Masukหลังจากที่ไคเลอร์กับไลลาทานข้าวกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไลลาก็หันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ
"พี่ไคเลอร์คะ ไลลาขอขึ้นข้างบนก่อนนะคะ ไลลายังรู้สึกเพลียๆอยู่เลยค่ะอยากนอนต่อ" "ไลลาขึ้นไปก่อนเถอะ พี่ขอนั่งข้างล่างแปปเดียว เดี๋ยวจะตามขึ้นไป" จากนั้น ไลลาก็ลุกจากโซฟาแล้วสาวเท้าขึ้นชั้นสองไป ในขณะนั้นเองทานตะวันก็เปิดประตูห้องนอนออกมาจึงเห็นว่าเขานั่งอยู่ในห้องโถงคนเดียว เมื่อเห็นเช่นนั้นเธอจึงเดินมาหย่อนสะโพกนั่งลงบนโซฟาตัวที่ติดกับเขา ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อจะหันถามเธอที่นั่งก้มหน้าอยู่ "ยังไม่นอนเหรอ" "ตะวันนอนไม่หลับค่ะ" เจ้าของใบหน้าเรียวใสหันตอบ พลางดวงตากลมโตก็จ้องมองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลานิ่ง เหมือนกับอยากจะบอกอะไรที่อยู่ในใจของเธอให้เขาได้รู้ "จ้องหน้าฉันแบบนั้น เธอมีอะไรจะบอกหรืออยากจะถามอะไรฉันหรือเปล่า" "ตะวันอยากจะบอกคุณไคเลอร์ว่า...ตะวัน..." ชอบคุณไคเลอร์ค่ะ เธอได้เพียงแต่พูดต่อในใจ เธอไม่สามารถพูดคำว่าชอบออกไปให้เขาได้ยินได้ เขาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอมา เธอไม่มีสิทธิ์ไปบอกว่าชอบเขานะทานตะวัน เธอมีสิทธิ์ได้แค่แอบชอบเขาเท่านั้นแหละ "เธอจะบอกฉันว่าอะไรทานตะวัน" เขาถามพร้อมกับตั้งใจฟัง เพราะเขามีความรู้สึกว่าเธอมีเรื่องอยากจะบอกเขาจริงๆ เนื่องจากแววตาคู่นั้นของเธอบ่งบอกออกมาแบบนั้น "เอ่อ...ตะวันไม่มีอะไรจะบอกคุณค่ะ แต่ตะวันอยากจะถามค่ะ" เธอรีบกลับคำและปั้นหน้าฝืนยิ้มก่อนจะพูด "ก็ถามมาสิ จะมัวอ้ำอึ้งอยู่ทำไม" "ผู้หญิงที่คุณไคเลอร์พามา เธอเป็นแฟนของคุณเหรอคะ" ถามไปอย่างนั้น ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงที่เขาพามาคือแฟนของเขาแน่นอน "ใช่ ไลลาเป็นแฟนฉันเอง ฉันคบหาดูใจกับไลลามาหลายเดือนแล้ว ไลลาก็เรียนรุ่นเดียวกับเธอนี่แหละ" เมื่อเจ็ดเดือนก่อนไลลาวิ่งตัดหน้ารถเขาโดยที่เธอไม่ทันระวัง เขาเบรครถกะทันหัน ส่วนเธอตกใจจึงล้มลงจนหัวเข่าถลอกเป็นแผลใหญ่ เขาลงจากรถมาช่วยพยุงเธอไปขึ้นรถแล้วพาไปทำแผลที่โรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาก็ไปรับเธอที่คอนโดเพื่อพาไปล้างแผลหลายครั้งจนหายดี หลังจากนั้นเขากับไลลาก็ติดต่อกันเรื่อยมา เขารู้สึกชอบไลลา และไลลาก็บอกว่าชอบเขา ทั้งสองจึงตกลงเป็นแฟนกัน วันนี้ไลลาบอกอยากจะมาเที่ยวที่บ้านของเขา เขาจึงพาเธอมา และวันนี้เป็นครั้งแรกที่เขากับไลลามีอะไรกัน "อ อ๋อค่ะ งั้นตะวันขอแสดงความยินดีกับคุณไคเลอร์ด้วยนะคะสำหรับแฟนคนแรก" เธอฝืนยิ้มแล้วเอ่ยออกไป "เธอรู้ได้ไงว่าไลลาคือแฟนคนแรกของฉัน" "ก็ตั้งแต่ตะวันเข้ามาอยู่ที่บ้านของคุณแปดปี ตะวันก็ไม่เคยเห็นว่าคุณจะพาผู้หญิงคนไหนมาที่บ้านเลยนี่คะ" "ใช่ ไลลาคือแฟนคนแรกของฉัน" "..." ทานตะวันนิ่งเม้มริมฝีปากแน่น ก้มหน้าอย่างไม่อยากจะพูดอะไรต่อ พลางคิดในใจว่าเธอคงไม่มีสิทธิ์ชอบหรือรักเขาแล้วสินะ "เธออยากถามอะไรอีกไหม" "ไม่มีแล้วค่ะ งั้นตะวันขอเข้าห้องก่อนนะคะ" พูดจบ ทานตะวันก็ลุกจากโซฟาแล้วเข้าห้องไป ไคเลอร์มองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินไป พลางคิดในใจว่าวันนี้เธอมีท่าทีแปลกไปจากที่แล้วมา เพื่อให้หายข้องใจเขาจึงลุกจากโซฟาแล้วเปิดประตูเข้าห้องนอนของเธอ พร้อมกับเอ่ยถาม "วันนี้เธอเป็นอะไรไป ทำไมถึงมีท่าทีแปลกๆ มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า" "ตะวันไม่ได้เป็นอะไรค่ะ" ตอบแต่ไม่กล้ามองหน้า "มองหน้าฉันทานตะวัน อย่าหลบหน้า" "..." เธอยังคงนิ่งไม่ยอมหันไปเผชิญหน้ากับเขา เพราะเธอไม่อยากให้เขารู้ความลับที่เก็บซ่อนไว้ในแววตาของเธอ เมื่อเป็นอย่างนั้นชายหนุ่มก็เดินมาหย่อนตัวนั่งลงข้างๆเธอ สองมือหนาจับหัวไหล่เล็กให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ทว่าเธอหันมาเฉพาะตัว แต่หน้าของเธอหันไปด้านข้าง จนทำเอาไคเลอร์อารมณ์เสียไม่น้อยจึงยกมือจับปลายคางเรียวสวยให้หันมา ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถามออกไป "เธอเป็นอะไร บอกฉันได้ไหมทานตะวัน" เรียวปากหยักสวยได้รูปขยับถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน โดยนัยน์ตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวสวยอย่างไม่วางตา "เปล่าค่ะ ตะวันไม่ได้เป็นอะไร" ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลานิ่งพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด "เธอมีอะไรที่ไม่กล้าบอกฉันหรือเปล่า" เขาถามพลางฝ่ามือหนาทาบไปบนแก้มเนียนใสแผ่วเบา "ไม่มีค่ะ" ส่ายหน้า "ฉันไม่เชื่อ เธอกำลังโกหกฉันอยู่" "ตะวันไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องโกหกคุณค่ะ" "แน่นะ" "แน่ค่ะ" "หรือว่าที่มหาลัยมีใครทำให้เธอไม่สบายใจหรือเปล่า มีใครรังแกเธอบ้างไหม บอกฉันได้นะ" "ไม่มีใครทำให้ตะวันไม่สบายใจทั้งนั้นแหละค่ะ เพื่อนในห้องเรียนก็ดีกับตะวันทุกคน" "หรือเธอเครียดเรื่องเรียน" "ก็อาจจะเป็นไปได้ค่ะที่ตะวันเครียดเรื่องเรียน" เธอแกล้งพูดไปอย่างนั้น เพื่อไม่ให้เขาสงสัยไปถึงเรื่องที่อยู่ภายในใจของเธอ "เรียนเก่งแบบเธอยังต้องเครียดอีกเหรอ" "ก็มีบ้างค่ะคุณไคเลอร์ที่ตะวันอาจจะเครียดบ้าง" "เอาแบบนี้ไหม ช่วงปิดเทอมฉันจะพาเธอไปเที่ยวอิตาลีอีก เพื่อให้เธอได้ผ่อนคลายไง" "ไปก็ได้ค่ะ" "พอดีฉันอยากจะพาไลลาไปเจอพ่อกับแม่ด้วย" เมื่อทานตะวันได้ยินที่คนตัวสูงบอกว่าจะพาแฟนไปด้วย สีหน้าเธอก็สลดลงทันที ก่อนจะฝืนยิ้มแล้วเอ่ยออกมา "อ อ๋อ ถ้าอย่างนั้นคุณไคเลอร์พาแฟนไปเถอะค่ะ ส่วนตะวันเที่ยวกับเพื่อนที่เมืองไทยก็ได้" "ถ้าฉันไม่พาเธอไปด้วย เดี๋ยวพ่อกับแม่ก็ถามหาเธออีกน่ะสิ เธออย่าลืมสิว่าเธอก็เป็นลูกของพ่อกับแม่ฉันอีกคน" "ถ้าคุณพ่อคุณแม่ถาม คุณไคเลอร์ก็บอกคุณพ่อคุณแม่ไปสิคะว่าตะวันมีนัดไปเที่ยวกับเพื่อนแล้ว" "อืม เอางั้นก็ได้" "คุณไคเลอร์จะไปกันเมื่อไหร่คะ" "น่าจะอาทิตย์หน้านะ" "อ๋อค่ะ" "งั้นฉันขึ้นห้องไปหาไลลาก่อนนะ" "ตามสบายค่ะคุณไคเลอร์" เธอเอ่ยพร้อมรอยยิ้มทั้งที่ใจไม่เป็นแบบนั้น ก่อนที่ร่างสูงจะยกมือขึ้นลูบหัวเล็กสวยเบาๆ แล้วลุกจากเตียงนอนและขึ้นชั้นสองไป ทันทีที่ชายหนุ่มออกจากห้องไปแล้ว เรียวปากบางก็พึมพำออกมาเบาๆ "เธอต้องรีบตัดใจจากเขาให้ได้เร็วๆนะทานตะวัน ก่อนที่ใจของเธอจะถลำลึกและเจ็บไปมากกว่านี้"หมับ! สองแขนเรียวของทานตะวันยกขึ้นคล้องคอหนาของคนที่ยังนั่งอึ้งกิมกี่อยู่พร้อมกับหย่อนก้นนั่งลงบนตักหนาพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส "ถึงกับอึ้งเลยเหรอคะที่เห็นตะวันมาที่นี่" เธอพูดโดยแขนเล็กยังกอดคอของเขาอยู่ "ก็ไหนว่าจะให้พี่ไปรับตอนเย็นไง" เรียวปากหนาเอ่ยพลางยกสองแขนแกร่งสวมกอดร่างเล็กไว้ด้วยความคิดถึงอย่างกับว่าไม่ได้เจอเธอมาเป็นปีอย่างนั้นแหละ "ตะวันใจร้อนค่ะ พอขอคุณซีเคลาออกตะวันก็ออกมาจากบริษัทเลยค่ะ" "กินข้าวหรือยัง" "ยังค่ะ ตะวันกะว่าจะมากินข้าวเที่ยงพร้อมพี่ค่ะ" "งั้นไปกันเลยไหม" "พี่หิวแล้วเหรอคะ" "อืม" "งั้นไปกันเลยก็ได้ค่ะ" ว่าจบ ร่างสวยสมส่วนในชุดเดรสแบรนด์ดังก็ลุกออกจากตักหนาของไคเลอร์ ก่อนที่ร่างสูงจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพากันออกจากห้องทำงานไป สามเดือนผ่านไป บ้านไคเลอร์ หลังจากงานแต่งงานของไคเลอร์กับทานตะวันที่จัดขึ้นที่อิตาลีเมื่อสองเดือนก่อน ไคเลอร์กับทานตะวันก็อยู่ที่อิตาลีสองอาทิตย์แล้วพากันกลับบ้านที่เมืองไทย ก่อนแต่งงานไคเลอร์ได้ซื้อบ้านหลังใหม่ ขนาดใหญ่และหรูหรากว่าบ้านหลังเดิมเพื่อเป็นเรือนหอของเขากับทานตะวัน ส่วนบ้านหลังเดิมเขายกให้ปกรณ์กับ
"เข้ามาทำไม ฉันยังไม่ได้เรียก" ทันทีที่ซีเคเห็นร่างเล็กของใบเฟิร์นที่เขานอนกอดนอนจับอยู่ทุกคืนเปิดประตูเข้ามาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนๆตามประสาเวลาที่คุยกับเธอ "เฟิร์นเอาเงินมาคืนคุณค่ะ" "เงินอะไร" ขมวดคิ้วนึกฉงนใจ "ก็เงินที่คุณให้เฟิร์นยืมไปจ่ายค่าผ่าตัดแม่ยังไงล่ะคะ" "เธอไปได้เงินมาจากไหน" "เฟิร์นขอยืมเงินทานตะวันค่ะ" "หึ อยากออกไปจากชีวิตฉันมากเลยสินะ" ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ค่ะ เฟิร์นอยากเป็นอิสระโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆจากคุณ" "เธอคิดเหรอว่าจะออกไปจากชีวิตฉันง่ายๆ" "คิดว่าง่ายค่ะถ้าเฟิร์นนำเงินมาคืนคุณ" "มันไม่ง่ายหรอกนะใบเฟิร์น" "ทำไมล่ะคะ" "เธอเป็นเมียฉันใบเฟิร์น" "เฟิร์นไม่ได้เป็นเมียคุณค่ะ" "เธอนอนอ้าขาให้ฉันyedทุกคืน เธอยังจะปฏิเสธอีกเหรอว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน" "ใช่ค่ะ เฟิร์นไม่ใช่เมียคุณ" "ถึงเธอจะปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน แต่ฉันคือผัวคนแรกของเธอ จำใส่สมองของเธอเอาไว้ด้วย" "จะอะไรก็ช่างแต่เฟิร์นจะคืนเงินให้คุณค่ะ และเฟิร์นก็จะลาออกจากการเป็นเลขาของคุณตั้งแต่วันนี้เลย" "หึ พอมีเงินก็เก่งขึ้นเยอะเลยนะ" "คุณบอกเลขบัญชีของคุณมาสิคะ เฟิร์นจะ
สองอาทิตย์ต่อมา ไคเลอร์กับทานตะวันพากันไปอิตาลีเพื่อบอกเรื่องราวทุกอย่างให้พ่อกับแม่ได้เข้าใจ และถือโอกาสพาทานตะวันไปเที่ยวด้วย เมื่อพ่อแม่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างก็รู้สึกดีใจและยินดีที่ไคเลอร์กับทานตะวันจะได้แต่งงานกัน เพราะพวกเขารักทานตะวันเหมือนลูกอยู่แล้ว เขาบอกพ่อกับแม่ว่าจะพาทานตะวันมาแต่งงานที่อิตาลี พ่อแม่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะพวกท่านเคารพการตัดสินใจของลูกชาย ไคเลอร์กับทานตะวันอยู่ที่อิตาลีเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก็พากันกลับมาเมืองไทย บริษัทซีเคกรุ๊ปจำกัดมหาชน รถหรูของไคเลอร์ขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังหน้าบริษัทขนาดใหญ่ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเรียวสวยจะหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างซึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีตามประสาเวลาที่มาส่งและมารับเธอที่นี่ "ตะวันคิดดีแล้วค่ะว่าตะวันจะลาออกจากที่นี่แล้วเข้าไปทำงานที่บริษัทของพี่" "จริงเหรอ เธอจะลาออกจากที่นี่จริงๆเหรอ" เจ้าของใบหน้าหล่อหันถามยังร่างบางด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ "จริงค่ะ วันนี้ตะวันจะพูดกับคุณซีเคค่ะ" "พี่ดีใจที่สุดเลยที่เธอไม่มาทำงานที่นี่" "ตะวันรู้ว่าพี่ไม่สบายใจที่ตะวันมาทำงานที่นี่ ตะวันจึงลาออกค่ะ และตะวันก็รู้ค่ะว่าที่พี่ไม่อย
หลังจากที่ไลลาขึ้นห้องไปแล้วทานตะวันก็กดรับโทรศัพท์ทันที 'ค่ะพี่ไคเลอร์' 'เป็นไงบ้าง ยังตัวร้อนอยู่ไหม' ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง 'ตัวไม่ค่อยร้อนแล้วค่ะ' 'ยังปวดหัวอยู่ไหม' 'ไม่ปวดแล้วค่ะ' 'วันนี้พี่จะออกจากบริษัทสักบ่ายสามนะ' 'ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ พี่ทำงานไปเถอะ ตะวันไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ' 'แต่พี่ก็เป็นห่วงเธออยู่ดี เธอรู้ไหมว่าวันนี้พี่ไม่มีสมาธิในการทำงานเลย' 'ถ้าอย่างนั้นพี่ก็รีบกลับมาเร็วๆนะคะ ตะวันคิดถึงพี่ค่ะ' 'พี่ก็คิดถึงเธอมากๆเหมือนกัน' 'งั้นพี่ก็ทำงานเถอะค่ะ ตะวันวางสายแล้วนะคะ พอดีตะวันมีเพื่อนมาหาที่บ้านค่ะ' 'ใครเหรอ' 'ไม่บอกค่ะ เดี๋ยวพี่กลับมาก็จะเห็นเอง' อมยิ้มกลั้นขำ 'พี่เคยเห็นเพื่อนเธอคนนี้ไหม' 'เคยเห็นค่ะ และพี่ไคเลอร์ก็รู้จักเพื่อนของตะวันคนนี้ดีเลยล่ะค่ะ' 'ใครอะ' 'ไม่บอกค่ะ ให้มาเห็นเองดีกว่า' 'ก็ได้ งั้นเดี๋ยวพี่จะรีบกลับไป' 'แค่นี้นะคะพี่ไคเลอร์ ตะวันวางสายแล้วนะคะ' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนที่ไลลาจะหิ้วประเป๋าลงชั้นล่างมาแล้วนั่งคุยกับทานตะวันด้วยความสนิทสนมเป็นกันเอง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ร่างสูงของประธานบริษัทสาวเท้าเข้าบ้านมาอ
ทั้งสองพากันเข้ามาในครัวเพื่อที่จะทำอาหาร ทานตะวันเปิดตู้เย็นหยิบของสดออกมาวางบนเคาน์เตอร์ ก่อนที่ไคเลอร์จะเข้าไปจับมือเรียวของทานตะวันแล้วพูดออกไป "วันนี้พี่จะทำเอง" "พี่ไคเลอร์จะทำอะไรเหรอคะ" "พี่จะทำอาหารอิตาเลียนให้เธอกิน เพราะพี่ถนัดทำอาหารอิตาเลียนมากกว่าอาหารไทย" "ระหว่างอาหารไทยกับอาหารอิตาเลียนพี่ไคเลอร์ชอบอะไรมากกว่ากันคะ" "พี่ชอบอาหารไทยมากกว่า แต่อาหารไทยพี่ถนัดกินอย่างเดียวแต่พี่ไม่ถนัดทำ พี่จะถนัดทำอาหารอิตาเลียนมากกว่า" "งั้นก็ทำเลยค่ะ ตะวันอยากกิน" เรียวปากชมพูบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ขอกำลังใจให้พ่อครัวหน่อยสิ" พูดพร้อมกับโน้มใบหน้าหล่อเหลาเข้าไปใกล้เธอ ก่อนที่เธอจะหอมแก้มเขาทั้งซ้ายและขวา ฟอดด ฟอดด และเขาก็หอมแก้มเธอกลับไปทั้งซ้ายและขวา ฟอดด ฟอดด จากนั้นจึงหยัดตัวยืนตรงแล้วพูดกับเธอ "เธอไปนั่งก่อนก็ได้ ถ้ายืนเดี๋ยวเธอจะเมื่อยเปล่าๆ" "ตะวันยังไม่แก่เลยนะคะ ไม่เมื่อยง่ายๆหรอกค่ะ" จากนั้น ไคเลอร์ก็จัดการทำอาหารอิตาเลียนที่เขาเคยทำบ่อยๆตอนที่อยู่อิตาลีให้คนตัวเล็กรับประทาน โดยมีเธอคอยยืนดูอยู่ข้างๆ จนกระทั่งเขาทำเสร็จก็ยกออกไปวางบนโต๊ะอาหารที่อยู่ด้านนอกแล้วลงมือร
ตอนเที่ยง ร่างสูงเปิดประตูออกจากห้องทำงานมาแล้วพูดกับทานตะวันที่นั่งอยู่หน้าห้อง "คุณทานตะวันครับ เราออกไปทานข้าวกันเถอะครับ" ซีเคพูดกับทานตะวันโดยไม่ได้ชายตาไปมองใบเฟิร์นที่นั่งมองเขาอยู่ด้วยแววตาตัดพ้อ "ค่ะคุณซีเค" รับคำเสร็จ ทานตะวันก็หันไปพูดกับใบเฟิร์นที่มีสีหน้าหม่นหมองอยู่ "คุณใบเฟิร์นคะ คุณซีเคชวนพวกเราออกไปกินข้าวค่ะ" ก่อนที่คนตัวสูงจะเอ่ยกับทานตะวัน โดยไม่ได้ใส่ใจหญิงสาวอีกคนที่นั่งมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเซื่องซึม "ผมจะพาคุณทานตะวันไปทานข้าวแค่คนเดียวครับ ส่วนคนอื่นผมไม่ได้อยากพาไปด้วย ผมอยากไปทานข้าวกับคุณทานตะวันแค่สองต่อสอง ถ้าพาคนอื่นไปด้วยผมว่ามันจะเกะกะเปล่าๆ" "คุณซีเค..." ทานตะวันพึมพำออกมา เพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดทำร้ายความรู้สึกของใบเฟิร์นได้ถึงขนาดนี้ "เราออกไปกินข้าวกันเถอะคุณทานตะวัน" พูดจบ ซีเคก็เดินมาจับมือเรียวของทานตะวันให้ลุกขึ้น แล้วจูงเธอเดินออกไป โดยมีสายตาของใครอีกคนที่นั่งมองคนทั้งสองอยู่ด้วยแววตาน้อยใจ ก่อนที่ซีเคกับทานตะวันจะเข้าลิฟต์ลงชั้นล่างไปขึ้นรถหรูของซีเค และมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารหรูที่อยู่ไม่ไกล ตอนเย็น "เรากลับบ้านกันเถอะคุณทานตะวัน เดี๋ย
หนึ่งเดือนต่อมา บ้านไคเลอร์ ประเทศอิตาลี และแล้วไคเลอร์ก็พาทานตะวันมาบ้านที่อิตาลีตามที่เขาได้พูดไว้กับเธอเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ครั้งแรกที่เขาพาทานตะวันมาที่นี่ก็ตอนเธอเรียนจบมอสอง หลังจากนั้นมาเขาก็พาเธอมาทุกปี พาเธอมาปีละครั้งช่วงปิดเทอมใหญ่ และเป็นเวลาสองปีแล้วที่เขาไม่ได้พาเธอมา ครั้งล่าสุดที่
ร่างแกร่งกำยำทิ้งตัวลงไปนอนหงาย แล้วยกร่างเล็กให้มาอยู่บนตัวเขา โดยให้ส่วนกลางกายของเธออยู่ตรงปากของตัวเอง และให้เธอหันศีรษะไปหาแท่งร้อนที่กำลังชี้โด่แข็งชัน ลิ้นชื้นของคนที่นอนหงายอยู่ด้านล่างไม่รอช้าที่จะแลบลิ้นออกมาตวัดเลียร่องกลีบสีสวยไปมาด้วยความนุ่มนวล แผล่บ แผล่บ "อ๊า ซี้ดด" ทานตะวันร้อง
วันต่อมา ร่างสูงรู้สึกตัวตื่นก่อนเจ้าของร่างเล็กที่ยังซุกอยู่กับแผงอกกว้างของเขา ใบหน้าคมก้มมองยังเจ้าของใบหน้าใสที่เขาเลี้ยงดูมาเป็นสิบปีนิ่งอยู่อย่างนั้น ก่อนเรียวปากหยักได้รูปจะระบายยิ้มอ่อนๆด้วยความได้ใจที่ตัวเองจัดการรวบหัวรวบหางให้เธอมาเป็นของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ นิ้วเรียวสวยของไคเลอร์เกี่ยวเ
'ฮัลโหล...' 'ขอโทษนะทานตะวันที่น้าโทรมารบกวนตั้งแต่เช้า' 'ไม่เป็นไรค่ะน้าแต้ว น้าแต้วมีอะไรหรือเปล่าคะ' 'คุณไคเลอร์ป่วยไม่ไปทำงานมาสองวันแล้ว ทานตะวันจะมาดูหน่อยไหม' 'แล้วแฟนของพี่ไคเลอร์ล่ะคะ' 'ตั้งแต่งานรับปริญญา น้าก็ไม่เห็นแฟนคุณไคเลอร์เลย นี่ก็สองเดือนได้แล้ว' 'เขาอาจจะกลับบ้านก็ได้ค่ะ'







