หมอหญิงทะลุมิติ เปิดสำนักแพทย์

หมอหญิงทะลุมิติ เปิดสำนักแพทย์

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-08-15
โดย:  เจ้าสำนักอัปเดตเมื่อครู่นี้
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
100บท
175views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

จากศัลยแพทย์มือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด... สู่หญิงสาวในยุคโบราณที่กำลังถูกขายเป็นอนุ

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 : ตื่นมาในเกี้ยวขายตัว

ตอนที่ 1 : ตื่นมาในเกี้ยวขายตัว

หลินเยว่ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด กลิ่นอับชื้นของผ้าเก่า กลิ่นไม้ผุ และกลิ่นเหงื่อคนปะปนกันจนทำให้นางแทบอาเจียน

สิ่งแรกที่รับรู้ไม่ใช่ภาพตรงหน้า แต่เป็นความเจ็บ

เจ็บที่ข้อมือ

เจ็บที่ไหล่

เจ็บที่ท้ายทอยราวกับถูกของแข็งฟาดอย่างแรง

นางพยายามขยับตัวตามสัญชาตญาณของคนที่เคยผ่านห้องผ่าตัดฉุกเฉินนับไม่ถ้วน ทว่าเพียงขยับปลายนิ้ว เชือกหยาบที่มัดข้อมือไว้ก็เสียดสีกับผิวจนแสบ ปากถูกอุดด้วยผ้าก้อนหนึ่งแน่นหนา ลมหายใจผ่านจมูกได้เพียงเล็กน้อย ร่างกายหนักอึ้งคล้ายเพิ่งได้รับยากดประสาท

ไม่ใช่โรงพยาบาล

ไม่ใช่ห้องผ่าตัด

ไม่ใช่รถพยาบาล

ก่อนหมดสติ นางจำได้ชัดเจนว่าตนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดฉุกเฉิน หลังยืนผ่าตัดติดต่อกันเจ็ดชั่วโมง คนไข้ชายวัยกลางคนถูกแทงเข้าช่องท้อง เสียเลือดมาก ม้ามแตก ลำไส้ฉีก นางกับทีมแพทย์ยื้อชีวิตเขาจนสัญญาณชีพกลับมาคงที่

หลังเปลี่ยนชุด ล้างมือ และเดินออกจากโรงพยาบาล ฝนตกหนัก ถนนลื่น ไฟหน้ารถบรรทุกสาดเข้าตา เสียงเบรกดังสนั่น

จากนั้นก็มีแต่ความมืด

หลินเยว่พยายามสูดหายใจลึก แต่มีกลิ่นยาสลบจาง ๆ ติดอยู่ในลำคอ นางขมวดคิ้วทันที แม้สมองยังหนักอึ้ง แต่ประสบการณ์ทางการแพทย์ทำให้นางแยกแยะได้ว่าอาการอ่อนแรงนี้ไม่ใช่เพียงบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ร่างนี้ถูกวางยา หรือไม่ก็สูดดมบางอย่างที่ทำให้หมดสติ

เสียงล้อไม้บดถนนดังเอี๊ยดอ๊าดอยู่ใต้ตัว

ร่างของนางโคลงไปมาตามแรงเคลื่อน

นี่คือเกี้ยว

เกี้ยวเก่า ๆ หลังหนึ่ง

หัวใจของหลินเยว่เต้นแรงขึ้น นางบังคับตนเองให้สงบ อย่าตื่นตระหนก อย่าใช้แรงเปลือง อย่าทำให้คนข้างนอกรู้ว่าฟื้นแล้ว

ในห้องฉุกเฉิน สิ่งที่ฆ่าคนได้เร็วที่สุดบางครั้งไม่ใช่บาดแผล แต่คือความแตกตื่น

นางค่อย ๆ หลับตาลงอีกครั้ง ทำทีเหมือนยังหมดสติ แล้วเริ่มประเมินสถานการณ์

มือถูกมัดไว้ด้านหน้า ไม่ใช่ด้านหลัง แสดงว่าคนจับตัวไม่ได้ระวังมากนัก ปากถูกอุดแต่ไม่ได้มัดตา เสื้อผ้าที่สวมไม่ใช่ชุดแพทย์ หากเป็นชุดผ้าหยาบแบบโบราณ แขนเสื้อกว้าง กลิ่นฝุ่นและกลิ่นธูปจาง ๆ ติดอยู่กับเนื้อผ้า

ทันใดนั้น ความทรงจำแปลกประหลาดจำนวนมากก็ทะลักเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำหลาก

เด็กหญิงคนหนึ่งคุกเข่าอยู่กลางลานบ้าน ถูกหญิงวัยกลางคนตบหน้าจนล้ม

เสียงแม่เลี้ยงเย็นชาดังขึ้นว่า "เจ้าเป็นเพียงลูกอนุ กินข้าวบ้านหลินมาตั้งหลายปี ถึงเวลาตอบแทนแล้ว"

ชายชราพุงพลุ้ยหัวเราะลามก ดวงตาไล่มองร่างเด็กสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

สัญญาขายตัว

หนี้สิน

บุตรสาวอนุ

ตระกูลขุนนางตกอับ

ชื่อหลินเยว่

ชื่อเดียวกับนาง

ร่างนี้อายุสิบหกปี เป็นบุตรสาวของอนุผู้ล่วงลับ บิดาเคยเป็นขุนนางเล็ก ๆ แต่ถูกปลด แม่เลี้ยงเห็นว่านางไร้ประโยชน์ จึงขายนางให้พ่อค้าชราต่างเมืองเพื่อใช้หนี้ คนในบ้านหลินเรียกสิ่งนี้ว่าแต่งออกไปเป็นอนุ แต่แท้จริงแล้วไม่ต่างจากการขายคนทั้งเป็น

หลินเยว่ใจเย็นลงอย่างประหลาด

นางไม่รู้ว่าตนตายแล้วหรือไม่ ไม่รู้ว่านี่คือความฝันหรือโลกอื่น แต่นางรู้เพียงอย่างเดียว

ถ้าไม่หนีตอนนี้ ร่างนี้จะถูกส่งไปอยู่ในจวนพ่อค้าชรา

และชีวิตของนางจะจบลงตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

เสียงคนข้างนอกดังลอดผ้าม่านเข้ามา

"พักก่อนเถอะ เดินทางมาครึ่งวันแล้ว ข้าหิวจนไส้จะขาด"

"ไม่ได้ นายท่านสั่งให้ส่งตัวก่อนค่ำ"

"นางถูกวางยาไปตั้งมาก ยังไม่ฟื้นง่าย ๆ หรอก พักแค่ครู่เดียวจะเป็นไร"

เกี้ยวหยุดลงอย่างแรงจนร่างของหลินเยว่กระแทกผนังไม้ นางกลั้นเสียงครางไว้ได้ทัน

มีเสียงฝีเท้าหลายคน เสียงวางห่อสัมภาระ เสียงคนรินน้ำ และเสียงหัวเราะหยาบคาย

"เด็กสาวบ้านขุนนางนี่ผิวพรรณไม่เลวจริง ๆ เสียดายต้องส่งให้ตาเฒ่าแซ่เฉียน"

"อย่าพูดมาก เงินค่าจ้างยังอยู่ในมือเขา หากของหาย พวกเราหัวหลุดแน่"

หลินเยว่ค่อย ๆ ขยับข้อมือ เชือกแน่นมาก แต่ไม่ถึงขั้นตัดเลือด นางใช้ปลายนิ้วคลำปมเงียบ ๆ ขณะเดียวกันก็กวาดตามองผ่านช่องผ้าม่านที่แง้มอยู่เล็กน้อย

มีชายสี่คน

สองคนรูปร่างแข็งแรง อีกคนผอมสูง อีกคนอายุราวสี่สิบกว่า ใบหน้าซีดคล้ำ รูปร่างอ้วนเล็กน้อย กำลังนั่งกุมหน้าอกอยู่ใต้ต้นไม้

สายตาของหลินเยว่หยุดที่ชายคนนั้น

เขาหายใจเร็วผิดปกติ ไหล่ยกตามจังหวะหายใจ เหงื่อแตกเต็มหน้าผากทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อนมาก ริมฝีปากเริ่มซีด มือซ้ายกดกลางอก สีหน้าเจ็บปวด

อาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน

อาจเป็นหัวใจขาดเลือด

หรืออย่างน้อยก็ภาวะเสี่ยงรุนแรง

หลินเยว่ตัดสินใจในเสี้ยวลมหายใจ

นี่คือโอกาสเดียวของนาง

นางขยับตัวแรงขึ้นจนเกี้ยวสั่น ชายที่อยู่ใกล้ที่สุดหันขวับ

"นางฟื้นแล้ว"

ผ้าม่านถูกกระชากเปิด แสงสว่างแยงตาจนหลินเยว่ต้องหรี่ตา ชายร่างใหญ่คนหนึ่งยื่นมือเข้ามาจะจับคางนาง

"ตื่นแล้วก็ดี อย่าเล่นลูกไม้ ไม่เช่นนั้นข้าจะตีเจ้าจนสลบอีก"

หลินเยว่ส่งเสียงอู้อี้เพราะปากยังถูกอุด นางจ้องชายที่กุมหน้าอกอยู่ แล้วดิ้นเหมือนต้องการพูด

ชายร่างใหญ่หัวเราะ "อยากร้องขอชีวิตหรือ"

นางส่ายหน้าแรง ๆ แล้วพยายามใช้สายตาชี้ไปทางคนป่วย

ชายผอมสูงสังเกตเห็นก่อน เขาขมวดคิ้วแล้วหันไปมองสหาย

"เหล่าเจียง สีหน้าเจ้าไม่ดีเลย"

ชายที่ถูกเรียกว่าเหล่าเจียงโบกมือ แต่ยังหายใจหอบ "ไม่เป็นไร แค่แน่นอกนิดหน่อย"

หลินเยว่ดิ้นอีกครั้ง คราวนี้ส่งเสียงในลำคออย่างเร่งร้อน

ชายร่างใหญ่ลังเล ก่อนจะดึงผ้าในปากนางออกอย่างรำคาญ

ทันทีที่ปากเป็นอิสระ หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก เสียงของนางแหบแห้งแต่หนักแน่น

"เขากำลังจะตาย"

บรรยากาศเงียบไปชั่วขณะ

จากนั้นทุกคนก็หัวเราะ

"นังเด็กบ้า เจ้าคิดจะหลอกพวกข้าหรือ"

หลินเยว่มองชายคนนั้นไม่กะพริบ "เจ็บกลางอก ร้าวไปแขนซ้ายหรือกราม หายใจไม่อิ่ม เหงื่อแตก ตัวเย็น ใจสั่น ใช่หรือไม่"

เสียงหัวเราะหยุดลง

เหล่าเจียงเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ดวงตาเบิกกว้าง

"เจ้า...เจ้ารู้ได้อย่างไร"

หลินเยว่กล่าวช้า ๆ "ถ้ายังให้เขาเดิน ให้เขาโมโห หรือปล่อยให้นอนราบ เขาอาจตายก่อนถึงเมืองหน้า"

ชายผอมสูงหน้าซีดทันที "เหล่าเจียง เจ้าเจ็บแบบนั้นจริงหรือ"

เหล่าเจียงยังไม่ทันตอบ ร่างของเขาก็กระตุก มือกำเสื้อหน้าอกแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยว ก่อนจะทรุดลงข้างต้นไม้

"เหล่าเจียง!"

ชายทั้งสามแตกตื่น รีบกรูกันเข้าไปล้อม หลินเยว่ตะโกนทันที

"อย่าจับเขานอนราบ ให้เขานั่งพิงต้นไม้ คลายเสื้อ อย่าให้คนมุงจนหายใจไม่ออก"

น้ำเสียงของนางเฉียบขาดราวกับสั่งพยาบาลในห้องฉุกเฉิน ชายเหล่านั้นชะงักโดยไม่รู้ตัว

ชายร่างใหญ่หันมาจ้องนาง "เจ้ารักษาได้หรือ"

"ข้าประคองชีวิตเขาได้ชั่วคราว แต่ต้องแก้มัดให้ข้า"

"ไม่มีทาง"

หลินเยว่หัวเราะเย็น "เช่นนั้นก็เตรียมขุดหลุมฝังเขา ข้าเป็นหญิงตัวเล็ก มือถูกมัด ปากเพิ่งถูกเปิด พวกเจ้าสามคนยังกลัวข้าหนีต่อหน้าต่อตาหรือ"

เหล่าเจียงหอบหนักขึ้น เสียงครางลอดไรฟันออกมา

ชายผอมสูงร้อนใจ "แก้มัดนางก่อนเถอะ หากเหล่าเจียงตาย พวกเรากลับไปก็อธิบายไม่ได้เหมือนกัน"

ชายร่างใหญ่กัดฟัน สุดท้ายใช้มีดตัดเชือกที่ข้อมือนาง แต่ยังจับแขนนางไว้แน่น

"ถ้าเจ้ากล้าเล่นตุกติก ข้าหักคอเจ้าแน่"

หลินเยว่ไม่ตอบ นางลงจากเกี้ยวอย่างโซเซ ร่างนี้ยังอ่อนแรงจากยา ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ แต่แววตากลับสงบนิ่ง

นางเดินไปหาเหล่าเจียง คุกเข่าลงข้างตัวเขา ใช้หลังมือแตะหน้าผาก ตรวจสีหน้า ตรวจการหายใจ จับชีพจรตรงข้อมือ แม้วิธีจับชีพจรแบบแพทย์แผนโบราณไม่ใช่สิ่งที่นางถนัด แต่นางประเมินจังหวะหัวใจคร่าว ๆ ได้จากความเร็วและความสม่ำเสมอ

ชีพจรเร็ว เหงื่อเย็น หายใจถี่ เจ็บหน้าอกมาก

ไม่มีเครื่องตรวจคลื่นหัวใจ ไม่มีออกซิเจน ไม่มีไนโตรกลีเซอริน ไม่มีห้องสวนหัวใจ

สิ่งที่ทำได้มีจำกัด

แต่จำกัดไม่ได้แปลว่าทำอะไรไม่ได้

"ให้เขานั่งพิง อย่าขยับมาก" หลินเยว่สั่ง "เจ้าคลายสายคาดเอวเขา เจ้าเอาพัดมา พัดเบา ๆ อย่าแรงเกินไป เจ้าไปดูแถวนี้ว่ามีสมุนไพรกลิ่นฉุน ใบสะระแหน่ป่า ขิง หรือเปลือกส้มแห้งหรือไม่ เอาอะไรก็ได้ที่ช่วยให้เขารู้สึกโล่งขึ้น"

ชายร่างใหญ่ขมวดคิ้ว "ของพวกนั้นรักษาโรคได้หรือ"

"รักษาไม่ได้ แต่ช่วยให้เขาสงบ ลดอาการแน่น ลดความตื่นตระหนก และทำให้เขาหายใจดีขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คืออย่าให้หัวใจทำงานหนัก"

คำพูดบางคำพวกเขาฟังไม่เข้าใจ แต่ท่าทางมั่นใจของนางทำให้ไม่มีใครกล้าเถียง

หลินเยว่หันไปหาเหล่าเจียง เสียงนางอ่อนลง

"มองข้า หายใจช้า ๆ อย่าพยายามพูด หายใจเข้าทางจมูก ค่อย ๆ ผ่อนออก"

เหล่าเจียงพยายามทำตาม ใบหน้าเขายังซีด แต่ความตื่นตระหนกลดลงเล็กน้อย

หลินเยว่ใช้ปลายนิ้วกดบริเวณจุดบนข้อมือด้านในเพื่อช่วยเบี่ยงความเจ็บและลดความกังวล แม้นางไม่เชื่อว่าการกดจุดแทนการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ได้ แต่ในสถานการณ์ไร้อุปกรณ์ การสัมผัสที่มั่นคงและการควบคุมลมหายใจช่วยให้ผู้ป่วยสงบลงจริง

ไม่นานชายผอมสูงก็กลับมาพร้อมใบไม้กลิ่นเย็นและขิงแก่ชิ้นเล็ก ๆ จากห่ออาหาร

หลินเยว่ให้เหล่าเจียงเคี้ยวขิงเพียงเล็กน้อย แล้วใช้ใบกลิ่นเย็นขยี้ใกล้จมูกให้เขาสูดดม นางกำชับไม่ให้กินมากเกินไป เพราะไม่รู้สภาพร่างกายอื่นของเขา

เวลาผ่านไปช้าเหมือนหยดน้ำ

อาการเจ็บหน้าอกของเหล่าเจียงยังไม่หาย แต่ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอขึ้น เหงื่อหยุดไหลพราก สีหน้าดีขึ้นเล็กน้อย

ชายทั้งสามมองหลินเยว่ด้วยสายตาเปลี่ยนไป

จากเหยื่อ

กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เข้าใจ

ชายร่างใหญ่ถามเสียงต่ำ "เจ้ารู้วิชาแพทย์จริงหรือ"

หลินเยว่เงยหน้าขึ้น ดวงตาดำขลับเย็นเยียบ

"ข้าเคยบอกแล้วหรือว่าข้าไม่รู้"

"แต่บ้านหลินบอกว่าเจ้าเป็นแค่คุณหนูไร้ค่า"

หลินเยว่หัวเราะเบา ๆ "บ้านหลินรู้จักข้าเท่าไรเชียว"

นางกวาดตามองทุกคน แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกลับ

"อาจารย์ของข้าไม่ให้เปิดเผยตน เดิมทีข้าไม่คิดยุ่งกับพวกเจ้า แต่หากคนตายต่อหน้าข้า วิญญาณอาฆาตจะตามติดผู้ที่ขวางการรักษา พวกเจ้าคิดเอาเองว่าจะส่งตัวข้าไปขาย หรือจะปล่อยให้ข้าช่วยคนจนสุดทาง"

ชายผอมสูงกลืนน้ำลาย

ยุคนี้ผู้คนเชื่อเรื่องเทพ เซียน คำสาป และหมอลึกลับมากกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หลินเยว่รู้จากความทรงจำของร่างเดิมดี

นางจึงใช้สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดเป็นเกราะกำบัง

ชายร่างใหญ่ยังไม่ยอมแพ้ "ต่อให้เจ้ารักษาเหล่าเจียงได้ ข้าก็ต้องส่งเจ้าต่อ"

หลินเยว่เอียงหน้าเล็กน้อย "เขายังไม่พ้นอันตราย หากเดินทางทันที อาจกำเริบระหว่างทาง ถึงตอนนั้นต่อให้ข้าอยู่ก็ช่วยไม่ทัน ต้องพักอย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม และข้าต้องเก็บสมุนไพรเพิ่ม"

"ข้าไปเก็บเอง"

"เจ้ารู้หรือว่าสมุนไพรชนิดใดใช้ได้ ชนิดใดมีพิษ"

ชายร่างใหญ่เงียบ

หลินเยว่กล่าวต่อ "มัดข้อเท้าข้าไว้ก็ได้ ให้คนตามสองคน ข้าไม่หนีหรอก ชีวิตสหายเจ้าอยู่ในมือข้า"

เหล่าเจียงที่นั่งพิงต้นไม้ฝืนลืมตาขึ้น เขาพูดเสียงแผ่ว

"ให้...ให้นางไปเถอะ"

ชายร่างใหญ่สบถคำหนึ่ง ก่อนชี้ชายผอมสูงกับอีกคน

"พวกเจ้าไปคุมไว้ หากนางหนี จับกลับมาให้ได้"

หลินเยว่ก้มหน้าซ่อนแววตา

นางเดินเข้าป่าข้างทางโดยมีชายสองคนตามหลัง มือยังเจ็บจากรอยเชือก ขายังไร้เรี่ยวแรง แต่ทุกก้าวที่เหยียบลงบนดินชื้นทำให้นางรู้สึกชัดเจนขึ้น

นางยังมีชีวิต

และเมื่อนางยังมีชีวิต นางจะไม่ยอมให้ใครขายนางเหมือนสิ่งของ

ป่าข้างทางไม่รกมาก มีพุ่มไม้เตี้ยและต้นไม้ใหญ่ขึ้นประปราย แสงแดดลอดผ่านใบไม้เป็นริ้ว หลินเยว่ก้มลงเด็ดใบไม้บางชนิดที่มีกลิ่นฉุนใส่ชายเสื้อ ทำทีพิจารณาอย่างจริงจัง

ชายผอมสูงถาม "นั่นใช้รักษาได้หรือ"

"ใช้ได้บางส่วน"

"แล้วต้นนี้เล่า"

"มีพิษ กินเข้าไปอาจปวดท้อง อาเจียน หรือร้ายแรงกว่านั้น"

ชายทั้งสองผงะถอยทันที

หลินเยว่ก้มหน้าต่อ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย

พวกเขาไม่รู้สมุนไพร

ไม่รู้พิษ

ไม่รู้แพทย์

และไม่รู้ว่านางกำลังมองทางหนี

ด้านหน้าเป็นเนินลาดลงไปสู่ลำธารเล็ก ๆ เสียงน้ำไหลดังแผ่ว ๆ พื้นดินชื้นและลื่น มีพงหญ้าสูงพอซ่อนร่างได้

หลินเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก นับจังหวะในใจ

หนึ่ง

สอง

สาม

นางแกล้งร้องตกใจ "งู!"

ชายทั้งสองสะดุ้งพร้อมกัน คนหนึ่งชักมีดออก อีกคนกระโดดถอยหลัง

เพียงเสี้ยววินาทีนั้น หลินเยว่คว้าดินชื้นปาใส่หน้าชายผอมสูง แล้วหมุนตัววิ่งลงเนินทันที

"นางหนี!"

เสียงตะโกนดังไล่หลัง

หลินเยว่กัดฟันวิ่งสุดแรง ร่างนี้อ่อนแอเกินไป ปอดแสบ ขาเหมือนจะทรุดทุกขณะ แต่นางไม่หยุด นางรู้ดีว่าหากถูกจับกลับไป คราวนี้คงไม่มีโอกาสครั้งที่สอง

กิ่งไม้เกี่ยวแขนจนเลือดซึม ชายกระโปรงขาดเป็นทาง นางลื่นล้มลงบนดิน กลิ้งลงเนินจนไหล่กระแทกหิน เจ็บจนตาพร่า แต่ยังตะเกียกตะกายลุกขึ้น

เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ตามมาไม่ไกล

หลินเยว่วิ่งข้ามลำธาร น้ำเย็นจัดกัดผิวเท้า นางจงใจเหยียบก้อนหินกลางน้ำแล้วเลี้ยวไปอีกทาง หวังให้รอยเท้าขาดช่วง จากนั้นมุดเข้าไปในพงหญ้าสูง ก้มต่ำ กลั้นหายใจ

ชายสองคนวิ่งตามมาถึงลำธาร

"นางไปทางไหน"

"ข้าเห็นรอยเท้าตรงนั้น"

"เร็วเข้า หากพี่ใหญ่รู้ว่าเราทำคนหาย พวกเราตายแน่"

เสียงฝีเท้าวิ่งห่างออกไปอีกด้านหนึ่ง

หลินเยว่นั่งนิ่งอยู่ในพงหญ้า ไม่กล้าขยับแม้ปลายนิ้ว เลือดจากแผลที่แขนไหลลงถึงข้อมือ หัวใจเต้นดังจนเหมือนจะทะลุอก

นางรอจนเสียงทั้งหมดหายไป จึงค่อย ๆ คลานออกมา

ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี

นางไม่รู้ทาง ไม่รู้เมือง ไม่รู้ว่าโลกนี้มีกฎหมายอย่างไร แต่รู้ว่าต้องหาที่ซ่อน ต้องหาอาหาร น้ำ และเสื้อผ้าที่ไม่สะดุดตา

หลินเยว่เดินเลียบลำธารไปเรื่อย ๆ จนพบทางดินสายเล็ก นางตามทางนั้นไปอย่างระมัดระวัง ผ่านทุ่งร้าง ผ่านกระท่อมเก่า ผ่านป้ายหินที่สลักชื่อเมืองซึ่งนางอ่านจากความทรงจำของร่างเดิมได้อย่างยากลำบาก

เมืองชิงเหอ

เมืองเล็กริมทางค้าขาย

เมื่อกำแพงเมืองปรากฏในสายตา หลินเยว่เกือบทรุดลงด้วยความโล่งใจ แต่เพียงเดินเข้าใกล้ประตูเมือง นางก็หยุดฝีเท้าทันที

หน้าประตูมีผู้คนมุงดูประกาศแผ่นหนึ่ง

กระดาษเหลืองถูกติดไว้บนกระดานไม้ ตัวอักษรดำเด่นชัด

"ตามจับหญิงหลบหนีจากสัญญาขายตัว ชื่อหลินเยว่ อายุสิบหกปี รูปร่างผอมบาง ใบหน้าขาว มีผู้ใดพบเห็นให้แจ้งทางการหรือส่งตัวแก่ผู้ว่าจ้าง จะได้รับเงินรางวัลห้าตำลึง"

เลือดในกายของหลินเยว่เย็นวาบ

นางเพิ่งหนีจากเกี้ยวขายตัว

แต่โลกทั้งใบตรงหน้า กลับประกาศว่านางคือทรัพย์สินที่หลบหนี

หลินเยว่ก้มหน้าลงทันที ปล่อยผมยุ่ง ๆ ให้บดบังใบหน้า มือข้างหนึ่งกดแผลที่แขน อีกข้างกำชายเสื้อแน่น

ไม่มีเงิน

ไม่มีเอกสาร

ไม่มีคนรู้จัก

ไม่มีที่พึ่ง

นางยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา เสียงตลาดด้านในดังแว่วออกมา ทั้งเสียงพ่อค้าเรียกลูกค้า เสียงล้อเกวียน เสียงเด็กหัวเราะ และเสียงทหารยามพูดคุยกัน

สำหรับคนอื่น นี่คือเมืองธรรมดา

แต่สำหรับหลินเยว่ นี่คือสนามรบแห่งแรกของชีวิตใหม่

นางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตาที่เคยจับมีดผ่าตัดมานับครั้งไม่ถ้วนสงบนิ่งลงอีกครั้ง

ในเมื่อโลกนี้บอกว่านางเป็นของผู้อื่น

นางก็จะพิสูจน์ให้โลกนี้เห็น

ชีวิตของหลินเยว่ เป็นของหลินเยว่เท่านั้น

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
100
ตอนที่ 1 : ตื่นมาในเกี้ยวขายตัว
ตอนที่ 1 : ตื่นมาในเกี้ยวขายตัวหลินเยว่ลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืด กลิ่นอับชื้นของผ้าเก่า กลิ่นไม้ผุ และกลิ่นเหงื่อคนปะปนกันจนทำให้นางแทบอาเจียนสิ่งแรกที่รับรู้ไม่ใช่ภาพตรงหน้า แต่เป็นความเจ็บเจ็บที่ข้อมือเจ็บที่ไหล่เจ็บที่ท้ายทอยราวกับถูกของแข็งฟาดอย่างแรงนางพยายามขยับตัวตามสัญชาตญาณของคนที่เคยผ่านห้องผ่าตัดฉุกเฉินนับไม่ถ้วน ทว่าเพียงขยับปลายนิ้ว เชือกหยาบที่มัดข้อมือไว้ก็เสียดสีกับผิวจนแสบ ปากถูกอุดด้วยผ้าก้อนหนึ่งแน่นหนา ลมหายใจผ่านจมูกได้เพียงเล็กน้อย ร่างกายหนักอึ้งคล้ายเพิ่งได้รับยากดประสาทไม่ใช่โรงพยาบาลไม่ใช่ห้องผ่าตัดไม่ใช่รถพยาบาลก่อนหมดสติ นางจำได้ชัดเจนว่าตนเพิ่งออกจากห้องผ่าตัดฉุกเฉิน หลังยืนผ่าตัดติดต่อกันเจ็ดชั่วโมง คนไข้ชายวัยกลางคนถูกแทงเข้าช่องท้อง เสียเลือดมาก ม้ามแตก ลำไส้ฉีก นางกับทีมแพทย์ยื้อชีวิตเขาจนสัญญาณชีพกลับมาคงที่หลังเปลี่ยนชุด ล้างมือ และเดินออกจากโรงพยาบาล ฝนตกหนัก ถนนลื่น ไฟหน้ารถบรรทุกสาดเข้าตา เสียงเบรกดังสนั่นจากนั้นก็มีแต่ความมืดหลินเยว่พยายามสูดหายใจลึก แต่มีกลิ่นยาสลบจาง ๆ ติดอยู่ในลำคอ นางขมวดคิ้วทันที แม้สมองยังหนักอึ้ง แต่ประสบการณ์ท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2 ตรอกตะวันออก
ตอนที่ 2 ตรอกตะวันออกแสงอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ สาดลงเหนือกำแพงเมืองชิงเหอผู้คนเริ่มหลั่งไหลเข้าออกประตูเมือง เสียงเกวียน เสียงพ่อค้า และเสียงคนเรียกลูกค้าดังปะปนกันจนกลบเสียงนกร้องหลินเยว่ยืนหลบอยู่หลังเกวียนบรรทุกฟืน ดวงตาจับจ้องประกาศตามจับที่ติดอยู่ข้างประตูเมืองกระดาษแผ่นนั้นยังอยู่ชื่อของนางยังอยู่หากเดินผ่านไปตรง ๆ ย่อมมีโอกาสถูกจำได้หลินเยว่ก้มหน้าลง ใช้โคลนริมทางป้ายใบหน้าและลำคอให้หม่นคล้ำ จากนั้นดึงชายผ้าขาดรุ่งริ่งขึ้นคลุมศีรษะแม้ไม่ใช่การปลอมตัวที่สมบูรณ์ แต่ก็ทำให้หญิงสาวผู้เคยผิวขาวสะอาดกลายเป็นเพียงคนเร่ร่อนอีกคนหนึ่งเมื่อทหารยามมัวแต่ตรวจเกวียนสินค้า นางจึงก้มหน้าเดินปะปนกับชาวบ้านที่กำลังหาบผักเข้าเมืองหัวใจเต้นแรงทุกก้าวโชคดีที่ไม่มีใครหันมามองทันทีที่ผ่านประตูเมือง หลินเยว่จึงถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบานี่เป็นครั้งแรกที่นางก้าวเข้าสู่โลกใบนี้ในฐานะคนไร้บ้านเมืองชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตนักถนนสายหลักปูด้วยหินหยาบ สองข้างเต็มไปด้วยร้านค้า โรงเตี๊ยม ร้านตีเหล็ก ร้านขายยา และโรงน้ำชาพ่อค้าเดินสวนกันขวักไขว่ผู้คนแต่งกายหลากหลาย บางคนเป็นชาวบ้าน บางคนเป็นพ่อค้าจากต่
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 : เข็มแรกในโลกโบราณ
ตอนที่ 3 : เข็มแรกในโลกโบราณเสียงลมกลางคืนพัดผ่านตรอกตะวันออกจนตะเกียงน้ำมันแกว่งไหวผู้คนที่เพิ่งปิดประตูบ้านต่างเปิดประตูออกมาอีกครั้งเพราะเสียงเอะอะหน้าตรอกชายร่างสูงในชุดสีดำยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นดินเลือดสีแดงเข้มไหลออกจากแผลบริเวณสีข้างซ้ายอย่างต่อเนื่อง เปียกเสื้อจนแนบติดกับลำตัว ก่อนหยดลงบนพื้นเป็นทางยาวหลิวซื่อรีบเดินตามหลินเยว่ออกมา เมื่อเห็นเลือดจำนวนมากก็หน้าซีดทันที"แม่นางหลิน เขายังมีชีวิตหรือ"หลินเยว่คุกเข่าลง ใช้นิ้วแตะชีพจรที่ลำคอยังเต้นอยู่แต่เบาและเร็วผิดปกตินางก้มลงฟังเสียงหายใจการหายใจยังสม่ำเสมอ แม้จะอ่อนแรงหลินเยว่ใช้มือกดลงบนแผลทันทีเลือดอุ่นไหลซึมผ่านปลายนิ้วคนรอบข้างเริ่มถอยหลังชายชราคนหนึ่งกล่าวเสียงสั่น"ปล่อยไว้เถิด""บาดเจ็บหนักเช่นนี้ ไม่มีทางรอด"หญิงอีกคนรีบพูดเสริม"หากเขาตายในตรอก พวกเราจะถูกทางการสอบสวน""ใช่ รีบลากออกไปเถอะ"หลิวซื่อเองก็เริ่มลังเลนางกระซิบเบา ๆ"แม่นางหลิน หากช่วยไม่ได้จริง อย่าฝืนเลย"หลินเยว่เงยหน้าขึ้นดวงตาของนางนิ่งจนทุกคนเงียบลง"เขายังไม่ตาย""ตราบใดที่ยังมีชีพจร ข้าจะไม่ปล่อยให้เขาตาย"น้ำเสียงนั้นหนักแน่นราว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 : หมอเถื่อนแห่งตรอกตะวันออก
ตอนที่ 4 : หมอเถื่อนแห่งตรอกตะวันออกแสงอรุณยามเช้าสาดผ่านหลังคาไม้เก่าในตรอกตะวันออก เสียงพ่อค้าเร่เริ่มดังขึ้นทีละสาย แต่หน้าร้านผ้าเก่าของหลิวซื่อกลับเต็มไปด้วยผู้คนมากกว่าปกติทุกสายตากำลังมองไปยังชายหนุ่มผู้บาดเจ็บที่นอนพักอยู่บนฟูกด้านในชายผู้นั้นลืมตาขึ้นอีกครั้ง สีหน้าดีขึ้นกว่าคืนก่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้ริมฝีปากยังซีดเพราะเสียเลือดมาก แต่ลมหายใจกลับมั่นคงขึ้นหลินเยว่ตรวจชีพจรอย่างละเอียด ก่อนค่อย ๆ คลายผ้าพันแผลออกรอยเย็บยังแน่นดีไม่มีเลือดซึมไม่มีหนองไม่มีอาการบวมผิดปกตินางถอนหายใจเบา ๆอย่างน้อยการติดเชื้อก็ยังไม่เกิดขึ้นเฉินอวี้มองหญิงสาวที่กำลังตรวจแผลให้ตนอย่างเงียบ ๆเขาไม่เคยพบผู้ใดรักษาบาดแผลเช่นนี้มาก่อนไม่มีการเผายันต์ไม่มีการท่องคาถาไม่มีการละเลงยาสมุนไพรจนทั่วแผลมีเพียงการล้างมือ การล้างแผล และเย็บอย่างเป็นระเบียบแม้แต่สีหน้าของนางยังสงบนิ่งราวกับทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา"เหตุใดเจ้าจึงมองข้าเช่นนั้น"หลินเยว่ถามขึ้นโดยไม่เงยหน้าเฉินอวี้ยิ้มบาง ๆ"ข้ากำลังคิด""คิดสิ่งใด""คิดว่าอาจารย์ของเจ้าคงเป็นหมอผู้ยิ่งใหญ่"มือของหลินเยว่หยุดเพียงชั่วครู่ ก่อนตอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 : ศพหน้าสำนักแพทย์
ตอนที่ 5 : ศพหน้าสำนักแพทย์เสียงตะโกนว่า "หมอหญิงฆ่าคน" ดังก้องไปทั่วตรอกตะวันออกเพียงชั่วพริบตา ผู้คนจากบ้านเรือนใกล้เคียงก็กรูกันออกมา ม่านประตูถูกเปิดออก หน้าต่างไม้ถูกแง้ม เด็กเล็กถูกผู้ใหญ่ดึงให้หลบไปด้านหลัง แต่ทุกคู่ตายังจับจ้องมายังแคร่ไม้หน้าสำนักแพทย์บนแคร่นั้นมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนอนแน่นิ่ง ใบหน้าซีดออกคล้ำ ริมฝีปากม่วงดำ เสื้อผ้าด้านหน้ามีคราบอาเจียนแห้งติดเป็นดวง กลิ่นเหม็นเปรี้ยวปนกลิ่นสุราลอยออกมาอย่างชัดเจนหญิงชราที่เมื่อครู่ยังด่าทอหลินเยว่รีบถลันไปข้างแคร่ ร้องไห้โฮขึ้นทันที"ลูกแม่ เจ้าตายอนาถเหลือเกิน"ชายสี่คนที่หามศพมารีบตะโกนเสริม"ทุกคนดูไว้ นี่คือผลจากการให้หมอเถื่อนรักษา""หญิงผู้นี้ไม่มีใบอนุญาต ไม่มีตำรา ไม่มีอาจารย์""เมื่อวานยังใช้เข็มเย็บคน วันนี้ก็รักษาคนตายแล้ว"เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบด้านบางคนที่เคยเห็นหลินเยว่ช่วยเด็กกับชายบาดเจ็บยังลังเลแต่บางคนจากตลาดที่เพิ่งมาถึงเริ่มมองนางด้วยสายตาหวาดกลัว"จริงหรือ""นางเพิ่งเปิดสำนักแพทย์ก็มีคนตายแล้วหรือ""วิธีรักษาของนางประหลาดนัก ไม่เหมือนหมอทั่วไปจริง ๆ"หลิวซื่อหน้าเสีย รีบออกมายืนข้างหลินเยว่"พวกเจ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6 : สุราพิษ
ตอนที่ 6 : สุราพิษกลิ่นสุราฉุนจัดลอยขึ้นจากเศษไหแตกในมือของหลินเยว่นางใช้ผ้าห่อเศษไหชิ้นนั้นไว้อย่างระมัดระวัง ไม่ให้ผิวหนังสัมผัสกับคราบของเหลวที่ยังติดอยู่ ข้างไหมีตราประทับรูปเมฆครึ่งวงล้อมรอบเข็มบางเส้นหนึ่ง สีดำจาง ๆ จนแทบมองไม่เห็น หากไม่ตั้งใจสังเกตย่อมคิดว่าเป็นเพียงรอยเปื้อนธรรมดาแต่หลินเยว่จำได้สัญลักษณ์เดียวกันนี้เคยปรากฏบนของที่เฉินอวี้พกติดตัวชายที่อ้างว่าเป็นพ่อค้าผ่านทางชายที่ถูกแทงแล้วถูกโยนทิ้งหน้าตรอกตะวันออกชายที่มองทุกสิ่งด้วยสายตาของคนซึ่งผ่านความตายมาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้งหลินเยว่ไม่พูดสิ่งที่คิดออกมานางเพียงหันไปมองเจ้าของโรงเตี๊ยมเล็กซึ่งยืนตัวสั่นอยู่หลังเคาน์เตอร์"สุราไหนี้มาจากที่ใด"เจ้าของโรงเตี๊ยมรีบโบกมือ"ข้าไม่รู้จริง ๆ แม่นาง ข้าแค่รับมาขาย""รับจากใคร""พ่อค้าต่างเมือง""ชื่ออะไร""ไม่ทราบ"หลินเยว่ขมวดคิ้ว"เจ้ารับสุรามาขายทั้งไห แต่ไม่รู้ชื่อคนขาย"เจ้าของโรงเตี๊ยมกลืนน้ำลาย"เขามากลางคืน บอกว่าเป็นสุราราคาถูกจากเมืองทางเหนือ กลิ่นแรง แต่เมาเร็ว ข้าเห็นว่ากำไรดีจึงรับไว้สองไห ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่อง"หลินเยว่ก้มมองไหที่แตกอยู่บนพื้น"สองไห"
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7 : คนไข้คลอดยาก
ตอนที่ 7 : คนไข้คลอดยากข่าวสุราพิษยังไม่ทันสงบ เมืองชิงเหอก็เหมือนถูกคลื่นลูกใหม่ซัดเข้าใส่อีกครั้งคนในตลาดยังพูดถึงศพของหลี่ซานอยู่ บางคนว่าหลินเยว่เป็นหมอหญิงใจกล้าที่กล้าตรวจศพต่อหน้าทุกคน บางคนว่ามีคนวางแผนใส่ร้ายนาง บางคนก็ยังลังเล ไม่กล้าตัดสินว่านางเป็นหมอดีหรือหมอเถื่อนแต่สำหรับหลินเยว่ สิ่งเหล่านั้นถูกเก็บไว้ด้านหลังชั่วคราวในสำนักแพทย์ตรอกตะวันออก นางกำลังตรวจอาการชายที่ดื่มสุราพิษแล้วรอดชีวิต อาการเขายังอ่อนแรง คลื่นไส้ และมึนศีรษะเป็นพัก ๆ นางกำชับญาติให้เขาดื่มน้ำสะอาดทีละน้อย พักผ่อนมาก ๆ และห้ามแตะสุราอีกเด็ดขาดหลิวซื่อยืนช่วยอยู่ข้าง ๆ มือถือผ้าสะอาดที่เพิ่งต้มเสร็จเฉินอวี้นั่งพิงผนังด้านใน ใบหน้าซีดเล็กน้อยเพราะฝืนเดินมากเกินไป แต่ดวงตายังจับจ้องหลินเยว่เงียบ ๆตั้งแต่กลับจากโกดังร้าง คำพูดของเขายังวนอยู่ในใจนาง"เจ้ารู้มากเกินไปแล้ว หมอหญิง"หลินเยว่ยังไม่ได้คำตอบว่าเขาเป็นใครแต่ยังไม่มีเวลาบีบถามเพราะเสียงฝีเท้ากระหืดกระหอบดังขึ้นจากหน้าตรอก"หมอหลิน""ช่วยด้วย"ชายวัยยี่สิบปลาย ๆ วิ่งเข้ามาในสำนักแพทย์อย่างเสียสติ ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ เสื้อผ้าเปียกชื้นราว
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8 : ศิษย์คนแรก
ตอนที่ 8 : ศิษย์คนแรกรุ่งเช้าหลังคืนที่เด็กน้อยลืมตาดูโลก เมืองชิงเหอก็ดูเหมือนเปลี่ยนไปเล็กน้อยตรอกตะวันออกที่เคยเงียบเหงาและถูกผู้คนหลีกเลี่ยง กลับมีคนเดินเข้าออกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี หน้าสำนักแพทย์เล็ก ๆ ซึ่งดัดแปลงจากห้องเก็บของหลังร้านผ้าเก่า มีผู้คนมายืนรอกันเป็นแถว บ้างอุ้มเด็ก บ้างพยุงคนแก่ บ้างพันผ้าที่แขน บ้างเพียงยื่นคอมองด้วยความอยากรู้อยากเห็นป้ายไม้คำว่า สำนักแพทย์ตรอกตะวันออก แขวนอยู่เหนือประตูอย่างเรียบง่ายเมื่อวานยังมีคนเรียกที่นี่ว่าสถานที่ของหมอเถื่อนวันนี้กลับมีคนกระซิบกันว่า ที่นี่คือที่ซึ่งคนจนยังมีโอกาสรอดหลินเยว่เปิดประตูออกมาในยามเช้า เห็นผู้คนแน่นหน้าสำนักก็ชะงักไปเล็กน้อยหลิวซื่อที่ตื่นมาช่วยต้มน้ำตั้งแต่เช้ามืดกระซิบเบา ๆ ว่า "แม่นางหลิน คนมากันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง บางคนป่วยจริง บางคนข้าเห็นแล้วเหมือนมาดูเรื่องสนุก"หลินเยว่กวาดตามองฝูงชนอย่างรวดเร็วเด็กที่ตัวร้อนจัดชายหนุ่มที่มีบาดแผลที่แขนหญิงท้องแก่ยืนพิงกำแพง สีหน้าอ่อนเพลียชายฉกรรจ์หลายคนยืนหัวเราะกันอยู่ด้านหลังคนแก่ไอไม่หยุดหากปล่อยให้ทั้งหมดเบียดกันอยู่เช่นนี้ คนที่ป่วยหนักอาจถูกกลบด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9 : บุตรชายพ่อค้าใหญ่
ตอนที่ 9 : บุตรชายพ่อค้าใหญ่รถม้าของตระกูลสวี่เคลื่อนออกจากตรอกตะวันออกอย่างเงียบเชียบหลินเยว่นั่งอยู่ภายในรถ มือข้างหนึ่งจับกระเป๋าผ้าเล็กที่ใส่เครื่องมือพื้นฐานของนางไว้ ส่วนอีกมือวางบนหัวเข่าอย่างสงบด้านนอก เสียงล้อบดถนนหินค่อย ๆ เปลี่ยนจากขรุขระเป็นเรียบขึ้นเรื่อย ๆนั่นหมายความว่ารถม้าออกจากย่านคนจนเข้าสู่เขตบ้านเรือนของผู้มีฐานะแล้วหลินเยว่เลิกม่านขึ้นเล็กน้อย มองออกไปด้านนอกสองข้างทางไม่ใช่บ้านไม้เก่าหลังคารั่วอีกต่อไป แต่เป็นกำแพงสูง ประตูใหญ่ และโคมไฟสีแดงที่แขวนเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ กลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำถูกแทนที่ด้วยกลิ่นดอกไม้และควันธูปจาง ๆเมืองเดียวกันแต่ผู้คนกลับอยู่คนละโลกคนในตรอกตะวันออกต้องชั่งใจว่าจะซื้อข้าวหรือซื้อยาส่วนคนที่นี่สามารถเชิญรถม้าหรูมารับหมอในยามค่ำคืน พร้อมเสนอค่ารักษาหนึ่งพันตำลึงได้โดยไม่กะพริบตาหลินเยว่ปล่อยม่านลงนางไม่อิจฉาแต่จำไว้หากสำนักแพทย์ตรอกตะวันออกจะยืนอยู่ได้ นางต้องรู้จักโลกทั้งสองฝั่งนี้ให้ดีรถม้าหยุดลงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่บ่าวที่มารับนางรีบเปิดม่าน"หมอหลิน ถึงแล้วขอรับ"หลินเยว่ก้าวลงจากรถเบื้องหน้าคือคฤหาสน์ตระกูลส
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10 : ป้ายสำนักแพทย์
ตอนที่ 10 : ป้ายสำนักแพทย์เลือดของสาวใช้ยังไม่ทันแห้งจากพื้นห้อง เรือนตะวันออกของตระกูลสวี่ก็วุ่นวายราวกับถูกพายุพัดผ่านบ่าวรับใช้ทุกคนถูกเรียกมารวมตัวกันที่ลานหน้าเรือน ไม่มีใครกล้าเงยหน้า ไม่มีใครกล้าพูด แม้แต่เสียงหายใจก็ยังเบากว่าปกติสวี่ไห่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ใหญ่ ใบหน้ามืดครึ้มจนดูแก่ลงหลายปีในคืนเดียวคำพูดสุดท้ายของสาวใช้ยังดังอยู่ในหูของเขา"นายท่านไม่มีวันรอด"นางไม่ได้พูดว่าคุณชายไม่ได้พูดว่าฮูหยินแต่พูดว่านายท่านแปลว่าคนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตบุตรชายของเขา แต่ต้องการเขา ต้องการตระกูลสวี่ ต้องการกิจการขนส่งยาและผ้าทั้งหมดที่เขาสร้างมาครึ่งชีวิตสวี่ฮูหยินนั่งอยู่ข้างเตียงบุตรชาย ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ แต่คราวนี้นางไม่ได้ร้องเพราะสิ้นหวังนางร้องเพราะทั้งกลัว ทั้งโกรธ และทั้งรู้สึกผิด"ข้าป้อนยานั่นให้ลูกทุกวัน"นางพูดเสียงสั่น"ข้าคิดว่าข้ากำลังช่วยเขา แต่แท้จริงแล้วข้ากำลังป้อนพิษให้เขา"หลินเยว่นั่งอยู่ข้างเตียง ตรวจชีพจรของสวี่จิ่งอย่างละเอียดเด็กชายยังอ่อนแรงมาก แต่หลังหยุดยาลูกกลอนมาหนึ่งคืน อาการปวดท้องรุนแรงลดลงเล็กน้อย เขายังซีด ยังผอม แต่แ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-07-22
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status