Share

ตอนที่ 6 ต้นหลิว 18+

last update Tanggal publikasi: 2025-02-24 15:57:39

ทารกที่ 6

ต้นหลิว

เซียวเฟิงรอจนเมิ่งจื่อรับประทานเสร็จ จากนั้นบอกท่านลุงทั้งสองว่าขอตัวกลับก่อน แล้วจับจูงมือภรรยาเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันออก ระหว่างทางก็แวะแผงขายเครื่องประดับ เลือกซื้อปิ่นปักผมราคาถูกให้เมิ่งจื่อสองอัน

นี่เป็นปิ่นไม้ขัดจนเงาไม่มีราคาค่างวด แต่เซียวเฟิงพบเห็นแล้วก็ชอบ จึงถามหญิงสาวข้างๆว่า งดงามหรือไม่ ด้วยเหตุนี้เองเมิ่งจื่อจึงยิ้มระรื่นก่อนออกจากเมือง

แม้จะเพียงแค่อันละสามสิบเหวิน แต่นี่เป็นสิ่งที่สามีซื้อหาให้ ตลอดทางกลับเมิ่งจื่อเลยเบิกบานยิ่ง เดินนำหน้าเขาแกว่งมือแกว่งเท้า บิดเอวอ้อนแอ้นไปมาอย่างอารมณ์ดี

ในสายตาเซียวเฟิง ปิ่นราคาแสนตำลึงเขาก็เคยเห็นมาแล้ว แต่พอคิดว่า นำมาประดับอยู่บนศีรษะภรรยาตอนนี้ ออกจะไม่เหมาะสมเท่าใด แต่ปิ่นไม้ธรรมดาเรียบง่ายกับดูเหมาะสม ที่จะขับเน้นความบริสุทธิ์ของสาวชาวบ้านออกมา

ตรงหน้าชายหนุ่มเป็นหญิงบอบบางในชุดผ้าเนื้อหยาบ นางสูงเพียงช่วงไหล่เขาเท่านั้น ก้นน้ำเต้าแบบนี้ ต่อให้มีอายุมากขึ้น เขาก็มองออกว่านางจะไม่สูงขึ้นอีกแม้แต่คืบเดียว

สมัยก่อนเซียวเฟิงแฝงตัวอยู่ในวัง ไม่ว่าหญิงสูงศักดิ์งดงามเพียงใด ทุกนางล้วนผ่านสายตาเขามาหมด แต่กับทนการยั่วยวนของเมิ่งจื่อไม่ไหว ถึงกับคิดหาข้ออ้างมารับอีกฝ่ายเป็นภรรยา

เซียวเฟิงฟั่นเฟือนอยู่ไม่กี่วัน แต่หลังจากจำความได้ ความจริงเขาก็เคยคิดหนี การแต่งงานที่รับปากไว้ตอนไม่มีสติมิใช่เรื่องสำคัญสำหรับเขา แต่พอนึกถึงหญิงสาวที่ถูกเพื่อนบ้านรังแกวันนั้น เขากับตัดใจหนีไปเฉยๆ ไม่ลง

จะอย่างไรนางเป็นคนช่วยเขาไว้ ลูกไม้ที่บิดามารดานางนำมาข่มขู่ มีหรือที่เขาจะดูไม่ออก หากแต่หน้าตาและความโง่งมของนางทำให้เขาหนีไปไม่ได้จริงๆ

สตรีที่งดงามเฉลียวฉลาดนั้นมีน้อย แต่ที่งดงามและใสซื่อโง่เง่าเขาเพิ่งเคยเจอนางคนแรก

ขนาดถูกผู้คนรังแกยังไม่รู้จักตอบโต้ ยิ่งพอได้สืบประวัตินางดูแล้ว ผู้หญิงแบบนางมิทราบมีชีวิตอยู่ดีมาถึงตอนนี้ได้ยังไง

หน้าตาแบบนี้เซียวเฟิงมองออก หากเติมโตเต็มสาว ต้องนำภัยมาสู่ครอบครัวตนเองแน่ๆ นางคงจะถูกผู้มีอำนาจแย่งชิงไปเป็นอนุ เรื่องเช่นนี้เขาเจอมานับไม่ถ้วน ดังนั้นจึงคิดหาเหตุผลมาครอบครองนาง เพื่อมิให้ตนรู้สึกผิดที่ขยี้บุบผาอ่อนวัย “…”

ประวัติสกุลเมิ่งธรรมดายิ่งนัก พวกเขาเป็นเพียงชาวบ้านสัตย์ซื่อ เรื่องไม่ดีของเมิ่งจื่อเป็นที่นินทาไปทั่ว แต่เขายังมองออกว่านางมิได้เป็นเช่นนั้น

ก่อนออกจากเมืองหลวง เซียวเฟิงก็กำลังกลัดกลุ้มถึงการแต่งงานอยู่พอดี...

ฮ่องเต้พยายามจะจับคู่เขากับจวินจูท่านอ๋องผู้หนึ่ง นางมีศักดิ์เป็นหลานสาวพระองค์ แต่เซียวเฟิงดูจากนิสัยก็รู้ว่าเข้ากันมิได้ เพราะหญิงสาวนางนั้นฉลาดและเจ้าเล่ห์เกินไป

กับเมิ่งจื่อนั้นแตกต่าง นางทั้งสวยและก็โง่ แม้ตอนนี้เพิ่งฉายแววความงาม แต่ด้วยนิสัยสัตย์ซื่อโง่งม เพียงเท่านี้ก็ผ่านมาตรฐานหญิงสาวของเขาแล้ว

***

ตลอดทางกลับ เซียวเฟิงมองบั้นท้ายภรรยาไปก็คิดอ่านวางแผนไป พรุ่งนี้เขาจะใช้ข้ออ้างเข้าป่าล่าสัตว์ซักห้าหกวัน ไปตรวจสอบอะไรบางอย่างที่เมืองถงหลิง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านหลิวชิ่งเกือบสามร้อยลี้

“เอ๊ะ! จะพาข้าไปไหนเจ้าคะ?”

เมิ่งจื่ออุทาน นางถูกเซียวเฟิงฉุดดึงแขนซ้ายให้เดินเข้าไปยังชายป่าข้างทาง จึงเอ่ยปากถามเขาด้วยความโง่ มิได้สังเกตเสียงหอบหายใจราวกับวัวของสามีตน

“ท่านพี่จะทำอะไร?”

“เจ้าจับต้นหลิวให้แน่นๆ ก็พอ ให้ข้าเสร็จเรื่องก่อนพวกเราค่อยกลับบ้าน” เมิ่งจื่อถูกจับให้หันหน้าเข้ากับต้นหลิวขนาดเท่าแขน หลิวต้นนี้ยังเล็กแต่ก็สูงมาก นางไม่รู้ความจึงใช้สองมือกำซ้ายขวา จากนั้นหันหน้ากลับไปถามอีกครั้ง ว่าท่านพี่จะทำอะไร?

“ถ่างขาออกอีกสิ ข้าจะถอดกางเกงเจ้า”

ในกระโปรงเนื้อหยาบเมิ่งจื่อ นางยังสวมกางเกงขายาวสีขาวไว้หนึ่งตัว

จนถึงตอนนี้นางก็รู้แล้วว่าสามีจะทำอะไร เมิ่งจื่อเขินอายเอ่ยเบาๆ ว่าไม่ได้นะ ทำตรงนี้ไม่ได้!

เสียงโต้เถียงของนางเบาราวกับยุง นานสองนานในที่สุดเมิ่งจื่อเป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้า ส่วนสามีที่ด้านหลังก็ย่อขา เพื่อให้ความสูงตรงจุดสอดประสานตรงกันพอดี

แม้จะจุก แต่เมิ่งจื่อก็กลั้นเอาไว้ ห่างไปไม่ไกลเป็นทางเกวียนกลับเข้าหมู่บ้าน ซึ่งตอนนี้ยังมีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมา

เสียงเสียดสีกระทบกันของเนื้อไม่ดังนัก เพราะไม่ได้ถอดกระโปรงตัวยาว พอสอดใส่ได้เซียวเฟิงก็ปล่อยให้ชายผ้าตกลงมาปิด จึงมิสามารถมองเห็นจุดเชื่อมต่อของทั้งสองคนได้

“พั่บๆ พั่บๆ พั่บๆ”

หากมองจากริมถนน จะเห็นยอดหลิวต้นหนึ่งสั่นไหว ใต้ต้นหลิวเซียวเฟิงกระเด้าเอวเต็มที่ ซอยขึ้นลงเหมือนคนตายอดตายอยาก กระแทกบั้นท้ายภรรยาพร้อมกับเอ่ยเรียกร้องนางว่า

“ให้ข้าเถอะจื่อจื่อ ข้าจะไม่อยู่กับเจ้าอีกหลายวัน”

ท่ายืนแบบนี้มิใช่ครั้งแรกของนางกับสามี เมิ่งจื่อพอรู้เหตุผลก็โอนอ่อนผ่อนตามเต็มที่ ความอับอายก่อนหน้าพลันหายไป ไม่ว่าเขาจะสั่งให้ยกขาซ้ายหรือขาขวา หันหน้าหรือหลัง นางล้วนทำตามอย่างว่าง่าย

ครู่ใหญ่ เมิ่งจื่อเหนื่อยหอบ ช่วงล่างของนางกลายเป็นชาด้าน สุดท้ายร้องขอให้สามีพาไปคลานอยู่พงหญ้าข้างๆ ฝังศีรษะคุดคู้อยู่ในซอกแขน ปล่อยให้เขาย่ำยีตามใจตนเอง

รสชาติราคะยอดเยี่ยมยิ่ง คืนแรกนางยังร่ำร้องว่าเจ็บปวด แต่สองสามวันต่อมาเติมเท่าไรก็ไม่เต็ม รู้สึกอยากให้สามีสอดไอ้นั่นของเขาไว้ในตัวนางตลอดเวลา “…”

ตะวันคล้อยเย็น เมิ่งจื่อกลับถึงบ้านในสภาพทุลักทุเล นางไม่สบายตัวที่กึ่งกลางหว่างขา พอถึงกระท่อมตนเองก็ร้องขอสามีให้หาบน้ำมาให้ จัดการชำระคราบเหนียวเหนอะหนะที่อยู่ในร่างกายตน

เสียงผ่าฟืนดังมาก เมิ่งจื่อขณะอาบน้ำก็ฟังจังหวะลงขวานต่อเนื่องของสามี ต่อมาได้ยินเขาพูดคุยกับท่านพ่อตรงลานบ้าน บอกว่าพรุ่งนี้เช้าจะเข้าป่าลึก ห้าถึงหกวันจึงจะกลับมา

เมิ่งไท่อี้มิสงสัยในตัวเขยขวัญ ฝีมือการล่าสัตว์ของเขาถูกพิสูจย์แล้ว

บ่อยครั้งที่เมิ่งผู้พ่อปล่อยชายหนุ่มไว้ในป่าคนเดียว เนื่องจากรู้สึกเสียหน้า เดินไปด้วยกันทีไร เขายิงสัตว์ป่าไม่เคยทันลูกเขย หลังๆ มานี้จึงมักจะขับไล่แยกกันไปคนละทาง

พ่อตาหน้าดุสอบถามว่าเขาจะไปล่าแถบไหน เซียวเฟิงก็ตอบว่า เขาไท่โจว นั่นอยู่ถัดจากเขาไท่หังถึงสามลูก ปกตินายพรานละแวกนี้ไม่นิยมไป

“ท่านพ่อ ข้าคุยกับลุงจางว่าจะไปล่ากันที่นั่น ได้ยินว่ามีหมีสีน้ำตาลตัวใหญ่อาละวาด เลยคิดไปเสี่ยงโชคกัน อาจจะได้อุ้งตีนกลับมา”

หมีเป็นสัตว์หายาก ทั้งแต่ละส่วนก็ขายได้แพง ในชีวิตเมิ่งผู้พ่อเคยล่าได้แค่สองตัว ดังนั้นจึงขอติดตามไปด้วย บอกว่าไปหลายๆ คนจะได้ช่วยกัน

เซียวเฟิงย่อมไม่ปฏิเสธ จากนั้นชวนพ่อตาไปบ้านลุงจางที่อยู่ข้างๆ วางแผนการออกล่า ทั้งยังดื่มสุราสังสรรค์ เล่าประสบการณ์ล่าหมีของแต่ละคนให้กันและกันฟัง

กลางดึกคืนนั้น เมิ่งจื่อยังคงคลานสี่ขาอยู่บนเตียงนอน นางรับแรงกระแทกสามีจนตัวโยก แต่มิได้ร้องครวญครางเสียงดังเหมือนใหม่ๆ เพียงกัดฟันสะอื้นฮึดฮัด ใช้สองแขนค้ำยันร่างกายตนเองไม่ให้ฟุบลง

รุ่งเช้า ท่านพ่อกับสามีนางจากไปแล้ว เมิ่งจื่อหลังรับประทานอาหารเสร็จก็หอบผ้าไปซัก นางเดินอุ้มถังไม้ไปตามทางน้อยลงแม่น้ำ นั่งลงกับโขดหินก้อนหนึ่ง ใช้ไม้สากทุบตีทำความสะอาดชุดสามี

“ชิ! ก็คิดว่าเป็นใครเสียอีก นางร่านเมิ่งจื่อนี่เอง!”

เสียงด่าทอหยาบคายดังมาแต่ไกล เมิ่งจื่อหันกลับไปก็พบเข้ากับสี่สาว นี่เป็นพวกซ่งจูเอ๋อเอง สาวน้อยสี่นางต่างก็หอบผ้าของตนมาซัก พอพบอริก็เริ่มเปิดฉากรังแกทันที

“ข้าได้ยินว่าเจ้าร้องลั่นทุกคืน เป็นไงบ้าง ของคุณชายเสิ่นหรือสามีเจ้าเอาดีกว่ากัน?”

จูเอ๋อยังไม่ออกเรือน แต่คำถามนี้รุนแรงมาก หากเป็นเมื่อก่อนเมิ่งจื่อคงไม่รู้ว่า “เอาดี” คืออะไร แต่ตอนนี้นางโกรธแทบคลั่ง หากแต่ก็คิดคำโต้ตอบกลับไปมิได้ จึงทำเพียงจิกเล็กเข้าใส่ผ้าในมือจนนิ้วงองุ้ม ไม่นานน้ำตาก็เริ่มคลอเบ้า จากนั้นก็ร้องไห้โฮออกมา

เพียงแต่ครั้งนี้เป็นการร่ำไห้แบบไม่มีเสียง นางหันหลังให้พวกของจูเอ๋อ ก้มหน้าก้มตาซักผ้าต่อไป

ข้างๆ เมิ่งจื่อยังคงเป็นเสียงหัวเราะคิกคัก จูเอ๋อบ้านรั้วติดกันก็เอาแต่พูด บอกว่าไม่นานเมิ่งจื่อคงเอวหักแน่ ขนาดห้องข้าอยู่ตั้งไกลยังได้ยินเสียงนางถูกกระแทก!

จูเอ๋อพูดไปก็หัวเราะไป ความจริงนางอิจฉา อิจฉาจะตายอยู่แล้ว!

นับตั้งแต่จูเอ๋อเห็นหน้าพี่เซียวอันชัดเจน นางก็นึกชอบแต่แรก แต่นางแพศยาเมิ่งกับเป็นเจ้าของเขา แล้วจะให้นางยอมรับได้ยังไง!

ของดีๆ อะไรที่นางไม่เคยได้ เมิ่งจื่อล้วนได้ครอบครอง ทุกคนต่างก็มีฐานะเพียงเท่านี้ ไฉนนางไม่มีแบบบุตรสาวตระกูลเมิ่ง ขนาดสามีบิดานางยังหาให้สู้เมิ่งจื่อมิได้เลย

ตอนนี้ซ่งจูเอ๋อหมั้นหมายแล้ว นางปักปิ่นช้ากว่าเมิ่งจื่อหกวัน หลังพิธีตระกลูหลี่ก็มาสู่ขอนางให้กับบุตรชาย กำหนดแต่งงานก็เป็นเดือนสิบสองที่จะถึง

สกุลหลี่เป็นคนในหมู่บ้าน พวกเขามีที่ดินสิบกว่ามู่ แม้ไม่ร่ำรวยแต่ก็พอมีกิน ดังนั้นนายท่านซ่งจึงเรียกสินสอดเป็นข้าวสารสิบกระสอบ กับหมูหนึ่งตัว

จูเอ๋อคับแค้นใจยิ่ง นางอ้อนวอนบิดาว่าไม่ต้องการแต่งกับคนผู้นี้ เจ้าหลี่ต้าทั้งดำทั้งอ้วน แต่นางก็ถูกบิดาตีถึงสองรอบ ทั้งยังด่านางว่า ดูสารรูปตัวเองบ้าง แบบนี้ยังด่าผู้อื่นได้หรือ

คืนนั้นจูเอ๋อร่ำไห้สุดเสียง เมิ่งจื่อขณะร่วมรักกับเซียวเฟิงยังได้ยิน แต่นางมิสนใจ เพราะกำลังเมามันกับการถูกสามีจับถ่างขาอยู่บนเตียง

ความจริงจูเอ๋อก็มิได้อัปลักษณ์ขนาดนั้น นางก็แค่อวบและเตี้ยนิดหน่อย แม้จะดำแต่ก็ไม่เท่ากับเจ้าหลี่ต้า ใบหน้าก็ไม่ได้มีสิวมากมายเท่าสหายนาง

“…”

***

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 26 ต้องสนใจหรือ?

    ทารกที่ 26ต้องสนใจหรือ?หลังจากจบคดี แม้เซียวกว๋อกงจะประกาศลั่นว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งนางเมิ่งจื่อเข้าจวน หากแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเดือนกว่า เย่หลิงเอ๋อและสาวๆ ในเมืองจินหลิงหลายคน ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าดูบ้านเช่าของสกุลเมิ่งอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบเห็นกว๋อกงจะติดต่อมาหานางเลยซักครั้ง ปกติงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้ว แม้แต่พ่อบ้านหรือบ่าวไพร่ในจวนซักคนก็ไม่เคยย่างเท้ามาพบคนสกุลเมิ่งซักคนเดียวหรือพวกเขาไม่ต้องส่งของหมั้นหมายกัน?สามหนังสือหกพิธีการ จะอย่างไรการเตรียมงานพวกนี้วุ่นวายมาก เป็นไปไม่ได้หากกว๋อกงจะแต่งจริงแล้วไม่ติดต่อบ้านฝ่ายหญิงไปซักครั้ง ยิ่งเวลากระชั้นชิดแบบนี้ การที่เขาไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาลั่นวาจากลางศาลวันนั้น คงเพราะโกรธจัดและเสียหน้ามากแน่ๆ ผ่านมาถึงวันนี้คงสงบสติอารมณ์ได้ อย่างมากก็มอบเงินให้สกุลเมิ่งเป็นค่าปลอบขวัญซักหลายพันตำลึง...ยังคงอยู่ที่หน้าร้านอวิ๋นเสียง สาวใช้ส่วนตัวคุณหนูหกนางกักเมิ่งจื่อไว้กลางวงล้อม หนึ่งในคนสูงที่สุดเห็นสายตานายสาวจากโต๊ะข้างๆ ก็ทราบว่าเป็นสัญญาณให้ลงมือได้ ฉับพลันนางพุ่งตัวไปคิดใช้ไหล่กระแทก แต่แล้วเสียงแหวกอ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 25 ปิ่นหงส์

    ทารกที่ 25ปิ่นหงส์วันเวลาผ่านไปเดือนกว่า นับแต่จบคดีที่ศาลเมิ่งจื่อก็แทบจะยิ้มไม่หุบ เนื่องจากนางไม่รู้มาก่อนว่าสามีจะทำแบบนี้ ถึงกับขอนางแต่งงานกลางศาล ที่จริงนางคิดมากแทบตายกลัวเขาทอดทิ้ง จะอยากไรนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เขาเป็นใครกัน นางยังต่อรองเรียกร้องอะไรกับเขาได้ ถึงกับคิดไปว่าหากถูกเขาเลี้ยงเป็นเมียน้อยอย่างลับๆ ก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้ว…“จูเอ๋อ! ไปดูปิ่นหงส์กันหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าที่ร้านอวิ๋นเสียงมีปิ่นหงส์ด้วยละ”เมิ่งจื่อและจูเอ๋อวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ทั้งสองราวกับผีเสื้อน้อยเริงร่า เมิ่งจื่อหลังจากคุยกับบิดาให้ซื้อตัวจูเอ๋อไว้ใช้สอย เมิ่งไท่อี้พอกล่าวออกไปซ่งเทียนต้าไหนเลยไม่กล้าขาย เขายินดีอย่างยิ่งเพราะเมิ่งไท่อี้ซื้อนางในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงนี่เป็นความต้องการของจูเอ๋อเองแม้จะซื้อมาเป็นบ่าว แต่เมิ่งจื่ออยู่เมืองหลวงไม่มีเพื่อน ดังนั้นจูเอ๋อเป็นคนที่นางสนิทด้วยที่สุด ความแค้นเก่าก่อนอะไรไม่มีแล้ว ทั้งจูเอ๋อและเมิ่งจื่อล้วนโตขึ้น พวกนางผ่านอะไรมาตั้งมาก สุดท้ายขอเลือกความสุขให้กับตัวเองในแบบที่ต้องการ“จื่อจื่อ จะไปจริงหรือ แต่เจ้ายังไม่ทันแต่งเข้าจวนนะ นี่ยังส

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 24 เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่

    ทารกที่ 24เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่ตะวันคล้อยบ่าย อารมณ์ชาวจินหลิงถูกคดีกว๋อกงฉาวโฉ่ชักนำขึ้นสู่ยอดไม้ บทสรุปที่คิดว่าจบแล้วกับไม่จบ จู่ๆ ขุนนางสำนักฮั่นหลินเสิ่นจงถูกฟ้องต่อ ด้วยข้อกล่าวหาที่หนักหนาสาหัส คือว่าจ้างให้ใส่ร้ายขุนนางใหญ่ ทั้งพยานและผู้ฟ้องยังเป็นขุนนางซุยกวนขั้นห้า ใต้เท้าหนิงซึ่งเป็นคนของที่ว่าการเมือง“เสิ่นจง ที่ใต้เท้าหนิงกล่าวมาเจ้ายอมรับหรือไม่!”ผู้คนต่างร่ำร้อง อะไรวะเนี่ย! นี่มันบ้าอะไรกัน!เสนาบดีหวังนั่งไม่ติดแล้ว ไม่รอให้บุตรเขยปฏิเสธ เขาก็ลุกขึ้นประท้วง! บอกว่าหนิงซุยกวนกล่าวเหลวไหล ต่อให้เสิ่นจงโง่กว่านี้ เขาก็ไม่มีทางจ้างอดีตคู่หมั้นตนให้ใส่ร้ายป้ายสีเสนาบดีเย่!ใช่แล้ว! ใส่ร้ายเสนาบดีเย่!คนในศาลและนอกศาลพอรับฟัง ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดี ตอนแรกเปิดศาลมาด้วยคดีเจ้าพระยาขั้นหนึ่งทอดทิ้งลูกเมีย หากแต่ไต่สวนไปๆ มาๆ มิทราบไฉนกลายเป็นขุนนางฮั่นหลินจ้างคนใส่ร้ายเสนาบดีขั้นสองไปได้ พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มือเขียนบทละครงิ้วหลายสิบคนที่มายืนคอยรับฟังตอนจบ ต่างก็พากันร่ำร้องเฮลั่น เรื่องราวหักมุมผู้คนกำลังชอบ ชั่วพริบตาเสียงตะโกนชาวบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหว

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 23 เขยแต่งเข้า!

    ทารกที่ 23เขยแต่งเข้า!ยังคงเป็นภายในศาลว่าการ เจ้าหน้าที่จัดโต๊ะพร้อมน้ำชาของว่าง นี่เป็นอภิสิทธิ์สำหรับเซียวกว๋อกงเท่านั้น จะอย่างไรเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด แต่ต่อให้ผิดจริงก็มิใช่คดีอาญาใหญ่โตอะไร ไหนเลยมีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าในศาลเสียงเปิดการไต่สวนไม่นานก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเป็นมือปราบสาวทั้งสี่นำตัวเมิ่งจื่อเข้ามา หญิงสาวถูกสั่งให้คุกเข่าลงกับพื้น อ้อมกอดยังคงอุ้มทารกน้อยของตนอยู่เหมือนเดิมภายใต้การจับจ้องของผู้มีอำนาจและชาวบ้านในเมืองจินหลิง เจ้ากรมอาญาตบหัวพยัคฆ์ดังปัง! กล่าวว่า “นางเมิ่งจื่อ มาถึงตอนนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่!”เมิ่งจื่อในชุดกระโปรงเนื้อหยาบท่าทีหวาดกลัวยิ่ง บอกว่า “ข้าจำผิดจริงๆ เจ้าคะ”ทุกคนในศาลต่างก็หันมองไปทางกว๋อกง เห็นเขายังจิบชานิ่งเฉย พลันได้ยินเสียงเจ้ากรมอาญากล่าวว่า “เบิกตัวราษฎรชาวหลิวชิ่งออกมาซักถามให้การ!”เสียงฮือฮาอื้ออึง เมื่อผู้เข้าชมเห็นเจ้าหน้าที่หลายคน ทยอยนำชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนเข้ามาในศาล คนเหล่านี้ดูไปยากจนข้นแค้น ทั้งหน้าตามองดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครอบครัวซ่งและหงตัวสั่นงั

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 22 ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว

    ทารกที่ 22ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว“ท่านแม่ดูไก่ขอทานนี่สิ หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ขายในอำเภอเรา ไฉนรสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซ่งจูเอ๋อแกะใบบัวที่ห่อไก่ขอทานออก นางเอาอกเอาใจมารดายิ่งนัก ส่วนของตนก็แบ่งให้กว่าครึ่ง สมัยก่อนนางก็มิได้เป็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะนางถูกสามีหย่าส่งกลับบ้านเก่า บวกกับเจ็บช้ำน้ำใจมามาก เลยกลายเป็นเติบโตขึ้นกว่าเดิมใช่แล้ว! จูเอ๋อหย่าแล้ว!นางถูกหลี่ต้าหย่าด้วยข้อหาดุร้ายไม่เชื่อฟังสามีทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทาง ครอบครัวซ่งและหงรวมกันสิบกว่าชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกับสกุลเมิ่ง สามวันก่อนจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาจากเมืองหลวง กึ่งข่มขู่กึ่งบังคับพวกเขา สอบถามความเป็นมาเมิ่งจื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกนำตัวมาด้วย เพื่อไปยังเมืองหลวงให้การต่อหน้าศาลจูเอ๋อหวาดกลัวมาก นางกลับมาบ้านก็ถูกท่านพ่อตีหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่าจะหาคนมาแต่งนางออก ต่อให้เป็นชายแก่อายุครึ่งร้อย นางก็ต้องแต่งออกไปโชคดีมีเหตุการณ์แทรกซ้อน มิทราบเมิ่งจื่อไปก่อเรื่องอะไร ขนาดที่ทางการต้องให้คนจากหลิวชิ่งไปให้ปากคำ หากเป็นเมื่อก่อนจูเอ๋อคงสะใจในคราเคราะห์เมิ่งจื่อ แต่ตอนนี้นางไม่คิดแบบนั้น เพียงคิดว่า

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 21 บุรุษล้วนไม่มีตัวดี

    ทารกที่ 21บุรุษล้วนไม่มีตัวดีนอกวัดถ่านเจ๋อ เสิ่นจงกลับขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์เสีย เขาคิดไม่ถึงนางจะปากแข็งขนาดนี้ สมัยก่อนนางไม่เป็นแบบนี้ซักนิด เพียงแค่คำพูดหว่านล้อมไม่กี่คำ ก็สามารถจูบปากนางได้แล้วเมื่อครู่ ขนาดเขาบอกจะรับนางเป็นภรรยา นางก็ยังปฏิเสธว่าไม่มีผู้คนว่าจ้าง เป็นนางเข้าใจผิดเอง เซียวกว๋อกงหน้าเหมือนสามีนาง เขาโมโหแทบคลั่ง จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมรับ คิดว่าคนอื่นโง่เง่าเหมือนกับนางหรือ ที่จะดูสถานการณ์ไม่ออกหากไม่ติดว่านางเอาแต่ร้องไห้ เขากลัวคนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน คงต้องลงมือตบนางซักครั้ง หญิงอะไรสมควรฆ่านัก หรือนางไม่รู้ว่าการฟ้องร้องหน้าด้านๆ ครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างแค่ไหน อย่างน้อยก็มีเขาแล้วหนึ่งคน ถ้าหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนคนของกรมอาญากลับมา คงจะเป็นเขาและท่านพ่อตาที่กลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดข้อหาบงการหญิงชาวบ้าน ให้มาใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงเซียวกว๋อกงหลังจากคุยกับพ่อตา เสิ่นจงถึงรู้ว่า นี่เป็นแผนยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว การที่เมิ่งจื่อถูกจ้างให้มาฟ้องร้องเซียวกว๋อกง ความจริงผู้บงการคงรู้แต่แรก ว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์หมั้นหมายมาก่อน ดังนั้นคนที่อย

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 7 เจ้าหน้าที่ทางการ

    ทารกที่ 7เจ้าหน้าที่ทางการยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมิ่งจื่อซักผ้าเสร็จแล้ว นางก้มลงหยิบถังไม้หันกลับขึ้นฝั่ง ดวงตาหญิงสาวไม่มีน้ำตาประดับอยู่ซักนิด ราวกับเมื่อครู่นางมิได้ร่ำไห้อันใด“นี่! เป็นไร! แค่นี้ก็ตอบไม่ได้หรือว่าของใครดีกว่ากัน?” จูเอ๋อไม่คิดปล่อยอริไปโดยง่าย นางพอเห็นเมิ่งจื่อจะเดินหนีก็ต

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 5 ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้ว 18+

    ทารกที่ 5ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้วฟูกที่นอนอ่อนยวบ เปลวเทียนถูกลมหายใจเป่าดับ สายตาเมิ่งจื่อตกอยู่ในความมืด จากนั้นนางรู้สึกว่าผ้าห่มที่ปลายเท้าถูกเลิกขึ้น ตามมาด้วยไอเย็นปะทะเข้ากลางหว่างขา เพราะกระโปรงชุดแต่งงานของนางถูกถอดออกเมิ่งจื่อสะดุ้งเฮือก นางขัดขืนเพราะขาทั้งสองถูกมือเย็นๆ จับแยก สาวน้อยไ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 4 เซียวอัน

    ทารกที่ 4เซียวอัน“อะไรนะ! เมื่อกี้ท่านแม่กล่าวว่าอะไร!”เมิ่งจื่อถึงกับสะดุ้ง เพราะท่านแม่บอกว่าจะแต่งเขยเข้าบ้าน แบบนี้นางต้องไม่ถูกสามีรังแกแน่นอน“เด็กโง่ แม่ย่อมคิดอ่านแทนเจ้า”นางเมิ่งซือลูบเส้นผมบุตรสาว กล่าวปลอบโยนนางต่อไปเรื่อยๆ อธิบายข้อดี บอกว่าแต่งแล้วก็ยังได้อยู่ที่บ้าน ทั้งยังไม่ต้อง

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 3 ข้าจะแต่ง

    ทารกที่ 3ข้าจะแต่งภายในห้อง การเจรจาของนางเมิ่งซือจบลง เซียวเฟิงที่มึนงงพ่ายแพ้ย่อยยับ เพียงแต่พอคิดว่าต้องรับน้องสาวผู้นั้นเป็นภรรยา เขาก็ไม่รู้สึกว่าตนเสียเปรียบเท่าใด ยังไงตัวเองก็ไม่มีที่ไป ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตก็แล้วกันเซียวเฟิงฟังคำถามมากมายจนหัวหมุน ทั้งยังพยายามนึกถึงความ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status