ログインเธอแอบชอบเขาแต่บอกไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้อุปการะเลี้ยงดูเธอมา ที่สำคัญเขามีแฟนแล้ว
もっと見るไคเลอร์
การดำเนินเรื่องของพระเอกจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุ20-30ปี ลูกครึ่งไทย-อิตาลี เจ้าของธุรกิจตกแต่งบ้านรายใหญ่ มีสาขาทั้งในไทยและอิตาลี ทานตะวัน การดำเนินเรื่องของนางเอกจะเริ่มต้นตั้งแต่อายุ12-22ปี เธอได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากเขาตั้งแต่เธออายุ12ปี . . . . ตัวอย่างนิยาย หมับ! "คุณไคเลอร์! คุณกอดตะวันทำไมคะ" เธอถามด้วยความตกใจปนงง "กอดกันจะต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ" "ค่ะ" "งั้นฉันจะบอกเหตุผลกับเธอก็ได้ ที่ฉันกอดเธอเพราะฉันเป็นผู้อุปการะและเป็นผู้ปกครองของเธอ เธอเป็นเด็กในปกครองของฉัน เพราะฉะนั้นฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ ถูกไหม" "..." . . . . "คุณไคเลอร์จะทำอะไรคะ" เธอรู้สึกสับสนในการกระทำของเขาจึงจำต้องเอ่ยถามออกไป "ฉันอยากสัมผัสและสูดดมกลิ่นหอมๆจากร่างกายเธอ" "อย่านะคะคุณไคเลอร์ อย่าทำแบบนี้" เสียงหวานร้องห้าม พลางแววตาไร้เดียงสาจ้องมองไปยังใบหน้าอันหล่อเหลาด้วยความหวาดหวั่น "ฉันอุปการะเลี้ยงดูเธอมาแปดปีแล้วนะ เรื่องแค่นี้เธอให้ฉันไม่ได้เหรอทานตะวัน" "..." "ฉันต้องการอะไรจากเธอ เธอก็ต้องตอบแทนให้ฉันสิ" . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . บนรถ "นายเรียกเด็กผู้หญิงคนนั้นมาหน่อยซิปกรณ์" เสียงของไคเลอร์ในวัยยี่สิบปีที่นั่งอยู่เบาะหลังของรถหรูเอ่ยบอกกับลูกน้องที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ในขณะที่รถกำลังจอดติดไฟแดง "คุณไคเลอร์จะซื้อพวงมาลัยจากเด็กคนนั้นเหรอครับ" "อืม" "คุณไคเลอร์ไม่ชอบซื้อพวงมาลัยมาไว้บนรถไม่ใช่เหรอครับ เพราะคุณไคเลอร์บอกว่าเหม็นกลิ่นดอกไม้" "ฉันรู้สึกสงสารเด็กคนนั้นที่ต้องมาเดินตากแดดขายพวงมาลัย ฉันอยากให้เงินเธอ ไม่ได้อยากซื้อพวงมาลัย" "อ๋อครับ งั้นเดี๋ยวผมเรียกให้นะครับ" จากนั้น ปกรณ์ก็กวักมือเรียกเด็กหญิงที่กำลังเดินถือพวงมาลัยอยู่ เมื่อเธอเห็นปกรณ์กวักมือเรียก เธอก็รีบวิ่งมายังรถหรูคันใหญ่ด้วยสีหน้าเบิกบาน ก่อนที่ปกรณ์จะเอ่ยถาม "พวงละเท่าไหร่เหรอน้อง" "พวงละยี่สิบบาทค่ะพี่" เธอตอบด้วยรอยยิ้มแจ่มใสถึงแม้ว่าจะยืนอยู่กลางแสงแดดจ้าก็ตาม ก่อนที่ปกรณ์จะหันถามยังเจ้าของร่างสูงหนึ่งร้อยแปดสิบหกเซนติเมตรที่นั่งอยู่เบาะหลัง "คุณไคเลอร์จะเอากี่..." ปกรณ์ยังถามไม่ทันจบ ไคเลอร์ก็ยื่นแบงค์พันจำนวนสิบใบให้ปกรณ์ ปกรณ์รับไปและยื่นให้เด็กหญิงที่ยืนยิ้มเห็นฟันซี่เล็กๆเรียงสวยอยู่ข้างรถ "เงินหนึ่งหมื่นบาทรับไปสิ เจ้านายพี่ให้น้องน่ะ" "พี่จะให้เงินหนูตั้งหนึ่งหมื่นบาทเลยเหรอคะ แล้วพี่ไม่เอาพวงมาลัยเหรอคะ" เสียงเล็กของเด็กหญิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ ก่อนที่ปกรณ์จะหันถามยังเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา แต่ทว่าเรียวปากหยักได้รูปก็เอ่ยขึ้นเสียก่อน "พวงมาลัยมีกี่พวงนายเอามาให้หมด แล้วก็บอกให้เด็กกลับบ้านไปได้แล้ว" "ครับคุณไคเลอร์" ปกรณ์รับคำ ก่อนจะหันไปพูดกับเด็กหญิงตัวเล็กที่ผูกผมหางม้าซึ่งตอนนี้ผมเผ้าของเธอกระเซอะกระเซิงจนดูไม่เป็นทรง "พวงมาลัยน้องมีอยู่กี่พวง" "สิบพวงค่ะ" "พี่เหมาหมดทั้งสิบพวงนั่นแหละ แล้วเอาเงินนี่ไป" "หนูขอบคุณพี่และเจ้านายของพี่มากเลยนะคะที่ใจดีกับหนู" เธอรับเงินมา ก่อนจะยกมือไหว้พร้อมกับเอ่ยออกไปด้วยความรู้สึกดีใจและตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก "งั้นน้องก็กลับบ้านไปได้แล้วนะ" "ค่ะพี่" "น้องอายุเท่าไหร่" "สิบสองปีค่ะ" "แล้วน้องอยู่กับใคร" "หนูอยู่บ้านคนเดียวค่ะ" "..." ภายในรถหรูตกอยู่ในความเงียบงัน หลังจากที่ได้ยินเด็กหญิงใบหน้ามอมแมมบอกว่าอยู่ตัวคนเดียว "ถ้าอย่างนั้นหนูขอกลับบ้านก่อนนะคะพี่ สวัสดีค่ะ" บอกจบ เธอก็ผละออกไป ก่อนที่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังจะเอ่ยขึ้น "ตามเด็กนั่นไป" "ได้ครับคุณไคเลอร์" รับคำเสร็จ ปกรณ์ก็เปิดไฟเลี้ยวซ้ายออกรถและจอดไว้ข้างทาง ก่อนที่ทั้งเจ้านายกับลูกน้องจะลงจากรถแล้วก้าวตามเธอที่เดินทิ้งห่างออกไปหลายสิบเมตร ไคเลอร์รีบสาวเท้าเดินตามเธอไปติดๆจนกระทั่งก้าวทันเธอ ก่อนจะยื่นมือหนาคว้าเข้าที่ข้อมือเล็กไว้อย่างรวดเร็วจนทำเอาเธอตกใจ "ว๊าย! อย่าทำอะไรหนูนะ" เธออุทานด้วยความตื่นตกใจกลัวพร้อมกับหลับตาปี๋ "ฉันเอง คนที่ให้เงินเธอเมื่อกี้" เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความตกใจกลัวของเธอนั้นก็หายไป พลางรู้สึกโล่งอกที่เขาไม่ใช่คนร้ายอย่างที่เธอคิด จากนั้นเธอจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมามองไปยังร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ "แล้วพี่ตามหนูมาทำไมเหรอคะ" เธอเงยหน้าถามยังชายหนุ่มที่สูงกว่าเธอไม่น้อย โดยศีรษะของเธออยู่ใต้ราวนมของเขา "ฉันอยากไปบ้านของเธอ" "พี่ทั้งสองคนจะไปบ้านหนูเหรอคะ" "อืม" "ที่อยู่ของหนูเป็นแค่เพิงเล็กๆพอได้อาศัยนอนค่ะ ไม่น่าดูหรอกค่ะพี่" "เดินนำฉันไป ฉันจะไปดูบ้านของเธอให้เห็นกับตา" "งั้นก็ได้ค่ะ" พูดจบ เด็กหญิงที่มีรูปร่างค่อนข้างซูบผอมสวมใส่เสื้อยืดคอกลมและกางเกงขาสั้นตัวเก่าก็เดินนำชายหนุ่มทั้งสองไปจนถึงที่ที่เธออาศัยอยู่ เมื่อไคเลอร์กับปกรณ์มาเห็นสภาพที่เธออาศัยอยู่ก็ถึงกับส่ายหัวและถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหดหู่ในใจ เนื่องจากที่ที่เธออยู่นั้นหลังคามุงด้วยสังกะสีและผนังกั้นด้วยสังกะสีผุๆแค่นั้น ส่วนบริเวณรอบๆนั้นก็รกร้างว่างเปล่าไร้บ้านคนหมับ! สองแขนเรียวของทานตะวันยกขึ้นคล้องคอหนาของคนที่ยังนั่งอึ้งกิมกี่อยู่พร้อมกับหย่อนก้นนั่งลงบนตักหนาพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มสดใส "ถึงกับอึ้งเลยเหรอคะที่เห็นตะวันมาที่นี่" เธอพูดโดยแขนเล็กยังกอดคอของเขาอยู่ "ก็ไหนว่าจะให้พี่ไปรับตอนเย็นไง" เรียวปากหนาเอ่ยพลางยกสองแขนแกร่งสวมกอดร่างเล็กไว้ด้วยความคิดถึงอย่างกับว่าไม่ได้เจอเธอมาเป็นปีอย่างนั้นแหละ "ตะวันใจร้อนค่ะ พอขอคุณซีเคลาออกตะวันก็ออกมาจากบริษัทเลยค่ะ" "กินข้าวหรือยัง" "ยังค่ะ ตะวันกะว่าจะมากินข้าวเที่ยงพร้อมพี่ค่ะ" "งั้นไปกันเลยไหม" "พี่หิวแล้วเหรอคะ" "อืม" "งั้นไปกันเลยก็ได้ค่ะ" ว่าจบ ร่างสวยสมส่วนในชุดเดรสแบรนด์ดังก็ลุกออกจากตักหนาของไคเลอร์ ก่อนที่ร่างสูงจะหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วพากันออกจากห้องทำงานไป สามเดือนผ่านไป บ้านไคเลอร์ หลังจากงานแต่งงานของไคเลอร์กับทานตะวันที่จัดขึ้นที่อิตาลีเมื่อสองเดือนก่อน ไคเลอร์กับทานตะวันก็อยู่ที่อิตาลีสองอาทิตย์แล้วพากันกลับบ้านที่เมืองไทย ก่อนแต่งงานไคเลอร์ได้ซื้อบ้านหลังใหม่ ขนาดใหญ่และหรูหรากว่าบ้านหลังเดิมเพื่อเป็นเรือนหอของเขากับทานตะวัน ส่วนบ้านหลังเดิมเขายกให้ปกรณ์กับ
"เข้ามาทำไม ฉันยังไม่ได้เรียก" ทันทีที่ซีเคเห็นร่างเล็กของใบเฟิร์นที่เขานอนกอดนอนจับอยู่ทุกคืนเปิดประตูเข้ามาก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนๆตามประสาเวลาที่คุยกับเธอ "เฟิร์นเอาเงินมาคืนคุณค่ะ" "เงินอะไร" ขมวดคิ้วนึกฉงนใจ "ก็เงินที่คุณให้เฟิร์นยืมไปจ่ายค่าผ่าตัดแม่ยังไงล่ะคะ" "เธอไปได้เงินมาจากไหน" "เฟิร์นขอยืมเงินทานตะวันค่ะ" "หึ อยากออกไปจากชีวิตฉันมากเลยสินะ" ใบหน้าหล่อเหลาแสยะยิ้มเอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ค่ะ เฟิร์นอยากเป็นอิสระโดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆจากคุณ" "เธอคิดเหรอว่าจะออกไปจากชีวิตฉันง่ายๆ" "คิดว่าง่ายค่ะถ้าเฟิร์นนำเงินมาคืนคุณ" "มันไม่ง่ายหรอกนะใบเฟิร์น" "ทำไมล่ะคะ" "เธอเป็นเมียฉันใบเฟิร์น" "เฟิร์นไม่ได้เป็นเมียคุณค่ะ" "เธอนอนอ้าขาให้ฉันyedทุกคืน เธอยังจะปฏิเสธอีกเหรอว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน" "ใช่ค่ะ เฟิร์นไม่ใช่เมียคุณ" "ถึงเธอจะปฏิเสธว่าเธอไม่ใช่เมียฉัน แต่ฉันคือผัวคนแรกของเธอ จำใส่สมองของเธอเอาไว้ด้วย" "จะอะไรก็ช่างแต่เฟิร์นจะคืนเงินให้คุณค่ะ และเฟิร์นก็จะลาออกจากการเป็นเลขาของคุณตั้งแต่วันนี้เลย" "หึ พอมีเงินก็เก่งขึ้นเยอะเลยนะ" "คุณบอกเลขบัญชีของคุณมาสิคะ เฟิร์นจะ
สองอาทิตย์ต่อมา ไคเลอร์กับทานตะวันพากันไปอิตาลีเพื่อบอกเรื่องราวทุกอย่างให้พ่อกับแม่ได้เข้าใจ และถือโอกาสพาทานตะวันไปเที่ยวด้วย เมื่อพ่อแม่เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างก็รู้สึกดีใจและยินดีที่ไคเลอร์กับทานตะวันจะได้แต่งงานกัน เพราะพวกเขารักทานตะวันเหมือนลูกอยู่แล้ว เขาบอกพ่อกับแม่ว่าจะพาทานตะวันมาแต่งงานที่อิตาลี พ่อแม่ก็ไม่ได้ขัดอะไร เพราะพวกท่านเคารพการตัดสินใจของลูกชาย ไคเลอร์กับทานตะวันอยู่ที่อิตาลีเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ก็พากันกลับมาเมืองไทย บริษัทซีเคกรุ๊ปจำกัดมหาชน รถหรูของไคเลอร์ขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังหน้าบริษัทขนาดใหญ่ ก่อนที่เจ้าของใบหน้าเรียวสวยจะหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างซึ่งมีสีหน้าไม่ค่อยดีตามประสาเวลาที่มาส่งและมารับเธอที่นี่ "ตะวันคิดดีแล้วค่ะว่าตะวันจะลาออกจากที่นี่แล้วเข้าไปทำงานที่บริษัทของพี่" "จริงเหรอ เธอจะลาออกจากที่นี่จริงๆเหรอ" เจ้าของใบหน้าหล่อหันถามยังร่างบางด้วยท่าทีตื่นเต้นดีใจ "จริงค่ะ วันนี้ตะวันจะพูดกับคุณซีเคค่ะ" "พี่ดีใจที่สุดเลยที่เธอไม่มาทำงานที่นี่" "ตะวันรู้ว่าพี่ไม่สบายใจที่ตะวันมาทำงานที่นี่ ตะวันจึงลาออกค่ะ และตะวันก็รู้ค่ะว่าที่พี่ไม่อย
หลังจากที่ไลลาขึ้นห้องไปแล้วทานตะวันก็กดรับโทรศัพท์ทันที 'ค่ะพี่ไคเลอร์' 'เป็นไงบ้าง ยังตัวร้อนอยู่ไหม' ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง 'ตัวไม่ค่อยร้อนแล้วค่ะ' 'ยังปวดหัวอยู่ไหม' 'ไม่ปวดแล้วค่ะ' 'วันนี้พี่จะออกจากบริษัทสักบ่ายสามนะ' 'ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ พี่ทำงานไปเถอะ ตะวันไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะ' 'แต่พี่ก็เป็นห่วงเธออยู่ดี เธอรู้ไหมว่าวันนี้พี่ไม่มีสมาธิในการทำงานเลย' 'ถ้าอย่างนั้นพี่ก็รีบกลับมาเร็วๆนะคะ ตะวันคิดถึงพี่ค่ะ' 'พี่ก็คิดถึงเธอมากๆเหมือนกัน' 'งั้นพี่ก็ทำงานเถอะค่ะ ตะวันวางสายแล้วนะคะ พอดีตะวันมีเพื่อนมาหาที่บ้านค่ะ' 'ใครเหรอ' 'ไม่บอกค่ะ เดี๋ยวพี่กลับมาก็จะเห็นเอง' อมยิ้มกลั้นขำ 'พี่เคยเห็นเพื่อนเธอคนนี้ไหม' 'เคยเห็นค่ะ และพี่ไคเลอร์ก็รู้จักเพื่อนของตะวันคนนี้ดีเลยล่ะค่ะ' 'ใครอะ' 'ไม่บอกค่ะ ให้มาเห็นเองดีกว่า' 'ก็ได้ งั้นเดี๋ยวพี่จะรีบกลับไป' 'แค่นี้นะคะพี่ไคเลอร์ ตะวันวางสายแล้วนะคะ' จากนั้น นิ้วเรียวก็กดวางสาย ก่อนที่ไลลาจะหิ้วประเป๋าลงชั้นล่างมาแล้วนั่งคุยกับทานตะวันด้วยความสนิทสนมเป็นกันเอง จนกระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ร่างสูงของประธานบริษัทสาวเท้าเข้าบ้านมาอ





