Se connecterอ้ายฉิงเธอบริจาคสมบัติทั้งหมดให้สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สามีจึงบีบคอเธอจนตายคามือ ร่างบางทะลุมิติมาอีกภพนึง และได้ของขวัญเป็นทารกน้อย เสียอย่างเดียว!! สามีกลับหายสาบสูญจนต้องเลี้ยงลูกคนเดียว!!
Voir plusชีวิตของอ้ายฉิงช่างน่าสงสาร เมื่อสามีร่วมมือกับน้องสาวต่างแม่วางยาเธอเพราะต้องการสมบัติ แต่เธอที่รู้ว่ากำลังจะตายนำเงินทองที่มีมากมายไปซื้อของเล่นและอาหารบริจาคบ้านเด็กกำพร้าจนเกลี้ยง สามีที่คิดว่าเป็นคู่ชีวิตที่ดีกลับโมโหจนบีบคอเธอตายคามือ โดยมีน้องสาวยืนยิ้มอย่างสะใจ!!!
“พวกแก จะไม่ได้อะไรจากฉันสักบาทเดียว” วูบ ความรู้สึกชวนอ้วกแบบนี้ทำเธอทรมานจนแทบขาดใจ ก่อนจะสำลักลมหายใจขึ้นมาเสียก่อน “แคร่ก แคร่ก” ลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายหลายๆที ดวงตาหนักอึ้งพยายามมองสิ่งมีชีวิตที่ดิ้นดุ๊กดิ๊กตรงแขน “นางฟื้นแล้ว ตาเฒ่า เราช่วยนางได้แล้ว” เสียงหญิงชราตะโกนก้อง สายตาหวานกวาดมองบริเวณรอบบ้านกลางเก่ากลางใหม่อย่างอดสู ”ที่ไหนวะเนี่ย!!“ รู้สึกเจ็บแปลบตรงใจกลางร่างกาย ก่อนจะมองห่อผ้าที่มีทารกตัวเล็กจ้องมองเธอตาแป๋ว “ฟางหรงตอนเจ้าหยุดหายใจไปข้าแทบอยากกัดลิ้นตาย” แม่เฒ่าคนนึงที่มองเธออย่างเวทนา “ยายที่นี่คือ…” เธอหลับตาและลืมขึ้นถี่ๆแต่ภาพตรงหน้าก็ไม่เปลี่ยน ความเจ็บปวดทำเธอมั่นใจว่าไม่ได้ฝัน “อั้ยหยา!! ธาตุในร่างกายผันแปรจนสติเลือนลางเป็นแน่เจ้าพักสักนิดเถิด” นางไม่เข้าในสิ่งที่คุณยายผู้นี้พูด แต่ร่างกายก็อ่อนแอจนยอมหลับไปอีกครั้ง ในความฝัน เธอยืนดูสาวน้อยอายุเพียง17ปี ที่ถูกแม่เลี้ยงขายให้สกุลเหยียน เมื่อเข้ามาเป็นสะใภ้ที่สามีไม่เต็มใจนางถูกกดขี่ให้ทำงานบ้านจากแม่สามี ไหนจะเหล่าพี่สะใภ้ที่ร้ายกาจ ยามสามีอยู่นางยังมีเขาคอยปรามคนที่บ้าน จนพ่อสามีที่เห็นความขัดแย้งเล็กๆตัดสินใจซื้อทาสมาช่วยงานบ้าน ชีวิตของฟางหรงจึงไม่ลำบากมากนัก ถึงไม่ได้รักกับสามีแต่เขาก็ไม่ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจติดจะเงียบขรึมเสียด้วยซ้ำ เมื่อนานวันเข้าพ่อสามีที่มีสองบ้านเริ่มติดหลานที่บ้านรองแจจนไม่ค่อยกลับเรือน แม่สามีบังคับให้มีหลานเพื่อสืบทอดสกุลเหยียนไม่ให้แพ้บ้านรอง ยาบำรุง ยาปลุกกำหนัดที่แม่สามีหามาให้ทำให้คืนนึงนางมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ชีวิตเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ แต่สามีกลับถูกเรียกตัวไปรบ!! ในวันที่นางรู้ตัวว่าท้องพอดี แรกๆยังพอมีข่าวคราวบ้าง แต่หลังจากไปได้สองเดือนสงครามที่ชายแดนรุนแรงขึ้น สามีไม่เคยส่งข่าวมาอีกเลย จนนางท้องโตจวนคลอด ซินแสประจำตระกูลดูดวงลูกนางแล้วบอกว่าดวงไม่สมพงศ์คนในบ้านทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย หนำซ้ำนางยังทำงานไม่ได้ สามีก็ไม่ส่งเงินกลับมา ความใจดำเริ่มปรากฏ เด็กสาวอย่างฟางหรงถูกขับไล่ออกจากเรือน มีพ่อสามีช่วยหาบ้านใหม่ให้อย่างเวทนาลูกสะใภ้และหลาน คนท้องที่แทบไม่ได้กินของดี เกิดเจ็บท้องคลอดกะทันหัน ได้แม่เฒ่าข้างบ้านช่วยทำคลอด คนเป็นแม่ที่ทนความเจ็บปวดไม่ไหว ทันทีที่ได้ยินเสียงลูกร้อง นางหมดลมหายใจทันที “เฮือก!!” เธอลืมตาตื่นพร้อมน้ำตาอาบแก้ม ใช่แล้วเธอต้องตายจากชาติที่แล้วและตอนนี้วิญญานทะลุมิติมาอยู่ในร่างเด็กสาวอย่างฟางหรงเรียบร้อย ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงตะเกียงริบหรี่ เธอมองเด็กทารกที่ชาติที่แล้วเธออยากมีแทบตาย แต่ถูกสามีวางยาจนร่างกายทรุดโทรมไม่สามารถอุ้มท้องได้ แต่ในชาตินี้เธอมีลูก ลูกที่เธออยากมีมาตลอด!! นี่คงจะเป็นผลบุญที่เธอบริจาคทรัพย์สินและพินัยกรรมให้บ้านเด็กกำพร้ากระมัง “แล้วจะเอาไงต่อวะเนี่ย” แรงจะลุกยังแทบไม่มี ความเจ็บปวดจากน้องสาวและสามียังอัดแน่นในอก แต่เมื่อเด็กน้อยเริ่มเบะปากเธอจึงค่อยๆประคองอุ้มขึ้นมาแนบอก “สาวน้อยหรือ มีชื่อแซ่หรือยัง” เธอคาดว่าคนเป็นแม่คงสิ้นใจก่อนได้ตั้งชื่อ “เจินเจิน เจ้าชื่อเจินเจิน” ไม่รู้ทำไมนางกลับรู้สึกพูดภาษาโบราณได้อย่างคล่องปากฮูหยินน้อยแห่งจวนแม่ทัพเหยียนเหงื่อแตกผลักความเจ็บปวดวิ่งเข้าจู่โจมนางไม่หยุด บัดนี้มือบางกำผ้าห่มแน่นเหงื่อไคลไหลอาบจนเปียกชุม“เจ้าทนปวดเสียหน่อย หารู้สึกว่าอยากเบ่งจงรีบบอกข้า” หมอตำแยประจำหมู่บ้านถูกตามตัวตั้งแต่1ชั่วยามที่แล้ว ข้างๆมีแม่รองคอยให้กำลังใจ ส่วนลู่หลินนั้นต้มน้ำร้อนอยู่ในครัว “เจินเอ๋ออยู่ที่ไหนเจ้าคะ” ความเจ็บปวดทำนางนึกถึงวันนั้น วันที่เข้ามาอยู่ในร่างนี้ครั้งแรก แม้มาตอนคลอดเรียบร้อยแล้วแต่นางก็ยังได้สัมผัสความเจ็บปวดหลังคลอดดี จึงนึกถึงบุตรสาวไม่น้อย“เจ้าวางใจเจินเอ๋ออยู่กับอาเหว่ย” แม่รองของสามีนางอย่างหลานเฟินใช้ผ้าซับเหงื่อตามกรอบหน้าด้วยสีหน้าเป็นกังวล“แม่รองอีกนานหรือไม่เจ้าคะ กว่าข้าจะอยากคลอด” นางอยากจะเบ่งให้รู้แล้วรู้รอดแต่ถูกห้ามไว้ก่อน หากร่างกายพร้อมจะรู้สึกอยากเบ่งขึ้นมาเอง“อีกอึดใจเดียว หากร่างกายเจ้าพร้อม เจ้าจะมีแรงเบ่งเอง อดทนเอาเสียหน่อย“พรึบ แอ็ดดด ผู้มาใหม่ที่ผลักประตูเข้ามาทำสตรีในห้องมองไปที่เขาเป็นตาเดียว”พะ พี่เฉิน!! ท่าน!!!“ ร่างสูงในชุดเกาะเต็มยศเดินเข้ามาด้วยใจสั่นระรัว”ข้ามาทัน มาทันเวลาพอดี อาหรงเจ้าไม่ต้องคลอดลูกอย่างเดียวดายอ
จากวันที่ก้าวเข้ามาอยู่ในเมืองเจียงแห่งนี้ จวบจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า6เดือน เรื่องที่นางสงสัยเป็นจริงดั่งคิดนางอุ้มท้องลูกคนที่สองจริงๆ และตั้งแต่บัดนั้นจนถึงตอนนี้สามีที่กรำศึกอย่างหนักยังไม่ได้กลับมาหานางเลยสักครั้งตั้งแต่แยกจากกันที่เมืองหลวง “อาหรงข้าบอกเจ้าว่าอย่าทำ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้ากับพี่เหว่ยเถิด” จางเหว่ยได้รับยาถอนพิษอาการจึงดีขึ้นตามลำดับ นางตัดสินใจปลูกผักและสมุนไพรขายให้หอโอสถหลุนคุนและขายผักให้ชาวบ้านในราคาถูก”ข้ากับเจินเอ๋อเพียงอยากช่วยอย่าห่วงไปเลยเจ้าค่ะ“ นางมองดูบุตรสาวที่สวมชุดที่นางตัดให้อย่างน่ารักน่าชัง เดินถือตระกร้าเก็บไข่ไก่ด้วยความสนุกสนาน”ตอนนี้สงครามสงบลงไม่น้อยกวาดต้อนพวกกบฏออกไปได้มาก รอเพียงไม่นานแม่ทัพเหยียนต้องกลับมาทันเจ้าคลอดเป็นแน่“ ลู่หลินเอ่ยปลอบใจคนท้องทุกวัน นางเองก็ถามข่าวสามีจากกระรอกน้อยเซี่ยวจ้านทุกวันเช่นกัน สัตว์เลี้ยงตัวน้อยไม่ได้ไปไหน ยังคงช่วยนางดูแลความปลอดภัยและชี้แนะการใช้ชีวิตให้นางอย่างดีเสียอีก แม้บ้านเรือนจะใหญ่โตขึ้นเพราะศักดินาของสามีแต่นางยังใช้ชีวิตธรรมดา ออกไปผูกมิตรบ้างตามความเหมาะสม คนที่เมืองเจียงแห่งนี้รักสงบจึงทำ
รอนแรมมาเกือบ10วันที่นางต้องบังคับรถม้าคนเดียว มีแวะพักทำกับข้าวและป้อนยาจางเหว่ยบ้างแต่นางไม่กล้าพักค้างคืนที่ไหนอีกเลย“พี่หลิน พี่เหว่ยเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” นางตะโกนถามเมื่อได้ยินเสียงบุรุษผู้มีประคุณอาเจียน“อาหรง พี่เหว่ยอาการหนักขึ้นทุกวัน ข้าคิดว่า…” ลู่หลินที่ทำใจกับอาการสามีมาเป็นระยะเวลาสิบวันแม้จะรู้ว่าต้องพิษจากดอกมรณะที่ทำลายร่างกายส่วนใน แต่ยาที่เฟิงหรงมีนั้นช่วยได้เพียงบรรเทาเท่านั้น“ข้าจะหาที่พักข้างหน้าสักครู่” นางเห็นประตูเมืองเจียงอยู่ไม่ไกล แต่อาการจางเหว่ยก็แย่ไม่น้อย และตอนนี้นางกำลังปลูกว่านเมฆากับดอกบัวสวรรค์เพื่อขับพิษแต่มันใช้เวลาพอควร แม้การปลูกในมิติลับจะโตเร็วกว่าปกติแต่ก็ยังไม่ทันใช้งานอยู่ดี ”เฟิงหรงหากชะตาฟ้าลิขิตมาเป็นเช่นนี้ข้าเองคงไม่อาจฝืนชะตา เจ้าพาอาหลินกับเจินเอ๋อเข้าเมืองเจียงไปเสีย อย่าเสียเวลากับคนอย่างข้า“ จางเหว่ยที่อดทนส่งพวกนางให้ถึงเมืองเจียงใกล้หมดความอดทนเต็มที”เซี่ยวจ้านเจ้าบอกข้าไม่ได้หรือว่ามียาอะไรที่ขับพิษออกมาได้“ นางยังมีหวัง นางยังอยากให้ทุกคนรอดไปด้วยกัน”เฟิงหรงพิษนี้เราเจอมันช้าเกินไป เราไม่มีดอกบัวสวรรค์ เจ้าเองก็เห็นเรา
“หากไปเมืองเจียงต้องมีจดหมายจากเมืองที่พวกท่านมา เพื่อป้องการหน่วยสอดแนมของข้าศึก” ข้าวของของพวกนางถูกขนจนครบทุกระเบียดนิ้ว“หากเป็นจดหมายจากหอโอสถคุนหลุนเล่าเจ้าคะ พวกข้าลี้ภัยมาจากตำบลลี้เพราะถูกข้าศึกรุกราน หอโอสถคุนหลุนมอบแผ่นป้ายนี้ให้ข้าใช้ยามยากลำบาก” นางมอบทั้งจดหมายและป้ายหยกให้พวกเขาดู นายทหารนำจดหมายและป้ายหยกไปมอบให้ผู้นำทัพดูก่อนจะเดินกลับมา“แม่นางมีสิ่งใดให้พวกเราช่วยหรือไม่ขอรับ” เขาถามนางอย่างน้อบน้อมจนนางอดแปลกใจไม่ได้“ข้าอยากขอที่ปลอดภัยพักค้าแรมสักคืนพอมีที่พักให้หรือไม่เจ้าคะ” นางมองชาวบ้านที่ลี้ภัยมาก็เกิดลังเล“มีแต่ที่อพยพแห่งนี้ แต่หากเดินทางไปอีกห้าลี้มีหมู่บ้านในหุบเขาพอให้ท่านขอพักได้สักคืน แจ้งแก่ผู้นำหมู่บ้านว่าเป็นคนของคุนหลุนเสีย” นางพยักหน้ารับก่อนออกเดินทางต่อ”ข้าจะไปช่วยส่องแสงสว่างให้พี่เหว่ย เจ้ากับลูกพักเถิด“ เพราะใกล้มืดเต็มทีลู่หลินจึงอยากออกไปนั้งเป็นเพื่อนสามี”นี่เจ้าค่ะ พกไว้อุ่นใจกว่า“ นางยื่นปืนผ่าหน้าไม้และมีดดาบให้คนทั้งคู่ ก่อนจะมองหาเซี่ยวจ้านอีกครั้ง”เซี่ยวจ้านเจ้าอยู่แถวนี้หรืิอไม่“ นางโอบกอดลูกน้อยไว้แนบอก ความหวาดกลัวมีไม่น้อย เ












commentaires