Beranda / โรแมนติก / ท่านประธานคะอย่าหื่น / บทที่ 5 ร้ายอย่างคุณต้องเจออย่างฉัน

Share

บทที่ 5 ร้ายอย่างคุณต้องเจออย่างฉัน

last update Tanggal publikasi: 2025-02-14 00:28:21

หลังการเจรจาในครอบครัววันนั้น มันก็เป็นผลที่ทำให้วันถัดมาสิงหราชมีคุณเลขาเจ้าจันทร์มานั่งทำงานร่วมกันในห้องวันนี้ 

 สิงหราชให้คนจัดโต๊ะใหม่ให้คุณเลขาในห้องของเขา เพื่อให้ตัวเขาสามารถจับตาดูคนคนนี้ได้

 และก็พบว่าตัวเขาเองรู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมากที่ในสายตาได้มองเห็นใบหน้านิ่งๆ ของเธอ

 อันที่จริงนอกจากใบหน้านิ่งเรียบกับใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาอย่างพวกรอยยิ้มการค้า เขาเองก็ไม่เคยเห็นว่าเธอจะแสดงสีหน้าอย่างอื่นออกมาอีก

 ดังนั้นเมื่อวันก่อนที่เขาทำให้เธอหงุดหงิดใจได้นั้นก็นับว่าน่าสนุกอยู่ไม่น้อย

 "คุณควรจะทำงานนะคะ ไม่ใช่มานั่งจ้องหน้าฉันทั้งชั่วโมงแบบนี้"

 "ใครจ้อง"

 "แต่ดิฉันเห็นค่ะ" เจ้าจันทร์เอ่ยตอบเสียงเรียบพลันช้อนตาขึ้นมองเขา

 "งั้นแปลว่าคุณก็จ้องผมอยู่ทั้งชั่วโมงเหมือนกันน่ะสิ"

 สิงหราชยกยิ้มตอบกลับหน้าตาย จะให้เขาทำอะไรในเมื่องานของเขามันเสร็จหมดแล้ว เอกสารสำคัญที่ต้องจัดการของวันนี้ก็พิจารณาอ่านและเซ็นไปจนหมดแล้วด้วย

 เจ้าจันทร์ทอดมองใบหน้ายียวนนั้นก็ได้แต่นึกหงุดหงิดอยู่ในใจ 

 เธอไม่มีอะไรจะต่อว่าเขาได้ เพราะคุณสิงหราชคนนี้ดันเป็นพวกหัวไว ทำงานรวดเร็วและมีประสิทธิภาพจนเธอหาข้อติไม่ได้ การทำงานของเขาไม่ใช่การทำเพียงส่งๆ แต่ทุกสิ่งผ่านการคิดวิเคราะห์มาดีแล้วทั้งหมด

 เป็นคนที่เก่งจนน่าหมั่นไส้จริงๆ

 "ถ้าคุณว่างแล้ว อย่างนั้นก็ลองอ่านเอกสารพวกนี้ดูก็แล้วกันค่ะ เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทคู่ค้าที่เราต้องไปเจรจาในช่วงบ่ายนี้"

 หญิงสาวขยับลุกจากที่นั่ง เดินตรงไปยังโต๊ะที่ตั้งอยู่กลางห้อง ในขณะที่เธอวางแฟ้มให้เขาอ่าน    สีหราชกลับขยับกายลุกขึ้นพลางบิดไปมาราวกับเกียจคร้าน 

 เขาทำท่าจะเดินออกจากห้องขณะที่ปากก็บอกว่าไม่อ่านแล้ว ขี้เกียจอ่าน จนเจ้าจันทร์ต้องขยับเข้าไปยืนขวางหน้าเอาไว้

 "จะไปไหนคะ คุณสิงหราช"

 "ไปหาอาหารตาอาหารใจ พ่อผมคงจะบรีฟคุณแล้วใช่ไหมล่ะ ว่าห้ามผมออกไปเล่นซน ห้ามควงสาวเข้าบริษัทน่ะ"

 "รู้แล้วก็ยังจะทำงั้นเหรอคะ" เจ้าจันทร์ขมวดคิ้ว

 "ผมไม่ได้จะควงสาวเข้าบริษัท ก็แค่จะเดินไปเยี่ยมชมพนักงานของตัวเองก็แค่นั้น"

 ได้ยินคำตอบนั้นเจ้าจันทร์ก็กระตุกยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นนั้นช้อนขึ้นมองคนตรงหน้า จนสิงหราชที่มองอยู่ก็เผลอชะงักไปเหมือนกัน 

 ดูเหมือนเขาจะตาฝาดไป คิดว่าดวงตาภายใต้กรอบแว่นนั้นน่าสนใจและน่าหลงใหลอย่างแปลกประหลาด

 "คงไม่ได้จะลงไปหาสาวๆ เด็กฝึกงานที่คุณรับเข้ามาด้วยเหตุผลส่วนตัวหรอกนะคะ"

 เธอดักทางอย่างรู้ทัน 

 "ไม่ให้หิ้วไปกินข้างนอกก็จะกินกันข้างใน นี่ก็นับเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีในบริษัทมากค่ะ"

 "ให้ตายเถอะ ผมล่ะไม่เข้าใจเลยจริงๆ เรื่องนี้มันเรื่องธรรมชาตินะคุณ ต่อให้ผมจะกินใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ถ้ามันไม่กระทบงานก็น่าจะพอแล้วนี่ ผมไม่เห็นว่านี่จะทำให้บริษัทเสียหายตรงไหนเลย"

 สิงหราชกล่าวไปตามที่ตัวเขาเองคิด เขาอยู่ต่างประเทศมานาน เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เห็นว่าจะมีใครสนใจสอดจมูกเข้าไปยุ่ง 

 จะควงใครไปไหนก็ได้ทั้งนั้น ในเมื่อเรื่องงานก็คือเรื่องงาน ขอแค่ทำงานได้ดีก็ไม่มีใครมาสนใจหรอกว่าคุณจะใช้ชีวิตเหลวแหลกอย่างไรบ้าง

 ต่างจากที่ประเทศไทยนี่ จะควงใครทีก็เป็นข่าว ไม่เข้าใจเลยว่าการละเมิดความเป็นส่วนตัวคนอื่นกับการทุ่มความสนใจให้ข่าวฉาวมันจะช่วยทำให้คนเสพข่าวเจริญขึ้นหรืออย่างไร 

 เขาจะคบใครควงใครต้องขออนุญาตสื่อด้วยหรือ?

 เขาไม่ได้พรากผู้เยาว์ ไม่ได้ข่มขืนหรือทำร้ายคู่นอนเสียหน่อย ทำไมคนเราจะต้องอยากรู้เรื่องราวชีวิตรักๆ ใคร่ๆ ของคนอื่นด้วยเล่า

 "ฉันเข้าใจว่ามันไม่กระทบงาน แต่มันกระทบภาพลักษณ์ของคุณค่ะ"

 "เฮอะ บ้าไปแล้ว" 

 พอได้ยินเขาสบถออกมาอย่างนั้นเจ้าจันทร์ก็รีบพูดต่อ

 "คุณสิงหราช คิดตามหลักการทำงานของคุณแล้วคือดูคุณภาพงานมากกว่าใช่ไหมคะ งั้นถ้ามีคนที่เก่งเท่าคุณ แต่ภาพลักษณ์ดีกว่าคุณ ในสังคมที่ยึดเอาภาพลักษณ์ภายนอกเป็นสำคัญแบบนี้ เขาจะเลือกใครมากกว่ากันคะ?"

 "…"

 "ฉันยอมรับว่าคุณเก่งมาก เด็ดขาด บริหารงานได้ดีกว่าคนทุกรุ่นที่เคยผ่านมา และฉันก็รู้ว่าคุณเคยได้ใช้ชีวิตอิสระ แยกงานแยกเรื่องส่วนตัวชัดเจน แต่ในสังคมที่นี่มันไม่เป็นอย่างนั้น คุณพอจะเข้าใจที่ฉันจะสื่อไหมคะ?"

 "เฮ้อ น่ารำคาญชะมัด"

 แม้จะไม่อยากเข้าใจ แต่สิงหราชก็รู้ดีว่าเขาเองเข้าใจคำพูดนั้นเป็นอย่างดี เขาโตจนป่านนี้แล้ว มีวุฒิภาวะมากพอที่จะรู้ว่าควรทำอะไร 

 เพียงแต่บางครั้งมันก็น่าอึดอัด โดยเฉพาะกับตัวเขาที่ไม่อาจทำอะไรได้ดั่งใจไปเสียทุกเรื่อง

 เขายังคงค้นหาบางสิ่งที่จะทำให้เขากลับมาเป็นปกติเหมือนคนอื่นๆ 

 และเพราะเขายังไม่ได้สิ่งนั้นมา เขาถึงได้หงุดหงิดใจอยู่แบบนี้ ถึงได้พยายามตามหาวิธีไปเรื่อยๆ หาใครสักคนที่อาจจะช่วยเขาได้

 "ถ้าอ่านงานตรงนี้เสร็จ คุณจะไปพักก็ได้ค่ะ แค่อย่าให้เป็นที่จับตามองนักก็พอ"

 "เห็นฉันเป็นเด็กรึไง ฉันแค่อยากออกไปยืดเส้นยืดสาย นั่งก้มหน้านานๆ มันปวดคอจะแย่"

 ชายหนุ่มบ่นออกมาแต่ก็ยอมกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของตนเองตามเดิม 

 เจ้าจันทร์นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง เธอตัดสินใจเดินอ้อมไปด้านหลังโดยมีสิงหราชมองตามทุกการกระทำของเธออยู่ 

 ในตอนนั้นเองที่เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากร่างนั้น มือของเจ้าจันทร์ก็ค่อยๆ ออกแรงบีบนวดตามแนวไหล่ ทั้งตำแหน่งและแรงที่ใช้ก็พอดิบพอดีเสียจนชายหนุ่มเคลิบเคลิ้ม 

 สิงหราชรู้สึกไม่ต่างจากการได้นวดในร้านเลยสักนิด อาการปวดล้าทั้งหมดเหมือนค่อยๆ ถูกทำให้หายไป จนเหลือไว้เพียงความสบายและผ่อนคลายเท่านั้น

 "อะไรกันนี่ ถ้าไม่บอกว่าคุณเป็นเลขา ผมจะคิดว่าคุณเป็นดาวหมอนวดแล้วนะ" 

 เจ้าจันทร์ไม่ได้ตอบอะไร เพราะเธอเองก็เคยทำงานในร้านนวดมาก่อนจริงๆ นั่นแหละ 

 เพราะความขัดสนของที่บ้านทำให้เธอต้องหางานพิเศษทำไปทั่ว เธอเรียนเกี่ยวกับการนวดจนได้ใบประกอบวิชาชีพ ทั้งสาขาเภสัชกรรมไทยและสาขาการนวดไทยเธอก็ได้มาแล้ว 

 ตอนนั้นได้ทั้งเงินจากที่ร้านจ้าง และยังได้ทั้งเงินพิเศษที่ลูกค้าให้ มีเงินไปจ่ายค่าเทอมได้สบายๆ 

 นอกจากนั้นก็ยังมีงานอื่นๆ อีกหลายงานที่เจ้าจันทร์เคยทำ 

 ทั้งงานทำความสะอาด ล้างจานตามร้านอาหาร งานเสิร์ฟเหล้าตามผับบาร์และร้านเหล้า อะไรที่จะทำให้ได้เงินมาใช้จ่ายในครอบครัวเธอก็ทำทั้งหมด ขอแค่ไม่ใช่งานผิดกฎหมายหรือต้องขายร่างกาย เธอก็ทำทั้งนั้น

 แน่นอนว่าความจนมันน่ากลัว…โดยเฉพาะกับครอบครัวที่มีหนี้สิน

 "อ่าาา...อยากหลับสักตื่นจังเลยนะ" เสียงบ่นของสิงหราชมาพร้อมกับการที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นแล้วพิงพนักเก้าอี้เอาไว้

 เจ้าจันทร์ก้มลงมองคนที่จ้องหน้าเธออยู่ เห็นว่าเจ้าตัวดูจะอารมณ์ดีขึ้นจากเมื่อครู่ก็ค่อยๆ ผละมือออกไป

 "ถ้าไม่ไหวจริงๆ จะนอนพักก็ได้ค่ะ ดิฉันจะไปทำงานส่วนของตัวเองต่อแล้วเหมือนกัน"

 ในจังหวะที่เจ้าจันทร์กำลังจะเดินกลับไปที่โต๊ะ สิงหราชที่คิดว่าเขายังอยากให้เธอนวดต่อให้อีกก็รีบคว้าข้อมือของเธอเอาไว้ 

 เพียงแต่เพราะแรงดึงที่มากเกินไป กับเจ้าจันทร์ที่ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะถูกรั้ง ทำให้เธอล้มเข้าใส่เขาเสียเต็มแรง 

 สองมือของเธอรีบหาที่ยึดเกาะอัตโนมัติจนไปคว้าเข้ากับแนวบ่าทั้งสองข้าง เข่าข้างหนึ่งเกยขึ้นไปบนเก้าอี้ และอยู่กลางระหว่างขาทั้งสองข้างของสิงหราชพอดิบพอดี

 อ่าาา...ท่านี้มัน

 ตึกตัก ตึกตัก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ท่านประธานคะอย่าหื่น   The end

    คู่รักกำลังจะหยอกล้อกันบนเตียงอีกสักหน่อย ริมฝีปากกำลังจะสัมผัสกันอยู่แล้วเชียวถ้าไม่มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น มันคือเสียงโทรศัพท์มือถือของสิงหราชที่แผดเสียงดังอยู่ไม่ไกล จนเขาทนหัวเสียไม่ไหวยื่นมือไปคว้ามากดรับสาย โดยที่เจ้าจันทร์ก็ยังนั่งนิ่งอยู่ในอ้อมแขน รับฟังปลายสายไปพร้อมๆ กันเมื่อเขากดสปีกเกอร์โฟน "ไง มีอะไร" "โอ้โห ถามมาได้ พี่ให้พ่อโยนวีกรุ๊ปมาให้ผมดูแลใช่ไหม ฝีมือพี่ใช่ไหมวะ!" ปลายสายคือเหมราชที่โวยวายกลับมา "อ่า ใช่ ถ้าแกไม่ชอบก็ปฏิเสธไปสิ" สิงหราชบอกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน เจ้าจันทร์เองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย ท่าทางน่ารักของเธอทำเอาสีหราชหมันเขี้ยวก้มหน้าลงมาหอมไปอีกฟอดใหญ่ "ปฏิเสธบ้าอะไรล่ะ พ่อยอมที่ไหน อีกอย่าง ผมอยากทำเกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬามาตั้งนานพี่ก็รู้ พี่แม่ง ไม่บอกกันล่วงหน้าบ้างเลย คุณเจ้าอีกคน ก็นึกว่าจะควบรวมกิจการเฉย ๆ ใครจะรู้ว่าจะยกให้ผมวะ" "อ้าว ๆ นี่ตกลงชอบหรือไม่ชอบกันแน่วะ งงแล้วนะโว้ย" "ชอบ แต่ไม่ชอบที่พี่ไม่บอกก่อนไงวะ!" "ฮ่าๆ ไอ้บ้านี่" สิงหราชหัวเราะใส่น้องชาย เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมันจะบอกชอบอะไรเลยที่เขาหยิบยื่นให้ "ถูกใจก็ดีแล้วไง ทีนี้ก็

  • ท่านประธานคะอย่าหื่น   บทที่ 33 เจ้าของราชสีห์

    เจ้าจันทร์มองคนเสนอความตื่นเต้นอย่างนึกสนุก ใครกันแน่ที่ร้ายปากเขาบอกยอมลงให้เธอ แต่สุดท้ายราชสีห์ก็ร้ายอยู่ดี แต่ก็เอาเถอะ ไม่ว่าครั้งนี้ หรือครั้งไหน ๆ เธอก็จะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่อยู่เหนือเขา ก็เขาบอกเองนี่ อยากอยู่ใต้เท้าเธอ มันก็ต้องเป็นเช่นนั้นตลอดไป "ยิ้มอะไรครับ ไม่อยากเห็นผมเจ็บเหรอ" "เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่าจะข่วนให้เลือดซิบตรงส่วนไหนดีต่างหากล่ะ" "ฮ้าาา...ร้ายไม่เบา" "ก็มีแฟนเจ้าเล่ห์อย่างคุณ เจ้าก็ต้องเป็นยิ่งกว่าสิคะ" "ฮ่าๆๆ ผมชอบคุณจัง" "ไม่เอาค่ะ คุณต้องรักเจ้าให้มากกว่าชอบสิ" สิงหราชยกมุมปากขึ้นยิ้ม ก่อนจะจับมือของเธอมาวางลงที่แผงอก เขากดนิ้วเธอที่มีเล็บยาวๆ ลงกลางร่องอกของตัวเอง เจ้าจันทร์มองการกระทำนั้นอย่างพอใจ แฟนของเธอมีมุมดิบเถื่อนเช่นนี้ด้วยเหรอ ความแบบนี้ก็ไม่บอก "อ่าส์...คุณเจ้า เล็บคุณทำผมเสียวจัง" ยิ่งเขาพูดแบบนั้น เจ้าจันทร์ก็ยิ่งสนุก คราวนี้เป็นเธอเองที่กดปลายเล็บลากยาวไปบนแผงอกกว้าง ก่อนกดลึกเรื่อยลงมาถึงหน้าท้อง ร่างบางถอยต่ำลง เพื่อให้นิ้วลากไปถึงจุดหมาย เธออยากจะกดปลายเล็บลงกลางรูเล็กๆ นั่นเหลือเกิน "ซี้ดดด...ที่รัก" สิงหราชครางออกมาทันทีท

  • ท่านประธานคะอย่าหื่น   บทที่ 32 ยกให้อยู่เหนือกว่า

    เจ้าจันทร์กลับมาถึงห้องพักในคอนโดมิเนียมที่สิงหราชเป็นเจ้าของ เปิดประตูเข้าไปได้ไม่ทันไรก็ได้กลิ่นหอมของครีมอาบน้ำแบรนด์หรูลอยฟุ้งไปทั่วห้อง อาาา...แฟนของเธอน่ารักเสมอ เขารู้ว่าเธอชอบกลิ่นนี้ถึงได้อาบน้ำรอไว้ก่อนเลย หญิงสาวยิ้มหวานพลางสูดดมกลิ่นหอมๆ นั้นจนชุ่มปอด ก่อนเดินเข้าไปยังห้องนอน แล้วพบสีหราชเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี "กลับมาแล้วเหรอกระต่ายน้อยของผม" ถึงจะจั๊กจี้กับคำเรียกแทนตัวแบบนั้น แต่เจ้าจันทร์ก็ยิ้มแก้มแทบปริรีบโผกายเข้าสวมกอดเขาแน่นจะว่าไป เป็นกระต่ายน้อยในอ้อมกอดราชสีห์ก็ถือว่าโอเคนะ อย่างน้อยก็ได้เปลี่ยนบทบาทมาอ่อนแอดูบ้าง ก็เธอน่ะ เพิ่งฟาดฟันกับวิสาลีนีมาหมาด ๆ หมดพลังเปลื้องน้ำลายไปเยอะเชียวกว่าอีกฝ่ายจะยอมสงบปากสงบคำอยู่ในที่ของตัวเอง อีกอย่าง เธอเองก็อยากได้กอดอุ่นๆ มาเติมกำลังใจสักหน่อย เพราะเรื่องนี้มันคงไม่จบลงง่าย ๆ แค่นี้ ในเมื่อวิลาสินียังมีหุ้นเหลืออยู่ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ คงไม่ต้องบอกเลยว่าการประชุมบอร์ดบริหารรอบหน้าจะมีการเปลี่ยนตำแหน่งภายในกันอย่างไรบ้าง แม้การจะเปลี่ยนก็ยังต้องฟังผลโหวตในที่ประชุมอีกครั้งอยู่ดี แต่ใครจะสนกันล่ะอีกไม่กี่วันนี้คนร

  • ท่านประธานคะอย่าหื่น   บทที่ 31 ตีงูต้องตีให้ตาย2

    เจ้าจันทร์นึกสงสารอีกฝ่ายอยู่บ้างเช่นกัน แต่พอนึกได้ว่าผู้หญิงคนนี้เคยตั้งใจอ่อยสิงหราช ตั้งใจแบล็กเมล์คนรักของเธอ เจ้าจันทร์ก็แทบไม่หลงเหลือความเห็นใจอะไรอีก ในตอนนั้นถ้าปล่อยให้วิลาสินีทำสำเร็จ ก็คงเป็นแอลกรุ๊ปนั่นแหละที่จะต้องเดือดร้อนเสียหาย ถึงเวลานั้นความสงสารจะช่วยอะไรได้ คนเราไม่ได้กินความสงสารเป็นอาหารสักหน่อย ในเมื่อเงินก่อตั้งและเงินหมุนเวียนในบริษัทนี้ก็มาจากสามีของวิลาสินีมาตั้งแต่ต้น กับคนที่วัน ๆ เอาแต่วางท่าเป็นนางพญา ชูคอว่าเป็นเจ้าของบริษัทแต่กลับไม่เคยบริหารอย่างจริงจัง คนแบบวิลาสินีมองอย่างไรก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทเลยสักนิด สู้จ้างคนเก่ง ๆ มานั่งบริหารยังจะเข้าท่ากว่า "คุณสิงหราชไม่รู้เรื่องนี้หรอกค่ะ ส่วนคนที่ช่วยฉันคุณต้องไม่เชื่อแน่ว่าเป็นใคร" เจ้าจันทร์ยกยิ้ม ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา "บังเอิญจังเลยนะคะที่ฉันรู้จักคนค่อนข้างเยอะ ทีแรกก็ไม่มั่นใจหรอกว่าวิลาสินีที่ว่าจะใช่คุณหรือเปล่า แต่พอสืบไปสืบมานิดเดียวก็ได้รู้ความจริงเข้าจนได้" "เลิกอ้อมค้อมซะที! รีบ ๆ บอกมาซะ ฉันจะไปเล่นงานมัน ฉันไม่เอามันไว้แน่!" "คนคนนี้เขาก็รอคุณอยู่เหมือนกันค่ะ คุณจำ

  • ท่านประธานคะอย่าหื่น   บทที่ 30 ตีงูต้องตีให้ตาย1

    ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถัดมาสิงหราชก็นั่งเซ็นสัญญากับวิลาสินี เขาได้หุ้นสิบห้าเปอร์เซ็นต์พร้อมกับแผนงานดี ๆ ที่คนรักของเขาเตรียมไว้ให้ เซ็นไปยิ้มไปไม่ได้สนใจสีหน้าอมทุกข์ของวิลาสินีเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อทางนั้นเองก็ใช่วิธีสกปรก คิดจะแบล็กเมล์เขา ถ้าอย่างนั้นเจ้าตัวก็ควรรู้ไว้ด้วยว่า กล้าที่จะทำผิดก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาให้ได้ ในเมื่อวิลาสินีมีโอกาสแต่ดันทำพลาดไปแล้ว ต่อไปก็ลองเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบดูบ้าง ให้เหมือนกับตอนที่เธอคิดทำลายคนอื่นนั่นแหละ "ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ คุณวิลาสินี" สีหราชกล่าวทั้งใบหน้าประดับรอยยิ้ม "หวังว่าต่อไปนี้คุณจะรู้ว่าควรวางตัวยังไง อยู่รอรับผลประโยชน์อย่างเงียบๆ แล้วทุกอย่างจะดีเอง" "คุณ…หมายความว่ายังไง" "ผมก็แค่พูดเผื่อเอาไว้ คุณก็รู้ไม่ใช่เหรอครับ ว่าแฟนของผมค่อนข้างที่จะ…กัดไม่ปล่อย คนเก่ง ๆ แบบนั้นอาจจะไม่หยุดแค่นี้ก็ได้นะครับ" "คุณ! นี่พวกคุณรวมกันทำอะไร หรือว่าพวกคุณคิดจะผิดข้อตกลง คุณจะแฉฉันใช่ไหม!" เห็นท่าทีราวกับคนจิตตกของวิลาสินีแล้วสิงหราชก็ได้แต่ส่ายหน้า ไม่รู้ว่าโดนเจ้าจันทร์ขู่อะไรไปบ้าง เพราะตอนนั้นเขาเองก็ฟังไม่ได้ชัดทุกคำ แต่ดูไปแล้

  • ท่านประธานคะอย่าหื่น   บทที่ 29 กระต่ายน้อยของสิงห์

    ในเช้าวันนี้ สิงหราชได้รับรายงานจากเลขาบอกว่า วิลาสินียอมขายหุ้นให้กับเขา ทั้งยังมีแผนงานใหม่ที่น่าสนใจส่งแนบท้ายมาด้วย การที่อยู่ ๆ วิลาสินียอมอย่างง่ายดายเช่นนี้ สำหรับสิงหราชแล้ว เขาไม่แปลกใจใด ๆ เหตุผลนั้นมีแค่ข้อเดียว... เหตุผลที่ทำให้เขาอึ้งจนพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นมันด้วยตาตนเอง ชายหนุ่มบิดมุมปากขึ้นยิ้ม วันนี้เขาอารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อนึกไปถึงเรื่องเมื่อวาน อาาา... ไม่ใช่เรื่องที่เขาจับเจ้าจันทร์แอบแซ่บในห้องทำงานหรอก หากแต่เป็นเรื่องอื่นที่ดีมากไปกว่านั้นมากกว่า ไม่คิดเลย...ว่าเขาจะเจอเพชรแท้ ไม่คิดอีกล่ะ...ว่าเขาจะโชคดีมากขนาดนี้ สิงหราชนั่งทำงานอย่างสบายอารมณ์ รออยู่เกือบครึ่งวันข้อมูลทุกอย่างก็ถูกส่งเข้ามาที่อีเมล์ส่วนตัว เขาไล่เปิดอ่านทั้งหมด รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฎขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาคนรักของเขาที่คงจะทำงานอยู่ที่ห้อง เจ้าจันทร์รับสายเขาในทันทีก่อนจะทักทายกลับมาเสียงใส "คุณเจ้า ขึ้นมาหาผมหน่อยสิ พอดีมีเรื่องด่วน อยากให้คุณช่วยดูอะไรหน่อย" สิงหราชวางสายลงหลังจากปลายสายตอบกลับมา เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อได้อ่านข้อความในเอกสารนั่นอีก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status