Beranda / รักโบราณ / ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า / ตอนที่ 5 ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้ว 18+

Share

ตอนที่ 5 ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้ว 18+

last update Tanggal publikasi: 2025-02-20 17:25:39

ทารกที่ 5

ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้ว

ฟูกที่นอนอ่อนยวบ เปลวเทียนถูกลมหายใจเป่าดับ สายตาเมิ่งจื่อตกอยู่ในความมืด จากนั้นนางรู้สึกว่าผ้าห่มที่ปลายเท้าถูกเลิกขึ้น ตามมาด้วยไอเย็นปะทะเข้ากลางหว่างขา เพราะกระโปรงชุดแต่งงานของนางถูกถอดออก

เมิ่งจื่อสะดุ้งเฮือก นางขัดขืนเพราะขาทั้งสองถูกมือเย็นๆ จับแยก สาวน้อยไม่รู้ความจึงถามสามีว่า

“ท่านพี่จะทำไรหรือ?”

นี่เป็นท่านแม่สอนให้เรียก นางบอกว่าหลังจากนี้ให้เรียกพี่ชายแปลกหน้าว่าท่านพี่

แม้นางจะไม่รู้ว่าสามีทำอะไร และไม่มีคำตอบรับกลับมา แต่เมิ่งจื่อยังยอมแยกขาออกให้ เพราะท่านแม่บอกว่าคืนนี้ให้อยู่นิ่งๆ เชื่อฟังสามี

วิกาลคล้อยดึก เพื่อนบ้านของเมิ่งจื่อความจริงหลับหมดแล้ว แต่จู่ๆ มีเสียงร้องโหยหวนดังขึ้น จับใจความได้ว่า “อ่า อ๊า โอ้ย! ไม่เอาแล้วท่านแม่ ข้าไม่เอาสามีคนนี้แล้วเจ้าคะ ไม่เอาแล้วเจ้าคะ ฮือ! ฮือ!”

“…”

บนเตียงนอนบ่าวสาว เมิ่งจื่อความจริงถูกทาบทับจากข้างหน้า แต่เพราะนางดิ้นรนเอาชีวิตรอด ถีบจนสิ่งที่แทงนางเจ็บปวดหลุดออก พลิกตัวคลานหนีลงเตียง

แต่นี่เป็นการตัดสินใจผิดพลาด เซียวเฟิงเห็นท่าคลานของนางก็คึกยิ่งกว่าเดิม เขาตามไปกระชากบั้นท้ายดีดเด้งในความมืด ใช้มือคลำดูก็พบช่องทางสวาทคับแคบ เลยจัดการยัดแท่งเอ็นกลับเข้าไปกระแทกเสียเลย

เสียง ตับ ตับ ตับ ดังลั่นห้อง เมิ่งจื่อไหนเลยรับรู้รสชาติ นางร้องโวยวายไปทั่ว บางครั้งก็อ้อนวอนของให้ท่านแม่ช่วยเหลือ ตะโกนให้ผู้เป็นมารดาได้ยิน กล่าวว่า “ไม่เอาแล้ว! ฮือ! ฮือ! ข้าไม่เอาสามีแล้ว!”

รุ่งเช้า

เมิ่งจื่อตื่นนอนขึ้นมาก็พบว่าเกือบเที่ยง นอกกระท่อมมีเสียงพูดคุยหัวเราะคิก ได้ยินท่านป้าผู้หนึ่งบอกว่า ลูกเขยเจ้าแรงดีขนาดนี้ ปีหน้าเจ้าคงได้หลานชายตัวอ้วนแน่ๆ

เมิ่งจื่อแรกเสียสาวได้ยินก็โมโหมาก แรงดีอะไรกัน เมื่อคืนนางเกือบตายเลยนะ! แต่พอจะปีนลงจากเตียงไปโต้เถียง นางกับฟุบคว่ำจนเกิดเสียงดัง นางเมิ่งซือได้ยินเสียงกุกกักจึงเปิดประตูเข้ามา ก็พบเข้ากับบุตรสาวที่นั่งพับเพียบคุดคู้ จับก้นตนเองอยู่ข้างเตียง

เพียงไม่กี่วัน ข่าวที่เมิ่งจื่อเข้าหอจนลงจากเตียงไม่ได้ถูกเล่าปากต่อปาก นับตั้งแต่แต่งสามีนางก็ร้องลั่นทุกคืน เพื่อนบ้านข้างเคียงได้ยินจนรำคาญหู ถึงกับเดินมาด่าทอนางถึงหน้าบ้าน บอกให้ครางเบาๆ กว่านี้ “…”

***

“พั่บ พั่บ พั่บ” ผ่านมาสิบกว่าวัน เมิ่งจื่อเริ่มรู้รสชาติบุรุษแล้ว นางหงายท้องนอนถ่างขาให้ความร่วมมือเต็มที่ ข้อเท้าทั้งสองแกว่งไกวอยู่บนบ่าไหล่สามี

“อืมมม จื่อจื่อ พรุ่งนี้เจ้าไปขายเนื้อที่อำเภอกับข้าดีหรือไม่” เซียวเฟิงขณะร่อนเอวกระแทกเนิบนาบ เขายังชวนภรรยาคุยไปเรื่อย ตอนนี้ทั้งคู่เริ่มสนิทกันมากแล้ว ทั้งยังติดใจในรสชาติราคะ หลังจากได้จับนางพลิกคว่ำพลิกหงายหลายคืน

อิงเถาเล็กๆ ของเมิ่งจื่อสั่นกระเพื่อม เล็บมือนางจิกผ้าห่มอยู่เหนือศีรษะ กัดริมฝีปากตอบรับเสียงอ้อยอิ่งว่าไป

ราวกับคันกั้นน้ำทะลัก ครู่ใหญ่นางอุ่นวาบในช่องท้อง จากนั้นกลางหว่างขาพลันโหวงเหวง เมิ่งจื่อหอบหายใจหนักหน่วงคิดว่ารอดแล้ว แต่ก็ผิดคาด เมื่อนางถูกสามีจับพลิกคว่ำให้คลานสี่ขา กระแทกใส่สุดเข้ามาภายในครั้งเดียว!

เสียง อ่า อ้า อ๊า ยังคงทำร้ายเพื่อนบ้านต่อไป…

ทางเกวียนหลายสิบลี้ทอดยาวไกล แต่สกุลเมิ่งหาได้มีรถม้า วันนี้เมิ่งจื่ออารมณ์ดียิ่ง นางเดินอยู่ริมทางน้อยโดยที่สามีแบกหลัวไม้ไผ่ ใส่เนื้อหมูสิบกว่าชั่งเพื่อนำไปขายในตัวอำเภอ

สมัยก่อนเมิ่งจื่อมักจะขอติดตามบิดา เขาพอได้หมูป่ามาก็จะนำไปแล่เนื้อขาย แต่สองปีที่ผ่านมาท่านพ่อไม่ให้นางตามไปซักครั้ง บอกว่านางโตเป็นสาวแล้ว ไหนเลยไปยืนให้บุรุษโสโครกแทะเล็ม

ใช่แล้ว! เมิ่งจื่อถูกกินเต้าหูประจำ

แตกต่างจากเซียวเฟิง หลังจากเขาถูกกำหนดศักดิ์ฐานะใหม่ เมิ่งผู้พ่อก็แนะนำเขากับสหายนายพราน พาไปขายของที่ตลาดสิบกว่าครั้งภายในสองเดือน

“อ้าวเซียวอัน พาภรรยามาด้วยหรือ?”

เดินชั่วยามกว่าๆ ก็ถึงแผงขาย หงเป่าสหายเมิ่งผู้พ่อเห็นเซียวเฟิงมาพร้อมภรรยาก็เอ่ยทัก จากนั้นทั้งสองช่วยกันจัดร้าน ตั้งแผงขายสินค้าที่หามาได้

ในแวดวงนายพราน เซียวอันเป็นนามที่เพิ่งผุดขึ้นมาใหม่ ทุกคนต่างก็ทราบว่าเขาเป็นลูกเขยสกุลเมิ่ง ทั้งยังมีฝีมือร้ายกาจในการยิงธนู

เมิ่งไท่อี้ราวกับเก็บได้ของวิเศษ เขาคิดไม่ถึงว่าเจ้าหนุ่มที่ลูกสาวหิ้วมาจะฝีมือดีขนาดนี้ เพียงแค่ครั้งแรกที่พาขึ้นเขาก็ยิงได้กวางสองตัว ระยะเวลาเพียงสองเดือนชื่อเสียงเซียวอันก็โด่งดังไปทั่ว นายพรานที่หากินแถวป่าไท่หังมิมีผู้ใดไม่รู้จักเขา

เมิ่งจื่อความจริงเชี่ยวชาญค้าขาย นางเห็นสามีถูกท่านลุงในหมู่บ้านที่สนิทกันชวนคุย จึงไล่ให้เขาไปนั่งดื่มน้ำชาร้านฝั่งตรงข้าม ส่วนตนจะรับหน้าที่ค้าขายเอง

เหล่าหงเหล่าจางหัวเราะฮ่าฮ่า บอกว่าในเมื่อเมียปล่อยตัวแล้วเจ้าก็ตามพวกเรามา ไปดื่มกันให้สะใจซักตั้ง เห็นว่าวันก่อนได้หมู่ป่าหนักร้อยกว่าชั่งมามิใช่หรือ

เซียวเฟิงได้แต่ฝากร้านไว้กับเมิ่งจื่อ ติดตามท่านลุงทั้งสองเข้าร้านไปดื่มสุรา...

***

“เจ้ารู้หรือไม่? เมื่อวานมีคนพบศพเจ้าหน้าที่ทางการหกคนบนเขาทางทิศตะวันตก เห็นว่าแต่ละคนถูกสังหารในหนึ่งฝ่ามือ!”

ลุงหงเป็นคนเปิดประเด็น ข่าวนี้โด่งดังมาก โต๊ะข้างๆ ก็กำลังพูดคุยเรื่องนี้ เซียวเฟิงก็แสดงท่าทีสนอกสนใจ พูดคุยกับพวกเขาอยู่นานสองนาน…

ตำหนักเว่ยเฉียน

“ปัง! บัดซบ! ล้วนเป็นพวกทรยศ! เป็นพวกทรยศ!” แท่นฝนหมึกถูกฟาดลงพื้น ในมือฮ่องเต้เป็นรายงานลับ ช่องทางที่ส่งมาก็เป็นความลับขั้นสูง เพราะได้มาจากสายข่าวพิเศษขององครักษ์เงา มิได้ผ่านหน่วยงานใดๆ

ที่ผ่านมาข่าวสารจากเมืองห่างไกลมาไม่ถึงมือฮ่องเต้ แต่บัดนี้ความจริงเปิดเผยแล้ว ตงฉ่างและซีฉ่างที่เคยเป็นหูเป็นตาให้ราชวงศ์กว่าสองร้อยปี บัดนี้มีผู้คนคิดคดทรยศ แบ่งพรรคแบ่งพวกอยู่ในองค์กร

นี่เป็นภาษาลับที่มีแต่คนในหน่วยเงาและฮ่องเต้อ่านออก สองเดือนก่อนเซียวเฟิงจำความได้ จึงรีบเขียนรายงานส่งกลับ ทั้งยังแนบรายชื่อขุนนางใหญ่สิบกว่าคนที่เอาใจออกห่าง และขอกำลังเสริมที่มิใช่ขุนนางท้องถิ่นให้ติดตามแฝงตัวในแดนส่านซี เพื่อสืบเรื่องของเฉิงอ๋อง ทั้งยังลงท้ายในรายงานว่า

เป็นไปได้สูงที่เฉิงอ๋องคิดก่อกบฏ!

หลังจากขาดการติดต่อไปสองเดือน ฮ่องเต้มิได้โล่งใจแม้แต่น้อย คิดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะร้ายแรงขนาดนี้ กับพัวพันขุนนางในราชสำนักมากมาย นี่เขาถูกปิดหูปิดตามานานเท่าใด

“พวกเจ้าแบ่งคนไปช่วยหัวหน้าซะ! อย่าให้เรื่องนี้รั่วไหลออกไปภายนอก”

องครักษ์เงามีไม่ถึงร้อย ตอนนี้ยังต้องแบ่งกว่าครึ่งไปทำงานข้างนอก ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนับแต่ก่อตั้งราชวงศ์

แต่ข่าวนี้ไม่เชื่อไม่ได้!

นี่เป็นคนข้างกายฮ่องเต้ หากเซียวเฟิงทรยศ ในโลกนี้พระองค์ก็ไม่เหลือผู้ภักดีอีกแล้ว

แปดเดือนก่อนเซียวเฟิงแฝงตัวตามคำบัญชา เขาลอบปลอมแปลงเป็นเจ้าหน้าที่ตงฉ่างและซีฉ่าง ปกติสองหน่วยงานนี้รับข่าวจากภายนอก เพียงใช้รหัสลับติดต่อกัน ซึ่งเซียวเฟิงย่อมรับรู้ จึงเริ่มแฝงตัวส่งข่าวไปยังแดนเหนือแดนใต้ ใช้ข่าวลับเป็นเหยื่อล่อ สืบหาว่าสายข่าวถูกตัดขาดตรงจุดใดกันแน่

แต่ละอำเภอของต้าเว่ยจะมีเจ้าหน้าที่สายลับ ใช้ส่งข่าวสือสาร เซียวเฟิงอาศัยที่รู้เส้นสนกลในติดต่อกับพวกเขา กระทั่งคลำเครือไปเรื่อยๆ จนพบผลแตง เดินทางมาถึงเมืองส่านซี ตัวตนของเขาก็ถูกเปิดเผย

แม้มือดีตงฉ่างซีฉ่างสามสิบกว่าคนจะรับมือไม่ยาก แต่พิษที่พวกเขาใช้กับรุนแรงยิ่ง เซียวเฟิงพลาดท่าถูกไปเพียงน้อยนิด เขาถึงกับต้องใช้กำลังภายในทั้งหมดขับออก จนถูกธาตุไฟเข้าแทรก ร่างกายร้อนรุ่มจนต้องโดดลงแม่น้ำ

เซียวเฟิงเป็นไพ่ตายใบสุดท้ายที่ถูกส่งออกไป ฮ่องเต้อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว อำนาจการบริหารของพระองค์ถูกท้าทาย ตอนนี้จำเป็นต้องแยกพวกที่ยังใช้งานได้ และพวกคิดคดออกจากกัน

เปลวไฟเริ่มปะทุ ขุนนางในราชสำนักทั้งหมดกลายเป็นที่ขัดตายิ่ง แต่ฮ่องเต้ยังคงออกว่าการเช้าราวกับไม่มีเรื่องราวใดเกิดขึ้น ปล่อยให้พวกเขาส่งฎีกาคำร้องตามปกติ ส่วนพระองค์ก็เออออไปเรื่อย เห็นดีเห็นงามกับงานราชการทั้งหมดที่ขุนนางใหญ่เสนอมา

***

เนื้อหมูชั่งสุดท้ายถูกขายไปแล้ว เมิ่งจื่อยิ้มหน้าบาน นางนับดูก็พบว่าขายได้เกือบเก้าร้อยเหวิน จึงจัดเก็บมีดและเขียง จากนั้นเดินตามไปหาสามีที่โรงน้ำชา

“ท่านพี่ ขายหมดแล้วเจ้าคะ”

เมิ่งจื่อยืนอยู่ข้างโต๊ะ ท่านลุงหงและจางชมเชยว่านางขายเก่งมาก ใช้เวลายังไม่ถึงครึ่งชั่วยามเลย

เมิ่งจื่อนำเงินทั้งหมดวางไว้บนโต๊ะ ส่งสัญญาณว่าให้ท่านพี่เป็นคนเก็บไว้ แต่เซียวเฟิงกับหยิบแล้วยัดเข้าใส่สาบเสื้อนาง ฉวยโอกาสสัมผัสปลายถันนางเล็กน้อยจากนั้นกล่าวว่า

“เจ้าเป็นคนเก็บเถอะ”

ต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งสอง เมิ่งจื่อเขินอายจนหน้าแดง แต่เหล่าจางเหล่าหงหาได้สังเกตเห็นไม่ พวกเขายังคงพูดคุยเรื่องการออกล่า นัดแนะกันว่าจะไปยิงสัตว์ป่าอีกทีเมื่อใด

ยังคงเป็นการพูดคุย เซียวเฟิงสั่งบะหมี่กับไก่นึ่งตัวหนึ่งให้ภรรยา แม้นางจะปฏิเสธบอกว่าไม่เป็นไร ซื้อที่นี่แพงจะตาย กลับบ้านค่อยเชือดทำกินเองก็ได้ แต่เซียวเฟิงยังคงสั่งให้นางกินอยู่ดี

เมิ่งจื่อเคี้ยวน่องไก่แสนอร่อยตุ้ยๆ นางเงยหน้ามองสามีเป็นระยะๆ ชมดูความหล่อเหลาของเขา ยามพูดคุยหัวเราะเฮฮากับท่านลุงทั้งสองคน…

***

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 26 ต้องสนใจหรือ?

    ทารกที่ 26ต้องสนใจหรือ?หลังจากจบคดี แม้เซียวกว๋อกงจะประกาศลั่นว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งนางเมิ่งจื่อเข้าจวน หากแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเดือนกว่า เย่หลิงเอ๋อและสาวๆ ในเมืองจินหลิงหลายคน ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าดูบ้านเช่าของสกุลเมิ่งอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบเห็นกว๋อกงจะติดต่อมาหานางเลยซักครั้ง ปกติงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้ว แม้แต่พ่อบ้านหรือบ่าวไพร่ในจวนซักคนก็ไม่เคยย่างเท้ามาพบคนสกุลเมิ่งซักคนเดียวหรือพวกเขาไม่ต้องส่งของหมั้นหมายกัน?สามหนังสือหกพิธีการ จะอย่างไรการเตรียมงานพวกนี้วุ่นวายมาก เป็นไปไม่ได้หากกว๋อกงจะแต่งจริงแล้วไม่ติดต่อบ้านฝ่ายหญิงไปซักครั้ง ยิ่งเวลากระชั้นชิดแบบนี้ การที่เขาไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาลั่นวาจากลางศาลวันนั้น คงเพราะโกรธจัดและเสียหน้ามากแน่ๆ ผ่านมาถึงวันนี้คงสงบสติอารมณ์ได้ อย่างมากก็มอบเงินให้สกุลเมิ่งเป็นค่าปลอบขวัญซักหลายพันตำลึง...ยังคงอยู่ที่หน้าร้านอวิ๋นเสียง สาวใช้ส่วนตัวคุณหนูหกนางกักเมิ่งจื่อไว้กลางวงล้อม หนึ่งในคนสูงที่สุดเห็นสายตานายสาวจากโต๊ะข้างๆ ก็ทราบว่าเป็นสัญญาณให้ลงมือได้ ฉับพลันนางพุ่งตัวไปคิดใช้ไหล่กระแทก แต่แล้วเสียงแหวกอ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 25 ปิ่นหงส์

    ทารกที่ 25ปิ่นหงส์วันเวลาผ่านไปเดือนกว่า นับแต่จบคดีที่ศาลเมิ่งจื่อก็แทบจะยิ้มไม่หุบ เนื่องจากนางไม่รู้มาก่อนว่าสามีจะทำแบบนี้ ถึงกับขอนางแต่งงานกลางศาล ที่จริงนางคิดมากแทบตายกลัวเขาทอดทิ้ง จะอยากไรนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เขาเป็นใครกัน นางยังต่อรองเรียกร้องอะไรกับเขาได้ ถึงกับคิดไปว่าหากถูกเขาเลี้ยงเป็นเมียน้อยอย่างลับๆ ก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้ว…“จูเอ๋อ! ไปดูปิ่นหงส์กันหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าที่ร้านอวิ๋นเสียงมีปิ่นหงส์ด้วยละ”เมิ่งจื่อและจูเอ๋อวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ทั้งสองราวกับผีเสื้อน้อยเริงร่า เมิ่งจื่อหลังจากคุยกับบิดาให้ซื้อตัวจูเอ๋อไว้ใช้สอย เมิ่งไท่อี้พอกล่าวออกไปซ่งเทียนต้าไหนเลยไม่กล้าขาย เขายินดีอย่างยิ่งเพราะเมิ่งไท่อี้ซื้อนางในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงนี่เป็นความต้องการของจูเอ๋อเองแม้จะซื้อมาเป็นบ่าว แต่เมิ่งจื่ออยู่เมืองหลวงไม่มีเพื่อน ดังนั้นจูเอ๋อเป็นคนที่นางสนิทด้วยที่สุด ความแค้นเก่าก่อนอะไรไม่มีแล้ว ทั้งจูเอ๋อและเมิ่งจื่อล้วนโตขึ้น พวกนางผ่านอะไรมาตั้งมาก สุดท้ายขอเลือกความสุขให้กับตัวเองในแบบที่ต้องการ“จื่อจื่อ จะไปจริงหรือ แต่เจ้ายังไม่ทันแต่งเข้าจวนนะ นี่ยังส

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 24 เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่

    ทารกที่ 24เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่ตะวันคล้อยบ่าย อารมณ์ชาวจินหลิงถูกคดีกว๋อกงฉาวโฉ่ชักนำขึ้นสู่ยอดไม้ บทสรุปที่คิดว่าจบแล้วกับไม่จบ จู่ๆ ขุนนางสำนักฮั่นหลินเสิ่นจงถูกฟ้องต่อ ด้วยข้อกล่าวหาที่หนักหนาสาหัส คือว่าจ้างให้ใส่ร้ายขุนนางใหญ่ ทั้งพยานและผู้ฟ้องยังเป็นขุนนางซุยกวนขั้นห้า ใต้เท้าหนิงซึ่งเป็นคนของที่ว่าการเมือง“เสิ่นจง ที่ใต้เท้าหนิงกล่าวมาเจ้ายอมรับหรือไม่!”ผู้คนต่างร่ำร้อง อะไรวะเนี่ย! นี่มันบ้าอะไรกัน!เสนาบดีหวังนั่งไม่ติดแล้ว ไม่รอให้บุตรเขยปฏิเสธ เขาก็ลุกขึ้นประท้วง! บอกว่าหนิงซุยกวนกล่าวเหลวไหล ต่อให้เสิ่นจงโง่กว่านี้ เขาก็ไม่มีทางจ้างอดีตคู่หมั้นตนให้ใส่ร้ายป้ายสีเสนาบดีเย่!ใช่แล้ว! ใส่ร้ายเสนาบดีเย่!คนในศาลและนอกศาลพอรับฟัง ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดี ตอนแรกเปิดศาลมาด้วยคดีเจ้าพระยาขั้นหนึ่งทอดทิ้งลูกเมีย หากแต่ไต่สวนไปๆ มาๆ มิทราบไฉนกลายเป็นขุนนางฮั่นหลินจ้างคนใส่ร้ายเสนาบดีขั้นสองไปได้ พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มือเขียนบทละครงิ้วหลายสิบคนที่มายืนคอยรับฟังตอนจบ ต่างก็พากันร่ำร้องเฮลั่น เรื่องราวหักมุมผู้คนกำลังชอบ ชั่วพริบตาเสียงตะโกนชาวบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหว

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 23 เขยแต่งเข้า!

    ทารกที่ 23เขยแต่งเข้า!ยังคงเป็นภายในศาลว่าการ เจ้าหน้าที่จัดโต๊ะพร้อมน้ำชาของว่าง นี่เป็นอภิสิทธิ์สำหรับเซียวกว๋อกงเท่านั้น จะอย่างไรเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด แต่ต่อให้ผิดจริงก็มิใช่คดีอาญาใหญ่โตอะไร ไหนเลยมีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าในศาลเสียงเปิดการไต่สวนไม่นานก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเป็นมือปราบสาวทั้งสี่นำตัวเมิ่งจื่อเข้ามา หญิงสาวถูกสั่งให้คุกเข่าลงกับพื้น อ้อมกอดยังคงอุ้มทารกน้อยของตนอยู่เหมือนเดิมภายใต้การจับจ้องของผู้มีอำนาจและชาวบ้านในเมืองจินหลิง เจ้ากรมอาญาตบหัวพยัคฆ์ดังปัง! กล่าวว่า “นางเมิ่งจื่อ มาถึงตอนนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่!”เมิ่งจื่อในชุดกระโปรงเนื้อหยาบท่าทีหวาดกลัวยิ่ง บอกว่า “ข้าจำผิดจริงๆ เจ้าคะ”ทุกคนในศาลต่างก็หันมองไปทางกว๋อกง เห็นเขายังจิบชานิ่งเฉย พลันได้ยินเสียงเจ้ากรมอาญากล่าวว่า “เบิกตัวราษฎรชาวหลิวชิ่งออกมาซักถามให้การ!”เสียงฮือฮาอื้ออึง เมื่อผู้เข้าชมเห็นเจ้าหน้าที่หลายคน ทยอยนำชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนเข้ามาในศาล คนเหล่านี้ดูไปยากจนข้นแค้น ทั้งหน้าตามองดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครอบครัวซ่งและหงตัวสั่นงั

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 22 ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว

    ทารกที่ 22ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว“ท่านแม่ดูไก่ขอทานนี่สิ หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ขายในอำเภอเรา ไฉนรสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซ่งจูเอ๋อแกะใบบัวที่ห่อไก่ขอทานออก นางเอาอกเอาใจมารดายิ่งนัก ส่วนของตนก็แบ่งให้กว่าครึ่ง สมัยก่อนนางก็มิได้เป็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะนางถูกสามีหย่าส่งกลับบ้านเก่า บวกกับเจ็บช้ำน้ำใจมามาก เลยกลายเป็นเติบโตขึ้นกว่าเดิมใช่แล้ว! จูเอ๋อหย่าแล้ว!นางถูกหลี่ต้าหย่าด้วยข้อหาดุร้ายไม่เชื่อฟังสามีทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทาง ครอบครัวซ่งและหงรวมกันสิบกว่าชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกับสกุลเมิ่ง สามวันก่อนจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาจากเมืองหลวง กึ่งข่มขู่กึ่งบังคับพวกเขา สอบถามความเป็นมาเมิ่งจื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกนำตัวมาด้วย เพื่อไปยังเมืองหลวงให้การต่อหน้าศาลจูเอ๋อหวาดกลัวมาก นางกลับมาบ้านก็ถูกท่านพ่อตีหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่าจะหาคนมาแต่งนางออก ต่อให้เป็นชายแก่อายุครึ่งร้อย นางก็ต้องแต่งออกไปโชคดีมีเหตุการณ์แทรกซ้อน มิทราบเมิ่งจื่อไปก่อเรื่องอะไร ขนาดที่ทางการต้องให้คนจากหลิวชิ่งไปให้ปากคำ หากเป็นเมื่อก่อนจูเอ๋อคงสะใจในคราเคราะห์เมิ่งจื่อ แต่ตอนนี้นางไม่คิดแบบนั้น เพียงคิดว่า

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ทารกที่ 21 บุรุษล้วนไม่มีตัวดี

    ทารกที่ 21บุรุษล้วนไม่มีตัวดีนอกวัดถ่านเจ๋อ เสิ่นจงกลับขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์เสีย เขาคิดไม่ถึงนางจะปากแข็งขนาดนี้ สมัยก่อนนางไม่เป็นแบบนี้ซักนิด เพียงแค่คำพูดหว่านล้อมไม่กี่คำ ก็สามารถจูบปากนางได้แล้วเมื่อครู่ ขนาดเขาบอกจะรับนางเป็นภรรยา นางก็ยังปฏิเสธว่าไม่มีผู้คนว่าจ้าง เป็นนางเข้าใจผิดเอง เซียวกว๋อกงหน้าเหมือนสามีนาง เขาโมโหแทบคลั่ง จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมรับ คิดว่าคนอื่นโง่เง่าเหมือนกับนางหรือ ที่จะดูสถานการณ์ไม่ออกหากไม่ติดว่านางเอาแต่ร้องไห้ เขากลัวคนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน คงต้องลงมือตบนางซักครั้ง หญิงอะไรสมควรฆ่านัก หรือนางไม่รู้ว่าการฟ้องร้องหน้าด้านๆ ครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างแค่ไหน อย่างน้อยก็มีเขาแล้วหนึ่งคน ถ้าหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนคนของกรมอาญากลับมา คงจะเป็นเขาและท่านพ่อตาที่กลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดข้อหาบงการหญิงชาวบ้าน ให้มาใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงเซียวกว๋อกงหลังจากคุยกับพ่อตา เสิ่นจงถึงรู้ว่า นี่เป็นแผนยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว การที่เมิ่งจื่อถูกจ้างให้มาฟ้องร้องเซียวกว๋อกง ความจริงผู้บงการคงรู้แต่แรก ว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์หมั้นหมายมาก่อน ดังนั้นคนที่อย

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 7 เจ้าหน้าที่ทางการ

    ทารกที่ 7เจ้าหน้าที่ทางการยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมิ่งจื่อซักผ้าเสร็จแล้ว นางก้มลงหยิบถังไม้หันกลับขึ้นฝั่ง ดวงตาหญิงสาวไม่มีน้ำตาประดับอยู่ซักนิด ราวกับเมื่อครู่นางมิได้ร่ำไห้อันใด“นี่! เป็นไร! แค่นี้ก็ตอบไม่ได้หรือว่าของใครดีกว่ากัน?” จูเอ๋อไม่คิดปล่อยอริไปโดยง่าย นางพอเห็นเมิ่งจื่อจะเดินหนีก็ต

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 3 ข้าจะแต่ง

    ทารกที่ 3ข้าจะแต่งภายในห้อง การเจรจาของนางเมิ่งซือจบลง เซียวเฟิงที่มึนงงพ่ายแพ้ย่อยยับ เพียงแต่พอคิดว่าต้องรับน้องสาวผู้นั้นเป็นภรรยา เขาก็ไม่รู้สึกว่าตนเสียเปรียบเท่าใด ยังไงตัวเองก็ไม่มีที่ไป ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตก็แล้วกันเซียวเฟิงฟังคำถามมากมายจนหัวหมุน ทั้งยังพยายามนึกถึงความ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 6 ต้นหลิว 18+

    ทารกที่ 6ต้นหลิวเซียวเฟิงรอจนเมิ่งจื่อรับประทานเสร็จ จากนั้นบอกท่านลุงทั้งสองว่าขอตัวกลับก่อน แล้วจับจูงมือภรรยาเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันออก ระหว่างทางก็แวะแผงขายเครื่องประดับ เลือกซื้อปิ่นปักผมราคาถูกให้เมิ่งจื่อสองอันนี่เป็นปิ่นไม้ขัดจนเงาไม่มีราคาค่างวด แต่เซียวเฟิงพบเห็นแ

  • ทารกผู้นี้ มิใช่ของข้า   ตอนที่ 4 เซียวอัน

    ทารกที่ 4เซียวอัน“อะไรนะ! เมื่อกี้ท่านแม่กล่าวว่าอะไร!”เมิ่งจื่อถึงกับสะดุ้ง เพราะท่านแม่บอกว่าจะแต่งเขยเข้าบ้าน แบบนี้นางต้องไม่ถูกสามีรังแกแน่นอน“เด็กโง่ แม่ย่อมคิดอ่านแทนเจ้า”นางเมิ่งซือลูบเส้นผมบุตรสาว กล่าวปลอบโยนนางต่อไปเรื่อยๆ อธิบายข้อดี บอกว่าแต่งแล้วก็ยังได้อยู่ที่บ้าน ทั้งยังไม่ต้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status