของพวกเธอ “นังเด็กเหลือขอ ฉันขโมยอะไรกัน ฉันต้องดูแลพวกแก แทนพ่อกับแม่แกที่ตายไป ของพวกนี้ถือว่าเป็นค่าเลี้ยงดูอย่างไรล่ะ” ลี่ถิงทำหน้าถมึงทึงเอ่ยขึ้น “แล้วนั่น ก็หีบผ้าของแม่ด้วย จะเอาไปไม่ได้นะ” เฟยหลงใจกล้ารีบปรี่เข้าไปยื้อแย่งของคืนอย่างกล้าหาญแต่ก็ถูกกว่างฉินผลักออกมาจนได้ เฟยซินรีบเข้าไปพยุงน้องชายลุกขึ้น แม่ของพวกเด็ก ๆ มาจากครอบครัวที่มีฐานะและพบรักกับพ่อของพวกเขา เมื่อตอนที่พ่อทำงานที่โรงงานผลิตอะไหล่รถยนต์ที่ฮ่องกง แต่เนื่องจากผู้ใหญ่กีดกันทั้งคู่เพราะพ่อของเขาเป็นคนยากจน แม่เลยตัดสินใจหนีตามพ่อมาใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ แม่จึงพอมีทรัพย์สินเดิมติดตัวมาบ้าง“โอ๋ ๆ ๆ อาหลงเด็กดีไม่ร้องนะ พี่สาวสัญญาว่าจะพาเธอไปอยู่ที่อื่น และเราจะมีบ้านสวย ๆ สักหลังดีไหม”ขณะที่ปลอบกัน ป้าสะใภ้ก็โผล่หน้าเข้ามาและเรียกให้ทุกคนไปกินข้าวเย็น วันนี้มีอาหารเต็มโต๊ะไปหมด เด็ก ๆ เมื่อเห็นก็ต่างน้ำลายไหลเมื่อเห็นเมนูเนื้อสัตว์มีไก่พะโล้ตัวอวบ หมูทอดซอสเปรี้ยวหวาน ไก่ผัดถั่วลิสง เด็ก ๆ รีบปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ ที่มีคุณย่า ลุงกว่างฉิน และลู่กังนั่งอยู่พร้อมหน้ากันก่อนแล้ว“เอ้า! มากินข้าวกัน เด็กพวกนี้ทำไมต้องให้รอ” คุณย่าซิ่วอิงทำหน้าเอือมระอาเอ็ดตะโรขึ้นมา ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มจับตะเกียบกินข้าว ลี่ถิงใช้ตะเกียบคีบเนื้อไก่พะโล้ลงบนถ้วยข้าวของลู่กังผู้เป็นลูกชาย“อากัง กินเยอะ ๆ นะ แม่ทำสุดฝีมือเลย”“ขอบคุณครับแม่” ลู่กังคลี่รอยยิ้มบาง นาน ๆ ทีจะได้กินเนื้อ วันนี้จะกินให้เต็บคราบเลย“พี่ซินซิน อาหลงอยากกินไก่พะโล้” เด็กชายสะกิดแขนพี่สาว แล้วกระซิบกระซาบเสียงเบา เพราะตัวเองแขนสั้นตักอาหารไม่ถึง“ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่ตักให้นะ” เฟยซินแย้มยิ้ม เธอกำลังจะคีบเนื้อน่องพะโล้ แต่กลับถูกป้าสะใภ้ยื่นตะเกียบมาขวางไว้ พร้อมกับทำหน้ายักษ์ใส่“พวกแกไม่ได้ทำงาน กินแค่หม่าโผ่วโต
เช้าวันต่อมา... เฟยซินง่วนอยู่กับการจุดเตาฟืนเพื่อหุงหาอาหารให้น้องทั้งสอง ส่วนเด็กน้อยเองก็ช่วยพี่สาวหยิบจับวัตถุดิบอยู่ใกล้ ๆ กัน ได้ยินเสียงว่ามีใครอยู่ที่หน้าบ้าน เมื่อโผล่หน้าออกไปดูทางหน้าต่าง เฟยซินก็เห็นว่าลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ได้พาชายสูงวัยคนหนึ่งเข้ามาที่บ้าน ถ้าเธอจำไม่ผิดเขาคือเถ้าแก่แซ่ด่าน นามว่ากงจิน ที่ทำธุรกิจบ้านเช่าที่เกาะนี้นี่นา เธอเห็นทั้งสามคนคุยอะไรกันไม่รู้ จากระยะตรงนี้ไปตรงนู้นก็ห่างกันพอสมควร ทำให้ได้ยินไม่ชัด เหมือนว่ากำลังเจรจาตกลงเรื่องบางอย่างอยู่ และเถ้าแก่กงจินก็หยิบถุงเงินมาส่งให้ลุงกว่างฉินเมื่อเถ้าแก่ออกไปแล้ว จากนั้นป้าสะใภ้และลุงใหญ่ก็เข้ามาในบ้าน“พวกแก! เก็บข้าวของ ไปอยู่ที่บ้านใหญ่ซะ เพราะที่บ้านหลังนี้ฉันขายให้เถ้าแก่กงจินไปแล้ว” ลุงใหญ่ออกคำสั่ง บ้านใหญ่หมายถึงบ้านที่ครอบครัวลุงใหญ่กับป้าสะใภ้อยู่นั่นเองและนอกจากนั้น...ที่นั่นก็จะมีแม่เฒ่าซิ่วอิงผู้เป็นย่า ซึ่งถือได้ว่าเป็นประมุขของบ้าน ส่วนพ่อเฒ่ากว่างเฉินผู้เป็นปู่ของเด็ก ๆ นั้นได้ตายจากไปนานแล้วด้วยโรคร้ายและยังมีลูกของป้าสะใภ้กับลุงใหญ่อีกสองคนคือลู่หลิน ลูกสาวคนโตอายุสิบแปดปี
“ไม่ให้ ฉันจะเอาของพวกนี้ไปขายแลกเงิน” ลุงกว่างฉินประกาศกร้าว อย่างไรก็ไม่ยอมคืนของให้เด็กพวกนี้เด็ดขาด“แต่เราแยกบ้านกันแล้ว เพราะฉะนั้นหนูจะดูแลน้อง ๆ เอง เอาของพวกนั้นคืนมาให้เราเถอะค่ะ” เป่าเป้ยที่พอจะปะติดเรื่องราวความทรงทำในหัวได้บ้างแล้วเอ่ยขึ้น ในเมื่อโชคชะตาพัดพาให้เธอมาอยู่ในร่างของเฟยซินแล้ว เธอก็ขอทำหน้าที่พี่สาวให้ดีที่สุด ต่อไปนี้เธอคือ “เฟยซิน” ที่มีน้อง ๆ อีกสองคนที่ต้องดูแล“เหอะ! เลี้ยงดูเองอย่างนั้นเรอะ เดี๋ยวแกก็ต้องแต่งงานออกจากสกุลหลิวแล้ว ฉันกำลังหาผู้ชายดี ๆ มาให้ แกเตรียมนัดดูตัวได้เลย หึหึ” ป้าสะใภ้ลี่ถิงเหยียดยิ้มเยาะหยัน พร้อมหัวเราะร่วนในลำคอ เมื่อเด็ก ๆ ขาดพ่อกับแม่ที่เป็นเสาหลักไปแล้ว จึงทำให้คนบ้านใหญ่เข้ามากอบโกยผลประโยชน์ได้โดยง่าย เพราะอย่างไรแล้วเด็กพวกนี้ก็ไม่มีที่พึ่งอื่น อย่าถามหาเหตุผลว่าทำไมคนบ้านใหญ่ถึงกล้าทำเช่นนี้กับเด็ก ๆ อย่างไร้ความปรานี เพราะจิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง เมื่อหลอมรวมกับความละโมบโลภมากที่เข้าครอบงำ คนเราก็สามารถทำเรื่องผิดบาปได้อย่างคาดไม่ถึง“หนูไม่แต่ง!” เฟยซินแย้งหัวชนฝาเสียงดังฟังชัด “นังเด็กคนนี้นี่ เถียงคำไ
เสียงของใครบางคน...ลอยมากระทบโสตประสาทการรับรู้และได้ยิน เปลือกตาที่เคยปิดแน่นสนิทของคนที่แน่นิ่งไปแล้ว บัดนี้ก็เริ่มกระตุก... แต่เอ๊ะ! เหมือนว่าจะมีอีกเสียงแว่วเข้ามาด้วยนะ!นิ้วมือทั้งสิบเริ่มขยับ มันคือปฏิกิริยาตอบกลับของการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง...“พี่เฟยซิน อย่าเป็นอะไรไปนะ พี่อย่าทิ้งหลิง หลิงไปอีกคนนะ ฮื่อ~” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของเฟยหลิงเด็กน้อยวัยเจ็ดขวบ เขย่าร่างบางระหงของพี่สาววัยแรกรุ่นที่ชื่อว่าเฟยซิน พลางยกแขนปาดน้ำตาที่ไหลรินอาบแก้มขาวไปด้วย“แง้~ แง้~ พี่ครับ ตื่นมาสิครับพี่ แง้” อีกด้านหนึ่งคือน้องชายคนเล็กที่ชื่อเฟยหลง เขาอายุได้เพียงสามขวบ และยังพูดได้ไม่ชัดถ้อยชัดคำมากนัก เด็กน้อยก็ช่วยพี่สาวคนรอง เขย่าร่างของเฟยซินที่แน่นิ่งอยู่เช่นกัน สามพี่น้องแซ่หลิวอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ในแถบทะเลจีนใต้บนเกาะไห่หนาน ซึ่งเป็นมณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีนที่มีขนาดเล็กที่สุด ตั้งอยู่ทางใต้สุดของจีนที่มีลักษณะเป็นเกาะล้อมรอบด้วยทะเลสีครามน้ำใส หลังจากที่เฟยซินปีนขึ้นไปเก็บลูกพลับ เพื่อให้น้อง ๆ ได้กิน ด้วยความไม่ระวังเท้าข้างหนึ่งเหยียบไปโดนกิ่งไม้ที่ผุคาต้น จึงทำให้ร่างข