คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง

คุณหนูรองผู้นี้คือหมอศพอันดับหนึ่ง

last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
10Mga Kabanata
26views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

เมื่อนิติเวชสาวอันดับหนึ่งแห่งยุคปัจจุบันประสบอุบัติเหตุจนวิญญาณทะลุมิติมาอยู่ในร่าง เกาซูซิน คุณหนูรองตระกูลเกาที่ถูกใส่ร้ายว่าสติวิปลาสและถูกทอดทิ้งในวัดร้าง นางไม่มีทางยอมเป็นเหยื่อให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไป ในโลกที่ทุกคนเชื่อคำให้การมากกว่าหลักฐาน นางกลับใช้ความรู้ด้านนิติเวชศาสตร์ชันสูตรศพ ไขปริศนาคดีฆาตกรรม และฉีกหน้าคนร้ายด้วยความจริงที่ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้ จนได้รับสมญา "หมอศพไร้หน้า" ผู้ทำให้ศาลอาญาหลวงต้องสั่นสะเทือน ยิ่งสืบ ยิ่งพบว่าเบื้องหลังคดีปริศนาไม่ได้มีเพียงฆาตกร หากยังโยงใยถึงแผนกบฏที่พร้อมเขย่าบัลลังก์มังกร ส่วนเขา เซียวเทียนเล่ย แม่ทัพหนุ่มผู้เย็นชาและผู้บัญชาการศาลอาญาหลวง จากที่ตั้งใจไล่ล่าหมอศพปริศนา กลับกลายเป็นบุรุษที่ยืนเคียงข้างนางทุกครั้งที่ต้องผ่าศพ คอยถือโคม ส่งเครื่องมือ เปย์ทั้งทองคำ บ้านพัก สมุนไพรหายาก และพร้อมชักกระบี่ปกป้องนางแม้ต้องเป็นศัตรูกับเชื้อพระวงศ์ เมื่อวิทยาศาสตร์ต้องเผชิญกับอำนาจ ความจริงต้องต่อสู้กับคำโกหก และหัวใจต้องเต้นท่ามกลางกลิ่นเลือด ครั้งนี้ คนที่ควรหวาดกลัว ไม่ใช่หมอศพ แต่คือคนร้ายทุกคนที่ทิ้งศพไว้เบื้องหลัง

view more

Kabanata 1

1

กลิ่นเหม็นอับของฟางแห้งปะปนกับกลิ่นไอชื้นจากพื้นดิน เป็นสิ่งแรกที่กระทบจมูกทันทีที่สติเริ่มฟื้นคืน

‘เหวินซูซิน’ แพทย์นิติเวชหญิงมือหนึ่งแห่งกองพิสูจน์หลักฐานพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้แล้วนำมาต่อเข้าด้วยกันใหม่

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ห้องชันสูตรปลอดเชื้อซึ่งนางคุ้นเคย หากเป็นเพดานไม้ผุพังของวัดร้างแห่งหนึ่ง หลังคาหลายจุดแตกร้าวจนหยดน้ำเย็นเฉียบซึมผ่านลงมากระทบกองฟางเป็นระยะ

“คุณหนูรอง ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ คุณหนูรองฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย” เสียงร้องไห้โฮของเด็กสาววัยราวสิบห้าหรือสิบหกปีดังขึ้นข้างกาย

ซูซินขมวดคิ้ว พยายามใช้แขนยันร่างกายให้ลุกขึ้นนั่ง ทว่าเพียงขยับตัว ความทรงจำสายหนึ่งก็พลันทะลักเข้าสู่สมองอย่างรุนแรง จนนางต้องหลับตากัดฟันรับความเจ็บปวด

ร่างนี้มีนามว่า ‘เกาซูซิน’ คุณหนูรองแห่งตระกูลเกา เป็นบุตรสาวสายตรงของอดีตฮูหยินใหญ่ ซึ่งมารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่นางยังเยาว์วัย

หลังจากมารดาสิ้นลม เกาซูซินก็ถูกแม่เลี้ยงและ ‘เกาเพยผิง’ พี่สาวคนโตคอยกดขี่รังแก ทั้งยังลอบวางยาพิษทำลายระบบประสาท แล้วสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายว่านางสติวิปลาส

ท้ายที่สุด เด็กสาวผู้น่าสงสารถูกเฆี่ยนตีจนเกือบสิ้นใจ ก่อนจะถูกส่งมาทิ้งไว้ในวัดร้างท้ายเมือง เพื่อรอวันที่ลมหายใจขาดห้วงลงอย่างเงียบงัน

“คุณหนูจำบ่าวได้หรือไม่เจ้าคะ บ่าวเสี่ยวชุ่ยอย่างไรเล่าเจ้าคะ” เด็กสาวหน้าตาซูบผอมขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ในมือถือถ้วยยาที่ต้มจนมีสีดำคล้ำ ส่งกลิ่นฉุนจนชวนคลื่นไส้

“ดื่มยาสักหน่อยนะเจ้าคะ ยานี้ฮูหยินใหญ่ส่งคนนำมาให้ บอกว่าจะช่วยรักษาอาการฟั่นเฟือนของคุณหนู”

ซูซินชะงัก นางก้มหน้าเข้าไปใกล้ถ้วยยาแล้วสูดดมเพียงครู่เดียว ดวงตารูปเมล็ดท้อเรียวยาวก็พลันฉายแววเย็นเยียบ

กลิ่นของดอกหญ้าด้ายแดงสกัด ผสมกับลำโพงในปริมาณไม่น้อย

นี่ไม่ใช่ยารักษา แต่เป็นยาพิษที่ออกฤทธิ์กดและทำลายระบบประสาทส่วนกลาง หากดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน ผู้รับพิษจะมีอาการประสาทหลอน ความทรงจำเสื่อมถอย สติสัมปชัญญะเลอะเลือน และอาจช็อกตายในที่สุด

“เททิ้งเสีย” เสียงของซูซินแหบแห้งเพราะร่างกายขาดน้ำ ทว่ากลับหนักแน่นและเปี่ยมด้วยอำนาจ จนเสี่ยวชุ่ยสะดุ้งเฮือก

“คะ คุณหนูรอง” เด็กสาวก้มมองถ้วยยาอย่างลังเล “แต่ยานี้ฮูหยินใหญ่หวังดีส่งมาให้นะเจ้าคะ”

“เสี่ยวชุ่ย” ซูซินเงยหน้ามองเด็กสาวตรงๆ

ดวงตาของนางยังคงงดงามเช่นเดิม ทว่ากลับนิ่งสงบและลึกล้ำประหนึ่งหุบเหวไร้ก้นบึ้ง ไม่มีร่องรอยของความเลื่อนลอยหรือคลุ้มคลั่งดังที่เคยเป็นแม้แต่น้อย

“หากเจ้าไม่อยากให้ข้าตายภายในสามวัน และไม่อยากต้องฝังร่างของตนเองตามข้าไปในวันที่สี่ ก็จงนำยาถ้วยนี้ไปเททิ้งที่โคนต้นไม้ด้านนอกเสีย”

เสี่ยวชุ่ยเบิกตากว้าง มองคุณหนูรองของตนอย่างตื่นตะลึง

ในอดีต เกาซูซินมักนั่งเหม่อลอย นัยน์ตาไร้ประกาย บางครั้งก็หวาดกลัวจนร้องกรีดเสียงดัง ทว่าสตรีตรงหน้าในเวลานี้กลับสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด อีกทั้งยังมีบรรยากาศกดดันบางอย่างแผ่ออกมาจนเด็กสาวไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากโต้แย้ง

“เจ้าค่ะ บ่าวจะนำไปเททิ้งเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ” เสี่ยวชุ่ยรีบประคองถ้วยยาแล้ววิ่งออกไปจากวัดร้างทันที

ซูซินก้มมองมือทั้งสองข้างของตนเอง แม้ผิวพรรณจะแห้งกร้าน เต็มไปด้วยบาดแผลและรอยพุพองจากการถูกน้ำร้อนลวก แต่โครงกระดูกนิ้วมือกับข้อมือกลับเรียวยาวงดงาม นางทดลองกำมือแล้วคลายออกช้าๆ เพื่อประเมินกำลังและการตอบสนองของกล้ามเนื้อ

“ข้าตรวจศพมานับพัน ไม่เคยคิดเลยว่าวันหนึ่งจะต้องฟื้นขึ้นมาในร่างที่กำลังจะกลายเป็นศพเสียเอง”

นางพึมพำกับตนเอง ก่อนริมฝีปากซีดเซียวจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็น

“เกาซูซิน ในเมื่อข้าเข้ามาอยู่ในร่างของเจ้าแล้ว ก็นับว่าเจ้ากับข้ามีชะตาร่วมกัน คนสารเลวผู้ใดเคยย่ำยีเจ้า ข้าจะใช้ความรู้ทั้งหมดที่มี ชำระหนี้ให้พวกมันทีละคน”

ยังไม่ทันที่เสียงของนางจะจางหาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังมาจากด้านหน้าวัดร้าง ตามมาด้วยเสียงพูดเจื้อยแจ้วซึ่งฉาบด้วยความหวังดีอันเสแสร้ง

“หวังมามา ท่านเบามือสักหน่อยเถิด หากคุณหนูรองตกใจตื่นขึ้นมาจะทำอย่างไร”

“โอ้โฮ ฮูหยินช่างเมตตาเหลือเกินเจ้าค่ะ คุณหนูรองสร้างความอับอายให้ตระกูลเกาถึงเพียงนี้ ฮูหยินยังอุตส่าห์นั่งรถม้าฝ่าลมหนาวมาเยี่ยมเยียนถึงวัดร้างท้ายเมืองอีก”

ประตูไม้ผุพังถูกผลักเปิดอย่างแรงจนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด

‘ฮูหยินหลิว’ แม่เลี้ยงของเกาซูซินก้าวเข้ามาในชุดผ้าไหมหรูหรา โดยมี ‘หวังมามา’ สาวใช้คนสนิทคอยประคองอยู่ข้างกาย และมีบ่าวร่างกำยำอีกหลายคนติดตามอยู่ด้านหลัง

ทันทีที่กลิ่นเหม็นอับภายในวัดร้างลอยมาปะทะ ฮูหยินหลิวก็ยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดจมูกด้วยท่าทางรังเกียจ

ทว่าเมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับซูซินซึ่งนั่งนิ่งอยู่บนกองฟาง ฝีเท้ากลับชะงักไปเล็กน้อย เพราะสายตาที่คุณหนูรองใช้มองนางในวันนี้ ไม่ใช่สายตาของคนสติฟั่นเฟือน หากเป็นสายตาเย็นเยียบของแพทย์นิติเวชที่กำลังประเมินโครงสร้างร่างกาย ร่องรอยความผิดปกติ และเจตนาชั่วร้ายของผู้ต้องสงสัยตรงหน้า

“ซูซิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ฮูหยินหลิวรีบปรับสีหน้าให้เต็มไปด้วยความห่วงใย พลางเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีของมารดาผู้แสนเมตตา

“แม่รู้ว่าเจ้าอยู่ที่นี่ลำบาก แต่เจ้ามีอาการคุ้มดีคุ้มร้าย หากปล่อยให้อยู่ในจวนต่อไป เกรงว่าจะพลั้งมือทำร้ายผู้อื่น แม่จึงจำเป็นต้องส่งเจ้ามาสงบจิตใจอยู่ที่นี่ก่อน ยาที่แม่ส่งมาให้ เจ้าดื่มแล้วหรือยัง”

ซูซินใช้มือยันกองฟาง ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แม้ร่างกายจะซูบผอม อ่อนแรง และสวมเพียงเสื้อผ้าป่านเก่าๆ ซึ่งเต็มไปด้วยรอยขาด ทว่าท่วงท่าของนางกลับตั้งตรงสง่างาม ราวกับต้นสนที่ยังคงหยัดยืนท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ

“ยาหรือเจ้าคะ” ซูซินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ยาที่ผสมพิษทำลายระบบประสาท เพื่อให้ข้ากลายเป็นคนบ้าอย่างสมบูรณ์น่ะหรือเจ้าคะฮูหยินใหญ่” ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา บรรยากาศภายในวัดร้างก็พลันเงียบกริบราวกับสุสาน

สีหน้าของฮูหยินหลิวซีดเผือดไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวอย่างรวดเร็ว

“ซูซิน เจ้าพูดจาเลอะเทอะอันใด ยานั้นเป็นยาล้ำค่าที่ข้าหามาจากหมอฝีมือดีเพื่อรักษาเจ้า เจ้าเสียสติไปแล้วจริงๆ จึงกล้ากล่าวหาข้าด้วยถ้อยคำเช่นนี้”

“ข้าเสียสติจริงๆ หรือท่านต่างหากที่พยายามทำให้ข้าเสียสติกันแน่” ซูซินก้าวเข้าไปหาฮูหยินหลิวช้าๆ ทุกย่างก้าวมิได้รีบร้อน ทว่ากลับทำให้คนตรงหน้ารู้สึกกดดันอย่างบอกไม่ถูก

“อาการของข้าเริ่มจากรูม่านตาขยาย หัวใจเต้นเร็ว ปากแห้ง กล้ามเนื้ออ่อนแรง และมีอาการประสาทหลอนเป็นระยะ ทั้งหมดนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่ข้าดื่มชาดอกมะลิในเรือนของท่านเมื่อสามเดือนก่อน” นางหยุดยืนตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ

“ไม่ทราบว่าฮูหยินใหญ่ต้องการให้ข้าอธิบายต่อหรือไม่เจ้าคะ ว่าในชาถ้วยนั้นมีพิษชนิดใด และออกฤทธิ์อย่างไรบ้าง”

“เจ้า! เจ้า!” ฮูหยินหลิวผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าตื่นตระหนกอย่างไม่อาจปิดบัง

จากนั้นนางก็ตวาดเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความผิดปกติของตนเอง

“หวังมามา ตบปากนาง นางเสียสติไปแล้วจริงๆ จึงกล้าทำตัวสามหาวต่อหน้าข้าเช่นนี้”

“เจ้าค่ะ ฮูหยิน” หวังมามารับคำ ก่อนก้าวออกมาง้างฝ่ามือขึ้นอย่างคุ้นเคย เตรียมตบหน้าซูซินเช่นเดียวกับที่เคยทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอดีต

ทว่าครั้งนี้ หมับ!

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
10 Kabanata
1
กลิ่นเหม็นอับของฟางแห้งปะปนกับกลิ่นไอชื้นจากพื้นดิน เป็นสิ่งแรกที่กระทบจมูกทันทีที่สติเริ่มฟื้นคืน‘เหวินซูซิน’ แพทย์นิติเวชหญิงมือหนึ่งแห่งกองพิสูจน์หลักฐานพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก ความเจ็บปวดแล่นปราดไปทั่วร่าง ราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดขยี้แล้วนำมาต่อเข้าด้วยกันใหม่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าไม่ใช่ห้องชันสูตรปลอดเชื้อซึ่งนางคุ้นเคย หากเป็นเพดานไม้ผุพังของวัดร้างแห่งหนึ่ง หลังคาหลายจุดแตกร้าวจนหยดน้ำเย็นเฉียบซึมผ่านลงมากระทบกองฟางเป็นระยะ“คุณหนูรอง ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ คุณหนูรองฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย” เสียงร้องไห้โฮของเด็กสาววัยราวสิบห้าหรือสิบหกปีดังขึ้นข้างกายซูซินขมวดคิ้ว พยายามใช้แขนยันร่างกายให้ลุกขึ้นนั่ง ทว่าเพียงขยับตัว ความทรงจำสายหนึ่งก็พลันทะลักเข้าสู่สมองอย่างรุนแรง จนนางต้องหลับตากัดฟันรับความเจ็บปวดร่างนี้มีนามว่า ‘เกาซูซิน’ คุณหนูรองแห่งตระกูลเกา เป็นบุตรสาวสายตรงของอดีตฮูหยินใหญ่ ซึ่งมารดาเสียชีวิตไปตั้งแต่นางยังเยาว์วัยหลังจากมารดาสิ้นลม เกาซูซินก็ถูกแม่เลี้ยงและ ‘เกาเพยผิง’ พี่สาวคนโตคอยกดขี่รังแก ทั้งยังลอบวางยาพิษทำลายระบบประสาท แล้วสร้างสถานการณ์ใส่ร้ายว่านางสติวิปลาสท้
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
2
มือเล็กซูบผอมของซูซินยื่นออกไปคว้าข้อมือของหวังมามาเอาไว้ได้อย่างแม่นยำนางไม่ได้ใช้พละกำลังเข้าปะทะ แต่ใช้องค์ความรู้ทางกายวิภาคศาสตร์ กดนิ้วลงบนแนวเส้นประสาทมีเดียนบริเวณข้อมืออย่างฉับพลันและตรงจุด“อ๊ากกก!” หวังมามากรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด แขนทั้งข้างพลันชาไร้เรี่ยวแรง หัวเข่าอ่อนยวบจนทรุดลงไปกองกับพื้น“มือข้า มือของข้า ฮูหยินช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ แขนของบ่าวจะหักแล้ว”“เจ้าทำอะไรหวังมามา” ฮูหยินหลิวตกใจจนหน้าผากมีเหงื่อเย็นซึมออกมา“ข้าเพียงช่วยกระตุ้นเส้นประสาท เพื่อให้มามาตื่นจากความฝันเท่านั้นเจ้าค่ะ” ซูซินตอบอย่างไม่ทุกข์ร้อน ก่อนคลายมือออกหวังมามาล้มพับลงกับพื้นทันที นางใช้มืออีกข้างกุมข้อมือไว้แน่น ร่างกายสั่นสะท้านทั้งจากความเจ็บปวดและความหวาดกลัวซูซินปัดฝุ่นออกจากฝ่ามือเบาๆ แล้วเงยหน้าสบตาฮูหยินหลิวโดยตรง“ฮูหยินใหญ่อุตส่าห์เดินทางมาถึงวัดร้างวันนี้ คงไม่ได้มาเพียงเพื่อดูว่าข้าตายแล้วหรือยังหรอกกระมังเจ้าคะ” นางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย“ท่านมีจุดประสงค์ใดก็พูดมาตรงๆ เถิดเจ้าค่ะ อย่าเสียเวลาแสดงละครฉากใหญ่เลย เพราะข้าดูออกหมดแล้ว” ฮูหยินหลิวกัดกรามแน่น ความพรั่นพรึงสายหนึ่งค
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
3
เซียวเทียนเล่ยก้าวเข้าไปหยุดข้างศพ พลางทอดสายตามองหมอชันสูตรประจำศาลอาญา"แน่ใจหรือว่าเขาถูกฆ่าด้วยมีดโต้ของชายตัดไม้ผู้นี้""เรียนท่านผู้บัญชาการ" หมอชันสูตรรีบก้มศีรษะตอบอย่างมั่นใจ"ข้าน้อยตรวจสอบแล้ว บาดแผลทั้งกว้างทั้งลึก ขนาดสอดคล้องกับใบมีดโต้ของชายตัดไม้ทุกประการ อีกทั้งบนเสื้อผ้าของมันยังมีคราบเลือดติดอยู่ คดีนี้หลักฐานชัดเจน ไม่มีทางผิดพลาดขอรับ""ข้าไม่ได้ทำ ข้าไม่ได้ทำจริงๆ นะขอรับท่านแม่ทัพ" ชายตัดไม้ร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวสั่น"ข้าเพียงออกมาหาฟืน พอเดินมาถึงก็เห็นศพนอนอยู่ ด้วยความตกใจจึงทำมีดหลุดมือไปโดนศพเท่านั้นเอง ข้าไม่ได้ฆ่าผู้ใด"หมอชันสูตรขมวดคิ้วอย่างรำคาญ ก่อนสะบัดแขนเสื้อ"ปิดปากมันเสีย แล้วลากตัวไปขังคุกหลวง รอประหารในวันพรุ่งนี้" น้ำเสียงนั้นเย็นชาไร้เมตตา ราวกับชีวิตคนผู้หนึ่งไร้ค่ากว่าเศษหญ้า"ห่วยแตก" เสียงพึมพำแผ่วเบา หากกลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ ราวกับลอยลงมาจากความมืดเหนือศีรษะ"ผู้ใด" เซียวเทียนเล่ยตอบสนองฉับไว มือใหญ่จับด้ามกระบี่ ชักออกจากฝักครึ่งหนึ่ง ก่อนสะบัดกระแสปราณพุ่งขึ้นไปยังต้นไม้ใหญ่ทันทีฟึ่บเงาร่างหนึ่งพลิ้วลงจากกิ่งไม้ราวกับนกนางแ
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
4
"ใช่ ประกาศห้ามสัญจรยามค่ำคืน ทุกหมู่บ้านต้องปิดประตูตั้งแต่หัวค่ำ"ซูซินผายมือไปทางชายตัดไม้"ถ้าเช่นนั้น เขาจะเดินทางมาที่นี่ในช่วงเวลาดังกล่าวได้อย่างไร"ทั่วทั้งบริเวณพลันเงียบลง หมอชันสูตรเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าเริ่มไม่มั่นใจซูซินกลับไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น นางก้มลงตรวจลำคอของศพอีกครั้ง ดวงตาเรียวหรี่ลง ก่อนใช้นิ้วแหวกปกเสื้อออกเล็กน้อย"เจอแล้ว" ปลายนิ้วเรียวคีบวัตถุเล็กจิ๋วที่ซ่อนอยู่ใต้ไรผมด้านหลังลำคอออกมาอย่างระมัดระวังเมื่อยกขึ้นรับแสงคบเพลิง ทุกคนจึงเห็นชัดว่า มันคือลูกดอกโลหะขนาดเล็กเท่านิ้วก้อย ปลายดอกเคลือบด้วยของเหลวสีดำหม่น"ลูกดอกพิษ"จงซานอุทานออกมาโดยไม่รู้ตัวซูซินพยักหน้า"บาดแผลนี้เล็กเกินกว่าจะสังเกตเห็นด้วยตาเปล่า อีกทั้งถูกซ่อนอยู่ใต้ไรผม ผู้ตรวจศพที่ขาดความละเอียดจึงมองข้ามไป" นางยกปลายลูกดอกขึ้น"พิษชนิดนี้ออกฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ทำให้หัวใจและระบบหายใจหยุดทำงานอย่างรวดเร็ว" จากนั้นนางชี้ไปยังบาดแผลบริเวณอก"ส่วนบาดแผลที่หน้าอก" ซูซินทอดสายตามองทุกคนทีละคน ก่อนกล่าวอย่างหนักแน่น"เกิดขึ้นหลังผู้ตายเสียชีวิตแล้ว"ทุกคนเบิกตากว้าง หมอชันสูตรรีบส่ายหน้า"เป็น
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
5
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ายามราตรีอีกครั้ง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายทั้งความท้าทาย ความสนใจ และความกระหายที่จะค้นหาความจริง"หมอศพไร้หน้างั้นหรือ" เซียวเทียนเล่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ"ฝีมือการชันสูตรระดับนี้ คารมคมคายเช่นนี้ และยังกล้าต่อกรกับศาลอาญาหลวงต่อหน้าข้า" เขากำลูกดอกพิษในมือแน่น"ตราบใดที่เจ้ายังอยู่ในเมืองหลวง" ริมฝีปากบางของแม่ทัพหนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงความมุ่งมั่น"ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดิน ข้าก็จะหาตัวเจ้าให้พบ"เสียงล้อรถม้าไม้เก่าแก่บดครูดไปตามพื้นอิฐหินของถนนสายหลักในเมืองหลวง ดังกุกกักเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผู้คนสองข้างทางต่างสัญจรขวักไขว่ ทั้งพ่อค้า ชาวบ้าน และขุนนางที่กำลังเร่งรีบไปทำธุระยามสายภายในรถม้า ซูซินในชุดกระโปรงป่านสีเทาอมม่วงเรียบง่ายนั่งหลับตาพิงผนังรถอย่างสงบนิ่ง แม้เรือนร่างยังคงซูบผอมจากการถูกทรมานและขาดสารอาหารมานานหลายปี แต่ผิวพรรณกลับเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เคยซีดเซียวเริ่มแต้มสีชมพูอ่อน ดวงตาที่ลืมขึ้นอีกครั้งเต็มไปด้วยความกระจ่างใสและเฉียบคม ไม่เหลือเค้าของคนสติวิปลาสอย่างที่ผู้คนกล่าวหาแม้แต่น้อย"คุณหนูรองเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยที่นั่งอยู่เคียงข้า
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
6
"ซูซิน ก้มหน้าลงเดี๋ยวนี้ หายไปอยู่วัดร้างตั้งสามปี กลับมาถึงก็สร้างเรื่องวุ่นวาย กล้ารังแกบ่าวรับใช้ แล้วยังทำให้ผู้คนหน้าจวนหัวเราะเยาะตระกูลเกาอีก" เสียงตำหนิดังลั่นไปทั่วเรือนโถงบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่โดยรอบต่างพากันก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง แต่ซูซินกลับยืนนิ่ง นางไม่ได้คุกเข่าคารวะ ไม่ได้ก้มหน้า และไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังผู้เป็นบิดาอย่างสงบนิ่ง หากเย็นชาจนทำให้ผู้สบตารู้สึกอึดอัดโดยไม่รู้ตัว"ท่านพ่อ" เสียงของนางไม่ดังนัก แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ"ข้าถูกใส่ร้ายว่าสติวิปลาส ถูกส่งไปทอดทิ้งที่วัดร้าง ถูกวางยาพิษจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด" ซูซินหยุดเพียงครู่ ก่อนเอ่ยต่อ"วันนี้ข้ากลับมา ท่านไม่ถามไถ่แม้สักคำว่าข้าอยู่เช่นไร ลำบากเพียงใด กลับเอ่ยตำหนิข้าเพียงเพราะข้าปกป้องเกียรติของบุตรสาวสายตรง มิให้ผู้คนหัวเราะเยาะว่าฮูหยินใหญ่รังแกลูกเมียหลวง" นางยกยิ้มบางๆ"เช่นนี้ สมควรแล้วหรือเจ้าคะ"เกาจินชะงักไปชั่วขณะ เขาไม่เคยคิดเลยว่า บุตรสาวที่เคยอ่อนแอ เชื่อฟัง และไม่เคยโต้แย้ง จะกล้าตั้งคำถามต่อหน้าผู้คนเช่นนี้"เจ้า" เขาอ้าปากจะพูด แต่กลับหาเหตุผลมาตอบไม่ได้ใน
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
7
ซูซินหยิบมีดปลายแหลมขึ้นส่องกับแสงเทียน ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ"ใช้ได้" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ"อย่างน้อยก็ไม่ต้องใช้มีดทำครัวผ่าศพอีก"เสี่ยวชุ่ยหันมามองด้วยความสงสัย"คุณหนูรองเจ้าคะ" เด็กสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ"ใต้เท้าสั่งให้คนเฝ้าเรือนไว้ ห้ามพวกเราออกไปไหน แล้วคืนนี้"ซูซินวางเครื่องมือลง ก่อนลุกขึ้นยืน"เวรยามของตระกูลเกา" นางเดินไปเปิดหน้าต่าง แอบมองลานด้านนอกเพียงครู่เดียว"หละหลวมยิ่งกว่ากรงไก่เสียอีก" ริมฝีปากบางยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม"ผลัดเวรทุกหนึ่งเค่อ ช่องว่างระหว่างผลัดประมาณยี่สิบลมหายใจ ด้านหลังกำแพงมีต้นหวงหยางโน้มเข้ามา เหมาะสำหรับปีนออกไป ส่วนองครักษ์สองคนทางทิศตะวันตกติดสุรา ตั้งแต่หัวค่ำก็เริ่มง่วงแล้ว" เสี่ยวชุ่ยอ้าปากค้าง"คุณหนู ท่านรู้ได้อย่างไรเจ้าคะ""ตอนเดินเข้ามา ข้าดูไว้หมดแล้ว" ซูซินตอบเรียบ ๆ ราวกับเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนาง การสำรวจสภาพแวดล้อมและทางหลบหนีเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมาตั้งแต่ทำงานนิติเวชและร่วมสืบคดีในโลกเดิมนางหันกลับมาที่โต๊ะ หยิบกล่องไม้ใบเล็กซึ่งภายในบรรจุอุปกรณ์ชันสูตรที่เพิ่งทำเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจึงเปิดห่อผ้าสีเข้มที่เตรียมไว
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
8
นางหยิบแท่งโลหะขึ้นมา ค่อยๆ เขี่ยบริเวณริมฝีปากและรูจมูกของผู้ตายอย่างแผ่วเบา ก่อนใช้ผ้าสะอาดซับตรวจดูอย่างละเอียด ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง"ผู้ที่จมน้ำตายในขณะที่ยังมีชีวิต" นางหันมองทุกคน"เมื่อร่างกายขาดอากาศ สมองจะกระตุ้นให้ดิ้นรนหายใจอย่างรุนแรง ทำให้น้ำ อากาศ และสารคัดหลั่งภายในหลอดลมผสมกัน เกิดเป็นฟองละเอียดสีขาวบริเวณปากและรูจมูก" ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังใบหน้าของผู้ตาย"แต่ผู้ตายผู้นี้" นางกล่าวอย่างหนักแน่น"ริมฝีปากแห้งสนิท ไม่มีฟองละเอียดแม้แต่น้อย" หมอชันสูตรรีบโต้กลับทันที"แต่ในปอดและกระเพาะของนางมีน้ำ" ซูซินเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย"แล้วผู้ใดบอกท่านว่า น้ำในปอดย่อมหมายถึงการจมน้ำเสมอ" ประโยคนั้นทำเอาหมอชันสูตรชะงัก ซูซินกล่าวต่ออย่างเป็นระบบ"หลังจากผู้ตายหมดสติหรือเสียชีวิตแล้ว หากมีผู้กดศีรษะลงน้ำ หรือกรอกน้ำเข้าปาก น้ำย่อมเข้าสู่กระเพาะและทางเดินหายใจได้เช่นกัน" นางใช้นิ้วเปิดเปลือกตาของผู้ตายขึ้นอย่างเบามือ"ดูที่เยื่อบุตา" ทุกคนรีบก้มมองตาม"มีจุดเลือดออกขนาดเล็กกระจายอยู่หลายแห่ง" จากนั้นนางใช้นิ้วแตะใต้คางของศพ"ใต้คางมีรอยช้ำเขียวจางๆ และบริ
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
9
เซียวเทียนเล่ยหยุดครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อด้วยแววตาครุ่นคิด"อีกเรื่อง" เขานึกถึงกลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ"จงสืบด้วยว่า" สายตาคมกริบทอดมองไปยังสายน้ำเบื้องหน้า"ช่วงนี้ มีสตรีตระกูลใดในเมืองหลวงนิยมใช้ยาสมุนไพรที่ผสมดอกเหมยเป็นประจำบ้าง""ขอรับท่านผู้บัญชาการ"รุ่งเช้าของวันถัดมา แสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าสาดลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้เก่าของเรือนชิงจู กลุ่มละอองฝุ่นลอยระยิบระยับอยู่กลางลำแสง บรรยากาศภายในเรือนยังคงเงียบสงบ แตกต่างจากความวุ่นวายที่เพิ่งเกิดขึ้นริมแม่น้ำฉินหวายเมื่อคืนราวกับเป็นคนละโลกซูซินกลับมาได้ตั้งแต่ก่อนฟ้าสาง นางเปลี่ยนอาภรณ์สีดำของ "หมอศพไร้หน้า" ออกเรียบร้อย เหลือเพียงชุดกระโปรงสีอ่อนเรียบง่ายของคุณหนูรองผู้แสนอ่อนโยนหากผู้ใดได้เห็นนางในเวลานี้ คงไม่มีวันเชื่อว่าสตรีที่กำลังนั่งสงบอยู่หน้าคันฉ่องไม้ คือคนเดียวกับผู้ที่เพิ่งทำให้ศาลอาญาหลวงทั้งกองต้องตะลึงเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนเสี่ยวชุ่ยยืนอยู่ด้านหลัง ค่อยๆ ใช้หวีไม้สางเส้นผมดำขลับของผู้เป็นนายอย่างเบามือ"คุณหนูรองเจ้าคะ" เด็กสาวยิ้มอย่างโล่งอก"เมื่อคืนท่านกลับมาโดยปลอดภัย ทำเอาบ่าวโล่งใจแทบแย่" ซูซ
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
10
"นาง... นางขู่จะนำเรื่องที่ข้าลวนลามไปบอกท่านพ่อ ข้ากลัวความผิดจะถึงหูบิดา ข้าจึง..." เขาสะอึกจนพูดแทบไม่ออก"ข้าจึงเผลอบีบคอนาง พอนางแน่นิ่ง ข้าก็... ข้าก็เอาศพไปโยนลงแม่น้ำ เพื่อให้ทุกคนคิดว่านางลื่นตกน้ำ ข้าไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ" คุณชายใหญ่จางก้มหน้าร้องไห้ไม่หยุด"ข้าผิดไปแล้ว ขอท่านแม่ทัพโปรดเมตตา ขอไว้ชีวิตข้าด้วย" เสียงอ้อนวอนดังต่อเนื่อง แต่สีหน้าของเซียวเทียนเล่ยกลับไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ดวงตาคมยังคงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งเขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด"ผู้ใดฆ่าคน" เซียวเทียนเล่ยมองตรงไปยังผู้ต้องหา"ผู้นั้นย่อมต้องชดใช้ด้วยชีวิต" เขาสะบัดแขนเสื้อ"จงซาน""ขอรับ""นำตัวคุณชายใหญ่จางไปคุมขังคุกหลวง รอศาลพิพากษาประหารชีวิตตามกฎหมาย""ขอรับ" เหล่าทหารรีบก้าวเข้ามาลากตัวคุณชายใหญ่จางออกไป เสียงร้องขอชีวิตค่อยๆ ไกลออกไป จนสุดท้ายเหลือเพียงความเงียบงันภายในห้องโถงหลังจากจัดการผู้ต้องหาเรียบร้อย จงซานจึงหันกลับมาคารวะผู้เป็นนายอีกครั้ง สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมและยินดี"เรียนท่านผู้บัญชาการ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น"คดีลอบสังหารนายกองหวังเมื่อสองวันก่อน ข้าน้อ
last updateHuling Na-update : 2026-10-24
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status