Beranda / รักโบราณ / ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า / ตอนที่ 7 เจ้าหน้าที่ทางการ

Share

ตอนที่ 7 เจ้าหน้าที่ทางการ

last update Tanggal publikasi: 2025-02-24 15:58:58

ทารกที่ 7

เจ้าหน้าที่ทางการ

ยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมิ่งจื่อซักผ้าเสร็จแล้ว นางก้มลงหยิบถังไม้หันกลับขึ้นฝั่ง ดวงตาหญิงสาวไม่มีน้ำตาประดับอยู่ซักนิด ราวกับเมื่อครู่นางมิได้ร่ำไห้อันใด

“นี่! เป็นไร! แค่นี้ก็ตอบไม่ได้หรือว่าของใครดีกว่ากัน?” จูเอ๋อไม่คิดปล่อยอริไปโดยง่าย นางพอเห็นเมิ่งจื่อจะเดินหนีก็ตะโกนถาม จากนั้นหัวเราะคิกคักกับสหายต่อไป

“ดีแล้วจะทำไม? สามีข้าเอาดีแล้วเกี่ยวใดกับพวกเจ้า” ขณะเดินผ่าน เมิ่งจื่อพลันตอบกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย นี่เป็นคำพูดหยาบคายของชาวบ้านชนบท หากนางกล่าวแบบนี้ที่เมืองหลวงให้ผู้คนได้ยิน คงถูกเหล่าบัณฑิตประณามด่าท่อ ว่าเป็นหญิงมักมากร่านราคะจริงๆ

จูเอ๋อถึงกับอึ้ง นางไม่คิดว่าจะถูกโต้กลับมาแบบนี้ แต่เพราะเรื่องราวเกิดขึ้นเร็วมาก กว่านางจะคิดคำด่าได้ เมิ่งจื่อก็เดินหนีหายไปไกลแล้ว ดังนั้นจึงได้แต่กำมือจิกเล็บยืนเต้นเร้าๆ ด่าเมิ่งจื่อลับหลังกับเหล่าสหายด้วยคำหยาบต่างๆ นาๆ

บนทางน้อยกลับบ้าน เมิ่งจื่อไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่นางตอบโต้จูเอ๋อ คิดไม่ถึงว่าพอพูดยั่วโมโหออกไปแบบนั้น นางจะรู้สึกดีและตื่นเต้นมาก

ใช่แล้ว นางไม่เคยทำผิดต่อสามี พอนางคิดได้ก็เลยไม่เก็บคำพูดจูเอ๋อมาใส่ใจ ความจริงเมิ่งจื่อเป็นพวกปากตรงกับใจ ในเมื่ออีกฝ่ายถามว่าใครเอาดีกว่ากันนางก็จะตอบ แต่นางไม่เคยลิ้มรสชาติไอ้นั่นของพี่เสิ่น ดังนั้นจึงตอบไม่ได้ สุดท้ายเลยพูดประชดออกไป

ก็สามีนางเอาดีจริงๆ นี่นา! แต่เอาดีแล้วเกี่ยวอะไรกับพวกนาง?

วันเวลาของเมิ่งจื่อก็ผ่านไปเช่นนี้เอง

หลายวันต่อมา บนเขาไท่โจว ที่กระท่อมน้อยแห่งหนึ่ง นายพรานสิบกว่าคนตกลงกันว่า จะแบ่งออกเป็นกลุ่มละสี่คน กระจายกำลังกันเดินไปคนละทิศ อีกสามวันให้หลังค่อยกลับมาพบกันที่กระท่อมหลังนี้

พอทั้งหมดเริ่มแยกย้าย กลุ่มของเมิ่งไท่อี้ก็ประกอบไปด้วยเหล่าหงเหล่าจาง บวกกับพ่อตาลูกเขยเป็นสี่คนพอดี เบื้องหน้าเป็นเขาสูงป่าทึบ ปีนโขดหินขวากไม้ไปได้ซักระยะ เซียวเฟิงก็บอกพ่อตาว่าตนจะแยกตัวไปอีกทาง เพราะหากเกาะกลุ่มกันไปท่านพ่อกับลุงทั้งสองคงยิงสัตว์ป่าไม่ทันข้า แม้จะเป็นคำพูดยกตนข่มท่านอยู่บ้าง แต่ผู้อาวุโสทั้งสามกับหัวเราะฮ่าฮ่าฮ่า รีบไล่ให้เซียวเฟิงแยกตัวไปไวๆ “…”

ตรงนี้มีใครบ้างไม่เคยล่าสัตว์พร้อมเซียวเฟิง โดยเฉพาะเมิ่งผู้พ่อ ฝีมือธนูของเขาจัดอยู่ในอันดับสุดท้าย หากลูกเขยหนีไปยังพอจะวัดสูงต่ำกับสหายอีกสองคน

“เช่นนี้ก็ดี อีกสองวันเราไปเจอกันที่ยอดเขาตรงนู้น แล้วค่อยลงเขาพร้อมกัน”

เมิ่งไท่อี้ชี้ไปที่ยอดสูงชันที่อยู่ไกลลิบ จากนั้นเซียวเฟิงแยกตัวไปทางตะวันออก ใช้มีดยาวเท่าศอกฟันเถาวัลย์ไม้แหวกทางไปเรื่อย…

***

ผ่านไปหกวันแล้ว สามีและท่านพ่อของเมิ่งจื่อยังไม่กลับมา หากแต่หมู่บ้านเกิดความวุ่นวายขึ้น เพราะมือปราบทางการปิดเส้นทางเข้าออก มิทราบพวกเขากำลังตรวจหาอะไรกันแน่

นี่มิใช่เพียงหมู่บ้านหลิวชิ่ง พื้นที่ส่านซีสามมณฑลถูกปิด ทหารรักษาการและมือปราบท้องถิ่นตั้งด่านสกัดกันให้วุ่น ชาวบ้านทั่วไปก็ไม่รู้ ว่าไฉนพวกเขาเข้มงวดเช่นนี้

“ท่านแม่ ข้าเป็นห่วงท่านพ่อกับท่านพี่จังเลย”

เมิ่งจื่อกินข้าวไม่ลง เมื่อเช้ามีมือปราบบุกมาค้นหมู่บ้าน เรียกตัวผู้ใหญ่บ้าน ทั้งยังให้ทุกคนไปรวมตัวกันหน้าประตูทางเข้า ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ บอกว่ากำลังตามจับฆาตกรหลบหนีคดี

แน่นอนว่าลุงผู้ใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หมู่บ้านหลิวชิ่งมีคนแค่พันกว่าเท่านั้น ตรวจสอบดูแล้วไม่มีผู้คนแปลกปลอมมาเพิ่ม แต่กับหายไปถึงสิบกว่าคน

“คนในรายชื่อหายไปไหน?”

“เรียนหวังซุยกวน ทั้งหมดนี้เป็นนายพรานขอรับ ขึ้นเขาไปล่าสัตว์ตั้งแต่หกวันก่อนแล้ว”

ตรงหน้าเป็นขุนนางสืบสวนตำแหน่งซุยกวน เขาแซ่หวังทำงานอยู่อำเภอไท่หังมาสิบกว่าปีแล้ว ดังนั้นจึงรู้จักมักคุ้นกับผู้ใหญ่บ้าน พอได้ฟังดังนั้นจึงสอบถามหาครอบครัวผู้ที่ไม่อยู่ นางเมิ่งซือก็ถูกเรียกให้เดินขึ้นหน้า รับการสอบถามของท่านขุนนาง

“สองคนในรายชื่อเป็นอะไรกับเจ้า?”

“เรียนใต้เท้า สามีขับลูกเขยเราเองเจ้าคะ”

คำถามและคำตอบที่เรียบง่ายผ่านไป หวังซุยกวนไล่นางเมิ่งซือกลับเข้าไปในกลุ่มคน จากนั้นถามครอบครัวอื่นต่อ เมื่อไม่พบความผิดปกติอันใดก็สั่งมือปราบสิบกว่าคนให้เดินทางไปหมู่บ้านข้างๆ จากนั้นกำชับผู้ใหญ่บ้าน หากพบคนแปลกหน้าผ่านมาให้รีบแจ้งทางการทันที

บนเขาไท่โจว นายพรานสิบกว่าคนกำลังฮือฮากับสิ่งของที่เซียวเฟิงได้มา สามวันที่ออกล่าพวกเขาดวงไม่ดีนัก ได้เพียงสัตว์ป่าตัวเล็กๆ ไม่กี่สิบตัวเท่านั้น

“เหล่าเมิ่ง ข้าว่าต่อไปนี้เจ้าไม่ต้องขึ้นเขาให้เหนื่อยอีกแล้วละ แค่ลูกเขยคนเดียวก็เลี้ยงพวกเจ้าทั้งตระกูลได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

นายพรานสิบกว่าคนหัวเราะลั่น บอกว่าเมิ่งจื่อวาสนาดี แต่งสามีร้ายกาจอย่างเซียวอันได้นับว่าชีวิตสุขสบายแล้ว

เหล่าหงเหล่าจางพลันได้หน้าไปด้วย พวกเขาฮือฮาก่อนรอบหนึ่งตั้งแต่เมื่อวาน เซียวอันที่แยกตัวไปถึงกับยิงหมีและเสือได้ แล่เอาอุ้งตีนและดีหมี แม้แต่หนังก็นำกลับมาด้วย

เพียงแค่หนังเสือกับหนังหมี หากนำไปขายก็ได้สิบกว่าตำลึงแล้ว เซียวเฟิงเห็นลุงทั้งสองไม่ได้ของดีติดมือ ก็แบ่งตีนหมีให้คนละสองข้าง ทั้งยังมอบเขี้ยวเสือให้คนละอัน

นี่เป็นของมีค่า เหล่าหงเหล่าจางปฏิเสธไม่ลง พวกเขายิ้มหน้าบานรับไว้ คิดในใจหากนำไปขายอย่างน้อยๆ ก็ได้ห้าถึงหกตำลึง

แต่ละปีนายพรานหลิวชิ่งล่าเสือและหมีได้รวมกันไม่ถึงห้าตัว เพราะไม่สามารถแบกกลับมาได้ เซียวเฟิงจึงแล่เอามาแค่บางส่วน ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นอาหารสัตว์ป่าต่อไป

ทั้งหมดรวมตัวกันลงเขา ตลอดทางกลับก็สอบถามเซียวเฟิงเรื่องหมีและเสือที่ล่ามาได้

จนกระทั่งเหล่านายพรานเข้าเขตชุมชน!

“หยุดไว้! วางธนูพวกเจ้าลงซะ!”

ตรงหน้าเป็นด่านตรวจการ เจ้าหน้าที่พอเห็นคนสิบกว่าสะพายธนู ต่างก็ชักดาบพากันวิ่งวุ่น สุดท้ายคณะของเซียวเฟิงถูกกักขังอยู่ในวงล้อม รีบทิ้งธนูบนแผ่นหลังด้วยความรวดเร็ว

ตามหลักเมื่อไม่ได้ออกนอกเขต มิจำเป็นต้องพกพาใบผ่านทาง ไท่โจวอยู่ห่างจากไท่หังไม่กี่สิบลี้ ดังนั้นนายพรานทุกคนจึงไม่มีเอกสารระบุตัวตน

หลังการสอบถาม แม้เจ้าหน้าที่จะรู้ว่าพวกเซียวเฟิงเป็นนายพรานจริง แต่พวกเขาพอให้หนังเสือและหมีก็เกิดความโลภ คิดขู่เข็นบังคับเอาของผู้อื่นมาเป็นของตนเอง

การโต้เถียงเกิดขึ้น หัวหน้าสายตรวจบอกว่าหากอยากผ่านไปให้ทิ้งหนังเสือไว้ มิเช่นนั้นก็ให้พวกเจ้าแสดงหนังสือผ่านทางมา

ตามความเข้าใจ รายงานลับบอกว่าจวนเจ้าเมืองถงหลิงถูกเผา ให้ทุกท้องที่ส่านซีสกัดตรวจค้น โดยเฉพาะหากพบเจอภาพวาดให้ยึดไว้ หรือพบเจอคนที่ระบุตัวตนไม่ได้ก็ให้จับกุม

แต่ถงหลิงอยู่ห่างไปเกือบสามร้อยลี้ หลบหนีให้ตาย ภายในสามวันก็คงไม่มีเวลามากพอมาล่าสัตว์ พวกเขาจึงไม่คิดว่านายพรานเหล่านี้เป็นคนร้ายแต่อย่างใด

เมื่อถูกขู่กรรโชกเช่นนี้ ทุกคนต่างก็คิดว่าเซียวอันคงเสียหนังสัตว์ล้ำค่าแน่ๆ แต่ก็ผิดคาด เมื่อจู่ๆ ชายหนุ่มก็พูดขึ้นมาว่า ยกให้พวกท่านก็ได้

หากแต่พอหัวหน้าสายตรวจจะเดินมาหยิบไป ทุกคนกับได้ยินเซียวอันเอ่ยขึ้น เขาบอกว่า “แต่หนังสองผืนนี้เป็นชายาอ๋องเฉิงสั่งมา พวกเรากลับไปพอถูกสอบถามคงต้องกล่าวออกไปตามตรง”

เจ้าหน้าที่ทั้งหมดพอได้ยินว่าเป็นคนของจวนอ๋องเฉิงถึงกับสะดุ้งเฮือก แต่หัวหน้าสายตรวจเป็นใคร เขาเคยพบเห็นผู้คนแอบอ้างถึงจวนอ๋องไม่น้อย ไหนเลยกลัวการข่มขู่เพียงครั้งเดียว

“เจ้าอย่ามาเล่นลูกไม้ คิดว่ายกจวนอ๋องมาอ้างแล้วข้าจะไม่กล้าเอาไปหรือ”

“อภัยใต้เท้า ข้าบอกเมื่อไหร่ว่าไม่ยินยอมให้ท่าน”

เซียวเฟิงกล่าวเท่านี้ก็เดินผ่านด่านตรวจไป ไม่หันหลังกลับมามองผืนหนังทั้งสองอีก

คราวนี้หัวหน้าสายตรวจเริ่มหวาดกลัวแล้วจริงๆ!

หากเจ้าหนุ่มนั่นมีท่าทีขัดขืนเขายังพอเชื่อได้ว่าแอบอ้าง แต่นี่กับเดินหนีไปเฉยๆ สถานการณ์เช่นนี้คือการเสี่ยงดวงชัดๆ หากเจ้าหนุ่มนั่นได้รับคำสั่งจากจวนอ๋องมาจริง โทษฐานแย่งชิงข้าวของชายาอ๋อง ต่อให้เขามีสิบศีรษะก็คงไม่พอตัด

“เดี๋ยวก่อน! น้องชายเดี๋ยวก่อน!”

ด้านหลังด่านตรวจ นายพรานหลิวชิ่งสิบกว่าคนถึงกับอึ้ง เมื่อเห็นหัวหน้าสายตรวจขอโทษขอโพยคืนผืนหนัง บอกว่าเรื่องวันนี้เป็นการเข้าใจผิด หวังว่าจะไม่ติดใจอะไรกัน

แม้แต่พ่อตาเมิ่งก็อึ้งในตัวบุตรเขยเช่นกัน!

เดินต่อไปได้ซักระยะ ทุกคนก็พากันวิ่งมารุมเซียวเฟิงเพื่อซักถาม

“เซียวอัน เจ้าเป็นคนของจวนอ๋องจริงหรือ?”

เหล่าจางเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก เซียวเฟิงเห็นทุกคนสนใจจึงหัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เลิกคิ้วบอกว่า “ผู้หลานหลอกพวกมันนะ เห็นหน้าตอนเจ้าคนอวดเบ่งตกใจหรือไม่ หลานคิดว่าคืนนี้มันต้องกลับไปนอนฝันร้ายแน่ๆ”

ได้ยินดังนั้นทุกคนก็เฮลั่น หัวเราะสะใจในความเจ้าเล่ห์ของเขยขวัญตระกูลเมิ่ง ที่สามารถหลอกเจ้าหน้าที่ทางการให้คายของที่ยึดไปออกมาได้

คนทั้งหมดไม่กลับเข้าหมู่บ้านทันที พวกเขาแวะเข้าตัวอำเภอ เซียวเฟิงได้ของดีมากสุดจึงนำหนังเสือกับหมีไปขาย ได้มาสิบเก้าตำลึงเงิน

หนึ่งพันเหวินเท่ากับหนึ่งตำลึงเงิน คราวก่อนเนื้อสิบกว่าชั่งยังขายได้แค่ไม่กี่ร้อยเหวิน เซียวเฟิงพริบตากลายเป็นผู้มีฐานะ เขามอบทั้งหมดให้พ่อตา เหลือติดตัวไว้เล็กน้อย นำไปซื้อสุราหลายไหกลับไปฉลองกับทุกคน

“…”

***

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 26 ต้องสนใจหรือ?

    ทารกที่ 26ต้องสนใจหรือ?หลังจากจบคดี แม้เซียวกว๋อกงจะประกาศลั่นว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งนางเมิ่งจื่อเข้าจวน หากแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเดือนกว่า เย่หลิงเอ๋อและสาวๆ ในเมืองจินหลิงหลายคน ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าดูบ้านเช่าของสกุลเมิ่งอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบเห็นกว๋อกงจะติดต่อมาหานางเลยซักครั้ง ปกติงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้ว แม้แต่พ่อบ้านหรือบ่าวไพร่ในจวนซักคนก็ไม่เคยย่างเท้ามาพบคนสกุลเมิ่งซักคนเดียวหรือพวกเขาไม่ต้องส่งของหมั้นหมายกัน?สามหนังสือหกพิธีการ จะอย่างไรการเตรียมงานพวกนี้วุ่นวายมาก เป็นไปไม่ได้หากกว๋อกงจะแต่งจริงแล้วไม่ติดต่อบ้านฝ่ายหญิงไปซักครั้ง ยิ่งเวลากระชั้นชิดแบบนี้ การที่เขาไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาลั่นวาจากลางศาลวันนั้น คงเพราะโกรธจัดและเสียหน้ามากแน่ๆ ผ่านมาถึงวันนี้คงสงบสติอารมณ์ได้ อย่างมากก็มอบเงินให้สกุลเมิ่งเป็นค่าปลอบขวัญซักหลายพันตำลึง...ยังคงอยู่ที่หน้าร้านอวิ๋นเสียง สาวใช้ส่วนตัวคุณหนูหกนางกักเมิ่งจื่อไว้กลางวงล้อม หนึ่งในคนสูงที่สุดเห็นสายตานายสาวจากโต๊ะข้างๆ ก็ทราบว่าเป็นสัญญาณให้ลงมือได้ ฉับพลันนางพุ่งตัวไปคิดใช้ไหล่กระแทก แต่แล้วเสียงแหวกอ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 25 ปิ่นหงส์

    ทารกที่ 25ปิ่นหงส์วันเวลาผ่านไปเดือนกว่า นับแต่จบคดีที่ศาลเมิ่งจื่อก็แทบจะยิ้มไม่หุบ เนื่องจากนางไม่รู้มาก่อนว่าสามีจะทำแบบนี้ ถึงกับขอนางแต่งงานกลางศาล ที่จริงนางคิดมากแทบตายกลัวเขาทอดทิ้ง จะอยากไรนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เขาเป็นใครกัน นางยังต่อรองเรียกร้องอะไรกับเขาได้ ถึงกับคิดไปว่าหากถูกเขาเลี้ยงเป็นเมียน้อยอย่างลับๆ ก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้ว…“จูเอ๋อ! ไปดูปิ่นหงส์กันหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าที่ร้านอวิ๋นเสียงมีปิ่นหงส์ด้วยละ”เมิ่งจื่อและจูเอ๋อวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ทั้งสองราวกับผีเสื้อน้อยเริงร่า เมิ่งจื่อหลังจากคุยกับบิดาให้ซื้อตัวจูเอ๋อไว้ใช้สอย เมิ่งไท่อี้พอกล่าวออกไปซ่งเทียนต้าไหนเลยไม่กล้าขาย เขายินดีอย่างยิ่งเพราะเมิ่งไท่อี้ซื้อนางในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงนี่เป็นความต้องการของจูเอ๋อเองแม้จะซื้อมาเป็นบ่าว แต่เมิ่งจื่ออยู่เมืองหลวงไม่มีเพื่อน ดังนั้นจูเอ๋อเป็นคนที่นางสนิทด้วยที่สุด ความแค้นเก่าก่อนอะไรไม่มีแล้ว ทั้งจูเอ๋อและเมิ่งจื่อล้วนโตขึ้น พวกนางผ่านอะไรมาตั้งมาก สุดท้ายขอเลือกความสุขให้กับตัวเองในแบบที่ต้องการ“จื่อจื่อ จะไปจริงหรือ แต่เจ้ายังไม่ทันแต่งเข้าจวนนะ นี่ยังส

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 24 เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่

    ทารกที่ 24เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่ตะวันคล้อยบ่าย อารมณ์ชาวจินหลิงถูกคดีกว๋อกงฉาวโฉ่ชักนำขึ้นสู่ยอดไม้ บทสรุปที่คิดว่าจบแล้วกับไม่จบ จู่ๆ ขุนนางสำนักฮั่นหลินเสิ่นจงถูกฟ้องต่อ ด้วยข้อกล่าวหาที่หนักหนาสาหัส คือว่าจ้างให้ใส่ร้ายขุนนางใหญ่ ทั้งพยานและผู้ฟ้องยังเป็นขุนนางซุยกวนขั้นห้า ใต้เท้าหนิงซึ่งเป็นคนของที่ว่าการเมือง“เสิ่นจง ที่ใต้เท้าหนิงกล่าวมาเจ้ายอมรับหรือไม่!”ผู้คนต่างร่ำร้อง อะไรวะเนี่ย! นี่มันบ้าอะไรกัน!เสนาบดีหวังนั่งไม่ติดแล้ว ไม่รอให้บุตรเขยปฏิเสธ เขาก็ลุกขึ้นประท้วง! บอกว่าหนิงซุยกวนกล่าวเหลวไหล ต่อให้เสิ่นจงโง่กว่านี้ เขาก็ไม่มีทางจ้างอดีตคู่หมั้นตนให้ใส่ร้ายป้ายสีเสนาบดีเย่!ใช่แล้ว! ใส่ร้ายเสนาบดีเย่!คนในศาลและนอกศาลพอรับฟัง ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดี ตอนแรกเปิดศาลมาด้วยคดีเจ้าพระยาขั้นหนึ่งทอดทิ้งลูกเมีย หากแต่ไต่สวนไปๆ มาๆ มิทราบไฉนกลายเป็นขุนนางฮั่นหลินจ้างคนใส่ร้ายเสนาบดีขั้นสองไปได้ พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มือเขียนบทละครงิ้วหลายสิบคนที่มายืนคอยรับฟังตอนจบ ต่างก็พากันร่ำร้องเฮลั่น เรื่องราวหักมุมผู้คนกำลังชอบ ชั่วพริบตาเสียงตะโกนชาวบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหว

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 23 เขยแต่งเข้า!

    ทารกที่ 23เขยแต่งเข้า!ยังคงเป็นภายในศาลว่าการ เจ้าหน้าที่จัดโต๊ะพร้อมน้ำชาของว่าง นี่เป็นอภิสิทธิ์สำหรับเซียวกว๋อกงเท่านั้น จะอย่างไรเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด แต่ต่อให้ผิดจริงก็มิใช่คดีอาญาใหญ่โตอะไร ไหนเลยมีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าในศาลเสียงเปิดการไต่สวนไม่นานก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเป็นมือปราบสาวทั้งสี่นำตัวเมิ่งจื่อเข้ามา หญิงสาวถูกสั่งให้คุกเข่าลงกับพื้น อ้อมกอดยังคงอุ้มทารกน้อยของตนอยู่เหมือนเดิมภายใต้การจับจ้องของผู้มีอำนาจและชาวบ้านในเมืองจินหลิง เจ้ากรมอาญาตบหัวพยัคฆ์ดังปัง! กล่าวว่า “นางเมิ่งจื่อ มาถึงตอนนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่!”เมิ่งจื่อในชุดกระโปรงเนื้อหยาบท่าทีหวาดกลัวยิ่ง บอกว่า “ข้าจำผิดจริงๆ เจ้าคะ”ทุกคนในศาลต่างก็หันมองไปทางกว๋อกง เห็นเขายังจิบชานิ่งเฉย พลันได้ยินเสียงเจ้ากรมอาญากล่าวว่า “เบิกตัวราษฎรชาวหลิวชิ่งออกมาซักถามให้การ!”เสียงฮือฮาอื้ออึง เมื่อผู้เข้าชมเห็นเจ้าหน้าที่หลายคน ทยอยนำชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนเข้ามาในศาล คนเหล่านี้ดูไปยากจนข้นแค้น ทั้งหน้าตามองดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครอบครัวซ่งและหงตัวสั่นงั

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 22 ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว

    ทารกที่ 22ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว“ท่านแม่ดูไก่ขอทานนี่สิ หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ขายในอำเภอเรา ไฉนรสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซ่งจูเอ๋อแกะใบบัวที่ห่อไก่ขอทานออก นางเอาอกเอาใจมารดายิ่งนัก ส่วนของตนก็แบ่งให้กว่าครึ่ง สมัยก่อนนางก็มิได้เป็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะนางถูกสามีหย่าส่งกลับบ้านเก่า บวกกับเจ็บช้ำน้ำใจมามาก เลยกลายเป็นเติบโตขึ้นกว่าเดิมใช่แล้ว! จูเอ๋อหย่าแล้ว!นางถูกหลี่ต้าหย่าด้วยข้อหาดุร้ายไม่เชื่อฟังสามีทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทาง ครอบครัวซ่งและหงรวมกันสิบกว่าชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกับสกุลเมิ่ง สามวันก่อนจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาจากเมืองหลวง กึ่งข่มขู่กึ่งบังคับพวกเขา สอบถามความเป็นมาเมิ่งจื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกนำตัวมาด้วย เพื่อไปยังเมืองหลวงให้การต่อหน้าศาลจูเอ๋อหวาดกลัวมาก นางกลับมาบ้านก็ถูกท่านพ่อตีหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่าจะหาคนมาแต่งนางออก ต่อให้เป็นชายแก่อายุครึ่งร้อย นางก็ต้องแต่งออกไปโชคดีมีเหตุการณ์แทรกซ้อน มิทราบเมิ่งจื่อไปก่อเรื่องอะไร ขนาดที่ทางการต้องให้คนจากหลิวชิ่งไปให้ปากคำ หากเป็นเมื่อก่อนจูเอ๋อคงสะใจในคราเคราะห์เมิ่งจื่อ แต่ตอนนี้นางไม่คิดแบบนั้น เพียงคิดว่า

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 21 บุรุษล้วนไม่มีตัวดี

    ทารกที่ 21บุรุษล้วนไม่มีตัวดีนอกวัดถ่านเจ๋อ เสิ่นจงกลับขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์เสีย เขาคิดไม่ถึงนางจะปากแข็งขนาดนี้ สมัยก่อนนางไม่เป็นแบบนี้ซักนิด เพียงแค่คำพูดหว่านล้อมไม่กี่คำ ก็สามารถจูบปากนางได้แล้วเมื่อครู่ ขนาดเขาบอกจะรับนางเป็นภรรยา นางก็ยังปฏิเสธว่าไม่มีผู้คนว่าจ้าง เป็นนางเข้าใจผิดเอง เซียวกว๋อกงหน้าเหมือนสามีนาง เขาโมโหแทบคลั่ง จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมรับ คิดว่าคนอื่นโง่เง่าเหมือนกับนางหรือ ที่จะดูสถานการณ์ไม่ออกหากไม่ติดว่านางเอาแต่ร้องไห้ เขากลัวคนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน คงต้องลงมือตบนางซักครั้ง หญิงอะไรสมควรฆ่านัก หรือนางไม่รู้ว่าการฟ้องร้องหน้าด้านๆ ครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างแค่ไหน อย่างน้อยก็มีเขาแล้วหนึ่งคน ถ้าหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนคนของกรมอาญากลับมา คงจะเป็นเขาและท่านพ่อตาที่กลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดข้อหาบงการหญิงชาวบ้าน ให้มาใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงเซียวกว๋อกงหลังจากคุยกับพ่อตา เสิ่นจงถึงรู้ว่า นี่เป็นแผนยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว การที่เมิ่งจื่อถูกจ้างให้มาฟ้องร้องเซียวกว๋อกง ความจริงผู้บงการคงรู้แต่แรก ว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์หมั้นหมายมาก่อน ดังนั้นคนที่อย

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 6 ต้นหลิว 18+

    ทารกที่ 6ต้นหลิวเซียวเฟิงรอจนเมิ่งจื่อรับประทานเสร็จ จากนั้นบอกท่านลุงทั้งสองว่าขอตัวกลับก่อน แล้วจับจูงมือภรรยาเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันออก ระหว่างทางก็แวะแผงขายเครื่องประดับ เลือกซื้อปิ่นปักผมราคาถูกให้เมิ่งจื่อสองอันนี่เป็นปิ่นไม้ขัดจนเงาไม่มีราคาค่างวด แต่เซียวเฟิงพบเห็นแ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 5 ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้ว 18+

    ทารกที่ 5ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้วฟูกที่นอนอ่อนยวบ เปลวเทียนถูกลมหายใจเป่าดับ สายตาเมิ่งจื่อตกอยู่ในความมืด จากนั้นนางรู้สึกว่าผ้าห่มที่ปลายเท้าถูกเลิกขึ้น ตามมาด้วยไอเย็นปะทะเข้ากลางหว่างขา เพราะกระโปรงชุดแต่งงานของนางถูกถอดออกเมิ่งจื่อสะดุ้งเฮือก นางขัดขืนเพราะขาทั้งสองถูกมือเย็นๆ จับแยก สาวน้อยไ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 4 เซียวอัน

    ทารกที่ 4เซียวอัน“อะไรนะ! เมื่อกี้ท่านแม่กล่าวว่าอะไร!”เมิ่งจื่อถึงกับสะดุ้ง เพราะท่านแม่บอกว่าจะแต่งเขยเข้าบ้าน แบบนี้นางต้องไม่ถูกสามีรังแกแน่นอน“เด็กโง่ แม่ย่อมคิดอ่านแทนเจ้า”นางเมิ่งซือลูบเส้นผมบุตรสาว กล่าวปลอบโยนนางต่อไปเรื่อยๆ อธิบายข้อดี บอกว่าแต่งแล้วก็ยังได้อยู่ที่บ้าน ทั้งยังไม่ต้อง

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 3 ข้าจะแต่ง

    ทารกที่ 3ข้าจะแต่งภายในห้อง การเจรจาของนางเมิ่งซือจบลง เซียวเฟิงที่มึนงงพ่ายแพ้ย่อยยับ เพียงแต่พอคิดว่าต้องรับน้องสาวผู้นั้นเป็นภรรยา เขาก็ไม่รู้สึกว่าตนเสียเปรียบเท่าใด ยังไงตัวเองก็ไม่มีที่ไป ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตก็แล้วกันเซียวเฟิงฟังคำถามมากมายจนหัวหมุน ทั้งยังพยายามนึกถึงความ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status