Share

บทที่ 13/1

Author: Mamaya Writer
last update publish date: 2026-10-17 12:39:37

พาขวัญออกมานั่งรอที่โต๊ะทำงานของเธอนอกห้องอยู่เป็นเวลาเกือบยี่สิบนาที แต่ไม่มีแววที่ชายหนุ่มจะออกมาสั่งงานให้เธอทำเลยแม้แต่น้อย พนักงานที่เดินไปเดินผ่านมาหน้าห้องรองประธานต่างมองเธอด้วยสายตาดูแคลน พร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาเธอว่าเป็นอีหนูของหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ทั่วไปหมด

 

แต่เธอไม่ใช่เสียหน่อย!

 

ประตูห้องถูกเปิดออก หญิงสาวหันไปมองชายหนุ่มที่เดินออกมาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสามสี่เล่มที่ถืออยู่ในมือ เขายื่นมาให้เธอด้วยสีหน้าที่เย็นชาไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา

 

“เอาเอกสารพวกนี้ไปส่งที่ฝ่ายขายให้ผมที แล้วเข้ามาหาผมที่ห้องทำงาน ผมมีงานให้คุณทำ” จิรัฎฐ์สั่งก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเหมือนเดิม

 

พาขวัญได้แต่มองเอกสารที่อยู่ในมือตัวเองพลางนึกกล่าวว่าชายหนุ่มในใจ เธอสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกก่อนที่จะเดินไปส่งเอกสารตามที่ชายหนุ่มสั่ง

 

เหมือนเป็นความน้อยใจของหญิงสาวลึกๆ ที่เขาแสดงท่าทางเย็นชาใส่เธอ บางครั้งก็ดูเหมือนต้องการบางครั้งก็ไล่ส่งเธอ

 

ไม่! เธอจะคิดถึงเขาไปทำไมกัน ในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่คืนเดียวเองท่องไว้ เธอต้องผ่านมันไปให้ได้!

 

            พาขวัญก้าวยาวเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับมองคนที่อยู่ข้างในก่อนหน้าอยู่แล้ว มีแต่สายตาที่ไม่เป็นมิตรมองมาที่เธอพร้อมกับเสียงนินทาเบาๆ แต่ความเงียบภายในลิฟต์ฟังดูยังไงก็ดัง

 

            “ใครๆ ก็ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นอีหนูคุณท่าน ฉันว่าคงเพราะอยากได้เงินจนตัวสั่น ตอนมาทีแรกก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ แต่วันนี้มาทำงานวันแรกได้ตำแหน่งเลขาไปเลย ฉันว่าเส้นชัวร์” พนักงานสาวอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ เหมือนจะพูดกระซิบกันแต่ถึงยังไงเธอก็ได้ยินอยู่ดี

 

            “ฉันก็ว่าอย่างงั้นนั่นแหละ”

 

มาอีกเสียงที่พาขวัญต้องทนฟังถูกคนอื่นนินทาระยะเผาขนแบบนี้

 

            ติ๊ง!

 

            เสียงสัญญาณของประตูลิฟต์ดังขึ้น ก่อนที่ประตูลิฟต์จะค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ พาขวัญก้าวออกอย่างฉับไวด้วยเพราะเธอไม่อยากที่จะได้ยินเสียงนินทา สายตากวาดมองไปยังมุมซ้ายสุดของบริษัทที่มีโต๊ะฉากกั้นโต๊ะสีน้ำตาลเพื่อกั้นทำงานระหว่างกันอยู่ประมาณสิบกว่าโต๊ะ สายตาของทุกคนมองมาที่เธอเหมือนเป็นตัวประหลาด แต่พาขวัญยังคงยิ้มรับเอาไว้ภายใต้ความรู้สึกที่อึดอัด

 

            “คุณจิรัฎฐ์ให้เอาเอกสารมาให้ค่ะ” เธอพูดพร้อมกับยื่นแฟ้มให้กับผู้หญิงที่นั่งอยู่โต๊ะตรงหน้าเธอและใกล้มากที่สุด

 

            “วางไว้เลยค่ะ มือไม่ว่าง” จริงอยู่ที่คนตรงหน้าของเธอมือไม่ว่างแต่เพราะว่ากำลังถือปากกาอยู่ และน้ำเสียงดูเหมือนจะไม่เต็มใจพูดกับเธอด้วยซ้ำไป พาขวัญวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปตามเสียงที่ยังก้องอยู่ในหูของเธอ

 

 

 

 

 

ผ่านมาทั้งวันจนตอนนี้เป็นเวลาเกือบบ่ายสี่โมง จิรัฎฐ์นั่งทำงานโดยที่สมองยังคงมีเรื่องของพาขวัญแทรกเข้ามาอยู่ในใจตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มปลอบตัวเอง ไม่นานเขาก็ลืม มือแกร่งเอื้อมไปปิดแฟ้มเอกสารที่อยู่ตรงหน้าพร้อมทั้งเอนแผ่นหลังพิงกับพนักพร้อมกับปิดเปลือกตาลง

 

            นานกว่าที่จิรัฎฐ์จะลืมตาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เขาถอนหายใจออกมาเสียงดังก่อนลุกขึ้นจากโต๊ะพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ที่วางอยู่ไปด้วย แล้วก้าวเท้าออกจากห้องไป

 

            เมื่อเดินออกมาถึงหน้าห้อง สายตาคมของเขามองไปยังโต๊ะทำงานเลขาส่วนตัวพร้อมกับเผลอยิ้มเมื่อมองหญิงสาวที่ก้มหน้าทำงานอยู่ แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงพร้อมกับปรับสีหน้าให้เป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียกเธอ

 

            “พาขวัญ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างตัวของเธอ

 

“คะ?”

 

“กลับบ้าน เพราะเดี๋ยวคุณย่าจะมาที่บ้าน ให้แขกไปรอก่อนมันจะไม่ดี” จิรัฎฐ์พูดขึ้นก่อนจะเดินนำไปโดยไม่สนใจพาขวัญที่นั่งมองเขาเดินจากไปด้วยสีหน้าไม่พอใจ 

 

หญิงสาวก้มหน้าลงเก็บงานบนโต๊ะเพื่อแบกกลับไปทำต่อ ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายขึ้นพร้อมวิ่งตามชายหนุ่มไปให้ทันอย่างรวดเร็ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 42/1

    “พาจีนมาพักผ่อน พี่ว่าที่นี่อาจจะทำให้จีนคลายเครียดได้นะครับ” จิรัฎฐ์พูดพร้อมกับหยุดจอดลงในเลนที่จอด ก่อนจะหันมายิ้มให้กับหญิงสาวที่มองเขาตาปริบๆ อย่างไม่เข้าใจ ตอนแรกว่าจะพาเธอไปที่อื่น แต่เขาอยากพาเธอมาในที่แบบนี้ ซึ่งเขาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาเดทในที่แบบนี้มาก่อน และเชื่อว่า พาขวัญก็คงเบื่อหากต้องไปเดินคลายเครียดที่ห้างสรรพสินค้า“จีนไม่ได้เครียดอะไรสักหน่อยค่ะ เพียงแต่จีนมีเรื่องให้คิดมากก็เท่านั้น”“รวมทั้งเรื่องงานแต่งงานของเราสองคนด้วยใช่ไหม?”ชายหนุ่มพูดขึ้นเพราะเรื่องนี้ยังคงค้างคาใจพาขวัญ ตั้งแต่ออกจากบ้านภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์มาจนกระทั้งอยู่ที่นี่“เอ่อ...” หญิงสาวอ้ำอึ้งตอบไม่ถูก เธอไม่กล้าที่จะเอ่ยปากถามเขาเพราะกลัวว่าเขาจะโกรธและโมโหเธอ“พี่พูดจริงนะครับ ถึงแม้จะพูดในสถานการณ์ที่ไม่โรแมนติกไปสักหน่อย แต่พี่อยากอยู่ใกล้จีน

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 41/2

    รถยนต์ของจิรัฎฐ์แล่นขับออกห่างไป มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่ครอบคลุมอยู่ตอนนี้ พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มแต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากถามอะไร ทั้งที่ในใจของเธอนั้นมีคำถามมากมายที่อยากจะถามเขา“จีนมีอะไรจะถามพี่หรือเปล่าครับ”“เปล่าค่ะ ไม่มี” โกหกตอบไปเพราะว่าไม่กล้าที่จะถามชายหนุ่มจิรัฎฐ์มองหญิงสาวข้างตัวที่แสดงสีหน้าเหมือนมีคำถามถามเขาแต่คงจะไม่กล้าถาม “ถ้าจีนกำลังถามพี่เรื่องแต่งงานพี่พูดจริงนะครับ”“ค่ะ” ตอบรับสั้นๆจิรัฎฐ์ยิ้มให้กับท่าทีสีหน้าดูน้อยใจของหญิงสาว แต่เขายังข่มสีหน้าเรียบนิ่งเพื่อขับรถให้ถึงจุดหมายปลายทางให้เร็วที่สุด“ดูจีนไม่ดีใจเลยนะครับ ที่ได้แต่งงานกับพี่” จิรัฎฐ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปมองหญิงสาวที่เอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบเขา ความจริงแล้วเขายอมรับว่าไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานกับเธอด้วยซ้ำไป แต่อยู่ๆ เข

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 41/1

    ทันทีที่เปิดประตูหมอนที่ถูกปาจากเตียงก็มาอยู่ที่เท้าของเธอ เสียงร้องสะอื้นของวลัยวรรณดังไปทั่วห้อง เธอก้มลงไปเก็บหมอนก่อนจะปิดประตูห้องและเดินเข้ามาหาลูกสาวสายตากวาดมองไปรอบๆ ห้อง มีทั้งหมอนที่ถูกปาและเศษแจกันที่แตกกระจายไปทั่วห้อง ก่อนจะส่งสายตามองมาที่วลัยวรรณซึ่งนั่งขดตัวอยู่ที่พื้น ข้างเตียง“พี่เพลิงใจร้ายๆ ฮือๆ”เสียงสั่นของวลัยวรรณดังขึ้นพลางใช้นิ้วจิกกำผ้าห่มที่อยู่ข้างตัวเธอ“ยัยดาวนี่แกทำบ้าอะไร!” ตีรณาเอ่ยถามขึ้นเพราะไม่คิดว่าลูกสาวของหล่อนจะเป็นหนักจนถึงขั้นทำลายข้าวของจนเสียหาย“อย่ามายุ่งกับดาว ฮือๆ ไม่เคยรักดาวเลยสักนิด” วลัยวรรณพูดตัดพ้อน้อยใจเพราะตั้งแต่เธอโตมาแม่ของเธอนั้นปล่อยเลี้ยงตามใจไม่เคยสักครั้งที่จะดูห่วงใยเธอ มีเพียงแค่แสร้งตบตาคุณย่าเท่านั้น ไม่มีใครรักเธอจริงๆ สักคน ทุกคนหลอกเธอ!“ลุกขึ้นม

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status