ログインทารกที่ 4
เซียวอัน
“อะไรนะ! เมื่อกี้ท่านแม่กล่าวว่าอะไร!”
เมิ่งจื่อถึงกับสะดุ้ง เพราะท่านแม่บอกว่าจะแต่งเขยเข้าบ้าน แบบนี้นางต้องไม่ถูกสามีรังแกแน่นอน
“เด็กโง่ แม่ย่อมคิดอ่านแทนเจ้า”
นางเมิ่งซือลูบเส้นผมบุตรสาว กล่าวปลอบโยนนางต่อไปเรื่อยๆ อธิบายข้อดี บอกว่าแต่งแล้วก็ยังได้อยู่ที่บ้าน ทั้งยังไม่ต้องถูกพ่อแม่สามีจิกหัวใช้งาน
“จื่อจื่อ เจ้ารู้หรือไม่ ครอบครัวพวกเราตามหลักย่อมไม่มีปัญญาแต่งเขยเข้าบ้าน”
เมิ่งจื่อพยักหน้า ชื่อเสียงบุรุษมีค่าแค่ไหน หากไม่อับจนสิ้นหนทาง ผู้ชายดีๆ มีหรือจะลดตัวแต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง ยอมให้บุตรที่เกิดมาใช้แซ่ภรรยา
“จื่อจื่อ เจ้ารู้สึกว่าเจ้าหนุ่มที่เจ้าช่วยไว้ดูดีหรือไม่?” เมิ่งจื่อฟุบอยู่ในอ้อมกอดมารดา นางผงกศีรษะอย่างโง่งม ตอบไปตามจริงว่า หล่อมากท่านแม่ “…”
ในความคิดของเมิ่งจื่อ เขาหล่อกว่าพี่เสิ่นมาก นางเป็นคนปากกับใจตรงกัน พอท่านแม่ถามนางก็ตอบ ไม่มีท่าทีเขินอายอะไร
นางเมิ่งซือคิดว่าหว่านล้อมบุตรสาวได้แล้ว จึงใช้ยาแรงในคำถามสุดท้ายทันที
“จื่อจื่อ แม่จะให้เจ้าแต่งกับเขา เจ้ายินดีหรือไม่?”
สาวน้อยกำลังมึนงงกับคำถามก่อนหน้า พอได้ยินพลันสั่นสะท้าน จากนั้นทิ้งตัวลงบนกองผ้าห่มคุดคู้ ก้นน้อยๆ กระดกขึ้น กล่าวเสียงเบาราวกับยุง บอกว่า แล้วแต่ท่านแม่ตัดสินใจ
นี่เหมือนกับคนจมน้ำแล้วคว้าขอนไม้ได้ ความจริงคิดว่าคงต้องแต่งกับพวกกักขฬะในหมู่บ้าน ถูกแม่ผัวกดขี่ข่มเหง
“เอาเช่นนี้ละ ต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องออกจากบ้านบ่อยนัก ผ้าก็ไม่ต้องเอาไปซักแล้ว รอจนถึงวันปักปิ่น แม่จะจัดให้พวกเจ้าสองคนเข้าหอกัน”
“เจ้าคะท่านแม่” เสียงเบาหวิวจากผ้าห่มดังลอยออกมา...
ตำหนักเว่ยเฉียน
“เพร้ง!เดือนกว่าแล้วยังไม่มีข่าว อยู่ต้องพบคนตายต้องพบศพ พวกเจ้าไม่ต้องอยู่ข้างกายข้าแล้ว ถ้าหาคนไม่เจอก็ไม่ต้องกลับมาให้ข้าเห็นหน้า!”
จอกทองชั้นดีถูกขว้างปาลงพื้น ฮ่องเต้กริ้วมากจนหนวดสั่นระริก องครักษ์เงาสิบกว่าคนก็คุกเข่า หมอบกราบลงไปกับพื้น ร้องขอให้ฝ่าบาทใจเย็นๆ การไม่มีข่าวถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าจะให้พวกเขาออกจากวังไปสืบหาคงเป็นไปไม่ได้ ต่อให้ถูกตัดหัวก็ขอตายเป็นผีอยู่ข้างกายพระองค์ “…”
ฮ่องเต้นั่งบนเก้าอี้จนโทสะคลายลง องครักษ์เงาแต่ละคนก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้น กลัวจะถูกพระองค์ไล่ออกไปตามหาคน
นี่เป็นห้องทรงอักษร แม้แต่ขุนนางใหญ่ฝ่ายใน พระองค์ก็ไม่อนุญาตให้เข้าพบในห้องนี้
หลายปีมานี้ฮ่องเต้ถูกปิดหูปิดตา แม้แต่หน่วยลับอย่างตงฉ่างและซีฉ่างยังไว้ใจไม่ได้ ข่าวสารจากเมืองห่างไกลถูกปิดกั้น ขุนนางในราชสำนักก็แบ่งฝักแบ่งฝ่าย แม้ต่อหน้าจะปฏิบัติงานจงรักภักดี แต่ลับหลังสมคบคิดกันทำเรื่องเนรคุณ
เซียวเฟิงความจริงเป็นหัวหน้าองครักษ์เงา แต่ครึ่งปีก่อนได้รับคำสั่งให้แฝงตัวสืบข่าว หาตัวสายลับตงฉ่างซีฉ่างที่ทรยศพระองค์ ข่าวสารจากเมืองต่างๆ จึงถูกบิดเบือน
สองหน่วยลับนี้จัดเป็นหูตาฮ่องเต้ ตอนนี้ถูกแทรกแซงจากภายนอก จะให้พระองค์อยู่นิ่งได้ยังไง!
เดือนต่อมา ข่าวจากเมืองหลวงเดินทางเร็วมาก การสอบจิ่นสือประจำปีจบลง อำเภอไท่หังมีหน้ามีตายิ่งนัก เพราะคุณชายเสิ่นถึงกับสอบติดทันฮวา กำลังอยู่ในขั้นตอนแต่งตั้งเข้าสู่สำนักฮั่นหลิน นับว่าสร้างชื่อเสียงให้กับชาวอำเภอไท่หังอย่างมากมาย
ห่างไปไม่กี่สิบลี้ หมู่บ้านหลิวชิ่งก็มีข่าวซุบซิบนินทาเกิดขึ้น ในที่สุดทุกคนรู้แล้ว ไฉนเมิ่งจื่อถูกถอนหมั้น นั่นเพราะทันฮวาคนใหม่ กำลังจะแต่งเป็นบุตรเขยเสนาบดีหวัง คนในอำเภอพูดคุยไปทั่วแล้วตอนนี้
หวังเหยียนอายุเกือบห้าสิบ เขาปีนขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางขั้นสองตั้งแต่อายุยังน้อย เสียอย่างเดียวมีแต่ลูกชายไม่เอาไหน ไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งทางการเมือง
ความจริงเขาหมายตาจอหงวนของปีนี้ แต่ก็ดำเนินการไม่ทันจวนติงกว๋อกง สุดท้ายจึงคว้าจับเอาเสิ่นทันฮวา ภายใต้การต่อรองผลประโยชน์ความก้าวหน้า เสิ่นจงแม้จะเสียดายเมิ่งจื่อ แต่ยังคงเลือกอนาคตขุนนางดีกว่า
ตระกูลเมิ่งพอรู้ความจริงก็โกรธมาก แต่พวกเขาจะทำอะไรได้ นี่เป็นเพียงครอบครัวชาวบ้านยากจน ยังจะเรียกร้องอะไรได้อีกหรือ
หนังสือถอนหมั้นก็เขียนแล้ว ของหมั้นหมายก็คืนหมด เมิ่งจื่อกลับกลายมาเป็นขี้ปากชาวบ้านอีกครั้ง ทุกคนเยาะเย้ยนางว่าฮูหยินทันฮวา บอกว่าจะรอดูเกี้ยวแปดคนหาม ขบวนสินสอดยาวสิบลี้มารับ หัวเราะคิกคักสะใจในคราวเคราะห์ผู้อื่น
น่าเวทนาเมิ่งจื่อยิ่งนัก นางร้องไห้กระซิกกระซิก ดึงผ้าห่มคลุมโปง รู้สึกอับอายเหลือเกิน…
***
“ว่าไงนะ! เจ้าไปได้ข่าวมาจากที่ใดว่าสกุลเมิ่งจะแต่งเขยเข้าบ้าน!” ริมแม่น้ำ หญิงสาวสิบกว่าคนกำลังก้มหน้าก้มตาซักผ้า พวกนางแทบไม่อยากจะเชื่อที่สหายพูด จะเป็นไปได้ยังไงที่เมิ่งจื่อจะแต่งสามี ซ้ำยังเป็นการแต่งเอาฝ่ายชายเข้ามา
“เหอ! ข้าว่าบิดานางคงหาผู้ชายดีๆ มาแต่งนางไม่ได้ เลยไปหาขอทานซักคนแต่งเข้าเสียมากกว่า!”
“น่าจะเป็นเช่นนั้นละ ข้าสอบถามคนหมู่บ้านเราดูหมดแล้ว ไม่มีใครบอกว่าจะแต่งเข้าสกุลเมิ่งซักคน”
การพูดคุยหัวเราะดำเนินไป แต่แล้วสิ่งไม่คาดคิดพลันเกิดขึ้น เมื่อเจ้าตัวที่ทุกคนกำลังพูดถึง เดินหอบถังผ้ามาตามทางน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เมิ่งจื่อเอาผ้ามาซักในรอบเกือบสองเดือน
“เมิ่งจื่อ เจ้าจะแต่งสามีเข้าบ้านจริงหรือ?”
ท่านป้าผู้หนึ่งทำใจกล้า เพราะต้องการจะทราบความจริงจากปากสาวน้อย จึงพูดคุยกับนางด้วยน้ำเสียงปกติอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ตุบ! ตุบ! ใช่เจ้าคะท่านป้าหง” เมิ่งจื่อทุบผ้าไปด้วยตอบไปด้วย นางทำใจได้แล้ว ดังนั้นจึงกล้าออกจากบ้านมาพบเจอผู้คน
“เออ! สามีเจ้าเป็นใครมาจากไหนหรือ?”
เมิ่งจื่อตอบกลับไปว่าเป็นญาติทางฝั่งมารดา เขาเดินทางมาจากเมืองเป่ยจิง
แทบทุกคนได้ยินเต็มสองหู พวกนางสะกดข่มอารมณ์ไว้ หลอกถามเมิ่งจื่ออีกหลายเรื่อง สุดท้ายได้ความว่า ญาติผู้นี้ตระกูลตกต่ำ จึงยินยอมให้เขาเดินทางมาแต่งกับนาง
ทุกคนย่อมทราบประวัติความเป็นมาเมิ่งผู้แม่ ได้ยินดังนั้นก็ไม่นึกสงสัย การจะขายลูกชายซักคนเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก หากยกให้แต่งเข้าบ้านญาติ แลกกับเงินจำนวนมากก็นับว่าพอจะยอมรับได้
เพียงแต่ตระกูลเมิ่งใช้เงินทองไปเท่าไรกัน?
เรื่องนี้กลายเป็นที่ถกเถียงอีกหลายวัน
เนินเขาไม่ไกลจากหมู่บ้าน ดอกไม้ใบหญ้างดงามถูกรังแกอย่างโหดร้าย ซ่งจูเอ๋อและสหายฟาดกิ่งไม้แห้งไปทั่ว ไล่ทำลายไปมั่วๆ ระบายอารมณ์คับแค้นใจ ที่เมิ่งจื่อกำลังจะได้สามีหน้าตาดี
สาวๆ ทั้งหมดพบเห็นเซียวเฟิงแล้ว!
พอรู้ข่าว จูเอ๋อที่บ้านอยู่ติดกันก็จับจ้อง เป็นอย่างที่คิดจริงๆ บุรุษผู้นั้นไปชายชู้ของหญิงร่าน แต่ไฉนพอรู้ว่าพวกเขาจะแต่งงานกัน นางถึงได้เจ็บปวดใจเช่นนี้
เซียวเฟิงถูกเมิ่งผู้พ่อแนะนำให้คนในหมู่บ้านรู้จัก เขาถูกเรียกว่าเซียวอัน ปกติขึ้นเขาล่าสัตว์ ดังนั้นจึงมีน้อยคนเคยเห็นหน้า แม้แต่จูเอ๋อได้เห็นเต็มตาก็เมื่อไม่กี่วันมานี้ แต่ก่อนเคยเห็นจากระยะไกล มองไม่ออกว่าหน้าตาอุบาทหรือดูดี
ศักดิ์ฐานะเซียวอันคือญาติผู้พี่เมิ่งจื่อ อีกสามวันจะเป็นพิธีปักปิ่น และจึงเข้าหอในคืนนั้นเลย
ชาวบ้านยากจนก็แต่งกันง่ายๆ เช่นนี้เอง
ในวันงาน
สกุลเมิ่งล้มวัวถึงสองตัว โต๊ะกลมถูกจัดตั้งไว้ลานหน้า เพื่อนบ้านหลายสิบคนดื่มสุราเฮฮาลั่น ฉลองพิธีปักปิ่นและรับเขยในวันเดียวกัน
ภายในกระท่อมเมิ่งจื่อ ต้าเหนียงทั้งหลายหัวเราะคิกคัก ชมว่านางตัวเล็กน่ารัก ปักปิ่นเสร็จก็ได้สามีทันที ไม่เกินสิ้นปีต้องคลอดทารกอวบอ้วนออกมาได้แน่
“จื่อจื่อ ป้าดูไม่ผิด ก้นแบบเจ้าต้องคลอดลูกชายได้อย่างแน่นอน”
เมิ่งจื่อเขินอายแก้มแดง หญิงชาวบ้านก็มีอนาคตเพียงเท่านี้ แต่งงานมีสามีและลูก ส่วนจะมีความสุขหรือไม่เป็นเรื่องในภายภาคหน้า
อย่าว่าแต่สามีของนางหล่อมาก ทั้งยังเป็นการแต่งเข้า เมิ่งจื่อแม้จะพบหน้าเขาไม่มาก แต่นางก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรชายผู้นี้
ตลอดเวลาสองเดือน เมิ่งผู้พ่อลากว่าทีสามีนางขึ้นเขาลงห้วย หกเจ็ดวันจะกลับมาบ้านซักครั้ง เมิ่งจื่อจึงยังมิได้พูดคุยกับเขา แม้กระทั่งวันนี้ นางก็ยังมิได้คุยกัน
สายตาเมิ่งจื่อตกอยู่ในความมืด เพราะว่าตอนนี้นางถูกคลุมหน้า ทำพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน และไหว้บิดามารดา
หัวใจเมิ่งจื่อแทบหลุดออกมา ในนั้นราวกับมีกวางน้อยกระโดดโลดเต้น เสร็จพิธีนี้นางก็จะกลายเป็นภรรยาคนอื่นแล้วหรือ เป็นภรรยาพี่ชายแปลกหน้า คนที่นางช่วยขึ้นมาจากแม่น้ำลำธาร...
***
ค่ำคืนเข้าหอมีค่าดั่งทองพันชั่ง แต่เมิ่งจื่อกับไม่รู้สมควรเริ่มยังไง ท่านแม่ก็เพียงบอกให้นางนอนอยู่นิ่งๆ เดียวสามีจะเป็นคนจัดการเอง
คำว่านิ่งๆ ของเมิ่งจื่อก็คือนิ่งๆ ตั้งแต่เปิดผ้าคลุมหน้า ดื่มสุราคล้องแขน จากนั้นนางก็ปีนขึ้นเตียงไปนอนนิ่งๆ แม้แต่หายใจแรงยังมิกล้า นอนกะพริบตาปริบๆ
เสียงหอบหายใจดังฟึดฟัด บนโต๊ะกลมกลางห้อง สามีหมาดๆ ของนางกรอกสุราหมดไปสองกา
ผ่านไปครึ่งค่อนคืน เมิ่งจื่อง่วงแล้วนะ! นางหาวไปหลายสิบรอบ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าสามีจะทำอะไร
“…”
***
ทารกที่ 26ต้องสนใจหรือ?หลังจากจบคดี แม้เซียวกว๋อกงจะประกาศลั่นว่าจะรับผิดชอบด้วยการแต่งนางเมิ่งจื่อเข้าจวน หากแต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเดือนกว่า เย่หลิงเอ๋อและสาวๆ ในเมืองจินหลิงหลายคน ต่างก็ส่งบ่าวไพร่มาเฝ้าดูบ้านเช่าของสกุลเมิ่งอย่างใกล้ชิด แต่ก็ไม่พบเห็นกว๋อกงจะติดต่อมาหานางเลยซักครั้ง ปกติงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล็กอยู่แล้ว แม้แต่พ่อบ้านหรือบ่าวไพร่ในจวนซักคนก็ไม่เคยย่างเท้ามาพบคนสกุลเมิ่งซักคนเดียวหรือพวกเขาไม่ต้องส่งของหมั้นหมายกัน?สามหนังสือหกพิธีการ จะอย่างไรการเตรียมงานพวกนี้วุ่นวายมาก เป็นไปไม่ได้หากกว๋อกงจะแต่งจริงแล้วไม่ติดต่อบ้านฝ่ายหญิงไปซักครั้ง ยิ่งเวลากระชั้นชิดแบบนี้ การที่เขาไม่ปรากฏตัว ทุกคนจึงอดคิดไม่ได้ว่า ที่เขาลั่นวาจากลางศาลวันนั้น คงเพราะโกรธจัดและเสียหน้ามากแน่ๆ ผ่านมาถึงวันนี้คงสงบสติอารมณ์ได้ อย่างมากก็มอบเงินให้สกุลเมิ่งเป็นค่าปลอบขวัญซักหลายพันตำลึง...ยังคงอยู่ที่หน้าร้านอวิ๋นเสียง สาวใช้ส่วนตัวคุณหนูหกนางกักเมิ่งจื่อไว้กลางวงล้อม หนึ่งในคนสูงที่สุดเห็นสายตานายสาวจากโต๊ะข้างๆ ก็ทราบว่าเป็นสัญญาณให้ลงมือได้ ฉับพลันนางพุ่งตัวไปคิดใช้ไหล่กระแทก แต่แล้วเสียงแหวกอ
ทารกที่ 25ปิ่นหงส์วันเวลาผ่านไปเดือนกว่า นับแต่จบคดีที่ศาลเมิ่งจื่อก็แทบจะยิ้มไม่หุบ เนื่องจากนางไม่รู้มาก่อนว่าสามีจะทำแบบนี้ ถึงกับขอนางแต่งงานกลางศาล ที่จริงนางคิดมากแทบตายกลัวเขาทอดทิ้ง จะอยากไรนางเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน เขาเป็นใครกัน นางยังต่อรองเรียกร้องอะไรกับเขาได้ ถึงกับคิดไปว่าหากถูกเขาเลี้ยงเป็นเมียน้อยอย่างลับๆ ก็นับว่าเขามีเมตตามากแล้ว…“จูเอ๋อ! ไปดูปิ่นหงส์กันหรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าที่ร้านอวิ๋นเสียงมีปิ่นหงส์ด้วยละ”เมิ่งจื่อและจูเอ๋อวันนี้ไม่เหมือนกับวันวาน ทั้งสองราวกับผีเสื้อน้อยเริงร่า เมิ่งจื่อหลังจากคุยกับบิดาให้ซื้อตัวจูเอ๋อไว้ใช้สอย เมิ่งไท่อี้พอกล่าวออกไปซ่งเทียนต้าไหนเลยไม่กล้าขาย เขายินดีอย่างยิ่งเพราะเมิ่งไท่อี้ซื้อนางในราคาสูงถึงห้าร้อยตำลึงนี่เป็นความต้องการของจูเอ๋อเองแม้จะซื้อมาเป็นบ่าว แต่เมิ่งจื่ออยู่เมืองหลวงไม่มีเพื่อน ดังนั้นจูเอ๋อเป็นคนที่นางสนิทด้วยที่สุด ความแค้นเก่าก่อนอะไรไม่มีแล้ว ทั้งจูเอ๋อและเมิ่งจื่อล้วนโตขึ้น พวกนางผ่านอะไรมาตั้งมาก สุดท้ายขอเลือกความสุขให้กับตัวเองในแบบที่ต้องการ“จื่อจื่อ จะไปจริงหรือ แต่เจ้ายังไม่ทันแต่งเข้าจวนนะ นี่ยังส
ทารกที่ 24เจ้ายินดีแต่งใหม่หรือไม่ตะวันคล้อยบ่าย อารมณ์ชาวจินหลิงถูกคดีกว๋อกงฉาวโฉ่ชักนำขึ้นสู่ยอดไม้ บทสรุปที่คิดว่าจบแล้วกับไม่จบ จู่ๆ ขุนนางสำนักฮั่นหลินเสิ่นจงถูกฟ้องต่อ ด้วยข้อกล่าวหาที่หนักหนาสาหัส คือว่าจ้างให้ใส่ร้ายขุนนางใหญ่ ทั้งพยานและผู้ฟ้องยังเป็นขุนนางซุยกวนขั้นห้า ใต้เท้าหนิงซึ่งเป็นคนของที่ว่าการเมือง“เสิ่นจง ที่ใต้เท้าหนิงกล่าวมาเจ้ายอมรับหรือไม่!”ผู้คนต่างร่ำร้อง อะไรวะเนี่ย! นี่มันบ้าอะไรกัน!เสนาบดีหวังนั่งไม่ติดแล้ว ไม่รอให้บุตรเขยปฏิเสธ เขาก็ลุกขึ้นประท้วง! บอกว่าหนิงซุยกวนกล่าวเหลวไหล ต่อให้เสิ่นจงโง่กว่านี้ เขาก็ไม่มีทางจ้างอดีตคู่หมั้นตนให้ใส่ร้ายป้ายสีเสนาบดีเย่!ใช่แล้ว! ใส่ร้ายเสนาบดีเย่!คนในศาลและนอกศาลพอรับฟัง ไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อนดี ตอนแรกเปิดศาลมาด้วยคดีเจ้าพระยาขั้นหนึ่งทอดทิ้งลูกเมีย หากแต่ไต่สวนไปๆ มาๆ มิทราบไฉนกลายเป็นขุนนางฮั่นหลินจ้างคนใส่ร้ายเสนาบดีขั้นสองไปได้ พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ มือเขียนบทละครงิ้วหลายสิบคนที่มายืนคอยรับฟังตอนจบ ต่างก็พากันร่ำร้องเฮลั่น เรื่องราวหักมุมผู้คนกำลังชอบ ชั่วพริบตาเสียงตะโกนชาวบ้านก็ดังสนั่นหวั่นไหว
ทารกที่ 23เขยแต่งเข้า!ยังคงเป็นภายในศาลว่าการ เจ้าหน้าที่จัดโต๊ะพร้อมน้ำชาของว่าง นี่เป็นอภิสิทธิ์สำหรับเซียวกว๋อกงเท่านั้น จะอย่างไรเขามีบรรดาศักดิ์ขั้นหนึ่ง ทั้งยังไม่ใช่ถูกพิสูจน์ว่ามีความผิด แต่ต่อให้ผิดจริงก็มิใช่คดีอาญาใหญ่โตอะไร ไหนเลยมีผู้ใดกล้าให้เขาคุกเข่าในศาลเสียงเปิดการไต่สวนไม่นานก็ดังขึ้น ต่อจากนั้นเป็นมือปราบสาวทั้งสี่นำตัวเมิ่งจื่อเข้ามา หญิงสาวถูกสั่งให้คุกเข่าลงกับพื้น อ้อมกอดยังคงอุ้มทารกน้อยของตนอยู่เหมือนเดิมภายใต้การจับจ้องของผู้มีอำนาจและชาวบ้านในเมืองจินหลิง เจ้ากรมอาญาตบหัวพยัคฆ์ดังปัง! กล่าวว่า “นางเมิ่งจื่อ มาถึงตอนนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมหรือไม่!”เมิ่งจื่อในชุดกระโปรงเนื้อหยาบท่าทีหวาดกลัวยิ่ง บอกว่า “ข้าจำผิดจริงๆ เจ้าคะ”ทุกคนในศาลต่างก็หันมองไปทางกว๋อกง เห็นเขายังจิบชานิ่งเฉย พลันได้ยินเสียงเจ้ากรมอาญากล่าวว่า “เบิกตัวราษฎรชาวหลิวชิ่งออกมาซักถามให้การ!”เสียงฮือฮาอื้ออึง เมื่อผู้เข้าชมเห็นเจ้าหน้าที่หลายคน ทยอยนำชาวบ้านแต่งกายด้วยผ้าเนื้อหยาบปะชุนเข้ามาในศาล คนเหล่านี้ดูไปยากจนข้นแค้น ทั้งหน้าตามองดูก็รู้ว่ามาจากบ้านนอกคอกนาครอบครัวซ่งและหงตัวสั่นงั
ทารกที่ 22ชาวหลิวชิ่งมาแล้ว“ท่านแม่ดูไก่ขอทานนี่สิ หน้าตาก็เหมือนๆ กับที่ขายในอำเภอเรา ไฉนรสชาติต่างกันราวฟ้ากับเหว”ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซ่งจูเอ๋อแกะใบบัวที่ห่อไก่ขอทานออก นางเอาอกเอาใจมารดายิ่งนัก ส่วนของตนก็แบ่งให้กว่าครึ่ง สมัยก่อนนางก็มิได้เป็นถึงขนาดนี้ แต่เพราะนางถูกสามีหย่าส่งกลับบ้านเก่า บวกกับเจ็บช้ำน้ำใจมามาก เลยกลายเป็นเติบโตขึ้นกว่าเดิมใช่แล้ว! จูเอ๋อหย่าแล้ว!นางถูกหลี่ต้าหย่าด้วยข้อหาดุร้ายไม่เชื่อฟังสามีทั้งหมดอยู่ระหว่างเดินทาง ครอบครัวซ่งและหงรวมกันสิบกว่าชีวิต เพราะบ้านอยู่ติดกับสกุลเมิ่ง สามวันก่อนจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่มาจากเมืองหลวง กึ่งข่มขู่กึ่งบังคับพวกเขา สอบถามความเป็นมาเมิ่งจื่อ แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านก็ถูกนำตัวมาด้วย เพื่อไปยังเมืองหลวงให้การต่อหน้าศาลจูเอ๋อหวาดกลัวมาก นางกลับมาบ้านก็ถูกท่านพ่อตีหลายครั้ง ทั้งยังบอกว่าจะหาคนมาแต่งนางออก ต่อให้เป็นชายแก่อายุครึ่งร้อย นางก็ต้องแต่งออกไปโชคดีมีเหตุการณ์แทรกซ้อน มิทราบเมิ่งจื่อไปก่อเรื่องอะไร ขนาดที่ทางการต้องให้คนจากหลิวชิ่งไปให้ปากคำ หากเป็นเมื่อก่อนจูเอ๋อคงสะใจในคราเคราะห์เมิ่งจื่อ แต่ตอนนี้นางไม่คิดแบบนั้น เพียงคิดว่า
ทารกที่ 21บุรุษล้วนไม่มีตัวดีนอกวัดถ่านเจ๋อ เสิ่นจงกลับขึ้นรถม้าอย่างอารมณ์เสีย เขาคิดไม่ถึงนางจะปากแข็งขนาดนี้ สมัยก่อนนางไม่เป็นแบบนี้ซักนิด เพียงแค่คำพูดหว่านล้อมไม่กี่คำ ก็สามารถจูบปากนางได้แล้วเมื่อครู่ ขนาดเขาบอกจะรับนางเป็นภรรยา นางก็ยังปฏิเสธว่าไม่มีผู้คนว่าจ้าง เป็นนางเข้าใจผิดเอง เซียวกว๋อกงหน้าเหมือนสามีนาง เขาโมโหแทบคลั่ง จนถึงตอนนี้นางยังไม่ยอมรับ คิดว่าคนอื่นโง่เง่าเหมือนกับนางหรือ ที่จะดูสถานการณ์ไม่ออกหากไม่ติดว่านางเอาแต่ร้องไห้ เขากลัวคนที่อยู่ด้านนอกได้ยิน คงต้องลงมือตบนางซักครั้ง หญิงอะไรสมควรฆ่านัก หรือนางไม่รู้ว่าการฟ้องร้องหน้าด้านๆ ครั้งนี้จะมีผลกระทบเป็นวงกว้างแค่ไหน อย่างน้อยก็มีเขาแล้วหนึ่งคน ถ้าหาข้อสรุปเรื่องนี้ไม่ได้ก่อนคนของกรมอาญากลับมา คงจะเป็นเขาและท่านพ่อตาที่กลายเป็นแพะรับบาป ถูกยัดข้อหาบงการหญิงชาวบ้าน ให้มาใส่ร้ายทำลายชื่อเสียงเซียวกว๋อกงหลังจากคุยกับพ่อตา เสิ่นจงถึงรู้ว่า นี่เป็นแผนยิงเกาทัณฑ์ดอกเดียวได้นกสองตัว การที่เมิ่งจื่อถูกจ้างให้มาฟ้องร้องเซียวกว๋อกง ความจริงผู้บงการคงรู้แต่แรก ว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์หมั้นหมายมาก่อน ดังนั้นคนที่อย
ทารกที่ 7เจ้าหน้าที่ทางการยังคงอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมิ่งจื่อซักผ้าเสร็จแล้ว นางก้มลงหยิบถังไม้หันกลับขึ้นฝั่ง ดวงตาหญิงสาวไม่มีน้ำตาประดับอยู่ซักนิด ราวกับเมื่อครู่นางมิได้ร่ำไห้อันใด“นี่! เป็นไร! แค่นี้ก็ตอบไม่ได้หรือว่าของใครดีกว่ากัน?” จูเอ๋อไม่คิดปล่อยอริไปโดยง่าย นางพอเห็นเมิ่งจื่อจะเดินหนีก็ต
ทารกที่ 6ต้นหลิวเซียวเฟิงรอจนเมิ่งจื่อรับประทานเสร็จ จากนั้นบอกท่านลุงทั้งสองว่าขอตัวกลับก่อน แล้วจับจูงมือภรรยาเดินออกจากร้าน มุ่งหน้าไปยังประตูเมืองทิศตะวันออก ระหว่างทางก็แวะแผงขายเครื่องประดับ เลือกซื้อปิ่นปักผมราคาถูกให้เมิ่งจื่อสองอันนี่เป็นปิ่นไม้ขัดจนเงาไม่มีราคาค่างวด แต่เซียวเฟิงพบเห็นแ
ทารกที่ 5ข้าไม่เอาสามีผู้นี้แล้วฟูกที่นอนอ่อนยวบ เปลวเทียนถูกลมหายใจเป่าดับ สายตาเมิ่งจื่อตกอยู่ในความมืด จากนั้นนางรู้สึกว่าผ้าห่มที่ปลายเท้าถูกเลิกขึ้น ตามมาด้วยไอเย็นปะทะเข้ากลางหว่างขา เพราะกระโปรงชุดแต่งงานของนางถูกถอดออกเมิ่งจื่อสะดุ้งเฮือก นางขัดขืนเพราะขาทั้งสองถูกมือเย็นๆ จับแยก สาวน้อยไ
ทารกที่ 3ข้าจะแต่งภายในห้อง การเจรจาของนางเมิ่งซือจบลง เซียวเฟิงที่มึนงงพ่ายแพ้ย่อยยับ เพียงแต่พอคิดว่าต้องรับน้องสาวผู้นั้นเป็นภรรยา เขาก็ไม่รู้สึกว่าตนเสียเปรียบเท่าใด ยังไงตัวเองก็ไม่มีที่ไป ถือว่าตอบแทนบุญคุณที่อีกฝ่ายช่วยชีวิตก็แล้วกันเซียวเฟิงฟังคำถามมากมายจนหัวหมุน ทั้งยังพยายามนึกถึงความ







