INICIAR SESIÓN"ตลอดสิบปี... เขาคือ 'ผู้ปกครอง' ที่แสนเย็นชาแต่ใครจะรู้ว่าภายใต้ ความยับยั้งชั่งใจ ที่แบกไว้ ราเมศกลับต้องใช้ความพยายามอย่ามากเพื่อไม่ให้เผลอขย้ำเด็กในปกครองของตัวเอง เมื่อ แพรวพรรณ ในวัยสิบแปดตัดสินใจเดิมพันด้วยความร้ายเดียงสา ยั่วยวนให้เสือจำศีลอย่างเขาตบะแตกเพื่อทำลายเส้นด้ายแห่งความเหมาะสมที่กั้นกลาง เสือที่เคยสงบนิ่งจึงถึงเวลาต้องเผยเขี้ยวเล็บ... ลากตัวเด็กดื้อกลับมาตีให้ตายคามือ "จำไว้แพรวพรรณ... เธอเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น"
Ver másนาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสองสี่สิบห้านาที ความเงียบสงัดปกคลุมห้องนอนใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเชื่องช้าของคนที่นอนอยู่บนเตียง ผสมกับเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ แพรวพรรณในวัยหกสิบแปดปีนั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมข้างเตียง มือที่มีริ้วรอยกอบกุมมือใหญ่ที่ผอมซูบและเห็นเส้นเลือดปูดโปนของสามีเอาไว้ไม่ยอมปล่อย แหวนแต่งงานบนนิ้วนางข้างซ้ายของทั้งคู่ยังคงสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียง "แพรว..." เสียงทุ้มที่บัดนี้แหบพร่าและขาดห้วงดังขึ้นทำลายความเงียบ แพรวพรรณรีบขยับตัวเข้าไปใกล้ทันที "คะคุณพ่อ แพรวอยู่นี่ค่ะ แพรวอยู่ตรงนี้นะคะ" ราเมศในวัยเก้าสิบปีค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาที่เคยดุดัน ทรงอำนาจ บัดนี้ฝ้าฟางและอ่อนล้าเต็มที ทว่าเมื่อทอดมองมาที่ใบหน้าของภรรยาคู่ชีวิต มันกลับยังคงทอประกายความรักและความอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยน "ยังไม่นอนอีกเหรอ... ดึกมากแล้วนะ" ราเมศพยายามเค้นเสียงถาม ลมหายใจของเขาสั้นและตื้นขึ้นทุกขณะ "แพรวรอนอนพร้อมคุณพ่อไงคะ" แพรวพรรณฝืนยิ้ม ทั้งที่ขอบตาร้อนผ่าว "ดื่มน้ำหน่อยไหมคะ เดี๋ยวแพรวค่อยๆ ป้อนให้" ราเมศส่ายหน้าช้าๆ เขาขยับนิ้วหัวแม่มือที่ไร้เรี่ยวแรง
กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกไว้ริมระเบียงลอยอวลมากับสายลมเย็นยามเย็น แพรวพรรณในวัยหกสิบแปดปีค่อยๆ วางถ้วยชาคาโมมายล์อุ่นๆ ลงบนโต๊ะไม้สักตัวเล็ก มือที่เคยเต่งตึงบัดนี้มีริ้วรอยแห่งกาลเวลาและจุดด่างดำตามวัย แต่เธอก็ยังคงดูแลตัวเองได้ดีจนดูสง่างามสมวัย เส้นผมสีดอกเลาถูกรวบเกล้าไว้ด้านหลังอย่างเรียบร้อย เธอทอดสายตามองชายชราที่นั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้โยกบุนวมตัวใหญ่ ราเมศในวัยเก้าสิบปีไม่ได้ดูน่าเกรงขามจนผู้คนต้องก้มหัวหลบสายตาเหมือนเมื่อครึ่งศตวรรษก่อนอีกแล้ว ร่างกายที่เคยสูงใหญ่และเต็มไปด้วยมัดกล้ามซูบผอมลงไปมาก เส้นผมขาวโพลนทั้งศีรษะ แต่สิ่งที่กาลเวลาไม่อาจพรากไปจากผู้ชายคนนี้ได้เลย คือเค้าโครงใบหน้าที่ยังคงหล่อเหลา และนัยน์ตาคมกริบที่มักจะทอประกายอ่อนโยนเสมอเมื่อทอดมองมาที่เธอ "ลมเริ่มเย็นแล้วนะคะคุณพ่อ เข้าไปนั่งข้างในดีไหมคะ เดี๋ยวจะเป็นหวัดเอา" แพรวพรรณเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พลางหยิบผ้าห่มผืนบางมาคลุมทับลงบนตักของผู้เป็นสามี ราเมศส่ายหน้าช้าๆ เขายกมือที่สั่นเทาเล็กน้อยขึ้นมาวางทับลงบนมือของเธอที่กำลังจัดผ้าห่มให้ ฝ่ามือหยาบกร้านนั้นยังคงให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยที่สุดในโลกเส
"ป๊าขา..." เสียงหวานที่เคยกังวานและออกคำสั่งเฉียบขาดในห้องประชุมเมื่อไม่กี่นาทีก่อน บัดนี้สั่นเครือและขาดห้วง พราวฟ้าซุกหน้าลงกับลาดไหล่ที่เริ่มงุ้มลงตามวัยของผู้เป็นพ่อ สองมือที่มักจะจับปากกาเซ็นเช็คหลักสิบล้านร้อยล้าน กำเสื้อสูทเนื้อดีของราเมศไว้แน่นราวกับกลัวว่าเขาจะสลายหายไปตรงหน้า "ป๊าขา พราวกลัว" "กลัวอะไรหืม ยัยตัวแสบของป๊า" ราเมศลูบเส้นผมอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาคมที่เคยดุดันอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความรักของคนเป็นพ่อ "กลัว... กลัวว่าวันนั้นพราวจะไม่มีป๊า" น้ำตาที่เพิ่งถูกเช็ดไปไหลซึมออกมาอีกครั้งเปื้อนเสื้อสูทของราเมศ ลูกสาวในวัยยี่สิบห้าปีที่แบกภาระองค์กรใหญ่โตหลุดก้อนสะอื้นออกมาอย่างไม่อาย "ยายแจ่มกับตาหมายก็ทิ้งพราวไปแล้ว ตอนนั้นพราวเสียใจแทบแย่ พราวร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล พราวใจหายไปหมดเลย ป๊าจำได้ไหมคะ..." ราเมศนิ่งฟังเสียงสะอื้นของลูกสาว อกซ้ายของชายชราปวดหนึบ ความตายเป็นเรื่องสัจธรรมที่เขาทำใจยอมรับและเตรียมพร้อมมานานแล้ว แต่พอเห็นความเปราะบางของแก้วตาดวงใจ เขากลับรู้สึกผิดที่อายุของตัวเองเดินมาถึงจุดที่ต้องเริ่มนับถอยหลัง "ความตายมันห้ามกันไม่ได้นะพราว ยายแจ่มกับตาหมา
"ใครบอกให้ทน..." ราเมศหรี่ตาลง รอยยิ้มร้ายกาจแบบฉบับอดีตท่านประธานปรากฏขึ้น "ลูกแค่ออกคำสั่งบีบกรอบการทำงานของเขาให้แคบลง โยนโปรเจกต์ที่ยากและมีคู่แข่งโหดๆ ให้เขารับผิดชอบโดยตรง กำหนดเป้าหมายที่สูงลิ่ว ถ้าเขาทำไม่ได้ เขาจะต้องเป็นฝ่ายกระอักเลือดและขอพิจารณาตัวเองลาออกไปเอง โดยที่มือของลูกไม่ต้องเปื้อน แถมบอร์ดคนอื่นก็ยังต้องยอมรับในความเด็ดขาดที่มีชั้นเชิงของลูกด้วย" พราวฟ้านิ่งฟัง สมองคิดตามคำสอนที่เฉียบขาดนั้น ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างออกมา เธอรู้ซึ้งแล้วว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงสามารถยืนหยัดเป็นเบอร์หนึ่งในวงการธุรกิจมาได้ยาวนานหลายทศวรรษ ความเลือดเย็นที่มีเหตุผลรองรับ คือสิ่งที่เธอต้องเรียนรู้อีกมาก "รับทราบค่ะท่านประธานกิตติมศักดิ์ พราวจะเอาแผนนี้ไปจัดการลุงวิชัยให้แกเกษียณตัวเองไปเลี้ยงหลานเงียบๆ เลยคอยดู" ราเมศยิ้มรับ เอื้อมมือไปบีบจมูกรั้นของลูกสาวเบาๆ "เรียนรู้งานเร็วแบบนี้ ป๊ากับแม่จะได้วางใจสักที... ป๊าแก่แล้วนะพราว สุขภาพก็ไม่ค่อยจะดีเหมือนเมื่อก่อน อยากจะไปนอนพักผ่อนอยู่บ้านสวนกับแม่เขาสบายๆ แล้ว" คำว่า 'แก่แล้ว' กับ 'สุขภาพไม่ค่อยดี' ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของพราวฟ้าเจื่อนลงท
ณ คฤหาสน์อัครเดชไพศาล บรรยากาศยามเช้าภายในห้องทำงานส่วนตัวของพจน์ไม่ได้สดใสเหมือนแสงแดดด้านนอก กลิ่นบุหรี่ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดในแก้วกระเบื้อง พจน์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยังไม่ได้ผูกเนคไท นั่งหน้าดำคร่ำเครียดทะมึนอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ ดวงตาที่เริ่มมีริ้วรอยตามวัยจ้องเขม็
ความเงียบภายในรถยุโรปคันหรูถูกทำลายลงด้วยเสียงหอบหายใจกระเซ้าของแพทที่นั่งเอนพิงเบาะหนังสีครีม นัยน์ตากลมโตฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์ไวน์ที่ซัดเข้าไปหลายแก้ว ผสมปนเปกับความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์หน้าโรงแรมที่เพิ่งจางหายไป... แล้วถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าธนาจับพวงมาลัยรถแน่น ขับรถด้วย
เสียงหอบหายใจยังคงดังประสานกันในห้องพักผู้บริหารที่เย็นฉ่ำ ราเมศนอนหงายแผ่หลาอยู่บนโซฟาเบดกำมะหยี่ แผงอกเปลือยเปล่ากระเพื่อมขึ้นลงอย่างหนักหน่วง แพรวพรรณซบหน้าลงกับอกกว้าง นิ้วเรียวกรีดกรายลูบไล้ลอนหน้าท้องที่ชุ่มเหงื่อเล่นอย่างเพลิดเพลินแต่ความสงบเงียบคงอยู่ได้ไม่กี่นาที... มือซุกซนของคนตัวเล็กก็
ณ ไซต์งานรีโนเวท ชั้น G (หลังจากที่ราเมศลากแพรวพรรณออกไป) ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ก่อสร้างชั่วขณะ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นละอองที่ลอยคว้างและกลิ่นอายความมาคุที่ ราเมศ ทิ้งไว้ กวิน สถาปนิกหนุ่มยืนเกาหัวแกรกๆ มองตามหลังบานประตูลิฟต์ที่ปิดสนิทไปแล้วด้วยความงุนงง ในมือยังถือกาแฟค้างอยู่ "เฮ้ย... กูทำไรผิดว
reseñas