مشاركة

มายด์ 25+++

last update تاريخ النشر: 2025-10-03 20:04:32

“อื้อ”

เพียงพอใจขยับร่างกายเล็กๆของเธอเบาๆเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนโหดร้ายสำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอ 

ร่างกายที่ยังไม่หายดีจากอาการเจ็บป่วยที่ทำให้ต้องเข้าไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลก่อนหน้านี้นั้นกลับต้องเจ็บสาหัสอีกครั้งด้วยฝีมือของคนที่เขาเรียกเธอว่านางบำเรอ

อาการของเธอในตอนนี้เรียกได้ว่าแทบเป็นแทบตายไปพร้อมๆกันเลยก็ว่าได้  ทั้งส่วนที่ฉีกขาดก็คงกำลังอักเสบอยู่  ทั้งส่วนที่บอบช้ำก็แทบขย้ำไม่ได้เลย

มิหนำซ้ำยังรู้สึกตัวรุ่มๆเหมือนเป็นไข้จนภายในเริ่มหนาวสั่น  ทำเอามือเล็กๆต้องควานหาสิ่งของใกล้ตัวเพื่อหวังหาความอบอุ่นมาห่อคลุ่มร่างกายที่นอนเปลือยเปล่าอยู่นั้น

“ช่วยด้วย”

มือบางคว้าได้เพียงเสื้อผ้าตัวเก่าของตัวเองที่ถูกเขาถอดออกเอาไว้เมื่อวานนี้เอามากอดเอาไว้  ประทังให้ตัวเองไม่ต้องนอนหนาวอยู่ลำพังกับพื้นห้องเย็นๆนั้น  หวังให้ตัวเองอบอุ่นขึ้นและพอจะมีเรี่ยวแรงลุกกลับขึ้นไปนอนให้สบายบนเตียงแค่นี้เอง

ทำไมเธอถึงเลือกที่จะเป็นนางบำเรอ  ที่ต้องมามีชีวิตเหมือนกับตายทั้งเป็นแบบนี้ด้วย  ทำไมเธอช่างโง่เง่าแบบนี้กันนะ

“นี่ข้าวมารับเอาไปสิ  ต้องให้เดินไปประเคนถึงปากเลยหรือไง”

เวลาสายของวันที่เป็นเวลาอาหารเช้าหลังจากที่ทุกคนกินข้าวกันอิ่มหนำสำราญแล้ว  บุษย์เด็กสาวในบ้านก็จะยกข้าวเช้ามาส่งให้นักโทษถึงหน้าห้องนอนตามคำสั่งของเจ้านาย

พอมาถึงเด็กสาวก็เปิดประตูให้กว้างพอจะยื่นหน้าและจานข้าวเข้าไปได้  แล้วก็ตะโกนเสียงดังโหวกเหวกเรียกให้เจ้าของห้องออกมาหยิบข้าวเช้านั้นไป

“เอ้าอีนี่  บอกให้มาเอาข้าวไปกิน  คนมีงานมีการต้องทำ  ไม่ว่างมายืนคอยทั้งวันหรอกนะ”

แต่ไม่ว่าจะเรียกเท่าไหร่  จะใช้เสียงดังมากแค่ไหน  เจ้าของห้องก็ไม่ปรากฏตัวสักที  จนเด็กสาวเริ่มจะโมโหจนเกิดคำพูดหยาบคายไม่น่าฟังขึ้นมา

“หรือว่าตายไปแล้ววะ”

ในห้องนอนที่ถูกปิดไฟมืดยังคงเงียบสงัดไร้เสียงตอบกลับจนเด็กสาวที่ก่อนวางท่าเป็นนักเลงหัวไม้ตามที่เรียนรู้มาจากคนในแก๊งมาเฟียเริ่มใจคอไม่ดี

“ตายแล้ว  ทำไมมานอนตรงนี้วะ  ยังหายใจอยู่ไหมเนี้ย”

บุษย์เด็กสาววัยเพียงสิบแปดค่อยๆย่างเท้าเดินเข้าไปในห้องนอนที่เมื่อคืนเธอได้ยินเสียงกรีดร้องดังลั่นแทบจะตลอดทั้งคืนอย่างช้าๆ

เธอเปิดไฟก่อนเป็นอันดับแรกก่อนจะหันไปเจอหญิงสาวเจ้าของห้องนอนขดตัวอยู่กับพื้นในสภาพร่างกายเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปิดบังเรือนกาย

ทำเอาเธอแทบจะเป็นลมล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความเป็นห่วง  ไม่คิดไม่ฝันว่าหญิงสาวที่ถูกพาตัวเข้าบ้านมาและถูกดูแลอย่างดีจะมีสภาพไม่ต่างจากตายแล้วแบบนี้

ไม่คิดเลยว่าเจ้านายของเธอจะซาดิสโหดร้ายได้ขนาดนี้  จะฆ่าก็ไม่ฆ่าแต่ยังคงไว้ชีวิตให้อยู่อย่างทรมานเหมือนตายทั้งเป็นเลย

“ช่วยด้วย”

เพียงพอใจพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือท่ามกลางความอ่อนแอของร่างกายที่ทั้งเจ็บช้ำและฉีกขาดนั้น  สติของเธอเลือนลางเต็มทนอีกครั้งเหมือนกำลังจะไม่ไหวอยู่ร่อมล่อแล้ว

“ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าล่ะ”

เด็กสาวย่อตัวลงไปถามด้วยความสงสัยพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มๆไปตามแผ่นหลังของร่างบางด้วยความสงสัยว่าเธอตายหรือยัง

นึกโล่งใจไม่น้อยที่พอลงแรงจิ้มนิ้วลงไปแล้วเนื้อของหญิงสาวยังอ่อนนุ่มอยู่ไม่แข็งตัว  แสดงให้เห็นว่ายังไม่ตาย

“หนาว....”

เพียงพอใจเค้นเสียงตอบออกมาด้วยความอยากเย็น  ลำคออันแห้งผากจากการอดน้ำมาหลายชั่วโมงบวกกับถูกพิษไข้เล่นงานอย่างหนัก  เธอแทบจะไม่ไหวแล้วจริงๆ

“เออรู้แล้วว่าหนาว  นอนแก้ผ้าซะขนาดนี้ไม่หนาวก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว”

เด็กสาวยังคงความปากร้ายของเธอเอาไว้  แต่ทว่ามือก็คว้าเสื้อผ้าชุดเดิมๆของหญิงสาวขึ้นมาแล้วสวมใส่กลับให้เธอ

โชคดีที่ขนาดตัวพอๆกันก็เลยพอจะมีแรงยกอีกฝ่ายอยู่บ้าง  ไม่ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ชายข้างนอกให้ต้องลำบากหาอะไรมาบังตัวกันโป้อีก

“โอ๊ย”

เพียงพอใจร้องออกมาเบาๆเมื่อร่างกายถูกจับให้ขยับ  เธอเจ็บระบมไปทั้งตัวโดยเฉพาะใจกลางสาวที่ฉีกขาดนั้น

“ขึ้นไปนอนบนเตียง  ทำไมตัวหนักแบบนี้วะ”

แต่เสียงแห่งความเจ็บปวดนั้นก็ไม่อาจทำให้เด็กสาวหยุดมือลงได้  เธอรีบพยุงอีกฝ่ายกลับขึ้นเตียงก่อนที่เจ้านายหรือคนอื่นๆจะมาเห็นว่าเธอช่วยเหลือหญิงสาวเกินหน้าที่  ไม่อย่างนั้นคนซวยที่จะต้องลงไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มนั้นอาจเป็นเธอก็เป็นได้

“โอ๊ย”

เพียงพอใจพยายามที่จะออกแรงช่วยเหลือตัวเองอยู่บ้างไม่อยากเป็นภาระของหญิงสาวแต่ทว่าความเจ็บปวดก็เฝ้าถามหาจนแทบทนไม่ไหว

“นี่ข้าวและก็ยา  กินได้ก็กิน  กินไม่ได้ก็ตายซะ  ฉันช่วยได้แค่นี้แหละ”

เด็กสาวรีบคว้าหายาแก้ปวดจากในกระเป๋าสะพายใบเล็กที่มักมีติดตัวเอาไว้กินตอนปวดท้องประจำเดือนออกมายัดใส่มือให้กับหญิงสาวพร้อมกับน้ำ  ก่อนจะรีบหยิบจานข้าวมาวางไว้ใกล้มือหญิงสาวให้ได้มากที่สุด

แล้วเด็กสาวก็รีบวิ่งแจ้นออกจากห้องไป  ปิดประตูล็อกข้างนอกเอาไว้อย่างแน่นหนาเหมือนเดิม

“พี่โจ  ไม่เจอกันนานเลยนะ”

บุษย์แสร้งทำตัวปกติเมื่อเธอออกมาเจอเข้ากับโจลูกน้องคนสนิทของเจ้านายพอดี  เกือบไปแล้วไหมที่จะออกจากห้องนักโทษนั้นไม่ทัน 

ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าโจมาเห็นว่าเธอช่วยผู้หญิงคนนั้นยังไงบ้าง  ป่านนี้ได้โดนลากไปกระทืบตายแล้วมั้ง

“แค่ส่งข้าวส่งน้ำก็พอ  อย่าคิดทำเกินหน้าที่”

โจรู้ดีว่าเด็กสาวไปทำอะไรมาจากท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้น  แต่ทว่าก็ไม่ได้ซักถามให้มากความนักเพราะอีกฝ่ายก็เป็นเด็กที่พวกเขาช่วยกันเลี้ยงดูมาจนโต  จะจับไปทำโทษแบบลูกน้องคนอื่นๆก็คงอึดอัดใจน่าดู

แต่ถึงกระนั้นเหตุการณ์แบบนี้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นอีก  เพราะถ้าไม่ใช่เขาแต่เป็นเจ้านายมาพบเห็นเข้า  เด็กสาวอาจไม่รอดและอาจจะไม่เหลืออนาคตก็เป็นได้

“จ้ะ”

“กลับไปที่ห้องซะถ้าไม่อยากเดือดร้อน”

“จ้ะ”

ถึงจะโดนดุเสียยกใหญ่ไปวันนั้นแต่บุษย์ก็ยังคงทำหน้าที่ส่งข้าวส่งน้ำและแอบป้อนยาให้หญิงสาวเหมือนเดิม  ก็ด้วยความสงสารล้วนๆเลย  อีกอย่างถ้าเธอไม่ทำหญิงสาวคนนั้นก็ต้องตายแน่ๆ  เธอก็ใจดำยืนดูเฉยๆไม่ได้อยู่ดี

จนกระทั่งผ่านไปหลายวันอาการของหญิงสาวก็ดีขึ้น  ดีเสียจนเกือบจะหายเป็นปกติได้แล้ว  เหลือเพียงอาการฟกช้ำบางจุดเท่านั้น

“ขอบคุณนะ”

เพียงพอใจรีบขอบคุณเด็กสาวที่ช่วยเหลือเธอเอาไว้ในทันทีที่มีโอกาส  ด้วยเด็กสาวไม่ได้มาให้เธอได้เห็นหน้าบ่อยๆถ้าไม่ใช่มื้ออาหารหรือแวะมาเก็บจาน

“พูดอะไร  หุบปากไปเลย”

เสียงเด็กสาวพูดจากลับอย่างไม่น่าฟังนักออกไปตามประสาเด็กที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยมาเฟีย  พร้อมกับออกอาการป้องกันตัวเองไม่ให้สนิทสนมกับคนที่เจ้านายดูจะไม่ชอบขี้หน้านั้นด้วย  เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องซวยเมื่อเจ้านายกลับมาที่บ้านหลังนี้

เพียงพอใจมองใบหน้าของเด็กสาวแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา  โลกใบนี้ช่างแปลกจริงๆเลยนอกจากทำให้เธอจำอะไรไม่ได้เลยได้แล้ว  ยังทำให้คนไม่รับคำขอบคุณทั้งที่ควรจะรับเอาไว้ได้ด้วยอีก

“รีบกินซิวะมองหน้าอยู่ได้  จะได้รีบเก็บจานออกไป”

เด็กสาวตะคอกเสียงกลับไปเหมือนที่พวกพี่ๆลูกน้องมาเฟียชอบทำให้ได้เห็น  ก่อนจะรีบวิ่งแจ้นออกจากห้องไปพร้อมกับจานข้าวที่ถูกกินจนหมดจากคนที่หายดีแล้ว

และในวันนั้นเธอก็กลับมาอีกในช่วงมื้อเย็น  แต่ไม่ได้เข้าใกล้หญิงสาวสวยคนนั้นแล้วเพราะกลัวจะไปสนิทสนมเกิน  แล้วตัวเองจะเดือดร้อน

จัดการเสิร์ฟอาหารเย็นเสร็จสรรพ  พอเก็บจานเสร็จเรียบร้อยก็ปิดตายห้องของเธอเอาไว้เหมือนเดิมโดยมีคนคอยเฝ้าหน้าห้องเหมือนเดิมทุกวัน

“อีนั้นอยู่ไหน”

เสียงหนาของมาเฟียหนุ่มตะโกนดังลั่นมาแต่ไกลเมื่อตัวเขาย่างกรายลงจากรถหรูพร้อมกับอาการเมามายแทบเดินไม่ตรงทาง  หลังจากที่เขาไม่ได้กลับเข้าบ้านมาเป็นเวลาอาทิตย์กว่าๆได้แล้ว

“บนห้องครับนาย”

โจและลูคัสรีบวิ่งกันหน้าสลอนเข้ามารายงานเจ้านายด้วยความกลัวเล็กๆ  ปกติเวลาเจ้านายไม่เมาก็จะเตะพวกเขาเจ็บน้อยหน่อยแต่เวลาเมาน้ำหนักเท้าก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย  และพวกเขาก็ไม่อยากจะซวยอะไรแบบนั้น

ร่างหนาจ้องหน้าลูกน้องสักพักเพื่อให้ลูกน้องรีบหลบทางให้  แล้วก็เดินเซไปเซมาขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

“ใครแม่งปลูกบ้านสองชั้น  เสือกมีบันได  เกะกะฉิบหาย”

ด่าทอบ้านตัวเองไปตลอดทางเมื่อเขาต้องฝืนทรงตัวให้ตรงแล้วเดินขึ้นบันไดนับสิบขั้นไปให้ได้

ลำบากลำบนอะไรขนาดนี้  ทำไมกูไม่ปลูกบ้านให้มันมีแค่ชั้นเดียวกันวะ

“ถอดเสื้อผ้าออกซิวะ  นั่งซื่อบื้ออยู่ได้”

พอถึงยังห้องของหญิงสาวที่เขากล่าวอ้างว่าเธอคือนางบำเรอ  มือหนาก็รีบเปิดประตูเข้าไปด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ลุกโชนมาตั้งแต่อยู่ที่วงเหล้าแล้ว

เพราะถ้าเขาไม่อยากจะจัดการกับเธอเขาก็คงไม่เหาะมาถึงที่นี่หรอก  คงนอนที่เพนท์เฮาส์อย่างสบายใจดีกว่า

“ฉันจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”

เพียงพอใจที่เพิ่งจะหายดีรีบปฏิเสธเขาออกไป  เธอไม่อยากพบเจอกับความเจ็บปวดแบบนั้นอีกแล้ว 

“ทำไม”

ร่างหนาเดินเข้ามาภายในห้องพร้อมกับปลดตะขอกางเกงลง  สายตาคมจ้องมองไปยังหญิงสาวด้วยแววตาปรารถนา

เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเขา  ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร  ถ้าเขาอยากเอาก็ต้องเอาให้ได้

“ฉันจะไม่เป็นนางบำเรอของคุณอีกแล้ว”

ร่างบางรีบขยับตัวถอยหนีไม่เป็นท่า  เกือบจะตกเตียงที่นั่งอยู่ร่อมรอได้แล้ว

“คนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เลือกอะไรทั้งนั้น  กูบอกให้ถอดเสื้อผ้าออกไงวะ”

จับปลายเท้าเล็กของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างรวดเร็ว  แม้เมาแต่เขาก็ไม่มีพลาดโดยเฉพาะในเรื่องล่าเหยื่อแบบนี้

ดึงร่างเล็กนั้นเข้าหาตัวด้วยแรงมหาศาลและความต้องการอันเปี่ยมล้นจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

ปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่ดูน่าเกะกะออกจากตัวเธอด้วยการกระชากอย่างแรงและเอาแต่ใจ  ไม่นานหญิงสาวก็เปลือยเปล่าไปทั้งตัว

“ไม่นะ  กรี๊ด”

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างน่าสงสาร  แต่ทว่ากลับไม่มีใครเข้ามาช่วยเธอเลยแม้แต่คนเดียวถึงแม้ประตูห้องจะเปิดอยู่ก็ตาม

เธอพยายามดิ้นรนเอาตัวเองให้รอดไปจากเงื้อมมือของเขา  แต่ก็สู้แรงเขาไม่ไหว  ยิ่งดิ้นก็ยิ่งหมดแรงลงเรื่อยๆ

“หน้าที่ของอีตัวอย่างมึงก็คืนนอนให้กูเอา  มึงไม่มีสิทธิ์มาปากมากใส่กู”

ร่างหนาขึ้นคร่อมร่างเล็กอย่างรวดเร็ว  จับสองขาเรียวเล็กที่พยายามจะหนีเขาไปให้ได้แม้ไม่มีสิทธิ์จะทำแยกออกจากกันจนกว้างสุด  เปิดเผยกลีบอวบอูมแยกออกจากกันอย่างชัดเจนน่ากิน

“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ  ฉันขอร้องล่ะนะ”

“อย่าคิดทำตัวกร่างเหมือนหมาอย่างไอ้อัลวิน  เดี๋ยวจะได้ตายเหมือนหมาข้างถนน  เพราะเธอมันก็ผู้หญิงที่ชื่อมายด์ที่มีไว้ระบายความใคร่ก็เท่านั้น”

งัดเอาความใหญ่โตออกมาจากภายในกางเกง  เสียบแทงเข้าไปในช่องทางที่แสนแห้งผากของเธออย่างรุนแรง  จนมันเข้าไปในตัวเธอมิดลำยาวนั้น

ปากก็ด่าทอเธอสารพัดรวมไปถึงด่าไปถึงพ่อของเธอ  ที่แม้เธอเองยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำไป

“กรี๊ด”

เสียงหญิงสาวยังคงกรีดร้องดังลั่นบ้านด้วยความเจ็บปวด  ร่างกายที่เพิ่งจะหายดีถูกเขาจับฉีกแยกออกจากกันเป็นชิ้นๆอีกครา

เธอแหลกสลายจนแทบทนไม่ไหว  เหมือนอยากจะตายแต่ก็ยังไม่ตาย

“อ้าส์”

สะโพกแกร่งกระแทกกระทั้นรุนแรงเข้าใส่เธอตามที่อารมณ์ของตัวเองปรารถนา  ดุดันรุนแรงเสียจนได้กลิ่นคาวเลือดคลั่งคลุ้งไปทั่วห้อง

“กรี๊ด  ฉันเจ็บนะ  ฮือ  เอามันออกไปนะ”

“อ้าส์”

“พอได้แล้ว  ฉันเจ็บ  กรี๊ด”

เพียงพอใจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดตลอดเวลาที่ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขาโยกขยับอยู่บนเรือนร่างของเธอนั้น

พร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลรินอาบสองแก้มขาวไม่ขาดสาย  ไหลเป็นทางยาวลงไปถึงผ้าปูที่นอน

“อ้าส์”

มาเฟียหนุ่มระบายอารมณ์ใส่เรือนร่างของลูกศัตรูจนหนำใจก็ดึงลำยาวออกมาเสร็จข้างนอก  พ่นน้ำของเขาใส่หน้าเธออย่างจงใจ

“ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะนะ”

เมื่อเห็นว่าเขาดูจะพอใจแล้ว  เธอก็รีบยกมือไหว้ขอร้องเขาในทันที  หวังให้เขาปล่อยเธอออกจากความเจ็บปวดนี้ไปให้ได้

“หึ  กูไม่ปล่อย”

แต่เขากลับจับเธอเปลี่ยนท่าทาง  กระแทกกระทั้นกันต่อบนเตียงนั้นอย่างไร้ความปรานีใดๆ  เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่สุด  จนกระทั่งฟ้าเกือบสางเขาถึงได้กลับออกจากห้องนั้นไป  ไปนอนพักอย่างสบายใจในห้องนอนใหญ่ที่แสนจะสบายของตัวเอง

ไม่ได้เหลียวแลหญิงสาวเลยแม้แต่นิด  เพราะเธอมันสมควรแล้วที่จะได้รับความเจ็บปวดแบบนั้นให้เหมือนกับที่ตอนพ่อของเขาต้องตายอย่างทรมานต่อหน้าพ่อของเธอ

“กรี๊ดดด....

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • นางบำเรอของมาเฟีย   ตอนพิเศษ 2

    “ที่รัก ของขวัญวันแต่งงานของเรา”เซนต์พาลูกน้องของเขาและลูกสาวคนสุดท้องเดินเข้าไปภายในห้องเลี้ยงเด็กที่ลูกชายสามคนและแม่ของลูกพร้อมด้วยพี่เลี้ยงเด็กอีกสามคนกำลังทำกิจกรรมยามบ่ายกันอย่างสนุกสนานอยู่ภายในนั้นเขาเรียกเมียตัวน้อยให้เข้ามาหาเขาพร้อมกับอุ้มทารกตัวจิ๋วเอาไว้แนบอกด้วยเพื่อจะอวดเธอว่าเขามีของขวัญชิ้นสำคัญมาให้เธอในวันแต่งงานวันนี้“น่าเกลียดน่าชังจังเลย ลูกสาวใครคะเนี้ย”เพียงพอใจเดินเข้ามาหาสามีพร้อมกับรอยยิ้มที่ยังคงสดใสไม่เปลี่ยนไปเลย และสายตาที่อ่อนโยนของคนเป็นแม่ก็มองไปยังของขวัญที่สามีอุ้มอยู่ไม่วางตาเลยล่ะ ด้วยความสนอกสนใจ“ลูกสาวคนสุดท้องของเรายังไงล่ะ”เซนต์กระซิบซาบเล่าเรื่องอย่างย่อๆให้เมียได้ฟังถึงที่มาที่ไปของลูกสาวคนสุดท้องโดยไม่ให้มาลิคได้ยิน ก่อนจะเอ่ยเสียงดังต้อนรับสมาชิกใหม่ของบ้านอย่างเปิดเผย“จริงเหรอคะเนี้ย ขอบคุณนะคะ”เพียงพอใจเองก็ยิ้มรับอย่างมีความสุขเห็นดีเห็นงามไปกับสามีของเธอ ไม่เอ่ยขัดเลยสักคำเพราะความสงสารและก็หลงรักเด็กตัวจิ๋วที่ตาแป๋วน่าเกลียดน่าชังตรงหน้านั้นอย่างไม่รู้ตัว“อุแว้ๆๆๆ”เด็กทารกที่เพิ่งจะมีชื่อได้ไม่ถึงสิบนาทีเริ่มส่งเสียงร

  • นางบำเรอของมาเฟีย   ตอนพิเศษ 1

    หลังจากงานแต่งงานเล็กๆของมาเซนต์และเพียงพอใจจบลงด้วยการเต้นเพลงโปรดของลูกๆไปด้วยกันมาเฟียหนุ่มก็ออกมาคุยงานกับลูกน้องที่บริเวณด้านนอกบ้านต่อ ด้วยจะสะสางงานให้เรียบร้อยก่อนเริ่มต้นมื้อค่ำกับเมียตัวน้อยที่นัดกันไว้ว่าหลังจากลูกหลับแล้วจะออกไปหาอะไรอร่อยๆกินกันสองต่อสอง ซึ่งเขาก็ได้จองร้านอาหารเอาไว้แล้วและหลังจากมื้อค่ำสุดหวานจบลงเขาก็กะว่าจะพาเธอไปตรวจดูกิจการผับต่างๆด้วยกันต่อเลย และพาเธอไปแนะนำให้เพื่อนๆของเขาได้รู้จักไปพร้อมๆกันด้วยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา“จัดการให้เรียบร้อย ใครมีปัญหาอะไรให้โทรหาไอ้โจกับไอ้ลูคัส”ใช้เวลาคุยงานไม่นาน งานของเขาก็เสร็จเรียบร้อย เพราะส่วนมากงานของเขาก็ถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีแล้ว และทุกอย่างก็เป็นระบบทำให้ดูแลง่ายมาโดยตลอด ยกเว้นตอนที่มีใครออกนอกระบบเขาก็จะเหนื่อยขึ้นมานิดหน่อยแค่นั้นเอง“ครับนาย” ลูกน้องพอรับคำสั่งจากเจ้านายแล้วก็ต่างพากันแยกย้ายออกไปทำงานของตัวเองที่ได้รับไป โดยมีโจและลูคัสออกไปเป็นหัวหน้าคุมงานในค่ำคืนนี้“นายครับ”มาลิคเดินสวนทางกับเพื่อนร่วมงานที่กำลังเดินออกไปเข้ามาหาผู้เป็นเจ้านาย ในอ้อมกอดของเขาอุ้มเด็กทารกมาด้วยหน

  • นางบำเรอของมาเฟีย   จบบริบูรณ์

    หกเดือนต่อมาในวันที่ลูกชายฝาแฝดอายุครบหนึ่งขวบไปเมื่อวานนี้และลูกชายคนโตอายุได้ขวบครึ่งพอดีนั้นมาเฟียหนุ่มกำลังยืนทำตัวลับๆล่อๆอยู่หน้าห้องที่ใช้เลี้ยงลูกทั้งสามคน โดยทำท่าล้วงกระเป๋าเสื้อสูทเข้าๆออกอยู่แบบนั้น หลายสิบรอบแล้วราวกับกำลังซ้อมทำอะไรสักอย่างอยู่“เป็นอะไรครับนาย มีมดอยู่ในเสื้อเหรอครับ”แต่ทว่าลูกน้องที่ผ่านมาเห็นอย่างโจกลับไม่คิดแบบนั้น พอได้เห็นท่าทางของเจ้านายก็คิดว่าเจ้านายกำลังอยากจะจับมดที่อยู่ในเสื้อผ้าออก เพราะเห็นเจ้านายดุกดิกเสียเหลือเกิน“ไอ้เหี้ยโจ”เสียงหนาตวาดใส่ลูกน้องปากหมาของเขาเบาๆไม่ให้เสียงทะลุเข้าไปถึงด้านในห้องของลูกๆ “ขอโทษครับนาย”โจไม่รู้ว่าทำอะไรไม่ถูกใจเจ้านายแต่ขอโทษเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้เจ้านายต้องโมโหมากไปกว่านี้ ดีแค่ไหนที่เป็นตอนนี้ที่เจ้านายมีเมียแล้วใจเย็นขึ้นถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงโดนไล่เตะไปแล้วล่ะ“ผมช่วยจับมดออกให้ไหมครับ ปล่อยไว้นานเดี๋ยวมันเข้าไปในกางเกงนะครับ”ลูคัสมาถึงทีหลังทันเห็นเหตุการณ์เจ้านายกำลังล้วงเสื้อเข้าๆออกๆเพียงนิดเดียวก็คาดเดาไปว่าเจ้านายกำลังมีปัญหากับมดในเสื้อ เขาขันอาสาช่วยเจ้านายทันทีอย่างไม่ลังเล เพราะ

  • นางบำเรอของมาเฟีย   บ้านพักตากอากาศ 2 (25+++)

    “อ่าส์”ร่างหนาขยับนั่งคร่อมเธอเอาไว้ที่ด้านบน แล้วจับท่อนเอ็นยักษ์ที่ขยายตัวใหญ่เต็มที่เข้าใส่ปากเธอ“อือๆ”หญิงสาวอ้าปากรับความใหญ่โตนั้นเอาไว้ด้วยความชำนาญพอตัวเพราะถูกเขาสอนงานมาเป็นอย่างดีกลืนกินความใหญ่โตนั้นเข้าๆออกกับปากของตัวเองอย่างไม่มีติดขัดใดๆ เอร็ดอร่อยกับดุ้นนั้นจนน้ำลายไหลหกออกมา“อ้าส์ เสียวหัวจริงว่ะ”เมียรักทำถูกอกถูกใจเสียจนมาเฟียหนุ่มถึงกับครางดังลั่นห้องไม่แพ้เธอก่อนหน้านี้เลย ทำเอาเขาเกือบแตกใส่ปากเธอไปหลายต่อหลายรอบเพราะความเก่งกาจของเธอที่เขาสอนมาเองกับมือ“พอก่อนแม่ยอดยาหยี เดี๋ยวผัวก็ได้แตกตั้งแต่ยังไม่ได้เสียบหรอก”เซนต์ถึงกับต้องรีบถอนท่อนเอ็นยักษ์ออกจากปากของเธอก่อนที่เขาจะแตกคาปากเธอ เดี๋ยวจะพาลอดไม่ได้พ่นน้ำใส่เธอเพื่อทำลูกอีกกันพอดี “อ่ะ อืม เบาๆหน่อยซิคะ”สองขาเรียวของหญิงสาวถูกจับแยกออกจากกันด้วยความใจร้อนของพ่อมาเฟียที่เพิ่งจะขยับตัวลงไปเมื่อตะกี้ทำเอาหญิงสาวต้องร้องเตือนสติเขาเอาไว้ก่อน เพราะกลัวเขาจะเสียบสวนขึ้นมาเลยด้วยความใจร้อนแบบนั้น เธอกลัวจะจุกจนพูดไม่ออกขึ้นมาอีกเพราะดุ้นเขามันก็ไม่ใช่เล็กๆและของเธอมันก็ไม่ได้ขยายแต่ยังคงเท่าเด

  • นางบำเรอของมาเฟีย   บ้านพักตากอากาศ 1 (25+++)

    เมื่อคืนเขากับเธอดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ที่ชายหาดกันจนดึกดื่น กินไปพูดคุยกันไปอย่างสนุกสนานจนลืมเวลา กว่าจะกลับมาพักผ่อนกันก็กินเวลาเกือบจะเที่ยงคืนได้แล้วเช้าวันใหม่เขากับเธอก็เลยพากันตื่นสาย พอตื่นขึ้นมาแล้วก็รีบพากันอาบน้ำแต่งตัวเพื่อที่จะได้พาลูกๆไปเดินรับแสงแดดอ่อนๆที่ชายหาดในเช้าวันนี้เขาให้เธอได้ไปอาบน้ำก่อน ส่วนเขาพอตื่นแล้วก็ขอดูงานที่ลูกน้องส่งเข้ามาให้นิดหน่อยก่อน พอเธออาบน้ำเสร็จงานของเขาก็เสร็จพอดี และก็ถึงตาเขาเข้าไปอาบน้ำบ้าง“ทำอะไรอยู่คะ”มาเฟียหนุ่มใช้เวลาอาบน้ำไม่นานไม่เหมือนกับตอนที่อาบกับเมีย เขาก็ห่มผ้าขนหนูแล้วเดินออกมาจากภายในห้องน้ำเพื่อจะหาเสื้อผ้าใส่แต่แล้วสายตาก็ต้องสะดุดกับเมียตัวน้อยที่กำลังก้มๆเงยๆอยู่ที่เตียงนอนในชุดผ้าขนหนูที่มันสั้นเสมอหูนั้นทำเอาเขารีบเดินไปยืนซ้อนที่ด้านหลังของเธออย่างห้ามใจตัวเองไม่ไหว เพราะอยากกินเมียมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วแต่ติดตรงที่ว่าเดินทางมาไกลเลยเหนื่อยเกินกว่าจะพาเมียทำอะไรกันแบบนั้นแต่เช้านี้เธอไม่รอดแน่ เพียงพอใจ แม่นางบำเรอ แม่ยอดยาหยีของผัว“กำลังเลือกชุดว่ายน้ำอยู่ค่ะ ตอนไปซื้อก็ดันหยิบมาตั้งสามชุด ก็เลยต

  • นางบำเรอของมาเฟีย   มื้อพิเศษ

    @เกาะส่วนตัว“จัดการพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ซาก”เซนต์พาครอบครัวมาพักผ่อนตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับเมียตัวน้อยที่เกาะส่วนตัวของเขา แต่ในเวลาว่างสำหรับเขายังคงต้องปลีกตัวมาทำงานเหมือนเดิมเพราะอาชีพมาเฟียมันไม่ได้ลาพักได้ก็มีงานให้ได้สะสางตลอดเวลา ทั้งเรื่องเล็กๆน้อยๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ที่มีชีวิตคนเข้ามาเป็นเดิมพันอย่างเช่นในตอนนี้ ที่เขานั้นกำลังสั่งให้ลูกน้องไปจัดการคนที่มันกล้าหักหลังเขา กล้าขโมยของเขาไปขาย“จะล้างแค้นใครอีกคะ”เพียงพอใจเดินลงมาจากชั้นสองของบ้านพักตากอากาศหลังใหญ่ได้ยินเข้าพอดีกับบทโหดที่สามีของเธอกำลังเล่นอยู่เธอถึงกับอดไม่ได้ที่จะถามออกไปก็ด้วยห่วงใยคนที่สามีกำลังพูดถึง กลัวหนักกลัวหนาว่าคนผู้นั้นอาจต้องตายเพราะความร้ายกาจของเขา“แค่พวกมดพวกปลวกที่มันกินเสาโกดังน่ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ”ใบหน้าหล่อเข้มหันไปยิ้มให้เมียตัวน้อยเพื่อกลบเกลื่อนทุกอย่างเอาไว้ ส่วนด้านหลังก็ส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องรีบออกจากบริเวณบ้านไปก่อนที่เขาจะถูกเมียจำได้“ไม่ได้ทำให้ใครต้องเจ็บตัวใช่ไหม”“ไม่มี๊”กลบเกลื่อนเมียตัวน้อยด้วยน้ำเสียงที่สูงถึงเสาไฟฟ้า “แน่ใจนะคะ”หญิงสาวหรี่ตามองอย่าง

  • นางบำเรอของมาเฟีย   พยายาม

    “ทำไมเขาถึงขายฉันให้คนอื่น”หญิงสาวเอ่ยพึมพำกับตัวเองมาเกินร้อยรอบเห็นจะได้ เพื่อจะนึกให้ออกถึงความทรงจำที่หายไป เธอนั่งคิดทบทวนถึงกับพูดของเขาที่เอ่ยกับเธอ และใบหน้าของคนที่เขาบอกว่าเป็นสามีของเธอ คิดวกวนไปมาอยู่แบบนั้น ตั้งแต่เมื่อวานที่กลับมาจนถึงตอนสายของวันใหม่แทบไม่ได้หลับได้นอน เพราะสิ

  • นางบำเรอของมาเฟีย   วันเกิด

    “ไปพาตัวอีนั้นมา กูจะพาไปทำเรื่องสนุกๆด้วยซะหน่อย อยู่บ้านนานๆเดี๋ยวจะเบื่อ”หลังจากค่ำคืนที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาที่แสนจะดิบเถื่อนกับหญิงสาว เขาก็หายหน้าออกไปจากบ้านอีกตามเคย ราวกับสบายตัวสบายใจแล้วก็ไม่เคยสนใจคนที่เป็นที่รองรับอารมณ์อีกเลยแต่ทว่าพอมีเรื่องให้เขานึกสนุกขึ้นมาได้ เซนต์มาเฟี

  • นางบำเรอของมาเฟีย   นางบำเรอ 25+++

    “คุณ!”หลังจากที่ถูกพามาขังเอาไว้ในห้องหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ในทุกๆวันเพียงพอใจก็มักจะนั่งอยู่ตรงมุมห้องแคบๆเพื่อพยายามนึกให้ออกว่าเธอคือใคร และในวันนี้ก็เหมือนกัน เธอกำลังพยายามนึกอย่างนักจนไม่ได้สนสิ่งรอบตัว แต่แล้วก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเขาที่เธอนั้นแสนคุ้นหน้ามายืนอยู่ตรงหน้าของเธอ“เออ กูเอง”มา

  • นางบำเรอของมาเฟีย   บ้าน

    “ที่นี่คือที่ไหนเหรอคะ”เพียงพอใจถูกพาตัวออกจากโรงพยาบาลทันทีหลังจากที่หมอลงความเห็นว่าเธอความจำเสื่อม ทั้งที่ร่างกายของเธอนั้นยังไม่หายดี เวลาเดินเหินยังรู้สึกเวียนหัวอยู่เลยและก็ยังเจ็บระบมอยู่ด้วย ส่วนแผลภายนอกไม่ต้องพูดถึงบนศีรษะของเธอยังมีผ้าพันแผลพันรอบอยู่เลยพอมาถึงยังบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งอ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status