Home / รักโบราณ / ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน / บทที่7 บุตรสาวท่านแม่ทัพ1

Share

บทที่7 บุตรสาวท่านแม่ทัพ1

Author: SnailW
last update Last Updated: 2025-08-26 16:43:23

หลังจากการพูดคุยและทานอาหารมื้อค่ำด้วยกัน เฉิงป๋อเหวินก็ได้ให้พ่อบ้านจัดเตรียมห้องพักของเด็กทั้งสองอยู่เรือนใกล้กับเรือนของเขา เพื่อที่ตัวเขาจะได้ไปหานางได้ง่าย ส่วนตัวเขากลับไปที่ห้องหนังสือเพื่อจัดการงานที่เหลือต่อให้เสร็จ แต่เมื่อกลับมาที่ห้องหนังสือ ก็พบกับน้องชายของตนเองที่กำลังนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“พี่ใหญ่” 

เฉิงเจ๋อเจาเข้ามานั่งรออยู่ที่นี่ได้สักพักใหญ่แล้ว ตัวเขาไม่อาจทนเก็บความอยากรู้ของตนเองได้ เพราะดูจากการกระทำของพี่ชายของตน เขาคิดว่าที่มาของเด็กทั้งสองจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน รวมถึงอาจสร้างปัญหาให้แก่จวนแม่ทัพได้ในภายหลัง

“เด็กสองคนนั้นเป็นใคร เหตุใดท่านจึงให้พ่อบ้านจัดการให้อยู่เรือนบุปผาแห่งนั้น?”

“เด็กคนนั้นเป็นบุตรสาวของข้า”

“บุตรสาวของท่าน!!!”

เฉิงเจ๋อเจ่าตกใจกับคำตอบที่ได้รับเป็นอย่างมาก 

พี่ใหญ่ของเขาที่ทำตัวราวอสุราไร้หัวใจที่เคยกำจัดลูกตัวเองได้ไม่กระพริบตาผู้นี้ แต่อยู่ๆมาวันนี้กลับบอกว่ามีบุตรสาวแล้ว และบุตรสาวของเขายังอายุราวแปดเก้าขวบแล้วด้วย?

หากนับตามอายุของเด็กสาว เมื่อแปดเก้าปีก่อนพี่ใหญ่ยังรบอยู่ชายแดนไม่ได้กลับมาประจำที่เมืองหลวง ส่วนตัวเขาก็พึ่งจะเข้ามานั่งตำแหน่งกุนซือหกเจ็ดปีหลังมานี่เท่านั้น

“นางเป็นบุตรสาวของท่านกับหญิงคนใด?” 

แม้จะเป็นคำถามที่ละลาบละล้วง แต่ตัวเขาจำเป็นต้องรู้ เพื่อจะได้หาทางแก้ไขสถานการณ์ต่อจากนี้

“เยว่ซิน” น้ำเสียงราบเรียบที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ ทำให้เฉิงเจ๋อเจาคาดเดาความคิดของพี่ชายไม่ได้

เยว่ซิน…

เฉิงเจ๋อเจาจำสตรีคนนี้ได้ แม้จะเคยพบกันแค่ช่วงเวลาสั้น ๆในตอนนั้น แต่สตรีที่งดงามราวกับเทพธิดาผู้นั้นเขากลับจำได้ไม่เคยลืม 

เมื่อสิบปีก่อนเขายังเป็นเพียงคุณชายรองเฉิงที่ต้องอยู่ที่บ้านเพื่อดูแลคนในบ้านแทนพี่ชาย มีเพียงพี่ชายใหญ่เท่านั้นที่มุ่งหน้าไปชายแดนเพื่อเข้าร่วมสงคราม ทำให้เขาสองพี่น้องไม่ได้เจอหน้ากัน จนกระทั่งมีสงครามกลางเมืองเกิดขึ้น ฮ่องเต้พระองค์ก่อนถูกรอบปลงพระชนม์ ทำให้แม่ทัพปราบตะวันตกต้องยกทัพกลับเมืองหลวง

ในตอนนั้นเองที่เขาได้พบกับสตรีคนนั้น เขายังจำได้ว่าในตอนนั้น พี่ชายของเขามีสายตาหลงใหลนางมาเพียงใด แต่แล้ววันหนึ่งนางก็หายตัวไป รวมถึงพี่ใหญ่เองก็กลายเป็นคนไร้อารมณ์ยากจะเข้าถึงมากยิ่งขึ้น เรื่องของสตรีที่มีนามว่าเยว่ซินจึงกล่าวเป็นนามต้องห้ามสำหรับคนใกล้ชิดเขา

“พรุ่งนี้เช้าที่โต๊ะอาหารให้คนเตรียมอาหารเพิ่มอีกสองชุด ส่งคนไปแจ้งทุกคนด้วย”

“ขอรับท่านแม่ทัพ” องครักษ์ที่อยู่ด้านหลังแม่ทัพใหญ่รับคำสั่ง พร้อมเดินออกไปทันที

เฉิงเจ๋อเจามองพี่ชายพร้อมถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ พรุ่งนี้เกรงว่าที่โต๊ะอาหารเช้าจะต้องเกิดสงครามย่อมๆเสียแล้ว

ยามเฉิน (07.00น.-08.59น.)

เหล่าเจ้านายทั้งหลายในเรือนแม่ทัพถูกเชิญให้มาร่วมโต๊ะอาหารในมื้อเช้าของวัน ทำให้เหล่าสาวใช้ทั้งหลายต่างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง น้อยครั้งนักที่ท่านแม่ทัพจะเรียกในทุกคนในบ้านมาร่วมทานอาหารพร้อมหน้า โอกาสที่จะได้เจอเจ้านายทั้งหลายในบ้านที่อยู่พร้อมหน้ากันเช่นนี้ ช่างหาได้ยากยิ่ง

“น้อยครั้งนักที่ครอบครัวเราจะได้มาทานอาหารเช้าพร้อมหน้ากันเช่นนี้ ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพใหญ่ของเราจะมีข่าวดีอะไรหรือไม่?”

ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงที่กำลังนั่งรออยู่ภายในห้องอาหารกล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ 

“นั่นสิเจ้าคะ น่าจะเป็นข่าวที่น่ายินดียิ่งกระมัง” เยว่เอินอวี้ ฮูหยินรองท่านแม่ทัพกล่าวเสริม

เฉิงเจ๋อเจามองหน้าสตรีทั้งสองคนด้วยแววตาเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกลับรู้สึกยินดีอย่างน่าประหลาด หากทั้งสองคนนี้รู้ข่าวที่พี่ชายของเขาจะแจ้ง อาหารมื้อเช้านี้คงไม่น่าจะทานลงอีกต่อไป เฉิงเจ๋อเจามองไปที่ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงพร้อมยิ้มมุมปากเล็กน้อย 

ฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงผู้นี้ คือภรรยาเอกของท่านผู้เฒ่าเฉิงคนก่อน มีสถานะเป็นแม่เลี้ยงของพวกเขา เพราะพวกเขาสองพี่น้องนั้น เกิดจากอนุของท่านผู้เฒ่าเฉิงคนก่อนเท่านั้น แต่เมื่อพี่ชายใหญ่ได้เลื่อนยศเป็นท่านแม่ทัพ ท่านแม่ของพวกเขาจึงถูกเลื่อนระดับให้เป็นฮูหยินรองในภายหลังต่อมา

ส่วนเยว่เอินอวี้ ฮูหยินรองของพี่ใหญ่ ถูกแต่งเข้ามาเมื่อห้าปีก่อน เป็นบุตรสาวฮูหยินเอกของเยว่กั๋วกง ซึ่งเป็นญาติห่างๆของมารดาเลี้ยงอีกที ตอนแรกนั้นฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงจะจัดการให้นางแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินเอก แต่เมื่อถึงวันงาน ท่านแม่ทัพใหญ่เฉิงจัดเตรียมพิธีแต่งตั้งให้เป็นเพียงฮูหยินรองเท่านั้น 

เรื่องนี้ทำให้จวนเยว่กั๋วกงไม่พอใจแม่ทัพหนุ่มเป็นอย่างมาก จนกระทั่งตอนนี้

เพียงไม่นาน คนที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เฉิงป๋อเหวินเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยชุดแม่ทัพสีดำปักดิ้นสีเงิน เพียงแค่เขาเดินเข้ามา บรรยากาศภายในห้องก็ดูเหมือนจะเย็นเหยือกลง

ทุกคนภายในโต๊ะอาหารต่างยืนขึ้นเพื่อทำความเคารพอีกฝ่ายยกเว้นเพียงฮูหยินผู้เฒ่าเฉิงเท่านั้นที่นั่งอยู่ที่เดิม ใช้เพียงแววตาที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจมองไปที่อีกฝ่ายเท่านั้น

“คารวะฮูหยินผู้เฒ่า” น้ำเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกกล่าวทักทายมารดาเลี้ยงที่นั่งอยู่ถัดออกไป

นั่นยิ่งทำให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารยิ่งเยือกเย็นมากขึ้นไปอีก ทำให้ไม่มีใครอยากทานอาหารมื้อเช้าเลยแม้แต่นิดเดียว

เฉิงเจ๋อเจาเห็นท่าไม่ดี รีบกระตุกชายเสื้อบุตรชายของตนเองที่นั่งอยู่ข้างๆ ให้รีบห้ามปราบสงครามเย็นที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ทันที

“ท่านลุง วันนี้ท่านมิต้องเข้าวังอย่างนั้นหรือขอรับ” เฉิงจางจิ้ง บุตรชายของเฉิงเจ๋อเจาวัยสิบปีได้รีบกล่าวถามท่านลุงใหญ่ทันทีเพื่อทำลายบรรยากาศ

“อืม” น้ำเสียงที่ราบเรียบตลอดมาดูอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อคุยกับหลานชายของตนเอง

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศดูดีขึ้น เฉิงเจ๋อเจาก็รีบสั่งให้สาวใช้นำอาหารเข้ามาทันที โดยไม่ต้องรอให้พี่ชายใหญ่เป็นคนสั่ง 

อาหารขึ้นโต๊ะแตกต่างจากทุกๆวันอย่างชัดเจน ราวกับว่าจะมีงานเลี้ยงย่อมๆ ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่ต่างมีสีหน้าแตกต่างกันออกไป บางคนมีสีหน้าสงสัยแต่มิกล้าถาม บางคนเพียงเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจเท่านั้น มีเพียงเฉิงเจ๋อเจาเท่านั้นที่ดูไม่ดีมีความแปลกใจใดๆ เนื่องจากพอจะรู้ความเป็นมาอยู่เล็กน้อย 

“เอ๊ะ วันนี้จะมีแขกมาหรือเจ้าคะท่านพี่ น้องไม่เห็นจะรู้เลย” เยว่เอินอวี้ที่สังเกตเห็นว่า บนโต๊ะอาหารที่เดิมจะจัดครบกับเจ้านายทั้งหมดในบ้านทุกคน แต่วันนี้กลับเพิ่มขึ้นมาอีกสองชุด โดยที่ทั้งสองชุดกลับถูกจัดลงข้างเก้าอี้ว่างด้านข้างท่านแม่ทัพที่ถูกเว้นไว้โดยปกติอีกด้วย

“ท่านแม่ทัพ คุณหนูทั้งสองมาถึงแล้วขอรับ”

ยังไม่ทันทีจะได้คำตอบจากร่างสูง พ่อบ้านใหญ่ก็เดินเข้ามารายงานทันที

“อืม พาพวกนางเข้ามา” 

คุณหนู? เพียงคำเรียกสั้นๆก็ทำเอาทุกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะอาหารต่างตกใจจนหัวใจแทบจะเต้นทะลุออกมา

หรือเมื่อคืนนี้ท่านแม่ทัพจะรับอนุเข้ามาเพิ่ม? ไม่ใช่รับมาเพิ่มเพียงคนเดียว แต่กลับรับมาเพิ่มถึงสองคน?

ทุกสายตาต่างจ้องมองไปที่ประตูทางเข้า ราวกับจะมองให้ทะลุประตูไปด้านนอกเพื่อให้ได้เห็นมันชัดๆ

แต่เมื่อพ่อบ้านใหญ่เดินกลับเข้ามาอีกครั้ง พวกเขากลับไม่เห็นสตรีนางใดเดินตามมาทั้งนั้น มีเพียงเด็กหญิงตัวเล็กๆเพียงสองคนเดินตามพ่อบ้านมาเท่านั้น

“เสี่ยวซิง เสี่ยวถาน มานี่สิ” น้ำเสียงเรียกเด็กทั้งสองทำเอาทุกคนที่อยู่ภายในโต๊ะอาหารต่างขนลุกเกลียว แม้แต่เฉิงเจ๋อเจาที่รู้สถานะของเด็กทั้งสองอยู่แล้วยังอดขนลุกกับน้ำเสียงของพี่ชายตนเองมิได้

เฉิงเข่อซิงที่เดินตามพ่อบ้านมายังห้องอาหารแห่งนี้เมื่อเห็นว่าบิดาของตนเองกวักมือเรียกตนเอง รอยยิ้มสว่างไสวก็กระจ่างเต็มใบหน้า หันไปคว้ามือพี่สาวและวิ่งไปหาบิดาด้วยความดีใจทันที

เฉิงป๋อเหวินยิ้มออกมุมปากเล็กน้อย รีบยื่นมือออกไปจับตัวบุตรสาวเอาไว้ก่อนจะขยับเก้าอี้ให้นางนั่งอยู่ด้านข้างของเขา ส่วนกู้ฟ่านถานนั่งอยู่เก้าอี้ถัดไป

“เมื่อคืนหลับสบายหรือไม่?”

“หลับสบายมากเจ้าค่ะ ข้าเป็นคนหลับง่ายมากๆอยู่แล้ว” น้ำเสียงใสราวกับระฆังแก้วกล่าวตอบออกมา นั้นยิ่งทำให้รอยยิ้มที่มีเพียงมุมปากของท่านแม่ทัพแย้มกว้างเพิ่มมากยิ่งขึ้น

ซึ่งการกระทำของทั้งคู่นี้ ต่างตกอยู่ในสายตาของทุกคนที่อยู่ภายในโต๊ะอาหาร

…………………………

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่190 ตอนพิเศษ18 จบ

    ตอนพิเศษ 18 เนี่ยหงเฉินประคองเนี่ยอิงก้าวผ่านธรณีประตูของโรงเตี๊ยมอย่างเงียบงัน แสงตะเกียงภายในสาดแสงอบอุ่นตัดกับความมืดเย็นภายนอก ยามไฮ่ได้ล่วงเลยไปนานแล้ว เมื่อทั้งสองก้าวขึ้นสู่ชั้นสอง ประตูห้องพักห้องหนึ่งกลับเปิดออกก่อนจะถึงห้องของพวกเขาเสียอีกเนี่ยฉีเย่าเป็นคนแรกที่ก้าวออกมายืนพิงกรอบประตู ริมฝีปากหยักยกขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยคนช่างสังเกต “กลับมาเสียที…ดูท่าคงไม่เสียเที่ยว”เนี่ยเข่อซิงยืนพิงเสากลางห้อง ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอ่อนโยน มองทั้งสองที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีอ่อนแรงแต่แฝงความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเนี่ยอิงหน้าแดงซ่านขึ้นมาโดยไม่อาจห้าม สีเลือดจางแต้มพวงแก้มจนเด่นชัดภายใต้แสงตะเกียง นางหลบสายตาทุกคนพลางเบือนหน้าเล็กน้อย ส่วนมือที่จับแขนเสื้อเนี่ยหงเฉินไว้ก็เผลอกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัวเนี่ยหงเฉินไม่กล่าวสิ่งใด เขาเพียงส่งสายตาขึงขังใส่หลานสาวเบา ๆ ราวกับจะบอกให้พอเสียที ก่อนจะพาเนี่ยอิงเดินเข้าห้องของตนเองโดยไม่หันกลับมาอีกเสียงปิดประตูไม้เบา ๆ ดังกึกก้องในความเงียบเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงของทั้งสองคนเนี่ยเข่อซิงและเนี่ยฉีเย่าก็ไม่คิดจะตอแยอีกฝ่ายต่อแต่อย่างใด เนี่ยเข่อซิงลงไป

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่189 ตอนพิเศษ17

    ตอนพิเศษ 17ช่วงบ่ายคล้อยเวลาผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว แต่ศิษย์ที่ออกไปตามหาเนี่ยอิงกลับยังไม่กลับมารายงาน บรรยากาศที่ท่าเรือแม้จะเต็มไปด้วยผู้คนและความคึกคักตามประสาเมืองท่า ทว่าในสายตาของกลุ่มคนจากหุบเขาหมื่นบุปผา กลับมีเพียงความเงียบวังเวงที่แผ่คลุมเนี่ยหงเฉินยืนมองแม่น้ำหลงเหอที่ทอดไกลออกไปสุดสายตา รอยขมวดคิ้วบนใบหน้าฉายชัดเจนขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ก่อนจะตามด้วยเสียงทุ้มนุ่มแต่จริงจังของเนี่ยหงเฉิน“ดูท่า ข้าคงต้องไปดูเองเสียแล้ว”ทุกคนที่อยู่ใกล้หันมาทันที แม้แววตาเนี่ยหงเฉินจะยังมีท่าทีสงบ แต่แววลึกข้างในกลับเผยถึงความเด็ดขาดที่หาได้ยากยามปกติเนี่ยเข่อซิงขยับริมฝีปากเหมือนจะเอ่ยบางอย่าง แต่กลับเลือกเงียบไว้ แล้วหันไปส่งสัญญาณให้ศิษย์ในชุดคลุมสีเงิน 2 คนให้ตามเนี่ยหงเฉินไปห่าง ๆ อย่างแนบเนียน“เจ้ามั่นใจอย่างนั้นหรือ? ว่าแผนการนี้จะได้ผล?” อู่เยียนสวินนั่งอยู่ ถามขึ้นเนี่ยเข่อซิงไม่ตอบ นางเพียงยกเสวี่ยหานขึ้นแนบอก จุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากลูก ก่อนจะกล่าวเบา ๆ“หากหัวใจเขาไม่สั่นไหวจริง ต่อให้วางแผนอีกสิบปีก็ไม่มีผล”เนี่ยหงเฉินออกจากโรงเตี๊ยมโด

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่188 ตอนพิเศษ16

    ตอนพิเศษ 16“ข้าต้องการห้องชั้นบนทั้งหมด” อู่เยียนสวินเอ่ยเสียงเรียบ พลางส่งสายตาให้ศิษย์คนสนิทจัดการขนสัมภาระเนี่ยเข่อซิงอุ้มเสวี่ยหานไว้แนบอก ส่วนเสวี่ยหรูก็หลับสนิทอยู่ในวงแขนของอู่เยียนสวิน เด็กน้อยทั้งสองไม่ไหวติงแม้เสียงล้อเกวียนจะหยุดลงอย่างกะทันหัน“เด็ก ๆ ยังไม่ตื่นเลย” นางกระซิบเบา ๆ พลางก้มมองลูกน้อยในอ้อมแขนด้วยแววตาอ่อนโยน “ให้ข้าพาพวกเขาขึ้นไปพักก่อนเถอะ”อู่เยียนสวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปกำชับศิษย์อีกครั้งให้เฝ้ารถม้าและผลัดเวรยามตลอดทั้งคืนเมื่อทั้งหมดขึ้นถึงชั้นสองของโรงเตี๊ยมโดยใช้บันไดไม้ขัดเงา ก็พบว่าชั้นบนเงียบสงบ พื้นไม้ไร้เสียงเอี๊ยดอ๊าดให้รำคาญใจ ห้องพักที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับพวกเขาอยู่ปลายสุดของระเบียง เปิดหน้าต่างออกจะเห็นแม่น้ำหลงเหอทอดตัวยาวสะท้อนแสงจันทร์อย่างงดงามเมื่อจัดข้าวของเรียบร้อย แต่ละคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนหลังจากการเดินทางอันยาวนานเนี่ยเข่อซิงและอู่เยียนสวินแยกไปพักในห้องปลายระเบียงพร้อมกับลูกน้อยทั้งสอง ส่วนเนี่ยหยุนซีที่เริ่มง่วงตั้งแต่ลงจากรถม้าแล้ว ก็ถูกพาไปนอนกับเนี่ยอิงที่ห้องข้าง ๆ“นอนได้หรือยัง?” เนี่ยอิงกระซิบถามเบา ๆ เมื่อ

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่187 ตอนพิเศษ15

    ตอนพิเศษ 15“พี่สาว!!”เสียงใสของเด็กชายวัยแตกหนุ่มดังกังวานไปทั่วสวน ท่ามกลางเสียงหัวเราะของผู้ใหญ่และเสียงกรี๊ดกร๊าดของเด็กเล็กที่วิ่งเล่นอย่างสนุกสนานร่างเด็กชายวัยสิบสามในชุดฝึกยุทธสีน้ำเงินเข้มวิ่งปราดเข้ามาด้วยความเร็ว ใบหน้ายังมีเค้าเด็ก ทว่าเริ่มเห็นเค้าโครงของชายหนุ่ม โหนกแก้มและกรามเริ่มชัด ผิวคล้ำแดดบ่งบอกถึงการฝึกฝนกลางแจ้งอย่างไม่ย่อท้อ ผมถูกรวบไว้เรียบร้อยด้านหลัง ดวงตาฉายแววฉลาดเฉลียวและแน่วแน่ไม่แพ้ผู้เป็นบิดาเฉิงตงหยางหยุดลงเบื้องหน้าเนี่ยเข่อซิง ก่อนจะโผเข้ากอดนางแน่น ดวงตาเป็นประกาย “ข้าคิดถึงพี่ที่สุดเลย! พอได้ยินว่าท่านมา ข้าก็รีบกลับมาทันทีเลยนะ!”“ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะเจ้าหนูตงหยาง” เนี่ยเข่อซิงหัวเราะเบา ๆ พลางลูบศีรษะเขาอย่างเอ็นดู “กล้ามแน่นขนาดนี้ คงฝึกหนักไม่น้อย?”“แน่นอน! ข้าอยากแข็งแกร่งให้ได้เหมือนพี่ไงล่ะ!” เด็กชายยืดอกอย่างภาคภูมิ มือกำหมัดแน่นนับตั้งแต่ได้ยินเรื่องเล่าจากหน่วยพยัคฆ์เหล็กว่า พี่สาวของตนเคยเป็นยอดฝีมือที่ไร้ผู้ต้าน เฉิงตงหยางก็เริ่มเปลี่ยนไป จากเด็กชายที่เคยวิ่งตามแต่กู้ฟ่านถาน มาบัดนี้เขากลับยกย่องพี่สาวเป็นแบบอย่าง และตั้งใจฝึกยุทธอย

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่186 ตอนพิเศษ14

    ตอนพิเศษ 14รุ่งเช้าวันออกเดินทางแสงแดดแรกของวันทอดตัวอ่อนจางเหนือแนวเขาทางทิศตะวันออก ลมเย็นของต้นฤดูใบไม้ผลิพัดโชยไล้ผ่านยอดไม้สูง ทาบเงาเบาๆ ลงบนลานหินหน้าประตูใหญ่ของเรือนประมุขขบวนรถม้าสี่คันจอดเรียงอยู่ด้านหน้า แต่ละคันถูกจัดเตรียมอย่างประณีต ทั้งของใช้ เสื้อผ้า อาหารแห้ง และข้าวของจำเป็นสำหรับเด็กเล็กถูกจัดเก็บอย่างเรียบร้อยโดยเหล่าสาวใช้ผู้เชี่ยวชาญเนี่ยเข่อซิงแต่งกายเรียบง่ายด้วยชุดผ้าฝ้ายเนื้อดีสีอ่อน คลุมทับด้วยผ้าคลุมยาวเพื่อป้องกันลม นางอุ้มอู่เสวี่ยหานไว้ข้างหนึ่ง ขณะที่เนี่ยลี่เฉวียนเกาะชายเสื้อนางแน่น ส่วนเนี่ยหยุนซีอยู่ในความดูแลของอู่เยียนสวิน ซึ่งคอยจัดเสื้อคลุมให้ลูกสาวตัวน้อยด้วยความอ่อนโยน โดยที่เขาเองก็อุ้มเสวี่ยหรูเอาไว้ในมืออีกข้างเช่นกัน“เสี่ยวซี หนาวหรือไม่?”“ไม่หนาวเจ้าค่ะ ท่านพ่อ” เด็กหญิงพยักหน้าแรงๆ แววตาเปล่งประกายราวกับกำลังจะได้ไปผจญภัยกู้ฟ่านถานเดินเข้ามาหาเนี่ยเข่อซิงด้วยท่าทีเรียบนิ่ง ก่อนจะยิ้มให้น้องสาว พร้อมกล่าว“ทุกอย่างพร้อมแล้ว ข้าจะขึ้นรถม้าคันหลังกับอาจารย์เนี่ย”“ดี” เนี่ยเข่อซิงพยักหน้า ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นเนี่ยฉีเย่าในชุดคลุมยา

  • ท่านพ่อ...ข้าคือบุตรสาวของท่าน   บทที่185 ตอนพิเศษ13

    ตอนพิเศษ 13ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านหลังตำหนักเนี่ยลี่กังถือไหสุราสองใบในอ้อมแขน สีหน้าพึงพอใจราวกับเพิ่งขุดพบสมบัติล้ำค่าจากใต้ดิน “เหล้านี้หมักไว้ตั้งแต่ก่อนสงบศึกกับแคว้นเย่ กลิ่นหอมแรงใช้ได้ทีเดียว”ตามหลังเขามาเป็นสาวใช้สองคนที่ถือถาดไม้เข้ามา ถาดหนึ่งมีของแกล้มเบาๆ เช่น ถั่วคั่ว เกี๊ยวทอด และปลาย่าง อีกถาดหนึ่งเป็นขวดเล็กๆ สำหรับรินสุราพร้อมถ้วยกระเบื้องเคลือบลายเมฆครามอย่างประณีต“ข้าสั่งให้เตรียมมาเผื่อไว้แล้ว” เนี่ยลี่กังว่าพลางวางไหสุราลงกับพื้นอย่างทะนุถนอม “หากเราจะดื่มกันทั้งคืน อย่างน้อยก็ไม่ควรปล่อยท้องให้ว่างเปล่า”เนี่ยจินเดินมาถึงพอดี สีหน้าเบิกบานยิ่งนัก “เจ้าควรได้เป็นหัวหน้าห้องครัวมากกว่าอาวุโสผู้คุมแล้วล่ะ!”“แต่อย่าลืมว่าเหล้านี้พี่สามเป็นคนเก็บไว้เอง ในเมื่อพี่สามอนุญาติแล้ว ข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” เนี่ยลี่กังหัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่วางถ้วยในมือลงแม้แต่น้อยเนี่ยฉีเย่ามองทั้งสามด้วยแววตาเรียบเฉย แต่ไม่ได้ห้ามปราม เพียงยกถ้วยสุราขึ้นรินให้ทุกคนอย่างเงียบๆภายใต้แสงโคมสีอุ่นกลางลานหินเล็กๆ ข้างตำหนักโอสถ สี่พี่น้องนั่งล้อมวงกันบนเสื่อปูเรียบ เส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status