หงส์ขย่มมังกร 3P

หงส์ขย่มมังกร 3P

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-05-09
Oleh:  ซีไซต์Ongoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
204Bab
16.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"สตรีแดนสู่... จืดชืด อัปลักษณ์ และไร้รสชาติบนเตียง" นั่นคือคำล่ำลือที่ทำให้ ฮ่องเต้โจวจูหลง และ เสียนอ๋องอี้หลง สองพี่น้องฝาแฝดผู้ครองอำนาจเหนือแคว้นเหมิง ต่างพากันเมินเฉยต่อองค์หญิง อันซูเซี่ย นางถูกส่งตัวมาเพื่อเป็นฮองเฮาตามสัญญาหมั้นหมาย แต่กลับถูกเนรเทศไปอยู่ตำหนักร้างท้ายวังตั้งแต่วันแรกที่มาถึง ทว่า... ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้ากลับสั่นคลอนหัวใจมังกร เมื่อสตรีที่พวกเขาคิดว่า "จืดชืด" กลับเลอโฉมประดุจเทพเซียน และมีความปรารถนาที่แสนเร่าร้อนซ่อนอยู่ เพียงแค่ราตรีเดียวที่ได้สัมผัส ลิ้มรส "น้ำหวาน" อันซาบซ่า สองมังกรผู้เกรงขามก็ไม่อาจถอนตัวได้อีกต่อไป "ในเมื่อท่านพี่ไม่ต้องการนาง... เช่นนั้นข้าจะขอลิ้มรสหงส์ตัวนี้ก่อนก็แล้วกัน" เกมกามารมณ์ในวังหลวงที่เดิมพันด้วยร่างกายและหัวใจเริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อหงส์ตัวน้อยต้องรับศึกมังกรถึงสองตนพร้อมกัน... ใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูก "ขย่ม" จนสยบแทบเท้า! โดย: ซีไซต์ นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่ (NC 25+) - พล็อตอ่อน เน้นความฟินระดับสิบ!

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 บทนำ

ณ แคว้นเหมิงอันกว้างใหญ่ หิมะกำลังโปรยปรายลงมาอย่างหนักกระทั่งสายลมยังแรงยิ่งทั้งพัดเอากิ่งไม้ปลิวมาเคาะหน้าต่างโรงเตี๊ยมที่อันซูเซี่ยนอนอยู่กระทั่งเกิดเสียงดัง

แม่นมเผิงซึ่งเป็นสตรีร่างท้วมลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวของกิ่งไม้ที่กระแทกบานหน้าต่างไม่หยุด

ยามนี้คงถึงเวลายามเหม่า[1]แล้วพวกนางต้องเร่งออกเดินทางตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางจึงถือว่าเสียงดังนั้นช่วยปลุกนางให้ตื่นขึ้นพอดี

นางยันกายลุกขึ้นกระชับเสื้อนวมอุ่นพร้อมกับเก็บที่นอนของตนเองจนเรียบร้อยจากนั้นจึงค่อยย่องออกจากห้องเพื่อไปสั่งให้สาวใช้เตรียมน้ำอุ่นเพื่อรอปรนนิบัติให้องค์หญิงล้างหน้าถูฟัน

 เพราะอากาศทั้งหนาวทั้งชื้นจึงทำให้รู้สึกไม่สบายตัวบัดนี้กระถางไฟในห้องก็ดับมอดใกล้จะหมดแล้วนางจึงไม่อยากรบกวนองค์หญิงของตนเองให้ตื่น อย่างน้อยให้องค์หญิงได้หลับตาเพิ่มอีกสักหน่อยก็ยังดี

ทว่าเท้าของนางยังไม่ทันก้าวพ้นประตูน้ำเสียงหวานปนแหบของอันซูเซี่ยพลันดังขึ้น

“แม่นมจุดเทียนเถิด ข้าตื่นแล้ว”

แม่นมเผิงเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยนยิ่ง

“ไยรีบตื่นเล่าเพคะ เมื่อคืนกว่าพวกเราจะเดินทางมาถึงที่นี่ก็กินเวลาไปถึงดึกแล้ว”

“เสียงไม้กระแทกหน้าต่างดังเช่นนี้ข้าข่มตานอนไม่หลับ”

แม่นมเผิงหมุนกายกลับมา เพ่งดวงตามองเรือนร่างลาง ๆ ที่นอนอยู่บนที่นอนอุ่นก่อนจะเดินกลับไปหาหญิงสาวนางนั้นแล้วดึงผ้าห่มมาคลุมจนถึงปลายคาง ห่อตัวนางให้แน่นหนาขึ้น

“เช่นนั้นรอบ่าวสักครู่นะเพคะ ประเดี๋ยวบ่าวไปจัดเตรียมน้ำอุ่นเสียก่อน”

“อืม”

แม่นมเผิงลุกขึ้นจากนั้นจึงเดินไปจุดตะเกียงน้ำมันจนสว่างไปทั้งห้อง

บัดนี้จึงเผยโฉมหน้าดรุณีน้อยนางหนึ่งที่ใบหน้าเลอโฉมดุจดวงจันทร์ ผิวพรรณขาวประดุจหิมะ แม้ว่าสีหน้าจะขาวไร้เลือดฝาดด้วยเพราะเพิ่งตื่นนอนแต่กลับยิ่งขับเน้นความงดงามโดดเด่นของนางให้มากยิ่งขึ้น

ยามแม่นมเผิงกลับมาพร้อมสาวใช้อีกสามคนอันซูเซี่ยก็ลุกขึ้นนั่งและขดกายอยู่ในผ้าห่มท่าทางประดุจหนอนผีเสื้อตัวหนึ่งแล้ว

แม่นมเผิงยกมือทาบอกอุทานเสียงแผ่วเบา

“ตายแล้ว องค์หญิงมิอาจนั่งท่าไม่สำรวมนี้ได้นะเพคะ บ่าวสอนไปตั้งกี่ครั้งแล้ว”

อันซูเซี่ยถอนหายใจยาว ปล่อยให้บ่าวพวกนั้นปรนนิบัติตนล้างหน้าหวีผมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

“ข้ายังจำได้ที่แม่นมสอนข้า แต่ยามนี้ยังไม่เข้าเมืองหลวงท่านก็ปล่อยให้ข้าเป็นอิสระเถิด หลังจากนั้นข้าคงไม่ได้ทำอะไรเช่นนี้อีกแล้ว”

แม่นมเผิงรู้สึกสงสารองค์หญิงน้อยของตนยิ่งนัก เพราะสองแคว้นต้องการเชื่อมสัมพันธ์ องค์หญิงอันซูเซี่ยซึ่งเติบโตมาในแดนสู่ซึ่งเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์อันเร้นลับจำต้องเข้าอภิเษกเพื่อเป็นฮองเฮาให้กับฮ่องเต้แคว้นเหมิงต้าหลง

หลังจากที่อ๋องผู้ครองแดนสู่บิดาขององค์หญิงอันซูเซี่ยพยายามถ่วงเวลามาเนิ่นนานจนกระทั่งองค์หญิงได้เข้าสู่วันสิบเจ็ดปีแล้วก็ไม่อาจรั้งเวลาเอาไว้ได้อีก ด้วยฝ่าบาทแคว้นเหมิงมีพระชนม์มายุถึงยี่สิบห้าพรรษาแล้วแต่กลับยังไม่มีบุตรกับนางสนมคนใด

แดนสู่นี้คนภายนอกแทบจะไม่รู้ว่า เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยภูเขาสูง มีอากาศหนาวตลอดทั้งปีและยังรายล้อมไปด้วยน้ำพุสวรรค์ที่เมื่อได้ดื่มกินยิ่งทำให้ร่างกายแข็งแรงทั้งยังมีใบหน้างดงามผิวพรรณอ่อนเยาว์อย่างที่ยากจะหาแดนใดเปรียบ

เดิมทีคนแดนสู่มักไม่นิยมแต่งงานกับคนต่างแคว้นเพื่อครองสายเลือดบริสุทธิ์เอาไว้ เป็นการยากมากที่พวกเขาจะยอมตอบรับการสู่ขอของคนจากแคว้นอื่น

และยังมีข่าวลือหนาหู ว่าสตรีแดนสู่นั้นใช้ชีวิตประดุจแม่ชีพวกนางเคยออกเรือนไปกับคนต่างแคว้นแต่เรื่องบนเตียงกลับจืดชืดยิ่งล้วนทำให้สามีเบื่อหน่ายสุดท้ายต้องหย่าร้าง

และความจืดชืดนี้มิได้มีเพียงลีลารักบนเตียง แต่ยังรวมไปถึงใบหน้าที่จืดชืดจนทำให้คนที่พบเห็นล้วนรู้สึกหมดอารมณ์สนุก

ดังนั้นไม่ว่าบุรุษใดล้วนไม่ต้องการได้คนแดนสู่เป็นภรรยา นอกจากบุรุษแดนสู่ด้วยกันเอง

ยามนี้ด้วยสัญญาหมั้นหมายที่อดีตฮ่องเต้ทำเอาไว้กับอดีตอ๋องของแดนสู่ในยามที่พวกเขาเคียงบ่าเคียงไหล่ออกรบเพื่อกำจัดศัตรูที่เข้ามารุกรานสองดินแดนในสนามรบจนกลายเป็นสหายร่วมสาบาน และทำสัญญาหมั้นหมายเอาไว้

ทว่าอดีตฮ่องเต้แดนสู่ที่มีพระชายาเพียงคนเดียวกลับไม่มีพระธิดา แต่สัญญานั้นยังคงผูกพันมาถึงฮ่องเต้คนปัจจุบันที่เป็นบิดาของอันซูเซี่ยที่ต้องส่งบุตรสาวของตนให้หลานชายที่ขึ้นเป็นฮ่องเต้แคว้นเหมิงโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง

อันซูเซี่ยเป็นบุตรสาวคนเล็กจากทั้งหมดสามคนของอ๋องแดนสู่ พี่สาวของนางทั้งสองคนได้แต่งกับขุนนางคนสำคัญในแดนสู่ไปแล้ว เขาจึงจำต้องส่งบุตรสาวคนเล็กไปเป็นฮองเฮายังต่างแคว้นด้วยคราบน้ำตาด้วยคิดว่าบุตรสาวคนเล็กนั้นไร้เดียงสายิ่งนัก

นั้นตั้งแต่นางรู้ความก็ถูกส่งไปฝึกฝนการบำเพ็ญเพียรที่สำนักชีหุบเขาหนี่หวาอันเป็นหุบเขาที่สูงที่สุดในแดนสู่

การพบบุรุษของนางนั้นจึงแทบจะนับครั้งได้ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์นี้จึงยิ่งทำให้อ๋องเมืองสู่เป็นกังวลกับความไร้เดียงสาของบุตรสาวนัก เขากลัดกลุ้มจนกินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายวัน

นี่เป็นครั้งแรกที่องค์หญิงน้อยอันซูเซี่ยได้ออกจากหุบเขาอันงดงามของตนเอง นางต้องกลายมาเป็นฮองเฮาของฮ่องเต้หนุ่มผู้หนึ่งซึ่งนางไม่เคยเห็นเขามาก่อน แน่นอนว่านางนั้นย่อมตื่นเต้นปนหวาดกลัวด้วยไม่อาจระงับจิตใจได้

คำสั่งของมารดาของนางก่อนที่จะส่งนางขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวก็คือ ต่อไปสามีคือครอบครัวของนางแล้วดังนั้นขอให้นางจงเชื่อฟังสามีให้ดีที่สุด ตามหลักสี่คุณธรรมสามคล้อยตาม[2]

“เพคะท่านแม่ลูกจะเชื่อฟังสามีตามคำที่ท่านแม่สั่งสอนเพคะ”

สตรีสองนางร่ำไห้ในวันจากลา และบิดาของนางก็ทอดสายตามองพระธิดาคนเล็กด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์

“ไม่ต้องห่วงไปนะ พ่อได้ส่งจดหมายถึงฝ่าบาทโดยตรงให้ปกป้องคุ้มครองลูก หากมีผู้ใดทำให้เจ้าเดือดเนื้อร้อนใจให้เจ้ารีบส่งข่าวให้พ่อรู้ พ่อจะรับเจ้ากลับทันที”

“ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขอท่านพ่อ ท่านแม่รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าคะ ลูกอกตัญญูต้องจากแดนไกลไม่มีโอกาสทดแทนคนท่านพ่อท่านแม่แล้ว”

[1] ประมาณตี5

[2] หลักสี่คุณธรรม สามคล้อยตาม หรือ 三从四德 คือ กรอบคุณธรรมที่ใช้ในการอบรมกุลสตรีชั้นสูง ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดของขงจื่อ แบบเต็มๆ กล่าวคือ… ให้ความสำคัญกับลำดับขั้นชนชั้นในสังคม สถาบันครอบครัว และความสำคัญของเพศชาย

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
204 Bab
บทที่ 2 องค์หญิงเสด็จ
ตั้งแต่เกิดมากระทั่งอายุสิบเจ็ดปีนอกจากบิดาที่นางพบหน้าบ่อยครั้งแล้วบุรุษอื่นอันซูเซี่ยก็แทบไม่เคยเห็น ในขณะที่คนที่รายล้อมรอบเกี้ยวของนางในยามนี้ก็ล้วนแต่เป็นองครักษ์หญิงที่เก่งกาจเพราะขบวนใหญ่จำเป็นต้องใช้เวลาถึงสองเดือนจึงจะถึงเมืองหลวงแคว้นเหมิง อันซูเซี่ยไม่เคยเดินทางไกลทั้งขณะเดินทางนางยังต้องอยู่ในรถม้าที่โคลงเคลงจึงทำให้นางรู้สึกวิงเวียนตลอดเส้นทางสองเดือนมานี้จึงกินได้น้อยและเอาแต่อาเจียนดังนั้นจึงทำให้น้ำหนักของนางลดและร่างกายผ่ายผอมจนแม่นมเผิงเป็นกังวลคิดว่าหากเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นเหมิงเมื่อใดคงต้องบำรุงร่างกายกันยกใหญ่เพื่อไม่ให้ผู้ใดดูถูกว่าองค์หญิงแดนสู่ไยจึงได้ผ่ายผอมเพียงนี้หลังจากล้างหน้าถูฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว อันซูเซี่ยก็รับประทานอาหารเช้าง่าย ๆ ซึ่งก็คือโจ้กผักที่นางชื่นชอบนั่นเองนางเป็นสตรีเรียบง่ายทั้งยังอ่อนน้อม นั่นก็เพราะได้รับการฝึกฝนนิสัยมาจากสำนักชีตั้งแต่เด็ก เพราะอันซูเซี่ยเป็นเช่นนี้แม่นมเผิงจึงเป็นกังวลยิ่งนักที่แคว้นเหมิงนั้นแม้อันซูเซี่ยจะแต่งเข้าในฐานะฮองเฮา ทว่าเพราะนางอ่อนแอบอบบางเพียงนี้กลัวว่าพระสนมพวกนั้นจะทำร้ายนางเอาได้จึงได้แต่หวังว่าน
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ต้องกำจัดนาง
กูกูผู้นั้นกลับเชิดใบหน้าขึ้นมาพยายามส่งสายตามององค์หญิงที่อยู่หลังฉากกั้นทว่ามองอย่างไรก็มองไม่เห็นด้วยธรรมเนียมแดนสู่เคร่งครัดนัก ก่อนที่จะอภิเษกกับฝ่าบาทองค์หญิงไม่สามารถเปิดเผยใบหน้าของตนเองได้กูกูคิดเยาะหยันในใจ องค์หญิงคงมีรูปโฉมอัปลักษณ์เฉกเช่นข่าวลือกระมัง ฝ่าบาทคงเห็นเช่นนั้นจึงได้ละเลยองค์หญิงและส่งมาไว้ที่ตำหนักร้างท้ายวังหลวงถึงจะคิดดูถูกคนในใจแต่วาจาของกูกูก็ยังเอ่ยอย่างสุภาพ“ท่านแม่นม ข้าน้อยเป็นเพียงบ่าวผู้หนึ่ง ทำหน้าที่เพียงส่งนางกำนัลให้องค์หญิง เรื่องนี้ท่านเอ่ยกับข้าก็เปล่าประโยชน์แล้วเจ้าค่ะ เมื่อไม่มีสิ่งใดแล้วข้าน้อยขอตัว”กูกูผู้นั้นจากไปแล้ว เหลือทิ้งนางกำนัลทั้งสองคนเอาไว้ อันซูเซี่ยสั่งให้ทุกคนลุกขึ้นแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง“พวกเจ้ามีนามว่าอันใด”นางกำนัลทั้งสองจึงเอ่ยว่า“บ่าวซานหลิงเพคะ”“บ่าวซานหลันเพคะ”อันซูเซี่ยถูกแม่นมประคองออกมาจากหลังฉากกั้น ใบหน้าของนางยังคงมีผ้าปกปิดเอาไว้ครึ่งหน้า ทว่าดวงตากระจ่างใสคู่นั้นเห็นได้ชัดว่ากลมโตงดงามชวนมองเพียงใด“เช่นนั้นเล่าให้ข้าฟังว่าพวกเจ้าก่อนหน้าที่จะมาเป็นนางกำนัลทำสิ่งใดมาบ้าง”นางกำนัลทั้งสองประห
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ร้อน
สี่เดือนต่อมาด้วยภารกิจของฝ่าบาทที่จำเป็นต้องเดินทางไปคลายทุกข์ให้กับพสกนิกรที่ประสบภัยน้ำท่วมที่มณฑลเจิ้นจึงทำให้พระองค์ยังไม่จัดงานอภิเษกสมรสขึ้นมาเสียทีอีกทั้งยังมีคำทำนายที่เกิดขึ้นกะทันหันเรื่องฝ่าบาทไม่อาจจัดงานอภิเษกสมรสได้จนกว่าจะพ้นเดือนสิบไปแล้วคนที่สบายใจก็คืออันซูเซี่ย แต่คนที่เป็นกังวลแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับก็คือแม่นมเผิง“บ่าวทราบมาว่าอำมาตย์ผู้นั้นคือบิดาของซูเฟยเพคะ ในวันที่ให้โหรหลวงทายดวงชะตาผูกดวงเพื่อกำหนดวันสมรสจู่ ๆ โหรหลวงผู้นั้นก็กล่าวอ้างเรื่องนี้ขึ้นมา แคว้นเหมิงเชื่อในคำทำนายยิ่งนักดังนั้นยามนี้ฤกษ์สมรสก็ไม่อาจกำหนดได้จนกว่าจะพ้นเดือนที่สิบไปก่อน ทำแบบนี้ไม่เรียกว่าร่วมมือกับโหรหลวงกลั่นแกล้งจะเรียกอะไรได้อีกเพคะ”อันซูเซี่ยกำลังตั้งใจเย็บปักเสื้อด้วยตนเอง นางอยู่ที่นี่รู้สึกดียิ่งนักด้วยยามนี้เข้าสู่หน้าร้อนแล้ว เดิมทีแคว้นสู่มีอากาศหนาวตลอดปีทำให้นางไม่ค่อยได้สัมผัสกับแสงแดด ทว่าแคว้นเหมิงนั้นกลับมีแสงแดดที่อบอุ่นยิ่งนักพลอยทำให้อารมณ์ของนางดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ“อยู่ที่นี่พวกเราได้กินอาหารอร่อยทั้งแกงร้อน ข้ายังได้ปลูกผักเลี้ยงไก่จนเติบโตสนุกยิ่ง ไม่ม
Baca selengkapnya
บทที่ 5 เกิดอารมณ์เปลี่ยว NC
อันซูเซี่ยมองไปรอบ ๆ อย่างไรก็ต้องรอบคอบเอาไว้ก่อนนางมองกระทั่งพบว่าปลอดคนจึงได้หลบอยู่ที่ก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วถอดอาภรณ์ของตนเองออกจนเหลือเพียงร่างกายเปล่าเปลือยในตอนที่นางแอบย่องไปหยิบผ้าเช็ดตัวในห้องอาบน้ำนั้น อันซูเซี่ยยังไม่ลืมหยิบสบู่มันแพะก้อนใหญ่ติดมือมาด้วยร่างกายเปล่าเปลือยขาวผ่องบัดนี้กำลังอวดความงามท้าแสงจันทร์กระจ่างใบหน้างดงามประดุจเทพเซียนบนสวรรค์ เรือนผมดำขลับแผ่สยาย เต้านมใหญ่และเต่งตึง สะโพกผายอิ่ม ช่วงเอวคอดกิ่วผิวพรรณผุดผ่องไร้ราคีประดุจเต้าหู้ขาวที่นุ่มนิ่มและชวนให้ลิ้มลองอันซูเซี่ยไม่เคยรู้มาก่อนว่าตนเองมีรูปร่างที่ยั่วเย้าตัณหาบุรุษเพียงใด นั่นเป็นเพราะนางเติบโตในสำนักชียามอาบน้ำที่น้ำตกบนหุบเขาพวกนางล้วนเปลือยกายจนเคยชินเป็นนิสัยสตรีมีมากมายเพียงนั้นทุกคนล้วนตั้งใจอาบน้ำอย่างเงียบเชียบตามกฎจึงไม่มีผู้ใดมีเวลามาพิจารณาร่างกายของกันและกันนางค่อย ๆ ก้าวเท้าลงไปในแอ่งน้ำใสเย็นฉับพลันนั้นความรู้สึกร้อนได้หายไปในพริบตา อันซูเซี่ยเดินไปนั่งที่โขดหินที่นางใช้นั่งอาบน้ำในทุกวันแล้วเริ่มต้นถูกายสระผมอย่างสบายอารมณ์หลังจากนางสระผมเสร็จอันซูเซี่ยก็ยืนขึ้นอวดร่างงด
Baca selengkapnya
บทที่ 6-7 ฮองเฮาที่ถูกทิ้ง
เช้าวันนี้ หลังจากอันซูเซี่ยรับประทานอาหารเสร็จ กงกงจากกรมพิธีการก็มาขอเข้าเฝ้าพร้อมกับแจ้งให้นางทราบว่า ในวันพรุ่งนี้นางต้องเตรียมตัวเข้าพิธีอภิเษกสมรสกับฝ่าบาท และเตรียมเข้าพิธีสถาปนาแต่งตั้งขึ้นเป็นฮองเฮาอย่างเป็นทางการ“ไยจึงรวดเร็วเพียงนี้ มิสนใจคำทำนายแล้วหรือ” อันซูเซี่ยอุทานด้วยความตกใจยิ่งนักแม่นมเผิงกลับเอ่ยขึ้นว่า “คำทำนายก็เป็นเพียงแค่ลมปากของโหรหลวงผู้หนึ่งเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ พวกเราต่างรอคอยมานานเพียงนี้ จะว่ารวดเร็วได้อย่างไร องค์หญิงรอกระทั่งบัดนี้เวลาล่วงผ่านมาเกือบจะครึ่งปีแล้วนะเพคะ ชุดเข้าพิธีที่ตัดเย็บมาเนิ่นนานจนเก่าเต็มทน อีกทั้งท่านยังผ่ายผอมลงไปมาก เห็นทีคงต้องได้วัดขนาดตัวกันใหม่เสียแล้ว”“จะเก่าได้อย่างไร ข้าเห็นท่านดูแลชุดนั้นเป็นอย่างดีทุกวัน” เมื่อองค์หญิงน้อยแย้งออกมาเช่นนั้น แม่นมก็ส่งเสียงจิ๊ในลำคอด้วยความขัดใจอันซูเซี่ยจึงก้มหน้าหุบปากเสียสนิท อันที่จริงนางอาศัยอยู่ในตำหนักนี้ก็คิดว่าตนเองมีชีวิตที่ไม่เลวนัก ถึงจะคิดถึงบิดามารดาอยู่มาก แต่สถานที่แห่งนี้ก็เหมาะสมน่าอยู่ยิ่ง นางยังได้ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ และเล่นน้ำตกอย่างที่ใจต้องการโดยไม่มีผู้ใดมาห้ามปรา
Baca selengkapnya
บทที่ 8-9 ชุดที่ทำให้เขินอาย
แม่นมเผิงแทบจะลมจับ ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้ยิ่งโกรธแค้น “ตำแหน่งฮองเฮาที่ไร้อำนาจเช่นนี้ยังต้องการอีกหรือเพคะ ฝ่าบาทมิเสด็จมาไหว้ฟ้าดินร่วมกับองค์หญิงด้วยซ้ำ!”“อย่าถือสาเลย ไหว้หรือไม่ไหว้คนใต้หล้าก็รับรู้แล้วว่าข้าคือฮองเฮา ในเมื่อเป้าหมายสำเร็จแล้วพวกเราจะเคร่งเครียดไปไย”แม่นมเผิงอยากจะพุ่งศีรษะลงพื้นดินเสียจริง นางเสียใจนักที่ไยจึงได้เลี้ยงดูสตรีผู้นี้ให้เป็นคนดีจนเกินไป หากรู้ว่าองค์หญิงน้อยจะเติบโตขึ้นมาจนปล่อยวางทางโลกได้เพียงนี้ แม่นมจะเคี่ยวเข็ญวิชาเห็นแก่ตัวให้ตั้งแต่อยู่ในผ้าอ้อมเลยทีเดียวเดิมทีคิดว่าอย่างไรฝ่าบาทก็คงไม่เสด็จมาแล้ว ทว่าคนจากกรมพิธีการกลับเข้ามาอีกครั้งเพื่อแจ้งข่าวดีแก่แม่นมเผิง หรือจะกล่าวให้ถูกคือเป็นข่าวดีของฮองเฮาต่างหาก“ฝ่าบาทจะเสด็จมาร่วมหอในคืนนี้เพคะ ฮองเฮาต้องชำระกายอย่างสะอาดอีกครั้ง”“อาบน้ำอีกแล้วหรือ” อันซูเซี่ยถอนหายใจยาวพลางบ่นอุบ “ไยต้องอาบน้ำบ่อยถึงเพียงนี้”“ฝ่าบาทเป็นโอรสสวรรค์ที่รักสะอาดมากเพคะ ก่อนจะบรรทมร่วมกับพระสนมทุกคนรวมทั้งฮองเฮา จำต้องมีกรมพิธีการมาคอยตรวจสอบพระวรกายก่อนเสมอ”อันซูเซี่ยทำหน้าไม่ถูกแล้ว... นี่คนผู้นั้นเห็นนางเป็นคน
Baca selengkapnya
บทที่ 10 นางผู้นั้นไว้ใจไม่ได้
รถม้าของโอรสสวรรค์โจวจูหลง บัดนี้กำลังเคลื่อนผ่านอุทยานหลวงเพื่อไปยังตำหนักชุ่ยกงที่มีฮองเฮาคนใหม่อยู่ที่นั่น การสนทนาภายในรถม้าดังขึ้นแผ่วเบาจนไม่มีผู้ใดภายนอกจับใจความได้ ฝ่าบาทแคว้นเหมิงรูปร่างสูงสง่า ใบหน้าหล่อเหลาประดุจเทพเซียน บัดนี้นั่งอยู่กับบุรุษสวมหน้ากากผู้หนึ่ง ท่าทางของบุรุษผู้นี้องอาจสูงส่งมีกลิ่นอายสูงศักดิ์ไม่ต่างจากฝ่าบาทเลยแม้แต่น้อยเขาคือญาติผู้น้องนาม เสียนอ๋อง หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เดิมทีเขาเป็นบุรุษที่หล่อเหลาหาตัวจับยาก ทว่าหลายปีก่อนเกิดเรื่องไม่คาดฝัน จวนของเขาเกิดไฟไหม้ในวันที่เขาเพิ่งกลับจากงานเลี้ยงและเมาสุรา กว่าจะหนีออกมาได้ใบหน้าก็เสียโฉมเป็นแผลเป็น การรักษาใช้เวลาเกือบหนึ่งปี ท่านผู้สำเร็จราชการจึงกลับมาใช้ชีวิตภายใต้หน้ากากดำนี้ได้ตามปกติ“ท่านพี่ หญิงสกุลอันผู้นั้นท่านคิดจะร่วมหอกับนางจริงๆ หรือ”ฝ่าบาทยกยิ้มพลางเอ่ยกับอี้หลง “ก็เพียงแต่ไปตามมารยาท มิได้คิดจะแตะต้องตัวนางแม้แต่น้อย อี้หลงเจ้าเห็นด้วยหรือไม่”“ขอรับ ข้าเห็นด้วย... การที่แดนสู่คิดผูกไมตรีโดยอ้างคำสัตย์ของเสด็จปู่นั้นข้าเห็นว่ามีเบื้องหลัง ดูเหมือนพวกเขาต้องการแผ่นดินที่ติดกับแด
Baca selengkapnya
บทที่ 11 ราตรีที่เฝ้ารอ
บัดนี้อี้หลงได้มาถึงตำหนักชุ่ยกงแล้ว จูกงกงรีบสั่งให้เหล่าทหารถอยร่นออกไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในขณะที่อี้หลงถอดหน้ากากสีดำทมิฬทิ้งไว้ภายในรถม้าส่วนพระองค์ ก่อนจะก้าวเท้าออกมาด้วยท่วงท่าองอาจ“ฝ่าบาท...”จูกงกง บ่าวเพียงคนเดียวในวังหลวงที่ล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่นี้ รีบถวายความเคารพอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปป่าวประกาศขานการเสด็จเพื่อให้คนทั้งตำหนักชุ่ยกงได้รับรู้กันอย่างทั่วถึง“ฝ่าบาทเสด็จ!”สิ้นเสียงกางวานนั้น เหล่าคนจากกรมพิธีการต่างรุดออกมาถวายการต้อนรับ พร้อมทั้งขานคำว่าทรงพระเจริญดังกึกก้อง แต่อี้หลงมิได้สนใจจะเอ่ยปากบอกให้ผู้ใดลุกขึ้นแม้แต่น้อย เขาเพียงแต่ก้าวเดินผ่านคนเหล่านั้นไปอย่างรวดเร็ว มุ่งตรงไปยังห้องหอที่อยู่ลึกเข้าไปภายในตำหนักในหัวใจของเขานั้น เพียงแต่จะแวะมาเพื่อเยาะหยันนางสักสองสามประโยค ให้สมกับความอคติที่มีอยู่... เขาต้องการตอกหน้านางว่า สตรีจากแดนสู่ไม่มีทางยั่วยวนจนทำให้เขาตกหลุมพราง มอบของสำคัญที่แดนสู่ต้องการแลกกับตัวนางได้เป็นแน่ จากนั้นเขาก็จะทิ้งนางเอาไว้ให้โดดเดี่ยวเพียงลำพัง เพื่อให้นางสำนึกว่าอย่าได้คิดมาวางอำนาจบาตรใหญ่ในแคว้นเหมิงแห่งนี้ทว่าทันท
Baca selengkapnya
บทที่ 12 เพลิงกำหนัด
ใบหน้าของเขาแทบจะแนบชิดกับกลีบเนื้อสีแดงเรื่อ เขาถึงขั้นแลบลิ้นออกมาทำท่าตวัดเลียกลางอากาศอย่างกระหาย มังกรยักษ์ภายใต้กางเกงบัดนี้บวมเป่งจนปวดหนึบ เรียกร้องให้เขาปลดปล่อยมันออกมาเพื่อระบายน้ำพิษสีขุ่นที่อัดอั้นอยู่ภายในอันซูเซี่ยคล้ายจะพอมารู้สึกถึงเสียงคนเปิดประตู ทว่าด้วยพิษกำหนัด ‘สวรรค์เมามาย’ ที่นางดื่มเข้าไป กลับทำให้นางเลิกสนใจสิ่งรอบข้าง ท่าทางการนั่งและการใช้มือเพื่อผ่อนคลายความร้อนรุ่มนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่กูกูพร่ำสอนเอาไว้ก่อนหน้า‘หากฮองเฮารู้สึกร้อนจนทนไม่ไหว ให้ใช้นิ้วบีบบี้ตรงนี้นะเพคะ หรือจะลองแหย่เข้าไปในรูหวาน รับรองว่าช่วยฮองเฮาให้ผ่อนคลายลงได้’ยามนั้นนางมิเข้าใจเลยสักนิด ทว่าหลังจากทุกคนออกไปจากห้อง อาการร้อนผ่าวก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย นางที่กำลังนั่งอ้าขาอยู่มึนงงยิ่งนัก ยามที่เนื้อผ้าสีแดงนุ่มลื่นสัมผัสกับส่วนลี้ลับ นางก็หวนคิดถึงวันที่นางสัมผัสตนเองที่น้ำตกขึ้นมาทันทีความรู้สึกเช่นนั้นกลับมาหาพระนางแล้ว เพียงแต่ครั้งนี้มันช่างรุนแรงและท่วมท้นจนนางแทบจะขาดใจ ยอดอกที่เสียดสีกับผ้าเบาบางก็ทำให้นางเสียวซ่านจนต้องครางออกมา... นางมิรู้เลยว่ากำลังเกิดเรื่องอันใดกั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status