LOGINหลังจากฝากทองแม่เฒ่าลี่ไปขาย นางก็เริ่มหยิบจับสิ่งของในมิติพิเศษมาใช้และไม่มีใครสงสัย แม้พวกหม้อไห นางจะยังไม่กล้าใช้ก็ตาม
”วันนี้แม่ต้องเริ่มปลูกผักแล้วนะเจินเอ๋อ เจ้านอนมองดูแม่อยู่ตรงนี้นะ“ นางเอาบุตรสาวใส่ไว้ในตระกร้าหวายใบใหญ่ บุด้วยผ้านิ่มพิเศษ และใช้ไม้ไผ่มาเหลาเป็นโครงทรงโดมด้านบน ก่อนจะนำมุ้งกันยุงมาหุ้มเอาไว้ป้องกันแมลง ร่างบอบบางอ้อนแอ้นทำนางหนักใจไม่น้อย ร่างเดิมของนางแม้ตัวไม่ใหญ่มากแต่ก็แข็งแรงเพราะออกกำลังกายทุกวัน เห็นทีนางต้องเริ่มบำรุงตัวเองและออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรงเสียหน่อย นางลงมือพรวนดินด้วยตัวเอง ขุดดินขึ้นมาเป็นช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าถึง5แปลงด้วยกัน ก่อนจะนำหินมาวางรอบๆเพื่อไม่ให้ดินไหลตามเวลารดน้ำ ดีที่ดินตรงนี้เป็นดินร่วน แต่ปัญหาคือใต้พื้นดินด้านลางที่ค่อนข้างแข็งจนนางเจ็บมือไปหมด แอ๊ แอ๊ แอ๊ เสียงร้องอ้อแอ้ทำนางรีบวางจอบก่อนจะล้างมือและอุ้มหนูน้อยขึ้นมา ”หิวแล้วสินะ มาๆเงียบก่อนๆ“ นางจัดการเอาลูกเข้าเต้าทันที ก่อนจะยกฝ่ามือขึ้นมาดูพบว่าเริ่มมีน้ำใสๆพองออกมาเสียแล้ว ”ไม่เป็นไรหากไม่เริ่มเสียตอนนี้จะพาลูกมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร“ เสื้อผ้านางที่มีซีดขาวเพียงใดนางไม่สน ขอเพียงทารกตัวน้อยที่นอนดูดนมตาแป๋วอยู่นี้มีผ้าเนื้อดีห่มมีชุดสวยๆให้สวมใส่ หลังจากแม่นางน้อยเจินเจินหลับคาเต้าผู้เป็นแม่ นางจึงนำลูกนอนในตะดร้าหวายและคลุมด้วยผ้ามุ้งอีกที ก่อนจะลุกขึ้นไปทำงานต่อ นางเลือกใช้ขุยมะพร้าวในมิติลับมาคลุกเคล้ากับดินดำ และเอามาผสมกับดินร่วนอีกที จากนั้นจัดการเกลี่ยดินให้ครบทั้งห้าแปลงและรดน้ำให้ชุ่ม “คงต้องทิ้งไว้สักระยะ ระหว่างนี้เพราะกล้าเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า” นางหยิบเมล็ดผักจากมิติพิเศษออกมา วันนี้นางเลือกจะเพราะต้นกล้าพริก และเพราะเมล็ดผักต่างๆเพิ่มถึงแม้นางจะเพราะไว้แล้วเป็นบางส่วน แต่ที่ดินข้างๆก็มีเหลืออีกไม่น้อย “เอ๊ หากไม่ใช่ที่ๆเราจะปลูกได้หล่ะ” แม้มันจะอยู่ติดกับที่ดินที่มีคนเตรียมหน้าดินไว้แล้วก็ตาม แต่ที่อีกฝั่งยังไม่มีการกระทำใดๆเป็นเพียงป่ารกชัดเท่านั้น “หากถามแม่เฒ่าลี่คงทราบเรื่องแต่หากไม่ใช่ที่ของเรา คงต้องทำรั้ว” นางมองไก่ไข่แม่พันธ์สี่ตัวที่อยู่ในสุ่มก่อนจะคิดบางอย่างได้ นางเข้าไปหยิบเลื่อยและมีดอีโต้ออกมา เตรียมเดินไปที่กอไผ่ด้านหลัง “นั่นเจ้าทำสิ่งใดกันหรงเอ๋อ” เสียงผู้มาใหม่ทำนางตกใจก่อนจะรีบหันไปมอง นี่มัน!!แม่สามีใจร้ายนี่นา นางต้องทำเป็นอ่อนแอใช่หรือไม่ ให้คนแถวนี้ปกป้องและรู้ว่าสตรีนางนี้ใจร้ายจนนางขวัญผวาจะได้ไม่มาที่นี่อีก “ท่านแม่สามี!!” ท่าทางตื่นตกใจทำคนมาใหม่ค้อนควัก “เห็นหน้าข้าอย่างกับเห็นผี เจ้ามีสิทธิ์ทำนิสัยเยี่ยงนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!” นิ้วป้อมๆเพราะเป็นคนเจ้าเนื้อชี้มาหานางสั่นระริก “อ่าวเจ้าให้ข้าบอกทางมาหาหรงเอ๋อเพราะมีข่าวเทียนเฉินมาแจ้ง เหตุใดจึงทำท่าทางเช่นนี้“ แม่เฒ่าลี่และลูกสะใภ้รีบมากันนาง ท่าทางแต่งกายดูดีทุกระเบียดนิ้วทำชาวบ้านใกล้ๆออกมาชะเง้อคอมองดู แต่เมื่อเห็นท่าทางไม่รักไคร่ลูกสะใภ้สี่นักยิ่งเรียกความสนใจ ”ข้ามายืนอยู่ทนโท่นางยังไม่เคารพข้าสักนิด ข้าต้องใจเย็นงั้นรึ“ พัดในมือถูกโบสะบัดอย่างเร็วไว ใบหน้าเชิดขึ้นคล้ายคนเจ้ายศเจ้าอย่างทำเหล่าชาวบ้านชักอยากท้าวสะเอวใส่ ”ท่านแม่สามี ข้าคาระวะเจ้าค่ะ“ นางคุกเข่าลงอย่างรนรานก่อนจะยกมือขึ้นประสานและโค้งคำนับลงไป ”ที่ข้ามาวันนี้จะมาแจ้งข่าวแก่เจ้า เฉินเอ๋อถูกข้าศึกทำร้ายจนจำอะไรไม่ได้ ทางการกำลังนำตัวออกจากโรงหมอมารักษาต่อที่บ้าน ตอนนี้ที่เรือนข้าไม่มีใครว่างมาดูแลคนสติไม่ดี เจ้าเป็นเมียข้าแค่มาแจ้งข่าว“ ใบหน้าที่เชิดขึ้นทำนางหมันเขี้ยว ไม่อยากจะเลี้ยงดูเพราะไม่มีประโยชน์ก็พูดเสียเถอะ อ้อมไปอ้อมมาให้ได้สิ่งใดกัน ”ข้าเองมีลูกอ่อน ร่างกายข้ายังอ่อนแอนัก เช่นนั้นแล้ว หากพี่เฉินมาอยู่ที่นี่อาจลำบากกว่าเดิม ท่านแม่…“ นางสาวเท้าเข้ามาใกล้ คนแถวๆนี้จะได้รู้ว่าแท้จริงแล้วแม่สามีผู้นี้ร้ายกาจเพียงใด ”หรงเอ๋อ!! เดิมทีข้าไล่เจ้ากับลูกออกมาเท่ากับแยกบ้านกันแล้ว เหตุใดเจ้าไม่รับสามีเจ้าไปดูเอง นี่เจ้ากำลังจะทำตัวไม่เคารพผู้ใหญ่ในตระกูลสามีใช่หรือไม่“ คราวนี้คนกลัวได้รับภาระใหญ่หุบพัดพรึบ!! ก่อนจะหันมาตวาดเสียงดังลั่นลานบ้าน ”อ๋ออ การที่นางหนีหัวซุกหัวซุนทั้งๆที่บ้านสามีก็ไม่ลำบากเพราะเจอคนอำมหิตเช่นเจ้ารึ หึ คนท้องคนใส้เจ้าเลือกไล่นางออกมาอย่างไม่ใยดี วันนี้ยังมาเบียดเบียนนางให้รับกรรมเพิ่ม เหตุใดเจ้าร้ายกาจเช่นนี้“ แม่เฒ่าลี่โวยวายกลับบ้างจะคนฝั่งบ้านใหญ่พากันผงะออก ”เจ้า!!เจ้าเป็นใคร เหตุใดต้องยุ่งเรื่องบ้านข้า“ คนที่เย่อหยิ่งในทีแรกแทบเต้นเร้า ”ข้าก็เป็นเพียงคนจนๆ คนชนบทที่ห่างไกลความเจริญ เป็นเพียงแม่ค้าที่ด่าเจ้าอย่างไรเล่า เจ้าข้าเอ้ยย มาเร็ว มาดูคนใจหยาบไล่ลูกสะใภ้ท้องแก่ออกจากบ้านไม่พอ ยามนี้บุตรชายตัวเองสติฟั่นเฟือนยังผลักใสมาให้แม่ลูกอ่อนดูแลอีก เจ้าข้าเอ้ย“ แม่เฒ่าลี่และลูกสะใภ้ช่วยกันป้องปากเรียกคนรอบๆบ้านออกมา ซึ่งชาวบ้านที่ดูเหตุการอยู่นานก็รีบออกมามองนางอย่างไม่เป็นมิตร ”ข้าจะฟ้อง จะฟ้องผู้ใหญ่บ้าน ว่าลูกบ้านอย่างพวกเจ้ารังแกข้า!!“ ทุกคนต่างหัวเราะเยาะนาง ”ที่นี่มันห่างไกลความเจริญ ผู้ใหญ่บ้านอะไรโน้นบ้านห่างไปอีก2ลี้เจ้าไปสิ หากไม่โดนโจนป่าฆ่าตายเสียก่อน“ คำขู่ของลูกสะใภ้แม่เฒ่าลี่เริ่มทำแม่สามีนางกลัว มือหนาเริ่มเกาะลูกสะใภ้คนโตอย่างหวาดหวั่น “ข้าคิดไว้แล้วว่าเจ้าต้องมาก่อความวุ่นวายที่นี่!!” เสียงคนมาใหม่ยิ่งทำให้นางจางลี่ตื่นตกใจร่างหนาอุ้มเซี่ยอวี๋หลินขึ้นบนรถม้า จุดมุ่งหมายคือแคว้นอวี๋ โดยมีพี่ชาย น้องชาย และคนสนิทที่ติดตามมาด้วยเท่านั้น“ท่านแม่ทัพ ข้าไม่เป็นไร” ตลอดเวลาที่นางอยู่ในอ้อมอกแกร่ง รับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวแขนแกร่งกอดรัดนางแน่นมาพร้อมกับความสั่นสะท้าน“อวี๋หลิน ภาพนั้นยังติดตา ข้านึกไม่ออกเลยหากไม่มีเจ้าชีวิตข้าจะเป็นอย่างไร” นางเข้าใจเขาดี นอกจากต้องทนดูเหล่าทหารร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ตายต่อหน้าต่อตา วันที่ฝังดินกลบร่างผู้ให้กำเนิดก็คงจะเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ“ตอนนี้ข้าอยู่ตรงนี้ ข้ายังอยู่กับท่าน” มือบางลูบใบหน้าคมเข้ม ที่แววตาแดงก่ำ ภาพที่นางรับคมดาบแทนเขายังอยู่ในหัวสมอง สายตาคมจดจ้องนางคล้ายจะมองให้แน่ใจว่าตรงนี่คือนางจริงๆ ก่อนจะปลดเสื้อเกาะออกช้าๆ ลอยขาดจากการทำศึกเป็นช่องว่างให้คนชั่วอย่างองค์รัชทายาทฟาดฟันลงมาได้ ”ผิวสวยๆของเจ้า ทั้งมีบาดแผลทั้งเขียวช้ำ“ เขาพูดไม่ผิด ตอนนี้ยอมรับว่านางระบมไปทั้งตัว หน้าท้องเรียบยังเขียวช้ำจากถูกคมดาบกระแทก ไหล่ขวาถูกคมมีดฟาดลงมาจนเลือดไหลไม่หยุด แม้ไกลหัวใจแต่ใบหน้านางซีดเซียวนัก”หากท่านทำแผลให้ข้า ข้าคงหายเร็วขึ้น“ เขาดึงนางเข้ามากอด ก่อนเปิดดูบ
แม้จะพักผ่อนกันได้ไม่เต็มที่ แต่เหล่าทหารเต็มใจเคลื่อนทัพไปวังหลวง ด้านหน้าประตูมีทหารเฝ้าระวังแน่นหนาทั้ง กวงโหว โหลวหนิงหลงและเซี่ยอวี๋หลิน สายตานางจดจ้องเพียงแต่ใต้เท้าหานซั่ว ”ฮ่องเต้ไม่มีคำสั่งให้พวกเจ้าเข้าพบ!!“ ชายแก่แม้ใจเต้นระทึก เพราะทหารเกือบ5แสนนายพร้อมบุกเข้าวังหลวงทุกเมื่อ”เช่นนั้นก็ดี ได้รับสาร์นที่ข้าส่งแล้วแต่ยังมีใจปกป้องคนผิด อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!“ โหลวหนิงหลงไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ยามนี้เขาพร้อมกลายเป็นกบฏแผ่นดิน!!“ท่านแม่ทัพ เจ้ากำลังทำตัวเยี่ยงกบฏ” ใต้เท้าหานที่ถูกส่งออกมาให้เจรจายังพูดจาวกวน“แล้วการที่องค์รัชทายาทส่งพวกข้าไปตาย เพียงเพราะอยากครอบครองวังหลวง โดยใช้กบฏแคว้นฉีและแคว้นต้าเซียนเป็นตัวล่อ เจ้าคิดว่า…คนเช่นนั้นควรเรียกว่าอะไร” สายตาคมกร้าวสาดซัดใส่เหล่าทหารที่ตอนนี้เริ่มลังเลว่าควรอยู่ฝั่งไหน“คนไม่ได้ถูกเลือกให้อยู่สนามรบโชคดีไปเพราะยังมีชีวิตอยู่ดี แต่คนที่ไปรบแล้วไม่ได้กลับมาเพียงเพราะอยากปกป้องบ้านเมือง กลับโดนทิ้งให้ตายอย่างเดียวดาย ใต้เท้าหานคิดว่า…ข้าควรถล่มที่นี่ให้ราบคาบหรือไม่” เหล่าทหารที่มีใจภักดิ์กับแม่ทัพใหญ่แนวหน้าของวังวิ่งออกมาเป
มือบางเอื้อมไปหยิบน้ำวิเศษจากมิติลับ ก่อนจะดึงเขาให้หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ จากนั้นยัดผ้ากลางเก่ากลางใหม่เข้าปากผู้เป็นสามี “ข้าต้องหักลูกธนูนี้ให้สั้นที่สุด แม้ใจจริงข้าจะอยากผ่ามันออกเสียเดี๋ยวนี้ก็ตาม แต่เพราะกองทัพแม่ทัพกวงโหวยังมาไม่ถึง ข้าทำได้แค่ยื้อเวลา” เขาพยักหน้ารับ ก่อนจะเอื้อมมือขอเป็นฝ่านหักก้านธนูทิ้งเอง นางจึงยินยอมให้เขาทำ ก่อนจะผสมยาฆ่าเชื้อและยาแก้อักเสบด้วยความไว ปึก!! อึกกก!! ใบหน้าเจ็บปวดของเขาทำนางแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นางเทน้ำวิเศษในมิติลับรดลงบนบาดแผลเพื่อให้เขาทุเลา ก่อนจะดันเข็มฉีดยาลงบริเวณหัวใหล่อีก1เข็ม ”ท่านรอข้าตรงนี้“ นางหาทำเลเหมาะๆเป็นป่าหญ้ารกทึบ ก่อนจะลากร่างหนาไปซ้อนไว้ในนั้น”เจ้าอย่าไป!” เขาใช้แรงที่มีอันน้อยนิดดึงนางไว้“ท่านวางใจ ข้าไม่มีทางตายง่ายๆ เพียงแค่ยื้อเวลารอท่านแม่ทัพกวงเท่านั้น” นางยัดขนมปังและนมใส่มือให้เขา รวมถึงน้ำเปล่าที่หยอดยาลงไปให้อีกด้วย“รอข้าที่นี่ ข้าจะรีบกลับมา ท่านกินน้ำให้เยอะที่สุด“ นางวิ่งออกไปอีกทางก่อนจะเป่าปากเรียกม้าให้มาหา เมื่อขึ้นบนหลังม้าได้ นางอาศัยความพิเศษที่ได้รับมาจากห้วงมิติ ยกธนูขึ้นยิงเหล่าแม่ทัพทีละคนอย
”ฮูหยิน หากจะขอกองทัพข้า ข้าคงต้องบอกว่าให้เจ้าได้ไม่ทั้งหมด เพราะราษฏรแคว้นอวี๋ก็ยังต้องการเหล่าทหารดูแล“ นางคอตกทันทีแต่ก็เข้าใจได้ บ้านเมืองใครใครก็รัก นางจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจ”แต่ข้าสามารถหานักรบฝีมือดี ดุดัน ให้เจ้าได้แปดหมื่นนาย คนพวกนี้เป็นนักรบแดนตาย ถูกฝึกมาอย่างดี หากเจ้ารับปากว่า…เจ้าจะรักษาพ่อข้าจนหาย ข้ายินดียกตราผู้นำกองทัพเงาให้เจ้า!!“ รอยยิ้มอ่อนๆระบายบนใบหน้างาม ก่อนนางจะขยับลุกขึ้นยืนและทำความเคารพท่านแม่ทัพกวงโหว“ข้าจะรักษาชีวิตท่านอ๋อง ให้เที่ยบเท่าชีวิตเจ้าค่ะ” ใช้เวลากว่า5วัน กว่าคนที่โดนพิษไข้จะดีขึ้น ห้าวันที่ผ่านมานางทั้งดูแลท่านอ๋องอย่างจับตาทุกวินาที ไหนจะให้อาอี๋ไปหาข่าวอีก เรียกว่าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดแต่นางไม่เคยท้อ“ชาวบ้านที่อพยพมา ส่วนใหญ่มาจากอำเภอฮัวเจ้าค่ะ พวกเขาบอกว่าแม้ค่ายจะแตกแต่ทหารส่วนใหญ่ยังสู้ไม่ถอย กระจ่ายกันอยู่ตามแนวชายแดน ฮูหยิน เราอาจมีหวังเรื่องแม่ทัพเซี่ยเว่ยคุนเจ้าค่ะ” นางพยักหน้าเห็นด้วยตราบใดที่ไม่พบศพนางก็จะยังไม่ถอดใจ ชาติที่แล้วเคว้งคว้างขนาดไหนยามไม่มีพ่อแม่ ชาตินี้นางจะทำเต็มที่เพื่อยื้อพวกท่านเอาไว้“ท่านอ๋องทรงมีรับสั่งใ
”ป้าจางเจ้าคะ ท่านป้ามีไข้อ่อนๆนี่เป็นยา ให้ท่านกินเสียหน่อยไว้อาหารเสร็จค่อยปลุกเจ้าค่ะ“ ทุกอย่างนางทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และยังพร้อมตั้งรับเสมอ เพราะตอนนี้ชีวิตนางกำลังเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง มีอีกหลายชีวิตให้นางรับผิดชอบทุกอย่างนางจึงคิดให้ถี่ถ้วน”ฮูหยินอยู่หรือไม่ขอรับ มีข่าวจากกองทัพขอรับ!!“ ผ่านมาเกือบแรมเดือนที่นางมาอยู่ที่นี่ จู่ๆวันนี้ก็มีเสียงเรียกของทหารทำนางรีบออกมาดู ก่อนพบว่าทหารที่พานางมาส่งบ้านนายอำเภอเมื่อคราแรกที่มาแคว้นอวี๋ยืนอยู่พร้อมทหารอีกสองนาย“มีข่าวเช่นนั้นหรือ” นางแทบเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง“ข้าไปลาดตระเวนตามชายแดนฝั่งใต้ พบคนของแม่ทัพโหลวดักรออยู่ก่อนแล้วพร้อมจดหมายขอรับ” กระดาษแผ่นนึงถูกยื่นมาตรงหน้า ก่อนนางจะรับไป“หากฮูหยินมีสิ่งใดอยากฝาก ไปให้ข้าที่ค่ายทหารได้ขอรับ” นางพยักหน้ารับก่อนรีบนำจดหมายไปเปิดอ่าน“จดหมายว่าอย่างไรบ้างอาหลิน” โหลวหลีชงและโหลวมู่ฮวาที่บัดนี้ท้องโตขึ้นอีกนิดรีบเดินออกมาหานาง เซี่ยอวี๋หลินใช้เวลาอ่านจดหมายเพียงครู่ก่อนหันมามองแม่สามีทั้งน้ำตา”กบฏที่แคว้นต้าเซียนยอมจำนนแล้วเจ้าค่ะ แต่ที่ท่านแม่ทัพยังไม่อาจกลับมาได้ เพราะ…แคว้นฉ
”ฮูหยิน ข้าต้องขอประทานโทษาจริงๆที่ไม่ไว้ใจท่าน เชิญท่านพักผ่อนเถิด“ แม่ทัพกวงโหวยิ้มด้วยความยินดี ทหารทุกคนล้วนคาราวะนางอย่างขอบคุณ”สิ่งใดที่ข้าพอจะตอบแทนบุญคุณได้ ข้ายินดีเจ้าค่ะ“ นางเดินออกมาจากค่ายทหารก่อนมองไปยังชายแดนที่มีแม่น้ำขวางกั้น ในใจภาวนาให้ทุกคนที่อยู่สนามรบปลอดภัย จากนั้นนายทหารจึงนำทางไปบ้านท่านนายอำเภอ เมื่อถึงใจกลางหมู่บ้าน ร้านค้าบางร้านเริ่มปิด นางจึงคิดว่าข่าวสงครามที่เมืองหลวงอาจมาถึงแคว้นอวี๋จึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าเกร็งข้าวของไว้ขายเอากำไร ไม่ว่ายุคสมัยไหนการเอาเปรียบก็มีทั้งนั้น”ท่านคือฮูหยินน้อยแม่ทัพโหลวหนิงหลงใช่หรือไม่“ ชายวัยกลางคนเดินเข้ามาหานางเมื่อนางอาสาลงไปยืนรออยู่เพียงครู่”เจ้าค่ะ ข้าเซี่ยอวี๋หลิน เป็นบุตรสาวแม่ทัพเซี่ยและเป็นฮูหยินแม่ทัพโหลวหนิงหลงเจ้าค่ะ” นางทำความเคารพอย่างน้อบน้อม “ข้าได้รับจดหมายจากท่านแม่ทัพแล้วเมื่อหลายวันก่อน ที่นี่มีบ้านเวนคืนอยู่หลายหลัง ไม่ทราบว่าฮูหยินปลงใจจะซื้อหรือไม่” นางพยักหน้ารับ มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่งย่อมดีกว่าพากันไประเหเร่ร่อน และเมื่อตั้งใจจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่นางต้องคิดเผื่อบ่าวไพร่ทั้งสองสกุล“ข้ายินด







