Share

บทที่ 15

Penulis: ปรมาจารย์ยูผู้เล่นควัน
เอเดนที่ก่อนหน้านี้ยิ้มแก้มปริ ตอนนี้เกิดความงุนงง เกิดอะไรขึ้นกันนะ? มิสเตอร์คลาร์กไม่พอใจ ดังนั้นทางห้องจัดแสดงจึงไม่เปิดให้คนนอกเช่า จะมีเหตุผลไหนที่ดูไร้สาระขนาดนี้อีกไหม? ไม่ เขาต้องทำอะไรผิดไปเป็นแน่

“มีอะไรรึเปล่าแอดดี้? มีเรื่องอะไรเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?” ชาร์ลส์และมาร์ธาเห็นว่าท่าทีของเอเดนแปลกไป

“โอ้ ไม่มีหรอกครับไม่มีอะไรทั้งนั้น พวกเขาแค่รายงานสถานการณ์ทางห้องจัดแสดงให้ผมรู้” เอเดนฝืนยิ้มออกมาก่อนจะพูดเสิรม “ลุงจอห์นสตันครับ ผมมีเรื่องด่วนต้องไปทำ ดังนั้นผมจึงต้องขอตัวกลับก่อน” แล้วเขาก็ยิ่งขึ้นเพื่อที่จะกลับออกไป

“โอ้ แอดดี้ มันเร่งด่วนมากเลยงั้นหรือ? เธอจะไม่อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนหรือ?” มาร์ธาตามเขามาที่ประตูติด ๆ เพื่อส่งเขากลับไป

“เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันครับ ลาก่อนครับคุณลุงจอห์นสตันคุณป้ามาร์ธา” เอเดนรีบพุ่งตัวไป แน่นอนว่าเขาต้องรีบ ถ้ามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับการจองห้องจัดแสดง เขาต้องเสียหน้าต่อหน้าพ่อตาในอนาคตของเขาแน่ เขาจึงต้องรีบไปที่ห้องจัดแสดงเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

หลังจากที่ส่งเอเดนกลับไป มาร์ธาเดินกลับเข้ามาด้านในพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าเธอ เมื่อเธอเห็นวินน์กำลังอุ้ม มิล่าเธอก็ระเบิดคำด่าออกมา “ฉันจะไม่เลี้ยงเด็กเหลือขอนี่หรอกนะ”

“แม่ แม่พูดอะไรอย่างนั้น? มิล่าไม่ใช่หลานสาวของแม่ยังงั้นหรอ?” วินน์รู้สึกรำคาญ เธอพยายามที่จะกล่อมมิล่า ให้หลับในอ้อมแขนของเธอ แม่ของเธอพูดอย่างนี้ขึ้นมาได้ยังไง? ถึงยังไงนี่ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอ

ชาร์ลส์ก็เช่นกัน เขาคิดว่ามาร์ธาทำเกินไป เขาถอดแว่นตาอ่านหนังสือออกแล้วพูดขัดขึ้น “พอได้แล้วทำความสะอาดตรงนี้ซะแล้วหยิบภาพวาดที่ได้มาจากเอเดนให้ผมด้วย ผมจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย”

***

หลังจากออกมาจากบ้านตระกูลจอห์นสตัน ฟิลิปเรียกแท็กซี่ไปที่ซีวิล แกลลอรี่ ในเมื่อเขาซื้อบริษัทมาแล้วและไม่จำเป็นต้องไปส่งอาหารอีกต่อไป เขาก็มีเวลาที่จะไปที่ห้องจัดแสดงเพื่อดูสถานการณ์ เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะสั่งปิดไม่ให้คนนอกมาเข้ามาเช่าได้ เขาเพียงแค่อยากจะสั่งสอนเอเดนเท่านั้น

เมื่อมาถึงทางเข้าห้องจัดแสดงฟิลิป เห็นว่าห้องจัดแสดงถูกตกแต่งแล้วเรียบร้อย มันถูกตกแต่งอย่างหรูหราไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ทั้งห้องถูกออกแบบด้วยรูปแบบเดียวกันโดยการใช้สีหลัก มันดูหรูหราและดูดีเป็นที่สุด บนประตูทั้งสองข้างมีรูขนาดเล็กเป็นลายขาวดำให้ส่องเข้าไปข้างในได้ ทำให้มันมีความสวยงามแบบสไตล์ตะวันตก

ตรงหน้าของประตูเป็นรูปปั้นหินอ่อนสีดำ รูปปั้นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยนักออกแบบที่มีชื่อเสียงที่เป็นผู้ออกแบบและสร้างซีวิล แกลลอรี่ด้วย เขาคือซีรีอัส เบอร์ตัน นักออกแบบภายในที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ที่จะสร้างผลงานเพียงแค่หนึ่งชิ้นต่อปีเท่านั้น และผู้คนกว่าพันคนก็พยายามที่จะตามหาผลงานของเขาเพื่อที่จะได้ซื้อมันมาไว้ในครอบครอง

ซีวิล เป็นผลงานสุดท้ายของซีรีอัส เบอร์ตัน ดังนั้นการที่ได้จัดแสดงที่ ซีวิล แกลลอรี่แห่งนี้จะทำให้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จัก

ฟิลิปยืนอยู่ด้านหน้ารูปปั้นจ้องมองมันอยู่สักพักก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเอง “ดู ๆ ไปแล้วสิ่งที่ชายแก่คนนั้นทำไว้ มันก็ดูธรรมดาเหลือเกินสำหรับฉัน”

ฟิลิปนึกไปถึงเรื่องบางเรื่องสมัยก่อนที่ซีรีอัสพยายามไล่ตามเขา ขอร้องอ้อนวอนให้ฟิลิปอนุญาตให้เขาสร้างบางอย่างให้กับฟิลิป ฟิลิปรู้สึกหงุดหงิดกับการที่เขามาขอเข้าพบอยู่ทุกวัน ดังนั้นเขาจึงให้เงินชายหนุ่มสามร้อยล้านเพื่อที่จะให้เขาสร้างแมนชั่นบนยอดเขา เหตุผลหลักก็เพื่อเก็บรถสปอร์ตและเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของเขา

‘โอ้ ฉันคิดถึงรถที่รักของฉันเสียจริง’ ฟิลิปอุทานในใจก่อนจะเดินเข้าไปด้านในห้องจัดแสดง

“สวัสดีค่ะท่าน ห้องแสดงปิดไม่ให้คนภายนอกเข้าชั่วคราวในตอนนี้ค่ะ” หญิงสาวสวยพนักงานต้อนรับ แต่งกายด้วยกระโปรงชุดทำงานสีขาวดำพร้อมกับผ้าพันคอปักลายดอกการ์เดนเนีย พันรอบลำคอเธอ เธอมีรูปร่างที่ดูดี

ฟิลิปชะงักก่อนที่จะมองเข้าไปด้านใน และพูดขึ้นว่า “ผมกำลังมองหาใครบางคน”

“ขอฉันทราบได้ไหมคะ ว่าคุณกำลังมองหาใคร?” พนักงานต้อนรับไม่ได้ปฏิบัติกับฟิลิปแตกต่างจากคนอื่นถึงแม้ว่าเขาจะสวมชุดธรรมดา เธอกลับถามเขาอย่างสุภาพเป็นอย่างมาก

“ผมกำลังมองหา…” ฟิลิปกำลังจะตอบ เมื่อผู้หญิงตัวสูงโปร่งเดินเข้ามาขัดจังหวะเขาก่อน เธอสวมชุดเดียวกันเพียงแต่ผ้าพันคอเป็นลายปักดอกไฮเดรนเยียสีน้ำเงิน

“จัสมิน โครนัน เธอกำลังทำอะไรน่ะ? ฉันไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าเราไม่เปิดให้คนภายนอกเข้าชมในวันนี้ แล้วไม่ให้ปล่อยให้ใครเข้ามาด้านใน” หญิงสาวที่แผ่รังสีเยือกเย็นเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ และเหลือบมองมาที่ฟิลิป พร้อมกับพูดอย่างหยิ่งยโสกับพนักงานต้อนรับ

“พี่อลิสันคะ เขาบอกว่าเขากำลังมองหาใครบาง” เห็นได้ว่า จัสมินกลัวผู้หญิงคนนี้ ในขณะที่เธออธิบายเธอมีสีหน้าหวาดกลัว

อลิสัน คูเปอร์ เป็นหัวหน้าฝ่ายหญิงของแผนกพนักงานต้อนรับที่ซีวิล แกลลอรี เธอเป็นคนที่ภาคภูมิใจในตัวเองมากและไม่ลังเลที่จะออกคำสั่งกับคนที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของเธอ ดังนั้นเธอจึงมีชื่อเล่นอีกชื่อว่า ‘แม่มด’

อลิสันจ้องมองฟิลิปอย่างเย็นชามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนที่จะถามขึ้นอย่างสงสัย “คุณกำลังมองหาใครบางคนอย่างนั้นเหรอ?” ชายคนนี้ดูไม่มีเงิน สวมเสื้อยืดที่ดูเก่า กางเกงยีนส์สีจาง ๆ และรองเท้าแตะ ดูแล้วคงจะเป็นพวกแรงงานอพยพ เขาคงจะเป็นหนึ่งในทีมงานก่อสร้าง

“ใช่แล้ว ผมกำลังมองหา…” ฟิลิปยิ้ม เผยให้เห็นฟันขาวดั่งไข่มุกของเขา

“โอเค โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ตามฉันมา” อลิสัน ตัดบทคำพูดของฟิลิป เธอหันหลังกลับมาก่อนจะส่งสายตาพิฆาตให้กับจัสมินและพูดขึ้น “เฝ้าประตูไว้ให้ดีแล้วก็เลิกปล่อยให้คนนอกเข้ามามัว ๆ ได้แล้ว”

จัสมินก้มหน้าลงและโค้งหัวอย่างขอโทษ ก่อนที่เธอจะแอบมองฟิลิป และยิ้มให้เขา ฟิลิปยิ้มกลับ หญิงสาวคนนี้ดูยังเด็กแต่ก็มีนิสัยที่น่าพึงพอใจ

โดยไม่ได้คิดอะไรมาก เขาตามอลิสัน เข้าไปด้านใน อดไม่ได้ที่จะมองด้านหลังของอลิสัน ผู้หญิงคนนี้มีรูปร่างที่ดีที่ผู้ชายหลาย ๆ คนไม่สามารถต้านทานได้

“นายจ้องอะไรอยู่?” จู่ ๆ อลิสันก็หมุนตัวกลับมาด้วยสีหน้าแข็งทื่อ จ้องไปที่ฟิลิปอย่างเกลียดชัง

“อ่า ไม่...ไม่มีอะไร” ฟิลิปรู้สึกอึดอัด เขาถูกจับได้เสียแล้ว

อลิสันพ่นลมหายใจเย็นชาออกมา “ฉันเห็นพวกแรงงานอพยพอย่างพวกนายมามากที่ชอบแอบหยิบฉวยและสายตาสอดส่องหาของ ถ้ามีของชิ้นไหนในห้องจัดแสดงของเราหายไป นายจะเป็นคนแรกที่โดนจับ!” พูดจบเธอก็หมุนตัวกลับ ความรู้สึกดูถูก ดูแคลนชายคนนนี้เกิดขึ้นในใจเธอ

แรงงานอพยพ? ฟิลิปไอออกมา นี่เธอจำคนผิดงั้นเหรอ?

อลิสันนำทางเขามาถึงโซนก่อสร้าง ก่อนจะเริ่มสั่งงานเขายังวางท่า “เร็วๆเข้ารีบทำงานให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ตก และพวกนายตรงนั้นอย่าได้คิดจะอู้งานเชียว ฉันจะคอยสั่งการอยู่ตรงนี้ หากมีใครอู้งานเงินเดือนของพวกนายจะหายไปทันที”

คนงานสองสามคนเริ่มทำงานเทียนขันแข็งมากขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนั้นกลัวว่าเงินเดือนจะถูกหัก

ฟิลิปรู้สึกสับสน นี่คือโซนทาสี แล้วฉันต้องทำงานงั้นเหรอ?

“ผมขอโทษนะ คุณคงเข้าใจอะไรผิด ผมมาที่นี่เพื่อ…” ฟิลิปหันกลับไปที่ผู้หญิงที่อยู่ด้านข้างเขา

อลิสันเบิกตากว้างใส่เขา และตะโกนออกมา “นายไม่ได้มาที่นี่เพื่ออะไร? หยุดพล่ามเรื่องไร้สาระสักทีและเริ่มทำงานได้แล้ว!”

“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำงาน ผมมาหาแอนนา คาร์เตอร์” ฟิลิปไม่พอใจท่าทีของอลิสันที่มีต่อเขา สายตาและน้ำเสียงของผู้หญิงคนนี้นี่มันยังไงกัน หยาบคายที่สุด! เขาขอให้ จอร์จซื้อแกลอรี่นี้เมื่อไม่นาน เขาจึงแปลกใจที่มีพนังงานที่ยิ่งยโสโอหังทำงานอยู่ที่นี่

“นายมาหาผู้จัดการของเรางั้นเหรอ?” อลิสันมองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งและขำออกมา “นายอยากจะเจอผู้จัดการ ด้วยสภาพอย่างนายนี่นะเหรอ? ทำไม? จะไปร้องเรียนกับเธองั้นเหรอ?” อะไรกันเนี่ย? ชายคนนี้ ยังไม่ได้ทำงานด้วยซ้ำและยังจะอยากร้องเรียนอีกในตอนนี้

“อะไรนะ?” ฟิลิปงุนงง เธอพูดเรื่องอะไรกัน?

“ฉันจะบอกอะไรนายให้นะ แล้วก็พวกนายที่เหลือก็เช่นกันฟังให้ดี! ซีวิล แกลลอรี่ ของเราไม่ได้ขาดแคลนคนงาน มีคนงานอพยพอีกมากที่ต่อสู้เพื่อที่จะได้เข้ามาทำงานที่นี่ อย่าคิดว่าแค่เพราะผู้จัดการคาร์เตอร์ใส่ใจพวกนาย แล้วพวกนายจะอู้งานได้ ภายใต้สายตาของฉันอลิสัน คูเปอร์พวกนายก็เป็นแค่เศษสวะ เข้าใจหรือเปล่า?”

อลิสันพ่นลมหายออกมา “โดยเฉพาะนาย นายคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงได้มาถามขอพบผู้จัดการ ถ้านายจะไม่ทำงานก็ไสหัวไปซะ!” อลิสันใช่มือซ้ายเท้าสะเอวก่อนจะใช้มือขวาชี้นิ้วไปที่ประตู

ฟิลิปโกรธจัด ในตอนนี้ลืมเรื่องโดนเข้าใจผิดว่าเป็นแรงงานอพยพไปได้เลย ตอนนี้เขายังโดนผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลมาสั่งสอนอีก แม้เขาจะควบคุมอารมณ์ได้ดีแค่ไหน แต่ตอนนี้มันกำลังจะระเบิดออกมาแล้ว

“ชื่อของคุณคืออลิสัน คูเปอร์?” ฟิลิปถามเสียงเข้ม

“ใช่แล้ว ทำไม? ไม่พอใจงั้นเหรอ? อยากจะจัดการฉันงั้นเหรอ? ฉันสามารถเรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยให้มาจับนายโยนออกไปได้ในทันที!” อลิสันกอดอกและเบิกตากว้าง ช่างเป็นขยะไร้ค่าที่ไม่รู้จักที่ยืนของตัวเองเสียจริง เพียงแค่ให้เศษเงินเล็กน้อยพวกเขาก็เข้ามาเลียแข้งเลียขาราวกับสุนัขแล้ว สภาพแวดล้อมที่อลิสันเติบโตมา มันทำให้เธอกลายเป็นคนหยิ่งยโส

“ดี ผมไม่คิดว่าคุณจะยังมีสิทธิ์อยู่ที่ซีวิล แกลลอรี่ แห่งนี้” ฟิลิปพยักหน้า ความไม่พอใจฉายออกมาทางแววตาของเขา

เมื่อได้ยินดังนั้นอลิสันหัวเราะตัวโยน “ฮ่าฮ่าฮ่า! ช่างน่าขัน! ฉันไม่มีสิทธิ์อยู่ที่นี่? แล้วยังไง นายไล่ฉันออกได้งั้นเหรอ?”

จู่ ๆ ก็มีเสียงพูดเฉียบขาดดังขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นอลิสัน? เธอเสียงดังมากไปแล้วนะ มันไม่น่าดูเลยสักนิด!”

ร่างสวยเดินเข้ามาจากไกล ๆ เธอสวมชุดทำงานของผู้หญิงสีขาว ในขณะที่ผมลอนยาวสีน้ำตาลของเธอถูกปล่อยสยายอยู่ด้านหลัง ติ่งหูสวยของเธอถูกตกแต่งไปด้วยตุ้มหูเป็นวง ๆ เธอแผ่กระจายรังสีของความสง่างามออกมา

“ผู้จัดการคาร์เตอร์คุณมาถึงสักที มีใครบางคนกำลังทำตัวเป็นปัญหา” อลิสันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาเธอ พยายามประจบประแจง
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 200

    นั่นคือธีโอ แซนเดอร์!ฟิลิปไม่รู้ว่าอะไรดีต่อตัวเขา เขากล้าดียังไงถึงไม่แสดงความเคารพ?บ๊อบเป็นคนแรกที่โกรธ เขาตะโกนใส่ฟิลิปว่า “ฟิลิป เมื่อมิสเตอร์แซนเดอร์มาที่นี่เพราะนาย ทำไมนายถึงยังนั่งอยู่? นายคิดว่านายเป็นใคร? นายไม่มีมารยาททางสัมคมเหรอ?”หลังจากที่บ๊อบตะโกนอย่างโกรธจัด เอริค อารอน และคนอื่นๆ ก็เริ่มด่าเขาเช่นกัน“ฟิลิป ยืนขึ้นและขอโทษมิสเตอร์แซนเดอร์เดี๋ยวนี้!”“ไอ้ขยะคนนั้นคิดว่าเขาเป็นคนพิเศษ”พวกเขากำลังพูดถึงฟิลิปมากขึ้นและมากขึ้นคนเหล่านี้ไม่ชอบฟิลิปมานานแล้ว ในที่สุดพวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้พูดสอดถ้าธีโอโกรธ ฟิลิปคงเสร็จแน่!อย่างไรก็ตาม ฟิลิปยกศีรษะขึ้นเล็กน้อยและมองทุกคน จากนั้นเขาก็คว้าทัพพีและตักซุปให้วินน์ เขากล่าวว่า “นี่ไม่เลว มันดีต่อร่างกายของเธอ เธอควรดื่มอีก”เวรเถอะ!บ๊อบ เดือดพลาด!ไอ้ขยะคนนี้ดูหมิ่นเขาอย่างสิ้นเชิง!เมื่อบ๊อบกำลังจะตะโกนใส่เขาอีกครั้ง ฟิลิปจึงพูดอย่างใจเย็นว่า “นั่ง”“ได้ครับ!”ธีโอถอนหายใจอย่างโล่งอกและนั่งลงอย่างมีความสุข เขานั่งถัดจากรัสเซลและพวกเขาก็พยักหน้าเมื่อสบตากันบ้าอะไรกัน?เกิดอะไรขึ้น? นี้เริ่มแปลกมากไปแล้วทุ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 199

    “ธีโอ แซนเดอร์? ธีโอ แซนเดอร์คนไหน?”"มิสเตอร์ธีโอ แซนเดอร์ จากองค์กรการกุศลธีโอดอร์?”“ราชาโลกของใต้ดินแห่งเมืองริเวอร์เดล ธีโอ แซนเดอร์ เหรอ? เขามาที่นี่ทำไม”ก่อนที่ญาติพี่น้องและรุ่นลูกหลานของครอบครัวเยทส์ที่อยู่ในลานบ้านจะฟื้นคืนสติ ทุกคนในห้องโถงเริ่มวิตกกังวลเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการและนักสะสมที่มีชื่อเสียงอย่างรัสเซล ธีโอได้โด่งดังในเมืองริเวอร์เดลเนื่องจากเขามีอำนาจทางด้านมืดหากผู้มีอำนาจเช่นนั้นไม่ได้มาที่นี่อย่างจริงใจ อาจกล่าวได้ว่าเขามาที่นี่เพื่อปลิดชีพใครบางคนเป็นเรื่องธรรมดาที่บ๊อบจะประหม่าไม่ใช่ทุกคนที่จะติดต่อกับชายผู้มีอำนาจอย่างธีโอได้ อีกอย่างคือไม่มีบุคคลธรรมดาคนไหนที่จะเชิญเขาเพื่อทำอะไรบางอย่างได้ในขณะที่ทุกคนตกตะลึง ธีโอก็เดินเข้าไปในลานบ้านด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา ชุดสูทสีขาวและหมวกทรงฟีโดราของเขาเปล่งประกายไปทั่วอาณาเขต ใครบางคนอาจจะรู้สึกเหมือนถูกภูเขาบดขยี้ด้วยการปรากฏตัวของเขาแน่นอนว่านั่นคือธีโอ แซนเดอร์ ราชาของโลกใต้ดินแห่งเมืองริเวอร์เดล!การปรากฏตัวของเขามีอำนาจเหนือทั้งงานฉลองเจสตกใจมาก นี่คือชายผู้ทรงอำนาจและมีชื่อเสียงมากในเมืองริ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 198

    'จอร์จ โธมัส คุณมันโคตรจะทำลายชีวิตฉัน!'ฟิลิปไม่สามารถปฏิเสธเขาได้ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงเตรียมตัวให้พร้อมและเดินผ่านหน้าทุกคน โดยมีวินน์อยู่ข้าง ๆ เขาเขารู้สึกได้ถึงการจ้องมองที่เย็นชาที่หลังของเขามากกว่าสิบครั้ง พวกมันแทงเข้าไปในร่างกายของเขาราวกับลูกศรพันดอกเมื่อพวกเขาอยู่ในลานบ้าน ทุกคนก็นั่งลง แน่นอนว่ารัสเซลนั่งอยู่ในห้องโถง หลังจากที่บ๊อบนั่งลงก่อนเมื่อเอริคเห็นว่าทุกคนอยู่ในห้องโถงและลานทางเดินกลาง เขาจึงตัดสินใจที่อยู่ตรงลานด้านนอก เขาเยาะเย้ยในขณะที่รู้สึกพอใจกับตัวเองว่า “ฟิลิป ไม่คิดว่าขยะอย่างนายจะรู้จักผู้ประกอบการและนักสะสมอย่างรัสเซล ช่างโชคดีเสียนี่กระไร!”แม้ว่าเขาจะยิ้ม แต่ทุกคนก็บอกได้เลยว่ามันเป็นน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการเสียดสี ฟิลิปขมวดคิ้วเล็กน้อย ความทุกข์ในใจเริ่มรุนแรงขึ้นเอริคเป็นตัวเคราะห์ร้ายของครอบครัวเยทส์ถึงกระนั้นฟิลิปก็ยังเพิกเฉยต่อเขา เขาเป็นแค่คนโง่ที่ไร้ค่า แล้วทำไมเขาต้องไปยุ่งกับเอริคด้วย?อีกด้านหนึ่ง รัสเซลเพิ่งนั่งลง เมื่อเขาเห็นฟิลิปที่มุมของลานด้านนอก กำลังถูกดูถูกโดยเอริคด้วยรอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้า เขารู้สึกกระวนกระวายใจคนฉ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 197

    บ๊อบรู้สึกตื่นเต้นมากในขณะนี้รัสเซลอยู่ที่นี่และให้ของขวัญเป็นภาพ 'กุ้ง' โดยฉี ไป่ซี่ นี่เป็นของขวัญล้ำค่า!ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถให้ของขวัญที่หรูหราเช่นนี้ได้ทุกคนเดินตามบ๊อบและออกมาที่ลานด้านนอก จากนั้นพวกเขาก็มาถึงทางเข้าคฤหาสน์เอริคเป็นคนสุดท้ายที่มาถึง เมื่อเห็นว่าฟิลิปไม่ขยับตัวตามมา เขาก็พูดอย่างเกลียดชังว่า “เป็นอะไรไป? คนสำคัญอย่างรัสเซล ฟิลด์ อยู่ที่นี่ นายไม่อยากไปต้อนรับเขาเหรอ?”ผู้ชายคนนี้มีตะปูที่ก้นของเขาเหรอ?เขายังนั่งอยู่กับที่ได้อย่างไร?หลังจากเสียงเตือนของเอริค ฟิลิปครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และได้ข้อสรุปว่าคำพูดของเอริคนั้นสมเหตุสมผล เขาลุกขึ้นและตามวินน์ไปพร้อม ๆ กับผู้คนที่เหลือ อย่างไรก็ตามเขายืนห่างจากฝูงชนเพียงไม่กี่เมตร เขาไม่ต้องการที่จะไปอยู่ด้านหน้า ฟิลิปไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องแบบนี้ทุกคนยืนที่ประตูด้วยความเคารพ รถมายบัคสีดำหยุดอยู่ที่ทางเข้าทันใดนั้นประตูรถก็เปิดออกและรัสเซลก็ลงมาจากรถด้วยใบหน้ายิ้มแย้มบ๊อบเดินออกไปพร้อมกับยิ้มกว้างบนใบหน้า เขากางมือและกล่าวด้วยความเคารพว่า “มิสเตอร์ฟิลด์ ฉันไม่ได้คาดคิดว่าคนสำคัญเช่นคุณจะมาที่

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 196

    ปังประตูห้องน้ำเปิดออก และเจสก็เข้ามาเมื่อนางเห็นภาพตรงหน้าเธอจึงหันหลังเดินจากไป ก่อนที่เธอจะจากไป อย่างไรก็ตามเธอหันกลับมาและพูดว่า “พวกนายแต่งงานมานานแล้ว หาที่ที่ดีกว่านี้ ถ้าพวกนายอยากลึกซึ้งระหว่างกัน”หลังจากที่เจสจากไป ฟิลิปพูดด้วยความรำคาญว่า “ต้องมีอะไรผิดปกติกับความคิดของผู้หญิงคนนี้ เธอทนไม่ได้ที่เห็นสามีและภรรยามีความสุขกัน”วินน์กลอกตามองเขาและเดินเข้ามาหาเขา เธอยืดหลังให้ตรงและติดกระดุมเสื้อให้เขาฟิลิปอยากจะสานต่อแต่วินน์ปัดมือของเขาออก “หยุด หาเศษหาเลย ไปกันเถอะ."ฟิลิปยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ เขาบ่นว่า “เราเป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว เธอกลัวอะไร?"วินน์หันกลับมาและแสดงรอยยิ้มที่พึงพอใจ เธอดูเย้ายวนภายใต้แสงแดดเมื่อพวกเขากลับมาที่งานเลี้ยง ก็ใกล้จะสิ้นสุดแล้วฟิลิปเพิ่งนั่งลงได้หนึ่งนาทีเมื่อได้รับข้อความจากจอร์จ'นายน้อยพร้อมแล้ว รอการเซอร์ไพรส์ก่อนนะครับ'แปลกมันหมายความว่าอย่างไร?ฟิลิปตอบอย่างรวดเร็วว่า 'จอร์จ คุณหมายความว่าอย่างไร?'ในขณะนี้ จอร์จนั่งอยู่บนรถเบนท์ลีย์และกำลังเดินทางไปยังหมู่บ้านเยทส์เขาตอบว่า 'นายน้อย คุณเป็นตัวละครหลักของฉลองของคร

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 195

    เอริคอ้าปากค้าง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก เขาชี้ไปที่ฟิลิปและพูดว่า “เวรเถอะ! นายพูดว่าอะไรนะฟิลิป? นายกำลังจะพาวินน์ไปที่นั่นเหรอ? นายจะพาเธอไปที่นั่นได้อย่างไร? นายมันก็แค่เศษขยะ!“นายรู้ไหมว่าคฤหาสน์เซอร์รัสเป็นสถานที่แบบไหน? มันเป็นคฤหาสน์ที่ลึกลับที่สุดในเมืองริเวอร์เดล! เจ้าของใช้เงินหนึ่งพันล้านในการสร้าง!“นายกำลังจะบอกว่านายมีคุณสมบัติที่จะได้รับเชิญไปงานปาร์ตี้ด้วยเหรอ?”เอริคไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เขาพูดคำพูดที่เลวร้ายและคำเหน็บแนมทุกประเภทเขาดึงดูดความสนใจของคนจำนวนหนึ่งได้ในเวลาเพียงไม่นาน พวกเขาเริ่มหัวเราะเยาะฟิลิปเช่นกันฟิลิปเพิ่งทำให้ตัวเองอับอาย!เขายังคงพยายามโอ้อวดแม้ว่าทุกสิ่งจะมาถึงจุดนี้แล้วใบหน้าของวินน์ก็ถูกเผาไหม้ด้วยความอับอายเช่นกัน เธอเตะฟิลิปใต้โต๊ะเพื่อบอกให้เขาหยุดพูดเธออายเป็นอย่างมากแล้ว แต่ฟิลิปไม่ยอมหยุดพูด!เขาจะหยุดหลังจากที่เขามีปัญหากับทุกคนเหรอ?เมื่อเธอคิดถึงเรื่องนี้ วินน์ก็เริ่มโกรธอย่างไรก็ตาม เธอยังคงพอทนกับฟิลิปได้ เธอพูดเบา ๆ ว่า “พอแล้ว หยุดพูด นายอยากให้เราดูโง่เหรอ?”ฟิลิปพูดไม่ออก เขาจับจมูกของเขาและพยักหน้า

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 16

    “ก่อปัญหา?” แอนนาขมวดคิ้ว บรรยากาศของเธอเย็นลง ราวกับว่าอุณหภูมิรอบข้างลดลงอีกองศาหนึ่ง ใครก็ตามที่กล้าก่อปัญหาที่ซีวิลแกลลอรี่ต้องกล้ามาก! เมื่ออลิสันเห็นปฏิกิริยาของแอนนา ปากของเธอก็โค้งเป็นรอยยิ้มที่ร้ายกาจ เธอชี้ไปที่ฟิลิปผู้ที่เอามือล้วงกระเป๋า ขณะที่เขายืนอย่างสบาย ๆ และพูดว่า "ถูกต้อง นั่นค

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 14

    ฟิลิปนิ่งคิดก่อนที่จะพูดขึ้น “ผมจะยังไม่เจอเขาตอนนี้ ไว้ค่อยคุยกันโอกาสหน้าแล้วกัน”แอนนาตอบกลับ “เข้าใจแล้วค่ะมิสเตอร์คลาร์ก” หลังจากวางสาย ฟิลิปนั่งลงที่โถงทางเดินและผล็อยหลับไปเช้าวันถัดมา วินน์พูดกับเขาอย่างเย็นชา “ฉันจะพามิล่ากลับบ้านบ่ายนี้ คุณจะไปกับฉันไหม?”ฟิลิปพยักหน้า ยิ้มให้เธออย่า

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 13

    “ในเมื่อมิสเตอร์คลาร์กไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมก็จะไม่รบกวนพวกคุณต่อขอให้สนุกให้เต็มที่นะครับ” จู่ ๆ คาเวียร์ก็เข้ามาพร้อมกับของขวัญแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้ทุกคนตกตะลึงชาลส์กระแอมขึ้นมา ในมือยังคงถือถือบัตรแล้วถามขึ้น “มีใครในนี้ที่รู้จักมิสเตอร์คลาร์กบ้าง?”ทุกคนส่ายหน้า คน ๆ นั้นจะต้องมีอำนาจถ

  • ทายาทอันดับหนึ่ง   บทที่ 12

    มองดูผู้คนที่ส่งเสียงเกรียวกราว วินน์รู้สึกราวกับนั่งอยู่บนเข็ม ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่าฟิลิปเตรียมอะไรมา แต่เขาก็บอกกับเธอว่ามันคือภาพวาดฟิลิปไม่ใช่คนโง่ดังนั้นเขาจึงเตรียมภาพวาดที่ได้มาจากรัสเซล แต่น่าเสียดายที่วินน์ไม่ได้รู้ เธอคิดว่าฟิลิปคงซื้อภาพวาดทั่ว ๆ ไปมาเท่านั้น แต่ตอนนี้ เอเดนได้มอบภาพวาดข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status