Masuk— ลีวาย — หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา “อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!” — มิลิน — เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
Lihat lebih banyakตึก! ตึก! ตึก!
ร่างสวยในชุดเดรสสีแดงสดก้าวเดินตามใครบางคนออกมาจากผับอย่างรวดเร็ว ระหว่างที่ก้าวเดินสายตาของเธอจับจ้องที่ร่างสูงตลอดเวลา แต่พอมาถึงลานจอดรถเขาก็หายไปซะงั้น ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก
‘ลำบากต้องเดินตามหาอีกแล้ว’ นาเดียบ่นอุบอิบในระหว่างที่เดินตามหาพี่หมอคีย์ผู้ชายที่เธอกำลังตามจีบ
นั่นไง เจอแล้ว! รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าสวยทันที มือเรียวยกขึ้นมาจัดเซ็ตผมให้เป็นลอนสวยงามและดึงรั้งชุดสวยลงให้เนินอกโชว์เด่น จากนั้นก็ตรงไปหาเป้าหมายทันที พอไปใกล้ๆ ก็เห็นร่างสูงที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างรถ นาเดียก็ใช้มารยาหญิงทันที
“โอ๊ย!” ร่างสวยเสียหลักพุ่งเข้าไปหาคนตัวสูงอย่างรวดเร็ว
หมับ!
แล้วก็เป็นไปตามแผน ชายหนุ่มหันมาประคองร่างของเธอไว้ทันที แขนแกร่งโอบกอดเธอไว้โดยไม่สนใจคนในสายที่พูดบางอย่างออกมาไม่หยุด
‘สมน้ำหน้า’ นาเดียยกยิ้มมุมปากเพราะรู้ว่าคนในสายคือใคร
“เป็นอะไรมั๊ยครับ”
“เวียนหัวจังเลย สงสัยจะดื่มหนักไปหน่อย”
เฮ้อ… ใช้แผนนี้อีกแล้ว คีรินได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างสุดปลงและมองรุ่นน้องสาวสวยตรงหน้าด้วยสายตานิ่งเรียบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมายั่วเขา ถึงอย่างนั้นเขาก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพอยู่ดี
“ถ้าเดินไม่ไหวให้พี่ไปส่งหาเพื่อนดีมั้ยครับ”
“อุ๊ย! พี่หมอเองเหรอคะ ขอบคุณนะคะที่ช่วยประคองหนู ไม่งั้นหนูคงล้มหัวฟาดพื้นไปแล้ว”
นาเดียฉีกยิ้มหวานไม่สนใจคำถามของคนตัวสูง เธอเลือกที่จะสนใจหน้าอกล้ำๆ และกลิ่นหอมสะอาดของเขามากกว่าคำถามก่อนหน้า
ผู้ชายอะไรมีเสน่ห์ชะมัด อยากรู้จังว่าหุ่นแน่นๆ ใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวนี้จะแซ่บขนาดไหน
“ตกลงให้พี่เข้าไปส่งมั๊ยครับ ถ้าไม่ พี่จะได้ขอตัวกลับ” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามและมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของคนตัวเล็ก ทว่าสายตากลับไปสะดุดที่หน้าอกอวบใหญ่เกินตัวที่กำลังบดเบียดกับร่างกายของเขา ทำไมไม่รู้จักหวงเนื้อหวงตัวเลยนะ เขาได้แต่เอ็ดเธอในใจและมองไปทางอื่น
“เพื่อนหนูกลับหมดแล้วค่ะ แล้วหนูก็เมามากด้วย หนูขอติดรถกลับด้วยได้มั้ยคะ” นาเดียเอ่ยเสียงอ้อนและเงยหน้าสบตาเขา ทำขนาดนี้แล้ว ไม่ใจอ่อนก็ให้รู้ไปเถอะ
เมื่ออีกฝ่ายเอาแต่นิ่งไม่ยอมให้เธอไปด้วย เธอจึงใช้วิธีที่เธอถนัด เขย่งปลายเท้าขึ้นไปหาใบหน้าหล่อ
จุ๊บ! ริมฝีปากบางจูบเบาๆ ที่ปลายคางของเขา
“ค่าจ้างไปส่งค่ะ ให้หนูติดรถไปด้วยนะคะ”
“ก็ได้ครับ” เห็นว่าอยู่คอนโดเดียวกันหรอกนะ ถึงยอมให้ไปด้วย
“ขอบคุณค่ะ พี่หมอใจดีที่สุดเลย ฟอด!”
นาเดียฉีกยิ้มกว้างด้วยท่าทางดีใจและขโมยหอมแก้มพี่หมอไปอีกหนึ่งทีก่อนที่จะเดินอ้อมไปอีกฝั่งอย่างอารมณ์ดี ลืมไปเลยว่าตัวเองเล่นบทเมาไปไม่กี่นาทีนี้
..
บทนำมาแล้วจ้า…
วันเวลาผ่านไปเนิ่นนานจนฉันคลอดลูกคนที่สองให้กับคาแลน รอบนี้ได้ลูกสาวเขาดีใจมากเลยนะ เพราะเจ้าตัวได้คนโตเป็นลูกชายสมใจแล้วเจ้าหญิงตัวน้อยวัยหกเดือนของเรามีชื่อว่าเมลร่า ฉันกับคาแลนชอบชื่อลูกมาก ๆ เพราะมันเหมาะกับหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มอย่างลูกสาวฉันที่สุดเผลอแป๊บเดียวมาคัสในก็ได้เป็นพี่ชายคน แถมยังเห่อน้องมากอีกด้วย ถ้ามีโอกาสหรือมีจังหวะมาคัสก็จะคอยช่วยฉันเลี้ยงน้องตลอด“มามี๊น้องตื่นหรือยังครับ” หมอบอกว่ามาคัสฉลาดรอบรู้ และมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ที่ดีเยี่ยมฉันปลื้มใจมากที่เห็นลูกเติบโตมาอย่างดี“ยังเลยลูก ไว้รอน้องตื่นแล้วค่อยไปเล่นกับน้องนะ”“ครับ วันนี้มาคัสมีนิทานจะมาเล่าให้น้องฟังด้วย” ได้ยินแบบนั้นคนเป็นแม่อย่างฉันก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้“จริงเหรอครับ มาคัสของมามี๊เก่งที่สุดเลย ขอบคุณนะลูก” ฉันก้มลงกอดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนพร้อมกับหอมหัวเบา ๆ หนึ่งที ฉันกับคาแลนมักจะพูดขอบคุณลูกบ่อย ๆ ในเวลาที่เขาทำสิ่งดี ๆ“มาคัสรักน้อง อยากดูแลน้องครับ”“ลงมาได้ยินประโยคนี้ทำเอาปาปี๊ชื่นใจที่สุดเลยลูก” ระหว่างนั้นคาแลนก็เดินลงมาจากชั้นสองพอดี เขากำลังเตรียมตัวไปทำงาน“ปาปี๊~” พอเห็นพ่อเดินลงมามาคั
สามเดือนผ่านไป ฉันกับคาแลนเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล วันนี้คุณหมอนัดไปตรวจและอัลตราซาวนด์ดูเพศลูกสภาวะแท้งคุกคามตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ด้วยอายุครรภ์ที่มากขึ้นด้วยไม่ต้องเฝ้าระวังอย่างตอนแรก“ทำหน้าขมวดคิ้วตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลแล้วนะคะ เป็นอะไรบอกมิลาหน่อย” ฉันถามสามีที่กำลังทำหน้าเครียดตั้งแต่รู้เพศลูก “เฮียไม่อยากให้ลูกเราเป็นผู้หญิงเหรอคะ”ฉันเม้มปากเบา ๆ ไม่ได้อยากคิดแต่ท่าทางของคาแลนทำให้ต้องถามไปอย่างนั้น เขาแปลกไปเมื่อรู้เพศทั้งที่ก่อนหน้าเราตั้งชื่อลูกไว้แล้วทั้งชายและหญิง“ลูกเฮียนะหนู ถามแบบนั้นได้ยังไง”“ก็เฮียทำหน้าเครียด”“เฮียแค่คิดว่าตัวเองต้องหวงลูกมากแน่ ๆ”ระบายยิ้มออกมาบนใบหน้าพร้อมโล่งใจทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น นึกว่าไม่ชอบใจซะอีกที่แท้ก็หวงลูกสาวนี่เอง“คงต้องให้การ์ดเฝ้าตั้งแต่เด็ก ให้เข้าโรงเรียนหญิงล้วนนะหนู”“แบบนี้ถ้ายัยหนูจะมีแฟน…” ยังพูดไม่จบประโยคคนตัวสูงก็รีบขัด “อย่าเพิ่งคิดไปถึงขั้นนั้นสิหนู เฮียใจหาย”“กับมาคัสเฮียไม่เห็นห่วงเลย”“มาคัสเป็นผู้ชาย”“คุณพ่อขี้หวงคิดมากตั้งแต่ลูกยังไม่คลอดออกมาเลยนะคะ” ฉันแซวพร้อมยกนิ้วขึ้นเกลี่ยแก้มอย่างหยอกล้อ คาแลนเอามือมาจับมื
อาทิตย์ผ่านไป ฉันกับคาแลนจดทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว ในตอนนี้เราคือสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายตอนนี้คาแลนกำลังนอนหนุนอยู่บนตักของฉันแล้วใช้มือลูบท้องไปมาอย่างนั้นนานหลายนาทีแล้ว“อยากรู้แล้วว่าลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย” ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมองฉันแล้วพูดต่อ “ถ้าได้ผู้หญิงเฮียคงหวงมากแน่”ฉันยิ้มกว้างให้กับคำพูดนั้นของคนที่หนุนตักอยู่ ก่อนจะเอามือลูบผมเขาเบา ๆ“หวงได้แต่อย่าไปกำหนดชีวิตของลูกมากเกินไปนะคะ”“เฮียไม่ทำอย่างนั้นแน่นอนหนูสบายใจได้”คาแลนจับมือของฉันไปจูบเบา ๆ ช่วงนี้ชีวิตคู่ของเรามันลงตัวมาก ๆ ไร้อุปสรรคเหมือนอย่างก่อนหน้า ตัดสินใจไม่ผิดจริง ๆ ที่เลือกรักผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรก“อาทิตย์หน้าเฮียว่าง ไปเที่ยวกันนะครับ”“เที่ยวที่ไหนเหรอคะ” ฉันมองคนบนตักที่กำลังยิ้มหวาน“หนูมีที่ไหนที่อยากไปไหม”“ทุกที่ที่มีเฮีย มิลามีความสุข”“เฮ้อ เฮียรักหนูจะตายแล้วมิลา”ร่างหนาหยัดตัวขึ้นนั่ง แล้วยกมือมาประคองใบหน้าของฉันพร้อมจ้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก่อนจะโน้มลงมาเรื่อย ๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าค่อย ๆ แคบลงจนกระทั่งริมฝีปากกดซับลงมา“อื้อ~”รสจูบที่อบอวลไปด้วยความอ่อนโยนและนุ่มนวล
วันต่อมา ตื่นมาไม่เห็นคาแลนอยู่ในห้องแล้ว มาคัสก็หายไปจากห้องของเขาเหมือนกัน ฉันค่อย ๆ เดินลงจากบันไดอย่างเชื่องช้าลงมาที่ชั้นล่าง ก่อนจะนั่งบนรถเข็นเพราะถ้าคนตัวสูงเห็นฉันเดินคงถูกดุแน่ ๆรถเข็นจะเป็นแบบขับเคลื่อนอัตโนมัติโดยใช้มือบังคับปุ่มบนที่พักแขน ได้ยินเสียงแว่วมาจากทางครัวจึงไปดูภาพที่เห็นคือคาแลนกับลูกชายอยู่ในชุดผ้ากันเปื้อน ทั้งคู่กำลังช่วยกันทำอาหาร มาคัสดูท่าจะชอบช่วยพ่อเขาทำใหญ่เลย ฉันกำลังทอดสายตามองสองพ่อลูกด้วยรอยยิ้ม“มามี๊” อุตส่าห์แอบตรงมุมแล้วแท้ ๆ แต่ลูกชายตัวน้อยหันมาเจอจนได้ คาแลนหันมองตามเสียงเรียกของลูก ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ “หนูลงมายังไงคะ?”น้ำเสียงที่เอ่ยถามอย่างนุ่มนวลนั้นต่างจากแววตาที่กำลังจ้องแบบดุ ทำเอาฉันไม่กล้าตอบร่างหนาที่ใส่ชุดกันเปื้อนเดินมาหยุดตรงหน้าแล้วนั่งลงเอามือมาลูบวนบนท้องของฉันพร้อมกับฟ้องลูก“ดูมี๊สิ ดื้อเดินลงมาเองแบบนี้ปาปี๊ขอดุได้ไหม”“ลูกบอกว่าไม่ได้ค่ะ”“ลูกหรือแม่ครับ?”“เฮียอย่าดุมิลาสิ” ฉันเบ้ปากส่งสายตาออดอ้อนทำให้ คาแลนส่ายหน้าไปมาช้า ๆ ด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม เห็นแบบนั้นก็รู้ว่ารอดแล้ว“คราวหลังไม่เอาแบบนี้นะมิลา เฮียเป็นห






Peringkat