LOGINห้านาทีต่อมา บอสบอกให้แพรนอนหงาย แม้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเธอจะมีเพียงกางเกงในตัวเดียว รวมถึงหน้าอกหน้าใจคู่โตที่เปิดเปลือยท้าทายสายตา แต่พอแผ่นหลังเอนลงสัมผัสกับที่นอน แพรไม่ได้รู้สึกขัดเขินหรืออับอายขายหน้าเหมือนการนวดครั้งแรก อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกชิลแบบนี้ก็ทำให้เธอแอบคิดย้อนถามตัวเองในใจว่าเธอมาถึงจุดนี้ได้ยังไง…
“อ้าขาออกหน่อยก็ได้ครับ จะได้นอนสบายๆ” บอสเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มเมื่อเห็นว่าขาคู่สวยของแพรยังคงหุบชิดเข้าหากันอยู่ ซึ่งพอได้ยินแบบนั้น คราวนี้แพรไม่จำเป็นต้องลังเลหรือเกรงใจเหมือนครั้งก่อน เธอจัดการวาดเรียวขากางแยกออกจากกันในระดับที่ตัวเองรู้สึกสบายที่สุด แม้ว่ามันจะต้องแลกมากับภาพลักษณ์ที่ดูไม่งาม คลายข้อเท้า คลายสะโพก ปล่อยให้ปลายเท้าทั้งสองข้างเอียงแหมะล้มออกด้านข้างอย่างเป็นธรรมชาติ ภาพของนักศึกษาเภสัชคนสวยที่เปลือยท่อนบนนอนอ้าขาแบะกว้างอยู่บนเตียงตอนนี้ หากผู้ชายทั่วไปตามท้องถนนได้มาเห็นเข้า มีหวังเลือดกำเดาพุ่งกระฉูดตายกันเป็นแถวแน่ บอสนั่งขัดสมาธิด้วยท่าทางสบายๆอยู่ด้านข้างลำตัวของแพร ตอนแรกเขาก็เตรียมจะชโลมน้ำมันเพื่อลงมือบีบนวดต่อตามหน้าที่ ทว่าความโหนกนูนกลางกายสาวมันดึงดูดสายตาจนเขาอดใจไม่อยู่ สันดานดิบของชายหนุ่มพลุ่งพล่านจนเกินจะกักเก็บ บอสตัดสินใจวางมือข้างหนึ่งลงไปนาบสัมผัสตรงเป้ากางเกงในของแพรแบบเต็มฝ่ามือ โดยที่ไม่ได้เอ่ยปากขออนุญาตหรือบอกกล่าวล่วงหน้าเลยสักคำ แพรสะดุ้งผวาตกใจกับการกระทำที่คาดไม่ถึงของบอส เธอหุบเข่าชันขาขึ้นโดยอัตโนมัติพร้อมกับยื่นมือมาจับข้อแขนของบอสเอาไว้ตามสัญชาตญาณของผู้หญิงเวลาที่โดนผู้ชายล้วงจับของสงวน “พี่ขอจับหน่อยนะครับ ห้ามใจไม่ไหวจริงๆ” หมอนวดหนุ่มยังคงตรึงฝ่ามือไว้ที่จุดสงวนเหนียวแน่นไม่ยอมปล่อย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลและทอดสายตามองสบตาเธออย่างอ้อนวอน นัยน์ตาของแพรสั่นระริกด้วยความประหม่า ทว่าเมื่อเจอสายตาเว้าวอนบวกกับความอยากส่วนตัวที่คุกรุ่นอยู่แล้ว แน่นอนว่าแพรใจอ่อนยวบลงอย่างง่ายดาย ยอมคลายมือที่จับแขนบอสออก พลางปล่อยขาคู่งามให้เหยียดล้มลงและกางแบะออกตามเดิม เปิดทางให้อีกฝ่ายจับสำรวจจุดสงวนของเธอตามอำเภอใจ บอสยิ้มกริ่มขยับปลายนิ้วลูบคลึงล้วงจกเต็มไม้เต็มมือจากภายนอกเนื้อผ้ากางเกงใน เขากดเน้นน้ำหนักฝ่ามือลงไปที่ส่วนโคกเนินนุ่มๆเป็นพิเศษ ลูบไล้ไปมาพร้อมใช้สายตามองพินิจพิจารณาอย่างหลงใหล “โหนกนูนสวยมาก” บอสพูดออกมาตรงๆแบบไม่กระดากปาก ทำเอาแพรปั้นสีหน้าไม่ถูก เหมือนจะยิ้มก็ไม่ยิ้ม จะเขินก็ไม่ใช่ แต่ที่แน่ๆคืออกข้างซ้ายของเธอเต้นรัวแรงมาก บอสลูบคลึงต่อไปอย่างสนุกมือแถมยังร้ายกาจด้วยการใช้นิ้วเกี่ยวขอบกางเกงในดึงรั้งขึ้นสูง เพื่อให้เนื้อผ้ารัดแนบชิดติดโคกเนินมากที่สุด จนเนื้อนิ่มๆบริเวณนั้นบางส่วนปลิ้นล้นออกมาด้านข้างของผืนผ้าตัวจิ๋ว รวมไปถึงเส้นขนหยิกสีดำบางส่วนที่แพลมออกมาตัดกับความขาวของผิวตัว มันเป็นภาพที่ทั้งสวยงาม น่าค้นหา และดูดิบเถื่อนในเวลาเดียวกัน ก่อนที่บอสจะยอมปล่อยมือจากการดึงรั้งขอบกางเกงในของแพร แต่ยังคงวางฝ่ามือกลับไปลูบนวดจกบดคลึงเนินสาวต่อ วางส้นมือบดสัมผัสตรงส่วนโหนกนูน พร้อมๆกับการที่ปลายนิ้วทั้งหมดวางนาบลึกลงไปสัมผัสจุดกึ่งกลางที่เปียกแฉะเยิ้ม “เสียวใช่มั้ยครับ... หีเราแฉะมากเลยนะ” บอสจงใจเลือกใช้คำพูดหยาบโลนแบบคาดไม่ถึง ทั้งยังกระตุกยิ้มส่งสายตาเจ้าเล่ห์กรุ้มกริ่มมาให้ แพรหน้าร้อนผ่าวจนแทบระเบิด เธอได้แต่นอนนิ่งเบือนหน้าหนีสายตา ไม่กล้าเอ่ยปากสรรหาคำพูดอะไรมาโต้ตอบกับเขาอีกต่อไป เพราะมันเป็นเรื่องลามกใต้สะดือที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่เด็กเรียนอย่างเธอจะจินตนาการออกว่าจะต้องคุยกับผู้ชายยังไงในสถานการณ์แบบนี้ ความซ่านกระสันแล่นลิ่วไปทั่วร่าง แพรปล่อยแขนวางข้างลำตัวอย่างผ่อนคลาย ไม่คิดจะป้องกันตัวเองอีกต่อไป สองขาล้มแหมะอ้าออกสบายๆต่อเนื่อง ปล่อยให้มือผู้ชายนวดคลึงเนินสวาทตัวเองอย่างเพลิดเพลิน จังหวะที่ปลายนิ้วลากผ่านเนื้อผ้าแฉะชื้นส่งความเสียวเข้าสู่ท้องน้อย ทำให้เธอต้องกระดกแอ่นโหนกหีตอบรับสัมผัสนั้นอย่างห้ามใจไม่ได้ “เวลานวดลูกค้าคนอื่น พี่บอสทำแบบนี้กับทุกคนเลยป่าว?” แพรถามเสียงแผ่วเบา นัยน์ตายังคงสั่นระริกด้วยความละอายปนความอยากรู้ลึกๆ “หมายถึงนวดหีอ่ะเหรอ?” เมื่อได้ยินบอสถามกลับมาแบบนั้น แพรก็อมยิ้มเขินๆ ก่อนจะพยักหน้า “ใช่ครับ นวดแบบนี้ให้ทุกคน แต่ว่ายังไม่เคยเจอลูกค้าคนไหนงานดีเท่าน้องแพรมาก่อน” “ไม่ต้องมาทำปากหวานเลย” แพรพูดอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ท่าทางแง่งอนแบบเด็กสาวขัดกับสรีระมีน้ำมีนวลที่เปิดเปลือยอยู่ บอสยิ้มแฉ่งไม่หุบ พลางกวาดสายตามองดูภาพรวมของแพรตอนนี้ด้วยความหลงใหล เขารู้สึกภูมิใจในตัวเองมากที่สามารถทลายกำแพง ทำให้เด็กเรียบร้อยอย่างแพรยอมที่จะปล่อยตัวปล่อยใจ นอนแบะอ้าขาให้เขาลูบหีเล่นแบบนี้ “นอนสบายเลยนะ” บอสได้ทีพูดแซวอิริยาบถของอีกฝ่ายพร้อมเสียงหัวเราะขบขันเบาๆ “ปกติเวลาอยู่ห้องนอนแบบนี้ป่ะ” เขาซักไซ้ต่อ ในขณะที่ฝ่ามือยังคงลูบคลึงวนเวียนบดขยี้อยู่กับจุดยุทธศาสตร์กลางกายสาวหมวยอย่างสนุกมือต่อเนื่อง ไม่มีวี่แววว่าจะย้ายมือลงไปนวดขาตามหน้าที่เดิมเลยซักที “ก็มีบ้าง แต่ไม่เคยนอนแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นไง เขินนะเนี่ย!” แพรระบายความอัดอั้นออกมาพร้อมรอยยิ้มขบขันระคนเสียวซ่านรัญจวนใจ ตัวเธอเองก็แทบไม่เชื่อว่าความขี้อายของเด็กดีอย่างเธอจะละลายหายสิ้นไปเพียงเพราะรสสัมผัสจากมือผู้ชายคนนี้ “เอาจริงๆพี่ยอมรับว่าเราใจถึงกว่าที่พี่คิดนะ คุยแชทกับพี่ครั้งสองครั้งก็กล้านัดเลย พี่เคยคุยกับเด็กรุ่นเราหลายคน แต่ไม่มีใครกล้านัดจริงๆ บางคนก็เบี้ยวนัด ปล่อยให้พี่มาเปิดห้องรอเก้อ” ระหว่างที่กำลังนอนฟังบอสบ่น แพรขยับวาดวงแขนทั้งสองข้างย้ายขึ้นไปวางพาดด้านบนเหนือศีรษะเพื่อปรับท่าทางให้สบายตัวสุดขีด ทว่าการกระทำนั้นกลับดึงดูดสายตาของบอสให้เคลื่อนออกจากใบหน้าของเธอ สายตาคมกริบเลื่อนต่ำลงมองสองเต้าคู่โตที่ไหลทะลักล้นออกด้านข้างตามธรรมชาติ รวมไปถึงจั๊กกะแร้ขาวเนียนสะอาดที่เปิดโชว์หราจากการยกแขนขึ้น “ซี๊ดดดด... โคตรสวยเลย” บอสครางฮือฮาเสียงสั่นชื่นชมออกมาจากหัวใจ แววตาเคลิ้มอาบไล้ไปด้วยความหลงใหลอย่างปิดไม่มิด ท่าทางของเขาตอนนี้ดูกระส่ายกระสับอย่างเห็นได้ชัด เพราะความอึดอัดในเป้ากางเกงที่กำลังขยายใหญ่จนคับแน่น “พี่บอสจะถอดเสื้อผ้าออกเป็นเพื่อนหนูก็ได้นะ” “หมายถึงให้พี่แก้ผ้าหมดเลยใช่มั้ยครับ?” “เหลือกางเกงในไว้ก่อนค่ะ” “โอเคครับ” บอสรับคำอย่างกระตือรือร้น เขาไม่รอช้ารีบจัดการรูดถอดเสื้อยืดและกางเกงขาสั้นของตัวเองออกไปพ้นกายจนเหลือเพียงกางเกงในตัวเดียวตามที่ลูกค้าสั่ง แพรที่นอนมองอยู่ถึงกับใจสั่นวูบวาบ เพราะเธอเห็นความเป็นชายของบอสที่ตื่นตัวเต็มที่ แข็งขึงขยายขนาดเป็นลำยาวหนาโป่งนูนออกมาค้ำเนื้อผ้ากางเกงในอย่างชัดเจน ท่อนลำยาวใหญ่ดุนดันอยู่ในเป้ากางเกงในของคนข้างกายทำให้เด็กสาวเนิร์ดที่ไม่เคยเห็นสัดส่วนดิบเถื่อนของผู้ชายด้วยตาเนื้อมาก่อนถึงกับเกิดอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม “ถ้าพี่จะถ่ายคลิปตอนนี้ แพรคิดว่าไงครับ ถ่ายเห็นแค่ช่วงขาก็ได้” บอสยังคงไม่ละทิ้งเจตจำนงของตัวเอง เขาลองถามหยั่งเชิงต่อ เผื่อว่าสาวเจ้าจะใจอ่อน คำถามนั้นทำเอาหัวสมองของเด็กเรียนเริ่มสับสนขึ้นมาอีกครั้ง ระหว่างด้านมืดที่กำลังซาบซ่านรัญจวนใจหลงระเริงกับความหน้าด้านของตัวเอง กับด้านสว่างที่คอยเตือนสติเรื่องความปลอดภัย ทว่าพอนึกถึงความตื่นเต้นตอนที่เธออัปโหลดรูปภาพที่ใช้แขนปิดนมลงในแอคหลุมเมื่อคืนวันนั้น ประกอบกับสายตาเว้าวอนและคำการันตีของหมอนวดหนุ่มว่าจะไม่ให้เห็นหน้าแน่นอน มันก็เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างขับเคลื่อนให้เธอก้าวข้ามเส้นความถูกต้องไปอีกขั้นเช้าตรู่วันต่อมาเวลาเกือบตีห้า ท้องฟ้ายังคงเป็นสีดำสนิท ความเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณลานกางเต็นท์ เมษา พลอย และเตชินท์ กำลังเดินไปรวมตัวกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นตามกำหนดการที่ไกด์ท้องถิ่นนัดหมายเอาไว้ พวกเขามีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือการเดินเท้าขึ้นไปบนดอยเพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ระหว่างที่กำลังเดินห่างออกจากเต็นท์ เตชินท์ชะลอฝีเท้าเล็กน้อยพลางหันกลับไปมองเต็นท์สองหลังที่ตั้งอยู่ติดกัน เพื่อนของเขาอีกสองคนอย่างแพรและต้นกล้ายังคงนอนหลับใหลอยู่ในเต็นท์ของตัวเอง พวกเขาทั้งคู่ต่างให้เหตุผลว่าขี้เกียจลุก อยากจะขอนอนต่อ ดวงตาตี๋ของเตชินท์ฉายแววเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมาวูบหนึ่งจากประสบการณ์ที่เขาเพิ่งได้รับจากแพรในห้องน้ำเมื่อคืน แต่ทว่าสุดท้ายเขาก็สะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่าน เลือกจะมองโลกในแง่ดี ก้าวเดินตามเมษาและพลอยฝ่าลมหนาวต่อไปในความมืด … ไม่กี่นาทีต่อมา… ภายในเต็นท์หลังใหญ่ที่เงียบสงัด แพรนอนตะแคงข้างขดตัวอยู่ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและการเคลื่อนไหวบางอย่างบริเวณปลายเท้า จึงค่อยๆฝืนลืมตาขึ้นปัดความง่วงงุน “ใครอ่ะ!?” เสียงหวานร้องถาม พยายามหรี่ตามองฝ่าความมืด “เราเ
“ทำอะไรของแกเนี่ยแพร!?” เตชินท์หน้าเหวอ ในขณะที่แพรล็อกประตูเสียงดังแกร๊กอย่างรวดเร็วแพรรีบยกนิ้วชี้ขึ้นจ่อริมฝีปากตัวเอง สายตาภายใต้กรอบแว่นส่งสัญญาณเตือนให้คนเป็นเพื่อนลดระดับเสียงลง เนื่องจากห้องน้ำห้องอื่นอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียว เกรงว่าจะมีใครได้ยินเข้า“เป็นเพื่อนกัน อาบน้ำด้วยกัน ไม่เห็นจะเป็นไรเลย” แพรพูดเสียงแผ่วเบา สีหน้าแววตาปราศจากความทุกข์ร้อนหรือเขินอาย เธอนำผ้าเช็ดตัวและเสื้อผ้าที่เตรียมมาเปลี่ยนขึ้นพาดบนราวอย่างคล่องแคล่ว“แต่เราเป็นผู้ชายนะ ส่วนแกเป็นผู้หญิง!?” เตชินท์กระซิบตอบกลับเตือนสติเพื่อน ใบหน้าขาวตี๋เริ่มขึ้นสีแดงซ่านโดยไม่รู้ตัว แพรคนที่เขารู้จักคือเด็กเรียนเนิร์ดๆ รักนวลสงวนตัวและวางตัวดีมาโดยตลอด ไม่คิดว่าเธอจะกล้าชวนเขาทำเรื่องล่อแหลมขนาดนี้“จะผู้ชายหรือผู้หญิงก็เพื่อนกันอยู่ดีป๊ะ หรือว่า... นายแอบคิดอะไรไม่ซื่อกับเรา?” แพรแกล้งเอียงคอถามกระเซ้าเย้าแหย่ ส่งสายตาพราวระยับท้าทาย“คิดบ้าอะไรล่ะ! เรามีแฟนแล้วนะ แกเองก็มีแฟนแล้วเหมือนกันไม่ใช่หรือไง?” ร่างสูงโปร่งขยับถอยหนีจนแผ่นหลังเบียดชิดติดผนังห้องน้ำ “ก็ใช่ไง เพราะงั้น... อย่าไปคิดอะไรซับซ้อนดิ เพื่อนกัน
ลุงวิเชียรพยักหน้ารับด้วยความลุ่มหลง ก่อนจะรนรานรีบเร่งดึงรั้งเข็มขัดถอดกางเกงของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ในขณะที่แพรขยับยืดกายหยัดตัวลุกขึ้นอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเธอแปรเปลี่ยนเป็นท่าคุกเข่าคลานสี่ขาหรือท่าหมา สะโพกผายจงใจโก่งก้นงอนงามอวบแน่นในกางเกงในสีชมพูอ่อนให้ท่าผู้ชายรุ่นพ่อ เอี้ยวใบหน้าหมวยเก๋หันกลับมามองคนข้างหลัง แล้วเอ่ยเร่งเร้าพลางพ่นลมหายใจออกมา“เร็วๆนะคะ เดี๋ยวเพื่อนหนูจะกลับกันมาซะก่อน”ลุงวิเชียรไม่รอช้า แกคว้าขวดน้ำมันสมุนไพรป่าสูตรพิเศษขวดเดิม เทของเหลวหนืดชโลมลงบนท่อนเอ็นจนเปียกชุ่มเยิ้ม ขยับกระเถิบกายประชิดก้นงอนงาม ใช้นิ้วจับแหวกเนื้อผ้ากางเกงในแง้มออก จ่อหัวเห็ดเข้าที่ร่องเนื้อสาว แล้วออกแรงดันสะโพกเบียดแทรกความแข็งขึงดิ่งลึกเข้าไปในช่องทางรักที่คับแน่น“อื๊อออ…” แพรครางเสียงหวาน ใบหน้าใต้กรอบแว่นบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง“ซี๊ด... หนูแพรเอ๊ย... แน่นชิบหาย” ลุงวิเชียรครางซี๊ดซ้าดสูดปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่ง มือแกร่งเกาะกุมวางหมับเข้าที่สะโพกผายขนาดมหึมาที่ผืนผ้าสีชมพูอ่อนปกปิดไม่มิดตับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆความเงี่ยนที่สะสมมานานระเบิดออก ชายวัยกลางคนกร
ซิปของประตูเต็นท์หลังใหญ่ยังคงถูกเปิดอ้าออกจนสุดเพื่อรับลมเย็นที่พัดผ่านมา กลิ่นอายดินและผืนป่าระบายความอบอ้าวได้เป็นอย่างดี แสงแดดยามบ่ายส่องกระทบเงาไม้ ขับเน้นให้เห็นบรรยากาศที่ดูก้ำกึ่งชวนให้คิดลึก เสียงกระแสน้ำจากลำธารสายใหญ่ดังแว่วก้องสะท้อนคลอเคล้าเป็นฉากหลัง ภายในเต็นท์มีกระเป๋าสัมภาระของทั้งสามสาว แพรนำกระเป๋าเป้ของตัวเองมาวางแทนหมอน ก่อนจะเอนกายทิ้งน้ำหนักลงนอนหงายราบไปกับพื้นเต็นท์อย่างสงบ ท่วงท่าของเธอเต็มไปด้วยการรักษาภาพลักษณ์อันดีงามตามทัศนคติของเด็กสาวที่พึงกระทำต่อหน้าผู้ใหญ่ เรียวขาคู่สวยในชุดกางเกงขาสั้นถูกจัดวางให้หนีบชิดติดกันเป็นระเบียบเรียบร้อย ในขณะที่ลุงวิเชียรขยับร่างกายกำยำคร้ามแดดเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ตรงบริเวณปลายเท้าของเด็กสาว โดยให้แผ่นหลังกว้างของแกอยู่ชิดติดฝั่งทางออกของเต็นท์ ท่าทางการนั่งในมุมนี้ทำให้ลุงวิเชียรกลายเป็นเสมือนปราการใหญ่ที่ปิดกั้นทางเข้าออกเอาไว้ มือดำกร้านหยิบขวดน้ำมันสมุนไพรป่าสูตรพิเศษออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊กของตัวเอง ก่อนที่แกจะเทของเหลวหนืดชโลมลงบนฝ่ามือจนชุ่ม แล้ววางมือลงสัมผัสข้อเท้าข้างที่เจ็บของเด็กสาว ลูบไล้บีบคลึงแผ่วเบาอย่า
2 สัปดาห์ต่อมา…หลังจากผ่านบทเรียนบนเตียงอันเร่าร้อนลึกซึ้งกับภูผาและบอสในวันนั้น แพรแทบไม่มีเวลาว่างหาทำกิจกรรมบนเตียงกับใครอีกเลย เนื่องด้วยตารางเรียนของคณะเภสัชศาสตร์ที่หนักหน่วงและสูบพลังงานจนแทบกระอัก ในแต่ละคืนเมื่อกลับมาถึงห้อง สิ่งเดียวที่ทำได้คือการทิ้งตัวลงนอนด้วยความอ่อนล้าทว่าในที่สุด วันหยุดสุดสัปดาห์ที่รอคอยก็มาถึง แพรและกลุ่มเพื่อนมหาลัยได้รวมตัวกันจัดทริปพักผ่อนเพื่อหลีกหนีจากตำราเรียน มุ่งหน้าออกเดินทางสู่ผืนป่าตะวันตกอันอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบ…รถเก๋งสีดำเคลื่อนตัวเข้ามาจอด ณ อุทยานแห่งชาติ กลุ่มวัยรุ่นที่ประกอบด้วยผู้หญิง 3 คน ผู้ชาย 2 คน ทยอยก้าวลงจากรถ ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และเสียงนกร้องเจื้อยแจ้ว ซึ่งหาดูไม่ได้ในกรุงเทพ ทุกคนสะพายกระเป๋าเป้คนละใบบรรจุสัมภาระจำเป็นแพรและเพื่อนๆพากันเดินตรงไปยังส่วนบริการนักท่องเที่ยวเพื่อติดต่อกับเจ้าหน้าที่อุทยานเกี่ยวกับเรื่องคนขับรถท้องถิ่น เนื่องจากจุดหมายปลายทางของพวกเขาคือหมู่บ้านชาวปกากะญอที่ตั้งรกรากอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาห่างไกล ถนนหนทางเต็มไปด้วยอุปสรรคขวากหนามมากมาย ทั้งดินโคลน ทั้งร่องน้ำลึก และทางชันเลียบหน้าผา ซึ่งร
1 เดือนต่อมา…ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งคู่ดำเนินไปในรูปแบบที่ภูผาไม่คาดคิด จากตอนแรกที่เขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นฝ่ายกุมอำนาจ ทำหน้าที่เป็นช้างเท้าหน้าผู้นำทิศทางชีวิตของแฟนสาวรุ่นพี่ แต่เมื่อวันเวลาผันผ่าน กลับกลายเป็นฝ่ายหญิงที่กุมบังเหียน นึกจะนำไปทิศทางไหนภูผาก็ต้องคล้อยตาม ในใจของเด็กหนุ่มถูกเกาะกินด้วยความกลัวที่ว่าหากเขาขัดใจเธอ เธอที่มีพร้อมทุกอย่าง ทั้งหน้าตา ฐานะ และอนาคต จะทิ้งเขาไปหาคนอื่นตอนไหนก็ได้ความห่างของสังคมยิ่งเป็นตัวเร่งความระแวง เมื่อคนหนึ่งยังอยู่ในรั้วมัธยมปลาย แต่อีกคนก้าวสู่วิถีชีวิตอิสระในมหาวิทยาลัย การไม่ได้เจอหน้ากันทุกวันกลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ แพรอาศัยจังหวะเวลาเหล่านั้น ปลดปล่อยความต้องการด้านมืดที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆด้วยการแอบนัดหมายหมอนวดชายไม่ซ้ำหน้า ไปเปิดห้องพักตามโรงแรมตลอดทุกสัปดาห์…เย็นวันหนึ่ง ภายในห้องนอนส่วนตัวอันเงียบสงบของภูผา แพรในชุดนักศึกษานอนทอดกายอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ ขณะที่ภูผาในชุดนักเรียนมัธยมปลายกำลังนั่งขมวดคิ้วหลังขดหลังแข็งปั่นรายงานหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงานตรงมุมห้อง“ช่วงนี้ภูผาไม่ค่อยนวดให้พี่เลยนะ” แพ







