Compartilhar

บทที่ 8

last update Data de publicação: 2026-10-17 12:36:46

“ออกไปจากที่นี่ซะ ถ้าคุณยังไม่อยากจะต้องตกนรกทั้งเป็น!” มือแกร่งบีบเข้าที่ต้นแขนอย่างแรง พลางส่งสายตาจ้องมองหญิงสาวด้วยความโกรธเกรี้ยว

 

“ฉัน...ยังไม่ได้หาที่อยู่...”

 

“แปลว่าคุณยังไม่ยอมที่จะออกไปจากบ้านหลังนี้สินะ”

 

เขาพูดเสียงต่ำเยือกเย็นจนดูน่ากลัว

 

“เปล่า ฉันหมายถึงว่า ขอเวลาอีกสักหน่อยได้ไหม?”

 

พาขวัญพูดพึมพำเบาๆ แต่จิรัฎฐ์กลับได้ยินชัดทุกคำ

 

“ขอเวลา?” พาขวัญพยักหน้าพร้อมกับสบนัยน์ตาคมอย่างอ้อนวอน

 

“ทำไมผมต้องให้?”

 

“คือฉันยังไม่ได้เตรียมเงินสำหรับจ่ายค่าเช่า แล้วก็ยังไม่ได้หาที่อยู่ใหม่...”

 

“ผมจะให้เงินคุณและออกไปจากชีวิตครอบครัวของผมซะ รวมทั้งไปหางานทำใหม่ด้วย” จิรัฎฐ์ค่อยๆ คลายมือออกจาต้นแขนของหญิงสาว ทว่าพาขวัญกลับมองเขาด้วยความโกรธและขุ่นเคือง

 

“ฉัน...ฉันไม่ต้องการเงินจากคุณ” หญิงสาวตอบกลับอย่างรวดเร็ว แบบนี้ก็ไม่ต่างจากเอาเงินฟาดใส่หัวเธอเลย คนใจร้าย...

 

“คงต้องเป็นเงินจากพ่อผมสินะ ผมถามจริงเถอะ คุณอยากเป็นเมียพ่อผมมากนักหรือไง หรือว่ารสนิยม...”

 

เผียะ!

 

ใบหน้าคมเข้มของจิรัฎฐ์หันไปอีกข้างตามแรงตบที่หญิงสาวฟาดฝ่ามือลงที่ใบหน้าเขา เธอจ้องมองเขาด้วยแววตาที่โกรธ

 

“เลิกพูดจาดูถูกฉันสักที! คุณเองมีแต่คิดเรื่องสกปรก ต่ำช้า!”

 

“ฮึ! ใครกันแน่ที่คิด!”

 

จิรัฎฐ์เดินเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของหญิงสาวติดชิดกับกับแพง ใบหน้าคมเข้มโน้มต่ำลงมาจนห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นของเขาจรดลงที่หน้าผากของเธอ พาขวัญรีบขยับใบหน้าออกห่างจนแก้มเนียนใสของเธอชิดติดกับกำแพง

 

“คุณจิรัฎฐ์ ออกไปค่ะ ...” พาขวัญขยับตัวยกมือผลักออกห่างพร้อมเงยหน้าขึ้นสบสายตาของชายหนุ่ม

 

“ทำไม? กลัวเหรอไง ผมคิดว่าผู้หญิงอย่างคุณไม่น่ากลัวแต่น่าจะชอบมากกว่า จริงไหม?” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามพลางแสยะยิ้มที่มุมปากสายตาก้มลงจ้องเนินอกอวบอิ่มที่ล้นออกมาจากผ้าขนหนู พาขวัญรีบยกมือขึ้นปกปิดเนินอกของเธออย่างทันที

 

“คุณอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”

 

เธอพูดเสียงสั่นพลางขยับตัวออกห่างจากเขา ทั้งที่รู้อยู่ว่าขยับมากหลบแค่ไหนก็อยู่ที่เดิม ในเมื่อเขาต้อนเธอจนมุมขนาดนี้

 

“คุณคิดว่าผมจะทำอะไร” ชายหนุ่มกระซิบที่ข้างต้นหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น พาขวัญได้แต่ก้มหน้าหลีกไม่สบนัยน์ตาคม ใบหน้าของเธอผ่าวร้อนขึ้นด้วยความอายที่ต้องถูกชายหนุ่มจ้องใกล้มากขนาดนี้

 

“ร่างกายของคุณสกปรกเกินกว่าที่ผมจะแตะต้อง”

 

เหมือนน้ำเย็นสาดเข้าที่ใบหน้าของเธอเต็มๆ ความรู้สึกเจ็บและชาไปทั่วใบหน้า หญิงสาวปรายตามองชายหนุ่มที่พูดจาดูถูกเธอไม่เว้นแต่ละคำ

 

จิรัฎฐ์แสยะยิ้มที่มุมปากอีกครั้ง ก่อนจะผละตัวออกจากหญิงสาวพร้อมหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้พาขวัญมองแผ่นหลังเขาที่เดินห่างออกไปด้วยความเจ็บปวด เขาเกลียดเธอทั้งที่เธอยังไม่ทำความผิดอะไรเลยด้วยซ้ำ... เธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าสักหน่อย ทำไมต้องพูดจารุนแรงกับเธอแบบนี้

 

พาขวัญทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหมดแรง หยดน้ำตาใสๆ ไหลรินอาบที่แก้มเนียนสวยของเธอ เสียงร้องสะอื้นดังขึ้นออกมาเป็นระยะ เป็นครั้งแรกที่เธอถูกดูถูกจนรู้สึกไม่มีค่า เป็นครั้งแรกที่เขาทำให้เธอเกลียดได้มากขนาดนี้ มือเรียวสวยยกขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ พร้อมกับค่อยๆ พยุงร่างกายที่อ่อนล้าขึ้นเดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบชุดนอนสวมใส่แล้วเดินไปที่เตียงทั้งที่ยังมีคราบน้ำตา

 

ต่อให้เตียงนั้นนอนนิ่มสักแค่ไหน เธอก็ไม่อุ่นใจมากไปกว่าที่แคบๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ไม่ใช่ที่แบบนี้ ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง...

 

 

 

จิรัฎฐ์เดินเข้ามาภายในห้องด้วยความรู้สึกมากมายที่แทรกซึมเข้ามาในใจของเขา ทั้งโกรธทั้งเกลียดและหวั่นไหว ชายหนุ่มเดินเข้ามานั่งที่ปลายเตียงพลางยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่ดูเหนื่อยแต่คงไม่ใช่เรื่องงาน ทำไมต้องอยากเป็นเมียน้อยของบิดาเขานักหนา เขาไม่เข้าใจเลย

 

“โธ่เว้ย! เป็นอะไรไปวะไอ้เพลิง!” ชายหนุ่มสบถออกมาด้วยความหงุดหงิดใจ เขาโน้มตัวลงมาก่อนจะใช้ฝ่ามือรองรับใบหน้าคมเข้มของเขาไว้ เสียงถอนหายใจอย่างหนักออกมาติดต่อกันหลายครั้ง

 

ไม่ว่าเขาจะทำยังไง วิธีไหน เขาไม่มีวันให้เธออยู่ใกล้บิดาของเขาเป็นอันขาด ให้เงินแล้วก็ยังไม่ไป คิดจะกอบกุมเงินทั้งหมดอย่าหวังไปเลย เพราะเขาไม่มีวันที่จะให้อย่างแน่นอน

 

เขาจำได้ว่าครั้งแรกที่เขาพบพาขวัญตอนที่เธอมาบริษัทเขาติดต่อหาบิดาของเขาทันที ตอนนั้นเองซึ่งเป็นที่แปลกใจสำหรับเขา เพราะว่าบิดาเขาไม่เคยยุ่งกับเด็กสาวคนไหนเลยแม้แต่น้อย แต่นี่ถึงกับให้มาพบมาหาที่ทำงาน และช่วงหลังๆ มีสั่งให้คนขับรถไปรับส่งหญิงสาวเพื่อซื้อของ ถ้าไม่ใช่เมียน้อยแล้วจะเรียกว่าอะไร...

 

เธอมันก็แค่ผู้หญิงที่เสแสร้งไปวันๆ

 

ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองนาฬิกาที่โต๊ะข้างหัวเตียง ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำโดยที่ไม่ลืมหยิบผ้าขนหนูเข้าไปด้วย

 

 

 

วันหยุดสุดสัปดาห์ที่แทบจะไม่มีคำว่าความสุขอยู่ในหัวของพาขวัญเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่เช้ามาเธอก็เจอกับจิรัฎฐ์ที่เอาแต่มองหน้าเธอด้วยสายตาดุทั้งยังพยายามหาทางกันเธอให้ออกห่างจากหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ตลอดเวลา ความเป็นส่วนตัวของเธอเริ่มหมดไปทุกที

 

ชายหนุ่มสั่งให้เธออยู่แต่ในห้องทำงานของเขาทั้งวัน อีกทั้งยังเอ่ยปากขอหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ให้เธอมาเป็นผู้ช่วยเขาสลับกับเลขาคนปัจจุบันของเขา จนตอนนี้เธอได้แต่นั่งเฉยๆ มองหน้าเขาด้วยความหงุดหงิดใจ ไม่เข้าใจเหตุผลของเขาเลยสักนิด

 

“คุณจิรัฎฐ์คะ คุณทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือไงคะ” พาขวัญทนความอึดอัดไม่ไหวจำต้องเอ่ยปากถามเขา

 

“ผมทำเกินไปยังไง?” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง พลางละสายตาจากหนังสือที่อ่านขึ้นมามองเธอ

 

“ก็คุณเปลี่ยนฉันมาทำงานกับคุณ...”

 

“ดีซะอีก ผมจะได้กันคุณให้อยู่ห่างจากพ่อผม”

 

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับวางหนังสือลงบนโต๊ะ

 

“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ” หญิงสาวพึมพำว่าชายหนุ่มเบาๆ ทั้งที่ในใจยังนึกเสียใจกับคำพูดที่เขาพูดจาดูถูกเธอเมื่อวานอยู่

 

“ในเมื่อคุณเลือกที่จะอยู่ที่นี่ ผมจำเป็นต้องทำ”

 

พาขวัญเบ้หน้ามองชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ พลางถอนหายใจออกมาเสียงดังพร้อมกับลุกขึ้นจากโซฟา แต่ทว่าชายหนุ่มกลับทักเธอขึ้นเสียก่อน

 

“คุณจะไปไหน?”

 

หญิงสาวหันมาหาชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่

 

“เดินเล่นค่ะ ฉันนั่งจนเหน็บกินไปหมดแล้ว” จิรัฎฐ์มองหญิงสาวเดินออกจากห้องไป ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานเดินไปเก็บหนังสือที่ตู้ พลางชำเลืองมองนาฬิกาข้างผนัง บ่ายสามโมงกว่าๆ แล้ว ไม่น่าหญิงสาวถึงเริ่มเบื่อเพราะเขาเองก็เบื่อที่อยู่ในห้องนี้ทั้งวันเช่นกัน

 

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/2

    “เพลิงพูดอะไรออกไป รู้ตัวไหม” หม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์เอ่ยถามขึ้น เขารู้ว่าบุตรชายเขามีใจให้พาขวัญ แต่ไม่คิดว่าจะรวดเร็วถึงขึ้นแต่งงาน ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วเขาก็จะไม่ห้ามเปิดทางให้สะดวกอยู่แล้ว“เพลิงอย่าเอาเรื่องแบบนี้มาพูดเล่นนะ”รมณพูดขึ้นเพราะเข้าใจว่าจิรัฎฐ์นั้นแค่แกล้งพูดเล่นๆ เฉยๆ“ผมพูดจริงครับคุณย่า และผมก็จะรับผิดชอบทุกคำพูดที่ผมพูดด้วยครับ” จิรัฎฐ์พูดด้วยน้ำเสียงที่ดูมั่นใจจนรมณรับรู้ถึงความรักที่ทั้งสองคนมีให้กัน ตอนนี้เธอจะไม่ห้ามให้ทั้งคู่รักกันอีก เพราะเธอจะทำหน้าที่ของย่าที่ดีที่สุดให้กับพาขวัญ“พูดมาแล้วอย่าคืนคำนะ ไม่งั้นหลานย่าเสียหายนะ”“ครับ ผมไม่คืนคำแน่นอน” จิรัฎฐ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไป แต่เขาก็ไม่คิดที่จะคืนคำอยู่แล้ว เพราะคำว่าต้องการของเขามันเกินขีดจำกัดไปแล้ว ตอนนี้อยากครอบครองให้เธอมาเป็นของเขาเพียงคนเดียว“คุณย่า ดาวไม่ยอมๆๆๆ ฮือๆ ดาวไม่ยอมนะคะ”วลัยวรรณร้องดิ้นเดินเข้าไปหารมณพร้อมกับผลักพาขวัญออกห่าง ตีรณามองลูกสาวของตัวเองอย่างเข้าใจแต่เธอทำอะไรไม่ได้ ความรู้สึกของลูกสาวเธอก็ไม่ต่างจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อนสักเท่าไหร่“เงียบซะยัย

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 40/1

    นานมากหลังจากที่พาขวัญและคุณย่ารมณเดินเข้าไปคุยเป็นการส่วนตัวเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีท่าทีที่จะออกมา วลัยวรรณเดินเข้ามานั่งข้างๆ จิรัฎฐ์ตั้งแต่ที่คุณย่าเดินออกไป เธอเกาะแขนชายหนุ่มจนแน่นไม่ปล่อยไปไหน หนำซ้ำพยายามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวเขาให้ได้มากที่สุดจิรัฎฐ์ได้แต่ถอนหายใจออกมาทั้งพยายามที่จะดันวลัยวรรณออกห่างแต่เจ้าตัวนั้นยังคงอยู่ จนเขาต้องเอ่ยปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ออกจะรำคาญ“ดาวครับ พี่อึดอัด ออกไปหน่อยได้ไหม”“พี่เพลิงพูดกับดาวอย่างนี้ได้ยังไงคะ!” วลัยวรรณมองสีหน้าของจิรัฎฐ์ด้วยสายตาที่ไม่พอใจ หากแต่มือของเธอนั้นยังเกาะอยู่ที่แขนของเขาเหมือนเดิม“ดาวครับ ถ้าดาวฟังไม่รู้เรื่องคราวหลังพี่จะไม่พูดกับดาวอีกแล้วนะ” เป็นคำขู่ที่ได้ผลเพราะเธอกลัวนั่นเอง จึงยอมปล่อยมือถอยออกห่างจากชายหนุ่มแต่ก็ไม่มากนักเท่าไหร่รมณเดินเข้ามาภายในห้องรับแขกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพาขวัญ ทุกคนที่ต่างนั่งอยู่ ตีรณาละสายตาจาโทรศัพท์ขึ้นมามองแม่สามีที่เดินเข้ามา“ฉันตัดสินใจและคุยกับจีนแล้วว่าจะให้ย้ายมาอยู่ที่นี่ พร้อมทั้งเปลี่ยนนามสกุลมาเป็นภูริสิทธิพิพัฒนพงศ์ด้วย”“ดาวไม่ยอมนะคะคุณย่า” ควรจ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/2

    รมณพูดออกมาด้วยความเสียใจ ทุกคำพูดของเธอล้วนกลั่นกรองออกมาจากใจ เธอเป็นต้นเหตุแน่แท้ที่ทำให้ลูกชายต้องจากไป เพราะคำว่าความเหมาะสมที่เธอมอบให้ลูกชาย“ย่าขอโทษที่ทำร้ายแม่ของหนูมาโดยตลอด เธอคงจะเกลียดคนแก่คนนี้มากสินะ เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเจอกันย่าก็มองหนูด้วยสายตาดูถูกมาตลอด...”พาขวัญได้แต่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลสู่แก้มของเธออย่างไม่เก็บกั้น เธอรับรู้ความเจ็บปวดที่ทั้งสองมี จะให้เธอเกลียดย่าของตัวเองได้อย่างไร“ไม่ค่ะ ฉันไม่เคยเกลียดคุณ”เธอส่ายหน้าตอบรมณ พลางสูดหายใจเข้าลึกๆ“มานั่งข้างๆ ย่าสิ” พาขวัญกลอกตามองรมณด้วยความลังเลใจ แต่รมณนั้นขยับที่นั่งข้างพร้อมกับปรบเบาะให้เธอเข้ามานั่ง“แต่ว่า...”“มานั่งนี่สิ ให้ย่าได้มองเราใกล้ๆ”พาขวัญพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมานั่งที่ข้างๆ รมณมือเหี่ยวย่นของรมณลูบไปตามเส้นผมบางสีน้ำตาลดำของหลานสาวพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความอ่อนโยน “ยิ่งมองฉันยิ่งคิดถึงตาใหญ่รู้ไหม?”“ตาของหนูเหมือนกับตาใหญ่ แววตาคู่นี้...” รมณมองดวงตากลมโตของพาขวัญที่กะพริบจ้องมองเธอ ทำไมตอนนั้นไม่สังเกตเลยนะ หรือว่าเธอมีอคติกับคนจนมากจนเกินไปถึงมองข้ามความสำคัญ

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 39/1

    นานไม่ถึงชั่วโมงรถยนต์ของชายหนุ่มก็ไล่ตามมาติดๆ จนถึงบ้านภูริสิทธิ-พิพัฒนพงศ์ ก่อนจะหยุดจอดลงที่ใต้ชายคาบ้าน จิรัฎฐ์เปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินอ้อมมาหาหญิงสาวที่กำลังหันไปปิดประตูรถ ฝ่ามือใหญ่กุมมือเล็กของเธอไว้แน่นพร้อมกับยิ้มหวานละมุนให้หญิงสาว“ไปครับ”จิรัฎฐ์พาพาขวัญเดินเข้าไปในห้องรับแขกที่มีเสียงโวยวายของตีรณาดังขึ้นด้วยความไม่พอใจ“คุณแม่คะ เดือนทำไปเพราะหวังดีนะคะ” ชายหนุ่มมองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว สีหน้าดูเครียดและกังวลไม่ต่างกันไปมากสักเท่าไหร่“นั่งลงก่อนสิ” รมณข่มน้ำเสียงไม่ให้ดูเกรี้ยวโกรธโมโห“คุณแม่! คุณแม่จะให้เด็กคนนี้มาใช้...”“เงียบๆ ซะแม่เดือน ถ้าไม่อยากอยู่ฟังก็ขึ้นห้องไปเหมือนยัยดาวซะ” เป็นคำพูดที่ไม่ถนอมน้ำใจตีรณาแม้แต่น้อย ตีรณากัดริมฝีปากล่างด้วยความเจ็บใจ พลางเชิดหน้านั่งลงโดยที่ไม่พูดอะไรแม้แต่น้อยใครว่าวลัยวรรณนั้นไม่อยากฟัง หล่อนเพียงแต่ไม่ได้เข้าไปร่วมนั่งฟังในห้องด้วยเท่านั้น ตัวที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกเพราะว่าไม่อยากจะเห็นใบหน้าของพาขวัญที่เกลียดชัง...ผู้หญิงคนนี้กำลังจะมาแย่งทุกอย่างไปจากเธอ!“คุณย่ามีอะไรหรือเปล่าครับ”จิรัฎฐ์เอ่ยถามขึ้นพลาง

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/2

    ความรำคาญของตีรณายังไม่หมดลงเพียงเท่านี้ เพราะว่าตลอดทางที่นั่งรถมานั้นลูกสาวของเธอได้แต่ร้องโวยวายว่ากล่าวพาขวัญจนน่าเบื่อสุดทนจะฟัง เธอเองก็แอบเจ็บใจที่ลูกของชนิตรามาแย่งคนรักของลูกสาวเธอ แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ ในเมื่อจิรัฎฐ์นั้นไม่เคยแม้แต่จะสนใจลูกสาวของเธอ ทำไม...เธอถึงรู้สึกเหมือนตอนที่เธอวิ่งตามธเนศมาก แต่แล้วเขาก็ไม่แม้คิดจะหันมามองเธอ“ฮือๆๆ พี่เพลิงใจร้าย ทิ้งดาวอีกแล้ว” วลัยวรรณร้องไห้ตัดพ้อชายหนุ่มพลางหันหลังไปมองรถของจิรัฎฐ์ที่ขับตามมาติดๆ“เงียบๆ สักทีได้ไหม? แล้วก็หาทิชชูเช็ดหน้าเช็ดตาซะ เดี๋ยวจะถึงแล้ว” ตีรณาพูดกับลูกสาวก่อนจะหันออกไปมองนอกหน้าต่าง“ดาวไม่เงียบ! ดาวเกลียดพาขวัญ! เกลียดๆ ที่สุด!”วลัยวรรณร้องโวยวายพลางใช้มือขยี้เส้นผมราวกับคนไร้สติ“พอสักทียัยดาว! แค่นี้ก็จะบ้าตายอยู่แล้ว”ตีรณาตวาดใส่ลูกสาวก่อนที่จะชะเง้อมองเมื่อรู้ว่าใกล้ถึงบริษัทแห่งหนึ่งที่ทำการสำหรับตรวจดีเอ็นเอโดยเฉพาะ“คุณแม่!” วลัยวรรณชักสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะนิ่งเงียบก่อนจะเอื้อมมือหยิบทิชชูเพื่อเช็ดใบหน้าของเธอให้ดูดีเหมือนเดิมรถยนต์คันหรูของตีรณาเลี้ยวเข้าบริษัทแห่งหนึ่งที่ถือว่าเป็นห้องปฏิบัต

  • ทัณฑ์รักพ่ายพิศวาส   บทที่ 38/1

    จิรัฎฐ์ขับรถออกตามตีรณาไป เช่นเดียวกับหม่อมหลวงณรงค์ฤทธิ์ที่นั่งรถส่วนตัวไป เพราะว่าตีรณายืนยังที่จะไม่ไปตรวจในโรงพยาบาลแต่จะไปตรวจดีเอ็นเอในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตรวจโดยเฉพาะภายในรถที่เงียบสนิทมีเพียงแค่เสียงแอร์และลมหายใจของคนสองคนดังสลับกัน พาขวัญชำเลืองมองชายหนุ่มด้วยความกลัวและสับสน เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อ อยู่ๆ ก็มาบอกเธอว่าเธอเป็นหลานสาวของคุณย่ารมณที่เกิดจากลูกชายคนโต เพราะที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินแม่ของเธอพูดถึงพ่อสักครั้ง ทั้งยังจำได้ว่าทุกครั้งที่เธอเอ่ยถามมีเพียงน้ำตาของคนเป็นแม่ไหล รินออกมา‘อย่าถามถึงพ่อให้แม่ได้ยินอีกเข้าใจไหม รู้ไว้ว่าพ่อเขาเป็นคนดี ดีมากจนผู้หญิงอย่างแม่นั้นเอื้อมไม่ถึง’และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอถามถึงพ่อของเธอเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ไม่เคยเอ่ยถามอีกเลย เพราะกลัวว่าแม่จะเสียน้ำตาอีก ให้ทุกอย่างที่เป็นคำถามค้างคาถูกลืมไป เพราะแม่ของเธอทำหน้าที่ทุกอย่างเป็นทั้งแม่และพ่อจนเธอรู้สึกไม่ขาดความรักเลยแม้แต่น้อยแต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้ดีเกินกว่าที่คิด เพราะตอนเธออยู่มัธยมปลายเธอได้รู้ข่าวว่าแม่ของเธอนั้นป่วยด้วยโ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status