แชร์

บทที่ 7/2

ผู้เขียน: Mamaya Writer
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-17 12:36:30

จิรัฎฐ์ยิ้มที่มุมปากพร้อมกับลุกขึ้นจากเตียงเดินเข้ามาหาพาขวัญ สายตาคมสำรวจหญิงสาวตรงหน้าที่มีเพียงผ้าขนหนูสีขาวปิดบังกายของเธออยู่

 

“อย่าเดินเข้ามานะ!” พาขวัญพูดพลางยกมือขึ้นปิดบังหน้าอกของตัวเอง แต่สำหรับจิรัฎฐ์แล้วคำพูดของหญิงสาวไม่มีความหมายกับเขาเสียด้วยซ้ำ ชายหนุ่มยังคงเดินเข้ามาหาเรื่อยๆ จนหญิงสาวต้องเดินถอยหลัง

 

“กลัวเหรอ?”

 

เป็นคำถามที่พาขวัญอยากจะร้องเถียงออกมาจริงๆ ถ้าเธอไม่อยู่ในสภาพแบบนี้

 

“คะ...คุณออกจากห้องฉันไปเลยนะคะ”

 

หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกล้าๆ กลัวๆ

 

“ผมเป็นเจ้าของบ้าน ทำไมต้องฟังคำสั่งคุณ”

 

ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับก้าวเข้ามาหาพาขวัญ

 

“อย่างน้อยก็น่าจะให้เกียรติฉันบ้าง” เธอพูดพร้อมกลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ใบหน้าเริ่มผ่าวร้อน ไม่รู้ว่าโกรธหรืออายกันแน่ จิรัฎฐ์ไม่พูดต่อปากกับหญิงสาวตรงหน้า ทั้งยังเดินต้อนเข้าไปใกล้มากขึ้นจนพาขวัญต้องชิดมุมขอบกำแพง

 

สายตาคู่หวานมองระยะห่างจากห้องน้ำเหมือนจะเตรียมวิ่งเข้าไป แต่ดูเหมือนว่าจิรัฎฐ์จะรู้ทันเสียก่อน

 

“ถ้าคุณวิ่งเข้าห้องน้ำไม่คิดหรือว่าผมจะตามไม่ทัน” โดนดักจนพาขวัญต้องจ้องตาคนรู้ทันที่ยืนแสยะยิ้มตรงหน้าด้วยความโกรธ

 

“มีอะไรก็รีบพูดมาค่ะ” พาขวัญจำต้องเอ่ยถามชายหนุ่ม ไม่อย่างงั้นเธอคงหาความปลอดภัยตัวเองได้น้อย

 

“ออกไปจากบ้านหลังนี้ซะ!”

 

เป็นประโยคสั้นที่ทำให้พาขวัญถึงกับสะดุ้งขึ้นเมื่อน้ำเสียงของเขาดูเปลี่ยนไปจากเมื่อครู่ ดวงตากลมจ้องมองหาเหตุผลที่ทำให้ชายหนุ่มเกลียดเธอ

 

“เพราะอะไรคะ? ทำไมคุณถึงต้องเกลียดฉัน”

 

“คุณยังไม่รู้อีกหรือไง?”

 

จิรัฎฐ์ถามพร้อมกับก้าวเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาว

 

พาขวัญก้มหน้าลงพร้อมกับส่ายหน้า ทั้งที่จริงเธอก็พอจะรู้ว่าเรื่องอะไร แต่เธอก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงต้องมองเธอด้วยสายตารังเกียจ

 

“อยากให้ผมบอกให้ไหม” จิรัฎฐ์โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างใบหูของหญิงสาว “เพราะว่าคุณคือคนที่ทำให้แม่ผมต้องตายยังไงล่ะ!!”

 

“คะ...คุณหมายถึงเรื่องอะไร?”

 

“อย่ามาแสร้ง คุณรู้ดีว่าเรื่องอะไร คุณรู้ทุกอย่างพาขวัญ!”

 

จิรัฎฐ์เอื้อมมือขึ้นมาบีบไหล่มนบางของหญิงสาวพร้อมกับเขย่าเธออย่างแรง นัยน์ตาคมวาวโรจน์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลายจนสับสนแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่ใช่ต้นเหตุทั้งหมด แต่เธอก็มีส่วนที่ทำให้มารดาเขาจากไป

 

“ฉะ...ฉันเจ็บนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพลางใช้มือดันเขาออกห่าง อีกใจกลัวว่าผ้าขนหนูของเธอนั้นจะหลุด

 

“ทำไม! เพราะว่าเงินใช่ไหม เธอถึงยอมย้ายมาอยู่ที่นี่!”

 

เสียงเข้มตวาดดังขึ้นจนหญิงสาวถึงกับต้องสะดุ้งตกใจ ดวงตากลมสั่นระริกมองชายหนุ่มด้วยความกลัว

 

“คุณกำลังเข้าใจผิดนะคะ” เธอพยายามพูดอธิบาย

 

“บอกมาว่าผมเข้าใจผิดยังไง ในเมื่อแม่ผมเสียชีวิตเพราะว่าพ่อผมจะให้คุณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน! คุณจะให้แม่ผมเข้าใจว่ายังไง บอกมาสิพาขวัญ!”

 

“ฉันไม่รู้ค่ะ แต่ฉันยืนยันได้ว่าคุณลุงกับฉันไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันค่ะ ฉันนับถือคุณลุงเหมือนพ่ออีกคน...”

 

“หยุดพูดพล่ามสักที รักเคารพจนพ่อผมเลื่อนขั้นให้คุณขนาดนั้นหรือไง! เป็นแค่นิสิตที่เพิ่งจบใหม่ คุณคิดว่าคนอื่นจะดูไม่ออกหรือไง!”

 

พาขวัญมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความกลัว ดวงตากลมสีน้ำตาเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา ความเจ็บปวดแล่นเข้าที่ช่วงต้นแขนของเธอ

 

“คุณจิรัฎฐ์ปล่อยฉันก่อนได้ไหมคะ ฉันเจ็บ”

 

หญิงสาวร้องอ้อนวอนชายหนุ่ม

 

“ออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าคุณยังไม่อยากจะต้องตกนรกทั้งเป็น!” มือแกร่งบีบเข้าที่ต้นแขนอย่างแรง พลางส่งสายตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว

 

“ฉัน...ยังไม่ได้หาที่อยู่...”

 

“แปลว่าคุณยังไม่ยอมที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้สินะ”

 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/1

    นานไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์ของชายหนุ่มก็ไล่ตามมาติดๆ จนถึงบ้านภูริสิทธิ-พิพัฒนพงศ์ ก่อนจะหยุดจอดลงที่ใต้ชายคาบ้าน จิรัฎฐ์เปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาหาหญิงสาวที่กำลังหันไปปิดประตูรถ ฝ่ามือใหญ่กุมมือเล็กของเธอไว้แน่นพร้อมกับยิ้มหวานละมุนให้หญิงสาว“ไปครับ”จิรัฎฐ์พาพาขวัญเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่มีเสียงโวยวายของตีรณาดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ“คุณแม่คะ เดือนทำไปเพราะหวังดีนะคะ” ชายหนุ่มมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว สีหน้าดูเครียดและกังวลไม่ต่างกันไปมากสักเท่าไหร่“นั่งลงก่อนสิ” รมณข่มน้ำเสียงไม่ให้ดูเกรี้ยวโกรธโมโห“คุณแม่! คุณแม่จะให้เด็กคนนี้มาใช้...”“เงียบๆ ซะแม่เดือน ถ้าไม่อยากอยู่ฟังก็ขึ้นห้องไปเหมือนยัยดาวซะ” เป็นคำพูดที่ไม่ถนอมน้ำใจตีรณาแม้แต่น้อย ตีรณากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ พลางเชิดหน้านั่งลงโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยใครว่าวลัยวรรณนั้นไม่อยากฟัง หล่อนเพียงแต่ไม่ได้เข้าไปร่วมนั่งฟังในห้องด้วยเท่านั้น ตัวที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกเพราะว่าไม่อยากจะเห็นใบหน้าของพาขวัญที่เกลียดชัง...ผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาแย่งทุกอย่างไปจากเธอ!“คุณย่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”จิรัฎฐ์เอ่ยถามขึ้นพลาง

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/2

    ความรำคาญของตีรณายังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ เพราะว่าตลอดทางที่นั่งรถมานั้นลูกสาวของเธอได้แต่ร้องโวยวายว่ากล่าวพาขวัญจนน่าเบื่อสุดทนจะฟัง เธอเองก็แอบเจ็บใจที่ลูกของชนิตรามาแย่งคนรักของลูกสาวเธอ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ ในเมื่อจิรัฎฐ์นั้นไม่เคยแม้แต่จะสนใจลูกสาวของเธอ ทำไม...เธอถึงรู้สึกเหมือนตอนที่เธอวิ่งตามธเนศมาก แต่แล้วเขาก็ไม่แม้คิดจะหันมามองเธอ“ฮือๆๆ พี่เพลิงใจร้าย ทิ้งดาวอีกแล้ว” วลัยวรรณร้องไห้ตัดพ้อชายหนุ่มพลางหันหลังไปมองรถของจิรัฎฐ์ที่ขับตามมาติดๆ“เงียบๆ สักทีได้ไหม? แล้วก็หาทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาซะ เดี๋ยวจะถึงแล้ว” ตีรณาพูดกับลูกสาวก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่าง“ดาวไม่เงียบ! ดาวเกลียดพาขวัญ! เกลียดๆ ที่สุด!”วลัยวรรณร้องโวยวายพลางใช้มือขยี้เส้นผมราวกับคนไร้สติ“พอสักทียัยดาว! แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”ตีรณาตวาดใส่ลูกสาวก่อนที่จะชะเง้อมองเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำการสำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ“คุณแม่!” วลัยวรรณชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะนิ่งเงียบก่อนจะเอื้อมมือหยิบทิชชูเพื่อเช็ดใบหน้าของเธอให้ดูดีเหมือนเดิมรถยนต์คันหรูของตีรณาเลี้ยวเข้าบริษัทแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นห้องปฏิบัต

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/1

    จิรัฎฐ์ขับรถออกตามตีรณาไป เช่นเดียวกับหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ที่นั่งรถส่วนตัวไป เพราะว่าตีรณายืนยังที่จะไม่ไปตรวจในโรงพยาบาลแต่จะไปตรวจดีเอ็นเอในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตรวจโดยเฉพาะภายในรถที่เงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงแอร์และลมหายใจของคนสองคนดังสลับกัน พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยความกลัวและสับสน เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ อยู่ๆ ก็มาบอกเธอว่าเธอเป็นหลานสาวของคุณย่ารมณที่เกิดจากลูกชายคนโต เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินแม่ของเธอพูดถึงพ่อสักครั้ง ทั้งยังจำได้ว่าทุกครั้งที่เธอเอ่ยถามมีเพียงน้ำตาของคนเป็นแม่ไหล รินออกมา‘อย่าถามถึงพ่อให้แม่ได้ยินอีกเข้าใจไหม รู้ไว้ว่าพ่อเขาเป็นคนดี ดีมากจนผู้หญิงอย่างแม่นั้นเอื้อมไม่ถึง’และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอถามถึงพ่อของเธอเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยถามอีกเลย เพราะกลัวว่าแม่จะเสียน้ำตาอีก ให้ทุกอย่างที่เป็นคำถามค้างคาถูกลืมไป เพราะแม่ของเธอทำหน้าที่ทุกอย่างเป็นทั้งแม่และพ่อจนเธอรู้สึกไม่ขาดความรักเลยแม้แต่น้อยแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้ดีเกินกว่าที่คิด เพราะตอนเธออยู่มัธยมปลายเธอได้รู้ข่าวว่าแม่ของเธอนั้นป่วยด้วยโ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status