บุตรสาวขาโหดกลับมาหลังตายอนาถ

บุตรสาวขาโหดกลับมาหลังตายอนาถ

بواسطة:  เหยียนซีمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
8.74
60 تقييمات. 60 المراجعات
215فصول
154.8Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

ชาติก่อน นางถูกญาติสนิทร่วมมือกันวางแผนเล่นงาน สิ้นใจไปพร้อมความแค้น!พอกลับมาเกิดใหม่ นางก็สาบานว่าจะล้างแค้นลงโทษบิดาชั่ว เปิดโปงความชั่วหญิงแพศยา ทรมานพวกคนถ่อย!ใช้ความทรงจำที่ได้มาจากอดีตชาติวางแผน ทำลายฝันที่จะเป็นฮ่องเต้ของชายชั่ว!พวกพี่ชายไร้ประโยชน์พอเห็นถึงธาตุแท้ของแม่ลูกที่ชั่วช้า ก็พากันคุกเข่าขอโทษนางเจียงหวานหว่านมองด้วยแววตาเย็นชา ไม่คิดให้อภัยโดยเด็ดขาด!เพียงแต่ท่านอ๋องหน้านิ่งที่ชาติก่อนถูกนางทำร้ายจิตใจ ชาตินี้กลับเย็นชาไม่แยแสนางนางแย้มยิ้ม ตามจีบสามีไม่หยุดยั้ง...

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

แคว้นตงหลิง ฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บปีเฉียนหยวนที่สามสิบเจ็ด

ภายในห้องลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้คนกลัวจนตัวสั่นสะท้าน

เห็นเพียงว่าบนเตียงหินของห้องลับมีหญิงสาวที่ร่างกายอาบไปด้วยเลือดคนหนึ่งนอนอยู่

บนใบหน้าของนางมีรอยแผลกรีดคาดกันเป็นเส้นๆ ดูอัปลักษณ์น่าสะพรึงกลัว

มือเท้าถูกตะปูเหล็กหนาตอกไว้ที่สี่มุมของเตียงหิน บาดแผลมีเลือดเปรอะเปื้อน บนเตียงก็เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดงเข้มที่แห้งกรัง

ท้องของนางกลับนูนสูง เห็นได้ชัดว่าท้องใกล้คลอดแล้ว

สตรีในอาภรหรูถือกริชเล่มหนึ่งไว้ในมือ แย้มยิ้มขณะเดินเข้าใกล้นางทีละก้าวๆ

“เจียงอวิ้น! กรรมจะตามสนองเจ้า เจ้าจะไม่ได้ตายดี!”

“เหอะๆ ข้าจะตายดีหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่เจ้าจะต้องไม่ได้ตายดีแน่!”

พอพูดถึงคำสุดท้ายออกมา เสียงนางก็ดังก้องขณะชูกริชในมือขึ้น แทงเข้าไปในเบ้าตาของผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ลังเล

“อ้า...” เสียงกรีดร้องที่แสนเจ็บปวดดังไปทั้งห้องศิลา

โลหิตสดกระเซ็นไปทั่วทั้งตัวของนางแต่นางกลับไม่คิดแยแส ดวงตาจ้องมองสภาพอนาถของสตรีผู้นั้น ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มแห่งความปีติสุข

“เจียงหวานหว่าน แต่เดิมเจ้ากับมารดาแพศยาของเจ้าไม่ควรกลับมา เจ้าเป็นแค่สาวชาวบ้านคนหนึ่ง ถือดีอะไรกลับมาแย่งชิงกับข้า? เพียงแต่ต่อให้เจ้าคิดอยากจะแย่งก็ไร้ประโยชน์ พวกพี่ชายของเจ้ามิใช่ยังถูกข้าหลอกจนโงหัวไม่ขึ้น ทุ่มชีวิตปกป้องข้าอยู่ดีหรือ? แต่ก็น่าเสียดายนะ สุดท้ายพวกเขาก็ตายอนาถ ถูกทัณฑ์ห้าม้าแยกร่าง...”

“เจ้า เจ้าว่าอะไรนะ?” เจียงหวานหว่านเบิกตาที่เหลือแค่ข้างเดียวจนโตด้วยความเหลือเชื่อ ดูน่ากลัวน่าสยดสยอง

“ข้าพูดว่าพวกเขาถูกห้าม้าแยกร่างไปแล้ว! บังอาจลบหลู่เบื้องสูงก่อความไม่สงบ ตายก็สมควร!” เจียงอวิ้นพูดยิ้มแย้มได้ใจ

หัวใจของเจียงหวานหว่านพลันเจ็บแปลบ รู้สึกน่าขันเหลือเกิน

พวกพี่ชายแท้ๆ ของนางต่างพากันปกป้องน้องสาวเจียงอวิ้นผู้นี้

ไม่สนใจแม่กับนางผู้เป็นน้องสาวแท้ๆ สุดท้ายถึงกับตายอนาถเช่นนี้!

กรรมตามสนองจริงๆ!

“จริงสิ มารดาแพศยาผู้นั้นของเจ้าก็จากโลกนี้ไปก่อนเจ้าแล้วก้าวหนึ่ง! นางถูกกรอกยาส่งไปที่ค่ายทหาร ถูกชายเหม็นสาบนิสัยป่าเทื่อนทรมานสามวันสามคืนจนตาย!”

“อ้าๆๆ...เจียงอวิ้น! นางหญิงชั่ว! ข้าจะฆ่าเจ้า! ฆ่าเจ้า!”

ดวงตาเจียงหวานหว่านแดงก่ำ แผดเสียงอย่างบ้าคลั่งขณะที่ร่างกายดิ้นขยับ ไม่สนใจบาดแผลบริเวณสี่อวัยวะแขนขาว่าจะถูกกระชากจนเลือดไหลท่วม

เจียงอวิ้นชื่นชมสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธของนาง สะใจเสียเหลือเกิน

นางยังคงพร่ำความจริงที่โหดร้ายยิ่งกว่าต่อ “เจ้าคิดว่าตอนนั้นผู้ที่วางแผนทำลายความบริสุทธิ์เจ้าคือหรงซีหรือ? ความจริงคนที่ทำลายความบริสุทธิ์เจ้าคือท่านอ๋อง!”

“เจ้าคิดว่าเด็กในท้องของเจ้าคือของท่านอ๋องงั้นหรือ? ข้าจะบอกเจ้านะ มันคือมารหัวขนต่างหาก! มารหัวขนนี้เป็นลูกของหรงซี! เจ้าเป็นคนสังหารบุรุษที่รักเจ้าดุจชีวิตคนนั้นกับมือเจ้าเอง!”

ลูกตาของเจียงหวานหว่านสั่นไหว “ไม่! เป็นไปไม่ได้! เจ้าพูดเหลวไหล!!”

“เหอะๆ ข้าพูดเหลวไหลหรือ? เจ้ามันโง่จนน่าสงสาร! ท่านอ๋องแค่หลอกใช้คนโง่อย่างเจ้าเท่านั้น หากมิใช่เช่นนี้ เจ้าไหนเลยจะเต็มใจช่วยท่านอ๋องกำจัดเขากัน? น่าขันก็ตรงที่เพื่อเจ้าแล้ว บุรุษคนนั้นไม่สนแม้แต่ชีวิตตน!”

แววตาของเจียงอวิ้นฉายความริษยาและไม่เต็มใจอย่างรุนแรงผาดหนึ่ง

บุรุษที่งามราวเทพบุตรเช่นนั้น เจียงหวานหว่านถือดีอะไรได้ใจเขาไปครอง?

“เป็นไปไม่ได้ เจ้าพูดเหลวไหล เจ้าจะต้องพูดเหลวไหลแน่นอน...” เจียงหวานหว่านพึมพำ

เพื่อล้างแค้นแล้ว นางกับเซียวหวายก็วางแผนดึงเขามาเข้ามาติดกับดัก

ในสมองปรากฏภาพที่หรงซีถูกศรนับหมื่นแทงทะลุหัวใจ

คำสุดท้ายที่เขาพูดกับนางก่อนตายก็คือ...

“หวานหว่าน อย่าเกลียดข้าเลย...”

จะไม่ใช่เขาได้อย่างไร!

ตัวนางไหนเลยจะแค้นผิดคนได้?!

หัวใจคล้ายถูกมือใหญ่ที่มองไม่เห็นบีบกุมแน่น เจ็บปวดจนไม่อาจหายใจ!

“เป็นอย่างไร? เจียงหวานหว่าน ตอนนี้เจ้าปวดใจจนอยากตายเลยใช่หรือไม่? ฮ่าๆๆ! หากไม่ใช่ว่าท่านอ๋องคิดจะใช้เจ้าควบคุมหรงซี เจ้าคิดว่าเจ้ากับมารหัวขนนี่จะมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบันได้หรือ?”

เจียงอวิ้นจ้องมองท้องที่นูนขึ้นของนาง ใบหน้าเผยรอยยิ้มชั่วร้าย

“ตอนนี้ท่านอ๋องกำลังจะขึ้นครองราชย์แล้ว และเจ้าก็สามารถไปตายได้แล้ว!”

พูดจบนางก็ชูกริชที่สะท้อนแสงกรีดลงไปบนท้องของนางอย่างแรง!

“อ้าๆๆ...” เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังไปทั่วทั้งห้องลับ

...
توسيع
الفصل التالي
تحميل

مراجعة كتاب

أحدث فصل

فصول أخرى

التقييمات

10
78%(47)
9
0%(0)
8
0%(0)
7
2%(1)
6
3%(2)
5
2%(1)
4
3%(2)
3
0%(0)
2
7%(4)
1
5%(3)
8.74 / 10.0
60 تقييمات · 60 المراجعات
أكتب تعليقا

المراجعاتأكثر

Big-Bee Heroine
Big-Bee Heroine
จากที่อ่านคอมเม้นท์ แปลว่า 215 สถานะ “จบ” ในที่นี้คือไร้ท์เท เพราะเนื้อหายังไม่ถือว่าจบสำหรับรี๊ด ถูกต้องมั้ยคะ แอบเศร้าแทนคนที่ซื้ออ่านไปแล้ว จะจำแค่ชื่อผู้เขียนก็ไม่ได้ หากินแบบนี้ น่าจะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ เศร้าใจ ...
2026-06-29 10:50:11
0
0
เกตุไทย พรมรัตน์
เกตุไทย พรมรัตน์
สนุกมากอยากอ่านต่อ
2026-03-22 20:15:02
0
0
Nira Ho
Nira Ho
สรุป มันจบไหมคะ
2026-02-16 06:29:50
2
0
1009 pankao
1009 pankao
ลอกกันซะงั้น มาต่อให้จบค่ะ
2026-02-08 13:00:10
1
0
Malairat Tie
Malairat Tie
กลับมาก๊อนนน ยังไม่จบเลยค่า
2026-01-30 13:21:02
2
0
215 فصول
บทที่ 1
แคว้นตงหลิง ฤดูเหมันต์อันหนาวเหน็บปีเฉียนหยวนที่สามสิบเจ็ดภายในห้องลับมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นเป็นระยะๆ ทำให้คนกลัวจนตัวสั่นสะท้านเห็นเพียงว่าบนเตียงหินของห้องลับมีหญิงสาวที่ร่างกายอาบไปด้วยเลือดคนหนึ่งนอนอยู่บนใบหน้าของนางมีรอยแผลกรีดคาดกันเป็นเส้นๆ ดูอัปลักษณ์น่าสะพรึงกลัวมือเท้าถูกตะปูเหล็กหนาตอกไว้ที่สี่มุมของเตียงหิน บาดแผลมีเลือดเปรอะเปื้อน บนเตียงก็เต็มไปด้วยคราบเลือดสีแดงเข้มที่แห้งกรังท้องของนางกลับนูนสูง เห็นได้ชัดว่าท้องใกล้คลอดแล้วสตรีในอาภรหรูถือกริชเล่มหนึ่งไว้ในมือ แย้มยิ้มขณะเดินเข้าใกล้นางทีละก้าวๆ“เจียงอวิ้น! กรรมจะตามสนองเจ้า เจ้าจะไม่ได้ตายดี!”“เหอะๆ ข้าจะตายดีหรือไม่นั้นไม่รู้ แต่เจ้าจะต้องไม่ได้ตายดีแน่!”พอพูดถึงคำสุดท้ายออกมา เสียงนางก็ดังก้องขณะชูกริชในมือขึ้น แทงเข้าไปในเบ้าตาของผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่ลังเล“อ้า...” เสียงกรีดร้องที่แสนเจ็บปวดดังไปทั้งห้องศิลาโลหิตสดกระเซ็นไปทั่วทั้งตัวของนางแต่นางกลับไม่คิดแยแส ดวงตาจ้องมองสภาพอนาถของสตรีผู้นั้น ใบหน้ากลับมีรอยยิ้มแห่งความปีติสุข“เจียงหวานหว่าน แต่เดิมเจ้ากับมารดาแพศยาของเจ้าไม่ควรกลั
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ฤดูหนาวเดือนสิบสอง หิมะร่วงโรยปลิวพริ้วรถม้าคันหนึ่งวิ่งไปตามเส้นทางบนภูเขาที่ทุรกันดารอย่างช้าๆรถม้าที่ทั้งเก่าและทรุดโทรมไม่อาจต้านแรงลมหนาวได้ เย็นจนคล้ายกับจะแช่แข็งกระดูกคนได้เจียงหวานหว่านฟื้นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด นางไม่ได้ตายไปแล้วเหรอทำไมถึงยังเจ็บมากขนาดนี้อีกนางพยายามที่จะลืมตาขึ้น ในขณะที่กำลังสะลึมสะลืออยู่นั้นก็คล้ายกับได้เห็นหลิ่วซู่แม่ของนาง"ท่านแม่..."น้ำเสียงที่แหบพร่าแฝงไว้ด้วยความสั่นเครือ คล้ายกับกำลังยืนยันอะไรบางอย่างหลิ่วซู่คว้ามือนางไว้อย่างตื่นเต้นพร้อมกับพูดว่า "หวานหว่าน เยี่ยมไปเลย ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นสักที""ท่านแม่..."เมื่อได้สัมผัสความรู้สึกห่วงใยอันแสนอบอุ่นจากแม่อีกครั้ง เจียงหวานหว่านก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ จนน้ำตาเกือบจะไหลรินออกมาหลิ่วซู่ตกใจ "หวานหว่านอย่าร้อง ใกล้จะถึงเมืองหลวงแล้ว เดี๋ยวเจ้าก็จะได้เจอพ่อกับพวกพี่ชายแล้วนะ"เมื่อเจียงหวานหว่านใด้ยินที่นางพูด ก็นิ่งอึ้งไป "ไปเมืองหลวงหรือ"แววตาของหลิ่วซู่หม่นแสงลงนิดหนึ่ง แล้วจึงถอนหายใจออกมาเมื่อสิบกว่าปีก่อน สามีได้พาแม่สามีและลูกๆ ที่อายุยังน้อยห้าคนมาที่
اقرأ المزيد
บทที่ 3
สิบวันต่อมารถม้าที่สภาพทรุดโทรมหยุดจอดอยู่หน้าประตูของจวนเจียงเจียงหวานหว่านให้สือหลิ่วไปเคาะประตู อีกทั้งยังแจ้งฐานะของพวกนางด้วยเมื่อเด็กรับใช้ที่เฝ้าประตูอยู่ได้ยินดังนั้นก็อึ้งไปยกใหญ่หลังจากที่มองพวกนางตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้ว "ปึง" เสียงปิดประตูดัง หันกลับวิ่งไปรายงานที่เรือนกลางทันทีเฉาหยูเฟิ่งกำลังถือช้อนชิมรังนกหิมะชั้นดีอยู่เมื่อได้ยินที่สาวใช้บอก ช้อนในมือก็ร่วงลงในชามทันที ทำให้เกิดเสียงแตกดังลั่นทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ นางส่งคนไปฆ่าแม่ลูกคู่นี้แล้วนี่นาคนยังไม่ตาย แถมยังปล่อยให้พวกนางวิ่งแจ่นมาจนถึงเมืองหลวงได้ในใจของเฉาหยูเฟิ่งรู้สึกเดือดปุดๆ จนแทบจะกัดฟันเงินจนแตกได้"นายหญิง คราวนี้จะทำยังไงดีเจ้าคะ""หึ! อะไรทำยังไง ก็เป็นแค่พวกคนยากจน ออกไปพบพร้อมกับข้าก็พอ!"เมื่อพูดจบ นางก็ลุกขึ้นเดินอย่างองอาจไปที่ประตูใหญ่พร้อมกับสาวใช้ทันทีประตูใหญ่ของจวนเจียงค่อยๆ เปิดออก เฉาหยูเฟิ่งเดินนำสาวใช้ออกมาร่างที่สวมใส่ชุดหรูหราราคาแพง ยืนอยู่ตรงหน้าคู่แม่ลูกหลิ่วซู่ด้วยความดูถูก จ้องไปที่พวกนางด้วยสายตาเย็นเยียบ"เป็นพวกเจ้าเองเหรอที่แอบอ้างตัวว่าเป็นนายหญิงกับบุตร
اقرأ المزيد
บทที่ 4
"หนิงเกอเออร์..."หลิ่วซู่มองไปที่ลูกชายที่อยู่ใกล้แค่คืบอย่างเหม่อลอย ร้องเรียกชื่อของเขาออกมาเจียงจิ่นหนิงชะงักไปครู่หนึ่งจ้องมองไปที่ผู้หญิงสูงวัยที่สวมใส่เสื้อผ้าโทรมๆ จนดูน่าอนาถเขาขมวดคิ้วมุ่น "เจ้าเป็นใคร บังอาจมาเรียกชื่อของข้า"ชัดเจน เขาจำหน้าตาของแม่ตัวเองไม่ได้แล้วหลิ่วซู่โซเซถอยหลังไปสองก้าว ถึงจะค่อยถูกสือหลิ่วช่วยประคองตัวเอาไว้ในใจก็อดที่จะรู้สึกเศร้าเสียใจไม่ได้ น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างช้าๆเจียงหวานหว่านที่เห็นว่าเขาทำร้ายแม่แบบนี้ ก็อดกลั้นความโกรธในใจต่อไปไม่ไหวแล้วแต่แล้วยังไม่ทันรอให้นางได้มีปฏิกริยาตอบสนองอะไร เฉาหยูเฟิ่งก็อดไม่ได้ที่จะร้องออกมาก่อน"หนิงเกอเออร์ พวกมันสองคนแม่ลูกเป็นพวกหลอกลวง แอบอ้างว่าตัวเองเป็นแม่และน้องสาวของเจ้า เจ้ารีบมาช่วยแม่เร็วเข้า!"เสียงร้องของเฉาหยูเฟิ่งทำให้เจียงจิ่นหนิงได้สติกลับมามองไปที่บาดแผลบนใบหน้าของเฉาหยูเฟิ่ง ในใจของเขาก็คุกรุ่นขึ้นมา"ปล่อยแม่ของข้านะ!""เจียงจิ่นหนิง เจ้าเอาโจรมาเป็นแม่ ไม่สมควรจะเป็นคน!"พูดไป นางก็ใช้เท้าเหยียบลงไปแรงๆ อีกครั้งเฉาหยูเฟิ่งร้องโหยหวนเป็นหมูโดนเชือดออกมาเจียงจิ่นหน
اقرأ المزيد
บทที่ 5
เจียงหวานหว่านส่งเสียงไม่พอใจทีหนึ่ง แล้วหยิบเอาหนังสือสมรสที่หลิ่วซู่พกติดตัวไว้ตลอดออกมา"หนังสือสมรสอยู่นี่ เจียงป๋อเหนียน รู้กฎหมายแต่ยังทำผิด"หนังสือสมรสตรงหน้า เป็นเหมือนหลักฐานมัดตัวที่แน่นหนาเจียงป๋อเหนียนรู้สึกเหมือนพังทลาย ริมฝีปากสั่นน้อยๆ"ปลอมแปลงหนังสือสมรส นักต้มตุ๋นนี่มีชั้นเชิงไม่เบา ใครก็ได้ ไปเอาหนังสือสมรสมาให้ข้า!"เจียงป๋อเหนียนหรี่ตาลง ภรรยาเอกของเขาจะเป็นผู้หญิงบ้านนอกไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยวคนอื่นจะหัวเราะเยาะกันพอดีในจังหวะที่พวกคนใช้กำลังจะกรูกันเข้ามานั่นเองน้ำเสียงทุ้มหนามีเสน่ห์ก็ดังขึ้นมาก่อน"ฮูหยินเจียง มีเรื่องอันใดกันถึงได้คึกคักเพียงนี้"ตึก ตึก เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้น ผู้ชายคนหนึ่งกำลังขี่ม้าชั้นดีสีขาวราวหิมะเข้ามาอย่างองอาจรูปร่างสูงใหญ่ ผิวสีทองแดง เครื่องหน้าคมเข้มชัดเจนลึกล้ำดวงตาเรียวยาวรูปดอกท้อภายใต้คิ้วคมดุจกระบี่ มองทุกคนอย่างดูมีอำนาจชายหนุ่มในชุดสีม่วงที่บังเอิญบุกเข้ามา ทำให้ร่างกายของเจียงหวานหว่านแข็งทื่อ ได้แต่ยืนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้นเมื่อเจียงป๋อเหนียนเห็นเป็นเขา ก็ใจกระตุก"คารวะอ๋องซี แค่ชาวบ้านก่อความวุ่นวาย เดี๋ยวข
اقرأ المزيد
บทที่ 6
สีหน้าของเจียงป๋อเหนียนดูไม่ได้ สองมือกำหมัดแน่นกำลังทหารครึ่งหนึ่งของแคว้นตงหลิงอยู่ในมือของหรงซีเขาไม่กล้าจะผิดใจกับหรงซีท่าทีของหรงซีในตอนนี้ แสดงให้เห็นชัดเจนว่าจะช่วยหลิ่วซู่แม่ลูก เขาไม่อาจเอาอนาคตของตัวเองไปเสี่ยงได้หลังจากลังเลอยู่สักพัก ในที่สุดเจียงป๋อเหนียนก็กัดฟันยอมรับ "ใช่ นางหลิ่วเป็นภรรยาเอกของข้าน้อยเองขอรับ""อ๋องซี ข้าน้อยแก่แล้วสายตาไม่ดี ไม่ได้พบฮูหยินมาหลายปี หน้าตาฮูหยินก็เปลี่ยนไป ก็เลยจำไม่ได้ในตอนแรก อีกทั้งยังเคยได้รับจดหมายบอกว่าฮูหยินกับลูกสาวเสียชีวิตไปแล้ว จึงได้เกิดเรื่องเข้าใจผิดในวันนี้ได้"หรงซีมองไปที่เจียงหวานหว่าน "แม่นางเจียง ใต้เท้าเจียงบอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเรื่องเข้าใจผิด เจ้าคิดว่ายังไง"เจียงป๋อเหนียนมองไปทางหลิ่วซู่ สายตาเหมือนมีความหมาย "ซู่เหนียง พวกลูกๆ ต่างก็คิดถึงเจ้ามาก เจ้ากลับมาได้ พวกเขาจะต้องดีใจกันมากแน่"เขากำลังเตือนหลิ่วซู่ว่าอย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่ ให้คิดถึงอนาคตของพวกลูกชายด้วยเจียงหวานหว่านมองไปที่เจียงป๋อเหนียนอย่างดูถูก รังแกคนอ่อนแอหวาดกลัวคนแข็งแกร่งหลิ่วซู่ยังคงกัดริมฝีปากล่างอยู่อย่างนั้น ส่า
اقرأ المزيد
บทที่ 7
เจียงหวานหว่านจึงสั่งให้แม่เฒ่างานหยาบไปเอาอาหารมาแม่เฒ่างานหยาบรับคำสั่ง เอาอาหารมาวางไว้แล้วก็ออกไปกับข้าวสองอย่าง น้ำแกงหนึ่งอย่างชามที่ใช้ใส่ข้าว ขอบชามแตกเป็นรู ข้าวที่ให้มาก็เก่าสีออกเหลืองนิดๆ แล้ว แถมยังมีทรายเม็ดเล็กๆ ปะปนมาด้วยปลานึ่ง ดูเหมือนจะไม่เลว แต่กลับมีกลิ่นฉุนคลุ้งขึ้นจมูก แค่ได้กลิ่นก็อยากจะอาเจียนแล้วหมูผัดซีอิ๊ว ดูไปแล้วก็ไม่มีเนื้อแดงเลยสักนิด เป็นมันหมูล้วนๆสือหลิ่วเบ้ปาก หยิบช้อนมาลองตักน้ำแกงที่ดูเหมือนปกติขึ้นมาชิมคำหนึ่งคิ้วขมวดแน่น หน้าตาเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาให้ได้วินาทีต่อไปก็อาเจียนออกมา"คุณหนูคะ เมื่อครู่เหมือนข้าได้กินเยี่ยวเข้าไปเลยเจ้าค่ะ!"พูดจบก็บ้วนน้ำล้างปากไปหลายครั้งเจียงหวานหว่านสีหน้าแย่มาก บอกให้สือหลิ่วไปเรียกแม่นมหวังมาสือหลิ่วไปแล้วก่อนจะกลับมาอย่างรวดเร็ว"คุณหนูคะ แม่นมหวังบอกว่าตอนนี้นางต้องดูแลฮูหยินและคุณชายที่บาดเจ็บ ไม่สามารถมาได้ หากมีเรื่องอะไร รอให้นางเสร็จธุระก่อนค่อยว่ากันเจ้าค่ะ"หึ วางอำนาจเหรอ ไม่มีทางหรอกเจียงหวานหว่านให้หลิ่วซู่รอก่อน สั่งให้สือหลิ่วถืออาหารตามนางมา เพื่อไปหานางหวังนางหวังเป
اقرأ المزيد
บทที่ 8
แม่นมหวังถูกกรอกอาหารจนเต็มปาก ใบหน้าแดงก่ำ กลิ่นรสที่อยู่ในปากทำให้รู้สึกอยากจะอาเจียนคิดอยากจะตะโกนร้องออกไป แต่ก็ร้องไม่ออก จึงได้แค่ส่งเสียงครวญครางอย่างน่าสงสารเซียงเออร์ที่แอบดูอยู่เห็นแล้วว่าแม่นมหวังถูกตบ แต่ก็ไม่กล้าเข้าไปห้าม จึงหมุนตัววิ่งกลับไปในเรือน"ฮูหยิน แย่แล้ว แม่นมหวังถูกตบเจ้าค่ะ""ใคร ใครกล้าตบแม่นมหวัง ไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน!"เฉาหยูเฟิ่งโมโหจัดเซียงเออร์หอบหายใจแรง เม้มปากก่อนตอบว่า "เจียงหวานหว่านเจ้าค่ะ!"เฉาหยูเฟิ่งรีบพูด "นังแพศยาสมควรตายนัก! ไปจับตัวนางมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!""เจ้าค่ะ"เซียงเออร์ตะโกนเรียกสาวใช้ในเรือน แล้ววิ่งออกไปด้วยท่าทีขึงขังเฉาหยูเฟิ่งกัดฟันกรอด กำหมัดตีไปบนผ้านวมอย่างแรง แม่นมหวังเป็นแม่นมของนางตอนนี้พวกเจียงหวานหว่านเข้ามาอยู่ในจวน ตกอยู่ในกำมือของนางแล้วรอให้แผลนางหายดีก่อน จะไม่ยอมให้นังแพศยาสองคนนั่นอยู่อย่างมีความสุขแน่เมื่อเซียงเออร์พาคนออกมา เจียงหวานหว่านก็พาสือหลิ่วกลับไปตั้งนานแล้วพวกสาวใช้ต่างรีบช่วยกันประคองแม่นมหวังเข้าไปข้างในเจียงหวานหว่านไม่ได้พาสือหลิ่วกลับไปเลย แต่อ้อมไปทางห้องครัวแม่เฒ่าที่ด
اقرأ المزيد
บทที่ 9
แม่เฒ่าอู๋กรอกตา ขนาดฮูหยินยังกล้าตี นางเป็นแค่คนใช้ ไม่หาเรื่องจะดีกว่าถุยน้ำลายลงพื้นทีหนึ่งอย่างแค้นใจ ก่อนจะโบกมือ"แยกย้ายๆ ไปทำงานไป"ถือซะว่านางซวยไป นังแพศยา ลงมือรุนแรงจริงเชียวเจียงหวานหว่านกับสือหลิ่วถืออาหารที่ทั้งหอมยั่วใจและหน้าตาน่ากินกลับไปหลิ่วซู่กำลังยืนรอพวกนางอยู่ที่หน้าประตูอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นพวกนางกลับมา นางถึงถอนหายใจอย่างโล่งอก"หวานเจี่ยเออร์" อย่าไปต่อกรกับพวกเขาโต้งๆ แบบนั้น แม่เป็นห่วงเจ้าเจียงหวานหว่านคล้องแขนของหลิ่วซู่ ทั้งคู่เดินเข้าไปในเรือนด้วยกันอาหารอร่อยมาก ทั้งสามคนกินกันจนพุงกาง รู้สึกพอใจอย่างที่สุดหลังจากกินข้าวเสร็จ หลิ่วซู่ก็เอาเงินทั้งหมดออกมา เหลือแค่มัดเดียวแล้วถอนหายใจยาว ถ้าไม่มีเงิน แล้วต่อไปพวกนางแม่ลูกจะอยู่กันยังไง"ท่านแม่ ไม่ต้องกังวล เรื่องเงินให้เป็นหน้าที่ข้าเอง"หลิ่วซู่อ้าปากคล้ายกับว่าจะพูดอะไร เจียงหวานหว่านก็เร่งให้นางรีบเข้าไปพักผ่อนประตูเรือนถูกเคาะเสียงดัง สือหลิ่วเดินออกไปดู เพิ่งจะเปิดประตูออกสาวใช้กับแม่เฒ่ากลุ่มหนึ่งก็บุกเข้ามาสือหลิ่วไม่อาจกันไว้ได้ จึงวิ่งไปพลางตะโกนไปพลาง "คุณหนู มีคนบุ
اقرأ المزيد
บทที่ 10
เจียงหวานหว่านนั่งลงไปบนเก้าอี้ ยกกาน้ำชาเพื่อรินชาจอกหนึ่งให้ตัวเองดื่ม"ชารสชาติไม่เลว"เฉาหยูเฟิ่งกัดฟันพูด "อย่าคิดนะว่าได้เข้ามาอยู่ในจวนเจียงแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่น ข้าต่างหากที่เป็นเจียงฮูหยิน!"เจียงหวานหว่านเลิกคิ้ว"อ่อ หรือเจ้าคิดว่าท่านพ่อจะยอมสละอนาคตขุนนางเพื่อเจ้ากัน!"เฉาหยูเฟิ่งเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็ใจหายวาบ นายท่านให้ความสำคัญกับอำนาจและตำแหน่งของเขาเป็นที่สุด ไม่มีทางยอมเสียสละเพื่อใครแน่เจียงหวานหว่านหลุบตามองต่ำ บีบไปที่หัวคิ้วตัวเอง "แย่งครอบครัวของคนอื่น ผิดครรลองครองธรรม!""เจ้าต้องการอะไรกันแน่"เจียงหวานหว่านยกมุมปากขึ้น "เงินไง ดูแลจวนเจียงมาตั้งนานหลายปี ตักตวงผลประโยชน์ไปไม่รู้แล้วตั้งเท่าไร สมควรคายออกมาบ้างแล้ว""บังอาจ! พูดเหลวไหลอะไรของเจ้า!"เจียงหวานหว่านใช้ฝาแก้วชาเขี่ยใบชาในถ้วยเล่น "หอหยางชุน ปีหนึ่งมีกำไรตั้งสองหมื่นสองเหลียง แต่เจ้าบอกกับท่านพ่อว่าปีหนึ่งได้กำไรเพียงแค่สามพันเหลียง!"เมื่อเฉาหยูเฟิ่งได้ยินที่เจียงหวานหว่านพูด สีหน้าก็ซีดเผือด"พูดจาเหลวไหล โกหกทั้งนั้น"นังแพศยาน้อยนี่รู้ได้ยังไงว่าหอหยางชุนเป็นกิจการของจวนเจียงนะ อี
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status