เซียนหมอมังกรระห่ำเมือง

เซียนหมอมังกรระห่ำเมือง

Par:  ด้านนอกด่านประตูห่านป่าComplété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
9.8
19 Notes. 19 commentaires
610Chapitres
169.6KVues
Lire
Ajouter dans ma bibliothèque

Share:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หนังสือเล่มนี้มีอีกชื่อว่า “ทำลายครอบครัวของฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะเป็นพ่อเลี้ยงของเธอ” หลินหยางถูกคู่หมั้นฮุบสมบัติ โดนควักลูกตา สูญเสียความสามารถ ครอบครัวถูกทำลาย ถูกรังแกและดูหมิ่น เมื่อไร้ซึ่งหนทาง ก่อนตายเขาได้กลายเป็นลูกศิษย์คนสุดท้ายของนักปราชญ์แห่งการแพทย์ ได้ปลุกพลังเนตรคู่ที่หายไปนานนับพันปี การกลับมาของราชา การล้างแค้น เปิดฉากเส้นทางไร้คู่ต่อสู้ หลินหยางผู้ที่เต็มไปด้วยความต้องการแก้แค้น ค้นพบความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ของตระกูลคู่หมั้น มาดูกันว่ามังกรคลั่งอย่างหลินหยาง สร้างความปั่นป่วน ท่ามกลางมหานครที่พลุกพล่าน เปิดฉากเส้นทางไร้คู่ต่อสู้ที่ร้อนระอุอย่างไร

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1

“ไอ้บอด แกรีบเก็บข้าวของ แล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉัน”

ในคฤหาสน์ตระกูลฉิน ฉินเยียนหรานเดินมายังห้องใต้ดินที่หลินหยางอาศัยอยู่ พูดจาอย่างหยิ่งผยองกับหลินหยางที่กำลังคุกเข่าถูพื้นอยู่

หลินหยางไม่แม้แต่จะเงยหน้า ไม่แม้แต่จะส่งเสียงและถูพื้นต่อไป

ฉินเยียนหรานถีบหลินหยางจนล้มลงไปกองกับพื้น

“ไอ้บอด! ฉันกำลังพูดกับแก แกหูตึงหรือไง?”

หลินหยางค่อย ๆ ลุกขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างของเขามองไม่เห็น ด้านหน้ามีเพียงความมืดมิด

“ผมไปก็ได้ แต่ผมต้องเอาของที่เป็นของผมกลับคืนมา” หลินหยางกล่าว

“ของอะไรที่เป็นของแก? กระจกตา? หรือว่าหุ้นของซิงเย่า กรุ๊ป?”

ฉินเยียนหรานหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม “ไอ้บอดอย่างแก ช่างคิดเพ้อฝันจริง ๆ ตอนนี้ไม่มีของชิ้นไหนที่เป็นของแกเลยสักชิ้น ทั้งซิงเย่า กรุ๊ป เป็นของตระกูลพวกฉันหมดแล้ว”

“แม้แต่ ชีวิตอันไร้ค่าของแก ก็เป็นของครอบครัวฉันเหมือนกัน ฉันไม่ฆ่าแกให้ตาย แค่จะให้แกไสหัวออกไปใช้ชีวิตตามยถากรรม ก็นับว่าเมตตากับแกแล้ว”

เมื่อหลินหยางได้ยินดังนั้น ก็กำหมัดแน่นอย่างหมดความอดทน ใบหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้น

เมื่อสิบกว่าปีก่อน ฉินโม่หนงพาลูกสาวฉินเยียนหรานหนีภัยมาที่เมืองลั่ว ใช้ชิวิตอย่างยากลำบาก

ฉินโม่หนงเป็นคนสวยตั้งแต่เกิด ไร้ที่พึ่งพาอาศัย ถูกพวกอันธพาลรังแก เป็นเพราะมารดาของหลินหยางช่วยพวกเธอแม่ลูกเอาไว้ รับพวกเธอมาเลี้ยงดู ทั้งยังให้ฉินโม่หนงไปทำงานที่ซิงเย่า กรุ๊ป

มารดาของหลินหยางดีต่อฉินโม่หนงเป็นอย่างมาก เห็นเธอเป็นเหมือนพี่น้องแท้ ๆ ฝึกฝนเธอให้เป็นรองประธานขององค์กรมอบหมายหน้าที่สำคัญให้

เมื่อสองปีก่อน บิดาของหลินหยางประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ก่อนตายได้ฝากฝังบริษัทและหลินหยางให้ฉินโม่หนง ให้หลินหยางยอมรับเธอในฐานะแม่บุญธรรม

หลินหยางเชื่อใจแม่บุญธรรมคนนี้ที่สุด คิดไม่ถึงเลยว่าฉินโม่หนงจะเป็นผู้หญิงใจอสรพิษ ซื้อใจคนในบริษัท จำกัดคนที่เห็นต่าง ควบคุมและกลืนกินหุ้นของหลินหยางทีละน้อยจนหมด

ที่ยิ่งน่าแค้นใจกว่าคือ ฉินเยียนหรานดวงตาได้รับบาดเจ็บ ฉินโม่หนงเอากระจกตาของหลินหยางไป เพื่อปลูกถ่ายให้แก่ฉินเยียนหราน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลินหยางได้กลายเป็นคนตาบอด ถูกฉินโม่หนงควบคุมอยู่ในบ้าน กลายเป็นสุนัขที่ถูกเลี้ยงจำกัดอยู่ในกรง ได้รับการทรมานและเหยียดหยามจากสองแม่ลูกสารพัด ทำได้เพียงอาศัยอยู่ในชั้นใต้ดินที่มืดครึ้มและอับชื้น มีชีวิตอยู่อย่างไรศักดิ์ศรี

“ทำไม? โมโห? อยากจะตีฉันใช่ไหม?”

ฉินเยียนหรานหัวเราะอย่างเหยียดหยาม ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืดอกทั้งสองข้างที่น่าภาคภูมิใจขึ้น พูดจาท้าทาย “มาสิ แกมาตีฉันซิ ไอ้บอด!”

“มาสิ ตบฉันสิ!” ในระหว่างที่ฉินเยียนหรานพูดก็ตบหน้าหลินหยางฉาดหนึ่งอย่างรุนแรง

ฉินเยียนหรานฝึกเทควันโดตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ ตอนนี้ได้เทควันโดสายดำระดับห้า ต่อให้หลินหยางไม่ได้ตาบอด ก็สู้เธอไม่ได้

สองปีมานี้ถูกขังอยู่ที่ห้องใต้ดินตระกูลฉิน เขาเป็นกระสอบทรายเนื้อมนุษย์มาสองปี มักจะถูกฉินเยียนหรานทุบตีจนบอบช้ำไปทั่วทั้งตัว ถูกเตะจนซี่โครงหักไปหลายซี่

“ไอ้สวะ! ให้แกตีแกยังไม่กล้า คนขี้แพ้อย่างแกจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร? ไม่สู้รีบ ๆ ตายไปซะ!”

หลินหยางเลือดไหลออกมาจากมุมปาก ท่ามกลางเพลิงโทสะที่โหมกระหน่ำ ความอดกลั้นและความแค้นที่สะสมมาตลอดสองปีระเบิดออกมาในเวลานี้ทั้งหมด ทันใดนั้นก็ชกหมัดใส่ฉินเยียนหราน

ฉินเยียนหรานก็คิดไม่ถึงว่าไอ้ขี้แพ้อย่างหลินหยางที่ปกติไม่เคยโต้ตอบ ด่าไม่เคยด่ากลับจะกล้าลงมือกับเธอ ถูกหลินหยางชกหมัดเข้ากลางหน้าอกโดยไม่ทันระวังตัว

เมื่อบริเวณที่บอบบางและอ่อนนุ่มของฉินเยียนหรานถูกต่อย ทำให้รู้สึกเจ็บมาก

“รนหาที่ตายแล้ว!”

ฉินเยียนหรานใช้เท้าเปล่าครอสคิกใส่หัวสมองของหลินหยาง เหมือนกับโดนค้อนทุบทันใด หน้ามืดตาลาย ล้มลงกับพื้น

ฉินเยียนหรานเหยียบบนแผ่นหลังของหลินหยาง ล็อกมือขวาของเขาเอาไว้แล้วเหยียบ มือขวาของเขาก็หัก หลินหยางร้องออกมาอย่างน่าเวทนา

แม้หักแขนของหลินหยางหักข้างหนึ่งแล้ว แต่ฉินเยียนหรานยังไม่สาแกใจ จึงทั้งเตะทั้งต่อยไปอีกยก ซ้อมจนหลินหยางเลือดท่วมตัว หายใจรวยริน

“พอได้แล้ว! แกจะตีมันให้ตายเลยใช่ไหม?”

ฉินโม่หนงเดินเข้ามาที่ห้องใต้ดิน แผ่ซ่านความมีเสน่ห์ความเป็นผู้ใหญ่และสง่างามออกมา

ฉินเยียนหรานรูปร่างสูงสง่างาม เป็นหญิงงามที่มีรูปร่างร้อนแรง แต่เมื่อเทียบกับฉินโม่หนงผู้เป็นมารดาของเธอ ยังคงทิ้งห่างกันมาก

ตอนที่ฉินโม่หนงให้กำเนิดฉินเยียนหรานเพิ่งจะมีอายุได้สิบห้าปี ตอนนี้ก็อายุแค่เพียงสามสิบสี่ปีเท่านั้น ถ้าไม่บอกว่าเป็นแม่ลูกกัน อันที่จริงจะดูเหมือนพี่สาวกับน้องสาวมากกว่า

กลิ่นอายและเสน่ห์ที่มีความเป็นผู้ใหญ่บนตัวของฉินโม่หนง เป็นสิ่งที่ฉินเยียนหรานที่ยังเยาว์วัยไม่อาจเทียบได้!

“แม่ พวกเราเลี้ยงไอ้สวะนี่มาสองปีแล้ว มีประโยชน์อะไร? ไม่สู้อัดให้ตายไปเลยดีกว่า แค่หนูเห็นมันก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว”

ฉินเยียนหรานดึงแขนของฉินโม่หนงพร้อมเอ่ยกล่าว

“มันยังตายไม่ได้ จะกระทบต่อชื่อเสียงของฉัน ไม่อย่างนั้นฉันก็คงฆ่ามันทิ้งไปตั้งนานแล้ว!”

ฉินโม่หนงพูด มีท่าทางน่าเกรงขามโดยไม่ต้องโกรธ จริงแท้แน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

“แม่...”

ฉินเยียนหรานกล่าวอย่างออดอ้อน

“พอที เรียกหมอหลี่มารักษามันด้วย ที่บริษัทมีธุระด่วน ฉันจะออกไปสักหน่อย” ฉินโม่หนงกล่าว

“หนูรู้แล้ว”

ฉินเยียนหรานกล่าวรับพร้อมเบะปาก

แต่หลังจากที่ฉินโม่หนงเดินออกไป ฉินเยียนหรานก็ย้อนกลับมาที่ห้องใต้ดิน กล่าวเยาะหยัน “แม่ฉันอยากจะให้แกมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ฉันอยากให้แกตายให้ได้ สวะแบบแกมีชีวิตอยู่ต่อไปก็เปลืองอากาศเปล่า ๆ!”

ฉินเยียนหรานลากมือข้างหนึ่งของหลินหยางออกมาจากห้องใต้ดินราวกับลากศพสุนัขตัวหนึ่ง แล้วโยนไปที่ในห้องรับแขก

“ป้าหวัง เก็บกวาดภายในห้องให้สะอาดด้วย ฉันไม่อยากให้ในบ้านยังมีสิ่งของของมันหลงเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว อีกเดี๋ยวฟ้ามืด ป้าก็โยนมันลงไปในแม่น้ำเป็นอาหารปลาซะ!”

ฉินเยียนหรานพูดกับแม่บ้าน

“คุณหนู ไหนคุณนายบอกว่าเขาจะตายไม่ได้ไม่ใช่เหรอคะ?” แม่บ้านกล่าว

“ป้าทำตามที่ฉันบอก เกิดเรื่องอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเอง”

ฉินเยียนหรานสีหน้าไม่พอใจ

แม่บ้านลากหลินหยางออกไปอย่างรวดเร็ว โยนเข้าไปที่ท้ายรถ หลังจากที่ท้องฟ้ามืดลง ฉวยโอกาสในคืนที่ฝนตกหนักขับรถออกไปที่ริมแม่น้ำลั่วแล้วโยนหลินหยางลงไปในน้ำทันที

เนื่องจากฝนที่ตกหนักทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น น้ำไหลเชี่ยวกราก แต่มันกลับพัดพาหลินหยางไปยังริมฝั่งแม่น้ำ

น้ำฝนอันเย็นเฉียบปลุกหลินหยางที่หายใจรวยรินให้ตื่น และกระตุ้นความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดของเขาขึ้นมาอีกด้วย

หลินหยางค่อย ๆ ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากโคลน คลานเข้าไปในวัดร้างผุพังแห่งหนึ่งที่อยู่ริมแม่น้ำลั่ว พอถึงเขาก็อ่อนล้าจนหมดแรง

หลินหยางนอนคว่ำอยู่บนพื้น รู้สึกว่าตัวเองใกล้จะตายเต็มที เพียงแต่เขาไม่ยินยอม!

“พระเจ้าชั่ว ท่านเองก็ตาบอดเหมือนกันใช่ไหม?”

“ทำไมคนดีถึงไม่มีจุดจบที่ดี? พ่อแม่ของผมใจดีมีเมตตา แต่กลับต้องประสบกับภัยพิบัติ แม่ลูกตระกูลฉินจิตใจโหดเหี้ยม กลับได้ดิบได้ดี ผมไม่ยอม!”

“พระเจ้าชั่ว ไอ้ฉิบหาย ทำไมท่านถึงไม่ยุติธรรมขนาดนี้!”

เปรี้ยง!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับสวรรค์พิโรธ ผ่าจนต้นไม้หักที่อยู่นอกวัดร้างต้นหนึ่งไหม้เป็นตอตะโก!

“มาสิ พระเจ้าชั่ว แน่จริงท่านก็ผ่าผมให้ตายไปเลย!”

ดวงตาของหลินหยางเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว สีหน้าดุร้าย ด่าทอจนไร้เรี่ยวแรง น่าสังเวชเกินคำบรรยาย!

ทั้งฟ้าแลบฟ้าร้อง ลมฝนกระหน่ำ วัดร้างโยกเยกจะพังแหล่ไม่พังแหล่ท่ามกลางพายุฝน

เขาฝืนทนต่อไปอีกไม่ไหว หนังตาหนักอึ้ง สติเลือนราง จากนั้นก็หมดสติไป

ในเวลานี้ ชายชราคนหนึ่งเดินออกมาจากด้านหลัง เทวรูปของวัดร้าง

“สวรรค์และโลกไร้ความเมตตา พระเจ้าชั่วตาบอดไปแล้วจริง ๆ ดูท่านายเองก็ชะตารันทด”

ชายชราถอนหายใจทีหนึ่ง สำรวจร่างกายของหลินหยาง ยังมีชีพจรอยู่บางเบา จากนั้นก็เปิดเปลือกตาของเขา

ทันใดนั้น ชายชราคนนี้ก็หัวเราะออกมาราวกับถูกธาตุไฟเข้าแทรก

“เนตรคู่แต่กำเนิด?!”

“พระเจ้าชั่วเปิดตาแล้วหรือ? ให้ฉันได้เจอกับผู้ที่มีเนตรคู่ก่อนตาย ฉันจะถ่ายทอดวิชาให้นาย มอบโชควาสนาให้นายสักครั้ง!”
Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Latest chapter

Plus de chapitres

commentairesPlus

อ็อด อ็อด อ็อด
อ็อด อ็อด อ็อด
จบแบบไม่จบทุกเรื่องเลยหรอ
2024-12-14 22:20:50
0
0
Benz Saitongtwee
Benz Saitongtwee
อ่านถึงบทที่ 610 แล้ว ก็ไม่ยอมอัปเดตอีกเลย
2024-12-07 14:08:23
0
0
ทองแดง ขันตี
ทองแดง ขันตี
จบได้โหลยโท่ยมาก
2024-12-04 19:52:16
1
0
ทองแดง ขันตี
ทองแดง ขันตี
สุดท้ายมันก็จะจบอย่างนี้หรา
2024-12-04 19:51:11
0
0
อํานาจ โคตพันธุ์
อํานาจ โคตพันธุ์
เดี๋ยวนี้มาให้อ่านวันละ 2 ตอนเองหรือ .........
2024-10-28 19:26:27
0
0
610
บทที่ 1
“ไอ้บอด แกรีบเก็บข้าวของ แล้วไสหัวออกไปจากบ้านฉัน”ในคฤหาสน์ตระกูลฉิน ฉินเยียนหรานเดินมายังห้องใต้ดินที่หลินหยางอาศัยอยู่ พูดจาอย่างหยิ่งผยองกับหลินหยางที่กำลังคุกเข่าถูพื้นอยู่หลินหยางไม่แม้แต่จะเงยหน้า ไม่แม้แต่จะส่งเสียงและถูพื้นต่อไปฉินเยียนหรานถีบหลินหยางจนล้มลงไปกองกับพื้น“ไอ้บอด! ฉันกำลังพูดกับแก แกหูตึงหรือไง?”หลินหยางค่อย ๆ ลุกขึ้นมา ดวงตาทั้งสองข้างของเขามองไม่เห็น ด้านหน้ามีเพียงความมืดมิด“ผมไปก็ได้ แต่ผมต้องเอาของที่เป็นของผมกลับคืนมา” หลินหยางกล่าว“ของอะไรที่เป็นของแก? กระจกตา? หรือว่าหุ้นของซิงเย่า กรุ๊ป?”ฉินเยียนหรานหัวเราะออกมาอย่างเหยียดหยาม “ไอ้บอดอย่างแก ช่างคิดเพ้อฝันจริง ๆ ตอนนี้ไม่มีของชิ้นไหนที่เป็นของแกเลยสักชิ้น ทั้งซิงเย่า กรุ๊ป เป็นของตระกูลพวกฉันหมดแล้ว”“แม้แต่ ชีวิตอันไร้ค่าของแก ก็เป็นของครอบครัวฉันเหมือนกัน ฉันไม่ฆ่าแกให้ตาย แค่จะให้แกไสหัวออกไปใช้ชีวิตตามยถากรรม ก็นับว่าเมตตากับแกแล้ว”เมื่อหลินหยางได้ยินดังนั้น ก็กำหมัดแน่นอย่างหมดความอดทน ใบหน้าตอนนี้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นเมื่อสิบกว่าปีก่อน ฉินโม่หนงพาลูกสาวฉินเยียนหรานหนีภัยมาที่เ
Read More
บทที่ 2
หลินหยางสลบไปนานมาก ทั้งยังฝันประหลาดอีกด้วย ทันทีที่เขาลืมตาขึ้น ก็เป็นเช้าวันถัดมาแล้วเขาเห็นตาแก่ผมสีดอกเลาคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างหน้า ก็รู้สึกตกใจมาก“เจ้าหนุ่ม ไม่ต้องตกใจ ฉันได้รักษาดวงตากับบาดแผลทั้งหมดของเธอเรียบร้อยแล้ว”ตาแก่กล่าวด้วยสีหน้าเมตตาหลินหยางแอบหยิกตัวเองหนึ่งที เจ็บมาก เขามั่นใจแล้วว่านี่ใช่ความฝันแน่ ๆ แต่ตอนนี้ภายในหัวสมองยังคงยุ่งเหยิงอยู่“ฉันมีชีวิตอยู่อีกไม่นานแล้ว เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายแล้ว ก่อนตายได้คนสืบทอดแบบเธอ ก็นับว่าปลื้มใจแล้ว”ตาแก่โบกมือให้หลินหยางพร้อมกล่าวขึ้นว่า “เธอคุกเข่าลงก้มหัวคำนับอาจารย์ เดี๋ยวค่อยอธิบายรายละเอียดให้เธอฟัง”หลินหยางไม่ลังเล รีบก้มหัวคำนับอาจารย์ พร้อมทั้งเรียกท่านอาจารย์ตาแก่ยกมือขึ้นลูบศีรษะของหลินหยาง กล่าวด้วยใบหน้าปลื้มปีติ “เจ้าเด็กดี! เธอนั่งให้ดี ต่อไปเรื่องทุกอย่างที่อาจารย์จะเล่า เธอจะต้องตั้งใจฟัง จดจำเอาไว้ในใจ ห้ามบอกคนอื่นเด็ดขาด”หลินหยางเงี่ยหู นั่งลงที่ข้างกายของตาแก่ ตั้งใจฟังตาแก่พูด หลินหยางเป็นผู้มีเนตรคู่ที่หาได้ยากในรอบพันปี เป็นเพราะกระจกตาถูกทำลาย ทำให้ไม่สามารถปลุกพลังของเนตรคู่ได
Read More
บทที่ 3
“ไอ้ระยำ ปล่อยฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแก!”ฉินโม่หนงยังดุด่าไม่ทันเสร็จดี ก็ถูกหลินหยางยกมือขึ้นตบหน้าฉาดหนึ่งการตบหน้าฉาดนี้ ทำให้ฉินโม่หนงงุนงงไปแล้ว!เธอคิดไม่ถึงเลยสักนิดว่า หลินหยางที่อ่อนแอขี้ขลาด จะกล้าลงมือทำร้ายเธอ!“ไอ้เดรัจฉาน แกรนหาที่ตาย!”ตอนนี้ฉินโม่หนงมีสถานะระดับไหน จะทนการตบหน้าที่เป็นการดูถูกของหลินหยางได้อย่างไร จึงระเบิดอารมณ์ทันทีเธอพยายามออกแรงดิ้นรน คิดไม่ถึงว่าภายในเวลาชั่วพริบตาหลินหยางกลายเป็นคนหยาบคายแบบนี้ พละกำลังก็มากด้วยความพยายามของเธอ ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง!สองปีมานี้ หลินหยางถูกพวกเธอสองแม่ลูกคุมขังและปฏิบัติอย่างโหดร้าย ไม่มีแรงต่อต้านเลยแม้แต่น้อย ราวกับเนื้อปลาที่อยู่บนเขียงแต่ในเวลานี้ บทบาทสับเปลี่ยนกัน ฉินโม่หนงได้กลายเป็นเนื้อปลาที่อยู่บนเขียงของหลินหยางไปแล้วเพี้ยะ!หลินหยางตบหน้าฉินโม่หนงอีกฉาดหนึ่ง“ฉินโม่หนง ดูท่าแกยังจะไม่เข้าใจชัดเจนนะ ตอนนี้ชีวิตของแกอยู่ในกำมือฉันแล้ว ฉันสามารถฆ่าแกได้ทุกเมื่อ แกยังกล้าข่มขู่ฉันอีกเหรอ? ทางที่ดีแกรีบสำรวมท่าทางเย่อหยิ่งอวดดีนั้นของแกไปซะ”หลินหยางบีบลำคอขาวสะอาดของฉินโม่หนง การตบหน้าส
Read More
บทที่ 4
อีกฝ่ายเป็นฝ่ายกล่าวขอโทษ หลินหยางก็ไม่ได้คิดหยุมหยิมอีกต่อไป คุกเข่าต่อหน้าหลุมศพของพ่อกับแม่ต่อไปมู่หรงจางพาบอดี้การ์ดกับมู่หรงหว่านเอ๋อร์เดินไปด้านข้าง“พ่อคะ ไอ้หมอนี่หน้าไม่อายเกินไปแล้วนะคะ พ่อไม่รู้อะไร เขาเป็นผีพนัน ติดหนี้พนันก้อนโต ยังเสพยาจนถูกจับ เพราะฉะนั้นเลยถูกตระกูลหลิ่วยกเลิกงานหมั้น ถ้าหากไม่ใช่ว่ามีผู้หญิงที่มีความสามารถโดดเด่นอย่างฉินโม่หนง ทรัพย์สินเพียงเล็กน้อยนั้นของพ่อแม่เขา ก็คงถูกเขาเอาไปเล่นพนันจนเกลี้ยงแล้ว“อีกทั้งถ้าหากไม่มีฉินโม่หนงคอยปกป้องเขา เขาคงจะถูกเจ้าหนี้ดอกเบี้ยโหดฟันตายไปตั้งนานแล้ว!”“หนูเดาว่าจะต้องเป็นเพราะฉินโม่หนงไม่ยอมให้เงินเขาไปเล่นพนันกับเสพยาแน่นอน ดังนั้นเขาเลยด่าชาวบ้านว่าจิตใจโหดเหี้ยม อันที่จริง เขานั่นแหละที่เป็นคนจิตใจโหดเหี้ยมที่แท้จริง”“ลูกรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงกัน?” มู่หรงจางกล่าวถาม“ฉินโม่หนงกับตระกูลพวกเรามีความร่วมมือทางธุรกิจกัน หนูเคยเจอหน้าเธออยู่หลายครั้ง ค่อนข้างนับถือเธอเลยทีเดียว เลยได้ยินเรื่องนินทาเกี่ยวกับตระกูลหลินมานิดหน่อยค่ะ”“ฉินโม่หนง...พ่อเองก็ได้ยินมาบ้างเหมือนกัน เป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างมีฝีมือแล
Read More
บทที่ 5
ถึงแม้ว่ามู่หรงหว่านเอ๋อร์จะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่เนื่องด้วยการบังคับอันน่าเกรงขามของมู่หรงจาง ยังคงต้องกล่าวขอโทษอย่างขอไปทีหลินหยางเองก็คร้านจะคิดเล็กคิดน้อยกับเธอ“สิ่งที่เธอได้ยินมา อาจจะไม่ใช่ความจริง ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่ เธอควรจะมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยตัวเอง ไม่ใช่ฟังข่าวลือไม่มีมูล แล้วมาตัดสินคนคนหนึ่งเอาง่ายๆ”หลินหยางเอ่ยกล่าวเสียงเรียบ“นายเก่งมาจากไหน? มีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนฉัน?”มู่หรงหว่านเอ๋อร์กล่าวอย่างโกรธเคืองมู่หรงจางจ้องเธอด้วยสายตาดุร้ายทีหนึ่ง กล่าวกับหลินหยาง “น้องชายได้โปรดให้อภัย”หลินหยางโบกมือกล่าว “ไม่จำเป็นต้องพูดจาสุภาพ เพียงเพราะผมช่วยชีวิตคุณเอาไว้ครั้งหนึ่ง คุณควรจะจ่ายค่ารักษา”“ใช่ๆ นี่เป็นเรื่องที่สมควร ไม่ทราบว่าน้องชายจะเก็บค่ารักษาเท่าไหร่?”มู่หรงจางกล่าวที่หลินหยางยอมยื่นมือช่วยมู่หรงจาง ทั้งหมดก็เพื่อเงินออกมาจากตระกูลฉิน เขาไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท ยากจนข้นแค้น จำเป็นต้องหาเงินเล็กน้อยมาไว้ในมือ“คุณคิดว่าชีวิตของคุณมีค่ามากแค่ไหน?”“คำถามนี้ ถามได้ดี แต่ว่าฉันไม่มีนิสัยพกเงินติดตัวตอนออกจากบ้าน เอาแบบนี้แล้วกัน เธอท
Read More
บทที่ 6
“นายหุบปากไปเลย! นายจะต้องเป็นพวกเดียวกับพวกมันแน่ คิดจะถือโอกาสหนีลงจากรถใช่ไหมล่ะ?”ที่จริงแล้วตอนนี้มู่หรงหว่านเอ๋อร์หวาดกลัวเป็นอย่างมาก จึงได้แต่ระบายอารมณ์ไปที่หลินหยาง“พ่อคะ รีบฆ่าเขาเร็วค่ะ!”มู่หรงจางย่อมไม่เชื่อว่าหลินหยางมีความสามารถจะช่วยพวกเขา จะต้องเป็นการหาเหตุผลเพื่อลงจากรถแน่มู่หรงจางกำลังคิดจะเหนี่ยวไก พลันในมือก็ว่างเปล่า ปืนพกถูกหลินหยางแย่งไปแล้ว เขากระทั่งมองไม่ชัดว่าหลินหยางแย่งปืนไปได้อย่างไร“ถ้าผมต้องการฆ่าพวกคุณ ตอนอยู่บนเขาพวกคุณก็ตายไปแล้ว” หลังจากมู่หรงจางตื่นตะลึงไปในช่วงเวลาสั้นๆ ก็พูดอย่างรวบรัดว่า “ได้ ขอแค่เธอสามารถช่วยพวกเราได้ ฉันรับปากจะให้เธอหนึ่งร้อยล้าน” หลินหยางโยนปืนไปให้มู่หรงจาง จากนั้นก็เปิดประตูรถลงไปแล้ว“พ่อคะ พ่อคงไม่เชื่อว่าเขาจะมีปัญญาช่วยพวกเราหรอกนะคะ?”มู่หรงหว่านเอ๋อร์ยังคงยึดติดกับความคิดของตัวเอง จนถึงตอนนี้ก็ยังคงดูแคลนหลินหยาง“ตอนนี้ยังมีวิธีอื่นอีกหรือ?”มู่หรงจางมองไปนอกหน้าต่างรถ หลังจากหลินหยางลงจากรถ ไม่พูดอะไรก็ซัดหมัดเข้าไปที่ยอดฝีมือขั้นเจ็ดคนนั้นทันที“รนหาที่ตาย!”ชายวัยกลางคนเตะเจียงจั่วเฟิงที่ได้รั
Read More
บทที่ 7
มู่หรงจางมีลูกชายหนึ่ง ลูกสาวสอง มู่หรงเจ๋อผู้เป็นลูกชายไม่ชอบด้านธุรกิจแต่เลือกไปรับราชการ หนทางราบรื่นตลอดเส้นทาง ยามนี้ได้ย้ายไปรับตำแหน่งที่มณฑลหนานตูแล้วลูกสาวคนที่สองมู่หรงยิ่น เป็นราชินีแห่งวงการธุรกิจ ควบคุมดูแลกลุ่มกิจการติ่งเซิ่งที่มู่หรงจางเป็นผู้ก่อตั้ง ในเวลาไม่กี่ปี ก็ทำให้ธุรกิจในเครือของติ่งเซิ่งกรุ๊ปขยายใหญ่ขึ้นหลายเท่าตัว กลายเป็นหนึ่งในผู้นำกลุ่มธุรกิจของเมืองลั่วดังนั้นมู่หรงจางจึงได้เกษียณก่อนกำหนด มอบติ่งเซิ่งกรุ๊ปทั้งหมดให้มู่หรงยิ่นเป็นผู้ดูแลลูกสาวคนที่สามมู่หรงหว่านเอ๋อร์อายุน้อยที่สุด นิสัยโลดโผนมีชีวิตชีวา ชอบการต่อสู้ กราบเจียงไห่เซิง หนึ่งในสี่ปรมาจารย์ของเมืองลั่วเป็นอาจารย์นั่งอยู่ในรถของมู่หรงยิ่น กลิ่นหอมเย้ายวนใจคนหัวใจของหลินหยางเต้นแรงอยู่บ้าง เพราะไม่ว่าอย่างไร ในยามนี้ผู้ที่นั่งอยู่ข้างกายเขาคือมู่หรงยิ่นที่สูงส่งจนไม่อาจเอื้อมนี่นา!“หมอเทวดาหลิน ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณอย่างมาก คุณอายุยังน้อยถึงเพียงนี้ ก็มีทักษะการแพทย์ที่น่าอัศจรรย์และฝีมือที่สูงล้ำเหนือผู้คนเช่นนี้ ความสำเร็จในอนาคตย่อมไม่อาจคาดเดาอย่างแน่นอนมู่หรงยิ่นเป็นฝ่ายเริ่มส
Read More
บทที่ 8
หลินหยางก็ไม่เต็มใจที่จะพูดถึงเรื่องส่วนตัวในเรื่องนี้ต่อคนนอกมากเกินไปเช่นกัน กลับเป็นมู่หรงยิ่นที่แสดงจุดยืนของตนเองต่อว่า“ด้วยความสามารถในตอนนี้ของคุณ การจัดการกับฉินโม่หนงนั้นง่ายมาก ฉันก็เต็มใจที่จะออกเรี่ยวแรงอันน้อยนิดเช่นกัน” “ผมไม่รีบ ค่อยๆ เล่นเป็นเพื่อนหล่อนถึงจะสนุก” มุมปากของหลินหยางปรากฏรอยยิ้มอารมณ์ดีขึ้นมามู่หรงยิ่นแอบถอนใจว่า “ฉินโม่หนง คุณกับฉันได้รับการขนานนามด้วยกัน หากพูดถึงความสามารถและรูปโฉมแล้ว ฉันไม่แน่ว่าจะเอาชนะคุณได้” “แต่ท้ายที่สุดคุณก็ยังคงสู้ฉันไม่ได้ ต้องพ่ายแพ้ให้ฉัน! คุณพลาดหลินหยางที่เป็นขุมสมบัติอันมหาศาลนี้ไป ส่วนฉันกลับสามารถสานสัมพันธ์กับเขาได้ ไม่อย่างนั้นอาศัยเพียงฐานะที่คุณเป็นแม่บุญธรรมของเขา เกรงว่าในอนาคตตระกูลมู่หรงก็ต้องถูกคุณเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าแล้ว”หนึ่งปีมานี้ ฉินโม่หนงแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก มีวี่แววรางๆ ว่าจะเอาชนะมู่หรงยิ่นได้ในวงสังคมเมืองลั่วมีเสียงกล่าวว่า แม้มู่หรงยิ่นจะงดงาม ทว่าเมื่อเปรียบกับฉินโม่หนงแล้วกับขาดเสน่ห์และรสชาติของผู้หญิงที่มีความเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงได้ด้อยกว่าอยู่เล็กน้อยนอกจากนี้มู่หรงยิ่นมีชาติกำเนิด
Read More
บทที่ 9
สีหน้าของหลินหยางไม่เปลี่ยนแปลง เฝิงอวี้เจียวกับพนักงานคนอื่นในร้านกลับปากอ้าตาค้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงความงามและบุคลิกรัศมีของมู่หรงยิ่น เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงพวกนี้เห็นแล้วเกิดความอิจฉาน่ะผู้หญิงที่งามล่มเมืองแบบนี้ ทำไมถึงไปชอบผีพนันคนหนึ่งได้ นี่มิใช่ดอกไม้งามดอกหนึ่งถูกหมูกินหรอกหรือ?“ต่อให้เขาเป็นแฟนของคุณแล้วอย่างไร? ร้านของพวกเราไม่ต้อนรับคนติดยาและผีพนัน”เฝิงอวี้เจียวแค่นอย่างเสียงไม่พอใจ“ฉันก็ว่าผีพนันแบบเขาทำไมถึงได้กล้ามาซื้อเสื้อผ้าในร้านของพวกเรา ที่แท้เป็นเพราะไปเกาะเศรษฐินีได้ กลายเป็นพวกหนุ่มหน้าขาวที่ถูกคนเลี้ยงดู” เฝิงอวี้เจียวพูดอย่าประชดประชันด้วยจิตใจคับแคบ“คุณคนสวย ฉันขอเตือนคุณด้วยความหวังดีสักหน่อย เช็ดตาให้สะอาดดูให้ดีๆ ต่อให้จะเลี้ยงดูหนุ่มหน้าขาวก็อย่าดูแต่หน้า ระวังถูกหลอกเอานะคะ” “ช่างพูดมาน่ารำคาญเหลือเกิน ร้านกุชชี่มีพนักงานแบบเธอได้ยังไง ยังเป็นถึงผู้จัดการร้านอีก” มู่หรงยิ่นขมวดคิ้ว“เฮ้อ เจอสุนัขที่ไม่รู้จักความหวังดีของคนแว้งกัด ฉันเป็นผู้จัดการร้านแล้วเกี่ยวอะไรกับคุณ? คุณทำอะไรได้หรือ? ฉันก็จงใจไม่ขายให้พวกคุณ คุณจะทำอะไร
Read More
บทที่ 10
หลิ่วฟู่อวี่ก็เป็นคนที่ไม่พูดมากแต่โหดเหี้ยมเช่นกัน ภายใต้ความโมโหอย่างรุนแรง ก็เงื้อมือขึ้นคิดจะตบหน้ามู่หรงยิ่นมู่หรงยิ่นไม่ใช่คนที่ฝึกฝนวรยุทธ์ จึงไม่มีการระวังตัวแม้แต่น้อยแต่หลินหยางที่ยืนอยู่ข้างกายของเธอจะมองอยู่เฉยๆ ได้อย่างไร เขาจับข้อมือของหลิ่วฟู่อวี่ไว้มู่หรงยิ่นคิดไม่ถึงว่าหลิ่วฟู่อวี่จะใช้กำลังเอาแต่ใจเช่นนี้ ถึงกับลงมือตบเธอ“เธอยังคิดจะลงมือทำร้ายคนด้วย?”ในดวงตาอันงดงามของมู่หรงยิ่นมีประกายเยียบเย็นวาบผ่าน สีหน้าเต็มไปด้วยความเย็นชา“ตบเธอแล้วเป็นอย่างไร? คุณหนูแบบฉันคิดจะตบใคร ก็ตบคนนั้น! วันนี้ฉันจะตบปากเหม็นๆ ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงของเธอให้แตกไปเลย”หลิ่วฟู่อวี๋ออกแรงคิดจะหลุดพ้นจากมือของหลินหยาง แล้วลงมือกับมู่หรงยิ่นต่อแต่กลับพบว่ามือของหลินหยางราวกับคีมเหล็กก็ไม่ปาน ยากที่จะหลุดพ้นได้“ไอ้คนไร้ประโยชน์แซ่หลิน ปล่อยฉันนะ!”หลิ่วฟู่อวี่เลิกคิ้วเรียวดุจใบหลิว ร้องด่าว่า“หลิ่วฟู่อวี่ มีบางคนที่คุณหาเรื่องไม่ไหวหรอกนะ” หลินหยางพูดพลางปล่อยมือ“พวกเธอสองคนคิดว่าตัวเองเป็นใคร? ฉันมีเรื่องด้วยไม่ไหว? คนไร้ประโยชน์แซ่หลิน คำพูดนี้ของนายจะทำให้คนขำตายแล้
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status