Masukรสกลมกล่อม สดชื่นมาก น้ำหวานถูกดื่มจนหมดก่อนจะเติมใส่อีกครั้ง และแล้วมื้อนั้นก็จบลงพร้อมกับความตึงเครียดเข้ามาปกคลุม "เจ้าไปเรียนรู้วิชาทำอาหารพวกนี้มาจากไหน" "เอ่อ ช่วงนี้ข้าชอบอ่านหนังสือ เลยได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารจากในนั้น" เธอก้มหน้าซ่อนไว้ ไป๋หู่เองก็ไม่ได้คาดคั่นเอาความต่อ มือหนายื่นไปจับแก้วน้ำผลไม้ ถึงจะไม่มีกลิ่นหอมเท่าชาที่กินประจำ แต่มีเอกลักษณ์ทั้งของคาวและของหวาน เห็นทีต้องเก็บนางไว้ใกล้ตัว "เจ้ามีฝีมือดีเช่นนี้ก็ทำอาหารให้ข้ากินซะ" "ห๋า แล้วท่านกวงจิ้งล่ะคะ" "เหวินเซียวแจ้งให้กวงจิ้งหยุดทำอาหารให้ข้าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปแต่ยังทำให้เซียนคนอื่นตามปกติ และเลื่อนขั้นให้นางเป็นแม่ครัวของที่นี่แทน" อีกฝ่ายเรียกคนสนิทและสั่งการไป "ขอรับ" ทั้งสามมองตาโตไม่นึกว่านอกจากไป๋หู่แล้วจะมีคนอื่นอยู่อีก "เจ้าจะใช้ครัวที่นี่ก็ได้ข้าไม่ว่าอะไร" ชายหนุ่มลุกขึ้นเต็มความสูง "ค่ะ" "จริงสิ เจ้าชื่ออะไร" "เฟ่ยเฟ่ยค่ะ" หญิงสาวช้อนสายตาตอบนัยน์ตาเป็นประกาย ไม่ว่ายังไงเทพไป๋หู่ก็ยังเป็นคนที่เธอชื่นชอบ
Lihat lebih banyak“ข้าเป็นพี่สาวเจ้า” ครั้นเห็นหน้าเด็กน้อยเบะปากเตรียมร้องไห้ทำเธอรีบหาข้อแก้ต่าง“ท่านพี่ของข้าเหรอ”“ใช่ ข้าเป็นพี่ของเจ้า” เธอลูบศีรษะเล็กเอ็นดูอดนึกถึงน้องชายไม่ได้ จนน้ำตาซึม“ท่านชื่ออะไรเหรอ”“ข้าชื่อเฟ่ยเฟ่ย ส่วนเจ้าคือ...” เธอหันมองหน้าเทพไป๋หู่เป็นเชิงของร้องให้ช่วยเหลือ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายเดินเข้ามาจับร่างเด็กน้อยหันไปทางต้น“เจียวเจี้ย นั้นคือชื่อของเจ้า”“ท่านเป็นใคร”“ข้าเป็นน้าของเจ้าชื่อไป๋หู่”“ท่านน้า ท่านพี่” เจียวเจี้ยสวมกอดทั้งสองสลับกัน พอได้ยินเสียงเล็กเรียกอย่างกระตือรือร้นแล้วเธอที่ยังอึ้งก็เปิดปากหัวเราะร่า ยิ่งเห็นสีหน้าจิ้มลิ้มก็อดเอ็นดูไม่ไหวพอเจียวเจี้ยกินอาหารจนอิ่มท้องเสร็จก็นอนหลับอย่างเด็กทั่วไป เฟ่ยเฟ่ยรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กจำเป็นตามคำสั่งของไป๋หู่ อีกทั้งเธอยังทำอาหารสำหรับเด็กอ่อนเป็น เดิมทีมีคนทำอาหารให้เจียวเจี้ยแต่ไม่ถูกปากเลยยกเว้นอาหารเด็กที่เธอทำกินหมดเกลี้ยงและยังชมไม่หยุด“เด็กคนนี้เป็นใครเหรอคะ” เฟ่ยเฟ่ยถาม“จอมมารเจียวเจี้ย”“ห๋า จอมมาร” เธอยกมือปิดปาก ตาโตมองเด็กน้อยที่นอนหลับไร้เดียงสา หากจอมมารในซีรี่ส์ปัจจุบันคือจอมทำลายล้างโลกทำให้
ซื่อจือเดินไปห้องครัวเดิมของไป๋หู่เห็นเซียนรับใช้สองสามคนกำลังขะมักเขม้นช่วยแม่ครัวฝีมือดีของที่นี่ทำอาหาร ถึงแม้พลังเซียนสามพันปีไม่มากเมื่อเทียบกับไป๋หู่ แต่พลังที่ร่ายล้อมกายรุนแรงเหมือนกัน ท่าทางเจ้าตัวจะไม่รู้เลยว่าอาหารที่ทำบรรจุไอทิพย์ด้วย เพราะแบบนี้เขาถึงตรวจสอบร่างกายไป๋หู่อีกฝ่ายรักษาตัวได้อย่างรวดเร็วแม้เวลาไม่นาน“เจ้าเป็นแม่ครัวของไป๋หู่เองสินะ ข้าชื่อจื่อซือเราเคยเจอกันที่หอสมุด”“สวัสดีค่ะ ข้าชื่อเฟ่ยเฟ่ยเป็นเซียนจิ้งจอก” เธอแนะนำตัวอยากจะบอกว่าจำเขาไม่ได้เลยด้วยซ้ำ“ของหวาน”“เสร็จแล้วค่ะ” เธอส่งกล่องไม้สี่เหลี่ยมให้อีกฝ่าย“ว้าว ฝีมือเจ้ายอดเยี่ยมมาก ไป๋หู่เป็นพวกกินยากแต่เจ้ากลับทำของกินถูกปากเขาได้ ฝีมือไม่ธรรมดา”ปลื้มจังเฟ่ยเฟ่ยอมยิ้มหัวใจพองโต ปกติแล้วไป๋หู่จะไม่แสดงอาการอะไรออกมาเว้นแค่พูดชมเท่านั้น แต่แค่นั้นก็รู้สึกดีมาก ๆ“สงสัยข้าต้องมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ”“วันนี้มีอะไรบ้าง” เสียงทุ่มกังวานเอ่ยถามจากด้านหลังพร้อมการปรากฏกายของไป๋หู่ เพราะหอมจนทำเขาอดอยากรู้ไม่ได้ว่ามันคือกลิ่นของอะไรจึงทำให้เขาโผล่มาที่นี่“กลิ่นหอมอะไร”“ท่านเทพไป๋หู่” เธอโค้งกายเบา ๆ“สิ
พอได้รับหน้าที่เป็นแม่ครัวคนใหม่แล้วเธอก็ใช้เวลาว่างหาความรู้มากขึ้นกว่าเดิมอีกนิดหน่อย แต่ก็ยังทำความสะอาดอยู่เช่นเดิมหนังสือพวกนี้เราอ่านออกด้วยเหรอดีแหละ“ท่านเซียนข้าขอยืมหนังสือกลับไปอ่านได้ไหม” เธอวางหนังสือลง ไม่ว่าจะเคล็ดลับวิชาพื้นฐานของอะไรก็สามารถหาได้จากตรงนี้ เดิมทีเธอคิดว่าอาจต้องมีอาจารย์สอนตัวต่อตัวแต่กลับมีตำราให้เรียนรู้ได้เอง“หือ”“ยืมไม่ได้เหรอคะ” เธอถามเห็นอีกฝ่ายเงยหน้ามองสงสัย“เอาไปสิ แต่พรุ่งนี้ต้องนำกลับมาคืน”“ขอบคุณค่ะ”เธอหยิบตำราขึ้นเดินจากไปท่าทางและสำเนียงเปล่งพิกลทำให้ซื่อจือสงสัย เซียนจิ้งจอกแต่เหมือนจะไม่ใช่เช่นนั้น กลิ่นไอเหมือนมนุษย์เสียมากกว่าน่าแปลก และน่าสนใจ“ท่านซื่อจือมีอะไรหรือขอรับ”“ไม่มีอะไร ข้ามาพบเทพไป๋เขาอยู่ไหม”“ขอรับ”ชื่อจือขำขันใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความสนุก อยากรู้นักว่าทำไมถึงมีเซียนเช่นนี้อยู่ที่นี่ และข่าวลือเรื่องแม่ครัวใหม่ที่ทำให้ไป๋หู่เจริญอาหารพอย่างกายเข้ามาภายในห้องเห็นไป๋หู่กำลังแกะสลักไม้อยู่ ข้าง ๆ นั้นยังมีน้ำชาส่งกลิ่นหอม จนเขาเดินไปนั่งใกล้ ๆ รินน้ำชา พร้อมขนมใกล้มือ ก่อนจะสังเกตเห็นไข่สีขาวบริสุทธิ์แต่ทว่ามีไ
“แป้งเจ้าค่ะ กินแบบนี้” เฟ่ยเฟ่ยสาธิตการกินให้อีกฝ่ายดู ไม่ได้กินอาหารที่ตัวเองทำนานแค่ไหนแล้วนะ อร่อยถูกปากเหมือนเดิมไป๋หู่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้ว่าเขาจะกระหายสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแต่ยังซ่อนความปรารถนานั้นไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยรสชาตินี้ ความเผ็ดร้อนที่แพร่ทั่วปาก กลิ่นเครื่องเทศรุนแรงแต่กลับทำให้รู้สึกสดชื่น อร่อยจนหยุดกินไม่ได้“แล้วอันนี้ละ กินยังไง”“อันนี้เป็นข้าวตักแกงราดลงบนนี้” เธอตักราดแล้ววางช้อนให้เขาพอเห็นอีกฝ่ายหยิบไปตักก็ยิ้มปลื้มปริ่มกับคำพูดที่หลุดออกมา“อันนี้ก็อร่อยไม่แพ้กัน”เฟ่ยเฟ่ยอมยิ้มมองอีกฝ่ายกำลังเอร็ดอร่อยกับอาหารที่เธอทำแล้วรู้สึกดีกว่าเดิม ท่าทางอ่อนโยนแตกต่างจากที่เห็นคราแรกมากเสือกับนกกินเครื่องเทศจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมนะ“อึก” เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่จากสองเซียนนกที่ยืนท้องร้องใกล้ ๆ ดังพอให้คนที่กำลังลืมตัวเพลิดเพลินอยู่กระแอมไอเบา ๆ“พวกเจ้าก็ตักไปกินสิ กินเสร็จค่อยคุย”ยิ่งไม่อยากกินเลยเฟ่ยเฟ่ยยิ้มแห้งหันมองหน้าสองคนนั้น ก่อนจะเดินไปตักที่เหลือใส่ถ้วยและใช้เวทมนต์เรียกโต๊ะสำหรับกินข้าวขึ้นมานั่งใกล้ ๆการกระทำของหญิงสาวอยู่ในภายในของไป๋หู่ นัยน์ตาสีเทาเข











